PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความบังเอิญในไทม์ไลน์สถานการณ์2551กับ2556จากโมเดลม็อบพธม.ยึดสนามบินถึงม็อบราชดำเนินบุกยึดสถานที่ราชการ

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

- นายสุเทพ นำยึดกระทรวงคลัง สำนักงบประมาณ
- ม็อบปิดล้อม ช่อง 3 โมเดิร์นไนน์ ส่วนช่อง 7 มาแล้วกลับที่ตั้ง
- ม็อบที่สตช. กับ มท. ถอนกำลังกลับมารวมตัวกับม็อบหน้า บช.น.
- ม็อบหน้าบช.น. ตรึงคนกดดันเจ้าหน้าที่
- ม็อบคปท. พยายามจะทลายแบร์ริเออร์หน้าวัดเบญฯ เข้าทำเนียบ ก่อนตัดสินใจถอยกลับที่ตั้งนางเลิ้ง
- นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ขอให้ชุมนุมตามกรอบกฎหมาย ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษเพิ่มเติม
- นายสุเทพ ขออาสาสมัครเดินหน้าบุกยึดกรมประชาสัมพันธ์ต่อ
- กปท.-กองทัพธรรม ชุมนุมบริเวณแยกการเมือง ยังไม่ฝ่าแนวตร.
- ศอ.รส.แจ้งความเอาผิดนายสุเทพ ฐานบุกยึดสำนักงบตัดน้ำไฟไล่ราชการ 
- สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในประเทศไทย แถลงการที่ม็อบทำร้ายผู้สื่อข่าวเป็นการละเมิดสิทธิ
- สรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดัง ออกมาพบม็อบเทพเทือก ที่หน้าช่อง 3 เป็นครั้งที่ 2 ชี้แจงการทำข่าวต้องเป็นกลาง ขณะที่แกนนำม็อบขอให้ผู้ชุมนุมกลับไปราชดำเนิน เพราะบรรลุจุดมุ่งหมายแล้ว
- สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์-นักข่าวนสพ. แถลงเรียกร้องแกนนำ-ม็อบ เข้าใจการทำงานของสื่อ
- กระทรวงศึกษา, ข้าราชการมุดรั้วหนีม็อบ
- โฆษก บช.น. ชี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ บุกยึดสำนักงบฯ อาจเข้าข่ายกบฏ
- นายสุเทพชี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นโมฆะไปแล้ว เผยแผนตั้งคณะกรรมการประชาชน

ลำดับเหตุการณ์ ม็อบยึดสถานที่ราชการ

วันจันทร์ 25 พ.ย.2556

-10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และมวลชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ประมาณ 1,000 คน นำโดยนายสุพล จุลใส นายก อบจ.ชุมพร และนายกฤษณ์ แก้วรักษ์ นายก อบต.ท่าข้าม อ.ท่าข้าม จ.ชุมพร ประธานชมรมการปกครองส่วนท้องถิ่น  เดินเท้าจากบริเวณถนนราชดำเนิน มายังถนนอัษฎางค์ ก่อนปักหลักอยู่ที่แยกสะพานช้างโรงสี หน้ากระทรวงมหาดไทย โดยแกนนำ เรียกร้องให้นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ออกมาให้การต้อนรับ

แกนนำใช้รถขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยขนาดเล็กทวงถามความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับงบประมาณของหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐบาลเคยสัญญาว่าจะให้16,000ล้านบาทแต่สุดท้ายได้มาเพียง2,000ล้านบาทเท่านั้นตอนนี้ภาคใต้น้ำท่วมรัฐบาลทำอะไรอยู่จึงไม่ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติและถามว่าพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านที่จะเอามาสร้างรถไฟความเร็วสูงนั้นคนใต้จะได้อะไรบ้าง

อีกประเด็นเป็นเรื่องการเข้ามาชุมนุมที่ถนนราชดำเนินที่ก่อนหน้านี้องค์กรปกครองท้องถิ่นได้รับหนังสือแจ้งว่าห้ามไม่ให้นายกองค์กรส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านเดินทางออกนอกพื้นที่และห้ามไม่ให้มาชุมนุมที่กรุงเทพแต่ทำไมยังเห็นรมว.มหาดไทยไปขึ้นปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงได้แบบนี้เรียกว่าเป็นการกระทำสองมาตรฐานหรือไม่

ราวครึ่งชม.การปราศรัยเข้มข้นขึ้นมวลชนส่งเสียงโห่ร้องและเป่านกหวีดเสียงดังสนั่นแกนนำกล่าวเชิญชวนให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยออกมาร่วมกับผู้ชุมนุมแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณอย่าเกรงกลัวผู้บังคับบัญชาอยากให้ออกมาสู้ด้วยกันทำเพื่อประเทศชาติ

ต่อมากลุ่มคปท.จำนวนหนึ่งได้เข้ามาสมทบเพิ่มเติมนายจรินทร์รองปลัดกระทรวงฯเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเดินเข้าในเขตกระทรวงฯและมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และข้าราชการกระทรวงฯสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมยืนยันจะปักหลักที่หน้ากระทรวงมหาดไทยจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานเพื่อรอรับข้าราชการที่จะไปรวมตัวกันที่ถนนราชดำเนินพร้อมกันในเวลา16.30น.

