PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แรง ! "ปูติน" ด่า "ผู้นำไก่งวง" อยาก "เลียกระ-อ" มะกัน ปมยิงเครื่องบิน รบขับไล่ไอพ่น Su -24 รัสเซียตก


Jantavikulbutr Kaeo
9 ชม.
รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น
แรง ! "ปูติน" ด่า "ผู้นำไก่งวง" อยาก "เลียกระ-อ" มะกัน ปมยิงเครื่องบิน
รบขับไล่ไอพ่น Su -24 รัสเซียตก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ประธานาธิบดีรัสเซียได้แถลงกล่าวส่งท้ายปี 2015 ที่กรุงมอสโก
ทั้งนี้ นายปูตินยังได้กล่าวในกรณีข้อพิพาทกับตุรกีอีกด้วย โดยตำหนิอย่างรุนแรงว่า" นายเรเจป เทย์ยิป เอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกีกำลังพยายามเลียของลับอเมริกา" (lick America's private parts) ซึ่งกล่าวคือ การที่ตุรกียิงเครื่องบินรบรัสเซีย ' Su -24 ' เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมานั้นอาจ เพื่อหวังเอาใจสหรัฐอเมริกา พยายามเลียเอาอกเอาใจสหรัฐอเมริกา เปรียบง่าย ๆ ผู้นำตุรกีกำลังเลียอวัยวะเพศชายของสหรัฐฯ นั้นเอง เพราะไม่เช่นนั้น ทางสหรัฐฯ และตุรกีอาจมีข้อตกลงหลังฉากร่วมกันก็เป็นได้
"ผมไม่รู้ว่าอเมริกาต้องการหรือไม่ แต่ผมคิดภาพไว้ว่าอาจมีการเจรจาลับอยู่ให้ยิงเครื่องบินรบตกเพื่อแลกกับการ แสร้งหลับหูหลับตาไม่เห็นที่ทหารตุรกีเข้าไปในดินแดนซีเรีย" ปธน.ปูติน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปธน.ปูติน ยังคงกล่าวว่า ข้างต้นอาจเป็นเพียงการวิเคราะห์เท่านั้นเนื่องจากทุก ฝ่ายกำลังผลักดันเราให้อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ทั้งนี้ ปธน.ปูติน ยังได้พูดถึง นาย 'โดนัล ทรัมป์' ผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พรรคริพับลิกันว่า "เป็นคนมีสีสันและมีความสามารถ และควรค่าแก่การเป็นผู้นำ"

ปูตินชี้ ยุโรปถ่ายโอนอธิปไตยบางส่วนให้สหรัฐฯ


ปูตินชี้ ยุโรปถ่ายโอนอธิปไตยบางส่วนให้สหรัฐฯ
เมื่อวาน (20 ธ.ค.) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียให้ความเห็นผ่านช่องสถานีโทรทัศน์ Rossiya 1 ว่านโยบายต่างประเทศของยุโรปยังไม่เป็นอิสระ ดังนั้นจึงเป็นการถ่ายโอนอธิปไตยของประเทศบางส่วนไปให้สหรัฐฯ
ปูตินเรียกร้องให้ “พันธมิตรชาวยุโรป” เคลื่อนไหวมากกว่านี้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แทนที่จะ “ปฏิบัติตามคำสั่งจากนอกประเทศ”
ในขณะเดียวกัน ปูตินยังย้ำว่า การกระทำของประเทศใดๆในประเทศใดๆก็ตามจะต้องได้รับมติรับรองจากสมาชิกถาวะในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเสียก่อน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการที่ชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯเข้าโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสในซีเรียนั้นยังไม่ได้รับการเห็นด้วยจากประเทศส่วนใหญ่ในโลก
เมื่อกล่าวถึงวิกฤตยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับฝ่ายตะวันตกนั้น ปูตินกล่าวว่าฝ่ายตะวันตกไม่ได้ต้องการจะปกป้องผลประโยชน์ของยูเครน แต่ต้องการจะป้องกันการรวมตัวอีกครั้งของสหภาพโซเวียต
เขากล่าวว่า “ไม่มีใครยอมเชื่อเรา เมื่อพูดว่ารัสเซียไม่ได้วางแผนที่จะรวมตัวสหภาพโซเวียตอีกครั้ง”
เมื่อกล่าวถึงการที่ยูเครนพักชำระหนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์ให้รัสเซียนั้น ปูตินกล่าวว่าอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
เขากล่าวว่า “GDP ของประเทศกำลังตกอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน จึงเป็นการสลายตัวของอุตสาหกรรม” อีกทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่าชาติตะวันตกกำลังพยายามที่จะยก “ภาระทางการเงิน” ให้รัสเซียโดยไม่ช่วยแบ่งเบาไปเลยสักนิด
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรียูเครนได้กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีมีมติให้พักชำระหนี้จำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ต้องจ่ายให้รัสเซียในวันที่ 20 ธ.ค. ทั้งนี้รัสเซียกล่าวว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อยูเครนในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) หากว่ายังไม่มีการชำระหนี้ดังกล่าว

จับตาเยอรมันเจรจาด้านการทูตและความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์กับจีน

