PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

ผกก.สน.โชคชัยเผย นายทหาร ยศ "พ.อ."ถูกการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะทำร้ายเป็นน้องแท้ๆ บอกเป็นทหารยังยิงไม่หยุด

ผกก.สน.โชคชัยเผย นายทหาร ยศ "พ.อ."ถูกการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะทำร้ายเป็นน้องแท้ๆ บอกเป็นทหารยังยิงไม่หยุด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 เมษายน พันตำรวจเอกธนวัตร วัฒนกุล ผู้กำกับการ สน.โชคชัย เปิดเผยว่า พันเอกวิทวัส วัฒนกุล นายทหาร ที่ถูกการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ รุมทำร้ายและยิงปืนใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นน้องชายแท้ๆ ของตนเอง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แต่อยู่ระหว่างประสานย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

พันตำรวจเอกธนวัตร เล่าว่า ได้สอบถามอาการน้องชายจากมารดา เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งขณะเกิดเหตุ พันเอกวิทวัส น้องชายเล่าว่าได้ตะโกนบอกการ์ด กปปส.แล้วว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร อย่ายิง แต่ก็ถูกยิงมาต่อเนื่อง ก่อนถูกรุมทำร้าย จนกระทั่งกลุ่มการ์ดเข้าค้นรถยนต์เจอบัตรแสดงตนเป็นทหารจึงได้หยุดทำร้าย และเบื้องต้นทราบว่าพันเอกวิทวัส สามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้ หลังจากนี้จะสอบถามพันเอกวิทวัส อย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ เปิดเผยว่าได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บถูกสะเก็ดลูกปืนเข้าที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนว่าถูกการ์ด กปปส. แจ้งวัฒนะ ทำร้ายร่างกายตามที่มีกระแสข่าวออกมาหรือไม่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดเผยว่า ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ พันเอกวิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กวส.สวส.ขว.ทหาร ถูกส่งเข้ามารักษาเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น.และไม่ถูกยิงตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ แต่ถูกสะเก็ดลูกกระสุนปืน ฝังที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง คาดว่าคนร้ายอาจยิงปืนลงพื้น แล้วเศษลูกกระสุนปืนจึงฝังในข้อเท้า ซึ่งแพทย์ได้นำออกและทำการรักษาแล้ว ส่วนที่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำคาดว่าถูกทำร้ายร่างกายด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการโดยรวมปลอดภัยแล้ว

ด้าน นาวาโท ณัฐพล วัฒนกุล น้องชายพันเอกวิทวัส เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพี่ชายกำลังจะเดินทางกลับบ้านพักที่เมืองทองธานี แต่พบว่ามีกรวยยางขวางบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ จึงลงจากรถ ไปนำกรวยยางออก ก่อนถูกระดมยิง จากนั้นถูกกลุ่มชายฉกรรจ์คล้ายการ์ด กปปส.เข้ามารุมทำร้าย ส่วนรายละเอียดขอปรึกษากับพี่ชายก่อนว่าพร้อมที่จะเปิดเผยหรือไม่


มือมืดแขวนระเบิด RGD หน้าประตูบ้านเช่าย่านรามคำแหง


มือมืดแขวนระเบิดหน้าบ้านเช่าในซอยรามคำแหง 184 ตำรวจเผยเป็นชนิดเดียว กับที่ใช้ก่อเหตุระเบิด ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผู้กำกับการ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้(24 เม.ย.) ตำรวจสายตรวจ สน.มีนบุรี รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัย หมู่บ้านโชคชัยปัญจทรัพย์ ซ.1 ภายในซ.รามคำแหง 184 เขตมีนบุรี ว่ามีวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ผูกติดกับธงชาติ บริเวณประตูรั้ว หน้าบ้านเลขที่ 37/488 จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าไปทำการเก็บกู้
ทั้งนี้จากการตรวจสอบ ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว เป็นของนายยศ ยังไม่ทราบนามสกุล โดยเจ้าตัว อ้างว่า ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวมาประมาณ 13 ปีแล้ว ปัจจุบันเปิดเป็นบ้านเช่า ล่าสุด ผู้เช่าเป็นอาจารย์ รร.นานาชาติ แต่เลิกเช่าไปได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ด้านพ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี กล่าวว่า จากการตรวจสอบระเบิดดังกล่าวแล้ว พบว่า เป็นชนิด RGD 5 ของโซเวียต ซึ่งเป็นชนิดเดียว กับที่ใช้ก่อเหตุระเบิด ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ล่าสุดทำการเก็บกู้ออกจากที่เกิดเหตุแล้ว


เปิดหลักฐาน"ครบชุด"มัด“ยิ่งลักษณ์-ครม."พ้นตำแหน่งทั้งคณะ คดีย้าย"ถวิล"

