PR
วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556
ศึก!นักวิชาการ... ประชาภิวัฒน์ ปะทะ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
วีระศักดิ์ พงศ์อักษร
แกะรอยการเมือง -Twitter@MrNaling weerasak@nationgroup.com
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"เป็นอีกยุคที่สังคมแตกแยกทางความคิดในวงกว้าง จึงไม่แปลกที่ระดับนักวิชาการ จะแยกเป็นสองกลุ่มชัดเจน
ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนแนวทางการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม ส่วนอีกฝ่ายหนุนให้รัฐบาลยึดวิถีรัฐบาล ดำเนินการเลือกตั้งตามกรอบที่วางไว้"
สองขั้วนักวิชาการ ที่"ขัดแย้ง"มุมมอง ต่ออนาคตของชาติกันอย่างมากในวันนี้ ไม่ใช่พึ่งจะเห็นต่างกัน แต่เป็นคู่ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นชัดเจนตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549
"ประชาภิวัฒน์"ที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)ประกาศเป็นแนวทางใหม่เมื่อค่ำวันที่ 9 ธ.ค.2556 ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่คือกรอบคิดเดิมของนักวิชาการกลุ่ม"สยามประชาภิวัฒน์"ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2551 เป็นกลุ่มนักวิชาการ ที่รวมตัวมุ่งล้างระบอบทักษิณ ก่อนที่จะมี"กลุ่มนิติราษฎร์"ที่มีแนวคิดยืนตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
ธ.ค.ปี พ.ศ.2556...ทั้งสองกลุ่มเปิดหน้าปะทะทางความคิด ชัดเจนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทั้งสอง"อิง"มวลชนที่กว้างขึ้น
"สยามประชาภิวัฒน์"...อิงกับผู้ชุมนุมและเป็นกุนซือทางความคิดให้กับ กปปส.ในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็น พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ,คมสันต์ โพธิ์คง, บรรเจิด สิงหคะเนติ , จรัส สุวรรณมาลา และ สุวิชา เป้าอารีย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ยังมีกลุ่มอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือ ทปอ.และ อาจารย์ "ธีรยุทธ บุญมี" ที่ความคิดค่อนข้างสอดคล้องกัน !
"สยามประชาภิวัฒน์"...มองว่า
"สถาบันพระมหากษัตริย์ก็เป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าต่อสังคม และต่อระบบการเมืองไทย ...สาเหตุของปัญหาในสังคมไทยที่เป็นสาเหตุหลักคือ “กลุ่มทุนนิยมเผด็จการ” ....สังคมไทยในปัจจุบันที่มีการมองหรือพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประชาธิปไตยเท่ากับการเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งแล้วทุกสิ่งจะเป็นประชาธิปไตย ซึ่งความคิดหรือความเชื่อแบบนี้ ค่อนข้างจะทำให้ประชาธิปไตยมีความเสี่ยง "
"สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)ที่อิงกับฐานมวลชน ที่ยืนตรงกันข้ามกับ กปปส. เป็นการร่วมกลุ่ม นักคิดนักวิชาการ 151 คน โดยมาจากกลุ่มนิติราษฎร์" กลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเป็นต้น
อาทิ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, นิธิ เอียวศรีวงศ์, วรเจตน์ ภาคคีรัตน์, เกษียร เตชะพีระ, พนัส ทัศนียานนท์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นต้น
กลุ่มนี้มองว่า
"มีหลักการของการก่อตั้ง 4 ข้อคือ 1. ไม่เห็นด้วยกับการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการขัดแย้งทางการเมือง 2. ไม่เป็นด้วยกับการแทรกแซงทางการเมืองของทหาร 3. เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่สิทธิเสรีภาพ และ 4. เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่ประชาธิปไตยของคนไทย และข้อเสนอของการก่อตั้งสภาประชาชนหรือนายกฯพระราชทาน เป็นไปไม่ได้ในทางกฎหมาย และทางการเมืองเป็นเงื่อนไขของการที่จะนำไปสู่วิกฤติและทางตันทางการเมือง"
เสกสรรค์ ประเสริฐกุลแม้จะไม่"ลงชื่อ"ในกลุ่ม สปป.แต่เมื่อย้อนดูแนวคิดและมุมมองที่ปาฐกถาพิเศษ 13-14 ต.ค.2546 ที่ผ่านมา โดนใจกลุ่มสปป.โดยตรง
เป็นยุคที่"ประชาภิวัฒน์ ปะทะ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย !
เป็นยุคที่ "เสกสรรค์ ประเสริฐกุล -ธีรยุทธ บุญมี" คิดเพื่อประเทศไทยกันคนละมุม !
นักวิชาการ,สื่อสารมวลชน ถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาททางความคิดของคนในชาติอย่างมาก ความขัดแย้งที่ผ่านมา ย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
หากจะเห็นสันติสุข ของประเทศในวันข้างหน้า นักวิชาการก็สมควรอย่างยิ่งที่ต้อง"ตกผลึก"ระดับหนึ่งว่าจะนำพาประเทศไปทิศทางไหน แน่นอน ต้องเริ่มจาก"ดึง"ตัวเองออกมาจาก"ขั้ว"อำนาจทางการเมือง กลับมาทำหน้าที่ผลักดันแนวคิดอย่างเสรีภาพ
ข้อเสนอเพื่อให้ประเทศชาติสันติสุข... เอาเข้าจริงนักวิชาการ อาจ"ปรองดอง"กันยากกว่าประชาชนด้วยซ้ำ!
แกะรอยการเมือง -Twitter@MrNaling weerasak@nationgroup.com
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"เป็นอีกยุคที่สังคมแตกแยกทางความคิดในวงกว้าง จึงไม่แปลกที่ระดับนักวิชาการ จะแยกเป็นสองกลุ่มชัดเจน
ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนแนวทางการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม ส่วนอีกฝ่ายหนุนให้รัฐบาลยึดวิถีรัฐบาล ดำเนินการเลือกตั้งตามกรอบที่วางไว้"
สองขั้วนักวิชาการ ที่"ขัดแย้ง"มุมมอง ต่ออนาคตของชาติกันอย่างมากในวันนี้ ไม่ใช่พึ่งจะเห็นต่างกัน แต่เป็นคู่ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นชัดเจนตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549
"ประชาภิวัฒน์"ที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)ประกาศเป็นแนวทางใหม่เมื่อค่ำวันที่ 9 ธ.ค.2556 ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่คือกรอบคิดเดิมของนักวิชาการกลุ่ม"สยามประชาภิวัฒน์"ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2551 เป็นกลุ่มนักวิชาการ ที่รวมตัวมุ่งล้างระบอบทักษิณ ก่อนที่จะมี"กลุ่มนิติราษฎร์"ที่มีแนวคิดยืนตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
ธ.ค.ปี พ.ศ.2556...ทั้งสองกลุ่มเปิดหน้าปะทะทางความคิด ชัดเจนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทั้งสอง"อิง"มวลชนที่กว้างขึ้น
"สยามประชาภิวัฒน์"...อิงกับผู้ชุมนุมและเป็นกุนซือทางความคิดให้กับ กปปส.ในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็น พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ,คมสันต์ โพธิ์คง, บรรเจิด สิงหคะเนติ , จรัส สุวรรณมาลา และ สุวิชา เป้าอารีย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ยังมีกลุ่มอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือ ทปอ.และ อาจารย์ "ธีรยุทธ บุญมี" ที่ความคิดค่อนข้างสอดคล้องกัน !
"สยามประชาภิวัฒน์"...มองว่า
"สถาบันพระมหากษัตริย์ก็เป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าต่อสังคม และต่อระบบการเมืองไทย ...สาเหตุของปัญหาในสังคมไทยที่เป็นสาเหตุหลักคือ “กลุ่มทุนนิยมเผด็จการ” ....สังคมไทยในปัจจุบันที่มีการมองหรือพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประชาธิปไตยเท่ากับการเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งแล้วทุกสิ่งจะเป็นประชาธิปไตย ซึ่งความคิดหรือความเชื่อแบบนี้ ค่อนข้างจะทำให้ประชาธิปไตยมีความเสี่ยง "
"สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)ที่อิงกับฐานมวลชน ที่ยืนตรงกันข้ามกับ กปปส. เป็นการร่วมกลุ่ม นักคิดนักวิชาการ 151 คน โดยมาจากกลุ่มนิติราษฎร์" กลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเป็นต้น
อาทิ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, นิธิ เอียวศรีวงศ์, วรเจตน์ ภาคคีรัตน์, เกษียร เตชะพีระ, พนัส ทัศนียานนท์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นต้น
กลุ่มนี้มองว่า
"มีหลักการของการก่อตั้ง 4 ข้อคือ 1. ไม่เห็นด้วยกับการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการขัดแย้งทางการเมือง 2. ไม่เป็นด้วยกับการแทรกแซงทางการเมืองของทหาร 3. เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่สิทธิเสรีภาพ และ 4. เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่ประชาธิปไตยของคนไทย และข้อเสนอของการก่อตั้งสภาประชาชนหรือนายกฯพระราชทาน เป็นไปไม่ได้ในทางกฎหมาย และทางการเมืองเป็นเงื่อนไขของการที่จะนำไปสู่วิกฤติและทางตันทางการเมือง"
เสกสรรค์ ประเสริฐกุลแม้จะไม่"ลงชื่อ"ในกลุ่ม สปป.แต่เมื่อย้อนดูแนวคิดและมุมมองที่ปาฐกถาพิเศษ 13-14 ต.ค.2546 ที่ผ่านมา โดนใจกลุ่มสปป.โดยตรง
เป็นยุคที่"ประชาภิวัฒน์ ปะทะ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย !
เป็นยุคที่ "เสกสรรค์ ประเสริฐกุล -ธีรยุทธ บุญมี" คิดเพื่อประเทศไทยกันคนละมุม !
นักวิชาการ,สื่อสารมวลชน ถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาททางความคิดของคนในชาติอย่างมาก ความขัดแย้งที่ผ่านมา ย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
หากจะเห็นสันติสุข ของประเทศในวันข้างหน้า นักวิชาการก็สมควรอย่างยิ่งที่ต้อง"ตกผลึก"ระดับหนึ่งว่าจะนำพาประเทศไปทิศทางไหน แน่นอน ต้องเริ่มจาก"ดึง"ตัวเองออกมาจาก"ขั้ว"อำนาจทางการเมือง กลับมาทำหน้าที่ผลักดันแนวคิดอย่างเสรีภาพ
ข้อเสนอเพื่อให้ประเทศชาติสันติสุข... เอาเข้าจริงนักวิชาการ อาจ"ปรองดอง"กันยากกว่าประชาชนด้วยซ้ำ!
วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556
แถลงการณ์สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) ฉบับที่ ๓
เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และคณะรัฐมนตรีรักษาการในการจัดการการเลือกตั้ง
ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ เสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ออกไป จนกว่าจะหาข้อยุติระหว่างคู่ขัดแย้งร่วมกันได้นั้น สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กกต. ไม่ได้แสดงออกถึงความเลื่อมใสที่มีต่อการเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ดังจะเห็นได้ว่า กกต.ไม่เคยพยายามชี้แจงยืนยันให้สังคมและคู่ขัดแย้งทางการเมืองยอมรับความสำคัญและความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และสิทธิอันเท่าเทียมกันของประชาชนทุกหมู่เหล่าเลย
ยิ่งไปกว่านั้น กกต.บางท่านยังแสดงพฤติกรรมให้สาธารณชนเห็นว่าขาดเจตจำนงที่จะดำเนินการให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ทั้งนี้เนื่องจากนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร กกต.บางท่านได้พยายามเสนอว่าอาจเลื่อนการเลือกตั้งได้ และแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลไปเจรจากับฝ่ายผู้ชุมนุม ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. เมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากการที่ผู้ชุมนุมพยายามขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง กกต.ก็ไม่ได้พยายามแสวงหาช่องทางอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง การรับสมัครเลือกตั้งออนไลน์ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่กลับยังยืนยันใช้สถานที่ที่กำหนดไว้เดิมและวิธีการในการสมัครรับเลือกตั้งแบบเดิม
สภาวการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพฤติกรรมของ กกต. ทำให้เกิดความกังวลขึ้นทั่วไปในหมู่ของประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งว่าจะเกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นได้จริง สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้ทรงสิทธิเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมและกฎหมายดังนี้
๑. เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนย่อมมีความชอบธรรมในการที่จะแสดงออกซึ่งความเป็นเจ้าของอำนาจรัฐผ่านการแสดงเจตนาออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ดังนั้น การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ย่อมเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชน ประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งย่อมสามารถดำเนินการด้วยวิถีทางใดๆ ตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิเลือกตั้งอันชอบธรรมของตนได้
๒. เมื่อพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๖ กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไปในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ กกต.จึงมีหน้าที่จัดการการเลือกตั้งในวันดังกล่าวให้จงได้ ไม่มีทางเลือกอื่น หากมีเหตุที่ไม่สามารถจัดการการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดได้ในวันเลือกตั้ง กกต.ย่อมต้องใช้ดุลพินิจเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาออกไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวในภายหลังเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนครบจำนวน ด้วยเหตุผลข้างต้น กกต. จึงต้องดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดเวลาที่ประกาศไว้ ในกรณีที่กกต.ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการของกฎหมายโดยถือเอาเหตุผลที่ปรากฏในแถลงการณ์ฯ เป็นข้ออ้าง รวมทั้งจะดำเนินการใดๆ ในฐานะกรรมการการเลือกตั้งเป็นรายบุคคล อันส่งผลให้การรับสมัครรับเลือกตั้งไม่เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ย่อมถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งทุกคนซึ่งเป็นผู้เสียหายมีสิทธิแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ กกต.ที่กระทำการดังกล่าวนี้ได้
๓. หากคณะรัฐมนตรีรักษาการยอมรับข้อเสนอของกกต. และดำเนินการให้มีเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งๆที่ไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญรองรับการดำเนินการดังกล่าว ย่อมเท่ากับว่า คณะรัฐมนตรีรักษาการจงใจใช้อำนาจหน้าที่กระทำการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติบังคับให้ต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร การเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปออกไปจนเกินกว่าหกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร อาจถือได้ว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการเป็นผู้กระทำความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับคณะรัฐมนตรีคณะนี้ได้เช่นกัน
๔. เพื่อให้การดำเนินการสมัครรับเลือกตั้งดำเนินการต่อไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของ กกต. และผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง และขอให้ กกต.ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในกรณีจำเป็นรัฐบาลอาจต้องสั่งการให้กองทัพเข้ามาหนุนเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมให้ยึดถือตามบทกฎหมาย เป็นไปตามหลักสากล และระมัดระวังไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตกับทุกฝ่าย
๕. วิกฤติที่กำลังดำเนินอยู่นี้เป็นวิกฤติของการฝ่าฝืนกฎหมาย ฉีกรัฐธรรมนูญ และทำลายระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ทั้ง กกต.และรัฐบาลจะต้องไม่ร่วมมือหรือโอนอ่อนผ่อนตามให้กับการกระทำดังกล่าว ประการสำคัญ กกต.และรัฐบาลไม่มีสิทธิหรืออำนาจที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยการล้มเลิกการเลือกตั้ง
สุดท้าย สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยขอย้ำว่า กกต. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.จึงต้องกระทำอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเลือกตั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคณะรัฐมนตรีรักษาการจะต้องยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เกิดจากการเลือกตั้งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ การพยายามทำให้การเลือกตั้งสะดุดหยุดลงจะ ไม่เป็นผลดีต่อสังคมเพราะอาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงระลอกใหม่ได้ ซึ่งหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น กกต. ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
ประการสำคัญ การเลือกตั้งคือการยืนยันต่อกลุ่มการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยว่า พวกเขาต้องยอมรับอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนทั้งประเทศ สิทธิของประชาชนไทยล้วนเท่าเทียมกัน การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของกกต. เท่านั้น ที่จะช่วยให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖
และคณะรัฐมนตรีรักษาการในการจัดการการเลือกตั้ง
ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ เสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ออกไป จนกว่าจะหาข้อยุติระหว่างคู่ขัดแย้งร่วมกันได้นั้น สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กกต. ไม่ได้แสดงออกถึงความเลื่อมใสที่มีต่อการเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ดังจะเห็นได้ว่า กกต.ไม่เคยพยายามชี้แจงยืนยันให้สังคมและคู่ขัดแย้งทางการเมืองยอมรับความสำคัญและความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และสิทธิอันเท่าเทียมกันของประชาชนทุกหมู่เหล่าเลย
ยิ่งไปกว่านั้น กกต.บางท่านยังแสดงพฤติกรรมให้สาธารณชนเห็นว่าขาดเจตจำนงที่จะดำเนินการให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ทั้งนี้เนื่องจากนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร กกต.บางท่านได้พยายามเสนอว่าอาจเลื่อนการเลือกตั้งได้ และแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลไปเจรจากับฝ่ายผู้ชุมนุม ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. เมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากการที่ผู้ชุมนุมพยายามขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง กกต.ก็ไม่ได้พยายามแสวงหาช่องทางอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง การรับสมัครเลือกตั้งออนไลน์ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่กลับยังยืนยันใช้สถานที่ที่กำหนดไว้เดิมและวิธีการในการสมัครรับเลือกตั้งแบบเดิม
สภาวการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพฤติกรรมของ กกต. ทำให้เกิดความกังวลขึ้นทั่วไปในหมู่ของประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งว่าจะเกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นได้จริง สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้ทรงสิทธิเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมและกฎหมายดังนี้
๑. เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนย่อมมีความชอบธรรมในการที่จะแสดงออกซึ่งความเป็นเจ้าของอำนาจรัฐผ่านการแสดงเจตนาออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ดังนั้น การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ย่อมเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชน ประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งย่อมสามารถดำเนินการด้วยวิถีทางใดๆ ตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิเลือกตั้งอันชอบธรรมของตนได้
๒. เมื่อพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๖ กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไปในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ กกต.จึงมีหน้าที่จัดการการเลือกตั้งในวันดังกล่าวให้จงได้ ไม่มีทางเลือกอื่น หากมีเหตุที่ไม่สามารถจัดการการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดได้ในวันเลือกตั้ง กกต.ย่อมต้องใช้ดุลพินิจเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาออกไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวในภายหลังเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนครบจำนวน ด้วยเหตุผลข้างต้น กกต. จึงต้องดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดเวลาที่ประกาศไว้ ในกรณีที่กกต.ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการของกฎหมายโดยถือเอาเหตุผลที่ปรากฏในแถลงการณ์ฯ เป็นข้ออ้าง รวมทั้งจะดำเนินการใดๆ ในฐานะกรรมการการเลือกตั้งเป็นรายบุคคล อันส่งผลให้การรับสมัครรับเลือกตั้งไม่เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ย่อมถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งทุกคนซึ่งเป็นผู้เสียหายมีสิทธิแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ กกต.ที่กระทำการดังกล่าวนี้ได้
๓. หากคณะรัฐมนตรีรักษาการยอมรับข้อเสนอของกกต. และดำเนินการให้มีเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งๆที่ไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญรองรับการดำเนินการดังกล่าว ย่อมเท่ากับว่า คณะรัฐมนตรีรักษาการจงใจใช้อำนาจหน้าที่กระทำการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติบังคับให้ต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร การเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปออกไปจนเกินกว่าหกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร อาจถือได้ว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการเป็นผู้กระทำความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประชาชนผู้ทรงสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับคณะรัฐมนตรีคณะนี้ได้เช่นกัน
๔. เพื่อให้การดำเนินการสมัครรับเลือกตั้งดำเนินการต่อไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของ กกต. และผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง และขอให้ กกต.ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในกรณีจำเป็นรัฐบาลอาจต้องสั่งการให้กองทัพเข้ามาหนุนเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมให้ยึดถือตามบทกฎหมาย เป็นไปตามหลักสากล และระมัดระวังไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตกับทุกฝ่าย
๕. วิกฤติที่กำลังดำเนินอยู่นี้เป็นวิกฤติของการฝ่าฝืนกฎหมาย ฉีกรัฐธรรมนูญ และทำลายระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ทั้ง กกต.และรัฐบาลจะต้องไม่ร่วมมือหรือโอนอ่อนผ่อนตามให้กับการกระทำดังกล่าว ประการสำคัญ กกต.และรัฐบาลไม่มีสิทธิหรืออำนาจที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยการล้มเลิกการเลือกตั้ง
