PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

"แถลงการณ์ฉบับสุดท้าย"ยุติบทบาทแกนนำ2รุ่นให้ร่วมม็อบอื่นได้

แถลงการณ์ฉบับที่ 5/2556
พันธมิตรประชาขนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
"แถลงการณ์ฉบับสุดท้าย"

ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4/2556 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะยังไม่นำมวลชนเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ สืบเนื่องจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ปราศรัย พิธีกร ศิลปิน และประชาชน ได้ถูกกลั่นแกล้งโดยยัดเยียดข้อหาร้ายแรงอันเป็นเท็จ และเพิ่มผู้ต้องหาจำนวนถึง 96 คน อย่างอยุติธรรมในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ต้องการสร้างพันธนาการให้กับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แม้ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่ศาลอาญาก็ได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ อ. 973/2556 ให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 ว่า

"ห้ามมิให้จำเลยกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดภัยอันตรายต่อความเสียหายหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล"

และศาลอาญาได้แถลงย้ำคำสั่งดังกล่าวอีกเป็นครั้งที่สองเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ย่อมแสดงให้เห็นว่า แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ปราศรัย พิธีกร ศิลปิน และประชาชนอีกจำนวนมากได้ถูกลิดรอนสิทธิจากคำสั่งดังกล่าวอย่างชัดเจน

หากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมโดยทำตามเงื่อนไขภายใต้คำสั่งศาลอย่างครบถ้วนก็จะเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดยุทธวิธีในการชุมนุมให้ได้รับชัยชนะได้ ในทางตรงกันข้ามหากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะฝ่าฝืนคำสั่งศาลในช่วงเวลานี้เพื่อให้ได้รับชัยชนะทางยุทธวิธีในการชุมนุม ก็จำเป็นที่การเสียสละนั้นจะต้องได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแท้จริงเท่านั้น และการเสียสละของแกนนำก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมการขายภาพลักษณ์หรือสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่จะพ่ายแพ้ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กับฝ่ายรัฐบาลในทุกกรณี



เมื่อวิเคราะห์แล้วเห็นว่าหากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำการชุมนุมคัดค้านปัญหาของประเทศรายประเด็นให้ได้ผลสำเร็จ ก็อาจคัดค้านได้อีกเพียงเรื่องเดียว ภายหลังจากนั้นเมื่อศาลมีคำสั่งให้ถอนการประกันตัว ก็จะมีปัญหาชาติในเรื่องอื่นๆที่สำคัญตามมาอีกไม่สิ้นสุด ดังนั้นการเสียสละของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโดยการชุมนุมในปัญหารายประเด็นจึงย่อมไม่คุ้มค่ากับผลประโยชน์ของประเทศชาติที่จะได้รับในขณะนี้

ในทำนองเดียวกันหากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดยเคลื่อนไหวให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระหว่างการชุมนุมก็อาจถูกถอนประกันตัวจนไม่สามารถนำชุมนุมให้ได้รับชัยชนะได้ แม้ต่อให้การชุมนุมขับไล่รัฐบาลไปได้สำเร็จ ก็อาจจบลงด้วยการยุบสภาที่พรรคเพื่อไทยก็จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก หรือแม้หากมีการสลับขั้วทางการเมือง หรือ การรัฐประหาร โดยปราศจากเป้าหมายในการปฏิรูปประเทศไทย หลังจากนั้นปัญหาวิกฤติของชาติก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง และหากมีการเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณก็จะได้รับชัยชนะกลับมาเป็นรัฐบาลยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลโดยปราศจากความมุ่งมั่นของผู้ที่หวังจะเข้าสู่อำนาจในอนาคตที่จะปฏิรูปประเทศไทย ปราศจากการเสียสละอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแล้ว ย่อมไม่คุ้มค่าต่อประเทศชาติที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะนำการชุมนุ

ดังนั้นท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่มีความสลับซับซ้อนพัฒนาไปมากขึ้น ที่ไม่สามารถยุติปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการคัดค้านปัญหารายประเด็น และการแก้ไขปัญหาระบอบทักษิณก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ปัญหาของประเทศชาติจึงถูกยกระดับไปเป็นระบอบเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ดังนั้นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงเห็นว่าหากมีความจำเป็นก็พร้อมจะเสียสละนำการชุมนุมแต่การชุมนุมนั้นจะต้องได้รับผลคุ้มค่าต่อประเทศชาติเท่านั้น จึงกำหนดความคุ้มค่าของการชุมนุมที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอยู่ที่ "การชุมนุมเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองที่ล้มเหลวในปัจจุบัน และปฏิรูปประเทศไทยเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น"

อย่างไรก็ตามนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลในระบอบทักษิณก็มุ่งเน้นที่จะแก้ไขกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้กับตัวเองและพวกพ้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองส่วนใหญ่ฝ่ายรัฐบาล โดยมีเป้าหมายในการที่จะครอบงำในการคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมิให้สามารถตรวจสอบตัวเองได้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2548 อันเป็นต้นเหตุของวิกฤติชาติมาจนถึงวันนี้ เราขอประณามนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่กระทำตัวเป็นทาสในระบอบทักษิณไม่มีสำนึกประโยชน์ของชาติ และสร้างวิกฤติให้แก่ประเทศชาติไม่มีวันจบสิ้น

ดังนั้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในนามตัวแทนแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงได้แสวงหาแนวร่วมเพื่อแก้ไขวิกฤติชาติให้ได้อย่างคุ้มค่าต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยได้เสนอทางออกให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์เสียสละลาออกมาเพื่อหยุดความชอบธรรมในจำนวนคณิตศาสตร์ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบอบเผด็จการรัฐสภา และสร้างกระแสเดิมพันหมดหน้าตักนำมวลมหาประชาชนทั่วประเทศเคลื่อนไหวเพื่อหยุดระบบการเมืองที่ล้มเหลว เรียกร้องการเปลี่ยนแปลง และการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน 65 ล้านคน โดยไม่เข้าร่วมกับการเมืองในระบบนี้อีกไม่ว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ก็ตามจนกว่าจะได้รับผลสำเร็จตามเป้าหมายการปฏิรูปประเทศไทย หากเป็นเช่นนั้นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่ิอประชาธิปไตยก็พร้อมเสียสละและจะร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ของประเทศชาติที่จะได้รับ เพราะหากการชุมนุมของมวลมหาประชาชนเกิดขึ้นเมื่อใดโอกาสที่จะมีการปฏิรูปการเมืองครั้งนี้สำเร็จก็ย่อมมีสูง ซึ่งผลที่ได้คือมีโอกาสหยุดปัญหารายประเด็นในปัจจุบันได้ และมีโอกาสหยุดการเมืองระบอบทักษิณในภาวะวิกฤติเช่นนี้ได้ด้วย

