PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ซักฟอกยาว คุณสมบัตินายกรัฐมนตรี "ชวน" ไม่จํากัดเวลา

พร้อมเปิดทางแข่งวิสัยทัศน์ พปชร.จับ5พรรคเล็กตั้งรบ. บิ๊กตู่ลั่น-ไม่มีจุดยืนแก้รธน.

“ชวน” เปิดไฟเขียว ส.ส.-ส.ว.ถกก่อนโหวตนายกฯเต็มที่ ไม่มีลิมิตเวลา “บิ๊กตู่” ไม่มีจุดยืนเรื่องแก้ รธน. ออกตัวจะตื่นเต้นอะไรกะแค่ โหวตนายกฯ ดีลตั้งรัฐบาล “ลุงตู่ 2” ส่อล่มปากอ่าว พปชร.-ปชป.-ภท.เริ่มไปคนละทาง แกนนำพลังประชารัฐยืนกรานต้องล้มดีลเก่ายึดกระทรวงเกรดเอคืน แต่ ปชป.-ภท.ลั่นยึดข้อตกลงเดิมที่เคยคุยกันไว้ “อุตตม” ยังหวังพรรคร่วมชัดเจนก่อน 5 มิ.ย. “จุรินทร์-เฉลิมชัย” นัดถกท่าทีกรรมการบริหารพรรค “สาธิต” แย้มแนวโน้มไม่ร่วมมีมากกว่า แต่ “ติ่ง มัลลิกา” ดี๊ด๊าอยากไปร่วมกับ “ลุง” “วันนอร์” กระทุ้งผู้นำอย่าเพิ่งปอดแหก พท.เอาแน่ซักฟอกลักษณะต้องห้าม “ประยุทธ์” “พรเพชร” ยันอภิปรายได้ ส.ว.ฝักถั่วประกาศลั่นไม่มีแตกแถว

หลัง ส.ส.หลายพรรคออกมาจุดกระแส ต้องการให้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมขออภิปรายถึงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของว่าที่ผู้นำคนใหม่ ล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศยืนยันจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ โดยไม่มีลิมิตเวลา

ชวน” ทักทาย “บิ๊กตู่” พอเป็นพิธี

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินเข้าไปยกมือไหว้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่นายชวนหันมายิ้มรับไหว้และพูดคุยด้วย 2-3 คำ โดยมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 4-5 คนเดินเข้ามาไหว้ พล.อ.ประยุทธ์ จากนั้นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เข้ามาพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เพียงเล็กน้อย ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกมือไหว้ลานายชวนกลับไปขึ้นรถ เป็นที่น่าสังเกตว่านายชวนค่อนข้างระมัดระวังตัวระหว่างร่วมสนทนากับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีช่างภาพและสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอยู่จำนวนมาก

ตื่นเต้นอะไรแค่โหวตนายกฯ

ต่อมาเวลา 09.35 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมภริยา และรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนราชดำเนิน และพบปะชาวชุมชนปากคลองตลาด มีประชาชนตะโกนให้กำลังใจว่า “นายกฯสู้ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า วันนี้ต้องสู้กับปัญหาบ้านเมือง ปัญหาความยากจน ที่มาไม่ได้ต้องการให้ใครเดือดร้อน มากวนใจหรือมารังแกคนจน ตามที่บิดเบือน จะขัดแย้งอะไรกันนักหนา ทราบว่าย่านนี้มีคนมาสร้างประวัติศาสตร์ไว้เยอะ อย่าให้เกิดขึ้นอีก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การทำแผนระบายน้ำ กทม.ใหม่ทั้งหมด ต้องทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ เดี๋ยวจะบอกว่าพูดแต่ไม่ทำ ต้องเริ่มทำวันนี้ มีอะไรใหม่ๆกับเขาบ้างหรือเปล่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการโหวตนายกฯวันที่ 5 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ตื่นเต้นอะไร เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่ได้เข้าไปโหวตในสภาฯกับเขาด้วย”

ไม่มีจุดยืนแก้ รธน.ว่าตาม ก.ม.

เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับโหวตเป็นนายกฯอีกจะขอบคุณหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ขอบคุณอะไร ขอบคุณใคร ยังไม่รู้ ถามเรื่อยเปื่อย” เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์อยากได้ยินจากปากนายกฯว่าจะมีจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่มีจุดยืน เป็นเรื่องของกฎหมาย เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ คนก็สนใจแต่การเมือง การเมืองตรงโน้น แต่ผมสนใจแต่การบ้าน”

หวังพรรคร่วมชัดเจนก่อนโหวต

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ว่า พรรคพลังประชารัฐได้รับฟังความต้องการของพรรคการเมืองที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล และมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมต่อพรรคการเมืองต่างๆเหล่านั้นไปแล้ว ตามที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ และเชื่อมั่นว่าข้อเสนอจากพรรคพลังประชารัฐจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมของพรรคร่วมรัฐบาลและมีการตัดสินใจหรือมีมติที่ชัดเจนออกมาก่อนวันโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 5 มิ.ย. เรามุ่งหวังให้การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสร็จสิ้นโดยเร็ว มีรัฐบาลประชาธิปไตยเข้าไปพัฒนาประเทศตามความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

จับมือ 5 พรรคแถลงตั้งรัฐบาล

เวลา 18.40 น. นายอุตตม สาวนายน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ตนและผู้บริหารพรรคจะร่วมแถลงข่าวการร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับอีก 5 พรรค คือ รวมพลังประชาชาติไทย ชาติพัฒนา พลังท้องถิ่นไท รักษ์ผืนป่าประเทศไทย และประชาชนปฏิรูป โดยพลังประชารัฐมุ่งหวังจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสร็จสิ้นโดยเร็ว มีรัฐบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตยให้ประเทศเดินหน้า มากกว่าการต่อรองกัน ขอบคุณในมิตรไมตรี ความมุ่งมั่น เสียสละทำเพื่อประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง

ยืนกรานล้มดีลเดิมเกลี่ยกันใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการจัดแบ่งโควตารัฐมนตรีกับพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่ยังไม่ลงตัว ทำให้ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนออกมาจากทั้ง 2 พรรค ล่าสุดทางพรรคพลังประชารัฐยังคงย้ำหลักการเดิม คือนำข้อเสนอทั้งหมดทุกเก้าอี้เข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเพื่อขอมติ รวมถึงเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ รมว.คมนาคม และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยจะล้มดีลเดิมทั้งหมดนำมาเกลี่ยกันใหม่ และป้องกันถูกร้องเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ เปิดให้คนนอกครอบงำก้าวก่ายการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดจะมีการพิจารณาหลังจากโหวตนายกฯ แล้ว แต่ยังมีความพยายามของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคน ที่พยายามต่อสายเจรจากับผู้ที่ทำหน้าที่ดีลในรอบแรก เพื่อขอให้กลับไปยึดโควตาแรกที่ดีลไว้ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

ยึดคืนเกลี้ยงกระทรวงเกรดเอ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนโควตากระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคพลังประชารัฐต้องการขอคืน หลังดีล รอบแรกพลาดท่ายกให้พรรคประชาธิปัตย์ รวมกับโควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอีก 4 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย เนื่องจากแกนนำพรรคบางส่วนเห็นว่าแนวทางประชาธิปัตย์เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ส่วนใหญ่เน้นยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศเท่านั้น แต่ไม่เน้นมิติการขยายตลาดในต่างประเทศด้วย บุคคลที่จะมานั่งยังไม่ลงตัว ขณะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เน้นเปิดตลาดใหม่ๆ ให้แก่สินค้าเกษตรของไทย ได้ติดต่อเจรจาการค้าและโรดโชว์กับหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย แอฟริกา และสหภาพยุโรป โดยพลังประชารัฐเสนอขอแลกกับ รมว.ศึกษาธิการ และเปิดให้คนของประชาธิปัตย์เข้าเป็น รมช.พาณิชย์ กำกับดูแล กรมการค้าภายใน และประชาธิปัตย์ชูนโยบายแก้จนสร้างคนสร้างชาติ รวมถึง รมว.คมนาคม ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศว่าควรเป็นของพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาล และเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จากโครงการเมกะโปรเจกต์ การผูกขาดสัมปทานโครงการรัฐ อาจทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลในอนาคตเสียหาย จึงมีแนวโน้มสูงที่จะดึงคืนมาจากพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน หลังผู้ใหญ่นอกพรรคแอบตกลงยกให้

ดูด ปชป.มาได้อย่างต่ำ 27 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพลังประชารัฐวิเคราะห์ว่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะมีเสียงแตกในการโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ ส.ส.ในกลุ่มของนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง ส.ส.ในกลุ่มของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค รวม 27 เสียงเป็นอย่างต่ำ จะมาร่วมรัฐบาลและโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เบื้องต้นวางตัวนายพีระพันธุ์มานั่งเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม เพราะเคยดำรงตำแหน่งนี้มาแล้วสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะที่นายถาวรจะนั่งเก้าอี้ รมช.มหาดไทย ส่วนเสียงที่ไม่สนับสนุนน่าจะเป็นกลุ่มของนายชวน หลีกภัย ที่จะงดออกเสียงในฐานะประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช

“ชวน” ไฟเขียวถกไม่จำกัดเวลา

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ส.ส.จากหลายพรรค การเมือง แสดงความต้องการจะอภิปรายถึงที่มา ส.ว. ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 5 มิ.ย. ว่า คิดว่าไม่น่ามีปัญหา จะให้สิทธิสมาชิก อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า จะทำให้การพิจารณาโหวตนายกฯนานเกินไปหรือไม่ นายชวนตอบว่า คิดว่าไม่เป็นไร ใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ ไม่มีลิมิต จะใช้เวลากี่วันก็ได้

ให้ที่ประชุมชี้ขาดโชว์วิชั่นผู้นำ

เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกฯที่ถูกเสนอชื่อต่อที่ประชุม จำเป็นต้องปรากฏตัวต่อที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ นายชวนตอบว่า ทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุม แล้วแต่ที่ประชุม เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ ส่วนที่หลายฝ่ายอยากเห็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกฯที่ถูกเสนอชื่อนั้น เป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย การแสดงวิสัยทัศน์ สามารถทำได้

“จุรินทร์” เร่งยกเครื่อง ปชป.