สุดท้าย สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยขอย้ำว่า กกต. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.จึงต้องกระทำอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเลือกตั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคณะรัฐมนตรีรักษาการจะต้องยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เกิดจากการเลือกตั้งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ การพยายามทำให้การเลือกตั้งสะดุดหยุดลงจะ ไม่เป็นผลดีต่อสังคมเพราะอาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงระลอกใหม่ได้ ซึ่งหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น กกต. ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
ประการสำคัญ การเลือกตั้งคือการยืนยันต่อกลุ่มการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยว่า พวกเขาต้องยอมรับอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนทั้งประเทศ สิทธิของประชาชนไทยล้วนเท่าเทียมกัน การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของกกต. เท่านั้น ที่จะช่วยให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖
ศอ.รส.ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่สนามไทยญี่ปุ่น
ศอ.รส.ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ห้ามบุคคลใดเข้าหรือต้องออกจากพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะโดยรอบในรัศมี 50 เมตร
วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. แถลงฉบับที่ 13/2556 เรื่องห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะตามที่ได้มีประกาศเรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 พ.ย 56 ให้เขตพื้นที่กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี อ.บางพลี และ จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยให้บรรดาประกาศข้อกำหนดคำสั่ง หรือการดำเนินการใดของศูนย์อำนวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมาย จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามประกาศเรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 18 ต.ค 56 ยังคงมีผลบังคับใช้โดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 25 พ.ย. - 31 ธ.ค. 56 และมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 25 พ.ย. 56 ซึ่งได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ จะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เกินสมควรแก่เหตุได้ นั้น
เพื่อประโยชน์ในการปกป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ในพื้นที่ตามวรรค 1 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ สามารถป้องกันควบคุมไม่ให้สถานการณ์ขยายรุกรามจนเกิดความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรรวมทั้งการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 ข้อ 4 และวรรค 3 ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย จึงออกประกาศกำหนดดังนี้ ข้อ 1.ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ซึ่งมีพฤติการณ์ อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือกระทำการยั่วยุ ปั่นป่วนต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาต หรือได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่
-ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น)
- ถนนบริเวณโดยรอบศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ได้แก่ ถ.มิตรไมตรี และ ถ.ประชาสงเคราะห์ ทั้งนี้ให้รวมถึงพื้นที่บริเวณถนน ทางเท้า คูคลอง พื้นที่สาธารณะ ต่อเนื่องไปอีกในรัศมี 50 เมตร
2.ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะในเส้นทางตามข้อ 1.(2) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
3.ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตรหรือเทียบเท่า เป็นผู้ดำเนินการตามประกาศนี้
4.ประกาศกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2556 -
วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. แถลงฉบับที่ 13/2556 เรื่องห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะตามที่ได้มีประกาศเรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 พ.ย 56 ให้เขตพื้นที่กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี อ.บางพลี และ จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยให้บรรดาประกาศข้อกำหนดคำสั่ง หรือการดำเนินการใดของศูนย์อำนวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมาย จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามประกาศเรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 18 ต.ค 56 ยังคงมีผลบังคับใช้โดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 25 พ.ย. - 31 ธ.ค. 56 และมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 25 พ.ย. 56 ซึ่งได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ จะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เกินสมควรแก่เหตุได้ นั้น
เพื่อประโยชน์ในการปกป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ในพื้นที่ตามวรรค 1 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ สามารถป้องกันควบคุมไม่ให้สถานการณ์ขยายรุกรามจนเกิดความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรรวมทั้งการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 ข้อ 4 และวรรค 3 ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย จึงออกประกาศกำหนดดังนี้ ข้อ 1.ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ซึ่งมีพฤติการณ์ อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือกระทำการยั่วยุ ปั่นป่วนต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาต หรือได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่
-ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น)
- ถนนบริเวณโดยรอบศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ได้แก่ ถ.มิตรไมตรี และ ถ.ประชาสงเคราะห์ ทั้งนี้ให้รวมถึงพื้นที่บริเวณถนน ทางเท้า คูคลอง พื้นที่สาธารณะ ต่อเนื่องไปอีกในรัศมี 50 เมตร
2.ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะในเส้นทางตามข้อ 1.(2) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
3.ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตรหรือเทียบเท่า เป็นผู้ดำเนินการตามประกาศนี้
4.ประกาศกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2556 -
4 ธนาคารปฏิเสธอายัดบัญชี 38 แกนนำตามคำร้อง “ธาริต” ชี้ข้อหากบฏยังไม่ได้รับการพิสูจน์
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
26 ธันวาคม 2556 12:51 น.
“ธาริต” โต้ธนาคารไม่ให้ความร่วมมือในการอายัดบัญชีเพราะข้อหากบฏยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ชี้มีเพียง 4 ธนาคารที่ขอให้ดีเอสไอยืนยันการสั่งอายัดบัญชีธนาคารแกนนำ ขณะที่ 20 ธนาคารของรัฐฯ ดำเนินการทุกรายการบัญชีแล้ว
วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารไม่ให้ความร่วมมือในการอายัดบัญชีธนาคารของแกนนำ กปปส.ตามที่ทางดีเอสไอได้มีหนังสือแจ้งไป โดยระบุเหตุผลว่าเนื่องจากข้อหากบฏยังไม่ได้รับการพิสูจน์นั้น ตนขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีเพียงธนาคาร 4 ธนาคารเท่านั้นที่ต้องการให้ดีเอสไอยืนยันความถูกต้อง ซึ่งหมายถึงต้องการให้ทางดีเอสไอยืนยันว่าจะให้อายัดบัญชีจริงหรือไม่ สำหรับธนาคารที่ต้องการให้ดีเอสไอยืนยันมีจำนวน 4 ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งนี้ ตนได้แจ้งยืนยันกับธนาคารแล้วเมื่อเช้าวันนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับธนาคารที่ได้ให้ความร่วมมือและดำเนินการอายัดบัญชีของแกนนำทั้ง 38 คนแล้ว มีประมาณ 20 ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน โดยเป็นการอายัดบัญชีของแกนนำทั้ง 38 คนทุกรายการ
อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำหรับทางธนาคารที่ให้ความร่วมมืออายัดบัญชีธนาคารยังได้สอบถามความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการมายังดีเอสไอว่าจะต้องอายัดบัญชีในส่วนที่แกนนำ กปปส.ได้เปิดบัญชีธนาคารร่วมกับผู้อื่นด้วยหรือไม่ ซึ่งตนได้แจ้งไปว่าดีเอสไอไม่ได้สั่งอายัดในส่วนนี้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้อื่นต้องมาเดือดร้อนด้วยถ้าหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด แต่ได้ขอให้ทางธนาคารส่งสเตทเมนต์ย้อนหลังบัญชีระยะเวลา 6 เดือนมาให้ เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดหรือไม่ด้วย
26 ธันวาคม 2556 12:51 น.
“ธาริต” โต้ธนาคารไม่ให้ความร่วมมือในการอายัดบัญชีเพราะข้อหากบฏยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ชี้มีเพียง 4 ธนาคารที่ขอให้ดีเอสไอยืนยันการสั่งอายัดบัญชีธนาคารแกนนำ ขณะที่ 20 ธนาคารของรัฐฯ ดำเนินการทุกรายการบัญชีแล้ว
วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารไม่ให้ความร่วมมือในการอายัดบัญชีธนาคารของแกนนำ กปปส.ตามที่ทางดีเอสไอได้มีหนังสือแจ้งไป โดยระบุเหตุผลว่าเนื่องจากข้อหากบฏยังไม่ได้รับการพิสูจน์นั้น ตนขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีเพียงธนาคาร 4 ธนาคารเท่านั้นที่ต้องการให้ดีเอสไอยืนยันความถูกต้อง ซึ่งหมายถึงต้องการให้ทางดีเอสไอยืนยันว่าจะให้อายัดบัญชีจริงหรือไม่ สำหรับธนาคารที่ต้องการให้ดีเอสไอยืนยันมีจำนวน 4 ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งนี้ ตนได้แจ้งยืนยันกับธนาคารแล้วเมื่อเช้าวันนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับธนาคารที่ได้ให้ความร่วมมือและดำเนินการอายัดบัญชีของแกนนำทั้ง 38 คนแล้ว มีประมาณ 20 ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน โดยเป็นการอายัดบัญชีของแกนนำทั้ง 38 คนทุกรายการ
อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำหรับทางธนาคารที่ให้ความร่วมมืออายัดบัญชีธนาคารยังได้สอบถามความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการมายังดีเอสไอว่าจะต้องอายัดบัญชีในส่วนที่แกนนำ กปปส.ได้เปิดบัญชีธนาคารร่วมกับผู้อื่นด้วยหรือไม่ ซึ่งตนได้แจ้งไปว่าดีเอสไอไม่ได้สั่งอายัดในส่วนนี้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้อื่นต้องมาเดือดร้อนด้วยถ้าหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด แต่ได้ขอให้ทางธนาคารส่งสเตทเมนต์ย้อนหลังบัญชีระยะเวลา 6 เดือนมาให้ เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดหรือไม่ด้วย
สรุป ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ จาก คฝ.ณ เวลา 16.00 น.
1. สตต.ธนพล โนเปลือย 25 ผบหมู่กองร้อยที่2 บก. อคฝ. จุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแด ง โดนอาวุธไม่ทราบชนิดถูกยิงเ ข้าที่ไหล่ขวา มีแผลที่หัวไหล่ขวา บาดแผลขนาดประมาณ2เซ็นต์ ลึกถึงกล้ามเนื้อ มีโลหะฝังอยู่ที่กล้ามเนื้อ หน้าอกแต่ไม่เข้าปอด ให้น้ำเกลือ เจาะเลือด เอ์กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่หน ้าอก แอทมิทฉก6/ 604 แพทย์ณัฐพงษ์ ผลเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ไม่โดนเนื้อปอด ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ กำลังขึ้นไปผ่าตัดเพื่อเอาส ิ่งแปลกปลอมออกคะ
2.จ.ส.ต.ทวี วงษ์จันทร์ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ (ป) สังกัด สภ. บางม่วง จ.นครสวรรค์ ประจำจุด ประตู 4 กระทรวงแรงงาน มาด้วยถูกแก๊สน้ำตาและอาวุธ ไม่ทราบชนิด มีแผลที่เท้าขวา การรักษา ล้างตา ให้น้ำเกลือ ทำแผล ส่งตรวจเลือดแอทมิทฉก6/605 แพทย์ณัฐพงษ์
3. ดต.ปรีชา ทองเปี่ยม อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ (จเร) สังกัด สภ.บางม่วง
จ.นครสวรรค์ ประจำจุด กระทรวงแรงงาน มาด้วยอาการถูกแก๊สน้ำตา ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดตีที่ศี รษะและแขนขวาเกิดเหตุประมาณ 9.00 น. การวินิจฮัย กล้ามเนื้อฟกช้ำ ระคายเคืองจากโดนแก๊สน้ำตา การรักษา ทำความสะอาดร่างกาย เอ็กเรย์ ให้ยารับประทาน จำหน่ายกลับจุดที่พัก
4. ดต. นิมิตร ทองคำ 42ปี ผบหมู่ ป. สภ ธงชัย จ. ประจวบคีรีขันธ์ จุดกระทรวงแรงงาน โดนอาวุธ ระเบิดปิงปองไม่ทราบชนิดกระ เด็นใส่เท้าขวา มีแผลถลอก ปวดเท้าขวา เอ็กซ์เรย์ รอผล
5. สตอ.ธนัญชัย (ธงชัย)มณีวรรณกุล 32ปี ผบหมู่ ป. สภสอยดาว จ. จันทบุรี จุดกระทรวงแรงงาน ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดยิงเข้า โล่ห์และกระแทกเข้าศรีษะ มีอาการปวดศรีษะ และแสบตา ล้างตา ล้างตัว เอ็กซ์เรย์ รอผลตรวจ
6. จ.ส.ต.สิทธิพร กล้องพรม 34 ปี สภ.บางม่วง จว.นครสวรรค์ โดนสะเก็ดระเบิดปิงปองที่สะ โพกซ้าย 2 ซม.