จับตาเยอรมันเจรจาด้านการทูตและความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์กับจีน งานนี้ไม่ธรรมดาซะแล้วครับท่าน
-----------
1.) วันที่ 20 ธ.ค.58 หนึ่งวันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีของอิรัคประกาศว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากจีน "น้ำมันแลกกองทัพและการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน" สำนักข่าวซินหัวของจีนก็พาดหัวข่าวอีกเรื่องหนึ่งว่า "จีนและเยอรมันจัดการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ด้านการทูตและความปลอดภัย (/ความมั่นคง)" (China, Germany hold strategic dialogue on diplomatic, security affairs) การประชุมระหว่างรมว.ต่างประเทศของจีนกับเยอรมันจัดขึ้นในวันที่ 19 ธ.ค.58 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
รายงานข่าวบอกว่า การประชุมนัดแรกในการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับเยอรมันเกี่ยวกับกิจการด้านการทูตและความมั่นคง (Chinese-German strategic dialogue on diplomatic and security affairs) ได้จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นาย Wang Yi รมว.ต่างประเทศของจีนและนาย Frank-Walter Steinmeier รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้หารือกันในเชิงลึกเมื่อวันเสาร์นี้เกี่ยวกับประเด็นต่างๆระดับทวิภาคีและนานาชาติที่มีความกังวลร่วมกัน
มีการแถลงข่าวหลังการประชุมหารือร่วมกัน คุณ Wang ซึ่งได้บินไปยังประเทศเยอรมันพร้อมกับรมว.ต่างประเทศของเยอรมันหลังการเจรจาที่วุ่นวายเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในซีเรียในนครนิวยอร์ก ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเยอรมันได้ไปไกลกว่าขอบเขตของระดับทวิภาคีเกี่ยวกับผลกระทบของทั้งสองประเทศ
คุณหวังกล่าวว่า การจัดการประชุมนัดแรกในการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับเยอรมันว่าด้วยเรื่องทางการทูตและความมั่นคงเป็นการสะท้อนจากทุกอย่างรอบด้านและความสัมพันธ์ต่างๆระดับทวิภาคีในระดับสูง
รมว.ต่างประเทศของจีนกล่าวว่า จีนมีความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความเชื่อถือต่อกันในเชิงยุทธศาสตร์ และสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของยุโรปและเป็นประเทศหนึ่งที่มีอิทธิพลที่สำคัญในระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศในทุกมิติ
คุณหวังกล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าเพื่อรักษาการแลกเปลี่ยนในระดับสูง เสริมสร้างการแสดงออกเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระดับทวิภาคี และส่งเสริมความร่วมมือภายในกรอบการริเริ่ม "หนึ่งสายพานลำเลียง หนึ่งถนน" ของจีน ซึ่งรวมทั้งการแลกเปลี่ยนในขอบเขตต่างๆเช่นการสร้างนวตกรรมทางด้านอุตสาหกรรม
คุณ Steinmeier รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกตงร่วมกันที่จะขยายความร่วมมือในระดับทวิภาคีในสาขาต่างๆ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในภูมิภาค โดยการจัดการจัดเจรจาตามปรกติ และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดให้ยิ่งขึ้นกับแต่ละฝ่ายเพื่อแก้ไขวิกฤตปัญหาต่างๆในปัจจุบัน
รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้ยกย่องความร่วมมือระหว่างเยอรมันนีกับจีนในกรอบต่างๆระดับพหุภาคี โดยกล่าวว่านั่นไม่ได้มีผลบวกในความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังมีผลงานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาประเด็นร้อนในระดับภูมิภาคด้วย
รมว.ต่างประเทศของเยอรมันกล่าวเพิ่มว่า เยอรมันต้องการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน และพร้อมที่จะเดินหน้าในการมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับจีน
2.) คราวนี้มาแกะรอยซิว่าทำไมเยอรมันถึงคุยกับจีนในช่วงเวลานี้ด้วย? น่าจะมีการคุยกันหลายเรื่องหลังไมค์ที่ไม่ได้แถลงข่าวออกมาตรงๆ ที่แน่ๆสังเกตได้จากคำพูดของรมว.ต่างประเทศของเยอรมันแสดงให้เห็นว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องในตะวันออกกลางด้วย โดยเฉพาะที่ซีเรีย
วันที่ 18 ธ.ค.58 RT news พาดหัวข่าวว่า "กองทัพของสหรัฐฯในซีเรียละเมิดอธิปไตย ไม่ได้ต่อสู้ขบวนการก่อการร้าย - กรุงดามัสกัสกล่าว" (US military in Syria violate sovereignty, not fighting terror – Damascus)
"พวกเราสงสัยว่าพวกเขา [กองทัพของสหรัฐฯ] มีความจริงใจในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ประสานงานการดำเนินงานต่างๆของพวกเขากับกองทัพของซีเรียเลย เรื่องนี้ทำให้กองทัพเหล่านั้้นผิดกฎหมายในดินแดนของซีเรีย บุคคลไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้ขบวนการก่อการร้าย" Faisal al-Mikdad ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศของซีเรียกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti ของรัสเซีย
"การต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายจะต้องเป็นงานในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่การโฆษณาฝ่ายเดียวว่าตะวันตกมีส่วนร่วมด้วย" Faisal al-Mikdad กล่าว
3.) วันที่ 17 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "การดำเนินการของกองทัพต่างประเทศโดยปราศจากการยินยอมของซีเรียเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ" (Foreign Troops' Deployment Without Syrian Consent Violates UN Charter)
Bashar Jaafari เอกอัครราชทูตของซีเรียประจำสหประชาชาติได้กล่าวว่า ซีเรียเดินหน้าต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายในดินแดนของตนเอง ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีในรัฐธรรมนูญของประเทศ และตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
การดำเนินการของกองทัพต่างชาติในซีเรียที่ไม่ได้รับการยินยอมก่อนจากกรุงดามัสกัสถือว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ Bashar Jaafari ทูตรัฐบาลซีเรียประจำยูเอ็นให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Spunik news ของรัสเซีย
4.) วันที่ 18 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "เยอรมันตัดสินใจประสานงานกับอัสซาด จัดตั้งหน่วยข่าวกรองขึ้นในกรุงดามัสกัส" (Germany Set to Cooperate With Assad, Set Up Intel Agency in Damascus)
ในการดำเนินการเหมือนเล่นละคร เยอรมันกลายเป็นประเทศแรกของชาติตะวันตกและสมาชิกของนาโต้ที่ลดตัวลงมา และเริ่มประสานงานกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด และจัดตั้งสาขาหน่วยข่าวกรองในกรุงดามัสกัส
แม้ว่าจะไม่มีการออกประกาศอย่างเป็นทางการ แหล่งข่างนิรนาม (อีกหละ) ได้อ้างในหนังสือพิมพ์ German Bild ของเยอรมันซึ่งได้ยืนยันว่า รัฐบาลแห่งสหพันธรัฐ (เยอรมัน) กำลังคุกเข่าเพื่อจัดตั้งสาขาย่อยของหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลกลาง (Federal Intelligence Service - BND) ขึ้นมาในกรุงดามัสกัสในภารกิจต่อต้านขบวนการก่อการร้ายดาอิช
[นี่คือข้อได้เปรียบอีกข้อหนึ่งของรัฐบาลซีเรียและรัสเซียที่จะใช้เล่นงานกองกำลังของต่างชาติที่จะเข้ามาในดินแดนของซีเรีย หากไม่ยอมร่วมมือกับรัฐบาลซีเรีย กล่าวคือจะอยู่ฝ่ายพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ แล้วมารุมกินโต๊ะซีเรียโดยอ้างการปราบปรามไอซิลบังหน้า ซีเรียเองก็อ้างได้ว่าคุณจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของอธิปไตยของประเทศนั้นๆด้วย ไม่ใช่ใช้กฎหมายหรือประชาชาธิปไตยหรือเสรีภาพของตนเองไปข่มเหงอธิปไตยของประเทศอื่นตามใจชอบอย่างที่สหรัฐฯเคยทำมาแล้วและกำลังทำอยู่ในปัจจุบันนี้
คุณควรจะเข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ใช่ทำตัวเป็นพวกอีแอบ ย่องฉกสมบัติของผู้อื่นอย่างหน้าด้านแบบนั้น เจอมุกนี้เข้าไป เยอรมันก็จุกสิครับท่าน คุณเรียกร้องให้คนอื่นทำตามกฎ แต่คุณจะร่วมมือกับสหรัฐฯแหกกฎซะเอง จะได้เจอรัสเซียและซีเรียประนามเอาสิ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข่าวลือข่าวหลุดออกมาว่าเยอรมันยอมร่วมมือกับซีเรีย (อันนี้ยังไม่ยืนยัน 100% นะครับต้องรอดูสถานการณ์อีกสักพัก) เหตุนี้มั๊งที่ทำให้เยอรมันหันไปหารือกับจีน ลับหลังสหรัฐฯ ตอนนี้จีนน่าจะกำลังดีดลูกคิดอยู่ บวก-ลบ-คูณ-หาร แล้วน่าจะได้มากว่าเสีย จีนก็คงจะถามรมว.ต่างประเทศของเยอรมันว่า
เอ… วันก่อนเห็นสื่อฯกระแสหลักของตะวันตกออกข่าวว่าทางตะวันตกไม่ค่อยจะพอใจที่ให้เงินหยวนเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักในระบบตะกร้าเงิ IMF จริงหรือ? คริๆ เราจะเล่นกันแบบนั้นใช่ไหมครับคุณเยอรมัน? ตกลงว่าตะวันตก (อียู) อยากให้จีนช่วยแก้ไขวิกฤษในตะวันออกกลางหรือไม่? รู้นะว่าเยอรมันก็ได้ลงทุนไปไม่ใช่น้อยกับชาวเคิร์ดในอิรัคและซีเรีย อิรัคมีน้ำมันมาแลกกับความช่วยเหลือด้านทหารกับจีน แล้วเยอรมันมีอะไรมาขายหละครับ?
ตอนนี้ซี้ของจีน (ปูติน) ซึ่งถูกอียูและสหรัฐฯแซงชั่นอยู่ กำลังเป็นต่อในสนามรบในซีเรียซะด้วย แหม… ถ้าเยอรมันจะให้จีนออกหน้าให้กับอียูด้วย ราคามันก็ค่อนข้างจะแพงเอาการอยู่นะครับ ได้ยินข่าวว่าทางซีเรียเขาจะฟ้องย้อนหลังด้วยนะสำหรับพวกที่ไปละเมิดอธิปไตยของเขาหนะ คริๆ - ผู้แปล]
5.) วันที่ 18 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik news ลงข่าวสั้นๆโดยอ้างข่าวจากสำนักข่าว Fars news ของอิหร่านว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด จะเดินทางไปเยือนอิหร่านในเร็วๆนี้ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไปเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่สองตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดก็คือไปเยือนกรุงมอสโคว์ (20 ต.ค.58)
วันที่ 20 ธ.ค.58 สำนักข่าว FNA (Fars News Agency) ก็พาดหัวข่าวว่า "เครื่องบินรบของรัสเซียสี่ลำ คุ้มกันเครื่องบินของประธานาธิบดีอัสซาดในการเดินทางไปเยือนกรุงเตหราน" (Four Russian Fighter Jets to Escort President Assad's Plane in Visit to Tehran)
[อุ๊แม่เจ้า! อะไรจะขนานนั้น... ปูตินบอกว่าของขวัญเล็กๆน้อยๆจากสหายหนะ บริการให้ถึงใจไปเลย เรื่องความปลอดภัยรัสเซียรับประกันเต็มที่ ไม่ต้องว่าจะถูกแอบแทงข้างหลังหรือถูกลอบกัดอีก - ผู้แปล]
รายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาโดยอ้างจากหนังสือพิมพ์ al-Diyar ของเลบานอนว่า "เครื่องบินรบด้านยุทธศาสตร์สี่ลำของรัสเซียจะเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสารที่จะนำประธานาธิบดีของซีเรียไปเยือนอิหร่านและเดินทางกลับจากอิหร่าน โดยจะเดินทางผ่านน่านฟ้าของอิรัค"
หนังสือพิมพ์กล่าวอีกว่า "กองบัฐชาการทางอากาศของพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯได้รับการแจ้งเตือนว่าห้ามเข้าใกล้เครื่องบินของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาดเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบ"
6.) โอ้ๆ… มีอีกข่าวหนึ่งครับ เกี่ยวกับนายแพทย์ปธน.บาชาร์ อัสซาด เห็นติ๋มๆอย่างนี้เถอะ ฝีปากใช่ย่อยที่ไหนหละ วันที่ 20 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik news รายงานว่า ปธน.บาชาร์ อัสซาด ของซีเรียได้ตอบโต้ต่อแถลงการณ์เมื่อเร็วๆนี้จากบรรดาผู้นำตะวันตกบางคนอย่างฉับไวยังกะจรวดว่าเขาได้รับอนุญาตให้อยู่ในอำนาจในซีเรียต่อไป [นั่นแหละคำพูดของตะวันตก เขาสำคัญตัวเองว่าเขามีอำนาจเหนืออธิปไตยและประชาชนของประเทศอื่น - ผู้แปล]
ปธน.อัสซาดตอบโต้โดยการขอบคุณพวกตะวันตกสำหรับการให้โอกาสแก่เขาได้นำพาประเทศของเขาซึ่งเขาเป็นผู้นำที่มีความชอบธรรมทางกฎหมายอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในซีเรียขึ้นมาในปี 2011
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปธน.อัสซาดได้หัวเราะต่อคำพูดของนายจอห์น แคร์รี่ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯที่ "อนุญาต" ให้ตนได้เป็นประธานาธิบดีของซีเรียในตอนนี้
"ผมอยากจะขอบคุณพวกเขา เพราะว่าผมได้แพ็กกระเป๋าของผมเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังจะออกไปอยู่แล้วเชียว แต่คราวนี้ผมสามารถอยู่ต่อได้" ปธน.อัสซาดกล่าวประชดในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NOS ของดัทช์
ปธน.อัสซาดกล่าวต่ออีกว่า "ซีเรียเป็นประเทศที่มีอธิปไตย ชาวซีเรีย ไม่ใช่ชาวยุโรป จะต้องตัดสินใจว่าด้วยตัวเองว่ามีประธานาธิบดีเลวหรือประธานาธบดีที่ดีในซีเรีย หากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนชาวซีเรียต้องการให้เข้าก้าวลงจากอำนาจ แน่นอนว่าเขาก็จะน้อมรับเจตจำนงค์ของประชาชนของเขาอยู่แล้ว"