ทั้งนี้ในยามที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังไม่ตื่นรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ยังหลงอยู่ในวังวนของสงครามขั้วอำนาจของพรรคการเมืองต่างๆ ลำพังการนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยย่อมไม่มีพลังพอที่จะนำการชุมนุมเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยได้ในเวลานี้ คงเหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีศักยภาพพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น มวลชนที่มีฐานคะแนนถึง 12 ล้านเสียง นักปราศรัย นักกฎหมาย ฐานะการเงิน สถานีโทรทัศน์ ฯลฯ อีกทั้งผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์มิได้มีพันธนาการด้วยคำสั่งศาลเหมือนกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์จึงย่อมอยู่ในฐานะที่จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้หากยอมเสียสละเพื่อเอาชาติเป็นตัวตั้ง

แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธไม่เสียสละลาออกจากระบบการเมืองล้มเหลวเพื่อออกมาร่วมสู้กับประชาชน ก็แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงหวังเพียงแค่ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายรัฐบาล หรือ หวังสลับขั้วทางการเมืองในวันข้างหน้า หรือ หวังโค่นล้มรัฐบาลโดยสนับสนุนมวลชนกลุ่มอื่นให้เสียสละแทนตัวเอง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพรรคการเมืองทุกพรรคในสภาผู้แทนราษฎรกำลังสมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจกันเพื่อรักษาระบอบเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งแบบนี้เอาไว้เพียงเพื่อรออำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองในปัจจุบันหรือในวันข้างหน้าเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เชื่อได้ว่ามีการปฏิรูปประเทศไทยภายใต้ทิศทางการนำของพรรคประชาธิปัตย์ เราได้วิเคราะห์เห็นแล้วว่าแนวทางดังกล่าวที่พรรคการเมืองทุกพรรคกำลังเดินหน้าอยู่นั้นจะนำไปสู่ความชอบธรรมของระบอบทักษิณที่จะได้รับชัยชนะในระบบรัฐสภามากขึ้น และจะกระชับอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจนยากที่จะเยียวยาได้

การที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเสียสละในการนำชุมนุมย่อมไม่คุ้มค่าต่อประเทศหากมุ่งแต่เพียงคัดค้านปัญหารายประเด็น หรือโค่นล้มระบอบทักษิณโดยปราศจากการปฏิรูปประเทศ ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เสียสละที่จะนำการชุมนุมเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศอันเป็นประเด็นซึ่งคุ้มค่าที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะร่วมมือด้วย ดังนั้นจึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีฐานะการนำมวลชนได้จริงในสถานการณ์และเงื่อนไขในปัจจุบันนี้

อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้มีกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่งที่มีความห่วงใยบ้านเมืองซึ่งสนใจแต่เฉพาะการชุมนุมคัดค้านปัญหาบ้านเมืองรายประเด็น หรือบางกลุ่มอาจสนใจที่จะเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณแต่เพียงอย่างเดียวที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนอยู่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตามที่กล่าวมาข้างต้น ในขณะแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มิอาจสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนอื่นใดโดยปราศจากความรับผิดชอบในความคาดหวังต่อทั้งชัยชนะต่อประเทศชาติและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ ดังนั้นการดำรงอยู่ของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็อาจเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มอื่นที่อาจไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้

ดังนั้นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งรุ่น 1 และ รุ่น 2 จึงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ยุติบทบาทจากฐานะแกนนำ เพื่อเปิดโอกาสให้ แกนนำ นักปราศรัย ศิลปิน พิธีกร ประชาชน ฯลฯ ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมกับกลุ่มใดก็ได้อย่างอิสระเสรี และเปิดโอกาสให้เกิดขบวนการใหม่ในสังคมไทย โดยไม่ต้องรอแถลงการณ์หรือมติใดๆจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีก

การยุติบทบาทครั้งนี้ถือเป็นยุทธวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจในปัจจุบัน หรือผู้ที่มีโอกาสจะมีอำนาจในอนาคต รวมถึง ทหารภายใต้จอมทัพไทยและศาลที่กระทำการภายใต้พระปรมาภิไธย ตลอดจนผู้ที่มีบทบาทในบ้านเมือง รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้ตัดสินใจที่จะทำหน้าที่ของตนเองและเลือกเดินทางของตัวเอง มากกว่าที่จะคาดหวังหรือรอมติการนำมวลชนโดยแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้เป็นตัวแปรหรือเป็นเครื่องมือที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่แท้จริงของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเป็นอดีตรัฐบาลที่สร้างเงื่อนไขให้กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนเป็นเหตุอันสำคัญยิ่งที่ทำให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่สามารถนำมวลชนได้เหมือนเช่นเดิม และในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายค้านในปัจจุบันไม่เสียสละลาออกมานำการต่อสู้แบบหมดหน้าตักร่วมกับประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองทั้งๆที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ประกาศไปแล้วว่าพร้อมที่จะเสียสละเข้าร่วมการในการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงยังคงเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของประเทศและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศไทยด้วย พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องรับผิดชอบในผลที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อบ้านเมืองต่อไปด้วยเช่นกัน

เราขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าแม้แกนนำจะได้ยุติบทบาทไปแล้ว แต่ทุกคนก็ยังคงเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่เหมือนเดิม และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังคงอยู่เช่นเดิม อุดมการณ์ความเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังอยู่ในสายเลือดและจิตใจของทุกคนเหมือนเดิม และเรายังคงมีภาระหน้าที่ในการต่อสู้คดีความ เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่สูญเสีย บาดเจ็บ และเสียชีวิต ตลอดจนแสวงหาความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีในระหว่างการชุมนุมต่อไป โดยในระหว่างนี้เราได้ขอให้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี เว็บไซต์แมเนเจอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ และวิทยุในเครือ เอเอสทีวี-ผู้จัดการ ยังคงเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การให้ปัญญากับประชาชนและการปฏิรูปประเทศ โดยแกนนำที่ยุติบทบาทไปก็จะยังคงทำหน้าที่ให้ปัญญากับประชาชนตามหน้าที่และบทบาทของแต่ละคนเพื่อเป้าหมายในการนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริงเท่านั้น

จนกว่าสถานการณ์จะถึงพร้อมที่ประชาชนทุกกลุ่มได้ตื่นรู้และตั้งสติได้ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ หรือเมื่อสถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจหรือผู้ที่มีโอกาสจะเข้าสู่อำนาจในกาลข้างหน้า เสียสละอำนาจและผลประโยชน์ในปัจจุบันหรือในอนาคตเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อผลประโยชน์ของคนไทย 65 ล้านคน เมื่อถึงเวลาดังกล่าวแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่แม้จะยุติบทบาทไปแล้ว ก็พร้อมจะกลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อทบทวนบทบาทของตัวเองในการเคลื่อนไหวมวลชนอีกครั้งหากในเวลานั้นพี่น้องประชาชนยังคงต้องการพวกเรา

แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 พร้อมผู้ประสานงาน และมีการแต่งตั้งแกนนำรุ่นที่ 2 ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551 อีกทั้งยังมีมีการแต่งตั้งแกนนำรุ่นที่ 2 เพิ่มเติมในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 และวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เราขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจพวกเราตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา และขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ได้เข้าร่วมชุมนุมแบบต่อเนื่องปักหลักพักค้าง 3 ช่วงเวลา เป็นจำนวนเวลาถึง 384 วัน 384 คืน จนได้รับผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการชุมนุมทุกครั้ง จึงนับเป็นการชุมนุมโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธของภาคประชาชนครั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานที่สุดในโลก

เราขอยืนยันว่าจะยังคงแน่วแน่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของวีรชนและพี่น้องประชาชนที่เสียสละไม่เคยเปลี่ยน และขอให้มั่นใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นยุทธวิธีที่จะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนในวันข้างหน้าอย่างแน่นอ

ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ณ ห้องส่งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี

ศักยภาพ ปจ.นครบาล

รัฐบาลนี้พยายามเร่งเพิ่มขีดความสามารถ ศักยภาพ จำนวน รวมไปถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่อต้านจลาจล อุปกรณ์และวัสดุควบคุมฝูงชน อย่างต่อเนื่องและอย่างเป็นระบบ 

หน่วยงานตำรวจที่ทำหน้าที่นี้ กำลังจะมีการขยับฐานะขึ้นเป็นเอกเทศ เพื่อใช้งานเฉพาะด้านได้อย่างเต็มรูปแบบตามมาตรฐานการควบคุมฝูงชนแบบนานาอารยะประเทศ 













พลังจากชาวบ้านร่วมใจกันสร้าง สะพานลูกบวบ แทนสะพานมอญที่ถูกกระแสน้ำพัดขาดที่สังขละบุรี

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา “สะพานมอญ” หรือ “สะพานอุตตมานุสรณ์” สัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถูกน้ำป่าและน้ำฝนพัดพาเอาตอไม้ สวะ และแพ มาปะทะกับตอม่อ จนทำให้ช่วงกลางของสะพานพังลงมาเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
ล่าสุดชาวบ้านเชื้อสายมอญและทหารจากกองกำลังสุรสีห์ ได้ร่วมมือกันสร้างสะพานมอญแบบชั่วคราวจากไม้บวบยาวกว่า 300 เมตร กว้าง 6 เมตร ด้วยระยะเวลาในการสร้างเพียง 6 วัน จากที่มีกำหนดเวลา 2 สัปดาห์
ทั้งนี้มีเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin ได้โพสต์ภาพสะพานมอญชั่วคราว จากไม้บวบนี้ด้วย ตั้งแต่การเริ่มก่อสร้าง จนกระทั่งสะพานเสร็จเป็นรูปร่างใช้สัญจรได้
อย่างไรก็ตาม นายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอสังขละบุรี ได้กล่าวถึงการซ่อมแซมสะพานมอญว่าต้องรอให้หมดฤดูฝนก่อน  อาจจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างปลอดภัย และง่ายต่อการซ่อมแซม
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin
สะพานมอญ,สะพานไม้บวบ,ภาพจากเฟสบุ๊ก Wa Sukkharin

ชัดๆ"สนธิญาณ-สว.สมชาย"รุมแฉแม้ววุ่นหนักปมอัลกออิดะห์? -สับ"ปธ.-รองปธ.สภา"ลุอำนาจ?