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ว่า วันนี้เป็น การประชุมครั้งแรก มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน ทั้งการเดินหน้าการบริหาร หรือทางการเมือง ทั้งหมดต้องเริ่มต้นที่คณะกรรมการชุดนี้ที่จะกำหนดทิศทาง เป้าหมาย และพาพรรคเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ เมื่อถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล กรณีบทเรียนและบทบาทพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ตอบว่า เป็นผลสำรวจก่อนที่จะ มีคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันเข้ามา ต้องรับฟัง เพื่อนำไปเป็นฐานข้อมูลหนึ่งในการนำไปสู่การกำหนด ทิศทางเดินหน้าของพรรค โดยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ไม่กดดัน พปชร.เคลียร์ปมภายใน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของข้อตกลงในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายจุรินทร์ตอบว่า ต้องให้เวลาพรรคพลังประชารัฐ ได้ข้อสรุปอย่างไรคงแจ้งมายังที่พรรคเรา เราไม่อยากไปกดดัน เป็นหน้าที่ของพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีแบบฟรีโหวต นายจุรินทร์ตอบว่า จะประชุม ส.ส.ในวันที่ 4 มิ.ย. คงมีการหยิบเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา

“เฉลิมชัย” นัดถกท่าที กก.บห.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการนัดหารือกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 29 คน ที่ร้านอาหารทีเฮ้าส์ ย่านถนนพระรามหก ว่า เป็นการหารือพูดคุยสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงทำความเข้าใจก่อนประชุม ส.ส. วันที่ 4 มิ.ย. ส่วนจะเป็นไปในทิศทางใด ขอให้รอฟังมติที่ประชุม ส.ส. การตัดสินใจจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ต้องอยู่ที่มติที่ประชุมร่วมเช่นกัน ยืนยันว่าในวันที่ 4 มิ.ย.นี้มีคำตอบแน่นอน ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งการแถลงข่าวร่วมกับ 5 พรรคการเมืองโดยไม่มีชื่อพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีระบบ มีขั้นตอนในการทำงาน

“สาธิต” ชี้ รบ.เสียงข้างน้อยไปยาก

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระ หากพรรคพลังประชารัฐไม่รับ 2 เงื่อนไข ที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ และบรรจุนโยบายของพรรคลงในนโยบายของรัฐบาล ว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน แต่มองว่าข้อเสนอนี้อาจมีผู้เสนอในที่ประชุม ส.ส. ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม รวมถึงเรื่องงดออกเสียง ก็ต้องมาพูดคุยในที่ประชุมเช่นกัน เพราะหากพรรคพลังประชารัฐไม่มีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล ก็สามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้ แต่การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแม้สามารถตั้งได้ แต่จะเป็นเรื่องยากในการบริหาร

แย้มแนวโน้มไม่ร่วมมีมากกว่า

นายสาธิตกล่าวต่อว่า ส่วนการประชุม ส.ส. วันที่ 4 มิ.ย. เป็นการหารือถึงภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการเตรียมตัวโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าเรื่องอุดมการณ์และการประกาศจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องเคารพ แต่มติเสียงส่วนใหญ่ภายในพรรคต้องเป็นเอกภาพ คงไปบังคับใครไม่ได้ แต่หากมีผู้ไม่เคารพมติพรรคต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป ยังตอบไม่ได้ว่าจะปล่อยให้ฟรีโหวตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม ทิศทางเสียงภายในเป็นการตัดสินใจแบบวันต่อวัน เพราะช่วงแรกเสียงส่วนใหญ่อยากให้ร่วมรัฐบาล แต่ขณะนี้มีแนวโน้มว่าไม่ต้องการร่วมมากกว่า ต้องรอดูมติในที่ประชุม ส.ส.อีกครั้ง เมื่อถามว่า ข้อเสนอของนายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายสาธิตตอบว่า เป็นทางออกที่ดี อยู่ที่ผู้มีส่วนในการตัดสินใจ หาก พล.อ.ประยุทธ์ยอมถอยได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นเดียวกัน

หยันอยู่อีก 4 ปี คงแจกบัตรขอทาน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นชาวบ้านขณะลงพื้นที่ ฟังดูแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกขอให้ร่วมรัฐบาล เพื่อนำนโยบายพรรคไปผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง อีกกลุ่มไม่อยากให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยอ้างเหตุผลว่าไม่อยากให้พรรคเป็นนั่งร้านให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ สำคัญที่สุดคือตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจสาหัส และยังเป็นอยู่ ดังนั้นการจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก 4 ปี ไม่มีหลักประกันใดว่ารัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชนได้ ประชาชนบอกว่า 5 ปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาโดยให้บัตรคนจน 14.3 ล้านใบ ถ้าอยู่ต่ออีก 4 ปี คงต้องแจกบัตรขอทานให้ประชาชน

รัฐบาลขั้วที่สามเหมาะสมที่สุด

นายเทพไทกล่าวต่อว่า นี่คือมุมมองของประชาชนที่สะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ร่วมรัฐบาลก็โดนต่อว่า ไม่ร่วมรัฐบาลก็โดนวิจารณ์หนัก แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือเมื่อขั้วที่หนึ่งและขั้วที่สองจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ อยากให้ผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันพิจารณาเรื่องขั้วที่สาม และสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค การออกแนวขั้วที่สามสามารถแก้วิกฤติการเมืองได้ แนวคิดของตนเห็นตรงกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่อยากได้รัฐบาลแบบขั้วที่สาม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ รัฐบาลคนกลาง หรือรัฐบาลที่ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีฝ่ายค้านเป็นพรรคเพื่อไทย นี่อาจเป็นทางออกของบ้านเมือง

“สมบูรณ์” ตอบ จ.ม. “เจิมศักดิ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.16 น.ของคืนวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าที่เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่ทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้นายชวน และพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่เข้าร่วมเป็นฐานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า นายชวนได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว และขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ห่วงใยต่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมือง มีอุดมการณ์หลักการชัดเจน ตามปณิธานที่ยึดมั่นมา 73 ปี การเลือกนายกฯครั้งนี้ก็เช่นกัน เรายังยึดถือประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ นายชวนจะนำข้อคิดเห็นดังกล่าวไปแจ้งให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับทราบต่อไป ส่วนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา เป็นความพร้อมใจของสมาชิกส่วนใหญ่ที่ต้องการให้นายชวนเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านตั้งเป้าหมายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของนักการเมืองให้เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของประชาชน มุ่งทำเพื่อประเทศชาติ มากกว่าผลประโยชน์ตน

“มัลลิกา” ย้ำร่วมหอลงโรงกับ “ลุง” แน่

ด้านนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ระบุว่า “ร่วมรัฐบาลกับลุงค่ะ!! ไม่มีอย่างอื่นประเทศต้องเดินหน้า นายกฯมาจากรัฐธรรมนูญ ประชาธิปัตย์ก็นักเลงพอ คบได้ใจถึง!!”

อุบเงียบไร้ชื่อ ปชป.ร่วมตั้งรัฐบาล

ต่อมาช่วงบ่ายที่ร้านทีเฮ้าส์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆพร้อมส่งยิ้มว่า วันนี้แค่มาดื่มกาแฟกับกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ไม่มีการหารืออะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่า มีการหารือถึงท่าทีเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบปฏิเสธว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐเตรียมแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ 5 พรรคการเมืองในวันที่ 4 มิ.ย. แต่ไม่มีชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย นายจุรินทร์ตอบสั้นๆว่า ไม่ทราบ

รอคำมั่นยึดดีลเดิมร่วม พปชร.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังจากแกนนำพรรคยังคงรอคำตอบจากผู้มีอำนาจเต็มของพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังยึดในข้อตกลงเดิมที่เข้าใจร่วมกันก่อนหน้านี้ คือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ใส่เข้าไปในนโยบายรัฐบาล เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรและภาคการประมง รวมถึงโควตา 8 ตำแหน่งรัฐมนตรี คือ รองนายกฯ รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.การ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอีก 4 ตำแหน่ง รมช. ก่อนหน้านี้ได้รับการยืนยันมาว่ายังยึดดีลเดิม ส่วนปัญหาโควตาที่แกนนำกลุ่มสามมิตรเรียกร้องขอคืน ทางผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐบอกแล้วว่าจะไปแก้ปัญหาภายในนี้เอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล

ถ้ามีการเปลี่ยนดีลก็วงแตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนสาเหตุที่ไม่มีชื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 4 มิ.ย. ที่โรงแรม เดอะสุโกศล แกนนำประชาธิปัตย์เห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อาจเป็นการแถลงโชว์ต่อสังคมเพื่อไม่ให้กังวลใจในการจัดตั้งรัฐบาล และแสดงให้เห็นว่ามีเสียง ส.ส.เกิน 126 คน คาดว่าพลังประชารัฐจะรวม ส.ส. ได้ 140-150 คน จากพรรคต่างๆ รวมกับเสียง ส.ว.อีก 250 คน ก็สามารถโหวตนายกฯได้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นัดประชุม ส.ส. ในเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. หากได้รับคำมั่นว่ายังยึดดีลเดิม ก็จะมีมติเรื่องร่วมรัฐบาล โดยมีเสียงของภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์อีก 104 เสียงไปเพิ่ม รอแค่คำมั่นในคืนนี้ ทุกอย่างจะจบภายในวันที่ 4 มิ.ย. ต้องมีคำตอบทุกอย่างให้กับสังคม แต่หากมีการเปลี่ยนดีลไม่ตรงตามนี้ ก็วงแตก

“วันนอร์” กระทุ้ง “บิ๊กตู่” อย่าเพิ่งปอด

วันเดียวกันนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้ผู้ถูกเสนอตัวเป็นนายกฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ว่า แม้ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่คนถูกเสนอชื่อควรให้คนที่จะเลือกเห็นหน้าตา ถือเป็นการให้เกียรติ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมา ถ้าบอกว่าไม่ว่างก็ไม่รู้จะเสนอตัวมาเป็นนายกฯทำไม การแสดงวิสัยทัศน์มีแต่ข้อดี คนเลือกจะได้ฟังทัศนะว่าจะมาบริหารประเทศอย่างไร เข้าใจกติกาประชาธิปไตยหรือยัง อย่าเพิ่งไปกลัว คนเป็นนายกฯควรมีความสง่างาม มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ยังมีข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติ ถ้าโหวตโดยไม่มีการชี้ชัดอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา

เตือน ส.ว.ประโยชน์ต่างตอบแทน

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. จะโหวตเลือกใครเป็นนายกฯก็ได้ไม่มีปัญหา แต่การโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์จะมีปัญหาทันที เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 114 วางหลักการห้าม ส.ส. หรือ ส.ว. มีผลประโยชน์ขัดกัน เนื่องจาก ส.ว.ชุดนี้ยกเว้น 6 คน ที่มาตามตำแหน่งได้รับการคัดเลือกจาก คสช. หากเลือก พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ จะถูกมองว่ามีลักษณะต่างตอบแทน เมื่อถามว่ามี ส.ส.หรือ ส.ว.บางคน พยายามอธิบายด้วยการตีความรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า คนเหล่านี้กำลังทำตัวเป็นศรีธนญชัย ทำลายหลักการประชาธิปไตยสากล ถ้าจะปฏิบัติอย่างที่ว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำได้ แต่เสถียรภาพและความมั่นคงคงลำบาก และเสียงประชาชนเกินครึ่งที่สะท้อนผ่านการเลือก ส.ส.ไม่มีความหมายหรือ พรรคประชาชาติขอยืนหยัดหลักการและสัญญา ว่านายกฯต้องมาจากประชาชน และทำงานเพื่อประชาชนเท่านั้น

พท.ขอซักฟอกลักษณะต้องห้าม

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 4 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยจะไปยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้บรรจุระเบียบวาระเพิ่มเติมในการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ วันที่ 5 มิ.ย. โดยจะขอให้บรรจุวาระเพิ่มเติมให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายซักถามเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ เพราะขณะนี้มีข้อสงสัยเรื่องลักษณะต้องห้ามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า มีลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้ข้อยุติชัดเจน อยากให้ที่ประชุมรัฐสภาชี้ขาด หากนายชวนบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่หากนายชวนไม่บรรจุเข้าวาระ พรรคเพื่อไทยจะยื่นขอเปิดอภิปรายด้วยวาจาให้มีการหารือเรื่องดังกล่าวก่อน เพราะการเลือกนายกฯ ครั้งนี้เป็นการเลือกตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตรา 272 อยากทำให้เกิดความชัดเจน ไม่มีเจตนาป่วนแต่อย่างใด นอกจากเรื่องนี้แล้วสมาชิกหลายคนอาจสอบถามเรื่องอื่นเพิ่มเติม เช่น กรณี พล.อ.ประยุทธ์ที่มาจากการรัฐประหาร ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่เสนอตัวเป็นนายกฯถือว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงกรณีการขัดกันของผลประโยชน์ ส.ว.ที่ได้รับแต่งตั้งจาก คสช. แต่จะมาโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