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากการโจมตีของรัสเซียในซีเรีย


มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากการโจมตีของรัสเซียในซีเรีย
นักเคลื่อนไหวและชาวเมืองอิดลิปในซีเรียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากเหตุโจมตีที่เชื่อว่ามาจากเครื่องบินรบของรัสเซีย บริเวณที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วย ตลาด บ้านเรือนและอาคารหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนคนหนึ่งรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังพยายามนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากปรักหักพังของอาคาร
ด้านเครือข่ายของนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด รายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 170 คน จากการโจมตีครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัสเซียยังไม่ยืนยันว่า เครื่องบินรบของตนได้ออกปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการทางอากาศในซีเรียตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีอัล-อัสซาด โดยรัสเซียบอกว่ามุ่งโจมตี “ผู้ก่อการร้าย” โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตนเองว่ากลุ่มรัฐอิสลาม อย่างไรก็ตามนักเคลื่อนไหวชี้ว่า ส่วนใหญ่รัสเซียพุ่งเป้าการโจมตีไปที่กลุ่มกบฏที่ชาติตะวันตกหนุนหลัง ‪#‎RussiainSyria‬‪#‎RussiaAirstrikes‬
ภาพประกอบ สภาพความเสียหายในเมืองอิดลิป

อวสานงานเลี้ยงหุ้นไทย ราคาน้ำมันดิบโลกต่ำสุดรอบ7ปี-ศก.จีนชะลอตัว-แรงขายหุ้นสื่อสารกดดัชนีดิ่ง

updated: 21 ธ.ค. 2558 เวลา 11:07:48 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อวสานงานเลี้ยงหุ้นไทย ราคาน้ำมันดิบโลกต่ำสุดรอบ 7 ปี-เศรษฐกิจจีนชะลอตัว-แรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสาร กดดัชนีดิ่งลึก
นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 ธ.ค. ดัชนีมีทิศทางเคลื่อนไหวอ่อนตัว โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ซึ่งล่าสุดร่วงลงไปอยู่ที่ราว 35.8 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับตัวลดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี รวมถึงประเด็นความกังวลเศรษฐกิจจีน ที่ยังคงพบว่าการนำเข้า-ส่งออกยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว

นอกจากนี้ ในส่วนประเด็นภายในประเทศ ก็มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่างต่อเนื่อง หลังจากการประมูลคลื่น 900 MHz จบด้วยมูลค่าที่สูงถึง 151,952 ล้านบาท จึงทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มสื่อสารลงอีก เพราะการลงทุนด้วยมูลค่าที่สูงนั้นจะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้ ประเมินแนวรับระดับ 1,250 จุด แนวต้าน 1,300 จุด ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยง หุ้นกลุ่มสื่อสาร ได้แก่ ADVANC DTAC TRUE JAS

หุ้นสื่อสารร่วงเป็นแผงเช้านี้หลังเปิดตลาด


หุ้นสื่อสารร่วงเป็นแผงเช้านี้หลังเปิดตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ณ เวลา 10.10 น. ราคาอยู่ที่ 172.50 บาท ลบ 20.50 บาท หรือ 10.62% สูงสุดที่ 175.50 บาท ต่ำสุดที่ 170.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่2.19 พันล้านบาท
บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ราคาอยู่ที่ 4 บาท ลบ 0.78 บาท หรือ 16.32% สูงสุดที่ 4.20 บาท ต่ำสุดที่ 3.92 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 764.21 ล้านบาท
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ราคาอยู่ที่ 6.85 บาท ลบ 0.40 บาท หรือ 5.52% สูงสุดที่ 6.90 บาท ต่ำสุดที่ 6.45 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 601.74 ล้านบาท
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ราคาอยู่ที่ 32 บาท ลบ 6 บาท หรือ 15.79% สูงสุดที่ 33.25 บาท ต่ำสุดที่ 31.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 299.85 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 1.10%
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำให้ "ลดน้ำหนัก" กลุ่มสื่อสารจาก Overweight เป็น Underweight จาก Growth story ที่หายไปเพราะราคาประมูล 900MHz ที่สูงถึงใบละ 75,654 ล้านบาท (JAS ชนะประมูล) และ 76,298 ล้านบาท (TRUE ชนะประมูล) และผู้ชนะประมูลมีฐานะการเงินไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับค่าเสื่อมราคาของใบอนุญาต 900MHz ปีละ 5 พันล้านบาท ยังไม่รวมเงินที่ต้องลงทุนเพิ่มและภาระดอกเบี้ยจ่าย ส่วน TRUE ที่ได้ 2 ใบอนุญาต (1800MHz ที่ประมูลในเดือนก่อน) ค่าเสื่อมฯของทั้ง 2 ใบอยู่ที่ปีละ 7.3 พันล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิที่ทำได้ปีละ 4 พันล้านบาท
โดยคาดว่ากำไรของทั้งกลุ่มในปีหน้าจะหดตัว 6% จากปีก่อน แทนที่จะโต 9% จากปีก่อน และมีโอกาสที่ TRUE และ JAS จะเพิ่มทุน ส่วน ADVANC ยังคงเป็น Top pick เช่นเดิม แต่การประมูล 900MHz ไม่ได้ ทำให้ ADVANC ซึ่งยังมีลูกค้า 2G อยู่ในมือประมาณ 2 ล้านราย ต้องเช่าคลื่นจาก TOT ให้พอกับการให้บริการ
ขณะเดียวกันต้องผลักดันให้ลูกค้า 2G หันไปใช้ 3G ให้ได้มากที่สุด เสน่ห์ของ ADVANC ด้อยลงจากเดิมที่เป็น Growth + High yield stock เหลือแต่ความเป็น High yield stock โดยปรับราคาเป้าหมายปีหน้าของ ADVANC เหลือ 250 บาทจาก 270 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ขณะที่ DTAC น่าจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในแง่ฐานลูกค้าที่เป็นอันดับ 2 ให้ TRUE และผลประกอบการจะหดตัวต่อไป

ที่มา : ข่าวหุ้น

ประกาศขายกอจการบิ๊กซี

ประกาศขาย บิ๊กซี แล้ว!

วงการค้าปลีกไทยกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Big C คือ กลุ่ม Casono Group ของฝรั่งเศส ประกาศเมื่อ 15 ธันวาคม 2558 ในตลาดหุ้นฝรั่งเศสว่าจะขายกิจการและทรัพย์สิน หรือ การหาพาร์ตเนอร์ของกิจการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในไทย เวียดนาม และ โคลัมเบีย รวมมูลค่าประมาณ 2 พันล้านยูโร เพื่อนำไปจ่ายคืนหนี้จำนวนมหาศาลของบริษัท นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปเพื่อระดมเงินสดอีกด้วย 

ใน press release ของบริษัทแม่ไม่ได้ระบุว่าการขายทรัพย์สินหรือหาผู้ร่วมทุนในครั้งนี้ จะคิดเป็นสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน

ข่าวการประกาศขายกิจการและการหาผู้ร่วมลงทุนเมื่อคืนนี้ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทแม่ของ BIGC (Casino Guichard Perrachon SA CO:FP) เด้งขึ้นมาถึง 6.47% ภายหลังที่ราคาหุ้นร่วงตกต่ำ มาเป็นเวลานาน

งานนี้ก็น่าคิดเหมือนกันครับว่า ธุรกิจค้าปลีกในหลายประเทศได้ผ่านยุครุ่งเรืองถึงขีดสุดมาแล้ว เช่นเดียวกับกรณีของกลุ่มเทสโก้ของประเทศอังกฤษ ที่มีแผนที่จะขายกิจการในประเทศต่างๆ (ซึ่งอาจรวมถึง เทสโก้โลตัส ในไทย) เพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ เพราะกิจการในประเทศแม่ประสบกับภาวะขาดทุนต่อเนื่อง

งานนี้เชื่อว่า อภิมหาเศรษฐีไทย คงต้องมีการออกมาเต้น เพื่อแข่งขันสู้ราคาช่วงชิงกิจการของบิ๊กซีในประเทศไทยอย่างแน่นอน!