22สิงหาคม 2556 ทีนิวส์ 
คำต่อคำ:ชัดๆ  "สนธิญาณ-สว.สมชาย"ผนึกแฉ แม้ว พล่านหนัก ?? ปมอัลกออิดะห์- แถมถูกตะเพิด" ชินวัตรโกโฮม " -พร้อมฉะยับ"ปธ.-รองปธ.สภา"ลุแก่อำนาจปมร่างรธน. ลั่นสู้ให้ถึงที่สุด   
วันนี้ ( 22 สิงหาคม ) รายการคมคนคิด  คุยกับสนธิญาณ  โดย  สนธิญาณ  ชื่นฤทัยในธรรม  และ บุญระดม  จิตรดอน ได้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็น กรณีคลิปอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าทักษิณ  และ เหตุการณ์ความวุ่นวายในการประชุมรัฐสภา    โดยแขกรับเชิญคือ  นายสมชาย  แสวงการ  ส.ว.สรรหา  โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
สนธิญาณ   :  ประเด็นที่เราจะพูดกันในวันนี้มี 2 ประเด็นด้วยกัน  ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน  คุณทักษิณเริ่มไม่มีแผ่นดินที่จะเหยียบ  ไม่มีที่ที่จะให้อยู่  เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีแผ่นดินจะให้เหยียบ  ไม่มีที่จะให้อยู่  ความพยายามในการดิ้นรนกลับประเทศแบบเท่ๆ ตามที่ได้ประกาศไว้  นั่นก็คือการที่ต้องรวบอำนาจทุกอำนาจ  ไว้ในมือของตัวเอง  เพื่อที่จะจัดการทุกอย่างให้ได้  ตามอำเภอใจ       
บุญระดม  :  ประเด็นแรก  คุณทักษิณ โพสรูปภาพถ่ายอินสตราแกรมว่า  อยู่ที่เมือง บุดวา (Budva)  ประเทศมอนเตรเนโกร
สนธิญาณ  :  เรื่องที่คุณทักษิณเดินทางไปมอนเตรเนโกรระบุว่า  ยังไงก็ไม่เหมือนบ้านเรา  หลังจากที่คุณทักษิณออกมาโพสว่าตัวเองอยู่ที่มอนเตรนิโก  มันมีกระแสเสียงข่าวสารที่หลั่งไหลออกมาทันทีว่า  สาเหตุหลักมาจากการที่คุณทักษิณอยู่ที่จีนก็ไม่ได้  จีนขอร้อง  แค่ผ่านไปผ่านมาได้  แต่อย่าอยู่ถาวร  และอย่าใช้เป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมือง  อันนี้เป็นข่าวสารแรก  เมื่อจีนไม่ได้  จึงไปอยู่ที่ดูไบ  แต่ก็มีเหตุทำให้ต้องออกจากดูไบอีก  เหตุที่ต้องออกจาก ดูไบมาที่มอนเตรเนโกร  ทางดูไบได้ทำการตรวจสอบว่าคลิปอัลกออิดะห์เป็นของจริงหรือไม่  ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า  จริง  พอตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจริง  ดูไบเขาก็ทำท่าจะเดือดร้อน  คือใครๆ ก็ต้องหวั่นเกรงอัลกออิดะห์  ก็ไปที่มอนเตรเนโก 
ผมอยากให้ฟังเสียงเขาพูดว่าจริงไม่จริง  คลิปดังกล่าวออกมาใหม่ๆ ออกมา  วันหนึ่งช็อกไปก่อน  คุณทักษิณทำอะไรไม่ถูก  รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ถูก  สักพักรัฐบาลก็ออกมาปฏิเสธ  บางคนก็บอกว่า  อัลกออิดะหือะไร  มีเสียงนกเขาขันอยู่ข้างหลังความหมายพยายามทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องตลก  ว่าเรื่องนี้ทำกันที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นคลิปปลอมทำกันเอง     
บุญระดม   :  พ.ต.ท.ทักษิณพูดแม้กระทั่งเรื่องของนาฬิกา 
สนธิญาณ  :  ว่าใส่นาฬิกาสีทอง  ทีนี้หลังจากตรวจสอบแล้ว  คนที่มาโพสชื่อ  Mansoor  ahmed  volvo  และมีต่อท้ายคำว่า  volvo  คนๆ นี้เขาเคยโพสต์คลิปของอัลกออิดะห์มาหลายครั้ง  ต้องย้ำนะครับว่า  โพสขึ้นมาหลายครั้ง  เป็นโพสเรื่องการโจมตีผู้บัญชาการตำรวจไปปากีสถาน  เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศมาเลเซีย  เพราะว่าตัวเขาหรือมีชื่อกลุ่มสังกัดว่า  volvo  เป็นกลุ่มที่คัดค้านฝ่ายมาเลเซียอยู่  ไปต่อต้านฝ่ายรัฐบาลมาเลเซีย  
สมชาย  :  และก็มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัฟกานิสถาน  และปากีสถานก็จริง
สนธิญาณ  :  และปรากฏว่าตัวที่ไปโพส  โพสที่ปากีสถาน  เราก็กลับมาดูกันครับว่านายกฯเดินทางไปเยือนปากีสถาน  ตอนไปคนเขาถามว่า  จะเอาคนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไปทำไม  ไปหมดทั้งคณะ  มีใครบ้างคุณบุญระดม  
บุญระดม  :  โดยมี พล.อ.นิพัทธ์  ทองเล็ก  พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  และ พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง  เลขา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปด้วย 
สนธิญาณ  :  เอาไปนะครับ  ไปเจรจาได้ 3 ประเด็น  มีเรื่องความมั่นคงไหมไม่มี  เรื่องการค้าหมดเลย  ไปทำเรื่องการค้า  จะมาตั้งสมาคม  การค้าไทยปากีสถาน  ไม่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงเลย  หอบไปทำไม 
สมชาย  :  ในทางลับก็พยายามไปเจรจากับรัฐบาลปากีสถาน
สนธิญาณ  :  ก็เขาบอกว่า  นอกเหนือจากการไปเจรจากับปากีสถาน  พยายามที่จะเชื่อมโยงไปสู่การส่งสัญญาณ  ไปถึงอัลกออิดะห์  
สมชาย  :  แต่ผมเรียนว่า  กลุ่มอัลกออิดะห์ไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาลปากีสถาน  เป็นกลุ่มตรงข้ามด้วยซ้ำ  เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่ไป  ถ้าไปเจรจากับรัฐบาลปากีสถานยิ่งไปกันใหญ่ 
สนธิญาณ  :  ก็คิดว่าน่าจะไปกันใหญ่  เอาประเทศเขาไปผูกโยงด้วย  ทีนี้ความร้อนรนของคุณทักษิณในวันนี้ก็หมายความว่า  ต้องหาที่อยู่ที่แน่นอนให้ได้  ข่าวสารยังออกมาอีก  คุณสมชายที่บอกว่าอยู่มอนเตรเนโก  ไม่ได้อยู่จริงนะ    