เปิดหลักฐาน"ครบชุด"มัด“ยิ่งลักษณ์-ครม."พ้นตำแหน่งทั้งคณะ คดีย้าย"ถวิล"

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน 2557 เวลา 11:56 น.
เขียนโดย
รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
เปิดหลักฐานครบชุด มัด "ยิ่งลักษณ์-ครม." พ้นตำแหน่งทั้งคณะ คดีโยกย้ายตำแหน่ง "ถวิล เปลี่ยนศรี" -"ไพบูลย์"ชี้ทั้งคณะต้องรับผิดชอบร่วมกันตามบทบัญญัติรธน.มาตรา 171
PIC-Pnice-12
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมส่งคำชี้แจงคดีการโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.โดยมิชอบออกไป 15 วัน โดยให้มีการไต่สวนพยานบุคคลประกอบด้วย นายไพบูลย์ นิติตะวัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรีทและนายถวิล เปลี่ยนศรี และให้พยานบุคคลดังกล่าวยื่นบันทึกถ้อยคำ ยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นเป็นหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 29 เมษายน 2557
ล่าสุด นายไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราwww.isranews.org ถึงเอกสาร หลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ คณะรัฐมนตรี มีมติ ในการโยกย้ายนาย ถวิล เปลี่ยนศรี จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันและเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง  ตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 ที่บัญญัติไว้ว่า “คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการ แผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน”  
เปิดหลักฐานมัด-ยิ่งลักษณ์-ครม. กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ
นายไพบุลย์ กล่าวว่า “ตอนนี้ สิ่งที่ผมจะต้องทำคือยื่นหลักฐานที่เป็นรายงานการประชุม สรุปการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 6 กันยายน ที่ แสดงให้เห็นว่า ครม. ในวันนั้น มีนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นประธานในที่ประชุม โดยที่การประชุมในวันนั้นมีเรื่องการพิจารณาในเรื่องของการโอนข้าราชการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำ ข้าราชการระดับสูง และมีมติที่ประชุมวันนั้นระบุว่า อนุมัติตามที่สำนักนายกฯ เสนอ เหล่านี้คือเอกสารที่ผมจะแสดงเพิ่มต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็มีเอกสารในวันที่ 6 กันยายน ที่มี หนังสือแจ้งเรื่องการโอนข้าราชการ สาเหตุที่เพิ่มหลักฐานเหล่านี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นข้อเท็จจริง เป็นการกระทำผิดร่วมกันจริง"
ทั้งนี้ หลักฐานสำคัญที่นายไพบูลย์จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีดังต่อไปนี้ 
หลักฐานที่ 1. รายงานการประชุม ครม. กรณีโยกย้ายนายถวิล  
c.tawin
 
เอกสารสรุปรายงานการประชุม มีใจความสำคัญ ระบุว่า 
 “วันที่ 6 กันยายน 2554 วันนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี 
 จากนั้น นาง ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นาย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี" 
  สำหรับการประชุมดังกล่าว มีทั้งสิ้น 22 หัวข้อ ได้แก่ การพิจารณาร่างกฎหมาย 8 หัวข้อ เศรษฐกิจ 7 หัวข้อ สังคม 3 หัวข้อ ต่างประเทศ 3 หัวข้อ และในประเด็นการแต่งตั้งข้าราชการ มีถึง 21 กรณี
โดยกรณีของนายถวิล อยู่ในลำดับที่ 21 ของประเด็นการประชุมในหัวข้อที่ 22. เรื่องการแต่งตั้ง ดังใจความ ระบุว่า
“22. เรื่องแต่งตั้ง
 21. การโอนข้าราชการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ( นักบริหารระดับสูง ) คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความ   
พ้นจากตำแหน่ง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ( นักบริหารระดับสูง ) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้กำหนดชื่อในสายงานตามตัวบุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้ง โดยยังคงตำแหน่งในสายงานเดิม และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว”
หลักฐานที่ 2.  มติคณะรัฐมนตรี
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 6 กันยายน มีมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบการโอนย้ายและแต่งตั้งนายถวิล มีใจความโดยละเอียด ดังนี้ 
สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300 
เลขที่ นร 0508 / 18614
วันที่ 6 กันยายน 2554
เรื่อง การโอนข้าราชการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ( นักบริหารระดับสูง )
เรียน เลขาธิการการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือสำนักเลขาธินายกรัฐมนตรี ลับมาก ที่ นร 0401.2 / 8302 ลงวันที่ 5 กันยายน 2554 
 ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไดด้ขอให้นำเสนอคณะรัฐในตรี พิจารณาอนุมัติรับโอนและแต่งตั้ง นาย ถวิล เปลี่ยนศรี ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ( นักบริหารระดับสูง ) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีข้าราชการประจำ ( นักบริหารระดับสูง ) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้
 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งเดิมและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ต่อไปแล้ว
 