7. พตอ. ชูเกียรติ วงศ์สิทธิการ อายุ54ปี รองผบก จ. นครสวรรค์ จุดประตู1กระทรวงแรงงาน ให้ประวัติหลบอาวุธไม่ทราบช นิด ข้อเท้าพลิก มีปวดข้อเท้าขวา แผลถลอก ทำความสะอาดบาดแผล ล้างตา รอแพทย์ตรวจอย่างละเอียด ให้ออกซิเจน 4ลิตร เนื่องจากความเข้มข้นออกซิเ จนในเลือดต่ำ
8. จสต. มนตรี ชัยประภา อายุ 36 ผบหมู่ ป. สภ. บางม่วง จ. นครสวรรค์ จุดกระทรวงแรงงาน โดนอาวุธไม่ทราบชนิดปาใส่ลำ ตัว มีแผลถลอกแขนขวา โดนแก๊สน้ำตา ล้างตา ล้างตัว รอสังเกตุอาการ
9. ส.ต.อ.ปภาวิน แสงจันทร์ อายุ32ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองร้อยที่2 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กก.คฝ1. ประจำจุดประตู1อาคารกีฬาเวช มาด้วยถูกวัตถุไม่ทราบชนิดเ ป็นรูทะลุหมวกเหล็ก ส่งทำCTสมองด่วน
10. ส.ต.ต.ณัฐพงษ์ บุตรพรม อายุ24ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่2 อารักขาและควบคุมฝูงชน2 บก.อคฝ.มาด้วยถูกอาวุธไม่ทร าบชนิดยิงเข้าเข่าซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
11. ส.ต.ต.สุภกิตติ์ พูลศรี อายุ23ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่1 กองกำกับการควบคุมฝูงชน2 ประจำจุดประตู1สนามกีฬาไทยญ ี่ปุ่น-ดินแดง ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดยิงเข้า โคนต้นขาซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
12.ด.ต.พันธุ์ลักษณ์ กุลสิงห์ อายุ 39ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ประจำจุดประตู1 กระทรวงแรงงาน มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าที่มือขวา มีแผลรูเปิดที่โคนนิ้วชี้มื อขวา
13. ส.ต.ต.เจษฎา ห้วยหงษ์ทอง อายุ26ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองร้อยที่2 กก.ควบคุมฝูงชน บก.อคฝ. ประจำจุดประตู1กระทรวงแรงงา น มาด้วยถูกสะเก็ดอาวุธไม่ทรา บชนิดกระเด็นใส่มือซ้ายมีแผ ลถลอกมือซ้าย
รายที่14ร.ต.ท.ไพโรจน์ เผื่อนผึ้ง อายุ 41ปี ตำแหน่งรองสวป. สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ประจำจุดประตู1กระทรวงแรงงา น มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าที่หน้าแข้งขาซ้ายมีแ ผลรูเปิดที่ขาซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่15.ด.ต.พันธ์ศักดิ์ อินทะสอน อายุ47ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.เตาปูน กรุงเทพ ประจำจุด บชน. มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดต ีที่มือซ้าย,ตีที่ศรีษะ ปวดมือซ้ายและปวดศรีษะ อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่16.ส.ต.ต.ธีระยุทธ ทองผุด อายุ 25ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่3. กก.ควบคุมฝูงชน1 ประจำจุดกระทรวงแรงงาน มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดป าใส่ข้อเท้าขวา ปวดข้อเท้าขวา อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่17.ส.ต.ท.เกียติศักดิ ์ ดวงใจ อายุ 29ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ ปราบปราม สภ.เขาคิชกูฎ จ.จันทบุรี ประจำจุด สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าใส่ขาซ้ายมีแผลที่ขาซ ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่18.ด.ต.เอกฉัตร สมศิริ อายุ38ปี ตำแหน่งผบหมู่งานสืบสวน สน.บางเขน กทม. ประจำจุด บชน. มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดต ีที่ศรีษะมีอาการปวดศรีษะ อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่19.ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ สมพร อายุ25ปี ผบ.หมู่ กองร้อยที่2 กก.ควบคุมฝูงชน2 บก.อคฝ. ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น -ดินแดงประตู1 มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าที่เข่าซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
รายที่20.พ.ต.ท.ภูมิภัฒน์ พงศ์บุณย์ดี อายุ35ปี ตำแหน่งสวป.สภ.สระแก้ว ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น -ดินแดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเาที่ใต้ตาขวามีแผลเปิด อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
21. ส.ต.ต.พงศกร บุญอินทร์ อายุ24ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.นางเลิ้ง กทม. ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น -ดินแดง มาด้วยถูกแก๊สน้ำตา มีอาการแสบตา
22..จ.ส.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ อายุ45ปี สน.ตลาดพลู ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น -ดินแดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าที่หน้าอกด้านขวา ขณะนี้แพทย์กำลังช่วยชีวิต เสียชีวิต 16.00 น
23. ด.ต.ศักดิ์ชาย เสนาธรรม อายุ47ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม ภจว.พระนครศรีอยุธยา ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น -ดินแเดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงเข้าที่คางมีบาดแผลที่คาง อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
24. ด.ต.สุวรรณ์ คำยวง อายุ42ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.ราษฎร์บูรณะ กทม. ประจำจุด สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย ิงที่ข้อเท้าซ้ายมีแผลเปิดท ี่ข้อเท้าซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
25 ส.ต.ต.พงษ์พันธุ์ จันทร์ชัย อายุ 20 ปี ผบ หมู่ (ป) สังกัด สำเหร่ กทม. ประจำจุด สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง มาด้วยอาการถูกอาวุธไม่ทรทบ ชนิดยิงเข้าที่ขาซ้าย มีแผลรูระบิดที่ขาซ้าย อยู่ระหว่างแพทย์ทำการรักษา
ตร.เจ็บป่วยทั่วไป
รายที่1 สตอ. อภิชาติ ทรัพย์สุจริต 30ปี ผบหมู่ป้องกัน ปราบปราม สน. พระโขนง จุดทำเนียบรัฐบาล เจ็บข้อนิ้วนางด้านขวามา1วั น dx ปวดกล้ามเนื้อ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย เอ้กซ์เรย์ รับยา ใบรับรองแพทย์หยุด 3วัน
2.จ.ส.ต.ทวี วงษ์จันทร์ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ (ป) สังกัด สภ. บางม่วง จ.นครสวรรค์ ประจำจุด ประตู 4 กระทรวงแรงงาน มาด้วยถูกแก๊สน้ำตาและอาวุธ
3. ดต.ปรีชา ทองเปี่ยม อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ (จเร) สังกัด สภ.บางม่วง
จ.นครสวรรค์ ประจำจุด กระทรวงแรงงาน มาด้วยอาการถูกแก๊สน้ำตา ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดตีที่ศี
4. ดต. นิมิตร ทองคำ 42ปี ผบหมู่ ป. สภ ธงชัย จ. ประจวบคีรีขันธ์ จุดกระทรวงแรงงาน โดนอาวุธ ระเบิดปิงปองไม่ทราบชนิดกระ
5. สตอ.ธนัญชัย (ธงชัย)มณีวรรณกุล 32ปี ผบหมู่ ป. สภสอยดาว จ. จันทบุรี จุดกระทรวงแรงงาน ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดยิงเข้า
6. จ.ส.ต.สิทธิพร กล้องพรม 34 ปี สภ.บางม่วง จว.นครสวรรค์ โดนสะเก็ดระเบิดปิงปองที่สะ
7. พตอ. ชูเกียรติ วงศ์สิทธิการ อายุ54ปี รองผบก จ. นครสวรรค์ จุดประตู1กระทรวงแรงงาน ให้ประวัติหลบอาวุธไม่ทราบช
8. จสต. มนตรี ชัยประภา อายุ 36 ผบหมู่ ป. สภ. บางม่วง จ. นครสวรรค์ จุดกระทรวงแรงงาน โดนอาวุธไม่ทราบชนิดปาใส่ลำ
9. ส.ต.อ.ปภาวิน แสงจันทร์ อายุ32ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองร้อยที่2 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กก.คฝ1. ประจำจุดประตู1อาคารกีฬาเวช
10. ส.ต.ต.ณัฐพงษ์ บุตรพรม อายุ24ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่2 อารักขาและควบคุมฝูงชน2 บก.อคฝ.มาด้วยถูกอาวุธไม่ทร
11. ส.ต.ต.สุภกิตติ์ พูลศรี อายุ23ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่1 กองกำกับการควบคุมฝูงชน2 ประจำจุดประตู1สนามกีฬาไทยญ
12.ด.ต.พันธุ์ลักษณ์ กุลสิงห์ อายุ 39ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ประจำจุดประตู1 กระทรวงแรงงาน มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย
13. ส.ต.ต.เจษฎา ห้วยหงษ์ทอง อายุ26ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองร้อยที่2 กก.ควบคุมฝูงชน บก.อคฝ. ประจำจุดประตู1กระทรวงแรงงา
รายที่14ร.ต.ท.ไพโรจน์ เผื่อนผึ้ง อายุ 41ปี ตำแหน่งรองสวป. สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ประจำจุดประตู1กระทรวงแรงงา
รายที่15.ด.ต.พันธ์ศักดิ์ อินทะสอน อายุ47ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.เตาปูน กรุงเทพ ประจำจุด บชน. มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดต
รายที่16.ส.ต.ต.ธีระยุทธ ทองผุด อายุ 25ปี ตำแหน่งผบ.หมู่กองร้อยที่3.
