PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เสพติดประชานิยม ความล่มจมจะตามมา

คนที่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ ย่อมไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ คนที่อาศัยขาของคนอื่นยืน ก็ย่อมไม่สามารถยืนด้วยขาของตนเองได้ ฉันใดก็ฉันนั้น คนที่มีชีวิตอยู่ด้วยการรอรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นตลอดเวลา ก็ย่อมตกเป็นทาสของผู้ให้วันยังค่ำ


การที่รัฐบาลใดๆ ก็ตามมอมเมาประชาชนด้วยนโยบายประชานิยมสารพัดชนิด แล้วอ้างว่านโยบายนี้คือการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถลืมตาอ้าปากและดำรงชีวิตต่อไปได้ คนที่รู้ทันแผนชั่วร้ายของรัฐบาลเช่นนี้ ต่างลงความเห็นตรงกันว่า นั่นคือคำแก้ตัวที่ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่เคยมีประเทศใดที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ด้วยนโยบายประชานิยม

ประเทศไทยเคยมีรัฐบาลที่ใช้นโยบายประชานิยมมอมเมาประชาชนมาแล้ว และประเทศไทยก็เคยมีพรรคการเมืองไร้ปัญญาบางพรรคที่ประกาศว่านโยบายประชานิยมทำให้ประชาชนเป็นสุข ส่วนประชาชนบางกลุ่มก็หลงใหลได้ปลื้มไปกับนโยบายเบาปัญญาเช่นนี้ เพราะคิดว่านโยบายนี้คือการช่วยเหลือประชาชน แต่สำหรับประชาชนผู้มีความคิด จะรู้สึกขยะแขยงและรังเกียจนโยบายมอมเมาเช่นนี้ เพราะผู้มีสติปัญญาต่างรู้ดีว่านโยบายนี้คือการใช้เงินของประเทศเพื่อซื้อคะแนนนิยมทางการเมืองจากประชาชน และผู้มีปัญญาต่างเข้าใจตรงกันว่าการที่รัฐบาลเบาปัญญาใช้นโยบายเช่นนี้ ก็มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ได้ชัยชนะทางการเมืองเท่านั้น

การช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงของรัฐบาลผู้มองการณ์ไกล มิใช่การหว่านหรือแจกเงินให้กับประชาชน เพราะการกระทำที่เบาปัญญาเช่นนี้ไม่สามารถช่วยให้ประชาชนยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ตลอดไป

รัฐบาลที่มีความหวังดีโดยแท้จริงกับประชาชนจะต้องกำหนดนโยบายที่นำไปสู่การสร้างงานและสร้างอาชีพที่ยั่งยืนมั่นคงให้กับประชาชน แล้วสอนให้ประชาชนตระหนักในคุณค่าและความสามารถของตนเอง ส่วนรัฐบาลมักง่ายจะกระทำในสิ่งตรงกันข้าม เพราะรัฐบาลมักง่ายหวังเพียงชัยชนะทางการเมือง และหวังให้ตนเองมีอำนาจการเมืองเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงปัญหาสาหัสของสังคมที่จะติดตามมาในอนาคต

การที่รัฐบาลหว่านเงินให้กับประชาชนก็ไม่ต่างไปจากการที่รัฐบาลยื่นยาเสพติดให้ประชาชน แน่นอนว่าประชาชนบางกลุ่มย่อมยินดีที่ตนเองได้รับเงินฟรีๆ จากรัฐบาล แต่สำหรับประชาชนที่มีความคิดและมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมแล้ว เขาจะต้องถามกลับโดยทันทีว่าเงินที่รัฐบาลนำมาหว่านนั้นมาจากไหน แน่นอนว่าเงินที่ถูกหว่านนั้นย่อมไม่ได้มาจากกระเป๋าหรือจากกำปั่นเงินส่วนตัวของรัฐบาล แต่เงินนั้นมาจากเงินของแผ่นดิน ซึ่งก็คือเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศ

ประชาชนผู้มีปัญญาย่อมรู้ดีว่ารัฐบาลที่มีความหวังดีและจริงใจต่อประชาชนโดยแท้จะต้องใช้เงินภาษีอากรของแผ่นดินเพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างยั่งยืนและสูงสุดต่อประเทศชาติ มิใช่ผลาญเงินของแผ่นดินด้วยการนำเงินไปซื้อคะแนนนิยมจากประชาชน

หากเราทุกคนไม่ต้องการให้ประเทศชาติของเราล่มสลาย ประชาชนผู้มีจิตสำนึกและหวังดีต่อแผ่นดินจะต้องคัดค้านรัฐบาลที่ใช้นโยบายประชานิยม และต้องตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่นำเงินตราของแผ่นดินไปใช้กับนโยบายที่สร้างความเจริญเติบโตอย่างถาวรให้ประเทศชาติ เหตุใดจึงนำเงินตราที่มีเพียงจำกัดของแผ่นดินไปใช้ซื้อคะแนนนิยมทางการเมือง

4พรรคใหญ่ทุบโต๊ะกกต. เลือกตั้ง24กพ. อิทธิพรโยนแม่น้ำ5สายเคาะ

4พรรคใหญ่ทุบโต๊ะกกต.

เลือกตัง24กพ.

อิทธิพรโยนแม่น้ำ5สายเคาะ

สนช.รับอีก2ครบ7เสือกกต.

‘บุญจง-ทวี’โผล่ซบ‘พปชร.’

กกต.จัดประชุมชี้แจงติวเข้มแจงพรรคการเมืองรอบ 4 ยันจัดเลือกตั้งเป็นกลาง “อิทธิพร” ปธ.กกต.อ้ำอึ้งปมเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ โยน “แม่น้ำ 5 สาย” ชี้ขาด ย้ำคำสั่ง คสช.ไม่ใช่นิรโทษฯ กกต. ด้าน 4 พรรคการเมืองใหญ่“พท.-พปชร.-ทษช.-ปชป.” หนุนเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ยึดโรดแมป ชี้รอทุกพรรคพร้อมคงไม่ได้ ไม่พร้อมไม่ต้องลง ส่วนพรรคเล็กจี้กกต.เลื่อนเลือกตั้งไป 5 พฤษภาคม อ้างเพื่อให้ทุกพรรคพร้อม ‘พลังประชารัฐ’คึกคัก’บุญจง-ทวี’เข้าซบแล้ว สนช.ลงมติเลือก’เลิศวิโรจน์-ฐิติเชฎฐ์’เป็น กกต.ส่งผลให้ครบ 7เสือ กกต.