“พิชัย” ซัดอีกไม่เอา “เผด็จการหมู”

อีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมสัมมนา “เสวนาโต๊ะกลม ข้อเสนอของประชาชน ต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี” จัดโดยคณะกรรมการญาติพฤษภา 35 ในวันที่ 4 มิ.ย. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แม้ที่ผ่านมาจะเคยถูก คสช.ดำเนินคดี และคดียังค้างอยู่ที่สำนักอัยการ แต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ สะท้อนความจริง เป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่าสำนักอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรม ไม่อยากเห็นประเทศนี้อนุญาตให้เผด็จการเขียนกฎหมายเอง และเปลี่ยนกฎหมายไปเรื่อยๆตามความต้องการของพวกตน แล้วอ้างว่าคนอื่นทำผิดกฎหมาย ไม่ต่างจากพวก “เผด็จการหมู” ที่เปลี่ยนกฎของฟาร์มไปเรื่อยๆ เพื่อสนองพวกพ้องของตนให้มีความสุขสบาย ดังเนื้อหาในหนังสือแอนนิมอลฟาร์ม ที่ พล.อ.ประยุทธ์แนะนำเอง และในการเสวนาครั้งนี้จะชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะที่จะเป็นนายกฯต่อในทุกกรณี ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ไทยกลับมีผู้นำที่ขาดความรู้ ขาดความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์แถมยังไม่เข้าใจสภาวะที่เป็นจริง การแนะนำให้อ่านหนังสือแอนนิมอลฟาร์มคือตัวสะท้อนเห็นได้ชัดที่สุด

ปธ.วุฒิปล่อยอภิปรายคุณสมบัติ

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย. ว่า คาดว่าในวันดังกล่าวอาจใช้เวลายาวนานกว่าปกติ เนื่องจากต้องเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น หากสมาชิกจะขออภิปรายคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ สามารถทำได้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกทุกคน ส่วนการโหวตลงมติเลือกนายกฯ ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับเท่านั้น ไม่สามารถแยกการโหวตระหว่าง ส.ส. และ ส.ว.ได้ โดยเป็นการลงมติแบบเปิดเผยเรียงลำดับตามตัวอักษร และก่อนวันโหวตเลือกนายกฯจะไม่มีการเชิญประชุม ส.ว. เพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางการลงมติ เพราะการลงมติถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว.ทุกคน ไม่สามารถบล็อกโหวตได้ เชื่อว่าจะไม่มี ส.ว.ลุกขึ้นอภิปรายเป็นองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหน้าที่ดังกล่าวนั้นเป็นหน้าที่ของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว แต่หากมีกรณีพาดพิงถึงที่มา ส.ว. ก็มีความจำเป็นที่ ส.ว.ต้องชี้แจง เพราะประเด็นดังกล่าวผ่านพ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนลงประชามติ หากจะเปลี่ยนแปลงที่มาดังกล่าวนี้ ให้ไปแก้รัฐธรรมนูญ

ส.ว.ฝักถั่วลั่นไม่มีแตกแถวแน่

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า มั่นใจว่าการโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 5 มิ.ย. ส.ว. ทั้ง 250 คน จะโหวตไปในทางเดียวกัน คือเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกรอบ และไม่จำเป็นต้องเรียก ส.ว. มาคุยนอกรอบเพื่อล็อบบี้ผลโหวต ทุกคนใจตรงกันไม่มีใครแตกแถว ส่วนกรณีหากมี ส.ส.อภิปรายกระทบกระทั่งการทำหน้าที่ของ ส.ว. เช่น ประเด็นว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ควรมีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ถ้าหากมีการโจมตีกันหนักๆ จำเป็นต้องอภิปรายชี้แจงตอบโต้ จะไล่ให้ไปอ่านดูรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติมาเรียบร้อยแล้ว ส.ว. จึงมีอำนาจหน้าที่โหวตเลือกนายกฯโดยถูกต้อง เชื่อว่าการประชุมวันที่ 5 มิ.ย. คงมีการอภิปรายป่วนแน่ โดยเฉพาะพวกที่กำลังไฟแรงอยากแสดงออก แต่อยากให้ทุกคนช่วยกันประคับ ประคองให้การโหวตเลือกนายกฯผ่านไปด้วยดี พวกผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ต้องช่วยกันควบคุม ไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของรัฐสภาถูกมองในแง่ไม่ดี เชื่อว่าประธานรัฐสภาน่าจะคุมเกมอยู่

ขอทุกพรรคหยุดเอาชนะคะคาน

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มองว่าพรรคการเมืองมุ่งเอาชนะคะคานกันและโจมตีฝ่ายตรงข้าม จนอาจทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย และกลายเป็นชนวนเหตุที่กระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมได้ ขอให้ทุกพรรคคำนึงถึงส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ร่วมกันทำงานในระบบรัฐสภาเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสร้างสรรค์ มากกว่าเอาชนะกัน เพื่อให้สังคมมีความหวังและรู้สึกศรัทธาต่อระบบการเมืองไทย


เกมพลิก

มีกำหนดการออกมาแล้วชัดเจน 5 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

แต่ที่ยังไม่ชัดคือพรรคประชาธิปัตย์จะเล่นแง่ หรือมาเหลี่ยมไหนในวันโหวตเลือกนายกฯ ขณะที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ชัวร์อยู่แล้วได้เบิ้ลเก้าอี้นายกฯแน่นอน

ไม่ว่าการยกขันหมาก เจรจาสินสอดทองหมั้นระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ จะจบเร็ว จบสวย หรือเป็นหม้ายขันหมาก

เพราะอย่างน้อยๆพรรคพลังประชารัฐ และแนวร่วม เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย และบรรดาพรรคเล็กพรรคจิ๋ว ที่เปิดตัวสนับสนุน “บิ๊กตู่” สุดลิ่มทิ่มประตู มีต้นทุน ส.ส.อยู่แล้ว 150 เสียง

รวมกับ ส.ว.250 เสียง ก็สามารถดันก้น “ลุงตู่” ขึ้นเก้าอี้ผู้นำไปก่อน แบบไม่ยากเย็น

แม้หมากเกมนี้จะโดนถากถางจากพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าใช้เสียง ส.ว.ช่วยลาก อาจเจอมาตรการวีโต้ร้ายแรง

แต่แล้วไง ใครจะสน ถึงชั่วโมงนั้นถ้าดีลไม่ลงตัว พรรคพลังประชารัฐก็คงไม่มีทางเลือกอื่น

และถ้าต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยังทุ่มเถียงกันไม่จบ ก็อาจเจอดาบอาญาสิทธิ์ “ยุบสภา” ตัวใครตัวมัน

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ตัวแปรสำคัญในเชิงสมการการเมืองที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ดูเหมือนมีแต้มต่อขี่คอเขามาเรื่อย แต่วันนี้ดูทรงแล้วกำลังตกเป็นรอง

เพราะพรรคพลังประชารัฐดึงความได้เปรียบกลับมาในเกมคาบลูกคาบดอกไปตายเอาดาบหน้า

พรรคประชาธิปัตย์แม้จะเขี้ยวลากดิน แต่สถานการณ์ ณ จุดนี้ ไม่ได้มีตัวเลือกมากมายเท่าไหร่

ประการแรก ภายในพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม แตกเป็นก๊กไม่ได้เป็นเอกภาพ หากสุดท้ายมีมติไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ อย่างน้อยจะมี ส.ส.กว่า 20 คน แตกแถวสวมวิญญาณ “งูเห่า” โหวตหนุน “ลุงตู่”

รอยร้าวภายในรอวันแตกโพละ ก๊กเครือข่าย กปปส.พร้อมนำทัพ ส.ส.หนุน “บิ๊กตู่” แน่นอน โดยไม่สนมติพรรค

ถ้าแหกมติแล้วโดนขับออกจากพรรค ก็ไม่ได้สิ้นสภาพ ส.ส. แต่ถ้าไม่โดนตะเพิดก็อยู่เป็นหอกข้างแคร่ต่อไป

ดังนั้น ถ้าเข้าร่วมรัฐบาลทั้งหมดภาพมันจะดูสวยงามเนียนตากว่า!!!

ประการต่อมา การไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ใช่ว่าจะดี เพราะคนอาจเข้าใจว่าไปสุมหัวกับพรรคเพื่อไทย ไม่ถูกใจกองเชียร์แฟนคลับบางส่วน ที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นฝ่ายค้าน “มันอดอยากปากแห้ง”

ชิ้นปลามัน กระทรวงระดับบิ๊ก ผลประโยชน์มหาศาลที่กองอยู่ตรงหน้า หรืออย่างน้อยๆก็มีงานให้ทำสร้างคะแนนเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะปล่อยให้หลุดลอยแล้วยืนตายซากอยู่อย่างเดิมกระนั้นหรือ

คิดแค่ข้อนี้ก็รู้แล้วว่าประชาธิปัตย์จะเลือกเดินหมากอย่างไร???

เหนืออื่นใด อย่าลืมว่าพรรคพลังประชารัฐ ซื้อใจพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการยกเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ “นายหัวชวน หลีกภัย” ไปแล้ว

หากพลิกเกม มันก็น่าเกลียดเกินไป ถ้าไม่โหวตให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ก็เท่ากับไปหลอกต้มเขาเห็นๆ

จะเกิดอาการ “เสียทรง” ถูกมองว่าเล่นเกมต่อรองเลยเถิด จนกลายเป็น “หักหลัง”

และผู้ที่จะได้รับผลกระทบสูงสุด ก็คือ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาฯ อดีตนายกฯ 2 สมัย สุภาพบุรุษที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทางการเมือง

พรรค ปชป.โดนด่าอาจเจ็บแค่นิดๆ แต่ถ้าจี้จุดไปที่ประธานสภาฯ คงเจ็บลึกเชียวแหละโยม!!!