สมชาย  :  ผมเรียนย่อๆ นะครับว่า  ที่อยู่ดูไบไม่ได้  เพราะดูไบเป็นศูนย์กลางการค้าของอาหรับ  ทุกอย่างอยู่ที่นั่นหมด เขามีความระมัดระวังมากที่จะทำให้ไม่เกิดความเสี่ยง  ต่อมาก็คือ  หน่วยข่าว 2 หน่วยยืนยันกันตรงว่า  คลิปนี้จริง  ประการต่อมา  การที่ต้องออกจากดูไบ  แล้วไปฮ่องกง  ก็ไปเจอปัญหาว่ามีการไปโพสไปเขียน  โพสสีที่บริเวณแถวบ้านของคุณทักษิณที่ฮ่องกง  เป็นรูปเครื่องหมายอัลกออิดะห์  ขณะเดียวกันก็มีการแนะนำ  เช่น ตอนที่อยู่ดูไบ  ก็ให้หน่วยคุ้มกันรปภ.จัดชุดเพิ่มทั้งที่ตัวไม่อยู่  คือสร้างเป้าหมายลวง  บวกกับส่งข้อมูลให้คนไปดพสในอินสตราแกรมในที่ต่างๆ  โพสว่าชกกระสอบอยู่ที่ดูไบบ้าง  ไปโผล่ปักกิ่งบ้าง  ไปโผล่ที่ฮ่องกงบ้าง  โผล่มอนเตรเนโก  ซึ่งก็ทราบมาว่า  มอนเตรเนโก  มีปัญหาหลังจากที่ไปขอ passport เป็นสัญชาติมอนเตรเนโก  มีข้อตกลงที่จะเป็นทุนทางธุรกิจสถานบันเทิงกาสิโน  แล้วไม่ได้ทำ  พอไม่ได้ทำท่านได้ passport ไทยแล้ว  เข้าใจว่าท่านน่าจะกลับไปมอนเตรเนโกไม่ได้                                                         
สนธิญาณ  :  ผมขอทวนอีกครั้งนะครับจากท่านสมชาย  ตอนไปมอนเตรเนโกจะไปลงทุนเขา  จะไปลงทุนกับนักธุรกิจเซอร์เบีย  ปรากฏว่า  นักธุรกิจคนนี้เป็นนักโทษหนีคดีมาเหมือนกัน  เหมือนผีแห้งกับโลงผุไม่ลงตัว  ไม่ลงตัวแล้วนะครับ  มอนเตรเนโกตอนที่แลกให้สัญชาติมา  ก็หวังว่าคุณทักษิณจะไปลงทุน  ไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ  ท้ายที่สุดนะครับ  ต้องเจรจากับอียู  เรื่องมันรุนแรงถึงขนาดนี้นะครับ  เจรจากับอียู  ทางอียูพยายามที่จะเข้ามาช่วยเหลือก็ติดว่า  มอนเตรเนโกสภาพเศรษฐกิจก็ย่ำแย่  ยังเป็นแดนที่จะทุจริตโกงกิน  คือที่คุณทักษิณเข้าไปอยู่ได้  และก็ใช้ชีวิตมอนเตรเนโกได้  ก็เพราะเรื่องของการติดสินบน                     
บุญระดม  :  การที่ให้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับผู้บริหารประเทศ 
สนธิญาณ  :  ปัญหาของมอนเตรเนโก  จากที่คิดว่าจะพึ่งพาคุณทักษิณ  และเครือข่ายนักธุรกิจที่หนีคดีร่วมกันก็พึ่งไม่ได้    พรรคการเมืองฝ่ายค้านออกมาคัดค้าน เห็นได้ชัดจากคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในมอนเตเนโกรของ พ.ต.ท.ทักษิณ  มาโพสต์ลงไว้ในเว็บไซต์ยูทิป  โดยหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์แล้วเสร็จได้มีเสียงผู้ชายตะโกนเป็นภาษาอังกฤษไล่หลังใส่  พ.ต.ท.ทักษิณว่า  " ชินวัตรโกโฮม "  (ทักษิณกลับบ้านไป)
ผมเรียนว่าผมอยากให้คุณทักษิณกลับเมืองไทยนะครับ  ไม่ได้เป็นฝ่ายต่อต้านไม่ให้กลับเลย  ผมเป็นคนที่เชิญชวนอยากจะให้คุณทักษิณกลับเมืองไทยด้วยซ้ำ  แต่ที่คุณทักษิณพยายามทำนั่นทำนี่  ก็เพราะตัวเองไม่อยากกลับ  ข้อสรุปที่เอาเรื่องนี้มาเกริ่นที่เชิญคุณสมชาย  แสวงการ  มาวันนี้  มันจึงต้องกลับมาดูเหตุผลว่า  ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดฉากด้วยการสกัดกั้นส.ว.สรรหา  ที่มาของส.ว.เป็นแผนยึดประเทศจริงหรือไม่  
สมชาย  :  ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า  หน่วยข่าวความมั่นคง 2 หน่วยของประเทศนี้ไม่ขอเอ่ยชื่อนะครับ  ยืนยันกันตรงว่า  ประการที่ 1. เทปนี้จริง  ตอนที่ดูเทปนี้ผมเพิ่งกลับจากอิหร่าน  เราก็ให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอาหรับยืนยันโดยตรง  ลักษณะกำแพงดินด้านข้างตรง  ผ้าข้างหลังตรง  เช็คเรื่องที่คุณทักษิณไม่เปิดหน้าไม่จริง  ยกเว้นตอนที่เขาฆ่าคนเขาปิดหน้า  เพราะฉะนั้นแถลงข่าวอันนี้ตรง  ประการที่ 2. เรื่องโกนหัวจุก  ที่จริงในแถวปากีสถาน  อัฟกานิสถานมีหมด  ประการที่ 3. เรื่องมันเกิดขึ้นทำไมบอกว่านานแล้ว  9 ปีที่เกิด  เรื่องสำคัญก็คือกรือเซะในมัสยิด  คุณทักษิณก็ลงมาช่วยเจรจาก็เกิด 2 เรื่อง  คือ 1. กลุ่มฝ่ายต่อต้านมาเลเซีย  มีปัญหาอยู่แล้ว  บวกกับเรื่องนี้เชื่อมกับบีอาร์เอ็น  เชื่อมไป oic แล้วก็เชื่อมไปอัลกออิดะห์       
สนธิญาณ   :  ผมขอขยายอย่างนี้ได้ไหมครับ  ที่คุณทักษิณเขาทำอย่างนี้  เพราะต้องการไปสนับสนุนนาจิบ  ฝ่ายที่ต่อต้านนาจิบไม่พอใจ  เรื่องมันมีที่มานะครับ  ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ยัดเยียดว่าจริงไม่จริง  อีกเรื่องหนึ่งเรื่องกลุ่มอัลเคด้า  ในช่วงปลายเทศกาลรอมฎอน  ไม่มีใครออกมาปฏิเสธ  มีตรวจทาน  เอกสารมันชัด  มันไม่ใช่ของปลอม  วันนี้คุณทักษิณยิ่งร้อนหนัก ในการกลับประเทศไทย
สมชาย  :  คือแกสามารถกลับได้ 24 ชม. แต่ว่าต้องยอมติดคุกก่อน 
สนธิญาณ  :  เขาไม่ยอมไงครับ  สิ่งที่คุณทักษิณเขาทำก็คือ  อยากกลับแบบเท่ๆ  เพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการต่อต้านมากขึ้น  อันได้แก่  พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  กลุ่มสว.40  ไม่ใช่แต่เฉพาะส.ว.สรรหา นะครับ  มีส.ว.เลือกตั้งด้วย  มีหลายท่าน   เรื่องของส.ว.เมื่อมีทั้ง 2 ส.ว. มันจึงไม่ใช่เรื่องหมู  ที่ผ่านมาเรื่องประธานส.ว.วันนี้เป็นคุณนิคม  ไวยรัชพานิช  ไม่ต้องบอกว่ายืนข้างไหน  แต่กฎหมายไม่สามารถเดินไปบรรลุได้  จึงต้องขจัดส.ว.สรรหา  จึงเป็นที่มาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ต้องเรียนว่าเรื่องที่ผมเกริ่นมาต้องฟังกันให้ชัดๆนะครับ  ผมกับคุณสมชาย  เราร่วมงานกันมา 20 - 30 ปี  สิ่งที่เราเห็นก็คือ  ข้อมูลที่ออกมาชัดเจน  เจอที่ไหนก็เป็นคนสุภาพ  อยากให้ดูว่า  ทำไมคนๆหนึ่งถึงเปลี่ยนไปได้  เมื่อการประชุมสภาที่ผ่านมา  เรามาดูภาพนี้กัน  คือมันมีนัยที่ต้องถามแบบนี้  นัยอันแรกทำไมต้องดุเดือดขนาดนั้นครับ
สมชาย  :  เป็นครั้งแรกของผมที่เหลืออดมากใน 5 - 6 ปี  มันสุดจริงๆ  เนื่องจาก 12 ชม.กว่า  พวกเราพยายามยกมือ  ตั้งแต่ผม  คุณไพบูลย์  ประธาน 2 คนเขาสลับกันเล่น  คนหนึ่งก็ทำทีว่าจะให้อ่านทั้ง 57 คน  ยังไม่ทันพูดเลย  คุณสมศักดิ์ ขึ้นมาก็ปิดประชุม  ยังไม่ทันอภิปรายเลย  มันมีเจตนาชัดเจนมากครับ