เมื่อวันที่ 22พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมชี้แจง”แนวทาการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง”ครั้งที่4/2561 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ มีตัวแทนพรรคการเมือง72พรรค และผู้ยื่นจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง 14 กลุ่มรวม 306 คน เข้าร่วมรับฟัง การชี้แจงหลักเกณฑ์สรรหาผู้สมัครและส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง

โดยมี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กล่าวเปิดการประชุมช่วงหนึ่งว่าตนและกรรมการ กกต.อีก 4 ท่าน ขอให้ความมั่นใจอีกครั้งว่ากกต.จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง สุจริต เที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้คำแนะนำปรึกษากับทุกพรรค เพื่อให้การดำเนินกิจกการของพรรคการเมือง ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นสถาบันการเมืองที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีพรรคการเมือง 89 พรรค ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าประชาชนตื่นตัวทางการเมือง และจะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง จึงขอให้แต่ละพรรคการเมืองดำเนินการตามเจตนารมณ์และอุดมการณ์ในการจัดตั้งพรรค

โยนแม่น้ำ5สายชี้ขาดเลื่อนลต.ให้

นายอิทธิพร กล่าวถึงกรณีพรรคการเมือง ยื่นหนังสือขอให้การเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็พวันที่24 ก.พ.2562 และพรรคการเมืองอีกกลุ่ม ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น กกต.จะเอาข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาในภาพรวม ซึ่งพรรคการเมืองขนาดเล็กก็มีข้อเรียกร้องให้มีความยืดหยุ่นเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้ง รวมถึงผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆ ที่จะต้องพิจารณาด้วย แต่เบื้องต้น มองว่า ยังไม่มีเหตุปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากโรดแม็พ

ส่วนการตัดสินใจว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปหรือไม่นั้นว่าคงจะมีความชัดเจน หลังจากการประชุมร่วมกันระหว่างแม่น้ำ 5สาย กับตัวแทนพรรคการเมืองตามข้อ8 ของคำสั่ง คสช.ที่ 53/2561และคาดว่าวันประชุม จะชัดเจน หลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ และหากมีข้อสรุปให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป กกต.เองก็ไม่จำเป็นแสดงความรับผิดชอบเพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดเช่นนั้นแต่การเลื่อนก็ต้องมีเหตุผลและก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจ

ปัดคสช.-รัฐครอบงำ-นิรโทษฯกกต.

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการเปิดทางให้ คสช.และรัฐบาลรับเรื่องร้องเรียนแบ่งเขตได้ อาจเป็นการเปิดทาง ให้ฝ่ายที่มีอำนาจแทรกแซงการแบ่งเขตเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง นายอิทธิพร กล่าวว่าตนไม่คิดเช่นนั้น แต่เป็นการเพิ่มช่องทางในการรับเรื่องร้องมากกว่า โดยการแบ่งเขต ตามเงื่อนไขในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่16/2561ก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายซึ่งไม่ถือว่าทำให้ คสช.หรือรัฐมาครอบงำ และคำสั่ง ไม่ได้มีผลนิรโทษกรรมให้กับ กกต.ที่ถูกมองว่าแบ่งเขตไม่เสร็จ

“เพราะจริงๆกกต.ทำทันตามกรอบเวลาที่คำสั่ง คสช.13/61 กำหนดให้แบ่งเขตเลือกตั้งแล้วเสร็จก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีผลบังคับใช้ อีกทั้ง แม้ว่าจะแบ่งเขตไม่ทันตามที่กำหนดในระเบียบเนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตให้ขยายเวลาได้อยู่แล้ว จึงไม่มีเรื่องที่ คสช.ต้องนิรโทษกรรมให้ กกต. แต่ยอมรับว่าอาจมีการหารือเรื่องของการคุ้มครอง กกต.ในเรื่อง การปฏิบัติอื่นๆ”ประธาน กกต.ย้ำ

และว่าส่วนเรื่องการวิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ จนทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งล่าช้าออกไปนั้นก็เป็นความเห็นแต่ละปัจเจกบุคคล ไม่ได้น้อยใจและน้อมรับต่อกระแสวิจารณ์

4พรรคใหญ่หนุนเลือกตั้ง24กพ.

ในซีกของพรรคการเมืองใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)และพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ต่างให้ความเห็นถึงที่มีพรรคการเมืองเล็กเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปซึ่งส่วนใหญ่ล้วนสนับสนุนให้จัดการเลือกตั้ง ในวันที่ 24 ก.พ.2562 ตามโรดแมพที่วางไว้

โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่าที่พรรคการเมืองเล็กเสนอให้กกต.เลื่อนการเลือกตั้งว่า การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต.ซึ่งพรรคเพื่อไทย อยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24ก.พ.2562ไม่อยากให้เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเทศ และที่ผ่านมาได้มีการเลื่อนเลือกตั้งมาหลายครั้งและประชาชนได้แต่รอที่จะให้เกิดการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เตือนกกต.กำลังจะทำผิดกม.

ส่วนคำสั่ง คสช.ที่16/2561เรื่องการขยายเวลาให้ กกต.ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งที่การกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดกฎหมาย แต่คำสั่ง คสช.ฉบับนี้กลับรองรับให้สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และให้ถือเป็นที่สุดจึงมองว่าคำสั่งฉบับนี้ เป็นการชี้ช่องให้ กกต.ทำผิดกฎหมายได้ จึงอยากถามว่ากกต. ในฐานะองค์กรอิสระจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อยากฝากถึงกกต.และผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยว่า การแบ่งเขตต้องชอบด้วยกฎหมายอย่างแท้จริงเพราะไม่ชอบ ก็ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)กล่าวว่า การแบ่งเขตการเลือกตั้งถือเป็นจุด เริ่มต้นที่จะทำให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม การออกคำสั่งที่ 16/2561 ถือเป็นการแทรกแซงการแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.อยากให้กกต.ทำหน้าที่อย่างแท้จริง ไม่ฟังคำสั่งใคร ยึดประชาชนเป็นสำคัญ