-10.30 น. วันที่ 25  พ.ย. ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ) ถนนแจ้งวัฒนะ  กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดาวกระจายเดินทางมารวมตัวกันบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย  โดยมีทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  และกลุ่มพนักงานบริษัท  ข้าราชการหน่วยงานบริเวณศูนย์ราชการมาร่วมชุมนุมด้วย เช่นพนักงานบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด  หรือ CAT  บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)  โดยมี นายสกลธี  ภัททิยกุล เป็นแกนนำฯ จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ทหารออกมาต่อสู้เคียงข้างประชาชน โดยจะให้เวลาทหารในการตัดสินใจแสดงท่าทีภายใน 3 วัน พร้อมประกาศยืนยันจะมีการยกระดับชุมนุมทุกวัน ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี มอบธงชาติ และมอบดอกกุหลาบให้กับ พล.ต.ก่อเกียรติ  พิทักษ์วงศ์  เลขานุการกองบัญชาการกองทัพไทย ตัวแทนผู้รับมอบ และเป่านกหวีดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการชุมนุมที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายสกลธีได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปเป่านกหวีดเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และแสดงพลังต่อต้านมาตรการที่ดีเอสไอประกาศจะดำเนินคดีกับผู้ที่เป่านกหวีดทั้งนี้นายสกลธีได้ปราศรัยระบุว่าเข้าใจว่าที่ดีเอสไอตกต่ำไม่ได้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแต่เป็นเพราะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอออกมายืนอยู่ข้างประชาชนด้วยหลังจากนั้นนายสกลธีได้ปีนรั้วเข้ามามอบธงชาติให้กับตัวแทนดีเอสไอเพื่อนำไปมอบให้นายธาริตเพื่อให้รำลึกถึงประเทศชาติ นอกจากนี้มีการปราศรัยต่อว่าที่ผ่านมานายธาริตก็เคยต่อสู้มาด้วยกันแต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนจุดยืนใช้เวลาประมาณ30นาทีก่อนจะเคลื่อนกลับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  

-10.30 น. นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผอ.สำนักข่าวทีนิวส์ แกนนำชุมนุมต้านระบอบทักษิณ นำผู้ชุมนุมจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ตั้งขบวนบน สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เคลื่อนขบวนไปบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือเพื่อ ให้กำลังใจข้าราชการกองทัพเรือ พร้อมปราศรัยแจ้งวัตถุประสงค์ของการเดินขบวนในครั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ทหาร เรือได้รับทราบ ซึ่งการเดินขบวนดังกล่าวต่างได้รับความสนใจจากประชาชนตลอดสองข้างทาง พร้อมทั้งโบกมือให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เดินขบวนด้วย 

 พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.มอบให้ พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ เป็นผู้แทนรับเรื่อง ซึ่งนายสนธิญาณ ได้มอบดอกกุหลาบสีขาวและนกหวีดให้เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองว่า ประชาชนไม่ยอมรับระบอบทักษิณและรับไม่ได้กับการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเรียกร้องให้ทหารออกมาร่วมปกป้องประชาชน 

-13.00 น. เกิดเหตุชุลมุนขึ้นที่ม็อบหน้าบช.น. เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมฮือจะทำร้ายนายนิค นอตสติชซ์ ผู้สื่อข่าวอิสระชาวเยอรมัน  ทำให้ตำรวจต้องเปิดทางให้นายนิคเข้าไปหลบภัย

-13.20 น. เกิดฝนตกลงมาบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างหนัก ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนต้องกางร่มฟังการแจ้งข่าวจากพิธีกรบนเวที ขณะที่บางส่วนต้องไปหลบฝนอยู่ตามร่มไม้และตึกแถวบริเวณโดยรอบสถานที่ชุมนุม และระหว่างที่ฝนยังตกอยู่นั้นมีผู้ชุมนุมเป็นชายรูปร่างท้วมเกิดล้มลง เนื่องจากจับเสาต้นหนึ่งที่มีแผงควบคุมกระแสไฟฟ้าติดตั้งอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกไฟชอร์ต 