“พ่อลูกอิน”


ดีลคนนอกยุบพรรคนะ

ขนาดโพลนิด้าออกมากระตุกขากางเกงแรงๆ คนเบื่อยี่ห้อประชาธิปัตย์

นั่นก็ยังไม่วายได้เห็นลีลายึกยัก กดดันยัดปากให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดเรื่องเงื่อนไขรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “ยันต์กันทักษิณ” เพื่อแลกกับการร่วมรัฐบาล

แต่ที่แสบคือมี “วาระแฝง” ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ

ฉากหน้าโชว์หลักการ แต่จับสัญญาณคลื่นโทรศัพท์และการสื่อสารทุกทาง นาทีนี้เสี่ย “ต” ขาใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ พยายามดิ้นต่อสายถึงบิ๊ก “ป” ขาใหญ่ ผู้มีบารมีในรัฐบาล ยืนยันขอยึดดีลเดิมที่ดอดเข้าหลังบ้านใหญ่ในค่ายทหาร แท็กทีมกับขาใหญ่ยี่ห้อภูมิใจไทย

“เหยียบตีน” กันเล่น ปาดหน้าเค้กกระทรวงเกรดเอ

ประชาธิปัตย์ฟาดไปทั้งพาณิชย์ เกษตรฯ การพัฒนาสังคมฯ บวก รมช.มหาดไทย รมช.ศึกษาธิการ ไม่นับรองนายกฯ ส่วนภูมิใจไทย ได้ตามบิลที่ยื่นไปทั้งคมนาคม สาธารณสุข การท่องเที่ยวฯ บวก รมช.มหาดไทย รมช.คมนาคม แถมพ่วงรองนายกฯ

อ้อยเข้าปากช้าง รอเคี้ยวกันปากมัน

แต่นั่นก็เจอเกมเขี้ยวของทีมดีลการเมืองของพรรคพลังประชารัฐที่แสดงอาการ “แข็ง” ใส่ หักลำล้มดีลเดิมของขาใหญ่นอกพรรค เดินยุทธศาสตร์ล้อตาม “บิ๊กตู่” ที่ประกาศหลักการ กระทรวงหลัก กลาโหม มหาดไทย คลัง คมนาคม ต้องอยู่กับพรรคแกนนำรัฐบาล อีกทั้งต้องตรวจดูโผรัฐมนตรีด้วยตัวก่อนทูลเกล้าฯ

ไม่ปล่อยให้ “เสือหิว-เสือโหย” ลักไก่ขี่คอ

ทุกอย่างไปว่ากันหลังโหวตนายกฯเช็กตัวเลขชัวร์ๆจัดสรรกันตามเนื้อผ้า โดยพรรคพลังประชารัฐยืนยันดึงข้อตกลงทั้งหมด เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลรวมถึงการจัดโควตารัฐมนตรีไปว่ากันบนโต๊ะประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมทั้งนำนโยบายแต่ละพรรคมาจูนกันเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารอย่างมีเป้าหมายประเทศ ไม่ใช่การต่อรองโควตายึดผลประโยชน์ตัวเอง

ตามหลักการกฎหมาย วิถีปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญ

“ลุงตู่” กับทีมดีลพลังประชารัฐไม่เล่นเกม “เสี่ยง” แบบที่ทีมดีลพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยดอดเข้าบ้านใหญ่ในกรมทหาร เจรจาผ่านผู้มีบารมีนอกพรรคพลังประชารัฐ

เพราะนั่นเท่ากับปล่อยให้คนนอกเข้าครอบงำกิจกรรมภายในพรรค

เข้าเงี่ยงกฎหมาย ถึงขั้นโดน “ยุบพรรค” พ่วงคดีอาญาได้เลย

เอาเป็นว่าโดยเงื่อนไขสถานการณ์บวกกับข้อกฎหมาย มาถึงจุดนี้ประชาธิปัตย์สายเสี่ย “ต” หมดพลังต่อรองโดยสิ้นเชิงแล้ว เพราะแนวโน้มทีมของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายถาวร เสนเนียม นายกรณ์ จาติกวณิช ที่รวมกำลัง ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 27 ที่นั่ง รอโหวตให้ “นายกฯลุงตู่” ชัวร์ๆ

และตามสิทธิ์ก็ต้องได้จองเก้าอี้รัฐมนตรีก่อนตามการแสดงความจริงใจมาตั้งแต่ต้น

ส่วนคนในปีกของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ที่ติดเงื่อนไขกึกๆกักๆอยู่กับนายชวน หลีกภัย กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุดท้ายก็คงทานกระแสไม่ไหว ต้องไหลตามมาโดยอัตโนมัติ

แต่นั่นก็ต้องฟัดกันเละก่อนในการประชุมวันที่ 4 มิ.ย.ก่อนคิวโหวตนายกฯ

ส่วนยี่ห้อภูมิใจไทยที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เดินหมากจับมือมัดข้าวต้มกับพรรคประชาธิปัตย์ ล็อกตัวเลข 104 เสียง ยื่นผ่าน “ขาใหญ่” นอกพรรคพลังประชารัฐ

สุดท้าย “ฮั้วแตก” มีหวังกระเจิง วิ่งหาหลักจับกันไม่ทัน

เพราะตามเงื่อนไข จับอาการพรรคพลังประชารัฐกล้าหักลำล้มดีล “พี่ใหญ่” ไม่สนเสียงขู่ ไม่ให้ราคาเกมต่อรองผ่านดีลขาใหญ่นอกพรรค เพราะดุลอำนาจจากไพ่ที่อยู่ในมือ “นายกฯลุงตู่”

ล็อกเก้าอี้นายกฯไม่ต้องพึ่งเสียงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย

ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากไม่ได้ก็ดึงเกมลากยาวไป ไม่มีกำหนดตามรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ไพ่ใบสุดท้าย “ยุบสภา” ที่เซียนการเมืองหลายพรรคปากกล้าขาสั่นอ่านทาง “แค่ขู่” เอาเข้าจริง พล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้านั้น นั่นมันในมุมของนักการเมืองอาชีพที่ดักไต๋กัน

แต่ต้องไม่ลืมนี่คือทหาร อารมณ์ “เด็ดขาด” มันต่างกัน

ที่สำคัญประเมินเดิมพัน ถ้าล้มกระดานกันใหม่ ในมุมของพรรคพลังประชารัฐ อาจโดนด่าดันเกมสืบทอดอำนาจไม่ได้ ต้องเปลืองงบประมาณ เดือดร้อนประชาชนเสียเวลาเลือกตั้งกันใหม่

แต่ในความจำเป็นของ “ลุงตู่” ก็ไม่ยอมให้ “เสือหิว-เสือโหย” ขี่คอแน่

ขณะที่ทีมอื่นแบไต๋ เผยธาตุแท้กันหมดแล้ว ทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ที่แห่สถานะพรรคตัวแปร ต่อรองผลประโยชน์มากกว่าประโยคหล่อๆ ที่หาเสียงไว้

ส่วนเพื่อไทย ใครจะกล้ามาเป็นนอมินี เมื่อเห็นไต๋ “นายใหญ่” ยอมทุ่มทุกอย่างให้คนนอกพรรคเพื่อแลกกับเกมพลิกขั้วอำนาจ แม้แต่ทีมอนาคตใหม่ที่ชัดเลยว่าเนื้อเดียวกับทีม “ทักษิณ” แถมหัวแถว “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ส่อติดบ่วงหุ้น โดนล็อก ได้แค่เล่นการเมืองอยู่นอกสนาม

ถามว่า “ยุบสภา” ใครจะเหนื่อยสาหัสกว่ากัน.

ทีมข่าวการเมือง

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทางตันของ”ประยุทธ์2″?





TOPSTORY 31/5/62

ทางตันของ”ประยุทธ์2″?

คิงเพาเวอร์ชนะประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ



คิงเพาเวอร์ชนะประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ

ปฎิวัติหลอน!ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งหลังฝึก

31พ.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตลอดทั้งวันมีการเผยแพร่ภาพรถบรรทุกทางทหารเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ และกำลังทหาร บริเวณถนนพหลโยธิน ช่วงจังหวัดกำแพงเพชร มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครจำนวนหลายคัน เผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และเกรงว่าจะมีการรัฐประหารหลังจากที่จัดตั้งรัฐบาลยังไม่ลงตัวที่
กองทัพบกจึงได้แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์และยานพาหนะกลับที่ตั้งหน่วย หลังเสร็จจากทำการฝึกเป็นหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของ ทบ. ประจำปี 2562 ในวันที่ 30พ.ค. 62 ณ พื้นที่สนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย  โดยใช้เส้นทาง ได้แก่
- จาก  กรมทหารราบที่ 14จ.ตาก  และสนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3  อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย  ปลายทาง กรมทหารราบที่ 31รักษาพระองค์ฯ  จ.ลพบุรี  
- จาก กรมทหารราบที่ 14 จ.ตาก  และสนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3อ.บ้านด่านลานหอย  จ.สุโขทัย   ปลายทาง กองพันทหารม้าที่ 27กองพลทหารม้าที่ 2รักษาพระองค์ จ.สระบุรี
- จาก กรมทหารราบที่ 14จ.ตาก    และสนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เข้าสู่ กทม. ผ่าน ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.แจ้งวัฒนะ ปลายทาง กองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์  กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1ชุดควบคุมการส่งกำลังและซ่อมบำรุง กองพลาธิการ และ กองสรรพาวุธเบา กองพลที่ 1รักษาพระองค์
- จาก กรมทหารราบที่ 14จ.ตาก    และสนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย   ปลายทาง กองพันข่าวกรองทางทหาร ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธินจ.สมุทรสาคร   
- จาก กรมทหารราบที่ 14จ.ตาก และสนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย  ปลายทาง กองบัญชาการช่วยรบที่ 1อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบและขออภัยในความไม่สะดวก

เขี้ยวชนเชี้ยว

น้ำมีจุดเดือดต่ำ ส่วนน้ำมันมีจุดเดือดสูง แต่ทั้งน้ำและน้ำมันเมื่อเจอความร้อนได้ที่ถึงจุดเดือดเมื่อไหร่ รับรองได้ร้อนฉ่าเดือดพล่านระเบิดเถิดเทิง

ฉันใดก็ฉันนั้น เปรียบได้กับอารมณ์มนุษย์ ถ้าโดนทุบโดนถอง โดนกดดันหนักๆจนถึงจุดเดือด ก็ต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับอย่างรุนแรงเช่นกัน

เหมือนอย่างล่าสุด ในห้วงการต่อรองโควตารัฐมนตรีของพรรคการ เมืองที่แตะมือหลวมๆอยู่กับขั้วพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะตกลงเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เริ่มมีอาการขมึงเกลียวอาละวาดฟาดงวงฟาดงาออกมาให้เห็นกันโต้งๆ

เมื่อพรรคตัวแปรสำคัญ อย่าง พรรคภูมิใจไทย เปิดดีลทางลับกับ “ผู้มีบารมี” นอกพรรคพลังประชารัฐ จองเก้าอี้ รมว.คมนาคม รมว.สาธารณสุข และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา บวกรองนายกฯ และ 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เจรจาลับกับ “ผู้มีบารมี” นอกพรรคพลังประชารัฐเหมือนกัน ทำให้มั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.พาณิชย์ และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

พร้อมเก้าอี้รองนายกฯ และ รมช.อีก 4 กระทรวง ไม่รวมตำแหน่งประธานสภาฯที่คว้าไปครองก่อนหน้านี้

นัยว่าเป็นสินสอดหมั้นหมาย แลกกับการยกพลเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ หนุน “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

แต่แผนนี้มีอันต้องสะดุดกึก เพราะแกนนำ ส.ส.ก๊กใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ไม่เออออห่อหมกด้วย

ที่แน่ๆคือ กลุ่มสามมิตร ภายใต้การนำของ 3 ส. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มองว่า พรรคตัวแปรเขี้ยวเกินเหตุ

หวังฮุบกระทรวงเกรดเอ และกระทรวงเศรษฐกิจ ผ่านผู้มีบารมีนอกพรรค

ข้ามหน้าข้ามตา ข้ามหัว ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่นั่งกันหัวโด่

แม้พยายามเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยน ขอคืนกระทรวงคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย และกระทรวงเกษตรฯจากพรรคประชาธิปัตย์ เอามาจัดสรรกันใหม่

แต่ก็ไม่เป็นผล เหมือนอ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ย่อมง้างคืนลำบากเป็นธรรมดา

สุดท้าย เมื่อถึงจุดเดือด แกนนำ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เลยหันไปใช้แผนหักงวงไอยราประกาศเปรี้ยง

การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องผ่านความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรคซะก่อน และต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม อีกกระทอก!!!