ทษช.ย้ำรอทุกพรรคพร้อมไม่ได้

นายพิชิต ชื่นบาน คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังสนับสนุน ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.และเห็นว่าหากกกต.มีความตั้งใจที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของใคร ก็ควรที่จะดำเนินการแบ่งเขตให้เสร็จสิ้น ก่อนวันสุดท้าย ตามกำหนดเวลา ส่วนที่มีหลายพรรคแสดงความไม่พร้อมนั้น ตนเห็นว่าหากการเลือกตั้งทุกครั้ง ต้องรอให้ทุกพรรคพร้อมเป็นไปไม่ได้ เพราะตามสถิติในอดีตก่อนเลือกตั้งจะมีหลายพรรคการเมืองที่ยังจดทะเบียนไม่แล้วเสร็จ ยังไม่พร้อม ก็ไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่งตนยืนยัน เคารพสิทธิ เสรีภาพของทุกพรรค แต่ถ้าจะอ้างว่า บางพรรคการเมือง ไม่พร้อม คงไม่ได้ ขอให้นึกถึงประชาชนว่า อยากเลือกตั้ง ขณะนี้ก็ไม่มีเหตุปัจจัยอะไรให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก

ปชป.หนุนเลือกตั้งตามโรดแมป

ขณะที่น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ว่ารัฐบาล คสช.และกกต.ได้ย้ำมาโดยตลอดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 24ก.พ.2562ดังนั้นจึงไม่ควรมีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนพรรคการเมืองก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกติกา ให้ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย ส่วนข้ออ้างความไม่พร้อมของพรรคการเมืองใหม่นั้น ตนมองว่าหากตั้งมานานแล้วน่าจะเตรียมความพร้อมได้ทัน อีกทั้ง กำหนดการแข่งขัน ประกาศต่างๆก็ออกมานานแล้ว แม้จะรู้สึกเห็นใจ แต่ถ้าหากต้องรอก็อาจจะทำให้เกิดการรออย่างไม่ที่สิ้นสุด

ส่วนถึงคำสั่ง คสช.ที่16/2561 เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น นายทะเบียนพรรค ปชป.ระบุว่าพรรคยังคงติดใจ เพราะเกี่ยวกับความเชื่อมั่นโดยเฉพาะหากทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปจะกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งไปจากเดิม ตามกฎหมายกำหนดให้ดูจากพื้นที่ จำนวนประชากรกรณีใดผิดปกติ เหลื่อมล้ำ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ซึ่งพรรคจะได้ทำหนังสือส่งเพื่อยื่นให้ กกต.ทบทวนต่อไป

ด้านนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ยืนยันว่าถ้ามีการลงเลือกตั้ง ในวันที่ 24ก.พ.ตามโรดแม็พที่วางไว้ เป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์เดิม พรรคพลังประชารัฐไม่มีปัญหาและขอยืนยันความพร้อม ส่วนบางพรรคที่ไม่พร้อม ก็ถือเป็นเรื่องของแต่ละพรรค

กลุ่มพรรคเล็กยื่นกกต.เลื่อนเลือกตั้ง

วันเดียวกัน กลุ่มสหพรรคการเมืองไทย พร้อมกลุ่มการเมืองกว่า 10 พรรคนำโดยนายสาธุ อนุโมทามิ ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังไทยดี ยื่นหนังสือต่อ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ผ่านนายสมเกียรติ คงดี ผอ.สำนักกิจการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 5 พ.ค.25622562 ซึ่งมีพรรคร่วมลงชื่อเสนอเลื่อนเลือกตั้ง อาทิพรรคพลังไทยดี พรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย พรรคคนรุ่นใหม่ พรรคไทยใหม่ เป็นต้น

โดยนายสาธุกล่าวว่ากลุ่มสหพรรคการเมืองมองว่าการเลือกตังวันที่ 24 ก.พ.2562มีกรอบเวลาที่กระชั้นชิดจนทำให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่เสียโอกาสที่จะลงไปนำเสนอนโยบายให้ประชาชนได้รับทราบและอาจกลายเป็นกับดักทางกฎหมายที่นำไปสู่ปัญหาทางการเมืองในอนาคต จึงเห็นว่าควรเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป เป็นวันที่ 5พ.ค.2562แทน อยู่ในกรอบเวลา150วันตามกฎหมายกำหนด เลื่อนออกไปเพียง 2 เดือน9วัน เพื่อให้พรรคการเมืองทุกพรรคพร้อม สำหรับการเลือกตั้งและจะเป็นการเลือกตั้งที่สมบูรณ์ แต่หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเกินกว่าวันที่ 5 พ.ค.2562 เราก็ไม่เห็นด้วย เพราะจะเลยกรอบเวลาตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพรรคการเมือง ไม่มีใบสั่งจากใคร ตอนนี้มีพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองร่วมลงชื่อเสนอขอให้เลื่อนเลือกตั้งรวม13กลุ่ม

‘บุญจง-ทวี’เข้าซบ’พลังประชารัฐ

ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ยังอดีตนักการเมืองและประชาชนเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายมนู เขียวคราม สจ.ภูเก็ต อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายอมร อินทรเจริญ นักธุรกิจ จ.ภูเก็ต โดยระบุว่าต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งด้านเอกชน ผู้ประกอบการต่างๆและคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเมื่อท้องถิ่นและสนามการเมืองใหญ่อยู่ตรงข้ามกันการดำเนินการต่างๆอาจจะมีข้อติดขัดบ้าง

ช่วงบ่าย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อย และมีรายงานว่า นายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย หลานของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยและนางตรีนุช เทียนทอง อดีต สส.สระแก้ว ได้เข้ามาสมัครสมาชิกช่วงเย็นวันที่21พ.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

‘บ้านริมน้ำ-พ่อมดดำ’มา23พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำมีกำหนดนำอดีตส.ส.และสมาชิกในสังกัดจาก จ.ยโสธร มุกดาหาร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคามเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค พปชร.รวมทั้งนางรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงรายหลายสมัย พรรคชาติพัฒนา และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายที่จะมาสมัครสมาชิก

ขณะที่ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์และนายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย บุตรชายนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตส.ส.ลำปาง พรรคไทยรักไทย ที่ประสานงานทางพรรคว่า จะเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกใน วันที่ 23 พ.ย.นี้ และมีรายงานว่าเวลา10.00น.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือ”กรุง ศรีวิไล” อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย พร้อมทีมผู้บริหาร อบจ.สมุทรปราการจะเดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคด้วยเช่นกัน

‘เลิศวิโรจน์-ฐิติเชฏฐ์’เป็นกกต.

ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้พิจารณาเรื่องให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่ยังค้างอยู่จำนวน2คน หลังคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม โดยเสนอชื่อ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ ที่ปรึกษาสภาทนายความ

หลังประชุมลับ 2 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้บุคคลทั้งสองเป็นกกต.ด้วยคะแนน 149 ต่อ28 และ 149 ต่อ 27 คะแนน ไม่ลงคะแนน 8 คน ถือว่าทั้ง 2 คนได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก สนช.ที่มีอยู่ในขณะนี้คือ240คน เท่ากับต้องได้เสียงเกิน 120 คะแนน จากนี้ ประธาน สนช.ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาจะนำรายชื่อบุคคลทั้งสองขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

ทักษิณ-เสื้อแดง ทำอะไรที่สิงคโปร์

มาแล้ว!    
                กลุ่มการเมืองกว่า ๑๐ พรรคยื่นหนังสือถึง กกต.
                ขอให้เลื่อนเลือกตั้ง ออกไปเป็นวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ 
                เท่าที่ฟังดูเหตุผล ก็ตามนี้...
                ...พรรคการเมืองเล็กยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ 
                กติกาใหม่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก 
                พรรคการเมืองเล็กยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน ทำให้เสียโอกาสในการนำเสนอนโยบายให้ประชาชนพิจารณา 
                และ กกต.อาจไม่มีความพร้อม เนื่องจากจะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาด้วย....
                แล้วต้องเลื่อนตามข้อเรียกร้องนี้หรือเปล่า?
                เอาจริงๆ นะ...ในแง่ความพร้อม แต่ละพรรคมีความพร้อมไม่เท่ากันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว 
                ต่อเวลาไปเรื่อยๆ ก็จะมีพรรคที่ไม่พร้อมอยู่เสมอ 
                แล้วต้องเลื่อนไปเรื่อยๆ จนทุกพรรคพร้อมทั้งหมดหรือไม่ 
                ขณะเดียวกัน พรรคที่พร้อมแล้ว รอได้หรือเปล่า 
                เพราะขนาดคนอยากเลือกตั้งวันนี้แปลงร่าง ปรับสถานะตัวเองเป็นคนลงสมัครรับเลือกตั้งไปแล้วหลายคน  
                ไทม์ไลน์เลือกตั้งมันชัดเจนมานานแล้ว 
                ทุกพรรคก็รู้ว่าตัวเองควรจะเตรียมตัวอย่างไร ภายใต้สถานการณ์คลายล็อก
                หากจัดการตัวเองภายใต้เงื่อนเวลาที่มีอยู่ไม่ได้ 
                คำถามคือ.... 
                แล้วจะไปจัดการปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร 
                ฉะนั้นอย่าให้ความไม่พร้อมของพรรคการเมืองที่ไม่พร้อมจะเป็นพรรคการเมือง มาเป็นเหตุผลเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป
                มันไม่สมเหตุสมผล
                สำหรับพรรคการเมืองที่พร้อมแล้ว ซึ่งก็คือพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในเวลานี้อยู่เฉยเสียที่ไหน
                เดินหาเสียงกันแล้วทั้งนั้น 
                ว่าไป พรรคลุงตู่ เล่นหนักกว่าใครด้วยซ้ำ 
                แต่ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะเลือกตั้งทุกครั้ง พรรครัฐบาลก็เล่นแบบนี้ทุกที 
                จะมีที่น่ากลัวกว่านั้นก็โน่น...ที่สิงคโปร์ 
                ไม่ครอบงำ แต่เคลื่อนไหวชี้นิ้วบงการ 
                ทักษิณ ชินวัตร เรียกแดงตัวพ่อตัวแม่ภาคต่างๆ ไปเคลียร์ใจ
                ตามข่าวมีรายชื่อดังนี้
                ๑.อานนท์ แสนน่าน 
                ๒.สมชัย แสงทอง ตัวแทนจากภาคเหนือ 
                ๓.นิตยา นาโล ตัวแทนจากภาคอีสาน 
                ๔.ธนภัทร พันธวาส ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน
                ดูตามรายชื่อ อาจไม่เป็นที่รู้จักของคนนอกแวดวง คนเสื้อแดง 
                แต่ภายใน เป็นที่รู้กันว่าระดับ "บิ๊ก" ทีเดียว 
                ใหญ่แค่ไหน?
                ใหญ่ขนาด "นายใหญ่" เคยขอพบมาแล้ว 
                ใหญ่ชนิดที่ว่าคนในระบอบทักษิณเองพากันเข้าใจว่าสามารถขอตำแหน่งทางการเมืองจากคนพวกนี้ได้ 
                โดยเฉพาะ "อานนท์ แสนน่าน" เพราะคือผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง!
                หมู่บ้านแห่งแรกเกิดที่ บ้านหนองหูลิง อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อปลายปี ๒๕๕๓ 
                สัญลักษณ์หมู่บ้านเสื้อแดงก็ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน
                นอกจากมีป้ายข้อความ “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย” กำกับแล้ว
                ที่ขาดไม่ได้คือรูปทักษิณทุกบ้าน 
                สิ่งที่ "อานนท์ แสนน่าน" ทำหลังจากนั้นคือ ยกระดับเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงเป็น
                "สมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย" 
                ขยายหมู่บ้านเสื้อแดงไปทั่วประเทศ 
                กลายเป็นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นระบอบทักษิณ 
                แต่สุดท้ายต้องแยกย้าย เพราะหลังรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทหารได้ออกคำสั่งยุติกิจกรรมหมู่บ้านเสื้อแดง 
                มาวันนี้ "ทักษิณ" เรียกบรรดาแกนนำไปพบที่สิงคโปร์ 
                พบเพื่ออะไร?
                จากคำให้สัมภาษณ์ของ "อานนท์ แสนน่าน" บอกว่า....
                ...ท่านทักษิณได้บอกว่า คิดถึงประชาชนชาวไทย และห่วงความเป็นอยู่ของประชาชน อยากจะให้ประชาชนได้มีอาชีพทำกันทุกคน มีรายได้มากๆ 