-13.50 น. ที่กระทรวงการคลัง ถ.พระราม 6 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปราศรัยให้มวลชนบุกยึดกระทรวงการคลัง เพื่อไม่ให้นำภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายอย่างปู้ยี่ปู้ยำ ล่าสุด กลุ่มมวลชนบางส่วนได้บุกเข้าไปในกระทรวง เริ่มจากส่วนของสำนักงบประมาณ

 ทั้งนี้ บริเวณพื้นที่สำนักงบฯ-กระทรวงการคลัง มีมวลชนราว 2 พันคน ส่วนนายสุเทพ กำชับมวลชนว่าอย่าเข้าไปทำลายข้าวของ พร้อมกับสั่งตัดไฟกระทรวงคลังแล้ว

 ส่วนที่หน้าสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3แกนนำม็อบนำโดยนางทยาทีปสุวรรณอดีตรองผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ได้นำมวลชนไปปิดลอมด้านหน้าสถานีพร้อมยื่นคำขาดให้เลิกรายงานข่าวรับใช้ระบอบทักษิณและเรียกร้องให้นายสรยุทธทัศนะจินดาพิธีกรเล่าข่าวชื่อดังออกมาพบกับมวลชนซึ่งนายวิบูลย์ ลีรัตนขจรหนึ่งในผู้บริหารสถานีออกมารับเรื่องด้วยตัวเองและระบุกับนางทยาว่าจะต่อสายคุยกับนายสรยุทธ

 ส่วนที่สถานีโมเดิร์นไนน์หรือช่อง9แยกอสทมก็มีกลุ่มม็อบอีกสายไปปิดล้อมเช่นกัน 

-14.00 น. สถานการณ์บริเวณแยกวัดเบญฯ ทวีความตึงเครียด เมื่อมวลชนคปท. ซึ่งเป็นแนวร่วมกับม็อบราชดำเนินของนายสุเทพ เข้าเผชิญหน้ากับแนวกั้นของตำรวจ ระยะห่างจากกันแค่ประมาณ 30 เมตร

 แกนนำคปท. ระบุยืนยัน ตำรวจต้องสลายแนวป้องกัน และสั่งให้มวลชนค่อยๆ เดินชิงพื้นที่ขยับทีละก้าว

-14.29 น. นายพุทธิพงษ์ เป็นตัวแทนมวลชนหน้าสตช.เข้าพบพล.ต.อ.อุดม รักศีลธรรม รองผบ.ตร. เพื่อเจรจาขอขเาพบ ผบ.ตร.

-14.30 น. ที่ด่านแยกวัดเบญฯ ผู้ชุมนุมกระชากรั้วลวดหนามออกจากแนวกั้น ถ.ศรีอยุธยา หน้าวัดเบญจมบพิตรทิ้งออกหมด โดยอ้างว่าให้เปิดทางเข้าทำเนียบฯ ก่อนปะทะแล้วตำรวจถอยแนวร่นไปหลังรถขนผู้ต้องขัง หลังแบริเออร์ โดยประกาศจะเริ่มใช้มาตรการเบาไปหนัก ล่าสุด ควบคุมตัวผู้ชุมนุมไว้ได้บางส่วน

-14.40 น. มีรายงานว่า นายสุเทพเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง และประกาศให้ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ออกจากพื้นที่

-14.45 น. กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บางส่วนได้ถอยกลับไปตั้งหลักที่แยกนางเลิ้ง

 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าในที่ประชุมยังไม่มีการพิจารณาประกาศใช้กฎหมายพิเศษใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่จะประเมินตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อน โดยเฉพาะการปิดถนน เนื่องจากจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยขณะนี้ต่างชาติได้จับตาสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะกระทำการใดๆ ที่จะทำให้กระทบกับความเชื่อมั่น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ 

-15.15 น. มีรายงานว่า ม็อบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกระทรวงมหาดไทย ประกาศถอนกำลังกลับมาสมทบที่หน้า บช.น. ซึ่งมีนายชุมพล จุลใส หรือ "ลูกหมี" อดีตส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำ

-15.25 น. มีรายงานว่า นายสุเทพประกาศให้อาสาสมัครบุกไปยึดกรมประชาสัมพันธ์ต่อ ซึ่งล่าสุดมีม็อบถือธงชาติเดินเข้าไปในพื้นที่กรมประชาฯ แล้ว  ด้านม็อบกปท. กองทัพธรรม ยังยึดพื้นที่แยกการเรือน แยกพิชัย แยกวังแดง ไม่ฝ่าแนวตำรวจ

