PR
วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559
เปิดสถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ปี 2
"ใครที่ไม่เกี่ยวข้องก็อย่าร้อนตัว"
วันนี้ผมกำลังทำงานอยู่ อีกหลายเรื่องยังรอผมอยู่ อีกสักครู่ทูตต่างประเทศก็จะมาพบ เขาคงไม่มาถามผมในเรื่องระเบิด แต่มีคำถามว่าจะร่วมมือกับไทยได้อย่างไร
บิ๊กตู่ แบะท่าพร้อมเป็นนายกฯ เปรยวันข้างหน้า คงมีคนดีมาให้เป็นผู้นำ
ความสับสนปมระเบิด
“ทนาย ดร.ทักษิณ” ร้อง ปอท.ดำเนินคดี "อาทิตย์" และผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ โพสต์ใส่ร้ายโยงระเบิดภาคใต้
มท.ชงโยกย้ายซี10ลอตแรก พท.-ปชป.ชิงดักคอแก้รธน.
ปชป.-พท.ประสานเสียงดักคอ กรธ.วิรัตน์ ลั่นอย่าทำหัวหมอปรับแก้ รธน.เกินคำถามพ่วง นิพิฏฐ์ ขู่บิดเบือนหลักการเจอส่งศาล รธน.ตีความรัชดาชงโมเดลไพรมารี่เลือก ส.ส.ชัยเกษม ย้ำคำ มีชัยไม่ใช้ทางลัด อำนวยเตือนคิดให้ดีผลที่จะตามมาสามารถเชื่อแต่งตัวนายกฯคนนอกรอแล้วนิกรชี้พรรคเก่าแก่ไม่ยอมเป็นเป้านิ่งแน่ กรธ.ยันต้องยึดตามสเต็ป ม. 272 ให้สิทธิ ส.ส.ซาวเสียงก่อน ยังไม่พอใจร่าง กสม.เรียกแจงซ้ำ สนช.ส่ง สุรชัย เคลียร์เจตนาตีความไปถึงไหน พีระศักดิ์ ยึดหลักการไม่มีหมกเม็ด ไพบูลย์ ฟุ้งหนักดัน บิ๊กตู่ นั่งนายกฯ คนนอก 100% มท.ชงโผโยกย้ายซี 10 ลอตแรกเข้า ครม. ลือหึ่งต่ออายุ ฉัตรชัย-มณฑลโยกประยูรนั่งรองปลัดฯ เด้ง ผวจ.ตรัง-เพชรบุรี เข้ากรุ ราชทัณฑ์รีบแจงไผ่ ดาวดินยังอยู่ดี แอมเนสตีฯไล่บี้หนัก ดึงสมาชิกทั่วโลกร่วมกดดันรัฐบาลปล่อยตัวไร้เงื่อนไขการพิจารณาปรับแก้ไขบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามคำถามพ่วง ยังคงถูกจับตามอง จากฝ่ายต่างๆ ว่าจะเป็นไปตามพิมพ์เขียวเปิดให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกหรือไม่ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นัดถกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เจ้าของคำถามพ่วง เพื่อเคลียร์หาความชัดเจนแล้วกรธ.คาดบทเฉพาะกาลเสร็จ ส.ค.
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับแก้ไขบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามคำถามพ่วง ว่าวันที่ 19 ส.ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะส่งตัวแทนมาประชุมกับ กรธ. เพื่อให้ความเห็นประเด็นคำถามพ่วง ทั้งเรื่องเจตนารมณ์และเนื้อหาว่าต้องปรับแก้ไขจุดใด เชื่อมโยงไปที่มาตราใดบ้าง โดยเฉพาะในมาตรา 272 คาดว่า กรธ.จะแก้ไขเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ การปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางที่ประชาชนให้ความเห็นชอบ หากจะบอกว่าง่ายก็ไม่ถึงกับง่าย เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกันอยู่ กรธ. จะทำแบบรวดเร็วโดยไม่สนใจเรื่องรายละเอียดคงไม่ได้ เราต้องดูทั้งหมดด้วย ยอมรับเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ ที่มีเวลาจำกัด เป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ เป็นกฎหมายอื่นอีก 6 ฉบับ แบ่งเป็นเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ 4 ฉบับ อีก 2 ฉบับที่เป็นเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับศาล กรธ.ได้ประสานเป็นการภายในให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการแล้ว ส่วนจะมีการเพิ่มเติมสัดส่วน กรธ.เข้ามาอีกหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้ทาบทามใครเข้ามา
นายกฯคนนอกยึดสเต็ป ม.272
นายเธียรชัย ณ นคร กรธ.กล่าวว่า กรธ.ส่วนใหญ่ เห็นตามหลักการว่า ขั้นตอนการลงมติและเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องยึดตามมาตรา 88 มาตรา 159 และมาตรา 272 คือ ส.ส.จะต้องเป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามบัญชี หากเลือกกันไม่ได้ต้องให้ ส.ส. จำนวน 250 คน จาก 500 คน หรือเกินกึ่งหนึ่ง มีมติเพื่อไปขอเสียงจากสมาชิกรัฐสภา 500 คน จาก 750 คน หรือ 2 ใน 3 สำหรับการงดเว้นให้ ส.ส.สามารถเสนอชื่อนายกฯนอกบัญชีได้ กรธ. เห็นว่าสเต็ปที่วางไว้เป็นตามหลักการที่จำเป็น คือต้องคงความสำคัญของ ส.ส.ในการเสนอบัญชีนายกฯไว้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง และในคำถามพ่วงมีถ้อยคำเพียงให้ ส.ว.มีส่วนร่วมลงมติเลือกนายกฯเท่านั้น ไม่มีถ้อยคำให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ แต่ต้องรอหารือร่วมกับ สนช.ก่อน จึงจะทราบว่าเจตนาของคำถามพ่วงคืออะไร และยังต้อรอดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
ขอคุย สนช.เจตนาตีความถึงไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การประชุม กรธ. เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน ที่ประชุมยังไม่ตัดสินใจว่าจะตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับหรือไม่ จะรอความชัดเจนหลังการพูดคุยกับ สนช.ก่อน โดยเฉพาะมาตรา 272 เรื่องข้อยกเว้นเปิดช่องนายกฯคนนอกหลังการเลือกตั้ง มาแก้ไขวรรคเพิ่มเติมตามคำถามพ่วง ต้องพูดคุยให้ชัดเจนว่าแปลความหมายอย่างไร ต้องการแค่ไหนอย่างไร การตีความหมายของ กรธ. ถูกต้องตรงตามเจตนาหรือไม่ รวมไปถึงการพิจารณาออกกฎหมายลูกฉบับอื่น ยังมีเวลาก่อนตัดสินใจว่าจะตั้งอนุกรรมการหรือไม่
ให้อำนาจ มีชัย แต่งตั้ง กรธ.เพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรธ.เตรียมยกเลิกอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทุกชุด ที่ตั้งขึ้นมาในช่วงยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด รวมถึงทีมโฆษก กรธ.ก็จะยกเลิกทั้งหมดเช่นกัน นายมีชัยสั่งการในที่ประชุมให้นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.รับผิดชอบเป็นผู้ให้ข่าวเพียงคนเดียวนับจากนี้ ส่วนจะพิจารณาตั้ง กรธ.เพิ่มหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดให้ตั้ง กรธ.ได้ 30 คน จึงสามารถตั้งเพิ่มได้อีก 9 คน เพราะขณะนี้มี กรธ.รวมทั้งสิ้น 21 คน ที่ประชุมจึงมอบอำนาจให้นายมีชัยเป็นคนตัดสินใจเพียงคนเดียวว่าจะตั้ง กรธ.เพิ่มหรือไม่ หรือเห็นสมควรจะเลือกใครมาเป็น กรธ. เพราะใน 21 คนชุดเดิมนี้ นายมีชัยเป็นคนเลือกเอง
พีระศักดิ์ยันยึดหลักการไม่หมกเม็ด