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ 
 
ขอแสดงความนับถือ 
 
ลงนามโดย นางสมศรี นาคจำรัสศรี ผู้อำนวยการสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 
หลักฐานที่ 3. นายกฯ ลงนาม
 
หลังครม.มีมติเห็นชอบ แต่งตั้ง โยกย้าย นายถวิล นางสาวยิ่งลักษณ์ ลงนามใน วันที่ 7 กันยายน ดังใจความโดยละเอียด ระบุว่า
คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่ 152 / 2554
เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
เพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 ( 4 ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 
 
ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( นักบริหารระดับสูง )  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน 
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป้นต้นไป  
 
สั่ง ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554
ลงนามโดย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 
หลักฐานที่ 4. ประกาศสำนักนายกฯ ปลดถวิลพ้นตำแหน่ง เลขา สมช.
30 yingluk
จากนั้น สำนักนายกฯ ดำเนินการขอโปรดเกล้าฯ ให้นายถวิลพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช.  นางสาวยิ่งลักษณ์ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ใจความโดยละเอียด ดังนี้
ประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ข้าราชการพลเรือน สามัญ พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( นักบริหารระดับสูง ) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ( นักบริหารระดับสูง ) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2554 
ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ 
นายกรัฐมนตรี
นายไพบูลย์กล่าวทิ้งท้ายถึงหลักฐานสำคัญทั้ง 4 ฉบับนี้ว่าเป็นเอกสารที่เพิ่มเติมให้เห็นข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ขึ้นว่า
“เหล่านี้ แสดงข้อเท็จจริงว่าที่คุณยิ่งลักษณ์ได้กระทำไป เป็นการกระทำต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญหลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นการกระทำผิดตามหลักของ รัฐธรรมนูญมาตรา 171 ที่เขียนไว้ว่า “คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการ แผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน”  ดังนั้น กรณีการแต่งตั้งและโยกย้ายคุณถวิลนี้คุณ ยิ่งลักษณ์และครม. กระทำการร่วมกัน และต้องรับผิดชอบร่วมกัน สอดคล้องกับคำร้องที่ให้คุณยิ่งลักษณ์ สิ้นสุด ความเป็นรัฐมนตรี และย่อมมีผล ทำให้ คณะรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ” 
ทั้งหมดนี่คือหลักฐานสำคัญ ที่อยู่ในมือนายไพบูลย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระทำผิดร่วมกันของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ทั้งคณะ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการไต่สวนพยานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

พิเชษฐ์ พันธวิชาติกุล:ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม10%

ทบทวนความจำ

1.รัฐบาล นายอานันท์ ปัณยารชุน
เป็นผู้เปลี่ยนภาษีการค้า เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตราร้อยละ10 เมื่อปี 2534

2.รัฐบาล นายชวน หลีกภัย (2)
เป็นผู้เจรจากับ ไอ.เอ็ม.เอฟ. เมื่อปี 2541 ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากอัตราร้อยละ 10 เหลืออัตราร้อยละ 7
และคงอัตรานี้มาจนปัจจุบัน

3.กระทรวงการคลังในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขณะนี้ เตรียมเสนอเรื่องขอปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จากอัตราร้อยละ 7 กลับมาเป็นอัตราร้อยละ 10

4.ภาษีมูลค่าเพิ่มปัจจุบันเป็นเงินประมาณปีละ 6 แสนล้านบาท จากอัตราร้อยละ 7 หากเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 เป็นร้อยละ10 จะทำให้ภาระภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้นประมาณปีละกว่า 260,000ล้านบาท

5.ขณะนี้รัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ จะประกาศเปลียนแปลง นโยบายภาษีเป็นอัตราเช่นนี้ยังไม่ได้ นอกจาก กกต.จะอนุญาต ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือ นอกจากพรรคเพื่อไทย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
๒๔๐๔๕๗

ทบทวนความจำ

1.รัฐบาล นายอานันท์ ปัณยารชุน
เป็นผู้เปลี่ยนภาษีการค้า เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตราร้อยละ10 เมื่อปี 2534

2.รัฐบาล นายชวน หลีกภัย (2)
เป็นผู้เจรจากับ ไอ.เอ็ม.เอฟ. เมื่อปี 2541 ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากอัตราร้อยละ 10 เหลืออัตราร้อยละ 7
และคงอัตรานี้มาจนปัจจุบัน

3.กระทรวงการคลังในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขณะนี้ เตรียมเสนอเรื่องขอปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จากอัตราร้อยละ 7 กลับมาเป็นอัตราร้อยละ 10