รายที่17.ส.ต.ท.เกียติศักดิ
รายที่18.ด.ต.เอกฉัตร สมศิริ อายุ38ปี ตำแหน่งผบหมู่งานสืบสวน สน.บางเขน กทม. ประจำจุด บชน. มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดต
รายที่19.ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ สมพร อายุ25ปี ผบ.หมู่ กองร้อยที่2 กก.ควบคุมฝูงชน2 บก.อคฝ. ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น
รายที่20.พ.ต.ท.ภูมิภัฒน์ พงศ์บุณย์ดี อายุ35ปี ตำแหน่งสวป.สภ.สระแก้ว ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น
21. ส.ต.ต.พงศกร บุญอินทร์ อายุ24ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.นางเลิ้ง กทม. ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น
22..จ.ส.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ อายุ45ปี สน.ตลาดพลู ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น
23. ด.ต.ศักดิ์ชาย เสนาธรรม อายุ47ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม ภจว.พระนครศรีอยุธยา ประจำจุดสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น
24. ด.ต.สุวรรณ์ คำยวง อายุ42ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ปราบปราม สน.ราษฎร์บูรณะ กทม. ประจำจุด สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง มาด้วยถูกอาวุธไม่ทราบชนิดย
25 ส.ต.ต.พงษ์พันธุ์ จันทร์ชัย อายุ 20 ปี ผบ หมู่ (ป) สังกัด สำเหร่ กทม. ประจำจุด สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง มาด้วยอาการถูกอาวุธไม่ทรทบ
ตร.เจ็บป่วยทั่วไป
รายที่1 สตอ. อภิชาติ ทรัพย์สุจริต 30ปี ผบหมู่ป้องกัน ปราบปราม สน. พระโขนง จุดทำเนียบรัฐบาล เจ็บข้อนิ้วนางด้านขวามา1วั
รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บ
18.10น.ผอ.รพ.ราชวิถี รายงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกัน 2 คน เป็นปชช.ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเนื่องจากถูกกระสุนโลหะ ไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจ และผสข.ญี่ปุ่นถูกของแข็งกระแทกที่ใบหน้าโหนกแก้มแตก
19.00น. ศูนย์เอราวัณกทม. รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ทั้งหมด 96 ราย และเสียชีวิต 1 ราย (เป็นจนท.ตร.) รวมทั้งหมด 97 ราย โดยนำส่งผู้บาดเจ็บที่ รพ.ราชวิถี จำนวน 41 ราย รพ.พระมงกุฎเกล้า จำนวน 8 ราย รพ.รามาธิบดี จำนวน 10 ราย รพ.พญาไท1 จำนวน 1 ราย รพ.เปาโล จำนวน 2 ราย รพ.ทหารผ่านศึก จำนวน 6 ราย รพ.ตำรวจ จำนวน 28 ราย
19.00น. ศูนย์เอราวัณกทม. รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ทั้งหมด 96 ราย และเสียชีวิต 1 ราย (เป็นจนท.ตร.) รวมทั้งหมด 97 ราย โดยนำส่งผู้บาดเจ็บที่ รพ.ราชวิถี จำนวน 41 ราย รพ.พระมงกุฎเกล้า จำนวน 8 ราย รพ.รามาธิบดี จำนวน 10 ราย รพ.พญาไท1 จำนวน 1 ราย รพ.เปาโล จำนวน 2 ราย รพ.ทหารผ่านศึก จำนวน 6 ราย รพ.ตำรวจ จำนวน 28 ราย
คำถาม ที่ไม่รูัจะตอบเช่นไร....กับทหาร
โดย วาสนา นาน่วม
หลังเหตุการณ์ ตลอดทั้งวัน จนค่ำคืน และต่อจากนี้ ทำให้มีคนถามมาเยอะว่า ยิงกันตายแบบนี้ ทหารอยู่เฉย ได้ไง ทำไม ไม่ออกมา...ก็ถามว่า จะให้ออกมาแบบไหน ทหารไม่มีหน้าที่โดยตรงในการปราบม็อบ หรือคุมจลาจล ยังเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่ แล้วถามกลับว่า ทหาร ก็ไม่มีอาวุธ แล้วยิงกันด้วยกระสุนจริง แบบนั้น ทหารก็เป็นคนนะครับ ไม่ใช่ superman ยิงไม่เข้า. ทหารก็เป็นคน เจ็บเป็น ตายเป็น แล้วที่เห็นๆ ก็พี่นัอง ลูกหลาน พ่อ ลุง ประชาชน ทั้งนั้น หาใช่ ผบ.ทบ.หรือ บิ๊กๆ ที่มาวิ่งเสี่ยงกระสุน อยู่ตรงนี้ ดังนั้น ผบ.ทบ.เองจะสั่งให้ทหาร มาดูแล หย่าศึก ห้ามทัพ ท่าน!ก็ต้องนึกถึง ความปลอดภัยของลูกน้อง เช่นกัน. ..
,.แต่พวกที่ ถามว่า แบบนี้ ทหารต้องออกมาได้แล้ว สถานการณ์บีบคั้นแล้ว แบบว่า ออกมาปฏิวัติได้แล้ว...โห!!! ก็ตัองถามกลับว่า ปฏิวัติแล้วมันจบปะ? เสื้อแดงออกมาต้านปฏิวัติ มั้ย นองเลือดมั้ย ทหารตัองแบกภาระ. ถ้าปฏิวัติแล้ว นองเลือด ยิ่งกว่า ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น วันนี้อีกล่ะ ปฏิวัติ แล้วไทยจะอยู่ตรงไหนในอาเซี่ยน และสังคมโลก
...ไม่ใช่ ทหารไม่คิดปฏิวัตินะ บางอารมณ์ ก็พลั้งปากว่าปฏิวัติซะดีมั้ย แต่วินาทีต่อจากนั้น จะทำไงต่อ ทหารแบกโลกทั้งใบไว้ เพราะคำถามที่ ผบทบ.ก็ตัองถามตัวเองว่า ปฏิวัติแล้ว แดง-เหลือง จะกลับมารักกันมั้ย หรือจะแตกแยก โกรธแค้นหนักกว่าเดิม แบบต้อง แยกเป็น รัฐ เป็นแคว้น หรือไม่ หากแก้ปัญหานึ้ ด้วยการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมากระนั้นหรือ
จะเห็นว่า ที่ผ่านมาจนตอนนี้ ทหารเฉย ทหารกั๊ก ไม่เลือกข้าง ก็ด่าทหารกันจัง แต่พอถึงเวลา บางคน ก็เรียกหา ทหาร อยากให้ออกมา. แม้ไม่บอกว่า ให้ออกมาทำอะไร แต่ก็เดาใจว่า อยากให้ปฏิวัติ
ไม่แปลกหรอก เพราะหลังปฏิวัติปี2534 จนมาเกิดพค.ทมิฬ2535 ตอนนั้ยเป็นนักข่าวสายทหาร วิ่งออกไปดูม็อบ เผา สน.นางเลิ้ง แต่เมื่ออารมณ์ม็อบรุนแรง ทำลายทุกอย่าง จนต้องวิ่งหนี ในใจก็คิดถึง อยากให้ทหารมาดูแล แต่พอวิ่งไปเจอทหาร ถือปืน กำลังจะมาปราบม็อบ ก็น่ากลัว กลับไปสงสารม็อบ อีก คนไทยเป็นแบบนึ้ ลึกๆแล้วก็หวังพึ่งทหาร....
แต่การมองว่า ปฏิวัติเพื่อแก้ปัญหา เรียกรีองให้ปฏิวัติ หยุดความวุ่นวาย เฉพาะหน้า นั้น อาจไม่ถูกตัองนัก
เพราะต้อง นึกถึงใจ ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบทบ. แม่ทัพนาย กอง กันบ้างหรือไม่...ปฏิวัติสมัยนี้ไม่ง่าย ตัวแปรเยอะ สถานการณ์ยากคาดเดา ..,.ที่ผ่านมา มีเสียงกระซิบมาจากแม่ทัพนายกองว่า ถ้าจำเป็นตัองปฏิวัติจริงๆ ทหาร จะไม่ใช่ทำเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่จะจัดการทั้ง2สีเลย แก้ปัญหาแบบยั่งยืน จะทำเพื่อประเทศจริงๆ
แต่ต้องมองไกล และไม่ง่าย ไม่ใช่ ปฏิวัติไล่รัฐบาล ไล่ม็อบกลับบ้าน แล้วจบ แต่จากนั้น จะทำอะไรต่อ ต้องมองยาวๆ แล้วทหารรับผิดชอบไหวไหม แรกๆก็เชียร์ สุดท้ายทหารก็โดนด่า อีกตามเคย
ที่ผ่านมาผบทบ.หลายท่าน เคยพูดเหมือนกันว่า "ปฏิวัติ ไม่ยากหรอก ทหารมีปืน มีอาวุธ มีกำลัง ยึดไม่กี่ชม.ก็เสร็จ แต่รอดู48ชม.ว่าคุมได้หมดหรือไม่ แต่ที่ยากกว่าคือ ปฏิวัติเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ ทำไงต่อ"...แต่ยุคนี้ต้องดูว่า เสื้อแดง จะสู้อย่างไร ไม่ใช่จบใน48-72ชม.ยึดเบ็ดเสร็จ แต่อาจยาวนานเป็นเดือน เป็นปี หรือหลายปี แบบที่ ปฏิวัติ 19 กย.2549 ยังทิ้งผลพวงความแตกแยกเอาไวั จนวันนี้
เพราะถ้ายึดตามอารมณ์. ทหารคงปฏิวัติทุกวันไปแล้ว เพราะวุ่นวายกันนัก แต่นี่ต้องคิดไกล
แล้วตอนนี้กองทัพเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครมาสั่งให้ปฏิวัติได้ ไม่มีมือที่มองไม่เห็น มาสั่งได้อีก. ทหารจึงต้องคิดดีๆ ทำ เพื่อชาติบ้านเมืองล้วนๆ วางแผนดีๆ รอบคอบเลยเชียว ไม่อย่างนั้น นองเลือด และสงครามกลางเมือง จะอุบัติเร็วกว่าที่คาด แล้วสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด ก็จะเกิดขึ้นตามมาอีกแน่...จบข่าว
ขออนุญาต ตอบคำถาม คนที่ถามมาว่า ทหาร ทำอะไรอยู่ ปล่อยให้ฆ่ากันตาย บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่มีกฏหมาย ก็ไม่รู้จะตอบยังไง. ค่ะ ขอตอบรวมกัน แบบนี้ และ ตอบแทนทหาร ได้แค่นี้ค่ะ...ส่วนคนที่ไม่อยากให้ปฏืวัติ ก็อ่านเล่นๆดูค่ะ...ด้วยความชอบคุณ
ตะลึง!!สห.บุกยึดคลังแสง
ตะลึง!!สห.บุกยึดคลังแสง
26 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันได้มีการโพสต์ภา
แพร่ว่อนภาพ 2 ผู้ชุมนุมถูกซ้อม อ้างตร.คุมสอบที่บก.ตชด.ภ.1
26 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ภาพของ 2 ผู้ชุมนุมที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อม จนคิ้วแตกตาขวาปิด และมีร่องรอยบอบช้ำเต็มหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมปะทุอารมณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
#แนวหน้า
#แนวหน้า
"15 หนังนักข่าว ที่คน(อยาก)เรียน อยากเป็นนักข่าวควรดู"
ช่วงนี้วิชาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะนักข่าวต่างถูกวิพากษ์วิจารณ์และกล่าวถึงค่อนข้างมาก เพราะเป็นอาชีพฐานันดรที่ 4 คือการเป็นผู้สังเกตุการณ์และบอกเล่าความจริง
เป็นนายทวารข่าวสาร เป็นผู้กำหนดวาระข่าวสารสังคม เป็นผู้ค้นหาความจริง เป็นผู้ส่องกระจก และอาจเป็นผู้ถือตะเกียงนำทางให้สังคม