วันเดียวกัน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.กล่าวว่า การนัดหารือพูดคุยระหว่าง สนช. กับ กรธ. เพื่อพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วง ทำให้งานเป็นไปตามโรดแม็ป ตามขั้นตอนไม่โยนกันไปมา เราเพียงเสนอไปแต่จะรับฟังปรับแก้ แค่ไหน ขึ้นอยู่กับ กรธ. แต่ยืนยัน สนช.จะไม่เสนอ หรือทำอะไรเกินเลยจากหลักการ ไม่ต้องกังวล เรา คำนึงถึงหลักความถูกต้อง ที่นักการเมืองบอกถ้าทำเกินเลยหลักการ อาจมีคนส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น คงไม่ต้องส่ง เพราะเมื่อ กรธ. แก้ไขร่างเสร็จต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ดี ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เราระมัดระวังเต็มที่ ไม่หมกเม็ด ไม่หัวหมอแน่ อย่ากังวลเกินไป
แต่ สนช.จะเอาปลดล็อกข้ามหัว ส.ส.
ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช.กล่าวว่า กมธ.จะพิจารณาหาข้อสรุปว่า ต้องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตราใดบ้างให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ส่วนมาตรา 272 เรื่องการงดเว้นนายกฯนอกบัญชีนั้น เห็นด้วยกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ว่า หากการประชุมร่วมรัฐสภานัดแรกเพื่อร่วมกันลงมติเลือกนายกฯไม่ได้ ก็ให้ขอมติ 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้สามารถเสนอชื่อนายกฯนอกบัญชีได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ 2 ขยัก คือให้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งมีมติก่อนจึงค่อยขอเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา
ส่งสุรชัย แจงเจตนารมณ์ต่อ กรธ.
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช.กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เข้าชี้แจงที่มาและเหตุผลของคำถามพ่วงต่อ กรธ. ในวันที่ 19 ส.ค. ซึ่ง สนช.จะชี้แจงโดยตีความตัวอักษรของคำถามพ่วงเป็นหลัก เพื่อเป็นแนวทางให้ กรธ.นำไปปรับแก้ไขก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป ยืนยันว่า สนช.จะไม่ชี้แจงเกินตามที่ สนช.ได้ไปชี้แจงกับประชาชน
โดยเฉพาะอำนาจ ส.ว.ในช่วงเปลี่ยนผ่านตามคำถามพ่วงนั้น จะไม่ให้อำนาจ ส.ว.อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน
กรธ.ไม่พอใจร่าง กสม.เรียกแจงซ้ำ
นายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ.กล่าวว่า กรธ.ได้นำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ กสม.ชุดปัจจุบันนำเสนอมาพิจารณา แต่เห็นว่าเนื้อหายังไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.จึงมีมตินัดกสม.มาชี้แจงอีกรอบวันที่ 31 ส.ค. ส่วนเรื่องการปรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง กรธ.ยังไม่มีมติว่าจะแก้ไขในมาตราใดบ้าง ต้องรอฟังตัวแทนของ สนช.วันที่ 19 ส.ค.ก่อน ทั้งนี้ในหลักการของการปรับปรุงร่าง ต้องให้เป็นไป ตามเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.เป็นผู้เขียนบทบัญญัติในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วย
สดศรี ค้านเซ็ตซีโร่ล้างไพ่ใหม่
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกระแสการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง ว่า ไม่เห็นด้วยกับการเริ่มต้นโดยเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด เหมือนกับการยุบพรรค ต้องเริ่มต้นหาสมาชิกใหม่ ต้องมาจดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ การเริ่มต้นใหม่อาจเป็นปัญหากับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมได้ โดยเฉพาะพรรคที่ก่อตั้งมานาน ส่วนกรณีมีข่าวว่าคณะทำงานยกร่างกฎหมายลูกของ กกต. เตรียมนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2524 มาเป็นแนวทางการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น มองว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ควรต้องไปดูว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ เอื้ออำนวยกับการใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2524 หรือไม่ เท่าที่ดูน่าจะไปกันไม่ได้ เพราะหลักของการทำกฎหมายลูกจำเป็นต้องดูกฎหมายแม่ หรือตัวรัฐธรรมนูญเป็นหลัก อยากฝากให้ กกต.พิจารณาว่าการยกร่างกฎหมายลูก ควรดูที่เนื้อหาของตัวรัฐธรรมนูญ มากกว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2524
ปชป.ดักคอห้ามหัวหมอคิดเอาเอง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ที่เพิ่งผ่านประชามติไปนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีต้องให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อเลือกนายกฯตามบัญชี แต่ถ้าเลือกกันไม่ได้ ในบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ต้องให้เสียงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.หรือเกิน 250 คน เสนอต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ จากนั้นจึงใช้เสียงของรัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ ถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่เสนอให้ประชาชนลงประชามติ ดังนั้นจะปรับแก้ไขกันอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามหลักการนี้ และคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติแล้ว ใครจะไปตัดตอน เพิ่มเติม ให้ขาดหรือเกินไปจากนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถือว่าไม่เคารพเสียงของประชาชน
นิพิฏฐ์ ขู่บิดเบือนส่งศาล รธน.แน่
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจะเสนอให้โหวตนายกฯคนนอกนั้น ตามหลักการ ส.ส.ต้องได้เลือกก่อน ตามบัญชีรายชื่อที่เสนอมาของแต่ละพรรค แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ค่อยไปขอยกเว้น โดยต้องให้ ส.ว.ยินยอมด้วย แต่ถ้ามีใครมาแก้ไขโดยตัดข้ามขั้นตอนของ ส.ส.ออกไป คิดว่าทำไม่ได้ ไม่เช่นนั้นรูปแบบการเลือกนายกฯจะต่างจากร่างที่นำไปให้ประชาชนลงประชามติ เรื่องนี้ไม่อยากให้คิดว่าใครโกหกหรือไม่โกหก แต่ตนไม่คิดว่าใครจะกล้าทำ ถ้ามีคนทำอาจต้องถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และไม่เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติไป
รัชดาชงโมเดลไพรมารี่เลือก ส.ส.