                อยากจะให้พวกเราดูแลกันและกัน ไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดโอกาสและกลุ่มเกษตรกร 
                ถ้ามีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นและประชาชนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น
                เราดีใจมากหลังจากที่ไม่ได้เจอท่านตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ก่อนปฏิวัติเพียงไม่กี่วัน 
                ในช่วงนั้นท่านอายุเพียง ๖๐ ปีต้นๆ แต่มาปีนี้ท่านอายุเกือบจะ ๗๐ ปีแล้ว แต่ดูหน้าตาท่านเหมือนคนอายุเพียง ๕๐ ปีต้นๆ 
                ไม่เหมือน ๔ ปีที่ผ่านมา ที่หน้าตาท่านดูเหมือนคนมีอายุมาก....
                ครับ...ดูเหมือนไม่มีอะไร 
                แต่การเจาะจงเรียกพบ และอาจเรียกเพื่อใช้งาน หน่วยงานด้านความมั่นคงควรจะตรวจสอบความเคลื่อนไหวนี้เสียแต่เนิ่นๆ 
                เพราะต้องยอมรับว่า ในอดีตนั้น ขบวนการหมู่บ้านคนเสื้อแดง เคยตกเป็นข่าวที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอยู่บ่อยครั้ง 
                อาทิ...
                ปลุกระดมให้ร้ายสถาบัน 
                ยุให้ 'ปลดรูป' ที่มีทุกบ้านออก 
                สร้างกระแสเกลียดชังกองทัพ และการเมืองฝ่ายตรงข้าม 
                ไปจนถึง ความปรารถนาที่จะสถาปนา "รัฐไทยใหม่"
                แม้ไม่ใช่ความต้องการของหมู่บ้านเสื้อแดงทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า หลายๆ หมู่บ้านมีความคิดเช่นนั้นจริง 
                อย่างน้อยๆ สังคมไทยก็ควรรับรู้ว่าบุคคลที่เดินสายเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในหลายภูมิภาคนั้นมี โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ กับแดง-ดารุณี กฤตบุญญาลัย 
                สถานภาพปัจจุบันของทั้ง ๒ คือ...    
                ผู้ต้องหาหลบหนีคดี ม.๑๑๒   
                มีการวางแผนก่อนการเลือกตั้ง วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ใช้หมู่บ้านเสื้อแดงเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย 
                วางแผนละเอียดถึงขั้นว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแล้วฝ่ายตรงข้ามไม่ยอม  จะใช้มวลชนเสื้อแดงกดดันทุกวิถีทาง เพื่อให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ 
                ครั้งนั้นมีแผนปรากฏชัดเป็นคำพูดของ นายวัน สุวรรณพงศ์ ดีเจวิทยุเสื้อแดง ขอนแก่น
                จัดรายการแจ้งกับมวลชนว่า
                “ถ้าเราชนะการเลือกตั้ง เราก็จะต้องเตรียมพร้อมที่จะเข้ากรุงเทพฯ กันโดยเร็ว 
                เราจะต้องเตรียมอาหารให้พร้อม เตรียมรถราให้พร้อม 
                จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เข้าล้อมรัฐสภาไว้ และสร้างแรงกดดัน เพื่อให้พรรคที่มาเป็นอันดับ ๑ ได้จัดตั้งรัฐบาล” 
                แผนนี้จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่
                วันนี้แม้หมู่บ้านเสื้อแดงไม่มีแล้ว แต่การสื่อสารกันในโลกโซเชียลกลับทำให้มวลชนเข้าถึงกันและกันได้ง่ายกว่าเดิม 
                ฉะนั้นจึงเป็นปริศนาว่า "ทักษิณ" เรียกคนกลุ่มนี้ไปพบด้วยเรื่องอะไร และจะใช้งานแบบไหน 
                อีกประเด็นไม่พูดไม่ได้ 
                ทหารการเมือง กับทหารรัฐประหาร ต่างกันอย่างไร
                ใครเปลี่ยนอุดมการณ์
                ใครเป็นจิ้กจกเปลี่ยนสี
                เรื่องนี้พูดเยอะก็เจ็บคอ 
                เพราะรู้กันมานมนานแล้วว่า "ทหารแตงโม" มีอยู่จริง 
                และคนทำให้เกิดทหารแตงโม ก็คือคนที่อ้างว่า 
                “ทหารที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา น่าชื่นชมกว่าทหารที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจไหมครับป้อม”
                กรณีนี้ "ทักษิณ" ได้เปรียบ "บิ๊กป้อม" อยู่นิดหนึ่งตรงประเด็นของที่มาการเข้าสู่อำนาจ 
                ในแง่ของสากลแล้ว ทหารไปสมัครรับเลือกตั้ง อย่างไรเสียก็ต้องได้รับการยอมรับ มากกว่าทหารที่เข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร 
                แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ ทหารบางกลุ่มได้เป็น ส.ส.แล้ว กลับไม่ทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา
                ประเทศไทยเพิ่งผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย มีทั้งทหารในราชการ ทหารที่เป็นนักการเมือง อุ้มรัฐบาลระบอบทักษิณ ปล่อยให้มีการโกงกินอย่างมโหฬาร 
                ทหารแตงโมพวกนี้หรือที่บอกว่าน่าชื่นชม?
                                                                                                                                ผักกาดหอม             

แจกหนักแจกจริง

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามา จึงเป็นจังหวะดีที่รัฐบาล คสช.จะแจกของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

เพราะถ้าไปแจกของขวัญช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็จะถูกโจมตีว่าหวังผลการเมือง

ฉะนั้นการที่รัฐบาลคืนความสุขประชาชนต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยจึงเป็นเรื่อง “ประเพณีนิยม”

ข้อสำคัญจะแจกของขวัญอะไรจะถูกใจประชาชนเท่า “แจกเงิน”

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาล คสช.ทุ่มเงินแจกฟรีกว่าแปดหมื่นล้านบาท แจกแหลก แจกกระจาย แจกแบบไม่กลัวถุงลมโป่งพอง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่ามหกรรมแจกเงินฟรีฉลองปีใหม่ 2562 มาเป็นแพ็กเกจ 6 มาตรการพร้อมกัน