เป็นอาชีพที่มีพลังกำหนดบทบาททางสังคมสูงยิ่งกว่าอาชีพอื่นๆ
อาชีพนักข่าวจึงต้องมีจริยธรรมกำกับ มีหลักการ อุดมการณ์ และวิถีปฏิบัติแห่งวิชาชีพเพื่อเกียรติยศและศักดิศรี
แนะนำหนังนักข่าว 15 เรื่องอื้อฉาวดังนี้ครับ
เป็นนายทวารข่าวสาร เป็นผู้กำหนดวาระข่าวสารสังคม เป็นผู้ค้นหาความจริง เป็นผู้ส่องกระจก และอาจเป็นผู้ถือตะเกียงนำทางให้สังคม
เป็นอาชีพที่มีพลังกำหนดบทบาททางสังคมสูงยิ่งกว่าอาชีพอื่นๆ
อาชีพนักข่าวจึงต้องมีจริยธรรมกำกับ มีหลักการ อุดมการณ์ และวิถีปฏิบัติแห่งวิชาชีพเพื่อเกียรติยศและศักดิศรี
แนะนำหนังนักข่าว 15 เรื่องอื้อฉาวดังนี้ครับ
สถานการณ์ม็อบ คปค.ปะทะตร.กกต.จับสลากเบอร์เลือกตั้ง26ธ.ค.56
06.27น. "สาทิตย์"เผยคนร้ายยิงเอ็ม16ถล่มบ้านพักจ.ตรังกลางดึก เชื่ออำนาจเถื่อนการเมือง เพราะไม่เคยขัดแย้งธุรกิจกับใคร
06.30น. คปท. เคลื่อนขบวนบุกสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น อีกรอบ ขวางการจับสลากหมายเลขแบบบัญชีรายชื่อ
07.14น.บก.จร. รายงาน กลุ่ม คปท. นำมวลชนรถบัส 15 คัน มาที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แล้ว
07.30น.ตำรวจวางกำลังเข้ม ดูแลบ้าน "ยิ่งลักษณ์" กว่า 10 กองร้อย ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่
07.34น.กปปส. ราชดำเนิน ยังปักหลักในพื้นที่ บางส่วนเริ่มตื่นนอน ทยอยทำภารกิจส่วนตัว บนเวทีขณะนี้ยังไม่แกนนำหลักขึ้นปราศรัย
07.37น. มีรายงาน รอง ผบ.ตร."พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา" เข้าบัญชาการดูแลคุมสถานการณ์ที่ไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง หลังม็อบ คปท. พยายามบุกเข้าไป เจอแก๊สน้ำตาสกัด
07.43น.คปท. เคลื่อนขบวน ถึงสนามไทย - ญี่ปุ่น พยายามบุกเข้าไปภายใน เพื่อขัดขวางการจับสลากหมายเลขปาร์ตี้ลิสต์ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาวุ่น
07.51น. 30 พรรคการเมือง มาถึงสนามไทย-ญี่ปุ่นตั้งแต่เช้า รอเข้าคิวจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ เจ้าหน้าที่พร้อมเต็มที่ ไม่กังวลเหตุวุ่นวายภายนอก
08.06น.ปิดถนนมิตรไมตรี หน้าสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง แล้ว หลังเกิดเหตุชุลมุน ตร. ยิงแก๊สน้ำตาสกัดม็อบ
08.29น.ตำรวจ ยังระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ ผู้ชุมนุม คปท. ที่พยายามบุก สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่อง ศูนย์นเรนทร นำผู้บาดเจ็บ ส่ง ร.พ.ราชวิถี แล้ว 1 ราย
08.30น.กกต. เริ่มกระบวนการจับสลากหมายเลขพรรค ในระบบบัญชีรายชื่อ "ชาติพัฒนา" น.พ.วรรณรัตน์ หัวหน้าพรรค มาด้วยตนเอง
08.31น.วุ่นต่อเนื่อง ม็อบโกลาหล ปิดอุโมงค์ดินแดง ส่งผลรถติดขัดยาวเหยียด ด้าน โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ สั่งปิด อพยพนักเรียนกลับบ้านด่วนแล้ว
09.39น.ผอ. ร.ร.พิบูลประชาสรรค์ ประกาศหยุดเรียนพรุ่งนี้เพิ่มอีก ขณะ ฮ. ลำเลียง ตร.บาดเจ็บจากปะทะรักษา ร.พ.ตร. แล้ว
09.39น.คปท. ถอยร่นปักหลักถนนดินแดง หลังตำรวจยังยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่อง ด้านแกนนำ ประกาศระดมมวลชนปิดทางออก หลังพรรคการเมืองจับหมายเลขเสร็จแล้ว
09.48น.สุรพงษ์ แถลง จนท.ตร. จำเป็นต้องปกป้องการจับสลาก ตาม กม. หลังม็อบละเมิด กม. บุกเข้าไป พร้อมยืนยัน ทำตามหลักสากล
09.50น.กปปส. ราชดำเนิน ตั้งขบวน "อัญชะลี" นำทัพ เคลื่อนขบวนไปบุกบ้านนายกฯ ที่โยธินพัฒนาแล้ว
09.52น."ดร.เจษฏ์" ชี้ การเสนอสภาปฏิรูปของรัฐบาล เป็นการแก้เกมการเมืองเท่านั้น เชื่อ จะสร้างปมปัญหาต่อเนื่อง
09.52น.กกต. จับสลากแล้ว พรรคชาติพัฒนา ได้เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 15 พรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 14
ด้าน กกต. รู้สึกไม่สบายใจ ถูกกดดันหนัก นัดถกจุดยืนช่วงบ่าย
09.57น.ธาริต เผย รอแกนนำม็อบ 17 คน มอบตัวรอบแรก แต่ยังไม่ติดต่อมา คาด ไม่มาตามนัดแน่ หลังพามวลชนเคลื่อน
10.04น.ผบก.ภ.จว.ตรัง รุดตรวจสอบบ้านพักของ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" หลังถูกคนร้ายใช้ M16 ยิงถล่ม
10.21น.ฮ. นำ 3 ตำรวจ บาดเจ็บจากเหตุปะทะ หน้าสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น รักษาตัว ร.พ.ตำรวจ แล้ว มีถูกยิงเจ็บสาหัสด้วย
10.26น.ตำรวจ วางกำลังเข้มทุกจุด รับมือ กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมายังบ้านนายกรัฐมนตรี
10.28น.ศูนย์เอราวัณ กทม. รายงาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 56 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดย
นำส่ง ร.พ.ราชวิถี จำนวน 3 ราย ร.พ.พระมงกุฎเกล้า จำนวน 1 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่ง ที่ได้รับการรักษาในที่เกิดเหตุ10.40น.บก.จร. รายงานล่าสุด กลุ่ม กปปส. ไปบ้านนายกฯ แล้ว ย้ำ ขอ
ให้เลี่ยงเส้นทางรอบ - ดินแดง ยังมีปะทะ
10.43น.ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาอีกจำนวนมาก หลังแกนนำ คปท. ประกาศบุกสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น อีกรอบ
10.48น.บรรดาผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ทยอยเดินทางเข้าพรรค ร่วมประชุม กำหนดยุทธศาสตร์ และแผนหาเสียงเลือกตั้งคึกคัก รปภ.เข้มงวด เข้าออกได้ทางเดียว
10.50น.โฆษก ศอ.รส. เผยสำนักข่าวINN มีตำรวจเจ็บ 3 นาย จากเหตุปะทะดินแดง มีถูกยิงด้วยปืนจริงด้วย ไม่ยันมีคนตาย
10.52น. ทนายความแกนนำกลุ่ม กปปส."วิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์" เดินทางมายื่นหนังสือเลื่อนการมอบตัวอ้างติดชุมนุม
11.12น.ศูนย์เอราวัณ รายงานคนบาดเจ็บจากเหตุปะทะ ล่าสุด เจ็บแล้ว 7 ราย ส่งรพ. 3 แห่ง
11.15น."อุทัย" เผย สำนักข่าวINN มวลชน คปท. เตรียมถอยกลับที่มั่น หลังมีข่าวจะถูกสลายการชุมนุม บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล
11.21น.ผบ.ตร. เผย ตร. บาดเจ็บ 3 นาย จากเหตุปะทะที่ดินแดง เตรียมดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนบ้านนายกฯ การข่าวมียั่วยุ
11.32น."องอาจ"ปชป. แถลงเรียกร้อง กกต. เลื่อน เลื่อนตั้งเหตุส่อเค้ารุนแรง ซัด ข้อเสนอสภาปฏิรูป ถูกต่อต้าน เพราะรัฐบาลไม่จริงใจ
11.33น."นพดล" โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้อง "สุเทพ" ยุติวงจรอุบาทว์แห่งความรุนแรง เลิกไล่ล่านายกรัฐมนตรี
11.37น.แกนนำ คปท. ประกาศ ระดมมวลชนถอนตัวจากสนามไทย - ญี่ปุ่น กลับที่ตั้งหน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว
11.37น.ผบ.ตร. เผย การระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนปีใหม่ ได้ผู้ต้องหาจำนวนมาก ชม ผบช.ภ.1 พัฒนาหน่วยได้ดี
11.39น."ธาริต" เผย กรณีทนายความ กปปส. มาขอเลื่อนมอบตัวแกนนำ ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลพอหรือไม่ อายัดบัญชีเริ่มแล้ว
11.40น.ศอ.รส. ยัน มีมือมืดใช้อาวุธปืนยิงใส่พื้นที่ชุมนุม ตำรวจเจ็บ 3 นาย วอนแกนนำหยุดชักจูงใช้ความรุนแรง
11.52น.รองปลัด มท. เดินทางเจรจาขอคืนพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย แต่ไม่เป็นผล การ์ดไม่ให้เข้าพื้นที่ อ้าง ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
11.59น.บก.จร. รายงาน ม็อบ กปปส. ถึง หน้าบ้านนายกฯ แล้ว ขอให้เลี่ยงเส้นทางใกล้เคียง ส่วนม็อบ คปท. ถอนกลับแล้ว
12.07น.มวลชน กปปส. นำโดย "อัญชะลี" ถึงหน้าบ้านนายกฯ กำชับห้ามปะทะตำรวจ ทำลายทรัพย์สิน บุกรุกบ้านอย่างเด็ดขาด
12.12น.กลุ่มไม่เอาพรรค ปชป. พบ "ธาริต" มอบเงินนำจับ "สุเทพ" 15,000 บาท และจะบริจาคจนครบ 1 ล้าน เพื่อให้จับกุมตัว
12.15น.ศูนย์เอราวัณ สรุปคนบาดเจ็บจากเหตุปะทะ 20 ราย แล้ว ยังไม่ตัวเลขคนเสียชีวิต
12.20น.แกนนำ กปปส.โคราช ยัน นำมวลชนไปแสดงพลัง วันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต แน่ แต่อุบแผน
12.35น.บก.จร. รายงานม็อบ กปปส. ถึงหน้าบ้านนายกฯ แล้ว ม็อบ คปท. ปิดถนนศรีอยุธยา-พระบรมรูปแล้ว
12.36น.กปปส. ราชดำเนิน ยังปักหลักในที่ตั้ง แต่มีการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา เพื่อสนับสนุนกลุ่ม คปท. อย่างเต็มที่
12.40น.ตำรวจยังคงระดมยิงแก๊ส น้ำตา อย่างต่อเนื่อง หลังผู้ชุมนุมพยายามขว้างขวดแก้วเข้าใส่
12.40น.กกต. เดินทางถึงศูนย์ราชการแล้ว นัดถกด่วนประเมินสถานการณ์ เตรียมออกแถลงการณ์ไปยังรัฐบาล จ่อแถลงข่าว 16.00 น.