ขณะที่ “ลุงตู่” รับมุกทันควัน บอกคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องพิจารณารายชื่อรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคเสนอมา

“ไม่ใช่เสนอใคร ก็ให้เป็นรัฐมนตรีตะพึดตะพือ” ประโยคนี้ “ลุงตู่” ไม่ได้พูด แต่ “พ่อลูกอิน” พูดเองนะคุณโยม!!!

แต่ที่แสบสุด ก็คือ “เดอะตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ป่าวประกาศเป็นนัย ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลไม่สามารถตกลงกันได้

ก็อาจนำไปสู่การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และหากจำเป็น นายกฯก็มีอำนาจยุบสภา

การเจรจาตั้งรัฐบาลจะวงแตกหรือไม่ ยังไม่รู้

แต่เมื่อเขี้ยวมาก็ต้องเจอเขี้ยวกลับ สมน้ำสมเนื้อกันจริงๆ แสบสันมั้ยล่ะทั่นมหา???

“พ่อลูกอิน”

แบบฝึกหัดมิติการเมือง

การเมืองหลังการเลือกตั้ง ด้วยกฎกติการัฐธรรมนูญกำหนด จะบอกว่า “ประชาธิปไตยครึ่งใบ-เผด็จการครึ่งซีก” อะไรก็ช่าง วันนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. น่าจะได้รู้แล้ว

สั่งซ้าย บางทีก็ไม่ไปซ้าย สั่งขวา–พลิกซ้ายสวนทางกันเลยก็มี

เป็นบทเรียนแรกในโหมดประชาธิปไตยของว่าที่ผู้นำ

ประเดิมตั้งแต่แมตช์ฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลของขั้วพรรคพลังประชารัฐ วุ่นฝุ่นตลบในห้วงต้นวสันตฤดู คิวที่ไม่พ้น “บิ๊กตู่” ต้องเข้ามาเคลียร์มาเคาะ อย่างที่หลุดปาก “จะดูการจัดคนจัดโผเอง”

เรื่องของเรื่อง หลังเห็นแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐ นั่งร้านสั่นสะเทือน “บิ๊กตู่” ต้องเปิดฟลอร์เล็ก ให้คีย์แมนแกนนำค่ายพลังประชารัฐ หยิบยกปัญหามากางพูดคุยกัน

สรุปคือ ในมิติการเมืองจะเล่นบท “พี่มีแต่ให้” อย่างเดียวไม่ได้

โฟกัสที่เก้าอี้ที่ปักหมุดต้องยึดไว้ในค่ายหลัก พปชร. นอกจากกลาโหม มหาดไทยแล้ว กระทรวงพาณิชย์–เกษตรฯ–คมนาคม ที่มีกระแสข่าวว่าพี่ใหญ่ ระดับผู้มากบารมีไปยอมรับการเจรจาการเมือง

ยกให้ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย เลือกหยิบชิ้นปลามันกันสะดวก

ที่สำคัญเก้าอี้ที่ส่อหลุดไป ล้วนเป็นเกรดเอบวก สำหรับปั่นงานปั่นเรตติ้งให้คนค่าย พปชร. ในพื้นที่ฐานเสียงทั่วประเทศ ถ้าไม่ให้ค่าเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ

3 กระทรวงหลัก กระทรวงยุทธศาสตร์ “ปล่อยไม่ได้”

เวทีรับฟังเลกเชอร์การเมืองจบลง ขมวดปมตามพาดหัวข่าว “3ป.ถอย ยอม 3 ส. เกลี่ยโผ”

ทั้งนายกฯ “ป.ปลา ประยุทธ์” ต่อด้วย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม รวมทั้ง “พี่รอง” อย่าง “ป.ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คล้อยตามเหตุผลที่แว่วดังมาจากปีก 3 ส. สามมิตร “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน”

ได้เวลาล้างโผเดิม เริ่มต้นเจรจา เกลี่ยเก้าอี้กันใหม่

เข้าสูตรเสียงแข็งคน พปชร. ทุกเงื่อนไขต้องดึงกลับเข้าฟลอร์คณะกรรมการบริหารพรรคตามระบบและเป็นหน้าที่ของ “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรค–“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค รวมไปถึงบิ๊กๆ 3 ส. แกนนำพรรค เป็นคณะตัวแทนอย่างเป็นทางการ

ทั้งในบทเถ้าแก่ ควบตัวแทนเจรจาเงื่อนไขเก้าอี้

เอาเป็นว่า เมื่อแรงกระเพื่อมใน พปชร.เคลียร์จบ แต่คิวการฟอร์มทีมจัดโผตั้งรัฐบาลก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ โดยเฉพาะปมที่ว่า เก้าอี้เกรดเอบวกที่จ่อยึดคืน จะมีอะไรแลกเปลี่ยนการสู่ขอพรรคร่วมรัฐบาล

ทั้งกระทรวงพาณิชย์–เกษตรฯ เมื่อไม่ให้ แล้วจะเคลียร์กับประชาธิปัตย์อย่างไร หรือจะยืนกรานให้เท่าที่ให้ได้ เมื่อประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้ใหญ่ นั่งประธานสภาฯไปแล้ว เช่นเดียวกัน เมื่อกระชากคมนาคมคืนจากภูมิใจไทย จะตอบแทนด้วยเก้าอี้ไหนถึงสมน้ำสมเนื้อ

โผ รมต.รอบใหม่ไม่ง่ายที่จะลงล็อก คิวโหวตนายกฯยังต้องลุ้นต้องเลื่อนไทม์ไลน์ไปจากวันที่ 4 มิ.ย.อีกหรือไม่

แต่ที่โยนปัญหากลับ แรงกระเพื่อมน่าจะพลิกถาโถมไปสู่พรรคประชาธิปัตย์ ที่เล่นเกมเขี้ยวไล่ขี่ พปชร. มาตลอด จนตอนนี้ต้องตั้งรับหมาก “เกมมา ก็เกมกลับ” ถูกลากจังหวะเล่นยาว

อีกทางฟาร์มงูเห่าก็เริ่มถูกแหย่ ขยายรอยร้าว ปชป.

โดยก่อนหน้านี้ ดุลอำนาจไหลไปสู่ขั้ว “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์–เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้า–เลขาธิการพรรค แท็กทีมภูมิใจไทยไปต่อสาย “ซุปเปอร์ดีลเมกเกอร์รัฐบาล” ในฐานบัญชาการบ้านสีขาวในรั้วทหาร

ขณะที่ก๊กผู้ปราชัย “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค–กรณ์ จาติกวณิช–ถาวร เสนเนียม” นิ่งดูเกมมาพักใหญ่ แถมมีกระแสข่าวยอมศิโรราบ ไปเลียบๆเคียงๆขอส่วนแบ่งแห่งความสามัคคี แพ็กค่าย 52 เสียงร่วมวงรัฐบาล

วันนี้ประชาธิปัตย์ส่วนแยก ฟื้นฤทธิ์อีกรอบ

เมื่อดีลเมกเกอร์ฝ่ายการเมือง พปชร. พลิกเกมสำเร็จ กลับมาให้ค่าให้ความสำคัญกรุ๊ปใหญ่พวงนี้

ปชป. ชุด “ของชัวร์” เทใจร่วมขั้ว พปชร. แต่ต้น ได้ลุ้นเก้าอี้งามๆ.

ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ยังไม่ทันแต่งก็วงแตก?





TOPSTORY 30/5/62 ยังไม่ทันแต่งก็วงแตก?