57 คนนี้เป็นสมาชิกทั้งส.ว.และส.ส. เขาใช้กฎหมายเล็กสุดเลย  มาหักล้างรัฐธรรมนูญในมาตรา  6  มาตรา 291 บอกชัดเจนว่า  วาระหนึ่งทำยังไง  วาระสองทำยังไง  ให้พิจารณาเป็น 3 วาระ  ผมเห็นว่าหลักการที่เขาบอกมันไม่ถูกต้อง  ที่ผ่านมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญกรรมาธิการก็ยอม  ผมเรียนว่าส.ส. และ ส.ว. รวมกัน 650 คน  กรรมาธิการ 35 คน  ขั้นตอนการออกกฎหมายเป็นการเริ่มต้นในการเป็นตัวแทน  รัฐธรรมนูญเขียนทีละมาตรา  อย่างคุณรสนา บอกชัดเจนว่า  57 คนแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย 
สนธิญาณ   :   เขากลัวว่าประชาชนจะมีความรู้
สมชาย  :  นั่นสิครับ  แต่คุณสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  บอกว่า  แก้รัฐธรรมนูญไม่ยากเลยให้พูดแค่ 5 -10 นาที 

บุญระดม  :  ซึ่งคุณสมศักดิ์  ประธานรัฐสภา  และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร  เป็นน้องเขยของคุณทักษิณด้วย
สมชาย  :  คือเรารู้แล้วว่าเขาไม่ให้พูด  เขาไม่ยอมให้พูด  คนนั้นไม่ยกมือก็ชี้แล้ว  เราเห็นอยู่  อยากฟังสิ่งไหนก็ชี้  โดยใช้อำนาจการเป็นประธาน  พอเจอวิชามารก็ต้องใช้วิชามารสู้  ผมก็พยายามยกมือประท้วง  จะเสนอข้อมูลอะไรก็ไม่ให้พูด  พอลงมติทีละครั้งก็เปลี่ยนใหม่  ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  เอาคอมมาโดมา  พล.ต.อดุลย์ศักดิ์  บุญวัฒนกุล  มาเอง   ผมออกไปดู  มีข่าวออกมาว่าพวกนี้ต้องเอากลับเข้ากรงให้หมด  ซึ่งกรงของเขาหมายถึงคงตัดส.ว.ออกไปให้หมด  เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีสว.  ซึ่งเป็นการลุแก่อำนาจ     เรื่องนี้จึงถูกปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้ครับ 
พอหนักเข้าก็ไม่ได้พูด  ผมคิดว่า  ประธานวุฒิสภาโจมตี.ส.ว. ตัวแกประกาศชัดว่า  แกจะลงสมัครเลือกตั้งปีหน้า  มันก็มีตั้งแต่การดำเนินการถอดถอน  เรื่องก็คือเอียงชัดเจนทั้ง 2 ท่านทั้งคุณสมศักดิ์  และคุณนิคม  เป็นการลุแก่อำนาจ  ฝ่ายค้านก็พยายามแล้ว  ผมคิดว่า  ถ้าคุณผู้ชมน่าจะเข้าใจเรื่องเดิมว่า  เขาสัญญาอะไรไว้อย่างไร  แต่ก็หาเหตุตัดสิทธิ์จนได้
ในความหมายเราพูดกันว่า  ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง  เรามีส.ว.แต่งตั้งเลือกตั้งมาก่อน  ความจริงร่างรัฐธรรมนูญมาดีนะครับ  แต่คุณทักษิณเจอช่องโหว่  8 โหว่  ประธานคนหนึ่งพราดจากตำแหน่งนายกฯ  ส.ว.ส่วนหนึ่งถูกขนานนามว่า  เป็นส.ว.สภาทาส  คู่ที่เขาเป็นสามีภรรยากันมี 9 คู่  เป็นเครือญาติ 11 คู่   ตอนหลังก็ถูกหุ้นปตท.เข้าไปเต็มๆ  ปตท.กำลังจะเข้าตลาด  ได้มีการแจกจ่ายไปให้กับนักการเมือง  ทีนี้รัฐธรรมนูญปี 2540 เห็นชัดเอียงไปปี 2543   คณะกรรมการอัยการ  พวกนี้มาจากการเลือกส.ว.ทั้งนั้น  สมัยนี้ก็ยังเลือกอยู่
สนธิญาณ  :  เราลองมาคิดดูความหมายที่พูดกันมากว่า  การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย  พรรคเพื่อไทยที่อยู่ภายใต้คุณทักษิณ  เลือกตั้งไปแล้วได้ 50 จังหวัดขึ้น  เพราะฉะนั้นการออกแบบ  การให้มีสว.สรรหา  หรือการให้มีองค์กรอิสระขึ้นมา  เพื่อถ่วงดุล  จอมเผด็จการฮิตเลอร์  ใช้สภาออกกฎหมาย  วันนี้ประเทศไทยกำลังเป็นแบบนั้น 
ผมเรียนว่าประชาธิปไตยมีอำนาจ 3 อำนาจ  ท้ายสุดชี้ขาดอยู่ที่สภา   ท่านที่ติดตามมา  ประเด็นที่คนยกมาเกี่ยวข้องสถาบัน  ว่า  สถาบันจะอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร  ใครเป็นคนจุดประเด็น  ท้ายสุดพล.อ.บุญเลิศ  เอาคลิปมาเปิด  กฎหมายที่คุณสมชายพูดถ้ามีการรัฐประหาร  ต้องให้ราชองครักษ์ออกมา 
สนธิญาณ   :  ผมมีอยู่เรื่องหนึ่งเล่าให้ฟัง  งบประมาณปีที่แล้วได้ปกป้องสถาบันไว้  หนึ่งหมื่นสามพันล้าน  วันนี้เอาแค่ใน facebook จุดพลุ  ในแต่ละวันมีการโจมตีสถาบันอย่างเปิดเผย  งบประมาณส่วนหนึ่งเอาไปใช้ที่องค์การโทรศัพท์  นี่คือความจริงที่ปรากฏ  เงินพวกนี้ไปจัดอีเว้นท์  เทิดพระเกียรติ  แล้วเอาเงินเหล่านี้คอมมิชชั่น  ฝ่ายไหนอยากเข้าไปดูเข้าไปได้  เรื่องนี้อันตรายมาก
สมชาย  :  คือผมต้องบอกว่าถ้าชนะในสภา  อำนาจตรวจสอบรัฐบาลในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน  องค์กรตรวจสอบอิสระ  ปปช.จบ  กกต.จบ  อัยการสูงสุดจบ  อำนาจก็จะไปอยู่ข้างตามใจชอบ  เมื่อในสภาสู้ไม่ได้  เสียงมันก็จะออกมานอกสภา  อย่างที่อิยิปต์  มันเกิดขึ้นเพราะสงครามประชาชน   ที่ผมสู้ผมยังมีสิทธิ์เป็นส.ว.อยู่อีก 3 ปี 4 เดือน  เพราะฉะนั้นผมจึงจะสู้ให้ถึงที่สุด  เขาไมได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้  เขาแค่ยกเลิกส.ว.บางส่วน  เมื่อเรายังมีมือช่วยอยู่เราก็ช่วยกันครับ
สนธิญาณ  :  ด้านหนึ่งชัดเจนเลยว่า  เรากำลังเปิดโปงให้เห็นเลยว่า  คุณทักษิณกำลังทำอะไร  เราต้านได้แค่คำพูดเท่านั้น  นอกจากเวทีนอกเหนือจากสื่อ  เราก็ยังมีพี่น้องประชาชนคนไทยที่ต้องช่วยกันนะครับ  เพราะเราจะต้องล้มทุนสามานย์ให้ได้  ถ้าไม่อยู่ในสภาข้อมูลแบบนี้ก็ไม่รู้นะครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คลิปสื่อนอกเผย ซีเรียบอมบ์ก๊าซพิษสังหารหมู่ อาวุธเคมีที่สังหารชาวซีเรีย