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีข้อเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ควรนำระบบไพรมารี่เพื่อเลือกตัวแทนประชาชนที่จะลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ของแต่ละพรรค ในทุกเขตเลือกตั้งก่อน เปิดโอกาสให้คนดีที่เป็นเลือดใหม่เข้ามา จึงจะปฏิรูปการเมืองได้ระดับหนึ่ง หากให้แต่ละพรรคทำกันเองคงไม่ได้เปิดกว้าง เพราะไม่ใช่ทุกพรรคที่มีสาขาพรรคครอบคลุมทุกเขตเลือกตั้ง สุดท้ายก็ได้ผู้สมัครที่ใกล้ชิดกับสาขาพรรค และส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเดิมๆ หากการเมืองไม่ต้องใช้ทุนเป็นตัวตั้ง เชื่อว่าการทุจริตคอร์รัปชัน การซื้อสิทธิขายเสียงจะลดน้อยลง จึงขอให้ผู้ร่างกฎหมายลูกออกแบบโดยคำนึงถึง 1.ส่งเสริมให้คนดีมีความสามารถเข้ามาเล่นการเมือง ต้องไม่ใช่การเมืองของคนรวย หรือใช้ทุนเป็นที่ตั้ง 2.ต้องไม่เป็นภาระทางการเงินต่อพรรคการเมือง หากยิ่งต้องใช้เงิน จะยิ่งเปิดช่องให้นายทุนเข้ามีบทบาทต่อพรรค กลับเข้าสู่วงจรเดิม ไม่ได้นักการเมืองน้ำดีในวงการเมืองไทยยุคปฏิรูป
สาธิต เห็นลางจะโดนเซ็ตซีโร่
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ กรธ.ตั้งหลักคิดให้ดีในการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง แม้จะมีการยืนยันว่าไม่มีการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองเดิมที่มีอยู่ แต่มีข่าวออกมาว่าจะมีการเขียนกฎหมายพรรคการเมืองโดยอิงมาจาก พ.ร.บ.พรรคการเมืองปี 2524 ก็เสมือนเป็นการเซ็ตซีโร่เช่นกัน หากต้องการส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็งจริง ก็ควรให้พรรคการเมืองพัฒนาการตัวเอง กฎหมายที่ออกมาต้องเอื้อต่อการสนับสนุนพรรค ไม่ใช่บั่นทอนพรรคใหญ่ที่มีมาแต่เดิม และส่งเสริมพรรคขนาดกลางและเล็กให้มีอำนาจต่อรอง การเมืองจะมีเสถียรภาพได้อย่างไร ยิ่งทราบว่า สปท.เสนอแนวคิดลักษณะบังคับประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค การเมืองทุกคน ต้องเสียเงินค่าสมาชิกพรรคปีละ 200-300 บาท โดยอ้างเหตุผลว่าทุกคนจะได้มีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของพรรค แต่ตนกลับเห็นว่าเป็นการตัดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพราะทุกคนต่างมีภาระค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
ใช้นอมินีทำแทนจะจัดการอย่างไร
นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนกาตปฎิรูปประเทศ (สปท.) ที่ให้ผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส. ต้องแสดงความจำนงล่วงหน้า 1 ปีก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง และต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรของ กกต. เพื่อนำใบรับรองที่ผ่านการอบรมและมีสิทธิสมัครลงรับเลือกตั้ง รวมถึงการห้ามใส่ซองช่วยงานบุญต่างๆของชาวบ้านนั้น เท่าที่หารือกับอดีต ส.ส.ยังมีความเห็นต่างอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าดี ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.เสมอภาค แต่ในทางปฏิบัติจะควบคุมได้จริงหรือไม่
เพราะสามารถหลบเลี่ยงโดยใช้นอมินีได้ อาทิ ทีมงาน หรือคนสนิทของผู้สมัครใส่ซองแทน ที่สุดแล้วก็เป็นปัญหาอีก รวมถึงการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงนั้น ถามว่าหากผู้สมัครใช้นอมินีทำการแทน จะลงโทษอย่างไร ต้องเสียเวลาต่อสู้คดีอีกกี่ปี
ชัยเกษม ย้ำคำ มีชัยไม่ใช้ทางลัด
ที่พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นที่มานายกฯคนนอกคงอยู่ที่ กรธ.แล้วว่าจะปรับแก้ไขอย่างไร แต่โดยหลักการต้องเกิดปัญหาเลือกนายกฯโดย ส.ส.ไม่ได้ก่อน แล้วถึงให้ ส.ว.มีสิทธิมาร่วมเลือก ถ้าไปทำตั้งแต่แรกเลย เท่ากับไม่ต้องเสนอ 3 ชื่อว่าเป็นใครเลย เอาตามใจชอบมาคิดแก้ในเวลานี้มันดูแปลกๆ กลายเป็นว่าไปลัดขั้นตอนที่ควรจะเป็น ประธาน กรธ.ก็พูดมาตลอดว่า ส่วนนี้มีไว้สำหรับการแก้ไขปัญหากรณีที่ไม่สามารถหาได้จากรายชื่อ
พท.เตือนคิดให้ดีผลที่จะตามมา
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เงื่อนไขของการได้มาซึ่งนายกฯคนนอก ตามร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเกิดเฉพาะในภาวะวิกฤติ ที่ ส.ส.ไม่สามารถเลือกนายกฯได้ตามบัญชี ดังนั้น ก่อนจะใช้ช่องทางดังกล่าวจำเป็นต้องมีวิกฤติจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาการยอมรับ และนำไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีต หรือยิ่งกว่า เพราะขั้นตอนการเลือกนายกฯ อาจเกิดปัญหาการยอมรับจากประชาชน เพราะ ส.ว.ที่โหวตเลือกนั้นมาจากการแต่งตั้งที่ไม่ผ่านประชาชน ดังนั้น ก่อนที่รัฐสภาจะทำอะไร ต้องคิดให้รอบคอบถึงผลที่จะตามมาด้วย
แต่งตัวนายกฯคนนอกรอไว้แล้ว
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกอยู่แล้ว เพราะวิธีการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมจะเกิดการเฉลี่ยคะแนน จนไม่มีพรรคการเมืองใดมีเสียงข้างมากจนแต่งตั้งนายกฯเองได้ และมี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง เปรียบเหมือนพรรคการเมืองพรรคใหญ่รออยู่แล้ว ในที่สุดต้องเปิดช่องให้เลือกนายกฯคนนอก ซึ่งคาดว่ามีการเตรียมการไว้แล้ว สิ่งที่เป็นห่วงคือ เสถียรภาพของรัฐบาลอาจต้องล้มลุกคลุกคลาน การทำงานติดขัด ต้องมาเสียเวลาจัดการเรื่องการเมือง ขาดโอกาสพัฒนาประเทศ ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญก็เขียนให้แก้ยาก หากเกิดทางตันแล้วปัญหาจะวนมาเหมือนเดิมอีกหรือไม่
เชื่อพรรคเก่าแก่ไม่ยอมอยู่นิ่งแน่