Animal Farm ฉบับ ชูวิทย์


ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
4 ชม.
Animal Farm ฉบับ ชูวิทย์
ท่านนายกฯลุงตู่ อุตส่าห์แนะนำให้เด็กไทยอ่านหนังสือเรื่อง Animal Farm ของนักเขียนชาวอังกฤษ นามปากกา จอร์จ ออร์เวลล์
ผมเลยถือโอกาสเอามาใช้กับการเมืองไทยยุคปัจจุบัน ให้เข้าสมัยนิยม หวังว่าจอร์จแกคงไม่ว่า เพราะแกเขียนไว้นมนานแล้ว เป็นแนวเสียดสีการเมือง แต่เรื่องบังเอิญไปตรงกับไทยอย่างเหลือเชื่อ
แอนนิมอล ฟาร์ม ฉบับชูวิทย์ เริ่มจากเจ้าของฟาร์มเป็นชาวไร่ที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพ ออกแนวโหด ชอบสั่งการ และขี้บ่น พร่ำบอกแต่ว่า ทำงานฟาร์มเป็นงานที่เหนื่อยยากแสนสาหัส หากไม่จำเป็นไม่อยากทำ ที่ทนทำอยู่ทุกวันนี้เพราะเห็นแก่บรรดาสัตว์ทั้งหลายในฟาร์ม ที่มีทั้ง หมู หมา กา ไก่
เจ้าของฟาร์มสัตว์บอกว่าเวทนา ถือว่าทำบุญทำทานให้ ไม่ได้ต้องการทำเป็นอาชีพแต่อย่างใด เพราะแต่ก่อนมีอาชีพอื่นที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีกว่านี้แยะ อุตส่าห์เสียสละมาทำฟาร์มสัตว์ “ให้เข้าใจกันด้วยสิ ปัดโธ่!”
วิธีการทำฟาร์มของแก คือ ให้สัตว์ทำในสิ่งที่ผิดธรรมชาติ หากสัตว์ตัวไหนไม่เชื่อฟัง จะถูกจับใส่กรงขังเดี่ยว ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน
หากแกโมโห ก็จะเอากะลาเคาะโป๊กๆ ออกเสียงขู่เป็นเลขว่า “สี่สี่“ พวกสัตว์ทั้งหลายก็จะกรูแตกตื่นวิ่งหนีกระเจิงไปตัวละทิศตัวละทาง บรรดาสิงสาราสัตว์ก็กลัวจนขี้หดตดหาย กลายเป็นสัตว์เชื่องเหมือนลูกหมา
สัตว์ประเภทแรกที่รีบเข้ามาคลอเคลียเอาใจคือ “ม้า” ที่เคยช่วยเปิดทางให้เจ้าของฟาร์มเข้ามายึดฟาร์มไปจากเจ้าของเดิม
ม้าตัวนี้เป็นม้าสีดำ อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของฟาร์ม เป็นสัตว์ที่มักคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ โอ้อวดถึงความรู้ ความสามารถ เพราะถือว่าเคยเป็นผู้นำฝูงในฟาร์มชนชั้นสูงมาก่อน
เมื่อกระจายฝูงออกมา ม้าตัวนี้ก็ทำตัวเป็นจ่าฝูงเรียกร้อง “ชุมนุมมวลมหาสัตว์“ จนกระทั่งเจ้าของฟาร์มสังเกตุเห็นว่า น่าจะถือโอกาสนี้เข้าปกครองสัตว์ด้วยวิธีการที่เจ้าของฟาร์มสมัยก่อนเคยทำ แต่เป็นระบบใหม่ถอดด้ามที่คำนึงถึงผลผลิตล้วนๆ ไม่สนใจคุณภาพ ชนิดที่ซีพีงงว่าทำได้ยังไง?
เจ้าของฟาร์มปกครองมาได้ราว 5 ปี บรรดาสัตว์ต่างๆเริ่มไม่พอใจ เพราะถูกจำกัดเสรีภาพของสัตว์ ต้องอยู่ในกรง พอแกอารมณ์ดีก็ลูบหัวปลอบว่า “ใจเย็นๆ เดี๋ยวแต่งเพลงให้สัตว์ฟัง” ทั้งๆ ที่สัตว์ไม่อยากฟัง เพราะหิวไส้จะขาด จะให้มาฟังเพลงอะไรซ้ำๆกรอกหูอยู่ตลอดเวลา?
เจ้าของฟาร์มชักติดใจในผลประกอบการ จึงแต่งตั้ง “หมู” ที่เป็นสัตว์เฉลียวฉลาดแกมโกง ออกกฎต่างๆ ร่วมวางแผนกันกับ “หมูอาวุโส” ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ในที่สุดได้ออก “กฎ” ที่คิดว่าสัตว์อื่นๆ ไม่สามารถอ้าปากหืออือได้
โดยเฉพาะกับสัตว์ปีกอย่าง “พญาระกา” ที่เป็นสัตว์พิเศษ มีปีก นึกอยากจะบินไปไหนก็ได้ แม้ว่าทำผิด ก็ถือโอกาสบินหนีไปเขตดินแดนอื่นเสีย เจ้าของฟาร์มทำอะไรไม่ได้
หมูอ้างกับสัตว์อื่นๆ ว่าที่ต้องทำตามกฎใหม่เพราะสัตว์ทุกตัวจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีเสรีภาพ เดินวิ่งไปไหนก็ได้ ตามที่เจ้าของฟาร์มเคยสัญญาเอาไว้
เหล่าฝูงสัตว์ต่างก็กระตือรือร้น ตีปีกบ้าง ร้องกันเจี๊ยวจ๊าวบ้าง ที่จะได้อยู่ในกฎใหม่ที่เจ้าของฟาร์มเปิดโอกาส หลังจากฟาร์มทรุดโทรมเหม็นเน่ามากว่า 5 ปี ทำให้สัตว์หลายชนิดเป็นโรคติดต่อตายไปเป็นอันมาก ส่วนที่เหลือก็เฉาเป็นง่อย เช่น เป็ดหางแดง
แต่เมื่อได้เห็นกฎใหม่ที่หมูออกมาแล้ว สัตว์อื่นๆถึงกับอุทานว่า “ไอ้สัตว์!” ด้วยความงุนงงงุ่นง่าน
มีสัตว์อยู่ชนิดเดียวที่แอบหัวเราะชอบใจเหลือหลาย นั่นคือ “งูเห่า” เพราะมีโอกาสขยายพันธุ์ได้แน่นอน ตามกฎใหม่นี้
ส่วนสัตว์อื่นๆ ต้องจำใจทำตามกฎใหม่ของเจ้าของฟาร์มอย่างเคร่งครัด ไม่งั้นไม่รอด
หมูยังออกแบบการขยายพันธุ์เพิ่มอีก 250 ตัว ไว้เป็นเชื้อความฉลาดแกมโกง เพื่อหวังใช้วิธี “ผสมเทียม” คัดเพศได้ตามใจชอบ แถมเจ้าของฟาร์มควบคุมด้วยตัวเอง ไม่มีโอกาสพลาดให้เชื้อแปลกปลอมหลงแฝงเข้ามาเป็นอันขาด
หลังจากการจัดกฎใหม่เสร็จสิ้น ปรากฎว่ามีความพยายามต่อรองของสัตว์กับเจ้าของฟาร์ม เรื่องไม่น่าเกิดก็มาเกิดขึ้นได้ โดยมี “ม้ากับลา” ที่ผูกขาติดกันไม่ยอมไปไหน เพราะถือว่าดั้งเดิมเคยอยู่เป็นคู่เวรคู่กรรมกันมาก่อน
แต่ม้าก็คือม้า มีนิสัยเหมือนเดิม คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเหลือทน หลงตัวเอง ชอบเอาหน้า ทั้งที่ตอนนี้ขาหน้าหัก บางตัวก็ยอมสยบ คิดว่าอดอยากมานานหลายปี แต่อดต่อรองไม่ได้ ตามประสาสัตว์ที่คิดถึงแต่เรื่องทำให้ท้องอิ่ม บางตัวก็ยังพยศ คิดว่าเอาตัวรอดได้ จนถึงขนาดเปิดฉากทะเลาะเบาะแว้ง ไล่ให้ออกจากฝูงกันเอง
ส่วนลาก็ยังเป็นลาวันยันค่ำ หวังอาศัยม้าเพื่อต่อรองกับเจ้าของฟาร์ม ทั้งๆที่รู้ว่าเจ้าของฟาร์มเป็นคนถืออำนาจ ไม่ชอบทำตามใจใคร คิดว่าเมื่อตัวเองเป็นคน จะไปให้สัตว์มาต่อรองได้ยังไงกันวะ?
มันผิดวิสัยธรรมชาติของชนชั้นปกครอง “มนุษย์ต้องปกครองสัตว์”
สัตว์อื่นๆ เริ่มรู้ตัว จึงทำเหมือนม้ากับลาบ้าง เจ้าของฟาร์มเริ่มคิดได้ว่า ไม่น่าไปลงทุนทำฟาร์มใหม่ให้เสียเวลา เลี้ยงเหมือนเดิมดีอยู่แล้ว ต้องขู่ ต้องเฆี่ยน ให้เชื่อฟังถึงเอาอยู่
กฎที่กำแพงจึงเหลืออยู่ข้อเดียว คือ “เจ้าของฟาร์มต้องอยู่รอดเสมอ”
สัตว์อื่นๆ อย่าได้สะเออะมีปากเสียง ไปเดิน 2 ขาใส่สูทเหมือนคนไม่ได้เด็ดขาด
สัตว์ต้องอยู่อย่างสัตว์เท่านั้น ไอ้สัตว์

ม.44 “ลุงสั่งเฮีย อุ้มเสี่ย ด้วยเงินเรา”?



สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์: นิทาน ม.44 อุ้มทีวีดิจิทัล “ลุงสั่งเฮีย อุ้มเสี่ย ด้วยเงินเรา”

ประชาไท / ข่าว



ประธาน TDRI อธิบายข้อเท็จ-ข้อจริง ความเสียหาย 3 รูปแบบ 8 ประการในรูปแบบนิทาน เมื่อมี ม.44 สั่งอุ้มทีวีดิจิทัล ให้คืนใบอนุญาต ลด แลก แจก แถมอื้อซ่า ห่วงทำลายระบบตลาดเสรี การแข่งขันที่เป็นธรรม ระบบนิติรัฐ สร้างนิสัยให้ทุนใช้อิทธิพลโยกรัฐอยู่เรื่อย ประมูลเท่าไหร่ก็สู้แล้วค่อยไปต่อรองรัฐเอาดาบหน้า ม.44 ตรวจสอบได้ยาก ยิ่งทำหลังเลือกตั้งยิ่งตรวจสอบข้อกังขาทางการเมืองลำบาก



สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ขึ้นพูดเปิดประเด็นในงานเสวนาหัวข้อ “ม.44 อุ้มทีวีดิจิทัล: รัฐเอื้อทุน ประชาชนได้อะไร” ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาและคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



สมเกียรติอธิบายการใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม สืบเนื่องจากสภาพปัญหาการแข่งขันทางธุรกิจสำหรับกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมในปัจจุบัน ทำให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไม่ทันกำหนด ว่าเป็นนิทานที่มีตัวละคร 4 ตัว ได้แก่ ลุง เฮีย เสี่ย เรา โดยเนื้อเรื่องก็คือ “ลุงสั่งเฮีย อุ้มเสี่ย ด้วยเงินเรา”



ม.44 อุ้มค่ายมือถือ ยืดจ่ายค่าประมูล 10 ปี ทีวีคืนคลื่นได้-งดจ่ายค่าธรรมเนียม 3 งวด



สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์: 7 เรื่องคนไทยควรรู้เมื่อ ม.44 อุ้มผู้ประกอบการมือถือ



อดีต กสทช. ชี้ ม.44 อุ้มค่ายมือถือ-ทีวีดิจิตอล ผิดหลักการ ผิดเวลา สื่อน้ำท่วมปาก



การที่ทีวีดิจิทัลล้ม ต้องอุ้ม คือส่วนหนึ่งของนิทานที่เรื่องนี้แต่มีนิทานซ้อน 5 เรื่อง



ทีวีดิจิทัลถูก disrupt (ทำให้ปั่นป่วน) ธุรกิจล้ม ต้องอุ้ม

ถ้าไทยไม่รีบเปิดบริการ 5 จี จะเกิดความเสียหายมากมาย



เอาเรื่องที่ 1 กับ 2 มาผสมกันแล้ววิน-วิน เอาคลื่นทีวีดิจิทัลมาทำบริการ 5 จีแทน และได้เงินที่จะได้จากการจัดสรร 5 จีมาอุ้มทีวีดิจิทัล



จูงใจให้ผู้ประกอบการ 4 จีปัจจุบันด้วยการยืดหนี้บริการ 4 จี ที่ยังติดภาครัฐอยู่



ใช้ดาบกายสิทธิ์ ม.44 เพื่อให้เรื่องข้างต้นเกิดขึ้น



ที่เรียกเป็นนิทานเพราะว่าทั้งหมดไม่เป็นความจริง เรื่องแรก ทีวีล้มละลาย ประเด็นนี้เป็นนิทานที่น่าสงสารที่สุด จริงๆ แล้วทีวีดิจิทัลจำนวนมากขาดทุนจริง แต่เมื่อทีวีดิจิทัลขาดทุนแล้วรัฐต้องเข้าไปอุ้มหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่านิยายปรัมปราที่หลอกหลอนคนไทยมานานพอสมควรคือการที่เมื่อธุรกิจไม่ไหวก็ไปวิ่งเต้นหารัฐ มันคือการอุ้มเสี่ยหรือบรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีทั้งทุนขนาดกลางถึงทุนขนาดใหญ่ ไม่จำเป็นที่ธุรกิจล้มแล้วรัฐต้องเข้าไปอุ้มเสมอไป สิ่งที่ควรทำคือให้ทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตแบบไม่ต้องเอาผิด ไม่ต้องมีค่าปรับ แต่ไม่ใช่การชดเชยหรือให้เงินคืนแล้วพาลไปอะไรต่อมิอะไร สิ่งที่รัฐควรจะช่วยในสภาวะที่โลกแปรเปลี่ยนและเกิดการปั่นป่วนทางเทคโนโลยีคือช่วยให้คนหางานใหม่ได้ สร้างทักษะใหม่ได้ ไม่ใช่การไปอุ้มเสี่ยหรือเจ้าสัว



เรื่องที่สอง การทำบริการ 5 จี ไม่ต้องรีบ เพราะประเทศต่างๆ จำนวนมากยังไม่ทำ 5 จีกัน ถ้าเห็นหนังสือพิมพ์เขียนว่ากัมพูชาทำ 5 จี เมื่ออ่านก็จะเห็นว่าเป็นการทดลอง ไม่ใช่เปิดให้บริการ ประเทศที่เปิดใช้คือประเทศที่ทำอุปกรณ์อย่างจีนที่หัวเหว่ยทำอุปกรณ์แล้วรัฐบาลอยากให้นำไปขายได้ เกาหลีใต้ก็มีซัมซุง อเมริกามีควาลคอม ผู้ผลิตชิป 5 จีที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไทยไม่ได้เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีเหล่านั้น



ทุกวันนี้อุปกรณ์ที่ใช้ทำ 5 จียังไม่พร้อมและขาดแคลนอยู่เยอะ หมอประวิทย์ (ลี่สถาพรวงศา) บอกว่าถ้าเอาคลื่นย่าน 700 MHz มาทำ 5 จี ตอนนี้ไม่มีอุปกรณ์มือถือสำหรับพวกเรา มือถือสำหรับไอโฟน ซัมซุง ไม่มีมือถือที่ใช้กับคลื่นย่าน 700 MHz  อุปกรณ์ต่างๆ เดี๋ยวก็ออกมาก็จริง แต่ตอนนี้ก็มีราคาแพง การเข้าไปทำบริการ 5 จีเร็วไม่ได้แปลว่าได้ประโยชน์แต่กลับจะทำให้เสียเปรียบ คือทำให้ใช้ของแพง และปัจจุบันไม่มีบริการอะไรที่ 5 จีทำได้แล้วคนอยากใช้วันนี้เลยที่ 4 จีทำไม่ได้ มันอาจสู้ 5 จีไม่ได้เรื่องความเร็ว ความหน่วง แต่ที่มนุษย์มนาใช้ทุกวันนี้ก็สามารถทำได้หมด นอกจากนั้น กสทช. เองก็ยังไม่พร้อมกับการวางโรดแมป 5 จี ที่เกี่ยวข้องกับย่านความถี่หลายย่านทั้งความถี่ต่ำ ปานกลาง และสูง นอกจากนั้น การจัดสรรคลื่น 4 จีที่ผ่านมาก็ไม่ได้กำหนดว่าทำ 4 จีเท่านั้น คือ 4 จี and beyond คือถ้ามีเทคโนโลยีอะไรก็เอาคลื่นที่มีไปใช้ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนเอาคลื่น 5 จี ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามรายก็มีคลื่น 3 จี 4 จีอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบแจกคลื่น 5 จีเลย



เรื่องที่สาม เอาเงินจัดสรรคลื่น 5 จีมาอุ้มทีวี โดยกติกา กสทช. จะชดเชยทั้งคนที่เลิกบริการและให้บริการต่อ จะไม่มีเงินมาอุ้มทีวีดิจิทัลถ้าไม่มีการจัดสรรคลื่น 5 จี แต่ถ้าไม่ต้องยืดหนี้ 4 จี รัฐจะมีเงินเข้ามามากมายมหาศาล แม้จะต้องอุ้มทีวีดิจิทัล เงินที่จะเข้ามาเป็นแสนล้านก็พอทำได้ ไม่จำเป็นต้องเอาเงินการจัดสรรคลื่น 5 จีมาอุ้ม นอกจากนั้นคลื่น 700 MHz ที่จะต้องย้ายไปทำ 5 จีนั้น ต้องย้ายที่ตั้งคลื่นให้แต่ละช่องย้ายกันไป และจะมีค่าชดเชย จริงๆ แล้วก็แล้วเป็นคลื่นที่ว่างอยู่ ไม่มีคนใช้ จึงไม่จำเป็นต้องมีการชดเชย



เรื่องที่สี่ ต้องยืดหนี้ 4 จีเพื่อจูงใจให้ประมูล 5 จี จริงๆ แล้วนิทานยืดหนี้ 4 จี เกิดมาพักใหญ่ก่อนจัดสรรคลื่น 5 จีเพื่อมาอุ้มทีวีดิจิทัล มีความพยายามของผู้ประกอบการโทรคมนาคมวิ่งเต้นอยากให้รัฐยืดหนี้มานานก่อนที่จะพูดถึง 5 จีแล้ว การที่ทำเรื่องไม่สมเหตุสมผลเหล่านี้ มีความเสียหายอย่างน้อย 8 ประการและ 3 รูปแบบ ดังนี้



เสียหาย 3 รูปแบบ



เสียหายต่อเงินพวกเราในฐานะผู้เสียภาษี

เสียหายต่อตลาดโทรคมนาคมที่จะเกิดขึ้น คือ 5 จี ที่ถูกจัดสรรคลื่นแบบซี้ซั้ว เฉพาะหน้า เฉพาะกิจ

เสียหายต่อระบบนิติรัฐของประเทศที่จะเดือดร้อนกับพวกเราในฐานะพลเมือง

เสียหาย 8 ประการ



กสทช. พูดว่าต้องใช้เงินอุ้มทีวีดิจิทัลประมาณ 31,000 ล้านบาท ประกอบด้วยการอุ้ม 7 ช่องที่ขอเลิก 3,000 อีก 15 ช่องที่ประกอบการต่อจะมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 9700 และสนับสนุนค่าโครงข่าย MUX 19000 ล้านบาท ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่ใหญ่ที่สุด ผู้ได้รับประโยชน์คือช่อ 5 ที่รับบริการเครือข่ายใหญ่ที่สุด และสถานะทางกฎหมายของช่อง 5 ก็ไม่รู้ว่าเป็นสถานะอะไร ไม่เคยทำความเข้าใจได้

ความเสียหายทางการเงินจากการเลื่อนหนี้ 4 จีที่ผู้ประกอบการสามรายได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน แต่เดิม AIS DTAC TRUEMOVE ต้องจ่ายเงินค่าประมูล 4 จี เข้ารัฐให้จบเร็วๆ นี้ แต่มีการยืดหนี้ยาวออกไปแบบไม่มีดอกเบี้ย ส่วนนี้ทำให้เกิดความเสียหาย เมื่อคำนวณแล้วจะพบว่าแต่ละเจ้าได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน TRUEMOVE ได้ประโยชน์ 8,800 ล้านบาท AIS ได้ 8,400 บาท และ DTAC ได้ไป 2,600 ล้านบาท มีนักการเงินส่วนหนึ่งคัดค้านว่าการเอาต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการทั้งสามมาคิดเพราะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยการเงินที่แต่เดิมควรต้องจ่ายที่ร้อยละ 9 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไทยมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าเอกชน ซึ่งก็จริง ฉะนั้นตรรกะของนักการเงินบางกลุ่มชี้ไปว่า ต่อไปถ้าเอกชนมีต้นทุนการเงินสูงกว่ารัฐ ให้รัฐเป็นคนกู้เงินให้แล้วเอกชนใช้ฟรี ถ้าทำตามตรรกะการอุ้มค่ายโทรศัพท์ แปลว่ารัฐเข้ามาอุ้มความเสี่ยงทางการเงินของเอกชนหมดเลย ซึ่งคิดว่าไม่ถูกต้อง

ผู้บริโภคเสียหายเสียโอกาสจากตลาด 5 จีที่ไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่มาแข่งขัน กสทช. แต่เดิมตั้งใจจะแจกคลื่น 5 จี ขนาด 15 MHz ต่อราย เหมือนจัดที่ให้คนละ 15 ไร่ แต่เอกชนสู้ราคาที่ 25,000-27,000 ล้านบาทไม่ไหว จึงต่อรองเหลือ 10 MHz สุดท้ายตกมาเหลือ 16,000 ล้านบาทเพราะขนาดเล็กลง แต่ก็ยังไม่ใช่มูลค่าที่สามรายต้องจ่ายจริง เพราะเป็นการผ่อนจ่ายยาว 10 ปีแบบไม่คิดดอกเบี้ย จึงตกอยู่ที่ 11,000 ล้านบาทต่อรายเมื่อคำนวณค่าของเงินที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคำนวณกับผลได้จากการช่วยค่าประมูล 4 จีพบว่า TRUEMOVE จะประหยัดจากการเลื่อนหนี้ 8,800 ล้านบาท แล้วมาซื้อคลื่น 5 จีในราคา 11,000 ล้านบาท แปลว่าจ่ายจริง 2,200 ล้านบาท น่าจะเป็นราคาที่ถูกที่สุดในโลก AIS จะจ่าย 2,600 ล้านบาท DTAC จะต้องจ่ายแพงสุดคือ 8,400 ล้านบาท ทั้งหมดคือความเสียหายจากการที่ตลาดค่ายมือถือของไทยจะถูกผูกขาดต่อไปจากผู้ประกอบการ 3 รายโดยไม่มีความพยายามเอาผู้เล่นรายใหม่เข้ามา

กติกาโทรคมนาคมชองไทยจะมั่วต่อไปอีก หลังจากมีระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาตนานแล้ว แต่ต่อไปจะกลับไปเป็นแบบเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีผู้ประกอบการ 3 รายที่ไม่ไปเอาใบอนุญาต 5 จี สมมติว่ามีรายหนึ่งไม่ไปเอา คิดว่า TRUEMOVE กับ AIS คงไปเอา แต่ DTAC นั้นต้องสงสัยเพราะต้องจ่ายแพงกว่าเจ้าอื่น สมมติว่า DTAC ไม่ไปเอาแปลว่าจะมีคนที่ได้คลื่น 5 จีและคนที่ยังไม่ได้ วิธีการในการกำกับดูแลในตลาด หน่วยงานที่กำกับดูแลในไทยที่ถูกโน้มน้าวใจได้ไม่ยากเท่าไหร่ การออกกติกาจะบิดเบี้ยวเหมือนตอน 3 จี ที่มีคนที่ได้คลื่นไปก่อนแล้วจากการบล๊อคไม่ให้ประมูลก่อน ทำให้มีคนได้เปรียบอยู่ มีการดึงเกมแล้วทำให้ตลาดมั่วไป

เสียหายต่อนิติรัฐ หลักการในการทำธุรกิจในระบบตลาดเสรีที่รัฐไม่ควรไปแบกรับความเสี่ยงของธุรกิจเอกชน แปลว่าธุรกิจใดขาดทุนแล้วมีอำนาจก็สามารถบอกให้รัฐไปแบกรับความเสี่ยงได้ ความเสี่ยงมีสองแบบใหญ่ คือความเสี่ยงแบบปกติที่ธุรกิจมี แต่ยังมีความเสี่ยงที่เกิดจากรัฐ คือ regulatory risk ที่อยู่ๆ รัฐกำหนดกติกาแผลงๆ แปลกๆ มาแล้วทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน ตามหลักวิชาการนั้นชัดเจน รัฐไม่ควรไปรับผิดชอบความเสี่ยงแบบแรก เว้นแต่กรณีที่รัฐไปทำให้ธุรกิจดำเนินการไม่ได้

หลักการความเสี่ยงเกินปกติของผู้ประกอบการที่มีเส้นสายทางการเมือง วันหลังจะทำให้เกิดความคิดว่า เรื่องอะไรได้ยากๆ ก็เอามาก่อนแล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้า อาจจะเกิดกับโครงการรัฐขนาดใหญ่ๆ อย่างรถไฟความเร็วสูง ถ้าวันไหนขาดทุนก็อาจมีการวิ่งกันแบบนี้ เมื่อไปดูผู้ประกอบการหรือผู้ถือหุ้นก็มีหน้าตาคล้ายๆ กันอยู่ หรือถ้าเกิดโครงการดิวตี้ฟรีได้กำไรไม่ตามเป้า สุดท้ายก็มาวิ่งแบบนี้อีก ถ้าติดตามดูประมูล 4 จี จะเห็นค่ายเจ้าสัวบางค่ายได้รับบัญชาว่า เท่าไหนเท่ากัน เอามาก่อน สักพักหนึ่งก็มาต่อรองกับภาครัฐ จะส่งผลต่อความน่าลงทุนเพราะมันแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ใช่เสาที่ตั้งยู่ตรง แต่โยกได้ถ้ามีอิทธิพลมากพอ