1,แจกเงินสด 500 บาท ให้ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการคนจน 14.5 ล้านคน เอาไปใช้จ่ายฉลองปีใหม่ให้สำราญบานใจ

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีด 7,250 ล้านบาท

2,จ่ายอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ลงทะเบียนคนจน 14.5 ล้านคน เดือนละ 230 บาท และจ่ายอุดหนุนค่าน้ำประปาอีกเดือนละ 100 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 10 เดือนตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีดอีก 27,050 ล้านบาท

3,จ่ายช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้ลงทะเบียนคนจนอายุ 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 400 บาทต่อคน ติดต่อกันเป็นเวลา 10 เดือน

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีดอีก 920 ล้านบาท

4,แจกเงินฟรีช่วยเหลือค่าเดินทางไปโรงพยาบาลสำหรับผู้ลงทะเบียนคนจนที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปอีก 1,000 บาทต่อคน

แถมพิเศษเป็น ส.ค.ส.ปีใหม่จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีด 3,500 ล้านบาท

5,แจกเงินฟรีช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยาง และคนกรีดยาง 1.4 ล้านราย ที่เดือดร้อนจากราคายางดิ่งพสุธา

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีดอีก 18,000 ล้านบาท

6,แจกเงินเพิ่มเบี้ยหวัดบำนาญให้ข้าราชการผู้มีรายได้น้อย 52,000 คน และขยายเพดานบำเหน็จดำรงชีพข้าราชการบำนาญที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปอีก 1.5 แสนราย

รัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีด 25,259 ล้านบาท

สรุปมูลค่าของขวัญปีใหม่ 2562 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทุ่มงบหมดหน้าตักรวมเป็นเงิน 81,979 ล้านบาทขาดตัว

แจกฟรีๆไม่ต้องใช้คืนรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ทั้ง 6 มาตรการ มีผู้ได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้นถึง 16.1 ล้านคน

แยกเป็นผู้ลงทะเบียนคนจน 14.5 ล้านคน เกษตรกรชาวสวนยางอีก 1.4 ล้านคน และข้าราชการบำนาญอีก 2 แสนคน

หวังว่าผลบุญกุศลจากการแจกเงินฟรีจะส่งผลดีให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งอย่างสะดวกโยธิน

สมมติเล่นๆ ถ้าประชาชนผู้ได้รับเงินแจกฟรีจากรัฐบาล 16 ล้านคน เทคะแนนเลือกพรรคพลังประชารัฐ 16 ล้านคะแนน

คำนวณตามสูตร ส.ส. 1 คน ต้องได้คะแนนเลือกตั้ง 70,000 คะแนน

พรรคพลังประชารัฐจะกวาด ส.ส.เข้าสภาฯได้ 228 คนจาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คน

ขาด ส.ส.อีก 23 คนเท่านั้นก็ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ทันที

สุดท้าย...รัฐบาลทุ่มงบกว่าแปดหมื่นล้านบาท โดยไม่หวังคะแนนเลือกตั้ง โดยไม่หวังผลทางการเมือง จริงหรือไม่??

ไม่มีใบเสร็จยืนยัน

แต่ “แม่ลูกจันทร์” ไม่เชื่อนะโยม.

ในห้วงแห่งความระส่ำ

ยังไม่มีปัจจัย “เลื่อน” เลือกตั้ง

ไม่ใช่แค่แกนนำ คสช.หัวขบวนอำนาจพิเศษต้องคอยยืนยัน ย้ำโรดแม็ปเลือกตั้ง

ที่ปักธงไว้วันที่ 24 ก.พ.2562 ล่าสุดเป็นคิวของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ต้องช่วยสำทับโปรแกรม
หลังจากที่ตัวแทนพรรคเล็ก ในนามสหพรรคยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้เลื่อนเลือกตั้ง

อ่านท่าที “อำนาจพิเศษ” ก็พร้อมจะปล่อยมือ ขณะที่ “กรรมการ” เตรียมไปรอคุมเกมในสนาม ส่วนผู้เล่นทีมใหญ่เร่งวอร์มเครื่องจัดทัพก่อนออกสตาร์ตกันแล้ว จะมีก็เพียงพรรคเล็กพรรคน้อยคอยกระตุกคิว

สัญญาณเดิมยังไม่เปลี่ยนแปลง เว้นแต่เกิดเหตุฉุกเฉิน นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

เอาเป็นว่า สแกนคลื่นความถี่ ณ ห้วงนี้ คงต้องจับตาไปที่ป้อมค่ายการเมือง ที่เริ่มได้บทสรุปชัด ใครจะอยู่สังกัดใด ตามเงื่อนไขกติกา ต้องสังกัดพรรคให้ครบ 90 วัน เส้นตาย 26 พ.ย.นี้ ต้องเข้าค่ายตีตราให้เสร็จ

ล่าสุด ค่ายเอสเอ็มอีอย่างชาติพัฒนา ที่ถึงคิวคนรุ่นต่อไป ถึงแม้หน้าอาจไม่ใหม่ทางการเมือง แต่แนวคิดแนวทางเข้ายุคสมัย “เทวัญ ลิปตพัลลภ” ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค “ดล เหตระกูล” นั่งเลขาธิการพรรค

ส่วน “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ฉีกตัวไปประคองน้องชายที่รับไม้ต่อ

พรรคชาติพัฒนามารอบนี้ ชูสโลแกนประจำค่าย ที่หยิบยืมวาทกรรมติดปาก “น้าชาติ” พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯผู้ล่วงลับ มาใช้เข้าจังหวะบ้านเมือง ตามสไตล์ของพรรค

“โนพรอบเบลม” ชาติพัฒนา ไม่มีปัญหากับใคร

พรรคการเมือง “สายกลาง” ยืดหยุ่นสูง สเปกตัวแปรชั้นดี

ที่แน่นอน งานนี้คำว่าโคราช กับพรรคชาติพัฒนาถูกท้าทายหนักเหมือนทุกครั้ง รอบนี้ถ้าสแกนรายชื่อ ต้องจับตา 2 รองหัวหน้าพรรค “พงษ์ศิริ กุสุมภ์” อดีต ส.ว.นครราชสีมา “ธงชัย ลืออดุลย์” อดีตพ่อเมืองโคราชชาติพัฒนาโชว์ไต๋เด็ดสู้โปรแกรมเดือด รักษาฐาน