ขณะที่นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ สปท. กล่าวว่า ทางพรรคคงต้องเริ่มมาพูดคุยกัน โดยไม่ผิดกฎเกณฑ์ที่ คสช.กำหนด ส่วนการพิจารณากฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ต้องเปิดรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน ยังดีใจที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ยืนยันจะรับฟังความเห็นของฝ่ายการเมือง ส่วนกฎหมายเลือกตั้งก็ต้องฟังจาก 3 เส้า คือ กกต.คือผู้คุมกฎ พรรคการเมืองเป็นผู้เล่น และประชาชน เป็นผู้ใช้สิทธิ ถือเป็น 3 ส่วนสำคัญ ส่วนแนวคิดเรื่องเซ็ตซีโร่ ถ้ามองตื้นๆอาจมีผลดี แต่ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอจะกลายเป็นได้ไม่คุ้มเสีย แต่พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นคนไม่กลัวฝน เคยเปียกมาแล้วจากที่พรรคชาติไทยถูกยุบ จะเซ็ตซีโร่อีกก็ไม่มีความหมาย คสช.ต้องตอบให้ได้ว่าทำเพื่ออะไร ถ้ามีพรรคการเมืองที่มีอายุมากกว่าพรรคชาติไทยต้องถูกยุบ คงมองออกใช่หรือไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกกันอย่างไร คิดว่าเขาคงไม่อยู่เฉย กลายเป็นประเด็นขัดแย้งขึ้นมาอีก
ไพบูลย์ ฟุ้งดัน บิ๊กตู่ ถึงฝั่งฝัน
วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และอดีตกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า แนวทางผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯรอบสองภายหลังการเลือกตั้งนั้น พรรคประชาชนปฏิรูปจะไม่เสนอบัญชีรายชื่อเพื่อชูบุคคลใดเป็นนายกฯ แต่จะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯคนนอกตามมาตรา 272 เพียงคนเดียว เชื่อว่าจะได้เป็นนายกฯ 100 เปอร์เซ็นต์ ประเมินว่าหลังการเลือกตั้งปลายปี 2560 พรรคประชาชนปฏิรูปจะได้ ส.ส.เข้ามามาก เพราะประชาชนเบื่อนักการเมืองระบบเก่า โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ ส.ส.ลดลง 20 เปอร์เซ็นต์จากผลการเลือกตั้งปี 2554 เดิมพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ประมาณ 270 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ 160 เสียง
เปิดไต๋กรุยทางนายกฯคนนอก
นายไพบูลย์กล่าวว่า เชื่อว่าสุดท้ายทั้ง 2 พรรคจะไม่มีใครได้เป็นนายกฯ แม้จะร่วมกับพรรคการเมืองอื่น แต่คะแนนเสียงสนับสนุนคงไม่เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา หรือเกิน 375 เสียง เนื่องจาก ส.ว.จำนวน 250 เสียง กับเสียงของพรรคประชาชนปฏิรูป และพรรค การเมืองอื่นจะงดออกเสียง หรืออีกกรณีหากพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จับมือกัน โดยมีพรรคขนาดกลางประกอบ แม้เสียงทั้งหมดก่อนโหวตนายกฯจะเกิน 375 เสียง แต่สุดท้ายเชื่อว่าจะทำไม่สำเร็จ เพราะจะมี ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคแน่นอน เพราะอาจประเมินว่าการทำงานในอนาคตไม่สามารถไปกันรอด เพราะคนละอุดมการณ์
เมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่คาดการณ์นี้ สุดท้ายจะมีการเจรจากันเองของ ส.ส.ในสภาฯ รวบรวมเสียง ส.ส.เพื่อดำเนินการลงมติเลือกนายกฯ ตามข้อยกเว้นมาตรา 272 จากนั้นพรรคประชาชนปฏิรูปจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่ารัฐสภาจะให้ความเห็นชอบลงมติเป็นนายกฯคนนอกในที่สุด สาเหตุที่พรรคประชาชนปฏิรูปเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพราะมีความเหมาะสมที่สุด มีคุณสมบัติ 3 ประการ คือ 1.เป็นคนดี 2.ซื่อสัตย์ และ 3.มีความสามารถ ขณะที่นักการเมืองหรือคนอื่นเวลานี้ ไม่มีคุณสมบัติครบ 3 ข้อแบบไม่เห็นฝุ่นนายไพบูลย์กล่าว
บิ๊กตู่บินถกผู้นำทะเลสีน้ำเงิน
เมื่อเวลา 05.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะประกอบด้วย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.อ.ปทีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปเยือนสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมประชุมนานาชาติว่าด้วยกลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน (International Conference on Blue Ocean Strategy) ครั้งที่ 1 ที่กรุงปุตราจายา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้สัมภาษณ์เพียงแต่กล่าวทักทายสื่อมวลชน
ชูปรับกระบวนทัศน์คิดนอกกรอบ
ต่อมาเวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติปุตราจายา พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในการเสวนาระหว่างผู้นำ หัวข้อ เปลี่ยนประเทศ ผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม” ว่า พวกเรากำลังอยู่ในโลกที่มีความไม่แน่นอน ซับซ้อน เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เผชิญชะตากรรมร่วมกันมากขึ้นจากโลกที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสภาวะโลกร้อน ปัญหาหมอกควันข้ามชาติ ปัญหาก่อ การร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ จำต้องปรับกระบวนทัศน์คิดนอกกรอบเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ปรับจากการแข่งขันกันในอุตสาหกรรมในตลาด จากการต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายจากทะเลสีแดง สู่ ทะเลสีคราม คิดค้นพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้มุ่งเอาชนะในการแข่งขัน ขณะนี้ประเทศไทยเผชิญความท้าทายหลายประการ และกำลังปฏิรูปเพื่อวางรากฐานประเทศ
แสวงหาจุดแข็งร่วมมือแข่งขัน
นายกฯกล่าวอีกว่า ท่ามกลางสภาวะการแข่งขัน ประเทศต่างๆ สามารถร่วมมือกันเพื่อให้ทะเลสีครามเป็นทะเลที่มีคลื่นสงบ มีความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์ เป็นทะเลแห่งความหวังและโอกาส ด้วยการแสวงหาจุดแข็งของแต่ละประเทศ สนับสนุนกันและกัน ด้านการวิจัยพัฒนาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน อาจร่วมกันศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการ ภายใต้อาเซียน แบรนด์ เพื่อรองรับตลาดด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว อาหาร สิ่งแวดล้อมพลังงาน สินค้า ทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือไตรภาคีระหว่างประเทศที่มีรายได้สูง รายได้ปานกลางและรายได้น้อย ร่วมมือไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นทะเลแห่งความหวังและโอกาส
