PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน

โดย MGR Online
25 มกราคม 2559 18:54 น
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
     
   เอเอฟพี – ลมหนาวที่มาพร้อมความเย็นสุดขั้ว หิมะและฝนลูกเห็บ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 รายในประเทศแถบเอเชีย เที่ยวบินนับร้อยเที่ยวต้องยกเลิก รวมทั้งยังเกิดความวุ่นวายนานัปการตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศแถบนี้คุ้นเคยกับอากาศปลอดโปร่งและแดดจัด แต่ต้องมาเผชิญกับอุณหภูมิลดต่ำเป็นประวัติการณ์แบบกะทันหัน
      
        ที่ญี่ปุ่นและไต้หวันมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น เที่ยวบินนับร้อยเที่ยวทั่วภูมิภาคถูกยกเลิก นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนติดค้างอยู่ในเกาหลีใต้ สภาพอากาศหนาวยะเยือกในบริเวณกึ่งเขตร้อนอย่างฮ่องกงทำให้เกิดความโกลาหลอย่างหนักบนยอดเขาสูงที่สุดของเกาะ
      
        แม้อากาศที่หนาวเหน็บอย่างฉับพลันเทียบไม่ได้กับสภาพอากาศทางภาคตะวันออกของอเมริกาที่กำลังเผชิญพายุหิมะ แต่อุณหภูมิลดต่ำขนาดนี้ก็ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผู้คนมากมายในเอเชีย
      
        จุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือที่ไทเป อุณหภูมิลดเหลือ 4 องศาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบ 44 ปี สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 90 คนจากอากาศที่หนาวเย็น อย่างไรก็ตาม การที่มีหิมะตกซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อย ทำให้คนแห่ไปรับอากาศหนาวที่อุทยานแห่งชาติหยางหมินซัน
      
        ที่กรุงเทพฯ ที่ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นอุณหภูมิลดต่ำกว่า 20-25 องศาเซลเซียส แต่ขณะนี้กลับปรากฏว่า อุณหภูมิลดเหลือ 16 องศาเซลเซียสโดยประมาณ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24) ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ที่ชินกับการสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ ต้องเปิดตู้เสื้อผ้ารื้อแจ็คเก็ตและจัมเปอร์ออกมาใส่กันทั่วเมือง
      
        ที่ญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิต 5 คน และอีกกว่า 100 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันอาทิตย์ จากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักและอุณหภูมิลดต่ำทำสถิติทางภาคตะวันตกและตอนกลางของประเทศ นอกจากนั้นยังมีหิมะตกในบริเวณกึ่งเขตร้อนซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก อาทิ ที่เกาะอามามิซึ่งมีหิมะตกครั้งแรกนับจากปี 1901
      
        ส่วนที่จีน สถานีตรวจสอบสภาพอากาศ 24 แห่งทั่วประเทศบันทึกอุณหภูมิลดต่ำทำสถิติได้ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22-24)
      
        ที่เออร์กูนา ในมองโกเลีย อุณหภูมิเมื่อวันเสาร์ (23) ทำสถิติต่ำสุดที่ -46.8 องศาเซลเซียส ขณะที่ในตัวเมืองกวางตุ้งพบฝนลูกเห็บเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี
      
        ทางด้านฮ่องกง โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษาปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากอุณหภูมิลดต่ำสุดในรอบ 60 ปี งานวิ่งอัลตรามาราธอนระยะทาง 100 กม. เพื่อข้าม "ไตโหมวซาน" ยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกงต้องถูกยกเลิก หลังจากนักวิ่งลื่นล้มบนทางลาดชันที่กลายเป็นน้ำแข็ง ท่ามกลางลมเย็นยะเยือก
      
        นอกจากนั้น ยังมีนักวิ่งอีกนับร้อยที่ “ไล่ล่าแม่คะนิ้ง” ติดอยู่บนยอดเขาดังกล่าว ในจำนวนนี้หลายสิบคนมีสภาวะร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป นักดับเพลิงโชคร้ายคนหนึ่งลื่นล้มบนถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ขณะขึ้นไปช่วยผู้คนที่ติดค้างอยู่บนนั้น
      
        ส่วนที่เกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวเกือบ 90,000 คนติดอยู่บนเกาะเจจู ซึ่งเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมของแดนกิมจิ เมื่อวันจันทร์ (25) โดยมีหิมะตกหนักที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษทำให้ต้องปิดสนามบิน
      
        ที่เวียดนาม อุณหภูมิในฮานอยลดเหลือ 6 องศาเซลเซียสในช่วงกลางคืนของสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และสื่อของทางการรายงานว่า เป็นสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบสองทศวรรษ
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน

นายกรัฐมนตรีเวียดนามถอนตัวจากการชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

นายกรัฐมนตรีเวียดนามถอนตัวจากการชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๊น สุงของเวียดนามถอนตัวจากการแข่งขัน เพื่อชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดในประเทศ เนื่องจากได้คะแนนเสียงสนับสนุนไม่พอ โดยเขาได้ถอนชื่อออกจากบัญชีผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งในคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์
บีบีซีภาษาเวียดนามรายงานว่า การถอนตัวของนายสุงครั้งนี้เท่ากับเป็นการปิดฉากชีวิตทางการเมืองของเขา ที่ได้กำกับและดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ระบุว่า สมาชิกพรรคที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมนำโดยนายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคนปัจจุบันต่างวิตกว่า ภายใต้การนำของนายสุง เวียดนามกำลังละทิ้งแนวทางสังคมนิยมในอดีตของตน แม้ว่าในช่วง 10 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง นายสุงได้ผลักดันการปฏิรูปจนเวียดนามเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการค้าโลกอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าในช่วงที่เขาบริหารประเทศ การคอร์รัปชันเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนนายสุงเห็นว่า เขามีแนวคิดทันสมัยและเป็นมิตรกับสหรัฐฯ เขายังได้รับความนิยมจากประชาชนมาก จากท่าทีต่อต้านจีนอย่างแข็งกร้าวในกรณีพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ ในขณะที่นายจ่องมีท่าทีเป็นมิตรต่อจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามมากกว่า
ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีขึ้นในทุก 5 ปี โดยในปีนี้การประชุมจะปิดฉากในวันพุธ (27 ม.ค.) ‪#‎Vietnam‬‪#‎VietnamCommunistParty‬
ภาพประกอบ (แฟ้มภาพ) นายจ่อง (ซ้าย) กับนายสุง (ขวา) ในระหว่างการเปิดประชุมสมัชชาฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