แต่ที่ยังแกว่งอยู่ น่าจะเป็นเครือข่ายที่เคยร่วมงานในร่มเงานายใหญ่ ที่เหลือ 2 ค่ายหลัก เพื่อไทย–ไทยรักษาชาติ ที่ “2 เจ๊” ไล่เช็กชื่อยื้อแย่งชิงตัว ชนิดต่อสายตรงถึงลูกทีมรายคน จนกระอักกระอ่วนไปตามกัน

สถานการณ์ไม่สู้ดี จน “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตผู้นำ ต้องเคลื่อนฐานมาที่สิงคโปร์

เร่งเขย่าสูตร เบรกศึกเจ๊ๆก่อนพังพาบทั้งขบวน

ไม่รวมลูกทีมที่ทยอยแหกค่าย ล่าสุดมีร่องรอยไม่ปกติ

ป้อมค่าย จ.กำแพงเพชร กำลังถูกทลาย

โดยลอตนี้ “วราเทพ รัตนากร” อดีตรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย จ่อนำลูกทัพเมืองชากังราว ทั้ง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์–อนันต์ ผลอำนวย–ไผ่ ลิกค์–ปริญญา ฤกษ์หร่าย

จ่อไปเปิดตัวกับพลังประชารัฐ

สะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นไหวกระแทกขั้วนายใหญ่หลายแมกนิจูด

ยังไม่รวมร่องรอยแปลกๆจากเมืองเชียงใหม่ กับทายาท “เตริยาภิรมย์” ของ “นายบุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ อาจโยกตามไปด้วย

โดยโยงไปกับปมจำนำข้าวที่ “บุญทรง” ถูกจำคุก ในจังหวะอดีตผู้นำหญิงเผ่น–เบี้ยวแผน

“เจ็บ” และ “จุก” อาจถึงเวลาทางใครทางมัน “จัดคืน”

แต่ที่ฮือฮา ในส่วนของ “วราเทพ” ถือเป็นขุมกำลังเกรด “เอบวก” มืองานสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ระดับ “สายตรง” จนกระทั่งยุคเพื่อไทย ได้ชื่อว่าขุนพลเอกอยู่ในซุ้ม “วังบัวบาน” ของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

เมื่อสายลมของการเปลี่ยนแปลงมาถึง หลังผ่านศึกเหนือเสือใต้ ร่วมทุกข์สุขมากับสังกัดเก่า ชนิดปักหลักอยู่แนวหน้า เผชิญกับความสุ่มเสี่ยง กระทั่งเรื่องการสูญสิ้นอิสรภาพมาแล้ว

คำว่า “บุญคุณ” อย่างไรก็คงทดแทนกันไม่มีวันจบ

ขณะที่ชีวิตจริง มีหลายปัจจัยทำให้ต้อง “ตัดสินใจ”

วาระร้อน “วราเทพ” และลูกทีมขยับย้ายค่าย กลายเป็นปัจจัยพลิกผันครั้งสำคัญ ที่ทำ “เพื่อไทย” ระส่ำ

“เจ้าแม่วังบัวบาน” ซวนเซหนัก “ทักษิณ” นั่งไม่ติด.

ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เมื่อ"หัวสี่เหลี่ยม"ครอบงำอนาคตใหม่

ไทกร พลสุวรรณ

เมื่อ"หัวสี่เหลี่ยม"ครอบงำอนาคตใหม่
เมื่อคุณธนาธรและคณะตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมรู้สึกดีใจ รู้สึกมีความหวังว่าการเมืองไทยจะมีคนที่มีคุณภาพ มีศักยภาพมาเข้าร่วม และแอบให้กำลังใจคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ผมจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคคุณธนาธรและก็ไม่เคยคิดจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคของคุณธนาธรด้วย
มีน้องๆเพื่อนๆพี่ๆหลายคนโทรมาปรึกษาหรือนัดพูดคุยกับผมเรื่องจะลงสมัคร ส.ส. ว่าจะลงสมัครพรรคไหนดี พรรคอนาคตใหม่ของคุณธนาธรคือพรรคหนึ่งที่ผมแนะนำ เพราะผมชอบนโยบายกระจายอำนาจ "เลือกตั้งผู้ว่าฯทุกจังหวัด"
แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมได้ยินแต่เสียงบ่นที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
"มีแต่ NGOs เต็มพรรคเลย"
"ในพรรคบรรยากาศเหมือนห้องเรียนทฤษฎีการเมือง"
ฯลฯ
บทบาทการชี้นำและกำหนดแนวทางของพรรคตกอยู่ในมือของเหล่า NGOs ทั้งหลาย
NGOs นั้นแบ่งเป็น 2 จำพวกใหญ่ๆ คือ
(1)พวกที่อยู่ในโลกความเป็นจริง
(2)พวกที่อยู่ในโลกเสมือนจริง
พวกที่อยู่ในโลกความเป็นจริงนั้นไม่ใข่ปัญหา เพราะคนเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ เข้ากับสังคมได้ มีความคิดและแนวทางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนที่เป็นปัญหาคือ พวกที่อยู่ในโลกเสมือนจริง คนเหล่านี้จะยึด ลัทธิ ทฤษฎี เป็นสรณะ ลัทธิมากซ์ ลัทธิมากซ์-เลนิน ลัทธิเหมา ทฤษฎีวัตถุนิยมวิภาษวิธี ฯลฯ ใครที่ไม่เชื่อเหมือนพวกเขา คิดไม่เหมือนพวกเขา ทำไม่เหมือนพวกเขา คนพวกนี้จะถือว่าเป็นศัตรู เป็นศัตรูทางการเมืองที่ต้องทำลายทิ้ง คนในแวดวง NGOs เรียกพวกนี้ว่า "พวกหัวสี่เหลี่ยม" คือ คิดอยู่ในกรอบของลัทธิและทฤษฎีเท่านั้น
เมื่อดูบทบาทที่พรรคอนาคตใหม่แสดงจุดยืนทางการเมืองต่อสาธารณะในระยะหลังๆแล้ว น่าจะเกิดปัญหาภายในพรรค เช่น กรณีเฌอปราง หรือ กรณีการถอนตัวจากการร่วมแข่งขันกีฬากระขับมิตรคนรุ่นใหม่ของพรรคการเมืองต่างๆ พรรคอนาคตใหม่แสดงออกทางการเมืองที่"คับแคบ"ลงเรื่อยๆ ผิดวิสัยพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ล้วนแต่เปิดกว้างเพื่อหาความร่วมมือกับคนทุกภาคส่วนในสังคม
พวก NGOs หัวสี่เหลี่ยมนี้ เคยทำให้องค์กรภาคประชาชนล่มสลายมาหลายองค์กรแล้ว เพราะกลุ่มเหล่านี้จะสร้างให้องค์กรนั้นๆ เป็นรูปแบบ"จักรวรรดิ" เช่น จักรวรรดิชาวนา จักรวรรดิกรรมกร ฯลฯ แล้วยกพวกตัวเองขึ้นเป็น "ซาร์" ซาร์ของชาวนา ซาร์ของกรรมกร หรือซาร์ของพรรคการเมือง
ซึ่งลึกๆแล้วจิตใต้สำนึกของคนเหล่านี้เป็นเผด็จการ
คุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ควรแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนและจริงจัง ก่อนที่จะเกิด"ซาร์ของพรรคอนาคตใหม่"ขึ้น หากถึงวันนั้นก็สายเกินกว่าจะแก้ไข พรรคอนาคตใหม่จะกลายเป็น"อนาคตไหม้"
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็ด้วยความเป็นห่วงและปรารถนาดี
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