คลิปสื่อนอกเผย ซีเรียบอมบ์ก๊าซพิษสังหารหมู่ อาวุธเคมีที่สังหารชาวซีเรีย ผลิตมาจากที่ใด? ส่งไปให้รัฐบาลซีเรียทดลองใช้กับประชาชนหรือไม่ ? ไม่เคยใช้อาวุธเคมีชนิดนี้สังหารผู้คนมาก่อน จากเหตุการณ์ ที่ประเทศซีเรียเกิดเหตุสังหารหมู่ด้วยอาวุธเคมี โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด กรณีดังกล่าวมาจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศ ปล่อยระเบิดลงกลางกรุงดามัสกัสมีผู้เสียชีวิตรวม 1300 คน
ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวลงยูทูป เกิดความโกลาหลทั่วพื้นที่และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการขาดอากาศหายใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางการซีเรียได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ ด้านทางฝั่งตะวันตกของกัวตาห์ในซีเรียมีการนำร่างผู้เสียชีวิตหลายร้อยมาวางเกลื่อนถนนเนื่องจากถูกรมด้วยก๊าซพิษ
http://www.youtube.com/watch?v=Jd4yp3BUzeY&feature=c4-overview&list=UU0RaBe61S8u5m8mFNmAKO9Q

คนดีไม่มีวันตาย


สตช.อนุญาตตำรวจหญิงมุสลิมทั่วประเทศไทยสวมฮิญาบปฏิบัติงานได้เพื่อความเสมอภาค

       
       วันนี้(22ส.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.อ.เจตน์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษา(สบ.10) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณากำหนดให้ข้าราชการตำรวจหญิงมุสลิมคลุมฮิ ญาบ โดยมีฝ่ายปกครอง ผู้แทนหน่วยความมั่นคง และผู้แทนเหล้าทัพร่วมประชุมพิจารณา
       