12.41น.ศูนย์เอราวัณ สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะ ณ เวลา 11.00 น. จำนวน 23 ราย
12.45น.BBCรายงาน การเมืองไทยปะทุอีกระลอก! ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมกว่า 500 คน ที่พยายามบุก - ขัดขวางการทำงานของ กกต.
13.01น.นายกฯ ยัน รบ. ไม่แทรกสภาปฏิรูป ปัดมี 8 ใน 11 เป็นคนรัฐ ชวน "สุเทพ" ดีเบต สภาปฏิรูปแทนสภา ปชช. ขอ ตร. คุมม็อบอดทนไม่รุนแรง ไม่ขอวิจารณ์แต่หวัง กกต. เป็นกลาง
13.08น.ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวยืนยัน ไม่สามารถเลื่อนเลือกตั้งได้ ชี้ ปชป. บอยคอต ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดหลักประชาธิปไตย
13.14น.ม็อบหน้าบ้านนายกฯ เริ่มปราศรัยโจมตี "ยิ่งลักษณ์" อย่างต่อเนื่อง มวลชนเต็มพื้นที่ ตำรวจคุมเข้ม
13.25น."สาทิตย์" ขึ้นเวที ประกาศส่งหน่วยพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปช่วยสนับสนุนกลุ่มคปท. ย้ำ เหตุยิงใส่บ้านที่จังหวัดตรัง จากปมการเมือง
06.30น. คปท. เคลื่อนขบวนบุกสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น อีกรอบ ขวางการจับสลากหมายเลขแบบบัญชีรายชื่อ
07.14น.บก.จร. รายงาน กลุ่ม คปท. นำมวลชนรถบัส 15 คัน มาที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แล้ว
07.30น.ตำรวจวางกำลังเข้ม ดูแลบ้าน "ยิ่งลักษณ์" กว่า 10 กองร้อย ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่
07.34น.กปปส. ราชดำเนิน ยังปักหลักในพื้นที่ บางส่วนเริ่มตื่นนอน ทยอยทำภารกิจส่วนตัว บนเวทีขณะนี้ยังไม่แกนนำหลักขึ้นปราศรัย
07.37น. มีรายงาน รอง ผบ.ตร."พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา" เข้าบัญชาการดูแลคุมสถานการณ์ที่ไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง หลังม็อบ คปท. พยายามบุกเข้าไป เจอแก๊สน้ำตาสกัด
07.43น.คปท. เคลื่อนขบวน ถึงสนามไทย - ญี่ปุ่น พยายามบุกเข้าไปภายใน เพื่อขัดขวางการจับสลากหมายเลขปาร์ตี้ลิสต์ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาวุ่น
07.51น. 30 พรรคการเมือง มาถึงสนามไทย-ญี่ปุ่นตั้งแต่เช้า รอเข้าคิวจับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ เจ้าหน้าที่พร้อมเต็มที่ ไม่กังวลเหตุวุ่นวายภายนอก
08.06น.ปิดถนนมิตรไมตรี หน้าสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง แล้ว หลังเกิดเหตุชุลมุน ตร. ยิงแก๊สน้ำตาสกัดม็อบ
08.29น.ตำรวจ ยังระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ ผู้ชุมนุม คปท. ที่พยายามบุก สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่อง ศูนย์นเรนทร นำผู้บาดเจ็บ ส่ง ร.พ.ราชวิถี แล้ว 1 ราย
08.30น.กกต. เริ่มกระบวนการจับสลากหมายเลขพรรค ในระบบบัญชีรายชื่อ "ชาติพัฒนา" น.พ.วรรณรัตน์ หัวหน้าพรรค มาด้วยตนเอง
08.31น.วุ่นต่อเนื่อง ม็อบโกลาหล ปิดอุโมงค์ดินแดง ส่งผลรถติดขัดยาวเหยียด ด้าน โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ สั่งปิด อพยพนักเรียนกลับบ้านด่วนแล้ว
09.39น.ผอ. ร.ร.พิบูลประชาสรรค์ ประกาศหยุดเรียนพรุ่งนี้เพิ่มอีก ขณะ ฮ. ลำเลียง ตร.บาดเจ็บจากปะทะรักษา ร.พ.ตร. แล้ว
09.39น.คปท. ถอยร่นปักหลักถนนดินแดง หลังตำรวจยังยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่อง ด้านแกนนำ ประกาศระดมมวลชนปิดทางออก หลังพรรคการเมืองจับหมายเลขเสร็จแล้ว
09.48น.สุรพงษ์ แถลง จนท.ตร. จำเป็นต้องปกป้องการจับสลาก ตาม กม. หลังม็อบละเมิด กม. บุกเข้าไป พร้อมยืนยัน ทำตามหลักสากล
09.50น.กปปส. ราชดำเนิน ตั้งขบวน "อัญชะลี" นำทัพ เคลื่อนขบวนไปบุกบ้านนายกฯ ที่โยธินพัฒนาแล้ว
09.52น."ดร.เจษฏ์" ชี้ การเสนอสภาปฏิรูปของรัฐบาล เป็นการแก้เกมการเมืองเท่านั้น เชื่อ จะสร้างปมปัญหาต่อเนื่อง
09.52น.กกต. จับสลากแล้ว พรรคชาติพัฒนา ได้เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 15 พรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 14
ด้าน กกต. รู้สึกไม่สบายใจ ถูกกดดันหนัก นัดถกจุดยืนช่วงบ่าย
09.57น.ธาริต เผย รอแกนนำม็อบ 17 คน มอบตัวรอบแรก แต่ยังไม่ติดต่อมา คาด ไม่มาตามนัดแน่ หลังพามวลชนเคลื่อน
10.04น.ผบก.ภ.จว.ตรัง รุดตรวจสอบบ้านพักของ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" หลังถูกคนร้ายใช้ M16 ยิงถล่ม
10.21น.ฮ. นำ 3 ตำรวจ บาดเจ็บจากเหตุปะทะ หน้าสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น รักษาตัว ร.พ.ตำรวจ แล้ว มีถูกยิงเจ็บสาหัสด้วย
10.26น.ตำรวจ วางกำลังเข้มทุกจุด รับมือ กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมายังบ้านนายกรัฐมนตรี
10.28น.ศูนย์เอราวัณ กทม. รายงาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 56 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดย
นำส่ง ร.พ.ราชวิถี จำนวน 3 ราย ร.พ.พระมงกุฎเกล้า จำนวน 1 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่ง ที่ได้รับการรักษาในที่เกิดเหตุ10.40น.บก.จร. รายงานล่าสุด กลุ่ม กปปส. ไปบ้านนายกฯ แล้ว ย้ำ ขอ
ให้เลี่ยงเส้นทางรอบ - ดินแดง ยังมีปะทะ
10.43น.ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาอีกจำนวนมาก หลังแกนนำ คปท. ประกาศบุกสนามกีฬาไทย - ญี่ปุ่น อีกรอบ
10.48น.บรรดาผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ทยอยเดินทางเข้าพรรค ร่วมประชุม กำหนดยุทธศาสตร์ และแผนหาเสียงเลือกตั้งคึกคัก รปภ.เข้มงวด เข้าออกได้ทางเดียว
10.50น.โฆษก ศอ.รส. เผยสำนักข่าวINN มีตำรวจเจ็บ 3 นาย จากเหตุปะทะดินแดง มีถูกยิงด้วยปืนจริงด้วย ไม่ยันมีคนตาย
10.52น. ทนายความแกนนำกลุ่ม กปปส."วิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์" เดินทางมายื่นหนังสือเลื่อนการมอบตัวอ้างติดชุมนุม
11.12น.ศูนย์เอราวัณ รายงานคนบาดเจ็บจากเหตุปะทะ ล่าสุด เจ็บแล้ว 7 ราย ส่งรพ. 3 แห่ง
11.15น."อุทัย" เผย สำนักข่าวINN มวลชน คปท. เตรียมถอยกลับที่มั่น หลังมีข่าวจะถูกสลายการชุมนุม บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล
11.21น.ผบ.ตร. เผย ตร. บาดเจ็บ 3 นาย จากเหตุปะทะที่ดินแดง เตรียมดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนบ้านนายกฯ การข่าวมียั่วยุ
11.32น."องอาจ"ปชป. แถลงเรียกร้อง กกต. เลื่อน เลื่อนตั้งเหตุส่อเค้ารุนแรง ซัด ข้อเสนอสภาปฏิรูป ถูกต่อต้าน เพราะรัฐบาลไม่จริงใจ
11.33น."นพดล" โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้อง "สุเทพ" ยุติวงจรอุบาทว์แห่งความรุนแรง เลิกไล่ล่านายกรัฐมนตรี
11.37น.แกนนำ คปท. ประกาศ ระดมมวลชนถอนตัวจากสนามไทย - ญี่ปุ่น กลับที่ตั้งหน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว
11.37น.ผบ.ตร. เผย การระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนปีใหม่ ได้ผู้ต้องหาจำนวนมาก ชม ผบช.ภ.1 พัฒนาหน่วยได้ดี
11.39น."ธาริต" เผย กรณีทนายความ กปปส. มาขอเลื่อนมอบตัวแกนนำ ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลพอหรือไม่ อายัดบัญชีเริ่มแล้ว
11.40น.ศอ.รส. ยัน มีมือมืดใช้อาวุธปืนยิงใส่พื้นที่ชุมนุม ตำรวจเจ็บ 3 นาย วอนแกนนำหยุดชักจูงใช้ความรุนแรง
11.52น.รองปลัด มท. เดินทางเจรจาขอคืนพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย แต่ไม่เป็นผล การ์ดไม่ให้เข้าพื้นที่ อ้าง ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