4.ภาษีมูลค่าเพิ่มปัจจุบันเป็นเงินประมาณปีละ 6 แสนล้านบาท จากอัตราร้อยละ 7  หากเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 เป็นร้อยละ10 จะทำให้ภาระภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้นประมาณปีละกว่า 260,000ล้านบาท

5.ขณะนี้รัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ จะประกาศเปลียนแปลง นโยบายภาษีเป็นอัตราเช่นนี้ยังไม่ได้ นอกจาก กกต.จะอนุญาต ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้  หรือ นอกจากพรรคเพื่อไทย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

               พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
                     ๒๔๐๔๕๗

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

ย้าย แจ๊ส !!! ด่วน นอกฤดู..

.
เมื่อวานนี้ 23 เมษายน 2557 ที่ประชุม พิจารณา กรณีที่ พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2557 ที่จะถึงนี้ ได้ยื่นใบลาออกจากราชการเมื่อวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา มีผลทำให้ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 1 ตำแหน่ง นั้น

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จึงได้เสนอแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ว่างลง ซึ่งอาจจะมีการสลับตำแหน่งอื่นๆด้วย ดังนี้

พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
พล.ต.ต. ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ (สบ7) ขึ้นเป็นนายแพทย์ใหญ่ (สบ8)
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธุปกระจ่าง ผบช.น. ย้ายไปเป็น ผบช.ภ. 1
พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ย้ายไปเป็น ผบช.น.
พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ย้ายไปเป็น ผบช.ภ.5

ซึ่ง คณะกรรมการ กตร.นัดประชุมคณะกรรมการฯ ในวันที่ 25 เมษายน 2557 เวลา 09.00 น. โดยนายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ กพ. เป็นประธาน จะได้นำรายชื่อบุคคลดังล่าวเสนอบรรจุเข้าเป็นวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ในการประชุม กตร.ที่มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กตร.ในวันที่ 30 เมษายน 2557 นี้....

รายงานข่าวแจ้งว่า กระแสกการแต่งตั้งดังกล่าว ก็ถือว่า บิ๊กแจ๊ส กลับที่ตั้งเดิม จึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก การย้ายครั้งนี้ เป็นเพียงปรับเปลี่ยนเพื่อให้ลงตัวของตำแหน่งในการรับสถานการณ์บางอย่าง ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุบางอย่างขึ้น...


วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

พล.ต.เหรียญทอง ดึงทหารเก่าร่วมองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน

"พล.ต.เหรียญทอง"ตั้งแล้ว"กองกำลังทหารเก่า" ลั่นภารกิจปกป้อง-ค้นข้อมูล-เอาผิดผู้หมิ่นสถาบัน
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 18:18:40 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ในฐานะผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน นัดเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ นอกราชการเข้าร่วมประชุม เพื่อจัดตั้ง "กองกำลังทหารเก่า" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ที่โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ

โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า การจัดตั้ง "กองกำลังทหารเก่า" เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจหน้าที่ปล่อยปละละเลย ไม่จัดการอย่างเป็นรูปธรรม กับคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และหากปล่อยไว้จะเป็นการบั่นทอนความมั่นคงของชาติ ส่วนการจัดประชุมในวันนี้เพื่อระดมสมองของอดีตข้าราชการ กลุ่มวิชาชีพต่างๆ ปกป้องและดำเนินการกับผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยยืนยันว่าไม่ใช่องค์กรเถื่อนหรือติดอาวุธ และไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีอดีตข้าราชการ ทั้งทหาร ตำรวจ อัยการ รวมถึงผู้พิพากษา และนักธุรกิจ เข้าร่วมด้วย

พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า ขณะที่ภารกิจของกองกำลังทหารเก่า จะสืบค้นข้อมูลผู้กระทำผิด ก่อนจัดชุดปฎิบัติการติดตามตัวมาดำเนินคดี โดยมีอดีต ตำรวจ และทนายความ เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมมีชุดรณรงค์ป้องกันการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงรวมถึงสร้างเครือข่ายไปยังภาคส่วนต่างๆของสังคม โดยอาศัยทุนจากเงินบริจาคของประชาชน