บินกลับถึงไทยปิดปากงดแถลง
จากนั้นเวลา 15.10 น. ที่ บน.6 พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศได้จัดเตรียมห้องและโพเดียมไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าว พร้อมกับประสานให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพไปรออยู่ในห้องแถลงข่าว แต่ปรากฏว่าเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะลงเครื่องบิน ได้เดินขึ้นรถกลับออกจาก บน.6 ไปทันทีโดยไม่มีการแถลงและให้สัมภาษณ์ใดๆ นอกจากนี้ยังเลื่อนกำหนดการเดินทางกลับเร็วกว่าเดิม 1 ชั่วโมง
เลขาฯนายกฯปัดนัดทวิ นาจิบ
พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯไปร่วมประชุมและกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมนานาชาติว่าด้วยกลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการหารือทวิภาคีกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตามที่เป็นข่าวและไม่มีในกำหนดการหารือกับนายนาจิบตั้งแต่ต้น ส่วนเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่แถลงผลการไปเยือนมาเลเซียกับผู้สื่อข่าวนั้น พล.อ.วิลาศไม่ได้ชี้แจงเหตุผลให้ทราบ
มท.ชงโผโยกย้ายซี 10 เข้า ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 17 ส.ค. เพราะนายกฯต้องเดินทางไปเยือนมาเลเซียนั้น กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งระดับบริหารสูง (ซี10) ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ จำนวน 19 ตำแหน่ง เป็นการเสนอรายชื่อในลอตแรก ที่เป็นการโยกย้ายในระนาบเดียวกัน นอกจากนี้จะมีการต่ออายุราชการอธิบดี 2 กรมที่อยู่ในตำแหน่งเดิมครบ 4 ปี ออกไปอีก 1 ปีในตำแหน่งเดิม คือนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และคาดว่าจะย้ายนายประทีป กีรติเรขา รองปลัดกระทรวงฯ ไปเป็นอธิบดีกรมที่ดิน แทนนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ โยกนายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา มาเป็นรองปลัดกระทรวง
เด้งผวจ.ตรังเพชรบุรีเข้ากรุฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้จะมีการโยกนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.สกลนคร เป็น ผวจ.ขอนแก่น นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว เป็น ผวจ.ชลบุรี นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็น ผวจ.ระยอง นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็น ผวจ.สระบุรี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา เป็น ผวจ.พิษณุโลก นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง และนายสนิท ขาวสอาด ผวจ.เพชรบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หลังการโยกย้ายครั้งนี้จะมีการสรรหาข้าราชการระดับบริหารสูง จากตำแหน่งระดับบริหารต้น คือรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองอธิบดี ภายใน 45 วัน รวมถึงมีการโยกสลับในระดับบริหารสูงไปในครั้งเดียวกันอีกครั้งด้วย
จับตา กษ.คลังชิงดำช่วยชาวนา
นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเสนอต่อที่ประชุม ครม. ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรปี 2559/60 วงเงิน 15,597.34 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามโครงการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น หรือโครงการจ้างเลิกทำนา ซึ่งโครงการนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณแล้ว ขณะที่กระทรวงการคลัง ก็เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติวงเงินแบบให้เปล่ากับเกษตรกรชาวนาด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่จับตามองว่า ที่ประชุม ครม.จะพิจารณาออกมาในทิศทางใด เพราะเป็นโครงการในลักษณะคล้ายกัน และก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทั้ง 2 กระทรวงออกมาตรการที่คล้ายกัน เพื่อแย่งชิงผลงานกันเอง
ขอโซเชียลอย่าอ้างชื่อสร้างเพจ
อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่มีผู้เขียนเพจรายหนึ่ง ระบุถึงสถานการณ์ระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้น มีการอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์โดยใช้ภาษาบางส่วนที่ไม่เหมาะสมนั้น ต้องขอบคุณประชาชนที่เข้าใจข้อเท็จจริง และไม่แชร์ต่อกันจนอาจสร้างความเสียหาย โดยนายกฯขอว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก หากใครจะคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องใด หรือต่อบุคคลใด ขอให้รับผิดชอบความคิดเห็นเหล่านั้นเอง ใช้ชื่อตนเองไม่ควรใช้ชื่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นชื่อนายกฯหรือชื่อบุคคลใดก็ตาม เพราะถือเป็นการเผยแพร่ที่พาดพิง และอาจเข้าข่ายละเมิดผู้อื่น นายกฯมีจุดยืนชัดเจนเสมอมาที่จะไม่ทะเลาะ ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร แม้จะมีความพยายามชวนทะเลาะให้ร้าย หรือวิพากษ์วิจารณ์ ก็ขอเก็บทุกอย่างไว้ในใจ เพื่อใช้เวลาที่มีอย่างจำกัดทำหน้าที่บริหารและปฏิรูปประเทศ เพื่อความสงบ ความมั่นคงยั่งยืนของประเทศ และประชาชนคนไทย
แจงไผ่ ดาวดินในคุกยังแข็งแรง