เกิดปรัชญาของการที่รัฐเป็นพ่อรู้ดี มาแทรกแซงกลไกตลาดไปทุกเรื่อง เอกชนบอกว่ายังไม่สมควร 5 จีก็ยังให้ทำทั้งๆ ที่รัฐก็ไม่พร้อม อย่างเมื่อประมูล 4 จี ก็มีการเอาคลื่น 4 จีที่บางรายประมูลแล้วทิ้ง เอากลไกรัฐไปบีบให้เอา สุทด้ายก็มาต่อรองกันแล้วยืดหนี้ 4 จี จะเห็นว่าเงื้อมมือของรัฐภายใต้ กสทช. เอื้อมเข้าไปในกลไกตลาดลึกมาก โดยเฉพาะกลไกที่มีผู้เล่นน้อยรายยิ่งเสี่ยงให้มีความฉ้อฉลมาก

การใช้ ม.44 ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจนี้ในทางกฎหมายได้ และจังหวะการออกมาหลังเลือกตั้งก็ทำให้ตรวจสอบในทางการเมืองทำได้ยาก

นิทานที่แต่งมาไม่ฉลาด ไม่สนุกสนาน ไม่ประเทืองปัญญา แต่ผู้แต่งหรือภาครัฐก็เก่งในแง่การเมือง คือแจกทีวีดิจิทัล ให้ทีวีจำนวนมากเงียบเสียงในเรื่องนี้ แจกในช่วงสงกรานต์ที่คนกำลังจะไปพักผ่อน แจกช่วงหลังเลือกตั้ง คือจะเอามาโมตีในช่วงเลือกตั้งไม่ได้ แจกในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้พรรคที่จะร่วมรัฐบาลรอ ไม่ร่วมอภิปรายรัฐบาลในเรื่องนี้ อย่างเช่นพรรคลูกผีลูกคนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่อย่างประชาธิปัตย์จะไม่แตะเรื่องแบบนี้เพราะจำทำให้กระอักกระอ่วนถ้าเข้าไปร่วมรัฐบาล

รบ.ปัดคิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยุบพรรคการเมือง



นายกฯป่าวคิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยุบพรรคการเมือง

"อุตตม"นำขบวนพปชร.สู่ขอชทพ.ร่วมรัฐบาล : ข่าวต้นชั่วโมง 12.00 น.(30-05-62)



"อุตตม"นำขบวนขันหมากพปชร.ชุดที่สาม สู่ขอชทพ.ร่วมรัฐบาล :


วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

"เจ้าสาว"ดุนะ"ลุง"ไหวเหรอ?



Top Story 29/5/62"เจ้าสาว"ดุนะ"ลุง"ไหวเหรอ?

โคราชฝนตกส่งผลดีข้าวนับหมื่นไร่มีความหวัง : เกาะสถานการณ์ 17.30 น. (29-0...



โคราชฝนตกส่งผลดีข้าวนับหมื่นไร่มีความหวัง

"ณัฏฐพล"ยันเดินหน้าโหวตนายกฯ : เกาะสถานการณ์ 18.30 น. (29-05-62)





"ณัฏฐพล"ยันเดินหน้าโหวตนายกฯ

ลุงตู่ต้องจิตแข็งไว้

ก็ขับนิ่มดี” ในอารมณ์ที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.ทำลองขับรถ “ตุ๊กๆไฟฟ้า” ที่นำมาโชว์ในงานอีเวนต์ วนรอบตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ท่ามกลางเส้นทาง “ขรุขระ” สถานการณ์ฟอร์มรัฐบาล “ลุงตู่ ภาค 2”

ต้องวนกลับมาจุดตั้งต้นกันใหม่ ตามสัญญาณแบบที่ “อุลตร้าอุตตม” นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยกทีมแกนนำพรรคชุดใหญ่ เซียนเขี้ยวระดับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ฯลฯ แห่ขันหมากไปทาบทามประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล

ตามยุทธศาสตร์ที่เซียนเขี้ยวการเมืองจับสัญญาณได้ว่า ทีม “พลังประชารัฐ” ต้องการแสดงให้พรรคตัวแปรอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยได้เห็นว่า ทุกอย่างต้องทำตาม “หลักการประเพณี”

นั่นหมายรวมถึงโควตารัฐมนตรีต้องผ่านมติกรรมการบริหารพรรค

ไม่ใช่ “โผลักไก่” อย่างที่ปล่อยกันออกมาตีกินกระแส ภูมิใจไทยจองกระทรวงนั้น ประชาธิปัตย์ล็อกเก้าอี้นี้ แห่บทตัวแปรที่เล่นเนื้อเล่นตัวได้ตามอำเภอใจ

มันต้องจับตาปฏิบัติการ “ล้มดีลพี่ใหญ่” ที่เล่นบท “ขาใหญ่” ผู้มีบารมีนอกพรรค ฉวยรวบอำนาจไปจัดการเล่นบท “ป๋า” เปย์แหลกให้พรรคตัวแปร ตามบิลที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยื่น “ค่าตัว”

ปาดหน้าเค้กกระทรวงเกรดเอ คมนาคม เกษตรฯ พาณิชย์ สาธารณสุข การท่องเที่ยวฯ พลังงานฯลฯ

เรื่องของเรื่อง มันก็อย่างที่นายอุตตมโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในค่ำวันเดียวกัน ส่งสัญญาณการเจรจาเรื่องโควตารัฐมนตรียังไม่ได้บทสรุป ต้องคุยกันอีกหลายยก

ที่สำคัญจากคิวล้วงของ “พี่ใหญ่” มันได้ก่อแรงกระเพื่อมกับพวกที่ชัวร์ๆ

โดยสถานการณ์โยงเปรียบเทียบยี่ห้อ “ภูมิใจไทย” ที่ตอนเลือกตั้งได้ทั้งอำนาจรัฐเอื้อให้ แถมมีกระแสแว่วๆต้องพึ่งน้ำเลี้ยงจากปั๊มสามทหาร เป็นพรรคแฝงกายแนบชิดกันมา

แต่ในลีลาที่ “เสี่ยหนู” ก็ยึกๆยักๆ เผลอก็ด่าทหาร อิง “นายใหญ่”

กระตุกอาการ “หมั่นไส้” พล.อ.ประยุทธ์ หงุดหงิดเป็นระยะ ขนาดผลเลือกตั้งออกแล้ว 2 เดือนก็ยังลากเกมกั๊กจนหยาดสุดท้าย แต่ก็ได้หยิบชิ้นปลามัน ฮุบโควตาตามสั่ง แม้กระทั่งคมนาคม

ที่ “บิ๊กตู่” ล็อกไว้ เพราะอาศัยเล่นจังหวะเข้าเหลี่ยม “พี่ใหญ่” ที่ถูกจับไต๋ได้ว่า “เหยียบตีน” เล่นเป็นทีมเดียวกันมาตั้งแต่ต้น

ตรงกันข้ามกับสถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนา 2 พี่น้องศิลปอาชา “หนูนา” กัญจนากับ “หนุ่มท็อป” วราวุธ ที่แสดงตัวแสดงตนเป็นแนวร่วมทีมหนุน “ลุงตู่” มาตั้งแต่แรก รู้กันทั้งวงนอกวงใน

คนที่เป็นพยานได้ก็คือ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.

หรือแม้แต่ล่าสุด ก็เป็น “หนูนา” ที่แถลงโหวตให้ประธานสภาฯตามโพยของพรรคพลังประชารัฐ โดยยังไม่ต้องพูดถึงโควตารัฐมนตรีจะได้อะไรตอบแทน โดยที่ “ลุงตู่” ยังต่อสายขอบใจ

แต่นั่นก็ไม่มีสัญญาณตอบรับชัดเจนจากทีมพลังประชารัฐ ไม่เหมือนกับ “บิลค่าตัว” ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาโชว์เค้กกันอู้ฟู่

“เพื่อนกิน” มาก่อน “มิตรแท้” นั่นก็ห้ามไม่ได้ที่จะเกิดภาวะ “คาใจ”

แว่วๆสองพี่น้อง “หนูนา-หนุ่มท็อป” คุยกันแล้ว สถานการณ์ออกแนวนี้ ต้องถอนสมอ เมื่อทีมพลังประชารัฐไม่รักษาน้ำใจมิตรแท้ ปล่อย “ขาใหญ่” นอกพรรคมาจัดการแบ่งเค้กแบบไม่สนมิตรแท้

10 เสียงพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่โหวตให้ข้างไหน ขออยู่ตรงกลาง

ถึงจุดพลิกผันที่ทำให้ “บิ๊กตู่” ต้องชั่งใจดีๆ ก่อนอื่นใด ต้องล้มดีล “พี่ใหญ่” เพื่อเบรกแรงกระเพื่อมดึงการเจรจากลับมาอยู่ในอำนาจกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

ตามรูปเกม นายกฯต้อง “จิตแข็ง” พอ ในการวัดใจกับยี่ห้อภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ ตามท้องเรื่อง ถ้ายังตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังเป็นนายกฯ รัฐบาลอำนาจเต็ม โดยรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลา

หรือถึงที่สุด “ลุงตู่” ก็ยังถือ “ไพ่ยุบสภา” อยู่ในมือ

โดยมี 250 ส.ว. ยังเป็นฐานแน่นๆ เทียบกับคู่แข่งที่บักโกรก “ตูดขาด”

โอกาสยังมีให้ตีไพ่ จะลุยวัดดวงกับ “เกมสั้น” หรือเสี่ยงลุ้นกับ “เกมยาว”

ถ้าเลือกเกมสั้น “พี่น้อง 3 ป.” อาจพอใจแค่ล็อกเก้าอี้นายกฯให้ “ลุงตู่” ยื้อเก้าอี้รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไว้รองก้น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จองโควตา มท.1 ไว้ให้ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กุมความมั่นคงไว้ โดยทหาร คสช.สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ ไม่รู้จะลากรัฐบาลไปได้นานแค่ไหน

แต่นั่นจะส่งผลต่อเกมยาว ขืนพลังประชารัฐปล่อยกระทรวงเศรษฐกิจ คมนาคม พาณิชย์ เกษตรฯไปให้ภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ปาดหน้าเค้กหมด เหลือแค่กระทรวงเกรดบีไว้กำกับเอง

จะเอาอะไรไปเดินงานนโยบายหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า

โดยสถานการณ์มันจะฟ้องเลยว่า “พลังประชารัฐ” ก็แค่พรรคเฉพาะกิจ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นนั่งร้านทหาร หนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯและพี่น้อง 3 ป. สืบทอดอำนาจแค่นั้น

ซึ่งมันจะวนกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ รัฐบาลอายุสั้น คอร์รัปชันถอนทุนเลือกตั้ง

พระเอกอย่าง “บิ๊กตู่” นั่นแหละ เสี่ยงตายตอนจบ.

ทีมข่าวการเมือง

ขันหมากการเมืองล่ม?





TOP STORY 28/5/62

ขันหมากการเมืองล่ม?