       พล.ต.อ.เจตน์ กล่าวว่า การประชุมพิจารณาครั้งนี้สืบเนื่องจากทางคณะกรรมการกลางอิสลามปัตตานีมี หนังสือขอให้ข้าราชการตำรวจหญิงที่นับถือศาสนาอิสลามคลุมฮิญาบได้ อีกส่วนหนึ่งข้าราชการตำรวจหญิงที่นับถือศาสนาอิสลามร้องขอไปยังสมาชิกสภา ราษฎร ทางส.ส.ก็ส่งเรื่องมายังตร.ให้พิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ ผลการพิจารณาคณะกรรมการเห็นว่าให้ข้าราชการตำรวจหญิงที่นับถือศาสนาอิสลาม คลุมฮิญาบได้ในชุดเครื่องแบบปกติสีกากี โดยให้สวมเสื้อแขนยาวถึงข้อมือ กระโปรงหรือกางเกงคลุมข้อเท้า สวมผ้าคลุมฮิญาบสีกากีโดยให้สวมเข้าไปในคอเสื้อ ซึ่งอนุญาตให้การแต่งชุดฮิญาบในการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และการเยี่ยมเยียน พบปะประชาชนตามที่ร้องขอมาเพราะไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ โดยอนุญาตข้าราชการตำรวจหญิงมุสลิมทั่วประเทศเพื่อความเสมอภาค จากนี้จะเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.พิจารณาต่อไป
       
       พล.ต.อ.เจตน์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมุสลิมทั่วประเทศมีทั้งหมด 100 นายเศษ มีความประสงค์แต่งเครื่องแบบสวมฮิญาบ 60 นาย ไม่ประสงค์แต่งเครื่องแบบสวมฮิญาบ 40 นาย

โชว์อีก ! โรงพักปรับปรุงใหม่ หรูหรา อลังการสวนน้ำตก

วันนี้(22 ส.ค.) จากกรณีที่ MthaiNews ได้นำเสนอเรื่องราวของโรงพัก สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรีปรับปรุงใหม่เหมือนโรงแรม ล่าสุดโผล่มาแล้วกับอีกหนึ่งโรงพักที่ปรับปรุงตัวอาคารและสถานที่รอบนอกให้สวยงาม สร้างบรรยากาศรื่นรมย์ให้กับผู้มาใช้บริการ

โรงพักปรับปรุงใหม่
ซึ่งโรงพักที่ว่านี้คือ สภ.ขวาวสินรินทร์ อ.ขวาวสินรินทร์ จ.สุรินทร์ มีการปรับปรุงทางเข้าสถานีตำรวจ โดยการปลูกดอกไม้เป็นแนวยาว พร้อมทั้งน้ำพุ สวนน้ำตก บริเวณด้านหน้าทางเข้า บนอาคารติดตั้งโทรทัศน์จอ LEDขนาดใหญ่ให้ประชาชนได้ดูระหว่างใช้บริการ มีการติดตั้งนาฬิกาเทียบเวลา 10 ชาติสมาชิกอาเซียนพร้อมเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่สวยงาม นอกจากนี้ภายในห้องน้ำยังปรับปรุงใหม่ให้ไม่ต่างจากโรงแรมเลย
โรงพักปรับปรุงใหม่
โรงพักปรับปรุงใหม่
โรงพักปรับปรุงใหม่
โรงพักปรับปรุงใหม่
โรงพักปรับปรุงใหม่  โรงพักปรับปรุงใหม่

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ซีเรีย ช็อกโลก-บอมบ์ก๊าซพิษ ดับเกลื่อน 1,300 ศพ


Prev
1 of 5
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 21 ส.ค. 2556 เวลา 19:58:18 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
วันที่ 21 ส.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์สงครามกลางในซีเรียที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 29 เดือน เกิดการนองเลือดใหญ่อีกครั้ง เมื่อเครื่องบินของกองทัพรัฐบาลซีเรียทิ้งระเบิดในเมืองกัวตาห์ ชานกรุงดามัสกัส องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนในซีเรียระบุมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ราย ส่วนกลุ่มพันธมิตรซีเรียแจ้งว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นอาวุธเคมี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 650 ราย พร้อมเผยแพร่ภาพศพเหยื่อกองเกลื่อนและมีเด็กจำนวนมาก

ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น และ เทเลกราฟ รายงานเพิ่มเติมอ้างฝ่ายต่อต้านซีเรียว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 1,300 ราย



แต่สำนักข่าวของทางการซีเรียปฏิเสธทันทีว่า ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่า การอ้างอาวุธเคมีดังกล่าวเพื่อกีดกันคณะเจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบ

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์อัล-อัสซาดผู้นำซีเรียที่มีผู้เสียชีวิตเรือนแสนแล้วยังคงหาทางออกไปไม่ได้เหตุการณ์ช็อกล่าสุดนี้ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศสเรียกร้องให้รีบส่งทีมเข้าไปสอบสวน





นายอาเหม็ด อัล-อะราบิยา 
ผู้นำกลุ่มพันธมิตรซีเรียระบุว่า ติดต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติถึงกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีเปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อดำเนินการกับรัฐบาลประธานาธิบดีอัสซาดซึ่งสังหารหมู่ประชาชนอีกครั้ง

กลุ่มคณะกรรมาธิการประสานงานท้องถิ่น(แอลซีซี)เครือข่ายผู้ต่อต้านรัฐบาลกล่าวว่าฝั่งตะวันตกของเมืองกัวตาห์มีร่างผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายนอนตายเกลื่อนถนนเพราะถูกก๊าซพิษเช่นเดียวกับฝั่งตะวันออกของเมืองวิดีโอที่โพสต์บนเว็บไซต์ยูทูบโดยกลุ่มคณะกรรมาธิการปฏิรูปซีเรียผู้ต่อต้านอีกกลุ่ม แสดงให้เห็นภาพนองเลือด ร่างผู้เสียชีวิตทั้งเด็ก และผู้ใหญ่