"เหรียญที่ระลึกสำรับชาวเขา" ของกะเหรี่ยงแก่งกระจาน

ของ Tuenjai Deetes
"เหรียญที่ระลึกสำรับชาวเขา" ของกะเหรี่ยงแก่งกระจาน
หลักฐานหนึ่งที่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าปู่คออี้ วัย 103 ปี (ซึ่งบิลลี่ ผู้ถูกอุ้มหาย คือหลาน) และลูกหลานแห่งบ้าน "ใจแผ่นดิน-บางกลอย" ได้อาศัยอยู่ในผืนป่าแก่งกระจานต้นน้ำเพชรบุรี มาตั้งแต่ดั้งเดิม
เหรียญนี้พบในกลุ่มชาวเขาดั้งเดิม ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาไม่น้อยกว่า 50 ปี ดิฉันได้พบว่ามีการออกให้ชาวเขาก่อน พ.ศ. 2510 โดยกระทรวงมหาดไทย มอบให้แก่บุคคลเพื่อแสดงว่าเป็นชาวเขาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย
ที่เชียงรายเองก็มีผู้เฒ่าชาวเขาหลายคนที่ยังมีเหรียญนี้เก็บไว้ แม้ว่าบางคนอาจไม่มีบัตรประชาชนไทย
การที่ปู่คออี้ ชาวกะเหรี่ยงอาวุโส มีเหรียญนี้ก็แสดงได้ว่าลูกหลาน เป็นกลุ่มคนดั้งเดิมที่อาศัยในผืนป่าแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
รูปนี้ คุณภูมิพัฒน์ บุญเลี้ยง ถ่ายจากบ้านบางกลอยล่าง ถ่ายเมื่อวานนี้ 23 เมย. 57

คนร้ายบุกยิง′ไม้หนึ่ง ก.กุนที′กวีเสื้อแดงหน้าร้านอาหาร เสียชีวิต

คนร้ายบุกกระหน่ำยิง′ไม้หนึ่ง ก.กุนที′กวีแดงกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลที่ ร้านอาหาร ย่านเกษตร-นวมินทร์ นำตัวส่ง รพ.เมโย อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เวลา14.10น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ ′ไม้หนึ่ง ก. กุนที′ หรือ นายกมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง บริเวณลานจอดรถ หน้าร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซอยลาดปลาเค้า 24 เขตลาดพร้าว ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ภายหลังที่นายกมล รับประทานอาหารเสร็จและอยู่ระหว่างการเดินไปเอารถที่ลานจอดรถ มีเสียงดังขึ้นประมาณ 5-6 นัด เมื่อตามออกไปดูพบว่านายกมล นอนแน่นิ่งฟุบอยู่กับพื้น ร่างจมกองเลือด ล่าสุดมีรายงานว่า นายกมล ดวงผาสุก ได้เสียชีวิตแล้ว







ขณะที่พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่เมื่อทราบเรื่องจากผู้สื่อข่าวแล้วก็จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ไม้หนึ่งก.กุนที เป็นชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จบปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างชื่อเสียงจากการที่มีบทกวีตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ต่อเนื่องหลายปี และเป็นกวีขวัญใจคนเสื้อแดง

เครดิต มติชนออนไลน์

คำนูน:ชี้แนวโน้มศาลรธน.วินิจฉัยคดีนายกฯ 7-9 พ.ค.มีสูงมาก เช่นเดียวกับ 2 ม็อบเตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่

“ส.ว.คำนูณ” ชี้เป็นไปตามคาด ศาล รธน.ขยายเวลา “ยิ่งลักษณ์” ยื่นแจงคดี “ถวิล” แต่เหนือคาดระบุออกไต่สวน 6 พ.ค.เพียง 4 ปาก เชื่อวินิจฉัย 7-9 พ.ค.มีสูงมาก เช่นเดียวกับ 2 ม็อบเตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่

วันนี้ (23 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.00น. เว็บไซต์เฟซบุ๊ก “คำนูณ สิทธิสมาน” ของนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ระบุถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาตให้ขยายเวลา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ยื่นคำชี้แจงว่า เป็นไปตามคาด ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งขยายเวลายื่นคำชี้แจงให้นายกฯ ถึงวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม แต่เหนือที่คาดคือศาลฯ นัดออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม โดยกำหนดพยานเพียง 4 ปาก 1. คือนายกฯ 2. คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตเลขาฯ สมช. 3. คือนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ผู้ร้อง และ 4. คือนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาฯ สมช. แนวโน้มนัดแถลงความเห็นส่วนตัวและลงมติมีคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 7 หรือภายในก่อนวันที่ 9 พฤษภาคม ยังมีสูงมาก เป็นไปได้สูงเช่นกันที่การนัดชุมนุมใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจะเป็นวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม


ไพศาล พืชมงคล :อธิบายคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ คดีนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


ไพศาล พืชมงคล โพส เฟสบุ๊ค Paisal Puechmongkol

ขออธิบายคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ คดีนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้สั่งเมื่อวันนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้

1. ศาลสั่งอนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงตามที่นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้องขอ 15 วัน โดยให้ยื่นภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ถ้าไม่ยื่นถือว่าไม่ติดใจยื่น

2. ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนพยานในคดีนี้ สำหรับพยานบุคคลรวม 4 ปาก คือนายไพบูลย์ นิติตะวัน, นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และนายถวิล เปลี่ยนศรี และมีคำสั่งไม่อนุญาตไต่สวนพยานอื่น เพราะไม่จำเป็นแก่คดี

3. สำหรับพยานทั้ง 4 ปากที่ศาลนัดไต่สวนตามข้อ 2. นั้น ศาลมีคำสั่งให้ทำคำให้การหรือคำชี้แจงเและความเห็นป็นหนังสือ ยื่นต่อศาลภายในวันที่ 29 เมษายน 2557 ถ้าไม่ยื่น ถือว่าไม่ติดใจยื่น และให้พยานทั้ง 4 ปากมาศาลเพื่อทำการไต่สวน ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ถ้าไม่มาถือว่าไม่ติดใจให้ไต่สวน

4. จากคำสั่งทั้งหลายดังกล่าว และได้ทราบข้อเท็จจริงว่าขณะนี้ศาลได้มีคำสั่งเรียกหรือยืนสำนวนคดีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี ฟ้องนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากศาลปกครองแล้ว ดังนั้นจึงเป็นอันว่าพยานหลักฐานเอกสารและความเห็นทั้งหมดที่เกี่ยวกับคดีนี้จะเป็นอันเสร็จสิ้นชั้นไต่สวนในวันที่ 29 เมษายน 2557 และในวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 จะเป็นวันที่ศาลทำการไต่สวนพยานทั้ง 4 ปาก และเป็นไปได้ว่าศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีในวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 ก็ได้ หรือหลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็ได้

5. เนื่องจากคดีนี้พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนของศาลปกครองเป็นอันยุติและมีผลผูกพันนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่ต้องสืบพยานหรือไต่สวนพยานอื่นในบรรดาข้อเท็จจริงทั้งหลายที่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยแล้ว นั่นคือถึงแม้ศาลจะไม่ทำการไต่สวนพยาน 4 ปาก ศาลยังมีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีได้

6. เนื่องจากคดีนี้นอกจากเกี่ยวข้องกับนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรี
ทั้งคณะด้วย คือ

6.1 ในกรณีความเป็นรัฐมนตรีของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลง ย่อมมีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นตำแหน่งด้วย

6.2 คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องรับผิดชอบร่วมกันตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

6.3 การแต่งตั้งและโยกย้าย 3 ครั้งที่เกี่ยวกับคดีนี้ได้นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำร่วมกันและต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือ ครั้งแรก การย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เพื่อให้ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ว่างลง ครั้งที่สอง การย้ายพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เพื่อให้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่างลง และครั้งที่สาม การแต่งตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นญาติของนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมดนี้กระทำอย่างเป็นกระบวนการต่อเนื่องและนอกฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายปกติ
ดังนั้นนอกจากศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงแล้ว ศาลยังมีอำนาจที่จะวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีทุกคนสิ้นสุดลงด้วย ทำนองเดียวกันกับกรณียุบพรรคการเมือง ที่ศาลมีอำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

เวลาของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ กำลังนับถอยหลังอยู่ และผมไม่เชื่อว่าจะมีการก่อความรุนแรงถึงขั้นนองเลือดดังที่มีการข่มขู่

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

นโยบายของผมในการตั้งรับการใช้ความรุนแรงจากพวกท่าน คือ... เราจะใช้ความรุนแรงโต้ตอบ ...ท่านแรงมา ...เราแรงคืน ...

" จับหมาขี้เรื้อน " ต้องทนความสกปรกบ้าง !!!! เอาใจช่วยสุดใจขาดดิ้น ครับผม!!
แชร์ให้ทราบด้วยครับว่า ...พวกที่ข่มขู่เอาชีวิตผมและครอบครัวในขณะนี้ ได้โปรดทราบด้วยว่า
ผมและพรรคพวกไม่ยอมให้ท่านกระทำกับผมฝ่ายเดียว โดยที่ผมและพรรคพวกไม่ตอบโต้ ...
นโยบายของผมในการตั้งรับการใช้ความรุนแรงจากพวกท่าน คือ... เราจะใช้ความรุนแรงโต้ตอบ ...ท่านแรงมา ...เราแรงคืน ...
ผมไม่ได้อยู่คนเดียว ผมมีเพื่อนร่วมรบจำนวนมากเตรียมพร้อมโต้ตอบท่านแน่ และถ้าต้องโต้ตอบแล้ว เราไม่ปราณี ....
ขอเตือนว่า ...พวกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นแค่คนชั่วกลุ่มน้อยของสังคม ... เราสืบค้นจนถึงตัวกันแล้ว ...
ส่วนใหญ่เป็นแค่วัยรุ่น ...อย่าคิดชั่วเลย ...หยุดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสียแล้วอยู่ร่วมกันอย่างสันติเถิด...
จากนี้ไป จะไม่มีใครคุ้มกะลาหัวให้อีกแล้ว ...ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
19 เม.ย.57
20.09 น.