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารแถลงการณ์กรณีการควบคุม ไผ่ ดาวดิน ในเรือนจำอำเภอภูเขียว ระบุว่า จากกรณีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ถูกฝากขังผัดแรกในเรือนจำอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าเรือนจำ อ.ภูเขียว ได้ปฏิบัติต่อผู้ต้องหาเหมือนบุคคลทั่วไป โดยสภาพร่างกายของนายจตุภัทร์ยังแข็งแรง สามารถพูดคุยได้ปกติ และทำกิจกรรมเล่นดนตรีร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่นในเรือนจำ และเรือนจำได้เปิดให้เยี่ยมปกติ โดยเมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายจตุภัทร์มีไข้เล็กน้อย ทางเรือนจำได้ให้พบ นพ.เปรมชัย ธัญญะผลิน แพทย์จากโรงพยาบาลภูเขียว พบว่าอาการดีขึ้น ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และจะดูแลรักษาตามอาการต่อไป
แอมเนสตี้ฯบี้ปล่อยตัวไร้เงื่อนไข
ขณะที่สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วนเชิญชวนสมาชิกทั่วโลก ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรมของไทย เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และให้ยุติการดำเนินคดีอาญาใดต่อนายจตุภัทร์ และนายวศิน พรหมณี ซึ่งทั้งสองคนเป็นสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) โดยยกเลิกกฎหมายและคำสั่งที่มุ่งเอาผิดทางอาญาต่อการใช้สิทธิมนุษยชนเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม และการสมาคมอย่างสงบ ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวจะมีไปถึงวันที่ 21 ก.ย.2559
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ระทึกแพร่คืนนี้5ทุ่มน้ำท่วมเมือง
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำยม ในเขตอ.ปง จ.พะเยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม ที่จ.แพร่ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม ระดับน้ำในแม่น้ำยม ที่สถานีวัดน้ำ Y. 20 บ้านห้วยสัก อ.สอง วัดได้ 9.00 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 3.00 เมตรปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,287 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำยังลดลงเรื่อยๆ ถัดลงมาที่สถานีวัดน้ำ Y.1C บ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ วัดระดับน้ำได้ 5.86 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2.34 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 687 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
นายทองเปลวกล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำยม คาดการณ์ว่าระดับน้ำในพื้นที่ตอนบนบริเวณอ.ปง จ.พะเยา และที่สถานี Y.20 บ้านห้วยสัก อ.สอง จ.แพร่ จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่สถานี Y.1C บ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ คาดว่าเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 16 สิงหาคม ระดับน้ำในแม่น้ำยมจะเริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตคันกั้นน้ำ และในเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม คาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดประมาณ 9.50 เมตร สูงกว่าตลิ่งต่ำนอกคันกั้นน้ำประมาณ 1.30 เมตร และต่ำกว่าพื้นที่เศรษฐกิจประมาณ 0.50 เมตร จากนั้นระดับน้ำจะเริ่มลดลง เข้าสู่ภาวะปกติภายในช่วงเย็นวันเดียวกัน
“กรมชลประทาน จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำยม นอกเขตคันกั้นน้ำ บริเวณ อ.เมืองแพร่ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยยกสิ่งของและทรัพย์สินไว้บนที่สูง พร้อมกับขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จัดทำทำนบกั้นน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ชั้นในตัวเมืองแพร่” นายทองเปลว กล่าว
นายทองเปลว กล่าวว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมจากจ.แพร่ จะไหลลงสู่พื้นที่จ.สุโขทัยเป็นลำดับต่อไป คาดว่าปริมาณน้ำก้อนใหญ่จะเดินทางถึงบริเวณสถานี Y.14 อฺ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในวันที่ 18 สิงหาคม ในเกณฑ์ประมาณ 1,200 – 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน จะใช้ประตูระบายน้ำแม่น้ำยม หรือ บ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก ในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการพร่องน้ำหน้าปตร.แม่น้ำยมให้ลดต่ำลง เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำหลาก รวมทั้ง ผันน้ำส่วนหนึ่งด้านเหนือปตร.แม่น้ำยม เข้าสู่คลองหกบาทในอัตรา 180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปลงคลองยม – น่านและแม่น้ำยมสายเก่า ในอัตรา 80 และ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามลำดับ ก่อนจะระบายน้ำลงสู่แม่น้ำน่านด้านท้ายเขื่อนนเรศวร ซึ่งได้ลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนลง เพื่อให้น้ำที่ระบายผ่านคลองยม-น่าน ไหลลงสู่แม่น้ำน่านได้สะดวกมากขึ้น
นายทองเปลวกล่าวว่า พร้อมกันนี้ จะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านปตร.แม่น้ำยม ในเกณฑ์ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่ตัวเมืองสุโขทัย จากนั้นจะรับน้ำบางส่วนเข้าคลองสาขาเหนือตัวเมืองสุโขทัย ในเกณฑ์ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คงเหลือปริมาณน้ำผ่านตัวเมืองสุโขทัยประมาณ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามความจุของลำน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย รวมปริมาณน้ำที่กรมชลประทาน ใช้ปตร.แม่น้ำยมในการบริหารจัดการทั้งสิ้น 780 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร จะใช้พื้นที่ด้านเหนือปตร.แม่น้ำยม เก็บกักและชะลอน้ำไว้ รอจนกว่าปริมาณน้ำในระบบชลประทานลดลงแล้ว จึงค่อยระบายน้ำส่วนที่เหลือนี้โดยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมต่อไป