11.59น.บก.จร. รายงาน ม็อบ กปปส. ถึง หน้าบ้านนายกฯ แล้ว ขอให้เลี่ยงเส้นทางใกล้เคียง ส่วนม็อบ คปท. ถอนกลับแล้ว
12.07น.มวลชน กปปส. นำโดย "อัญชะลี" ถึงหน้าบ้านนายกฯ กำชับห้ามปะทะตำรวจ ทำลายทรัพย์สิน บุกรุกบ้านอย่างเด็ดขาด
12.12น.กลุ่มไม่เอาพรรค ปชป. พบ "ธาริต" มอบเงินนำจับ "สุเทพ" 15,000 บาท และจะบริจาคจนครบ 1 ล้าน เพื่อให้จับกุมตัว
12.15น.ศูนย์เอราวัณ สรุปคนบาดเจ็บจากเหตุปะทะ 20 ราย แล้ว ยังไม่ตัวเลขคนเสียชีวิต
12.20น.แกนนำ กปปส.โคราช ยัน นำมวลชนไปแสดงพลัง วันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต แน่ แต่อุบแผน
12.35น.บก.จร. รายงานม็อบ กปปส. ถึงหน้าบ้านนายกฯ แล้ว ม็อบ คปท. ปิดถนนศรีอยุธยา-พระบรมรูปแล้ว
12.36น.กปปส. ราชดำเนิน ยังปักหลักในที่ตั้ง แต่มีการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา เพื่อสนับสนุนกลุ่ม คปท. อย่างเต็มที่
12.40น.ตำรวจยังคงระดมยิงแก๊ส น้ำตา อย่างต่อเนื่อง หลังผู้ชุมนุมพยายามขว้างขวดแก้วเข้าใส่
12.40น.กกต. เดินทางถึงศูนย์ราชการแล้ว นัดถกด่วนประเมินสถานการณ์ เตรียมออกแถลงการณ์ไปยังรัฐบาล จ่อแถลงข่าว 16.00 น.
12.41น.ศูนย์เอราวัณ สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะ ณ เวลา 11.00 น. จำนวน 23 ราย
12.45น.BBCรายงาน การเมืองไทยปะทุอีกระลอก! ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมกว่า 500 คน ที่พยายามบุก - ขัดขวางการทำงานของ กกต.
13.01น.นายกฯ ยัน รบ. ไม่แทรกสภาปฏิรูป ปัดมี 8 ใน 11 เป็นคนรัฐ ชวน "สุเทพ" ดีเบต สภาปฏิรูปแทนสภา ปชช. ขอ ตร. คุมม็อบอดทนไม่รุนแรง ไม่ขอวิจารณ์แต่หวัง กกต. เป็นกลาง
13.08น.ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวยืนยัน ไม่สามารถเลื่อนเลือกตั้งได้ ชี้ ปชป. บอยคอต ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดหลักประชาธิปไตย
13.14น.ม็อบหน้าบ้านนายกฯ เริ่มปราศรัยโจมตี "ยิ่งลักษณ์" อย่างต่อเนื่อง มวลชนเต็มพื้นที่ ตำรวจคุมเข้ม
13.25น."สาทิตย์" ขึ้นเวที ประกาศส่งหน่วยพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปช่วยสนับสนุนกลุ่มคปท. ย้ำ เหตุยิงใส่บ้านที่จังหวัดตรัง จากปมการเมือง
วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556
แชร์ว่อนเน็ต !!! ป้าย "ที่สำรองจับฉลากเลือกตั้ง" โผล่ศูนย์ราชการ -กกต. วอนสื่อหยุดนำเสนอ
ที่สำนักงานคณะกกต. เขตศูนย์ราชการฯ ได้มีป้ายข้อความ "สถานที่สำรองในการจับสลากหมายเลข การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ" -กกต. โยงเป็นฝีมือผู้ไม่หวังดี พร้อมรีบแกะทิ้งทันที
วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการพิมพ์ข้อความในกระดาษเอ 4 ข้อความว่า “สถานที่สำรองในการจับสลากหมายเลข การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ” จำนวน 2 แผ่น ติดไว้ที่ห้องกระจกบริเวณชั้น 1 ตรงทางเข้าออกทั้ง 2 ด้าน คือ ตรงกระจกบริเวณหน้าเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์แลกบัตรเข้าออกสำนักงาน กกต. และอีกด้านตรงกระจกฝั่งห้องผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กกต. บอกว่าไม่รู้เรื่องว่าใครนำมาติด พร้อมกับแกะกระดาษทั้ง 2 แผ่นออกไป โดยบอกว่าจะสอบถามให้ว่าใครนำมาติด พร้อมขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าเพิ่งนำเสนอข่าว เพราะอาจไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่ กกต. แต่อาจเป็นผู้ที่ไม่หวังดีจากภายนอกนำมาติดก็เป็นได้ เหมือนกับที่มีผู้ไม่หวังดีโทรศัพท์ไปแจ้งพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้มาจับสลากในวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาทั้งที่ กกต.ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามข้อเท็จจริงไปยังนายสมผุส กาญจโนมัย รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารงานทั่วไป ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องว่าใครนำไปติด เรื่องนี้ต้องถาม นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เนื่องจากตนไม่ได้เข้าประชุมด้วย เพราะวันนี้ กกต.มีการประชุมลับกันอยู่ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ไปสอบถามจากเลขาธิการ กกต.แต่ไมได้รับสายคาดว่าติดประชุมอยู่
ภาพจากเพจ "เสมา ขุนศึกรักสถาบัน"
#ทีนิวส์
วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการพิมพ์ข้อความในกระดาษเอ 4 ข้อความว่า “สถานที่สำรองในการจับสลากหมายเลข การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ” จำนวน 2 แผ่น ติดไว้ที่ห้องกระจกบริเวณชั้น 1 ตรงทางเข้าออกทั้ง 2 ด้าน คือ ตรงกระจกบริเวณหน้าเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์แลกบัตรเข้าออกสำนักงาน กกต. และอีกด้านตรงกระจกฝั่งห้องผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กกต. บอกว่าไม่รู้เรื่องว่าใครนำมาติด พร้อมกับแกะกระดาษทั้ง 2 แผ่นออกไป โดยบอกว่าจะสอบถามให้ว่าใครนำมาติด พร้อมขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าเพิ่งนำเสนอข่าว เพราะอาจไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่ กกต. แต่อาจเป็นผู้ที่ไม่หวังดีจากภายนอกนำมาติดก็เป็นได้ เหมือนกับที่มีผู้ไม่หวังดีโทรศัพท์ไปแจ้งพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้มาจับสลากในวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาทั้งที่ กกต.ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามข้อเท็จจริงไปยังนายสมผุส กาญจโนมัย รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารงานทั่วไป ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องว่าใครนำไปติด เรื่องนี้ต้องถาม นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เนื่องจากตนไม่ได้เข้าประชุมด้วย เพราะวันนี้ กกต.มีการประชุมลับกันอยู่ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ไปสอบถามจากเลขาธิการ กกต.แต่ไมได้รับสายคาดว่าติดประชุมอยู่
ภาพจากเพจ "เสมา ขุนศึกรักสถาบัน"
#ทีนิวส์
บิ๊กตู่ เดินสาย....พบ อดีตผบทบ. และ3ป. บูรพาพยัคฆ์ อีกครา
แม้จะเป็นประเพณี ที่ต้องอวยพรและขอพรปีใหม่ อดีต ผบทบ. แต่ก๋เป็นที่จับตามองว่า บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ ผบทบ. ไปด้วยตนเอง ไม่ไดัมอบหมายให้ 5 เสือ ทบ.คนใดไปแทน. โดยเมื่อ อังคาร24 ธค. พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไปอวยพรปีใหม่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และ อดีต ผบทบ. ที่มูลนิธิรัฐบุรุษฯ เมื่อเช้า พุธ 25 ธค. วันคริสต์มาส. พล.อ.ประยุทธ์ ก็ ไป พบ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบทบ. ที่บ้านพัก ใน ร1รอ. โดยห้ามสื่อเข้าสัฃเกตุการณ์....ก่อนที่ เช้าวันพฤหัส26 ธค. นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไปที่มูลนิธิ ป่ารอยต่อฯ ใน ร.1รอ. ไป พบ บิ๊กปัอม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กห.และ อดีต ผบทบ.โดยจะมี แม่ทัพนายกองในสายบูรพาพยัคฆ์ และทหารเสือราชินี จะตบเท้ามาอวยพร บิ๊กป้อม กันด้วย. ท่ามกลางกระแสข่าว ที่พาดพิง พล.อ.ประวิตร กับ นายสุเทพ พบกันอยู่เนืองๆ จนชื่อของ พล.อ.ประวิตร ถูกวางเป็นนายกฯคนกลาง แม้เจัาตัวจะปฏิเสธแล้วก็ตาม แต่ความเคลื่อนไหว ของ 3 ป. บูรพาพยัคฆ์ "ป้อม -ป๊อก-ประยุทธ์" นี่ น่าจับตามอง ยิ่ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
