โอกาสแก้ตัวกลับมาอีกครั้ง
หากยังจำกันได้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่ คาฟูร์ ประกาศขายกิจการในเมืองไทย มีกลุ่มเศรษฐีไทยหลายเจ้ารวมถึงกลุ่ม BJC ของคุณเจริญ เข้าร่วมประมูลซื้อกิจการในครั้งนั้นด้วย แต่การแข่งขันจบลงด้วยความพ่ายแพ้เพราะไม่สามารถสู้ราคาของผู้ชนะ ซึ่งก็คือกลุ่มคาสิโนกรุ๊ปของฝรั่งเศสนั่นเอง ทำให้ BJC ต้องหันหัวเรือเบนเข็มออกไปหาซื้อร้านค้าปลีกที่ประเทศเวียดนามแทน 

ในครั้งนี้กลุ่ม BJC อาจมีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้ง ซึ่งอาจเทียบได้กับการซื้อบิ๊กซีและคาร์ฟูไปในคราวเดียวกันเลย และยิ่งถ้าเทสโก้ท้ายที่สุดตัดสินใจประกาศขายกิจการในเมืองไทยด้วย ผู้ซื้ออาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น เพราะมีผู้ขายรายใหญ่มากกว่า 1 ราย 

สมรภูมิเดือด
แต่ไม่ว่ากลุ่มเศรษฐีไหนจะได้สัดส่วนของบิ๊กซีไปในครั้งนี้ จะคุ้มค่าหรือไม่ อยู่ที่ว่าต้องจ่ายแพงแค่ไหน! 

หากผู้ชนะต้องจ่ายเงิน หรือกู้เงินจำนวนมหาศาล และในระยะยาวหากธุรกิจค้าปลีกเข้าสู่ขาลงเหมือนในหลายประเทศ ชัยชนะ ในวันนี้อาจกลายเป็นภาระหนี้อันหนักหน่วงในวันหน้า เช่นเดียวกับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสและอังกฤษก็เป็นได้ 

เพราะฉะนั้นกุญแจสำคัญ คือ ราคาที่ซื้อต้องไม่แพงเกินความคุ้มค่าครับ

ติดตามศึกช้างชนช้างค้าปลีกไทยได้ ปีหน้าหนุกแน่นอน

อ้างอิง http://www.groupe-casino.fr/en/commu...-e2bn-in-2016/

ขอแยกอลาสการวมกับรัสเซีย

ขอแยก 'อลาสก้า' จากสหรัฐ รวมกับรัสเซีย

หลังไครเมียแยกตัวออกจากยูเครนไปผนวกกับดินแดนรัสเซียได้สำเร็จ โดยสหรัฐคัดค้านอย่างหนัก ล่าสุด กระแสแบ่งแยกดินแดนกำลังเกิดขึ้นในสหรัฐบ้างแล้ว โดยมีประชาชนกว่า 20,000 คนลงชื่อสนับสนุนให้แยกอลาสก้าออกจากสหรัฐไปผนวกรวมกับรัสเซีย

ชาวอลาสก้า ยื่นคำร้องผ่านหน้าเวบไซต์ของทำเนียบขาวของสหรัฐในส่วนหน้าร้องทุกข์ We the People ตั้งแต่ 21 มี.ค.โดยคำร้องนี้ ใช้ชื่อว่า "Alaska Back to Russia" เพื่อเรียกร้องแยกรัฐอลาสก้าออกจากสหรัฐ ไปผนวกดินแดนรวมกับรัสเซีย โดยอลาสก้าอยู่ทางฝั่งตะวันออกของรัสเซีย และจนถึงขณะนี้ มีผู้ลงชื่อสนับสนุน 25,477 คนแล้ว ซึ่งคำร้องจะต้องมีผู้ลงชื่อสนับสนุนครบ 1 แสนคนภายในเวลา 1 เดือนรัฐบาลจึงจะพิจารณาคำร้องนี้

คำร้องนี้ อ้างประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปสมัยที่ชาวรัสเซียจากไซบีเรียเดินทางข้ามทะเลสาบแบริ่งไปถึงอลาสก้าเมื่อราว 16,000 ปีก่อน และนักสำรวจชื่อดัง มิคาอิลกอฟซ์เดซ เดินทางไปถึงอลาสก้าในปี 2275

อลาสก้า เคยเป็นอาณานิคมของรัสเซีย จนกระทั่งในปี 2410 พระเจ้า อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ของรัสเซีย ขายอลาสก้าให้สหรัฐด้วยราคาที่เทียบเป็นเงินในปัจจุบันราว 7 ล้าน 2 แสนดอลลาร์ ถึง 120 ล้านดอลลาร์

เมื่อเดือน พ.ย.2555 เคยมีคำร้องของประชาชนในรัฐเท็กซัส เพื่อขอแยกตัวจากสหรัฐ หลังเกิดความไม่พอใจต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลกลาง และต้องการแยกตัวเป็นอิสระ ที่จะได้บริหารงบประมารณเองได้ ตอนนั้นเท็กซัส รวบรวมคนได้กว่า 125,000 คน ที่จะได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล 

แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จโดยรัฐบาลตอบเพียงว่า ไม่มีใครโต้แย้งว่าประเทศประสบปัญหา แต่ชาวอเมริกันจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เครือข่าย"พล.อ.ประวิตรคุมการเมือง


อาจกล่าว ได้ว่าศูนย์กลางอำนาจการเมืองการบริหารประเทศ ทั้งหมดโยงไปที่ชื่อ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 


http://www.matichon.co.th/online/2015/12/14505738541450573897l.jpg


แม้ "พล.อ.ประวิตร" ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตึกไทยคู่ฟ้า

แต่ความเป็น "พี่ใหญ่" ของบรรดาน้อง ๆ ในกองทัพ โดยเฉพาะสายบูรพาพยัคฆ์ ที่ "พล.อ.ประวิตร" เคยเป็นทั้งพี่ในสายบังคับบัญชาของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตั้งแต่รับราชการทหาร

ทำให้ "พล.อ.ประวิตร" กลายเป็นผู้มี "บารมี" ที่สุดในรัฐบาล และแผ่ไปยังเครือข่ายทุกองคาพยพทั้งด้านความมั่นคง ฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นแกนอำนาจที่ 4 ในปัจจุบัน

เพราะหลังจาก "พล.อ.ประวิตร" นั่งตำแหน่งรองนายกฯด้านความมั่นคง ได้รับมอบหมายจาก "พล.อ.ประยุทธ์" นั่งเป็นหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) แทนนายกฯ อนุมัติด้วยมติ 5 ต่อ 0 ให้ "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" นั่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ในแวดวงสีกากี ถือได้ว่า "พล.ต.อ.จักรทิพย์" มีความใกล้ชิดกับบ้าน "วงษ์สุวรรณ" โดยเติบโตในสาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายของ พล.อ.ประวิตร และได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด กระทั่งได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.

เช่นเดียวกับขั้วอำนาจกองทัพ ที่ "พล.อ.ประวิตร" นั่งเป็นหัวโต๊ะการพิจารณาปรับย้ายนายทหาร ซึ่งเลือก "พล.อ.ธีรชัย นาควานิช" จากผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อันถือได้ว่าเป็น "น้องรักในสายบูรพาพยัคฆ์" นั่งในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ-สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คอนเน็กชั่นของ "พล.อ.ประวิตร" แผ่มายัง สนช. โดยมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 อย่าง "พล.อ.นพดล อินทปัญญา" ซึ่งว่ากันว่าเป็นผู้คุมเสียงใน สนช. รวมถึงมีชื่อของ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ซึ่งทั้ง 2 เป็นน้องแท้ ๆ ของ พล.อ.ประวิตร อยู่ใน สนช. 220 คน 

ยังผนึกกำลัง กับทหารในเครือข่ายที่มีบทบาทตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคลื่อนไหวคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปรากฏชื่อนายทหารตัวจี๊ด ๆ อย่าง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พล.อ.ภู ดิส ทัตติยโชติ จเรทหารทั่วไป พล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งทั้ง 4 คน กลับเข้ามาอยู่ใน 200 สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 

ในไลน์อำนาจองค์กรอิสระ "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" ที่เคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง (เลขาฯ พล.อ.ประวิตร) ก็เพิ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยมติ 7 ต่อ 2 ท่ามกลางกระแสข่าวว่าได้รับการผลักดันจาก พล.อ.ประวิตร และมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.พัชรวาท 

อีกทั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ยังเคยนั่งเป็นรักษาราชการแทน ผบ.ตร.ระยะหนึ่ง หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ด้วย 