ความเกี่ยวข้องมือระเบิด6จว.กับอำนาจเก่า

หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานว่าการวางเพลิงห้างเทสโก้โลตัส นครศรีธรรมราช โดยข่าวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมมีรายงานว่า ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับ นายศักรินทร์ คฤหัส อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190/65 หมู่ที่ 2 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือทำสินค้า(เผาห้างโลตัส จว.นครศรีธรรมราช)
ผู้ต้องสงสัยรายนี้นำโทรศัพท์ไปซุกไว้ในจุดเกิดเหตุช่วงเวลา 18.33 น.ของวันที่ 11 สิงหาคม 2559 โดยทำทีถือตะกร้าซื้อของแล้วนำโทรศัพท์จากตะกร้าไปซุกไว้ในจุดต้นเพลิง โดยมีข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี และมีข้อมูลว่ามีรถเก๋งสีขาวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดตรังเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
นายศักรินทร์พนักงานบริษัทเชฟรอนที่ได้รับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย
เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์บินไปตามจับกุมได้บนแท่นเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย มาสอบสวนปากคำที่มณฑลทหารบกที่ 41 กองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 และพล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พล.ต.ธีร์ณฉัตรจินดาเงิน ผบ.มทบ. 41 ร่วมสอบปากคำ เบื้องต้นนายศักรินทร์ให้การปฎิเสธ ไม่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ แต่เข้าไปเพื่อซื้อถั่วเท่านั้น
เจ้าหน้าที่พบว่า (จากกล้องวงจรปิด)ในช่วงเวลาเกิดเหตุนายศักรินทร์แต่งกายด้วยชุดที่สวมอยู่เดินไปเลือกถั่ว และหลังจากเลือกแล้วเสร็จ จึงเดินออกมา กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ตรงข้ามห้างโลตัส
จากนั้นเวลา 04.00 น.จึงออกเดินทางไปยังสนามบินบริษัท เพื่อขึ้น ฮ.ไปลงที่ฐานขุดเจาะกลางอ่าวไทย เจ้าหน้าที่ได้ยึดเสื้อผ้าชุดที่ใส่เข้าห้างโลตัส ประกอบด้วย กางเกงยีนส์ 1 ตัว เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาล รองเท้าฟองน้ำ 1 คู่ ถุงถั่วโก๋แก่ขนาดเล็ก 2-3 ถุง
เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายศักรินทร์ขึ้น ฮ.บินเข้ากรุงเทพฯเพื่อให้ ผบ.ตร.สอบปากคำ ก่อนนำตัวไปสอบปากคำต่อที่มทบ.11
ทำไมต้องอำเภอสันกำแพง
สันกำแพงเป็นอำเภอหนึ่งในเขตปริมณฑลของนครเชียงใหม่ที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาทุกๆด้าน เป็นอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ที่ขึ้นชื่อได้แก่ บ้านบ่อสร้าง เป็นแหล่งรวมหัตถกรรมการทำร่มกระดาษสา น้ำพุร้อนสันกำแพง ป่าดงปงไหว ตลอดเส้นทางจากตัวอำเภอเมืองไปยังอำเภอสันกำแพงจะรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ 2 ข้างทาง นอกจากจะเป็นอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายแล้ว อำเภอสันกำแพงยังเป็นบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีไทยถึง 2 คน คือนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
การจับกุมนายศักรินทร์ไม่ได้หมายความว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนจ้างวาน อย่าเข้าใจผิด เพียงแต่ว่าเรื่องไปพ้องกันว่าเป็นคนอำเภอเดียวกัน อีกทั้งจะต้องระบุสันกำแพงก็เพื่อจะให้ได้ชัดเจนไม่ใช่ไประบุอำเภอพร้าวหรืออำเภออื่นใดเพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริง หากระบุว่าเป็นคนเชียงใหม่ก็ถูก แต่อาจจะเสียหายคนเชียงใหม่ทั้งจังหวัดเพราะคนดีๆในเชียงใหม่มีมาก คนไม่ดีอาจมีหยิบมือเดียว
เรื่องนี้จะต้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและต่อแผงวงจรเหมือนที่พวกเขาใช้โทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ จุดให้เกิดระเบิดทั้งระเบิดทำลายและระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ อีกไม่นานเกินรอเรื่องก็น่าจะกระจ่าง เหมือนเช่นเจ้าหน้าที่จับกุมคนแจกจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญที่เชียงใหม่จนนำไปสู่การจับกุมตระกูลบูรณุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด,นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือกรวมแล้วกว่า 10 คน
เรื่องนี้หากไม่มีพยานหลักฐานจะออกหมายจับและจับกุมคุมขังได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ก็จะถูกแจ้งความกลับตามกฎหมายอาญามาตรา 157 แน่นอน ใครจะกล้าเสี่ยงหรือไปกลั่นแกล้งกันง่ายๆ
อีกประการหากมีพยานหลักฐานไม่หนักแน่นที่จะนำไปสู่การเอาผิดได้ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชก็คงไม่อนุมัติให้ออกหมายจับนายศักรินทร์ตามคำขอของพนักงานสอบสวนเป็นแน่
ตัวอย่างแกะรอยระเบิดที่ภูเก็ต-ขอความร่วมมือไปถึงมาเลเซีย
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง รับแจ้ง เกิดเหตุระเบิด 2 จุดในพิ้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จุดแรกที่บริเวณลานโลมาหาดป่าตอง จุดนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และจุดที่ 2 บริเวณป้อมยามบางลา หน้าหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายไทย ไม่ทราบชื่อ 1 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าตอง เพื่อรักษาตัว