“ทักษิณ“ ปูดข่าว อดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลจากบูรพาพยัคฆ์ จ้องปฏิวัติ !?

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาพักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี รวมทั้งคนใกล้ชิด เดินทางจากประเทศไทยไปพบและหารือสถานการณ์การเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น และคิดว่ามีแนวโน้มเกิดความรุนแรง จึงส่งสัญญาณมายังคนเสื้อแดงให้หลีกเลี่ยงการปะทะ เผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม แต่ให้แสดงพลังเต็มที่ เพราะเชื่อว่าสังคมเริ่มเห็นแล้วอะไรเป็นอะไร การตัดสินคดีความต่างๆ ขององค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ หากตั้งธงเอาไว้จะเสื่อมไปเอง คนจะไม่ยอมรับ

พ.ต.ท.ทักษิณประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดการปฏิวัติภายหลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี คดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่จะไม่ได้ดำเนินการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แต่มีความพยายามจากอดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลจากบูรพาพยัคฆ์ และเครือข่ายกำลังหาคนมาปฏิวัติแทน อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความรู้สึกสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่โดนกดดันอย่างหนัก

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดกับคนใกล้ชิดที่ไปพบว่า ถ้าทุกฝ่ายคืนความยุติธรรมให้ประเทศ แล้วขอให้จบ ทำให้ประเทศสงบ ขอให้คนตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองก็พร้อม

ประชา ประสพดี ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในข้อกฎหมายว่า ถ้ากฎหมายเป็นกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีอคติ ไม่ยัดเยียดความผิดให้ผู้ใด หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกคนย่อมเคารพและให้ความศรัทธาเชื่อถือ หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วคิดว่าการนองเลือด มิคสัญญี สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

"พระสงฆ์ยังออกมาเตือนสติศาลรัฐธรรมนูญน่าจะตั้งสติคิดกันให้ดี ใครที่กำลังถูกชักใย บังคับอยู่ก็ควรทำในสิ่งที่ถูกที่ควรดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วแม้คุณจะใช้กฎหมายยึดอำนาจจากรัฐบาลไปได้ แต่ก็ปกครองไม่ได้ ประชาชนเห็นหมดแล้วว่าประเทศเราเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ยอมแน่" นายประชากล่าว


"อภิสิทธิ์"โพสจม.ด่วนไม่ร่วมประชุมกกต.๗๐พรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เวลา 14.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์จดหมายที่ส่งถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Abhisit Vejjajiva” เป็นหนังสือด่วนที่สุด เรื่องการประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้แทน กับ กกต.โดยมีใจความสรุปว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ตอบรับเข้าร่วมหารือพรรคการเมืองเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ต่อมามีข้อมูลเชิงลึกว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการประชุมดังกล่าว และหลังจากได้หารือเป็นการภายในกับ กกต.แล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า การเข้าร่วมประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง ตนและผู้แทนจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ แต่พรรคพร้อมให้ความร่วมมือในกระบวนการพิจารณาในการกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป โดยเบื้องต้นพรรคเห็นว่าวันเลือกตั้งที่เหมาะสม จะกำหนดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายได้ร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งเป็นหลักประกันว่า การจัดการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประสบความสำเร็จ สุจริต เที่ยงธรรม และขอให้กกต.จัดส่งรายงานการหารือในวันที่ 22 เม.ย. ให้แก่พรรค เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้โพสต์ข้อความด้วยว่า “คงต้องหาโอกาสอื่นต่อไป จะไม่ลดละความพยายามครับ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ในเวลา 14.55 น. โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.


"เพื่อไทย" ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ย้ำเลือกตั้งคือทางออกประเทศ

"เพื่อไทย" ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ย้ำเลือกตั้งคือทางออกประเทศ