อนามัยโลกเตือน “ไวรัสซิกา” อาจระบาดไปทั่วทวีปอเมริกา

อนามัยโลกเตือน “ไวรัสซิกา” อาจระบาดไปทั่วทวีปอเมริกา
องค์การอนามัยทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดองค์การอนามัยโลกเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสซิกาจะแพร่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ในทวีปอเมริกาที่มียุงลายอาศัยอยู่
ไวรัสซิกาทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้ต่ำ ตาแดงจากเยื่อตาอักเสบและปวดหัว ปัจจุบันพบว่าเชื้อได้แพร่ระบาดใน 21 ประเทศในแถบแคริบเบียน ภูมิภาคอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเป็นยุงที่พบได้ทั่วไปในทวีปอเมริกา ยกเว้นในประเทศแคนาดาและชิลี
องค์การอนามัยทวีปอเมริกายืนยันว่า ตรวจพบเชื้อไวรัสซิกาในน้ำอสุจิ และสันนิษฐานว่าการติดเชื้อรายหนึ่งอาจเป็นการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนผ่านทางเพศสัมพันธ์ แต่ชี้ว่าจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมมาสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้
อย่างไรก็ตาม ราว 80% ของผู้ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ แต่แพทย์ชี้ว่าเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือการที่เชื้อไวรัสชนิดนี้อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ โดยพบว่านับแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน มีทารกในบราซิลราว 4,000 คนเกิดมาโดยมีศีรษะลีบเล็ก ซึ่งเป็นภาวะที่เด็กมีสมองเล็กผิดปกติแต่กำเนิด
ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยทวีปอเมริกาจึงเตือนให้สตรีมีครรภ์คอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนออกเดินทางไปยังพื้นที่พบการระบาดของไวรัสซิกา ทั้งยังแนะให้ประชาชนป้องกันตัวเองจากการถูกยุงกัด และให้ทำลายแห่งเพาะพันธุ์ยุง รวมทั้งใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุง และปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันยุงเข้าบ้านด้วย
ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เอลซัลวาดอร์ และจาเมกา ออกคำแนะนำให้ผู้หญิงเลื่อนการตั้งครรภ์ออกไปก่อนจนกว่าจะมีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมีต้นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา แต่พบการระบาดครั้งแรกในทวีปอเมริกาที่ประเทศบราซิลเมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการที่คนในทวีปอเมริกาไม่มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติต่อเชื้อไวรัสนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ‪#‎Zikavirus‬ ‪#‎Zika‬ ‪#‎WHO‬
ภาพประกอบ คณะผู้บริหารองค์การอนามัยโลกขณะประชุมที่นครเจนีวาวันนี้ (25 ม.ค.)

พรุ่งนี้หนาวอีก3 องศา

ยังหนาวเย็นลงอีกตั้งแต่ภาคเหนือ-กทม. อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 16 อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาฯ ต่อเนื่องถึง 27 ม.ค.นี้ อีสานต่ำสุด 8 องศาฯ ปภ. เตือนก่อไฟผิงระวังไว้ด้วย ส่วนอ่าวไทยมรสุมแรง คลื่นสูงได้ถึง 4 เมตร...    
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 25 มกราคม 2559
    
"บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส
สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีดังนี้
        - ภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่
        - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส
        - ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส
        - กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 ไว้ด้วย
ขณะที่ จ.อุดรธานี ช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค. หลังจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ในช่วงเช้ามืดวันที่ผ่านมา มีลมกรรโชกแรงและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ทำให้อุณหภูมิดิ่งลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ล่าสุดในเขตเทศบาลนครอุดรธานีอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส และในต่างอำเภอ เช่น อ.หนองวัวซอ บ้านผือ นายูง น้ำโสม ซึ่งมีภูมิประเทศติดกับเทือกเขาภูพาน้อย อุณหภูมิแตะที่ 8 องศาเซลเซียส ก่อนที่ช่วงสายวันเดียวกันความหนาวเย็นทรงตัวอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆ
นอกจากนี้ คืนที่ผ่านมา ในหนองน้ำสวนสาธารณะวังมัจฉาหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี เกิดปรากฏการณ์หมอกเหนือน้ำ จากความเย็นของอากาศปะทะความอุ่นของน้ำ ทำให้เกิดเป็นหมอกลอยขึ้นเหนือน้ำ ดูแล้วสวยงามและพบเห็นได้ไม่บ่อยครั้งนัก ขณะที่แม่ค้าตลาดเช้าซอยกำนัน เขตเทศบาลนครอุดรธานี นำเตามาก่อไฟผิงอยู่ข้างแผงขายสินค้า เด็กๆ ต้องสวมเสื้อกันหนาวอย่างหนา สวมหมวกไหมพรมไปเรียนหนังสือ อาหารเช้าทั้งข้าวจี่ทาไข่ ข้าวเปียก โจ๊ก และแกงเส้นร้อน ต่างขายดี 
ด้าน นายสุเทพ มณีโชติ ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรธานี เปิดเผยว่า ความหนาวระลอกสองที่แผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหนาวเย็นมากกว่าระลอกแรก ซึ่งหนาวระลอกแรกในพื้นที่อุดรธานีและใกล้เคียงอุณหภูมิอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส แต่ระลอกสองอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 8-9 องศาเซลเซียส แตกต่างกันสิ้นเชิง ถือว่าหนาวที่สุดในรอบปี อยากเตือนประชาชนให้สวมเสื้อผ้าหนาๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย รวมทั้งการก่อกองไฟ ไม่ว่าจะเป็นรอบบริเวณบ้านและในบ้าน ควรดับให้สนิทก่อนออกจากบ้าน
ส่วนพี่น้องที่อยู่พื้นที่ชนบทห่างไกล คาดจะมีความหนาวเย็นกว่าคนในตัวเมือง หากต้องการผ้าห่มคลายหนาว ให้แจ้งต่อผู้นำท้องถิ่นประสานมาทางศูนย์ ปภ. ตั้งอยู่ริมถนนสายอุดรธานี-สกลนคร กม.ที่ 8 ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี เบอร์โทรศัพท์ 0-4229-0392 หรือเบอร์มือถือ ผอ. 08-9920-1580 ได้ทุกวันในเวลาราชการ.

ประวิตรสั่งทุกหน่วยทหารระบมือก่อการร้าย

บิ๊กป้อม" สั่งเหล่าทัพ-หน่วยมั่นคง พร้อมรับมือ ก่อการร้าย เน้นมาตรการการข่าว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า  พลเอกประวิตร ได้สั่งทหารทุกเหล่าทัพ และหน่วยความมั่นคง พร้อมรับมือทั้งสถานการณ์ในประเทศ และเพิ่มความเข้มข้นในการต่อ ต้านการก่อการร้าย  โดยเน้นมาตรการการข่าว  เพื่อความมั่นคงในประเทศและภูมิภาค คุมเข้ม ทั้งชายแดน และ พิ้นที่เสี่ยง  โดยไม่ประมาท

ทั้งนี้ จากสภาพแวดล้อมความมั่นคงโลกและสถานการณ์ของภูมิภาค  มีแนวโน้มของการก่อเหตุความรุนแรงจากการก่อการร้ายมากขึ้น  ขอให้ หน่วยขึ้นตรงกลาโหม(นขต.กห.)และเหล่าทัพ ให้ความสำคัญและเพิ่มความเข้มข้นกับงานด้านการข่าว ในการติดตามสถานการณ์และความเชื่อมโยงของกลุ่มต่างๆ  ที่มีแนวโน้มเป็นภัยต่อความมั่นคงทั้งภายในประเทศและภูมิภาคมากขึ้น   พร้อมทั้งขอให้มีการเข้มงวดตามแนวชายแดน 

ขณะเดียวกันก็ให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหาร ในการปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ตามความเหมาะสม และความจำเป็นของสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ก็ขอให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเพิ่มความเข้มงวด กวดขัน ในการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญๆในความรับผิดชอบมากขึ้น

บิ๊กป้อมถกสภากลาโหม

บิ๊กป้อม ถกสภากลาโหม สั่งทหารสร้างรับรู้ เข้าใจ กับ ขรก.-ปชช.เรื่อง" ประชารัฐ" เน้นร่วม สร้างความเข้มแข็ง ด้านมั่นคง /ปิ้งไอเดีย ช่วยสวนยาง บูม"ตุ๊กตาลูกเทพ" ถ้าคนชอบก็ตามใจ มันเป็นกระแส ตุ๊กตามีมานานแล้วนะ ไม่วิจารณ์ ขึ้นเครื่อง สอนหนังสือ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า ในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” นั้น พลเอกประวิตร มอบหมายให้ นขต.กห.และเหล่าทัพ นำนโยบาย “ประชารัฐ”ของรัฐบาล มาสร้างการรับรู้กับข้าราชการในหน่วยงาน พร้อมกับการสร้างการรับรู้กับประชาชน 

 พร้อมทั้งพิจารณาปรับแผนงานและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ตามศักยภาพของหน่วย สู่แนวทางประชารัฐที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ระหว่างภาครัฐ ประชาชน และภาคเอกชน ในการสร้างความเข้มแข็งของงานความมั่นคงในมิติต่างๆ ควบคู่กับการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน

ส่วน เรื่อง การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากยางพารา นั้น พลเอกประวิตร  ขอให้ นขต.กห. และเหล่าทัพ ให้ความสำคัญเร่งด่วน ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ตามแนวทางของรัฐบาล โดยให้สำรวจความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพิ่มเติม และใช้ศักยภาพของหน่วยทั้งงานวิจัยและพัฒนา แปรรูปสู่การผลิตที่สามารถใช้เป็นสิ่งอุปกรณ์ประกอบการใช้ในราชการทหาร การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนกิจการอื่นๆของภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในระยะยาว 

พลเอกประวิตร มองปรากฎการณ์ตุ้กตาลูกเทพ ว่า อาจจะสามารถช่วยสวนยาง ได้หาก นำมาผลิตเป็น ตุ้กตา"ตุ๊กตาลูกเทพ" ถ้าคนชอบ ทำได้ก็ดี  แต่มันเป็นกระแส ตุ๊กตามีมานานแล้วนะ ไม่วิจารณ์ ขึ้นเครื่อง สอนหนังสือ

กลาโหมไม่ส่บายใจทหารมีไว้ทำไม

กลาโหม ไม่สบายใจ บทความ"ทหารมีไว้ทำไม"  โฆษกกลาโหม แจงเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจทหาร เราติดหล่มความขัดแย้งมา10ปี อย่าให้เกิดวิกฤติอีก ขอสื่อกรอง อย่าเป็นสะพานสู่ความขัดแย้ง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม มีการฉายวิดีทัศน์ บทบาทหน้าที่ทหาร จนมีการแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีบทความ "ทหารมีไว้ทำไม" ของ อ.นิธิ  เอียวศรีวงศ์  ที่ออกมาก่อนหน้านี้

พลตรี คงชีพ  กล่าวว่า  บทความนึ้ คำถามที่ว่า ทหารมีไว้ทำไม  บั่นทอนจิตใจทหาร อย่างมาก เราติดหล่มความขัดแย้งมานานเป็น10ปี เป็นวิกฤติความขัดแย้งเฉพาะหน้า ที่ต่องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้ง

"ทหารมีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ อธิปไตย พร้อมที่จะอุทิศตน ทั้ง เลือดเนื้อและชีวิต ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ  ในยามที่ประชาชนเกิดวิกฤติ ทหาร ก็เข้าไปถึงในทุกพื้นทึ่  

เราอยากถามกลับไปว่า  เขามีรั้วบ้านมั้ย  บริษัทเขามียามมั้ย  การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ แล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างองค์กร ในเวลานึ้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม  อย่าเป็นสะพานเชื่อมความขัดแย้งสู่สังคม  จึงขอความร่วมมือสื่อด้วย"

นายกแขวะพวกกอดคอกับใครเห็นอยู่

บิ๊กตู่"แขวะ พวก "กอดคอ" อยู่กับใคร ทุกคนก็เห็นอยู่ทั้งหมด มีรูปทั้งหมด  ทำต่างประเทศ ไม่เข้าใจ ถามว่าคนเหล่านี้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง เลือกข้างหรือเปล่า ยัน ผมไม่ได้เลือกข้างใคร ถ้าเขาดีด้วยผมก็ดีด้วย แต่ถ้าผิดกฎหมายทุกคนก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด อย่าเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปนกับเรื่องของกฎหมาย เอาเรื่องประเทศชาติมาปนกับเรื่องส่วนตัว มันไม่ได้"..โยนเรื่องจับนักศึกษาม. บูรพา เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดูแล อยากให้ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม "ยัน"ใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำผิดกฏหมายเท่านั้น

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบเข้าไปจับกุมตัวนายจักรพล ผลละออ นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา  ชลบุรีไปคุมตัวที่มทบ.14 ชลบุรี ว่า เรื่องของนักศึกษาก็ว่ากันไป 

เมื่อถามว่ามีการรายงานเข้ามาหรือยังว่าไปจับกุมด้วยสาเหตุอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวทางฝ่ายความมั่นคงเขาดูแลหลายเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง เดี๋ยวก็ว่ากัน รัฐบาลพยายามที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของความขัดแย้งมากนัก เพราะมันทำให้การพัฒนาของประเทศไปไม่ได้ ทุกคนมีหน้าที่อะไรก็ให้ว่ากันไปพยายามใช้มาตรการที่มันละมุนละม่อม พูดคุยกันซะให้ได้ คือถ้าไปใช้กฎหมายทุกเรื่องมันก็ยุ่งไปหมด ต้องไปดูว่าประเด็นความขัดแย้งคืออะไรถ้ามันเกิดขึ้นจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนกรณีที่องค์การนิรโทษกรรมสากล ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งการจับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยขอร้องแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ที่เราว่าจะพูดให้เขาเข้าใจได้หรือไม่เพราะในเรื่องสิทธิมนุษยชนพูดกันมาหลายครั้งแล้ว แล้วสื่อเคยช่วยพูดให้บ้างหรือไม่ 

"เพราะวันนี้องค์กรระหว่างประเทศที่เขารู้มาก็มาจากบุคคลที่บิดเบือน และจากสื่อที่อาจไม่มีเจตนา และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทุกคนก็รู้กันอยู่ ว่าการดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ก็ทำกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย อย่าไปยึดโยง เมื่อทำความผิดก็คือความผิด กฎหมายก็คือกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็บังคับใช้กฎหมายกับใครไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร"

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเอง เคยระบุว่าได้ชี้แจงกับต่างประเทศแล้วหลายครั้ง ทำไมยังไม่เข้าใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ชี้แจงไปแล้ว แล้วเขาจะเชื่อไหมละ ก็พวกสื่อยังประโคมข่าวอยู่กันอยู่แบบนี้ 

"แล้วไปดูซิที่เราชี้แจงไปยังต่างประเทศ เขากอดคอ อยู่กับใคร ทุกคนก็เห็นอยู่ทั้งหมด จะมาถามให้เป็นเรื่องอีก ก็มีรูปทั้งหมด ถามว่าคนเหล่านี้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง แล้วที่ผ่านมาเขาเลือกข้างหรือเปล่า สำหรับผมไม่ได้เลือกข้างใคร ถ้าเขาดีด้วยผมก็ดีด้วย แต่ถ้าผิดกฎหมายทุกคนก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด อย่าเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปนกับเรื่องของกฎหมาย เอาเรื่องประเทศชาติมาปนกับเรื่องส่วนตัว มันไม่ได้"