"บารมี" ของ "พล.อ.ประวิตร" จึงแผ่ปกคลุมไปทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ และการปฏิรูป

 

 


 (ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ปริศนาราคารถไฟไทยจีน:สามารถราชพลสทธิ์

ปริศนาค่าก่อสร้างรถไฟไทย-จีน

ถึงเวลานี้โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนมีประเด็นซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณชนหลายประเด็น หนึ่งในนั้นก็คือค่าก่อสร้างที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเดิมเมื่อประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมาค่าก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 400,000 ล้านบาท แต่ถึงวันนี้กระโดดขึ้นเป็น 530,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาจากการออกแบบของจีน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จึงเป็นปริศนาที่ประชาชนคนไทยอยากรู้

รถไฟไทย-จีนในส่วนที่อยู่ในประเทศไทยมีเส้นทางจากกรุงเทพฯ – หนองคาย และจากแก่งคอย – มาบตาพุด คิดเป็นระยะทางยาวรวม 873 กิโลเมตร วิ่งบนทางรถไฟกว้าง 1.435 เมตร (ทางรถไฟในปัจจุบันกว้าง 1 เมตร) ด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงไม่ถือว่าเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดตั้งแต่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป ด้วยเหตุนี้ รถไฟไทย-จีนจึงถูกจัดอยู่ในประเภทรถไฟความเร็วปานกลาง หากค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 530,000 ล้านบาทดังกล่าวข้างต้นจริง จะทำให้ค่าก่อสร้างต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่ากับ 607.1 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นค่าก่อสร้างที่สูงมาก 

ผมได้เปรียบเทียบกับค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคาย (เส้นทางเดียวกับรถไฟไทย-จีน) ซึ่งทำการออกแบบเบื้องต้นโดยจีนในนามของ The Third Railway Survey and Design Institute Group Corporation เมื่อเดือนตุลาคม 2555 พบว่ามีค่าก่อสร้างต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่ากับ 388.2 ล้านบาทเท่านั้น หรือค่าก่อสร้างรถไฟไทย-จีนในปี 2558 ซึ่งออกแบบโดยจีนเช่นเดียวกันแพงกว่าค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคายในปี 2555 ถึง 218.9 ล้านบาทต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 56%

การออกแบบเบื้องต้นรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคายโดยจีนในปี 2555 มีปัจจัยซึ่งมีผลกระทบต่อค่าก่อสร้าง ดังนี้

1. ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ความเร็วสูงขึ้นทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
2. ระยะทางบนระดับพื้นดินคิดเป็น 73.7% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางบนพื้นดินมากทำให้ค่าก่อสร้างถูกลง)
3. ระยะทางที่เป็นทางยกระดับคิดเป็น 22.8% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางยกระดับมากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
4. ระยะทางที่เป็นอุโมงค์คิดเป็น 3.5% ของระยะทางทั้งหมด (ระยะทางที่เป็นอุโมงค์มากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)
5. จำนวนสถานี 7 สถานี ประกอบด้วยสถานีบางซื่อ อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย (จำนวนสถานีมากทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น)

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเหตุใดรถไฟไทย-จีนซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงแพงกว่ารถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคาย ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถึง 56% ทั้งๆที่ ทั้งสองโครงการนี้ออกแบบโดยจีน ในช่วงระยะเวลาที่ต่างกันเพียง 3 ปีเท่านั้น

เอไอเอส.แจงเหตุผลหยุดสู้ชิง4g900ราคาแพงไป


รายงานข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น (AWN) ในเครือเอไอเอสระบุว่า การที่ตัดสินใจไม่ประมูลคลื่น 900 MHz ต่อถือเป็นการตัดสินใจที่บริษัทได้พิจารณามาแล้วอย่างรอบคอบ เนื่องจากเอไอเอสเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการวางแผนในการดำเนินธุรกิจจึงต้องมีความรอบคอบ มีการศึกษาและพิจารณาถึงความเสี่ยง โอกาส ความน่าจะเป็นในหลายประการ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางการจัดการที่ดีที่สุด

ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz เอไอเอสได้ศึกษาเพื่อกำหนดราคาประมูลที่เหมาะสมทางธุรกิจว่าควรเป็นเท่าไร อย่างไร รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาร่วมคาดการณ์ถึงผลลัพธ์และความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประมูลทั้งในกรณีที่เอไอเอสชนะการประมูล หรือหากคู่แข่งชนะการประมูล ราคาที่ได้ไปมีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงหากราคาในการประมูลสูงกว่าราคาเหมาะสมที่บริษัทได้ศึกษาไว้จะมีแผนรองรับอย่างไรต่อไป ซึ่งในกรณีนี้เมื่อราคาการประมูลขึ้นไปสูงเกินกว่าราคาเหมาะสมที่บริษัทกำหนดไว้จึงตัดสินใจไม่ประมูลต่อ

 

อีกทั้งอนาคตยังจะมีการประมูลคลื่นความถี่อื่น ๆ ตามที่ กสทช.ประกาศไว้ อาทิ คลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานกับ บมจ.กสท.โทรคมนาคม หรือ แคท ในอีก 3 ปีข้างหน้า และคลื่นความถี่ 2300 MHz/2600 MHz และที่มีปริมาณ Bandwidth อีกมาก เป็นต้น

 

และเอไอเอสได้พิจารณาประเด็นต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงความเพียงพอของคลื่นความถี่ต่อการแข่งขันในอนาคต การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ยังคงใช้มือถือ 2G รวมถึง การคงความแข็งแกร่งในด้านการเงินของบริษัท ทั้งขอยืนยันว่ามีคลื่นความถี่มากเพียงพอสำหรับการบริหารจัดการเพื่อการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทั้งคลื่น 2100 MHz ที่สามารถให้บริการ-3G ได้ทั่วประเทศ และยังมี bandwidth ที่เพียงพอในการขยาย capacity ต่อเนื่อง และคลื่น 1800 MHz ที่ประมูลมาได้ในเดือนที่แล้ว ซึ่งจะเปิดให้บริการ 4G ต่อไป รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทกับ บมจ.ทีโอที (TOT) ที่อยู่ระหว่างการเจรจา

 

สำหรับลูกค้าของเอไอเอสที่ยังใช้งานในระบบ 2G บนคลื่นความถี่ 900 ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนไม่มาก และบริษัทเตรียมแผนงานและมั่นใจว่าจะสามารถดูแลลูกค้าทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยปีที่ผ่านมาความสำเร็จของมือถือรุ่น LAVA หลากหลายรุ่นได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีทำให้มีลูกค้าจำนวนมากยังเปลี่ยนเครื่องจาก 2G มาเป็น 3G อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ เมื่อบริษัทตัดสินใจไม่ประมูลต่อจะทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดที่แข็งแรงสามารถนำเงินจำนวนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงข่าย 4G ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาปรับปรุงโครงข่าย 3G ที่ยังมีการเติบโตสูงให้ดียิ่งขึ้น และการลงทุนในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ AIS Fibre

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า AWN ในเครือเอไอเอสเสนอราคาสุดท้ายที่ 75,976 ล้านบาท ในไลเซนส์ที่ 2 ขณะที่ราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่ 12,864 ล้านบาท อีกรายที่พลาดเช่นกันคือบริษัท ดีแทคไตรเน็ต จำกัด เสนอราคาสุดท้าย 70,180 ล้านบาท ในไลเซ่นส์ที่ 1 แพ้ทรูมูฟเอช และแจสที่ชนะไปในราคา 76,298 ล้านบาท และ 75,654 ล้านบาท ในไลเซ่นส์ที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

ตุรกีหนาวรัสเซียเปิดกล่องดำโชว์เครื่องที่ถูกยิงตกไม่ได้ล้ำน่านฟ้า

        
       
       เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่รัสเซียในวันศุกร์(18ธ.ค.) เปิดกล่องดำที่อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายของเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ถูกเอฟ-16ของตุรกียิงตกเมื่อเดือนก่อน ต่อหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ พร้อมให้สัญญาจะสืบสวนเหตุการณ์นี้ด้วยความโปร่งใส
       
       ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดกล่องบันทึกข้อมูลการบินสีส้ม โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญจากจีนและอังกฤษคอยเฝ้ามองขั้นตอนต่างๆ
       
       ช่างเทคนิคในชุดเสื้อคลุมปฎิบัติการใช้ไขควง สว่านและเครื่องดูดฝุ่นเปิดกล่องดำดังกล่าว โดยนอกเหนือจากคณะผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติแล้ว ยังมีบุคลากรทางทหารและผู้สื่อข่าวอีกหลายสิบคนที่เป็นสักขีพยานการตรวจสอบที่มีการถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐด้วย 

ตุรกีหนาว!รัสเซียเปิดกล่องดำซู-24ที่ถูกยิงตกต่อหน้านานาชาติ ย้ำไม่เคยละเมิดน่านฟ้า
        ทั้งนี้ทางกองทัพอากาศเปิดเผยว่าจะมีการเปิดเผยผลการตรวจสอบในวันจันทร์(21ธ.ค.)
       