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บพยานหลักฐานวัตถุระเบิด(อีโอดี) ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน จากนั้นหน่วยพิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ตร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 ได้สเก็ตภาพชายต้องสงสัย (จากปากคำของพยานผู้เห็นเหตุการณ์) คาดว่าเป็นผู้ลอบวางระเบิด ที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 2 จุด และเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีแจกจ่ายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อที่จะนำตัวมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัย
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวเบอร์นามา (Bernama) รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของไทยขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพื่อตรวจหารายละเอียดเกี่ยวกับโทรศัพท์เพราะโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ ที่นำมาใช้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องทางภาคใต้ของไทยนั้นทราบว่าถูกนำเข้ามาจากมาเลเซีย โดยเฉพาะมือถือเครื่องระเบิดที่ภูเก็ต
“แรงระเบิดไม่ได้ทำลายหมายเลข serial number ของโทรศัพท์ที่ระบุว่าออกโดยคณะกรรมการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย ( Malaysian Communications and Multimedia Commission) ”รายงานข่าวกล่าว ตำรวจไทยจึงขอความร่วมมือเพื่อหาเจ้าของโทรศัพท์ เพราะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การจับกุม โดยหลักฐานที่ตำรวจไทยพบอันประกอบด้วยหมายเลข serial number และ phone chip ถูกส่งไปยังตำรวจมาเลเซียเรียบร้อย
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าซิม คาร์ด หรือ SIM (Subsciber Identity Module) card ของโทรศัพท์ถูกทำลายไปเพราะแรงระเบิด ดังนั้นอาจหายากมากขึ้นเพราะโทรศัพท์มือถืออาจจะเปลี่ยนมือไปหลายคนจากเจ้าของเดิม

ชายผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่สเก็ตภาพออกแจกจ่ายตามตัวมาสอบปากคำ (ภาพจากนสพ. โพสต์ ทูเดย์)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตำรวจขอให้ได้มา 1 คนแล้วจะขยายผล
ในการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวในประเด็นที่ว่าที่เชื่อว่ากลุ่มคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวข้องนั้นเป็นการก่อเหตุแบบรับงานหรือมาด้วยอุดมการณ์ความขัดแย้งว่า “การสืบสวนยังไปไม่ถึงตรงนั้น ขอให้ได้ใครบางคนก่อน แล้วขยายความ อย่างเช่นคดีที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พอได้ตัวละคร 1 ตัวก็ขยายผลอย่างที่ปรากฏในข่าว มีการเชื่อมโยงอยู่แล้ว ถ้าได้คนใดคนหนึ่งมาก็ขยายได้ ตอนนี้พยายามทำเต็มที่ ส่วนกลุ่มเป้าหมายในการสืบสวนขอไม่เปิดเผย”
ดังนั้นเราจะต้องรอการขยายผลของตำรวจ เชื่อว่าไม่นานตำรวจคนต่อจิ๊กซอว์ได้ครบวงจร แล้วการจับกุมก็จะตามมาเป็นระลอกเหมือนเหตุการณ์ที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
รายการนี้คงไม่มีแกนนำกลุ่มนปช.คนใดเดินไปมทบ.11 เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวมือระเบิด เพราะไม่ใช่เรื่องความคิดเห็นทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของการก่อวินาศกรรม ทำลายชีวิตทรัพย์สินและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติ สร้างความสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้น ผิดกฎหมายถึงขั้นประหารชีวิต
เชิญบุคคลมาพูดคุยที่มทบ.11 กรุงเทพฯคืออะไร
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่เชิญบุคคลมาพูดคุยและสอบถามเกี่ยวกับเหตุระเบิดและเพลิงไหม้หลายจุดในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) กทม. ว่า เป็นไปตามมาตรการของกระบวนการซักถามในส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อยของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งก็อยู่ในกรอบเวลาไม่เกิน 7 วัน เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
พ.อ.วินธัยยืนยันว่าการปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกเชิญตัวมาทุกคนจะเน้นการสอบถามซักถามพูดคุย ไม่มีการปฏิบัติในลักษณะของผู้ที่กระทำความผิด จนกว่าจะมีหลักฐานและพยานหลักฐานที่ชัดเจน ถ้ากระบวนการซักถามเสร็จสิ้นแล้วพบว่าเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงจะดำเนินการกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายปกติเหมือนในหลายกรณีที่ผ่านๆมา
ส่วนในกลุ่มบุคคลที่เจ้าหน้าที่เชิญตัวมาพูดคุยชุดนี้นั้น จะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกับคดีอะไรบ้างหรือไม่ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการที่ลงพื้นที่หาข่าวและเบาะแสในพื้นที่ สำหรับชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงระหว่างการควบคุม เจ้าหน้าที่ทหารที่มทบ.11 นั้นจะไม่ต่างจากหลายคน คือทุกคนจะได้รับการปฏิบัติดูแลเป็นอย่างดีตามสมควรดังที่เป็นมาทุกครั้ง
“ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจในแนวทางการรักษากฎหมาย และกระบวนการรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมืองตามที่ คสช.กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันที่มีความต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย พี่น้องประชาชนได้มีความสุข และขออย่าได้วิตกกังวลในเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการคลี่คลายคดีนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถจนนำมาสู่การจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในเร็ววัน”โฆษกคสช.กล่าว
อนึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวบุคคล 6 คนจากภาคใต้ทั้งจากจ.ตรังและจ.นครศรีธรรมราชเดินทางเข้า มทบ.11 กรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม