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

อ.สมศักดิ์ พูดถึงท่าที มธ.ต่อการที่นศ.ถูกทหารอุ้ม


กระทู้นี้มีลักษณะ "ส่วนตัว" อยู่บ้าง ขออภัยล่วงหน้า
ผมต้องสารภาพว่า อ่านคำให้สัมภาษณ์กรณี "อุ้ม" จ่านิว ของรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มธ (ดูกระทู้ก่อน) แล้ว "ของขึ้น" มาก ทั้งโกรธและเศร้าลึกๆมาก (นี่ผ่านไปเกือบชั่วโมงอารมณ์ยังไม่สงบดี)
ผมคิดถึงเมืองไทยมาก และในสัดส่วนที่ใหญ่มากของความคิดถึง คือคิดถึง มธ ผมโตมากับมหาลัยนี้ ไปกินนอนอยู่ที่นั่นตลอดช่วงการชุมนุม ๑๔ ตุลา แล้วชีวิตก็ไม่เคยห่างจากนั่นเลย (ยกเว้นตอนติดคุกกับตอนไปเรียนนอก) เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่นั่นก็หลายครั้ง
การที่ทุกวันนี้ มีผู้บริหารที่นั่น - ที่ที่เราคิดถึงมากอยู่บ่อยๆ - อีเดียดขนาดมาให้สัมภาษณ์ว่าการที่ทหารเกือบสิบคลุมหน้าเป็นไอ้โม่งกรูกันมาจับนักศึกษาที่หน้ามหาลัย ฯลฯ เป็นอะไรที่ "เป็นไปตามขั้นตอน" มันเป็นอารมณ์ที่ยากบรรยายได้จริงๆ ทั้งโกรธและเศร้า (บังเอิญด้วยว่า ไม่กี่วันนี้ผมเกิด "คิดถึง" การสอนหนังสือที่ มธ มากเป็นพิเศษ นึกภาพการบรรยายวิชาโน้นวิชานี้ .. ไม่แน่ใจว่า การที่มีข่าวเรืองจ่านิวกับเพื่อน อาจจะมีส่วน "กระตุ้น" อารมณ์นี้ขึ้นมาด้วย)
.............
ไหนๆจะพูดอะไร "ส่วนตัว" ในกระทู้นี้ ผมขอพูดไปถึงอีกข่าวหนึ่ง เรื่องที สมชัย กกต ออกมาเปิดตัว "แอ๊พ" หาที่เลือกตั้งน่ะ การกระทำที่ว่าน่าสมเพชยังไงผมจะไม่พูดถึงละ หลายคนพูดกันไปแล้ว
ที่อยากจะเล่านิดนึงคือ ทุกครั้งทีผมเห็นข่าว สมชัย ออกมาพูดหรือทำอะไรห่วยๆ (รวมทั้งข่าวเมื่อเช้านี้) ผมอดรู้สึกเศร้าไม่ได้ ผมโตมากับเขานะ (รู้จักเขาในชื่อเล่นอันนึงทีเขาไม่ใช้แล้ว) ทั้่งในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบที่ทำกิจกรรม แล้วยังเป็นสมาชิกกลุ่ม "ยุวชนสยาม" ด้วยกัน (ผมจะไม่เล่าเรื่อง "ยุวชนสยาม" ในที่นี้ เพราะจะยาว แค่จะบอกว่ามันเป็นกลุ่มที่ใกล้ชิดกันมาก) ทำกิจกรรมโน่นนี่มาด้วยกันเยอะมาก
หลัง ๖ ตุลา เขาย้ายที่เรียนจากกรุงเทพ ไปเรียนที่ "ม.อ." (สงขลา) และได้ไปเป็น นายกฯหรืออุปนายกฯองค์การนักศึกษาที่นั่น ผมออกจากคุกมา เขายังชวนผมไปพูดเรื่อง ๖ ตุลาที่นั่น นั่งรถทัวร์ไปทั้งคืนไปถึงหาดใหญ่ตอนเช้า ยังจำได้ดี (เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมลงใต้) ......
ไม่กี่ปีทีผ่านมานี้ โดยเฉพาะในขณะนี้ ผมอดรู้สึกเศร้าไม่ได้ว่า เขาไม่มีความเคารพตัวเอง (self-respect) หลงเหลืออยู่ขนาดนี้ได้ไง อย่างการกินเดือนเป็นแสนมาเป็นปีในฐานะ "กรรมการเลือกตั้ง" ภายใต้ระบอบที่ไม่มีเลือกตั้งน่ะ? คนเราอย่างน้อยมันควรมี "ศักดิ์ศรี" หรือความเคารพตัวเองมากกว่านั้น .. ความทรงจำของการใช้ชีวิตอย่างมีอุดมคติสมัยเป็นเด็กๆของพวกเรานี่ไม่มีหลงเหลืออยู่เลยหรือ? ถ้าเมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน บอกว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะเป็นคนไม่มีความเคารพตัวเองหรือไม่มี "ศักดิ์ศรี" ไม่มีหลักการอะไรแบบนี้ (พูดแบบแรงๆคือ "หน้าด้าน" อยู่ในตำแหน่งแบบนี้) คงไม่มีทางนึกถึงได้แน่ ....

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ข้าหลวงสิทธิ UN เรียกร้องทางการไทย-ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำทัวร์ราชภักดิ์

Fri, 2016-01-22 17:51

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องรัฐบาล คสช. ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักกิจกรรม 11 คน ที่ถูกจับกุมข้อหาละเมิดข้อห้ามการชุมนุม พร้อมแสดงความกังวลกรณีทหารใช้ถุงคลุมศีรษะ 'จ่านิว' และมีการตบและเตะในช่วงถูกควบคุมตัว โดยขอให้รัฐบาลสอบสวนการกระทำดังกล่าว
22 ม.ค. 2559 สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (United Nations Human Rights Office for South-East Asia (OHCHR) กระตุ้นรัฐบาลทหารไทยให้ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำนักศึกษา 11 คนที่ถูกจับกุมข้อหาละเมิดข้อห้ามการชุมนุม
โดยในใบแถลงข่าวของ OHCHR ระบุว่า สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่กล่าวว่า เขาถูกกลุ่มผู้ชายที่ไม่ได้แสดงตนจับกุมที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วิทยาเขตในกรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันพุธ ในวันพฤหัสบดีตอนเช้า น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ ได้ไปเยี่ยมนายสิรวิชญ์ที่สถานีตำรวจที่เขาถูกควบคุมตัว นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาด้วยความผิดเดียวกัน
มีการนำตัวนักศึกษาทั้งสี่คนไปยังศาลทหารเมื่อวันพฤหัสบดี และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอการไต่สวน ศาลทหารได้ยกคำร้องที่ให้ควบคุมตัวชั่วคราวต่อนักกิจกรรมทั้งสี่คน
นักศึกษาเหล่านี้ถูกออกหมายจับเนื่องจากละเมิดคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ห้ามการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้โดยได้โดยสารรถไฟเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 ไปยังโครงการอุทยานที่กองทัพไทยจัดสร้างขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้เห็นการทุจริตตามข้อกล่าวหาว่ามีขึ้นกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ เจ้าหน้าที่ได้โดยสารไปพร้อมขบวนรถไฟและขัดขวางไม่ให้นักกิจกรรมเหล่านี้ไปถึงจุดหมายปลายทาง
ต่อมามีการตั้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกันกับนักศึกษาอีกเจ็ดคน
“สิทธิที่จะชุมนุมโดยสงบและสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพด้านความเห็น เป็นสิทธิพื้นฐาน และไม่ควรถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง” Laurent Meillan ว่าที่ตัวแทนภูมิภาค OHCHR กล่าว “เรากระตุ้นให้ทางการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักศึกษาเหล่านี้”
นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาละเมิดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดหกเดือน
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนกังวลกับการใช้คำสั่งคสช. แทนที่จะใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 อันเป็นเหตุให้คดีเหล่านี้ต้องเข้ารับการไต่สวนในศาลทหาร เสี่ยงที่จะเกิดการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมและเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์คดี
OHCHR ยังกังวลกับข้อกล่าวหาว่าทหารได้ใช้ถุงคลุมศีรษะนายสิรวิชญ์ระหว่างที่เขาถูกจับกุม ทั้งยังมีการตบและเตะเขาระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมไม่ได้แสดงตน ไม่ได้บอกเหตุผลของการควบคุมตัว ทั้งยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับนายสิรวิชญ์ว่าจะนำตัวเขาไปควบคุมตัวที่ใด
OHCHR กระตุ้นให้รัฐบาลสอบสวนตามข้อกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่โหดร้าย และอนุญาตให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่สอบสวนกรณีนี้อย่างเป็นอิสระ
“ทางการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่เพียงมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หากยังต้องดูแลให้เจ้าหน้าที่ของตนปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้นในทุกสภาพการณ์ด้วย” Meillan กล่าว
ในฐานะรัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) รัฐบาลไทยมีพันธกรณีต้องคุ้มครองเสรีภาพของพลเรือนของตน รวมทั้งสิทธิที่จะปลอดพ้นจากการควบคุมตัวโดยพลการ การได้รับแจ้งข้อกล่าวหาที่มีต่อตน การเข้าถึงทนายความ และการไต่สวนโดยศาลที่เป็นอิสระและไม่ลำเอียง

ISIS พบผู้นำศาสนาในนราธิวาส, ชักชวนเยาวชนเรียนรู้


21 ม.ค. 59 บางกอกโพสต์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงที่ไม่เปิดเผยว่า มีรายงานว่าสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS ได้พบปะผู้นำศาสนาที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ในอ.สุไหงโกลก จ. นราธิวาสเมื่อปลายปีที่แล้ว พร้อมทั้งบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามยังได้ชักชวนเยาวชนให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ ISIS อีกด้วย 
 
รายงานข่าวของบางกอกโพสต์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาทั้งสามมีสัญชาติ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ 
 
ในขณะเดียวกัน พลโท วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจพิเศษที่ 36 จ.นราธิวาส ให้สอบสวนเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พลโทวิวรรธน์ได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ออกมาเมื่อวานว่า ว่า ผู้ต้องหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามทั้งสามคนถูกจับกุมแล้ว 
 
พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ. ฉก. นราธิวาส กล่าวกับบางกอกโพสต์ว่า มีรายงานมาก่อนหน้านี้แล้วว่า กลุ่มคนที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลามอาจลักลอบเข้ามาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในอ.สุไหงโกลก เพื่อหลบซ่อนตัว
 
เมื่อวานนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า กำลังสืบสวนเรื่องดังกล่าวว่า เป็นความจริงหรือไม่
///////////

นายกฯ ขอเป็นเรื่องลับ ตรวจสอบข่าว จับผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับ IS ที่นราธิวาส แต่ยังไม่ยืนยัน ถามแล้วได้อะไรขึ้นมา ระบุอะไรที่เป็นเรื่องลับ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบ ทั้งกับประเทศและตปท. วอนสื่อพืจารณาเสนอข่าวแบบนี้ มันถึงมีระบุว่า ลับน้อย ลับมาก ลับที่สุด ไม่ใช่ประชาขนต้องรู้ทุกเรื่อง บางเรื่องเป็นเรื่องที่ค่องบริหารประเทศให้ไปให้ได้ มันเป็นเริ่องความมั่นคง ถามว่า จับได้มั้ย เป็นIS หรือเปล่า แล้วได้อะไรขึ้นมา ออกข่าวว่า มีในบ้านเราแล้วเหรอ แล้วได้อะไรขึ้นมา 

ส่วนการที่ รมต.ออสเตรเลีย จะมาพบ พลเอกประวิตร คุยแผน ต่อต้านก่อการร้าย หลังISเคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้มากขึ้นนั้น นายกฯ บอกว่า เราทำอยู่แล้ว ทำทุกอย่าง ทุกด้าน แลกเปลี่ยนข่าวสาร ก็ทำแล้ว มีมาตรการด้านความมั่นคง อยู่แล้ว ในทุกด้านเราต้องเข้มแข็งก่อน ยังตีกันอยู่เลย ประเทศที่เข้มแข็งกว่าเรา ยังเกิด แล้วเราเข้มแข็งรึยัง พอจะซื้อเครื่องมือ ทันสมัย ตรวจสอบ ใบหน้า การเข้าออก ก็มาโจมตีว่าแพง

บิ๊กป้อม ฮึ่ม!! พวกอ้างชื่อ ทำเข้าใจผิด จะเล่นการเมือง ยันไม่เคยยุ่งกับใคร ไม่สนใจ รธน.จะห้าม คสช. เล่นการเมือง หรือไม่

บิ๊กป้อม ฮึ่ม!! พวกอ้างชื่อ ทำเข้าใจผิด จะเล่นการเมือง ยันไม่เคยยุ่งกับใคร ไม่สนใจ รธน.จะห้าม คสช. เล่นการเมือง หรือไม่ เพราะไม่เล่นอยู่แล้ว อีก100ปี ก็ไม่เล่น
พลเอกประวิตร รองนายกฯ/รมว.กห. และรองกน. คสช. ไม่สนว่า ร่างรธน.จะกำหนดให้คสช.เว้นวรรคการเมือง5ปีหรือไม่เพราะผมไม่เล่นการเมืองอยู่แล้ว ไม่ว่า จะเว้นวรรคกี่ปี จะ100ปี หรือจนผมตายไปแล้วก็ได้ เพราะผมไม่เล่นการเมือง มีแต่คนอ้างชื่อผม ผมไม่เคยยุ่งกับใคร ระวังไอ้พวกอ้าง ทำผมเสียหาย"
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่วคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เว้นวรรคการเมือง 5 ปี ว่า ผมไม่เกี่ยงจะกี่ปีก็ได้
"จะให้เว้นวรรค 100 ปีก็ได้ เพราะผมไม่คิดจะเล่นการเมือง ที่ผ่านมาก็รู้สึกเข็ด เพราะโดนอ้างชื่อมาตลอด อ้างกันทุกวัน ซึ่งพวกที่อ้างชื่อผมขอให้ระวังเอาไว้ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่อย่าไปเชื่อ มาอ้างชื่อผมอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่มีหรอก เพราะผมไม่เคยไปยุ่งอะไรกับใคร ผมโดนอ้างทุกวันไม่รู้จะอ้างไปทำไม ซึ่งทำให้ผมเสียหาย"
เมื่อถามว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะทำให้การเลือกตั้งสะดุด หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าทางกรธ.ก็พยายามทำให้ดีที่สุด แต่ประชาชนกว่า 65 ล้านคนต่างคนต่างคิด แต่ควรทำให้ภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นก็จะสะดุดแบบนี้ สำหรับกรณีที่นักการเมืองออกมาคัดค้าน ตนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ตรงใจตนเอง และพยายามคัดค้านอย่างที่สุด แต่รัฐบาล และ คสช.พยายามดำเนินการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วตามโรดแมป ปี 2560 มีความชัดเจนแน่นอน
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะนำเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้คิด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ (ชั่วคราว) ไม่ได้เขียนไว้ เพราะฉะนั้นจะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสากลของประเทศ และเป็นกติกากลางก็ปฏิบัติไปตามนั้นก่อน อย่าไปถามเรื่องข้างหน้า เพราะตอนนี้ตนยังไม่รู้ และยังทำอะไรไม่ได้ อะไรที่ผิดจากรัฐธรรมนูญยังทำไม่ได้ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด นอกจากจะไปมโนกันเอาเอง เพราะส่วนใหญ่ก็มโนกันมันถึงวุ่นวายกันแบบนี้ เช่นมีการทุกจริตแบบนั้นแบบนี้
“ถ้าพบว่ามีการทุจริตให้บอกผมเลย ใครทำทุจริตเรื่องนั้นเรื่องนี้บอกมาให้ชัดเจน ไม่ใช่ไปพูดว่ากันไปจนเสียผู้เสียคนเป็นคนๆ ไป และเกิดความเสียหาย ไม่เช่นนั้นก็ฟ้องร้องศาลกันไปเลย ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลไม่ได้เข้ามาเพราะอยากมีอำนาจ แต่เข้ามาแก้ไขปัญหา เพราะที่ผ่านมามีปัญหาที่อย่างหลายเรื่อง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

EU ให้เวลาไทยอีก3-4 สัปดาห์เร่งแก้ประมงผิดกม.เน้นบังคับใช้กม.


EU ให้เวลาไทยอีก3-4 สัปดาห์เร่งแก้ประมงผิดกม.เน้นบังคับใช้กม. มาตรการแซงชั่นสินค้าที่ใช้แรงงานผิดกม.ให้คนไทยไม่ซื้อ แต่ไม่กำหนดกรอบเวลาประเมินใบเหลือง เมื่อใด คาดรู้ผลอีก6เดือน "พลเอกประวิตร" เอาจริง เตือนโรงงาน เจ้าของสินค้าเกี่ยวกับประมง ใช้แรงงานทาส ทำผิดกม.ต้องถูกแซงชั่น ส่วน เรือประมงทำผิด จะส่งทหารเรือ ตร.น้ำตามจับ เขื่อEU พอใจ ว่าเราทำดีขึ้น มากกว่าที่เคยเป็นมา แต่ไม่รู้จะประเมินเราอย่างไร แต่ยันต้องทำต่อให้ดีที่สุด เร่ง จนท.ทุกฝ่าย เข้มขึ้น แนะ ด้านเลึ้ยงหมู เลี้ยงไก่ ก็ต่องทำให้ถูกต้องด้วย ไม่ใช้ แรงงานทาส
ที่กลาโหม นาย Cesar Deben ที่ปรึกษา EU นำทีม จนท.EU มาพบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม คุยการแก้ปัญหาประมงผิดกม. โดยมี พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผบทร./ผบ.ศปมผ. และ นาย วีรชัย พลาศรัย หัวหน้าทีมฝ่ายไทยประสานEU ร่วมด้วย
พลเอกประวิตร เผยว่า EU มาพบศปมผ./ทร. ตั้งแต่18 มค. ยังไม่บ่งบอกทีท่าใดๆว่าจะดีหรือไม่ดี เพราะเราก็ให้ทุกอย่างกับเขา ให้ตรวจดูทุกอย่าง ต้องรอผลจะรอดใบเหลืองหรือไม่ ยอมรับบางเรื่องทำไม่ทัน ที่EUแนะนำ ต้องใช้เวลา แต่ทุกหน่วยทำเต็มที่ตามที่เขาแนะนำ และออกกม.
พลเอกประวิตร เผยว่า เราก็ทำตามที่EU แนะนำมาตลอด อย่างเต็มที่ แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เนื่องจาก เราเพิ่ง ออก พรก.ประมง ดังนั้น ทางEU จึงอยากให้เราเน้น การบังคับใช้กม. โดยเฉพาะเรือประมง ที่ออกไปทำประมงนอกน่านน้ำ แล้วเราเรียกไม่กลับ ก็ตัองตามจับกุม เราก็จะส่ง ทหารเรือ และตำรวจน้ำ ตามไปจับเลย
นอกจากนึ้ บรรดาโรงงานผลิต สินค้าประมง นั่น จะต้องไม่ใข้แรงงานเด็ก แรงงานทาส ซึ่งทางรัฐบาล จะต้องดำเนินการตามกม. ต้องมีการระบุ แหล่งผลิต ที่มาของประมง จับมาได้จากที่ไหน ให้ชัดเจน
" ซึ่ง EU เขาก็ โอเค กับเรา แนะนำให้เราทำ แก้ไขในเรื่องต่างๆ เขาบอกว่า ที่เราทำมานี่ดีขึ้นมาก แต่ต้องทำให้เป็นไปตามหลักสากล และ ยั่งยืน ต่องไม่มีอีก พวกเจ้าของเรือ หรือโรงงาน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ ประมง ต่องทำให้ถูกต้อง เมื้อได้ อาญาบัตร ไปแล้ว ก็ต้องทำให้ถูกต้อง ไม่ใข่ทำผิด แล้วมาเกิดผลกระทบต่อรัฐบาล ทำให้อาชีพประมงของเราเสียหาย" พลเอกประวิตร กล่าว
โดยทาง EU ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร แค่บอกให้เราทำให้ดี และไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าตจะประเมินผล เรื่องใบเหลืองเราเมิ้อใด แต่เขาด็ให้เราทำต่อไป อย่างเต็มที่ ก็ให้เวลาเราในการแก้ไข ตามที่เขาแนะนำ ให้เราพยายามไปเรื่อยๆ ยังไงเราก็ต้องทำต่อไปอยู่แล้ว ไม่ว่า เราจะได้ใบเหลือง ใบเขียว หรือใบแดง อย่าไปกังวล เราทำทุกอย่างให้ดี จนท.ทุกคนทุกฝ่าย ทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ จับปลา แต่สินค้าอื่น เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ อะไร ก็ต้องทำให้ถูกต้องด้วย รวมถึงการค้ามนุษย์
พลเอกประวิตร กล้าวว่า ซึ่งที่ผ่านมา เราก็ทำเต็มที่ ผมต้องขอบคุณ จนท.ทุกฝ่าย แต่เราก็ต้องทำให้เข้มข้นขึ้น ให้เป็นไปตามพรก.ประมง ที่เราออกมา และเป็นไปตามหลักสากล ส่วนจนท. ที่เกี่ยวกับการออกกม.ลูก ก๋ต้องเร่งออก และทำให้ดีที่สุด เพื้อให้ภาพรวมของประเทศ ดีขึ้น
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวว่า ทางEU ก็พอใจ การแก้ปัญหาประมงของเรา แต่ก็หวังว่าในเวลาอีกราว 3-4 สัปดาห์ ข้างหน้า เราจะเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่สำเร็จตาม ที่เขาแนะนำ ท่านพลเอกประวิตร ก็รับทราบ เขาก็พอใจ ที่เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็ต่องรอดูผล การทำงานของเรา ในช่วงอีกเดือนข้างหน้า ด้วย
โดยEU เขาตั้งข้อสังเกตุ ทั้งในเรื่องการบังคับใช้กม. คดี ศักยภาพของ จนท. การติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าตรวจของเรือประมง และเขาต้องการเห็น นโยบายจากระดับสูงว่า ชัดเจน จริงจังแค่ไหน ในการแก้ปัญหานี้ เขาจึงมาพบ พลเอกประวิตร
ในภาพรวมเขื่อว่า ทางEU พอใจ เพราะเรามีคารางการทำงาน ให้เขาเห็น แล้วเรามีทีมประสานงาน ที่มี นาย วีระชัย พลาศรัย ทูตไทยประจำUN มาเป็น หัวหน้าชุดประสานงานกับ EU
นายปณิธาน กล่าวว่า ทางEU ไม่ได้กำหนดว่า เขาจะประเมินเราเมื่อใด ก็เป็นเรื่องภายในของเขา แต่เชื่อว่า มีเวลาอีกสีกพักหนึ่ง แต่เราก็จะไม่รีรอ เราต่องเร่งแก้ปัญหาเลย
พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า คณะEU ได้แนะนำไทยในการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. Law Enforcement ไทยต้องเร่งรัด มีความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายประมง และ ทุกฝ่ายต้องทำตามกฎหมาย หากพบว่า มีเรือประมงทำผิดกม. แล้วหนีการจับกุม ทางจนท.รัฐ ก็ต้องไปตามจับกุม
2. หากพบเรือประมง โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์จากการทำประมงผิดกฎหมาย จะต้องมีมาตรการแซงชั่นทันที ทั้งจากรัฐบาล และประชาชนคนไทย ที่จะไม่ซิ้อ ไม่ใช้สินค้า นั้น
3.ไทยต้องร่วมมือกับทุกฝ่ายและส่งสัญญาณไปยังนานาชาติให้เห็นความจริงใจและตั้งใจของไทยในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ EU ยังฝากให้ดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานทั้งหมด ไม่เฉพาะแรงงานประมง แต่แรงงานด้านอื่นด้วย
พร้อมแนะนำว่าไทยควรแสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าไทยไม่สนับสนุน เรือประมง ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสากล และยังขอให้ไทยคุ้มครองการทำประมงชายฝั่งในระยะ12ไมล์ทะเล รวมถึงต่อต้านการค้ามนุษย์
โฆษกกห.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำว่าไทยจะยึดกฎหมายสากล ทำตามคำแนะนำของคณะEU และจะบังคับใช้กฎหมายประมงใหม่ของไทยอย่างเข้มงวด แต่ขอให้อียูเชื่อมั่นและให้เวลาไทย เพื่อการแก้ปัญหาในระยะยาว
โดยมีรายงานว่า จนท.EU ซึ่งมาไทย ครั้งนึ้เป็นครั้งที่2 และเชื่อว่า จะมาตรวจสอบอีก เป็นระยะๆ เพื่อทำรายงาน เสนอ EU และจะประเมินผลอีกที ในอีก6 เดือนข้างหน้า แต่ก็เร่งให้ไทยแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด

"บิ๊กหมู" สุดห่วง สั่ง กอ.รมน. แจงข่าว ยันไม่มีจับมIS ที่ นราธิวาส


"บิ๊กหมู" สุดห่วง สั่ง กอ.รมน. แจงข่าว ยันไม่มีจับมIS ที่ นราธิวาส และขอช่วยกันตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนการเผยแพร่ข่าวสาร หวั่นบานปลาย ตื่นตระหนก ยัน จนท.ฝ่ายความมั่นคง ไม่ประมาท เฝ้าระวังเต็มที่ แม้แต่การเผยแพร่แนวคิด ชักชวนหนุนIS ทาง ออนไลน์
พลตรี บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ชี้แจง ข่าวการจับกุมสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือIS ใน จ.นราธิวาส ว่า กอ.รมน.ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ทุกหน่วยแล้ว ไม่พบมีการจับกุมตามที่เป็นข่าว
จากข่าวที่เกิดขึ้น พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. มีความห่วงใยการรับรู้ของสาธารณชนต่อประเด็นข่าวที่มีความอ่อนไหวลักษณะนี้
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน กอ.รมน. จึงขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวคิดตามอุดมการณ์ของกลุ่มรัฐอิสลามในประเทศไทย
ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยยังคงปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท และเพิ่มมาตรการติดตาม เฝ้าระวัง ตั้งแต่การผ่านเข้า-ออกประเทศของบุคคลผู้ต้องสงสัยตามการประสานข้อมูลของประชาคมข่าวระหว่างประเทศ
รวมตลอดถึงความเคลื่อนไหวการเผยแพร่แนวคิดและชักชวนกันในสังคมออนไลน์ จึงขอให้สังคมช่วยกันตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง
"หากยังไม่มีการยืนยัน ควรระมัดระวังการเผยแพร่ข่าวสารที่ได้รับ จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลและสถานที่ของผู้ถูกกล่าวหา และบานปลายกลายเป็นความตระหนกของสาธารณชน" พลตรีบรรพต กล่าว
สำหรับความเกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มรัฐอิสลามกับสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. นั้น หากผู้ใดมีข้อมูลชัดเจนแล้ว ขอให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์โดยปราศจากข้อเท็จจริง โดยขอให้เห็นแก่ความสงบสุขของคนในพื้นที่ จชต. ที่จำต้องทนเบื่อหน่ายกับการสร้างสถานการณ์ต่อเนื่องมานานหลายปี
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ที่ผ่านมาจะเห็นการรวมพลังแสดงออกของทุกภาคส่วนมาแล้วหลายครั้งในการยืนยันเจตนาร่วมกันปฏิเสธความรุนแรง และไม่ยอมรับการก่อการร้าย
อีกทั้งการนำสถานการณ์ในภูมิภาคมาผนวกกับสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. ยังถือเป็นการสวนกระแสความต้องการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธีที่กำลังดำเนินอยู่อีกด้วย

"พลเอกประวิตร" ให้คำมั่น สหภาพยุโรป ในการแก้ปัญหาประมงผิดกม.อย่างจริงจัง


"พลเอกประวิตร" ให้คำมั่น สหภาพยุโรป ในการแก้ปัญหาประมงผิดกม.อย่างจริงจัง ยึดหลักสากล-ยึดคำแนะนำของ EU -เร่งบังคับใช้กม. เผยEU ให้ข้อสังเกตุ ข้อแนะนำ5 ประเด็นการบังคับใช้กม. คุณภาพแรงงาน มาตรการในประเทศ และปราบ การค้ามนุษย์
ที่กลาโหม นาย Cesar Deben ที่ปรึกษาด้าน IUU Fishing และคณะผู้แทนฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกและ รมว.กลาโหม โดยมี พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห. พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกห. และ พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ร่วมหารือด้วย
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า ได้มีการหารือถึงการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายร่วมกัน
พลเอกประวิตร รองนรม.และรมว.กห. ได้รายงานให้ทราบถึงความพยายามและความคืบหน้าของไทยต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว
คณะผู้แทน EU ได้กล่าวขอบคุณและเห็นถึงความก้าวหน้าที่มีพัฒนาการไปในทางที่ดีและเป็นตามหลักสากลมากขึ้น ทั้งทางด้านกฎหมาย การดำเนินนโยบายใหม่ ๆ และความร่วมมือกับนานาประเทศ
โดย คณะผู้แทน EU ได้เสนอและให้คำแนะนำที่สำคัญ ดังนี้
• การให้ความคุ้มครองการทำประมงในระยะ 12 ไมล์ทะเล : โดยเสนอให้มีการหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับชาวประมงท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการทำประมงที่ถูกต้อง
• การบังคับใช้กฎหมายประมง : เสนอให้จัดทำกฎหมายให้ชัดเจนที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตาม และควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยให้มีการแยกคดีเป็นกลุ่มประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งเสนอให้มีการต่อต้าน (Sanction) จากภาคประชาสังคม ต่อการทำประมงและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
• การควบคุมกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ที่ได้จากประมง : ไทยมีความร่วมมือกับทุกภาคส่วนดีอยู่แล้ว จึงเสนอให้ได้มีการส่งสัญญาณดังกล่าวไปยังนานาชาติ เพื่อสร้างการรับรู้ต่อการดำเนินการของไทย
• การพัฒนาสวัสดิภาพแรงงาน : ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับ รมว.แรงงาน มีผลการพัฒนาสวัสดิภาพแรงงานประมงไทยทั้งระบบดีขึ้น จึงอยากเสนอให้มีการพัฒนาสวัสดิภาพแรงงานด้านอื่นๆควบคู่กัน และขอให้มีมาตรการตรวจสอบการเข้า-ออกของเรือประมงจากท่ามากขึ้น เพื่อพัฒนาสวัสดิภาพแรงงานประมงบนเรือด้วย
• ปัญหาการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง : เสนอให้มีมาตรการดูแลเรือ บริษัท/เจ้าของเรือ โดยเฉพาะเรือประมงนอกน่านน้ำไกล ๆ ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสากล ไทยควรมีความชัดเจนว่าไม่สนับสนุนเรือของบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสากล พร้อมกับส่งสัญญาณให้นานาชาติทราบด้วย ขณะเดียวกัน ขอให้ไทยเร่งแก้ปัญหา โดยเร่งกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับการใช้แรงงานผิดกฎหมายในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำที่ยังมีอยู่
นาย Cesar Deben กล่าวในตอนท้ายว่า “คณะผู้แทน EU สนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายใหม่ๆ ของไทย ที่ส่งผลต่อพัฒนาการแก้ปัญหาที่ดีขึ้นและจะให้ความร่วมมือกับไทยต่อไป ซึ่งการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ถือเป็นความท้าทายของไทยและนานาชาติที่ต้องร่วมมือกันและหวังว่าคงได้เห็นความชัดเจนถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาของไทยในอนาคต”
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณคำแนะนำพร้อมกับกล่าวในภาพรวมว่า “การแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อแก้ปัญหาฐานรากของการทำประมงไทยให้ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นสำคัญ
โดยขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยและทุกภาคส่วนของสังคมให้ความสำคัญกับความพยายามทำงานต่อเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยยึดมั่นต่อ ..1) การปฏิบัติตามหลักกฎหมายสากล ..2) การปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะผู้แทน EU .. 3) การปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศของไทย ขณะเดียวกันเราก็ได้พยายามสร้างการรับรู้และความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ต่อการดำเนินงานร่วมกันทั้งในและต่างประเทศ จึงขอเวลาให้เราได้ทำงาน ซึ่งเราจะทำและทำต่อไปเพื่อให้เราสามารถปรับเปลี่ยนสู่การทำประมงที่ถูกกฎหมายอย่างยั่งยืนและได้รับการยอมรับจากนานาชาติในที่สุด”

รมต.ออสเตรเลีย ห่วงความเคลื่อนไหวของกลุ่มIS ในภูมิภาค



รมต.ออสเตรเลีย ห่วงความเคลื่อนไหวของกลุ่มIS ในภูมิภาค คุย พลเอกประวิตร เพิ่มความร่วมมือ ต้านก่อการร้าย
นาย Michael Keenan รมว.ยุติธรรมเครือรัฐออสเตรเลียและคณะ เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ กลาโหม ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกห. กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือกันในการแก้ปัญหาต่างๆ ประกอบด้วย ปัญหาการก่อการร้าย ปัญหาการก่ออาชญากรรมข้ามชาติและปัญหายาเสพติด
"ออสเตรเลียมีความกังวลต่อการขยายตัวของการก่อการร้ายในภูมิภาค โดยเฉพาะการก่อเหตุและการจับกุมกลุ่ม IS ในประเทศต่าง ๆที่เกิดขึ้นปัจจุบัน "
ต่อเรื่องดังกล่าวออสเตรเลียได้พัฒนากฎหมายภายในประเทศซึ่งเอื้อต่อการปฏิบัติของตำรวจและหน่วยงานการข่าว ให้มีอำนาจจับกุมและมีเสรีในการปฏิบัติต่อเรื่องนี้มากขึ้น
ขณะเดียวกันออสเตรเลียกำลังประสบกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหายาเสพติดมากขึ้น จึงให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากความร่วมมือของศูนย์ระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติต่อเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ได้กล่าวว่า ไทยยินดีให้ร่วมมือกับออสเตรเลีย ทั้งปัญหาการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติและยาเสพติด โดยเฉพาะความร่วมมือด้านกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ นายกฯ ที่ต้องการใช้กลไกทางกฎหมายขับเคลื่อนแก้ปัญหาดังกล่าว
"แม้ประเทศไทยยังไม่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายโดยตรง แต่มีการเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเข้า-ออกของกลุ่มต่างๆที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย"
พร้อมทั้งขอบคุณรัฐบาลออสเตรเลีย ที่เข้าใจและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยกำลังดำเนินการทุกอย่างตามโรดแมปที่กำหนด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้มีการทำประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดให้มีการเลือกตั้งได้ตามกำหนดในปี 2560

ทีมผู้บริหารกทม.ไม่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ “ผิดใจกันบ้างเดี๋ยวก็ดีกัน”

17

กรณีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค กทม. ร่วมแถลงจุดยืนคณะกรรมการบริหารพรรคกรณีที่มีแนวทางการบริหารแตกต่างกันระหว่างพรรคกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรโดยระบุว่า จากนี้ไปการบริหารของ กทม.ถือเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะพรรคไม่สามารถใช้ระบบและกลไกในการสนับสนุนติดตามตรวจสอบ การทำงานของกทม.ได้
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มกราคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. ได้เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง ประกอบด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. นางบุศกร คงอุดม เลขานุการผู้ว่าฯกทม. นายยุทธพันธุ์ มีชัย ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. เพื่อหารือเกี่ยวกับทิศทางการทำงานของกทม.ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ตัดความรับผิดชอบในการทำงานของกทม.
ต่อมาเวลา 14.30 น. นางผุสดี เป็นประธานแถลงภายหลังการประชุมว่า จากการหารือร่วมกันและการหารือกับผู้ว่าฯกทม. ที่อยู่ในต่างประเทศ ขอยืนยันว่าผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหารกทม. ทุกคน ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกคนที่มีข้อสงสัยและต้องการตรวจสอบการทำงานของกทม. ตามกระบวนขั้นตอนทางกฎหมายและกลไกของรัฐที่มีอยู่โดยไม่ลังเล และยืนยันว่าทุกคนยินดีเต็มใจรับข้อเสนอแนะจากประชาชนผ่านทุกช่องทาง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงานอื่นๆ ก็จะเดินหน้าต่อไปตามนโยบายของผู้ว่าฯกทม. และจนถึงวันนี้ขอยืนยันว่าผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารกทม.ทุกคนยังคงเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าพรรคเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ต่างจากองค์กรอื่นที่มีข้อสะดุดบ้างเป็นครั้งคราว แต่อย่างน้อยที่สุดพรรคก็ถือเป็นสถาบันทางการเมืองที่สังคมต้องมี เพราะฉะนั้นเราทุกคนยังเป็นสมาชิกพรรค และผู้ว่าฯกทม.ก็ยังคงเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีการลาออกแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเปิดเวทีทำความเข้าใจกับทางพรรคและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคหรือไม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น นางผุสดี กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ยังคงเดินหน้าทำงาน ส่วนความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการกันต่อไปในอนาคต
เมื่อถามว่า คิดว่าสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร นางผุสดี กล่าวว่า ไม่ทราบ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้น หากใครมีข้อสงสัยอะไร ผู้ว่าฯกทม.ก็บอกตลอดว่าแจ้งมาโดยตรงได้เลย และสั่งให้ผู้บริหารทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทุกเรื่องที่ต้องการการตรวจสอบ และเมื่อกระบวนการเดินหน้าไปสุดที่ตรงไหนแล้วก็ต้องยอมรับในการตัดสิน
“เมื่อก่อนเมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการประชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกวันอังคาร ก็ได้เป็นตัวแทนกทม.ในการรายงานและชี้แจงการทำงาน แต่ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ จึงไม่มีเวทีหารือกับพรรคอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่อาจมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันบ้าง และทางพรรคก็อาจไม่เข้าใจการทำงานของกทม. อย่างตนก็มีงานที่รับผิดชอบเยอะมาก จึงอาจไม่มีเวลาที่จะร่วมหารือเมื่อร่วมนัดหมายอย่างไม่เป็นทางการ” นางผุสดี กล่าว
เมื่อถามว่า ได้มีการชี้แจงกับพรรคประชาธิปัตย์หรือยัง ในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานและความโปร่งใส นางผุสดี กล่าวว่า ประสิทธิภาพและความโปร่งใสคือหัวใจของการทำงานของผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหาร ดังนั้นหากมีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ขอให้บอกมา แน่นอนว่าเรื่องนโยบายอาจไม่ได้ผลเต็ม 100 เปอร์เซนต์เต็ม เช่น เรื่องโรงเรียน ดังนั้นหากทุกคนเจอเรื่องใดมา ก็สามารถบอกกทม.ได้ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป ซึ่งการทำงานอยู่ตรงนี้ภายใต้นโยบายของผู้ว่าฯกทม. ก็ไม่ได้หนีไปจากอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางการศึกษาและสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของประชาชน
เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตัดความรับผิดชอบกับกทม. มีผลต่อการตัดสินใจในอนาคตทางการเมืองของทีมงานผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ นางผุสดี กล่าวว่า ตนเป็นคนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคที่ถูกเสนอให้มาทำหน้าที่รองผู้ว่าฯกทม. และได้รับโอกาสจากผู้ว่าฯกทม. ถือว่าการทำงานตรงนี้มาด้วยเงื่อนไขต้องทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถให้ดีที่สุด หากถามว่าคิดถึงความก้าวหน้าทางการเมืองหรือไม่ ส่วนตัวคิดไปทีละจุด ถ้าคิดว่าจะลาออกจากรองผู้ว่าฯ เพื่อความก้าวหน้าทางการเมือง ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีของนักการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นางผุสดี กล่าวว่า ไม่เคยคิดเลย ไม่ได้คิดถึงถึงเรื่องนั้นเลย
ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน มีกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา เชื่อว่าเดี๋ยวก็ดีกัน ไม่มีอะไร