เขียนวันที่
วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2557 เวลา 16:29 น.
เขียนโดย
isranews
หมวดหมู่
"พท.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ ตระหนักว่า ทางออกจากความขัดแย้งและความพยายามให้เกิดสุญญากาศนั้น มีเพียงวิธีการเดียวคือการฟังเสียงประชาชน"
talag-poto
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) สมาชิกพท. 20 คน นำโดย นายวิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ร่วมอ่านแถลงการณ์ของพท. เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองดังนี้
1.ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยขณะนี้ และมีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นกลียุคได้นั้น พท.เห็นพ้องด้วยกับหลายฝ่ายว่า มีสาเหตุหลักมาจากความพยายามของกลุ่มบุคคลและพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย ไม่ยอมรับและเคารพในอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยและการตัดสินใจของประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ไม่เคารพกติกาของบ้านเมือง พวกเขาจึงร่วมมือกันปฏิเสธการเลือกตั้ง และจงใจขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งทุกขั้นตอน
 2. พท.ขอเรียนพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนทุกระดับว่า การสมคบคิดและการดำเนินการเพื่อไปสู่ความมุ่งหมายดังกล่าว เป็นความคิดและการกระทำที่จะเป็นต้นเหตุสำคัญที่สุดของความพินาศของชาติ เพราะเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักสากลและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันดีงามของประเทศไทยอย่างชัดแจ้ง เป็นการยั่วยุให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชังในหมู่ประชาชน เป็นความต้องการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย
 3.พท.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่า ทางออกจากความขัดแย้งและความพยายามให้เกิดสุญญากาศนั้น มีเพียงวิธีการเดียวคือการฟังเสียงประชาชน ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยก็คือการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติดังที่ศาลรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยที่ 9/2549 วันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ระบุว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปที่เกิดขึ้นภายหลังจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ มีสาเหตุตามที่ปรากฏในพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2549 สรุปได้ว่ามีการเกิดการชุมนุมสาธารณะตั้งข้อเรียกร้องทางการเมือง โดยการชุมนุมเรียกร้องดังกล่าวได้ขยายตัวไปในทางที่กว้างขวางและอาจรุนแรงขึ้น เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความคิดเห็นในสังคมที่หลากหลายและยังคงแตกต่างกันจนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงเช่นนี้
การดำเนินการเพื่อตรวจสอบความประสงค์อันแท้จริงของประชาชน โดยประการอื่นเพื่อให้ทุกฝ่ายหยั่งทราบแล้วยอมรับให้เป็นไปตามกลไกในระบอบประชาธิปไตยก็ทำได้ยาก ทางออกในระบอบประชาธิปไตยที่เคยปฏิบัติมาในนานาประเทศและแม้แต่ในประเทศไทย คือ การคืนอำนาจตัดสินใจทางการเมืองกลับไปสู่ประชาชนด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้นใหม่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่อไป
4.พท.ขอยืนยันความเห็นตามหนังสือของพรรคการเมืองทั้งหลายที่มีถึงศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 31 มีนาคม 2557 โดยสรุปคือ ขอให้ กกต. ดำเนินการจัดการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่โดยเร่งด่วนภายใน 45-60 วัน นับตั้งแต่วันที่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2557 ที่วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีผลใช้บังคับ คือวันที่ 27 มีนาคม 2557 แต่บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน หลังคำวินิจฉัยมีผลบังคับใช้แล้ว กกต. ก็ยังไม่มีท่าทีกระตือรือร้นเพื่อทำหน้าที่
5.แม้ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2557 จะเป็นคำวินิจฉัยที่แปลกเพราะไม่ปกป้องคนสุจริตที่เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง แต่ก่อให้เกิดผลที่ไปรับรองความมุ่งหมายของคนไม่สุจริตที่ไม่ร่วมมือและขัดขวางการเลือกตั้งเพื่อไปสู่สุญญากาศ อย่างไรก็ตามศาลก็มิได้วินิจฉัยเลยว่า การเลือกตั้ง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ให้เหตุผลว่าการเลือกตั้งไม่อาจเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรได้ เพราะการรับสมัครผู้สมัครฯ ใน 28 เขตเลือกตั้งไม่อาจทำได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งและแตกแยกของชนในชาติอย่างรุนแรงและมีการขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นขอให้ฝ่ายที่ไม่ร่วมมือและขัดขวางการเลือกตั้งอย่าได้อ้างว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้วจะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะเท่ากับเป็นการดูถูก กกต. ว่าจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรมได้
6.พท.ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เห็นความสำคัญของการฟังเสียงประชาชน ด้วยการให้ความร่วมมือในทุกขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง และขอให้ทุกฝ่ายหยุดการใช้วาทกรรมและการกระทำที่เป็นการสร้างความเคลือบแคลงหรือขัดขวางการใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย
7.พท.ขอให้พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนร่วมมือกันยืนหยัดพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย และใช้วิจารณญาณของท่านโดยสุจริตและไม่เห็นแก่ผู้ใดหรือสิ่งใด ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร    ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ และขอให้ทุกท่านทราบด้วยว่า หากมีบุคคลใดหรือองค์กรใด การกระทำใดๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ท่านทุกคนมีสิทธิต่อต้านการกระทำดังกล่าวโดยสันติวิธี (รัฐธรรมนูญ มาตรา 69)