‘ชุดใหญ่’ สะดุ้งเป็นแถว

“เอฟเฟกต์” แรงมาก ระดับที่หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวยักษ์แทบทุกฉบับ

กับปรากฏการณ์ที่ประชุม ครม.นัดล่าสุด อนุมัติงบประมาณกว่า 8.69 หมื่นล้านบาท เดินหน้าอัดฉีดมาตรการช่วยคนจน ผู้มีรายได้น้อย คนชรา ข้าราชการเกษียณ เกษตรกร

แบ่งเป็น 5 โครงการหลักๆ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง

1.ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.8 หมื่นล้านบาท

2.เงินช่วยค่าครองชีพข้าราชการเกษียณ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ 559 ล้านบาท และเงินบำเหน็จดำรงชีพกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท

3.ชดเชยดอกเบี้ยกว่า 3,800 ล้านบาท ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดทำโครงการบ้านล้านหลัง ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน

4.มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ 525 ล้านบาท 5.โครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราอีกกว่า 18,000 ล้านบาท

ตามรายการปลีกย่อยที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แจกแจงรายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเองเลยว่า ครม.ได้เห็นชอบให้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะช่วยเหลือค่าน้ำ 100 บาท ค่าไฟ 230 บาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2562 รวม 10 เดือน

และพิเศษในเดือนธันวาคมปีนี้ จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 500 บาท เพื่อจับจ่ายในช่วงปีใหม่ 

นอกจากนั้นจะสนับสนุนค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลแก่ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,000 บาทต่อคน และช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่ธันวาคม 2561 ถึงกันยายน 2562

“ปล่อยของ” แบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ

ในอาการแบบที่เจ้าตำรับโคตรประชานิยมยี่ห้อ “ทักษิณ” ต้องรีบออกมาตีปี๊บโวยวาย

ประจานรัฐบาล คสช.อนุมัติงบฯแสนล้าน แต่ไร้การตรวจสอบ

ชิงทำลายความชอบธรรม เบรกกระแสกันตามฟอร์ม

เรื่องของเรื่อง มันสะท้อนแรงสั่นสะเทือนที่กระแทกใส่ “นักการเมืองอาชีพ” อย่างจัง

ไม่ใช่แค่ทีม “นายใหญ่” แต่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงสารพัดยี่ห้อ ไม่มีทางเห็นดีเห็นงามกับมาตรการอัดฉีดที่รัฐบาล “ลุงตู่” ปล่อยของออกมา

ตามจังหวะคาบลูกคาบดอกในห้วงเข้าโหมดเลือกตั้ง

เพราะมันคือการโกยแต้มความนิยมได้แบบเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” กำลังตั้งไข่ ยืนได้ขาแข็ง ออกตัวแรงขึ้นทุกวัน

ยังไงก็หนีไม่พ้น เกี่ยวโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรูปการณ์ที่เห็นกันชัดๆไม่ใช่แค่กติกาที่เอื้อให้ แต่นโยบายรัฐบาลยังเข้าทาง นี่คือปัจจัยเร่งพวกที่สองจิตสองใจจะย้ายสังกัด

ใส่เสื้อยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” รีบตัดสินใจในสถานการณ์ “เดดไลน์”

ในวงเล็บ นี่คือในมุมที่นักเลือกตั้งอาชีพตั้งแง่ระแวง

ซึ่งไม่เกี่ยวกับประชาชนที่ยังไงก็ชอบ โดยเฉพาะคนในข่ายที่ได้รับประโยชน์ยิ่งชอบมาก

จากการได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐบาล

เพราะในเชิงบริหารราชการแผ่นดิน มันคือยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเตรียมการรองรับสถานการณ์ระยะยาวที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ

จุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม

ไม่ใช่นโยบายที่คิดกันแบบฉาบฉวย ชิงแต้มนิยมในช่วงเลือกตั้ง

เหนืออื่นใด ในอารมณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ จะย้ำอยู่ตลอดเวลา การเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลนี้ คิดบนพื้นฐานระบบวิธีงบประมาณอย่างรอบคอบรัดกุม

คุมภาระการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ไม่เป็นภาระกับประเทศชาติในอนาคต

ไม่ได้ลด แลก แจก แถม เพื่อตุนคะแนนนิยมจากการทำให้ประชาชน “เสพติด” ประชานิยม แลกกับคะแนนเสียงเหมือนพรรคการเมือง ส่งผลเสียหายร้ายแรงในระยะยาว

ทั้งหมดทั้งปวง ในมุมการเมืองที่เป็นบวกกับรัฐบาล “ลุงตู่” จริงๆมันก็คือสิ่งที่ผุดออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกเปรียบเทียบกับการหวังน้ำบ่อหน้าลมๆแล้งๆจากนักการเมืองทั่วไป

ยังไม่ได้เลือกตั้ง ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากรัฐบาล “ลุงตู่”

ชีวิตดีๆ การอยู่ดีกินดี ไม่ได้เกี่ยวกับเลือกตั้งเสมอไป.

ทีมข่าวการเมือง