       เซอร์เก ดโรนอฟ รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซียบอกว่าวัตถุดังกล่าวจะได้รับการวิเคราะห์อย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนรัสเซียและนานาชาติ หลังจากประธานาธิบดีวลาดิมี ปูติน สั่งให้เปิดกล่องดำต่อหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเท่านั้น
       
       มอสโกและอังการาตกอยู่ท่ามกลางสงครามน้ำลายมาตั้งแต่ตุรกียิงเครื่องบินซู-24ของรัสเซียตกตามแนวชายแดนซีเรียเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ในนั้นเป็นหนึ่งในนักบิน ส่วนอีกคนเป็นกำลังพลที่ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเขา
       
       ตุรกีอ้างว่าเครื่องบินรบของรัสเซียล่วงละเมิดน่านฟ้าและเพิกเฉยต่อคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มอสโกยืนยันว่าเครื่องบินของพวกเขายังไม่ได้ข้ามไปจากน่านฟ้าซีเรีย และกล่าวหาอังการาว่าวางแผนยั่วยุ
       
       "เรามีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเครื่องบินรัสเซียไม่ละเมิดน่านฟ้าตุรกี" ดโรนอฟกล่าว พร้อมระบุว่าเครื่องบินลำดังกล่าวกำลังบินอยู่ในน่านฟ้าซีเรีย ห่างจากแนวชายแดนติดกับตุรกีมากถึง 5.5 กิโลเมตร 

ตุรกีหนาว!รัสเซียเปิดกล่องดำซู-24ที่ถูกยิงตกต่อหน้านานาชาติ ย้ำไม่เคยละเมิดน่านฟ้า
        ดโรนอฟ บอกว่ากล่องดำที่นำมาแสดงต่อสาธารณชนในวันศุกร์(18ธ.ค.) ไม่เคยถูกใครสัมผัสมาตั้งแต่เก็บกู้มันมาจากจุดตก พร้อมระบุว่ามี 14 ประเทศที่ได้รับเชิญให้เข้ามาสังเกตการณ์การสืบสวน แต่มีเพียงจีนและอังกฤษที่ตอบรับข้อเสนอ ขณะที่สหรัฐฯแค่ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นสักขีพยานตอนเปิดกล่องดำ
       
       ปูติน บอกว่าผลวิเคราะห์กล่องดำจะช่วยสรุปถึงเส้นทางการบินและตำแหน่งของเครื่องบินที่ถูกยิงตก ซึ่งอังการาและมอสโกโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พร้มเตือนว่าหากปราศจากผลการตรวจกล่องดำ ก็อาจไม่สามารถบรรเทาความโกรธแค้นของมอสโกต่อเหตุการณ์นี้
       
       เหตุยิงเครื่องบินตกดังกล่าวกระพือวิกฤตเลวร้ายที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและอังการา นับตั้งแต่สิ้นสุดสงความเย็น ด้วยรัสเซียออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตอบโต้ตุรกี

เปิดตัวบริษัทแจส ผู้ได้4G

"...นายพิชญ์ โพธารามิก เป็นทายาทคนเดียวของ นายอดิศัย โพธารามิก นักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.."

ppeeeddddddsd

ผลการประมูล 4 จีคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ สิ้นสุดลงไปเป็นทางการแล้ว เมื่อเวลา 00.15 น.ของวันที่ 19 ธ.ค. 2558ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ในชุดที่ 1 คลื่น 895-905 MHz คู่กับ คลื่น 940-950 MHz ได้แก่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท จัสมิน ส่วนชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับ คลื่น 950-960 MHz ได้แก่ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ภายใต้บริษัท ทรูมูฟ เอช ราคารวม 151,952 ล้านบาท (ดูรายละเอียดการประมูลท้ายข่าว)

เชื่อว่าหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ภายใต้บริษัท ทรูมูฟ เอช เป็นธุรกิจของคนในตระกูล "เจียรวนนท์" นายศุภชัย เจียรวนนท์ ลูกชายของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเจ้าของ 

แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท จัสมิน มาความเป็นมาอย่างไร?  และใครเป็นเจ้าของ?  

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ทุนปัจจุบัน 350 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่  200 หมู่ที่ 4 อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทาวเวอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

แจ้งประกอบธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้บริการเช่าและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ 

ปรากฎชื่อ นาย พิชญ์ โพธารามิก น.ส. สายใจ คีตสิน นาย สมบัติ พันศิริพัฒน์ และนาย ยอดชาย อัศวธงชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 

รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ 27 สิงหาคม 2558 มี 4 ราย บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่สุด 34,998,950 หุ้น มูลค่า 349,989,500  นาย พิชญ์ โพธารามิก นาย สมบัติ พันศิริพัฒน์ นางสาว สายใจ คีตสิน ถืออยู่คนละ 350  หุ้น มูลค่าหุ้นที่ถือคนละ 3,500 บาท 

บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2537 ทุนปัจจุบัน 3,568,697,189 บาท ตั้งอยู่ที่เดียวกัน 

แจ้งประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการ ให้เช่าพื้นที่และบริการในอาคารสำนักงาน 

ปรากฎชื่อ นายพิชญ์ โพธารามิก นายสมบุญ พัชรโสภาคย์  นายสุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล นายธีรศักดิ์ จีรอัศวพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 

รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 นาย พิชญ์ โพธารามิก ถือหุ้นใหญ่สุด 1,844,046,870 หุ้น มูลค่า 922,023,435 บาท 

ล่าสุดนำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ปี 2557 แจ้งว่า มีรายได้รวม 2,399,653,565 บาท แยกเป็น รายได้ค่าจัดการ 498,000,000 บาท ดอกเบี้ยรับ 24,103,302 บาท เงินปันผลรับจากบริษัทย่อย 1,855,555,167 บาท รายได้อื่น 21,995,096 บาท รวมรายได้อื่น 2,399,653,565 บาท 

มีรายจ่ายรวม 426,469,976 บาท  กำไรสุทธิ 1,871,540,106 บาท 

ทั้งนี้ นายพิชญ์ โพธารามิก เป็นทายาทคนเดียวของ นายอดิศัย โพธารามิก นักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  

นายพิชญ์ เคยปรากฎชื่อติดทำเนียบเศรษฐีเมืองไทยอันดับที่ 34 ของนิตยสารฟอร์บส์ ประจำปี 2554 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 245 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 7,350 ล้านบาท (อัตราแลกคิดที่ 30 บาทต่อ 1 ดอลลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมาจากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มบริษัท 'จัสมิน' และเจ้าของบริษัทในเครือ "โมโน กรุ๊ป"

ณ วันนี้ โมโน กรุ๊ป เป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล "ช่อง MONO 29" ขณะที่ แจส โมบาย บรอดแบนด์ เพิ่งประมูลประมูล 4 จีคลื่นความถี่ 900 900 MHz

บทบาทของ 'พิชญ์ โพธารามิก' นับจากนี้ไปจึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง! 

ในฐานะนักธุรกิจด้านการสื่อสารรุ่นใหม่ ที่มี 'อาวุธ' ครบมือ  

10409669 10206939265274601 2070626646200040634 n

 

สหรัฐเรียกร้องให้ตุรกีถอนกำลังจากอิรัค

สหรัฐฯเรียกร้องให้ตุรกีถอนทัพออกจากอิรัคหลังจอห์น แครี่และคณะเข้าพบปูติน, อิรัคขอบคุณในข้อเสนอของสหรัฐฯต้องการส่งฮ.โจมตีเข้าต่อสู้ในเมือง Ramadi แต่อิรัคปฏิเสธ, ทหางอิรัค 30 นายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีก 20 นายจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในอิรัค กรรม!
---------

1.) วันที่ 17 ธ.ค.58 RT news ของรัสเซียพาดหัวข่าวว่า "สหรัฐฯเรียกร้องให้ตุรกีถอนกองทัพ 'ที่ไม่ได้รับอนุญาต' ให้ออกไปจากอิรัค" (US calls on Turkey to withdraw ‘unauthorized’ troops from Iraq)

สหรัฐฯได้เรียกร้องให้ตุรกีถอนกองกำลังทหาร "ที่ไม่ได้รับอนุญาต" (unauthorized) ของตนเองให้ออกไปจากประเทศอิรัต โดยเรียกร้องให้กรุงอังการาเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอิรัค [ว้าว! เกิดอะไรขึ้นกับสหรัฐฯหละนี่? ก่อนหน้านี้เห็นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับตุรกีไม่ใช่รึ แล้วไฉนจู่ๆสหรัฐฯถึงออกมาพูดแบบนี้หละนี่? - ผู้แปล]

"รองประธานาธิบดีได้ยืนยันซ้ำอีกครั้งถึงพันธกรณีของสหรัฐต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรัค และเรียกร้องให้ประเทศตุรกีกระทำในลักษณะเดียวกันนี้ ด้วยการถอนกองกำลังทหารออกไปจาดินแดนของอิรัค ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของอิรัค" ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์

การโทรศัพท์คุยกันระหว่าง Biden และ al-Abadi เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่รองประธานาธิบดีของสหรัฐฯได้คุยกันกับ Ahmet Davutoglu นายกรัฐมนตรีของตุรกี

การเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกรุงวอชิงตันต่อความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันระหว่างอิรัคและตุรกีทั้งสองประเทศในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายไอซิส นาย Biden ได้เรียกร้องให้กรุงอังการาเดินหน้าทำการเจรจากับกรุงแบกแดดต่อไป

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมกล่าวว่า "รองประธานาธิบดี ได้เน้นย้ำถึงการแสดงตนทางกองทัพต่างชาติในอิรัคว่าจะต้องได้รับการยินยอมอย่างเต็มที่จากรัฐบาลของประเทศอิรัค"

ต่อกรณีนี้ที่ตุรกีละเมิดอธิปไตยของอิรัคนี้ กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียก็ออกแถลงการณ์ว่า "ปัจจัยอันตรายเพิ่มเติมและร้ายแรงที่สนับสนุนให้เกิดความตึงเครียดระหว่างประเทศก็คือการปรากฏตัวของกองกำลังติดอาวุธของตุรกีที่ผิดกฎหมายในดินแดนของอิรัคใกล้กับเมือง Mosul ซึ่งได้ไปถึงที่นั่นโดยปราศจารการร้องขอและการอนุมัติจากรัฐบาลที่มีความชอบธรรมทางกฎหมายของอิรัค"

คุณ Lavrov รมว.ต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่า "พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ - สาธารณรัฐตุรกี (the Republic of Turkey) - จำนวนเท่าไร ได้มีการกำหนดเป้าหมายโดยพันธมิตรไว้อย่างไรบ้าง ทำไมพวกเขาถึงไม่ทิ้งระเบิดใส่พวกผู้ก่อการร้ายเหล่านั้น แต่กลับไปทิ้งระเบิดใส่ชาวเคิร์ดแทน?"

2.) นั่นคือท่าทีของสหรัฐฯ ที่มีต่อตุรกีและอิรัค สหรัฐฯคาดหวังอะไรจากการแสดงออกประมาณว่ากดดันตุรกีให้ถอนกองทัพของตนเองออกไปจากดินแดนของอิรัค มาอ่านข่าวนี้กันดูนะครับ วันที่ 17 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "ขอบคุณนะ แต่ไม่ดีกว่า: อิรัคปฏิเสธเฮลิค็อปเตอร์โจมตีของอิรัคในการต่อสู้ที่เมือง Ramadi" (Thanks But No Thanks: Iraq Rejects US Attack Helicopters in Ramadi Fight) [เปรี๊งงงง! ฟังดูเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงกลางทำเนียบขาวนะครับ - ผู้แปล]

รายงานข่าวบอกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯได้ประกาศแผนเพื่อสนับสนุนกองทัพอิรัคด้วยเฮลิค็อปเตอร์โจมตี Apache เพื่อให้กรุงแบกแดดใช้ในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายดาอิช

"สหรัฐฯกำลังเตรียมการเพื่อให้การสนับสนุนแก่กองทัพของอิรัคด้วยศักยภาพที่ไม่ซ้ำใครเพิ่มเติม [อูยส์ ฟังดูเหมือนจะเป็นรางร้ายมากกว่ารางดีนะนี่? - ผู้แปล] เพื่อให้ความช่วยเหลือพวกเขาให้ปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง ซึ่งรวมทั้งเฮลิค็อปเตอร์โจมตี และที่ปรึกษาที่จะติดตามไปด้วย หากว่าสถานการณ์ต่างๆได้มีการกำหนดไว้ และหากได้รับการร้องขอจากนายกรัฐมนตรี Abadi (ของอิรัค)" คุณ Ashton Carter รมว.กลาโหมของสหรัฐฯกล่าวในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการด้านอาวุธแห่งวุฒิสภาของสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ หลังจากที่ได้มีการประชุมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯกับอิรัค ปรากฎว่ากรุงแบกแดดไม่ได่มีความสนใจในแพ็กเกจอากาศยานของสหรัฐฯเลย [คาร์เตอร์คงจะกัดฟันกร๊อดๆ อยู่เป็นแน่ - ผู้แปล]

"นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพวกเรากำลังมีปฏิบัติการภายใน และพวกเราจะต้องใส่ใจกับข้อเท็จจริงทางการเมืองหลายอย่าง ซึ่งมีอยู่รอบตัวของพวกเราในทุกๆวัน" พล.ท. Sean MacFarland ผู้บัญชาการระดับสูงในกองทัพสหรัฐฯในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายดาอิชกล่าว อ้างโดยนิตยสาร Stars and Stripes ของสหรัฐฯ

"มันเป็นอะไรที่ยุ่งยากในการสร้างความเจ็บปวดในการสนับสนุนใครบางคน ดังนั้นพวกเราจึงพยายามที่จะให้การสนับสนุน" (It’s kind of hard to inflict support on somebody. So we try to provide support.) 

รายงานข่าวบอกว่า การปฏิเสธจากทางอิรัคได้เกิดขึ้นเนื่องจากความหวาดกลัวว่าการปรากฎของชาวอเมริกัน (ทหาร) ที่เพิ่มมากขึ้นอาจจะถูกมองในทางลบก็ได้ คาร์เตอร์ชี้แจงว่าความกังวลเหล่านี้มีตั้งแต่ในการเริ่มต้นประชุมกัน

[ไม่ใช่ความกังวลครับคุณคาร์เตอร์ อิรัคเคยพูดจนปากเปียกปากแฉะมาหลายครั้งแล้วว่าพวกเขาไม่ต้องการให้มีทหารของสหรัฐฯไปอยู่ในดินแดนของพวกเขา เขาพยายามขับไล่พวกคุณออกไปหลายครั้งแล้ว ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "หยะแหยง!" แต่พวกคุณก็ยังหน้าด้านที่จะอยู่ในประเทศของเขาต่อไป และยังพยายามที่จะหาทางส่งกองกำลงของตนเองเข้าไปเพิ่มในอิรัคด้วย ทางอิรัคเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับ สำนักข่าวต่างๆก็ลงข่าวตั้งมากมาย คุณคาร์เตอร์ได้อ่านอ่านข่าวบ้างหรือไง? - ผู้แปล]

"ทุกสิ่งอย่างที่พวกเรากระทำ... ในที่นี้ก็เป็นเรื่องที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอิรัค" คาร์เตอร์กล่าว อ้างโดยนิตยสาร Stars and Stripes "และผมยังต้องการที่จะเน้นย้ำต่อพวกคุณอีกด้วย การให้ความเคารพต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรัคเป็นหลักการสำคัญที่สหรัฐฯสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกบริบท"

[แล้วในกรณีของอธิปไตยของและบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรียหละครับคุณคาร์เตอร์ คุณจะพูดแบบเดียวกับที่คุณพูดถึงอิรัคต่อหน้าคณะกรรมาธิการหรือไม่? จำได้ว่าสหรัฐฯส่งหน่วยรบพิเศษและเครื่งอบินรบของตนเองเข้าไปโจมตีในซีเรียโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลซีเรียที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนชาวซีเรียเลยนะครับ นี่หรือเปล่าที่เขาพูดกันว่า "อเมริกันสแตนดาร์ด = ดับเบิลสแตนดาร์ด"? 

ไม่น่าเชื่อว่า รมว.กลาโหมของสหรัฐฯยังรู้จักคำว่า "เคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอื่น" ด้วย แต่ก็อย่างว่าแหละ ก็เสรีภาพของสหรัฐฯอยู่เหนือเสรีภาพของประเทศอื่นอยู่แล้วนี่ จะไปสนใจทำไปกับคำกล่าวอ้างเหล่านั้น มันก็แต่ข้ออ้างที่เลือกที่จะยกมาอ้างในบางเวลาเพื่อทำให้ตัวเองดูดี ในขณะที่ภาพพจน์ของตัวเองกำลังตกต่ำในสายตาชาวโลกเท่านั้นเอง - ผู้แปล]

คุณคาร์เตอร์ พูดปลอบใจตัวเองและคณะกรรมธิการฯว่า ในขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี Haidar al-Abadi ของอิรัคซึ่งในที่สุดแล้ว "อาจจะ" ข้อเสนอในบางจุดในอนาคตก็ได้ แต่สำหรับตอนนี้ กรุงแบกแดดได้ "ปฏิเสธ" (Baghdad has refused.) ไปเสียแล้ว คาร์เตอร์กล่าว [พร้อมกับร้องไห้ขี้มูกโป่งออกมาท่ามกลางการประชุม รายงานข่าวไม่ได้บอก แอ็ดินมโนเอาเอง คริๆ - ผู้แปล]

3.) หลังจากที่สหรัฐฯล้มเหลวในความพยายามที่จะสนับสนุนเฮลิค็อปเตอร์โจมตี Apache ให้กับกองทัพอิรัคไปหยกๆ วันที่ 18 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik new ก็พาดหัวข่าวว่า "มีทหารอิรัค 30 กว่านายเสียชีวิตในการโจมตีจากกองทัพอากาศของสหรัฐฯ คนอื่นๆได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน" (Over 30 Iraqi Soldiers Killed in US Air Force Strike, 20 Others Injured)

[กรรม! ก่อนหน้านี้ก็ถล่มโรงพยาบาลในอัฟกานิสถาน ต่อมาก็ถล่มกองทัพซีเรียในจังหวัด Deir ez-Zor แต่รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือตน คราวนี้ก็ซัดกองทัพภาคพื้นดินของอิรัคไปถึง 30 กว่านาย ก็อีแค่เขาไม่สั่งซื้อฮ.โจมตีของสหรัฐฯแค่นี้ถึงกับลงมือกันขนาดนั้นเลยรึ? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ก่อนหน้านี้กองทัพของอิรัคก็เคยโดนสหรัฐฯลอบกัดแบบนี้มาแล้วด้วย - ผู้แปล]

อย่างน้อยมีทหารอิรัคเสียชีวิต 30 กว่านาย ได้ได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน ในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ Hakim al-Zamili ประธานคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยและความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิรัคกล่าว

"ทหารจำนวน 30 นายจากกองพลน้อยที่ 55 แห่งทหารบกของอิรัคถูกสังหาร และอีก 20 นายได้รับบาดเจ็บในการโจมตีทางอากาศที่เมือง al-Naimiya ในจังหวัด  al-Fallujah" แถลงการณ์จาก al-Zamili ที่ส่งมาให้สำนักข่าว Sputnik news กล่าว

นักการเมือง (ของอิรัค) กล่าวว่าตนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีของอิรัคทำการตรวจสอบการโจมตีทางอากาศใส่กองพลน้อที่ 55 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการต่อสู้พวกผู้ก่อการร้ายดาอิช

เพจ: ปอกเปลือก ทรราช 
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
--------------
https://www.rt.com/news/326172-us-turkey-troops-iraq/
http://sputniknews.com/us/20151217/1031929858/iraq-rejects-us-helicopters.html
https://www.rt.com/news/326420-iraq-us-air-strike/
http://sputniknews.com/middleeast/20151218/1031964714/iraq-us-airstrike-casualtie.html
http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940927000659

หักปากกาเซียนทรู-แจ๊สชนะประมูล4G

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในที่สุดหลังจากเปิดประมูลคลื่น 900 MHz มาตั้งแต่ 9.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. 2558 ก็ได้สิ้นสุดลงในการเคาะราคารอบที่ 199 เวลา 00.15 น. ของวันที่ 19 ธ.ค. 2558

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เปิดเผย ว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ เป็น ผู้เสนอราคาสูงสุดในการประมูลคลื่นใบอนุญาตแรก ในราคา 75,654 ล้านบาท ขณะที่ บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล จำกัด เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในใบอนุญาตที่ 2 ในราคา 76,298 ล้านบาท  

ส่วนบริษัทที่พลาดการประมูล  บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ในเครือเอไอเอส เสนอราคาสุดท้ายที่ 75,976 ล้านบาทในไลเซนส์ที่ 2  บริษัท ดีแทคไตรเน็ต จำกัด เสนอราคาสุดท้ายไว้ที่  70,180 ล้านบาท ในชุดไลเซนส์ที่ 1

ขณะที่การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz แบ่งออกเป็น 2 ใบอนุญาต แต่ละใบอนุญาตมีแถบคลื่น 10 MHz แบ่งเป็นไลเซนส์แรก แถบคลื่นระหว่าง  895 – 905 MHz คู่กับ 940 – 950 MHz  และไลเซนส์ที่ 2 แถบคลื่น  905 – 915  MHz คู่ 950 – 960 MHz  อายุใบอนุญาต 15 ปี โดยราคาขั้นต่ำของการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ 12,864 ล้านบาท

ด้านนายฐากร  ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า  การประชุมบอร์ด กทค. เพื่อรับรองผลประมูลน่าจะเป็นวันจันทร์ หรือ วันอังคาร และหากมีการรับรองผลการประมูลแล้วลูกค้าของเอไอเอสที่คงเหลือในระบบ 900 MHz จะต้องซิมดับทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บิ๊กป้อม ถกGBC ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือความมั่นคงชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่

บิ๊กป้อม ถกGBC ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือความมั่นคงชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่ ระบุจะทำเส้นเขตแดน ให้เป็น "เส้นแห่งความร่วมมือ" ไม่ใช่อุปสรรค/ นายกฯลาว เข้าใจสถานการณ์ในไทย ลั่นจะไม่ยอมให้คนไม่ดี มาสร้างปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนเสียความเป็นพี่น้องระหว่างกัน
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห.
พร้อมคณะ ประกอบด้วย พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทสส. และผู้แทนเหล่าทัพ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ
โดยมี พล.ท.แสงนวน ไซยะลาด รมว.กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาวและคณะ ให้การต้อนรับ ที่ กระทรวงป้องกันประเทศ นครหลวงเวียงจันทน์
โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและเห็นชอบร่วมกัน ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือทางทหารระหว่างกันให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ การฝึกศึกษา รวมทั้งความร่วมมือและการประสานงานกันในด้านต่างๆให้ใกล้ชิดมากขึ้น
พล.อ.ประวิตร ได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความร่วมมือในการจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย รวมทั้งเสนอให้กองทัพทั้งสองประเทศ ร่วมกันทำเส้นเขตแดน ให้เป็น "เส้นแห่งความร่วมมือ" ไม่ใช่อุปสรรค เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศ ได้ไปมาหาสู่กันฉันท์บ้านพี่เมืองน้อง ด้วยความสะดวก ปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกันในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีชายแดนติดต่อกัน
จากนั้น พลเอกประวิตร.พร้อมคณะได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ นายทองสิง ทามะวง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยปรึกษาหารือร่วมกันที่จะเสริมสร้างมิตรภาพ ความเข้าใจของกองทัพและประชาชนทั้งสองประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
นายกฯ ลาว ได้กล่าวชมเชยและเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่ได้ช่วยดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนที่ผ่านมาเป็นอย่างดี ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ควรร่วมกันแก้อย่างสันติวิธี โดยไม่ยอมให้คนไม่ดี มาสร้างปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนเสียความเป็นพี่น้องระหว่างกัน
พลเอกประวิตร ได้ใช้โอกาสนี้กล่าวแสดงความขอบคุณ ที่ นายกฯและรัฐบาลรวมทั้งประชาชนสปป.ลาว เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศไทยและเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลในการบริหารประเทศ
หลังจากนั้นพลเอกประวิตร ประธานร่วมฝ่ายไทย พร้อมทั้ง รมว.ป้องกันประเทศสปป.ลาว /ประธานร่วมฝ่ายลาว ได้ประชุมคณะกรรมการกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย – ลาว ครั้งที่ 22 ( GBC 22 )
โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างซื่นมื่น ผลการประชุมมีความคืบหน้าในหลายประเด็นที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วมกัน
โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่ สาระสำคัญ ยังคงยึดถือแนวทางตามความตกฉบับเดิมที่หมดอายุลง โดยปรับให้ทันสมัยและมีความอ่อนตัวมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถปรับปรุงผ่านกลไกทางการทูต
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมร่วมกันให้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สันติภาพ มิตรภาพและเสถียรภาพของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

คสช. เผย ส่งทหาร กกล.รส.-ตำรวจ ตรวจจับกุม โรงงานสินค้าประมง-อาหารทะเล ที่ทำผิด กม.แรงงาน ทั่วประเทศ


คสช. เผย ส่งทหาร กกล.รส.-ตำรวจ ตรวจจับกุม โรงงานสินค้าประมง-อาหารทะเล ที่ทำผิด กม.แรงงาน ทั่วประเทศ ตั้งแต่17ธค. เผย จับ โรงงานแกะกุ้ง สมุทรสาคร ที่ตกเป็นข่าวไปแล้ว ตั้งแต่9พย. ยันเพิ่มความเข้นข้น ตรวจจับ เพื่อไม่ให้ คนส่วนน้อย ทำเสียภาพลักษณ์การแก้ปัญหา ประมงผิดกม. ที่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก เมื่อเทียบกับในอดีต
พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวขณะนี้ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.)ร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้เริ่มเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายผู้ประกอบการสินค้าประมง ที่อาจกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อวานนี้
หลังจากที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่ายังมีผู้ประกอบการบางรายเริ่มจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 9 พ.ย.58 หรือเมื่อเดือนที่แล้ว จนท.โดยทาง DSI ร่วมกับ จนท.3ฝ่าย ได้เข้าตรวจ โรงงานแกะกุ้ง ที่ มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบมีผู้การกระทำความผิดจำนวน 4คน หลบหนีได้ 1 คน ฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นให้พักอาศัยแก่บุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิดของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
หลังจากนี้ คสช.โดย กกล.รส.จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรามากยิ่งขึ้น หลังจากพบพฤติกรรมของผู้ประกอบการบางรายเริ่มเปลี่ยนแปลงไม่เชื่อฟัง และไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการเหมือนช่วงที่ผ่านมา
"คสช.จำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการที่อาจเหลืออยู่ส่วนน้อยมาก ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ไปมีผลต่อภาพลักษณ์การแก้ปัญหาในภาพรวม เพราะข้อมูลล่าสุดต่อการแก้ปัญหาในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับอดีต ในหลายๆปีที่ผ่านมา"