 ศอ.รส.แจ้งความผิดนายสุเทพ ศอ.รส. ได้ตรวจสอบพบว่าการกระทำดังกล่าวของนายสุเทพ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 215 ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ ต้องระวางโทษไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า  หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปห้ามแล้วแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมออกจากพื้นที่ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวทีชุมนุมนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ขึ้นเวทีปราศรัย ว่า นายสุเทพคิดว่าสำนักงบเป็นหัวใจของประเทศ ตนอยากบอกนายสุเทพว่า ขอให้ปิดสำนักงบประมาณต่อไป แล้วให้มันรู้ไปว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศไม่ได้ วิธีคิดของนายสุเทพ ทำให้คนไทย 64 ล้านคนเดือดร้อน ส่วนกรณีปิดสถานนีโทรทัศน์ต่างๆ ตอน นายสุเทพ นำ ศอฉ. ก็มาโจมตีคนเสื้อแดงเมื่อปี 53 ว่า คุกคามสื่อ ทั้งที่ไม่เคยทำ จึงถามว่าวันนี้พวกนายสุเทพไปปิดสถานีโทรทัศน์ทำไม  ส่วนที่ไปกองทัพ ก็จะไปเชิญชวนทหารให้ปฏิวัติ กองทัพบางส่วนเคยเป็นพวกคุณ แล้วทหารแต่ละคนนั้นเขามีความสุขหรือไม่ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ร่วมมือกับทหารเพื่อดูแลความสงบช่วยเหลือน้ำท่วม ไม่ได้สั่งให้มาฆ่าคนในชาติ จุดที่มีความอ่อนไหวและเสี่ยงต่อการปะทะมากที่สุดคือ บช.น.

-15.30 น. เฟซบุ๊กสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในประเทศไทย (FCCT) แถลงว่า การทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวที่ปฏิบัติงานถือเป็นการะละเมิดสิทธิ ขณะที่ประธาน FCCT สอบถามเหตุการณ์ที่นายนิคถูกม็อบทำร้ายร่างกาย นายนิคเผยว่า นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำม็อบเป็นผู้ประกาศว่าตนเป็นนักข่าวเสื้อแดง จากนั้นก็ถูกคนในม็อบทำร้าย ล่าสุดไปแจ้งความเอาผิดแล้ว

-16.00 น. นายสุเทพ ประกาศพาผู้ชุมนุมนอนค้างคืนภายในกระทรวงการคลัง

-16.25 น. ที่ช่อง 3 นายธีระ ธัญไพบูลย์ ผู้ประกาศข่าวของช่อง 3 และนายวิบูลย์ ลีรัตนขจร ผู้บริหารช่อง 3 ช่วยกันปราศรัยว่า ต่อไปนี้จะเสนอข่าวเป็นกลาง ขณะที่ ทยา ทีปสุวรรณ ผู้นำม็อบ เริ่มปราศรัยเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับ ทว่ามวลชนยังเรียกร้องขอพบตัวนายสรยุทธ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด 

 ต่อมา นายสรยุทธ จึงเดินลงมาจากตัวอาคารช่อง 3 เพื่อพบปะกับม็อบด้วยตัวเอง โดยกล่าวสวัสดีผู้ชุมนุมทุกคน พร้อมชี้แจง เรื่องตารางเวลาการทำงานของตน และว่า ขอขอบคุณประชาชนที่แสดงให้เห็นถึงพลังในการแสดงออกทางการเมือง และขอให้ชุมนุมโดยสงบเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทว่าระหว่างนั้น ม็อบคอยตะโกนคำว่า "ขอโทษๆๆ" เป็นระยะๆ ซึ่งนายสรยุทธ พูดต่อไปว่า หากต้องการให้ช่อง 3 นำเสนอข่าวอย่างเป็นธรรม ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องต่อสู้ทางการเมืองอย่างเป็นธรรมด้วย จากนั้นกล่าวอำลา พร้อมอวยพรให้ฝูงชนเดินทางกลับด้วยความปลอดภัย โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลชนต่างเป่านกหวีดและส่งเสียงเรียกร้องให้ขอโทษ 

 จากนั้นผู้ชุมนุมเรียกร้องให้สรยุทธเป่านกหวีดเพื่อแสดงความจริงใจซึ่งสรยุทธระบุการทำงานของสื่อไม่สามารถเลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เพราะสื่อมวลชนต้องนำเสนอเรื่องราวความคิดเห็นทุกด้านแก่วงกว้างและเพื่อให้สังคมยอมรับ แล้วจึงรับดอกไม้ขอบคุณจาก ทยา ผู้นำม็อบ แล้วเดินกลับเข้าช่อง 3 โดยได้ร่วมเป่านกหวีดกับผู้ชุมนุม พร้อมบอกว่าเป็นการเป่าเพื่อให้กำลังใจ แต่ในฐานะสื่อต้องวางตัวเป็นกลาง รายงานข่าวให้คนทุกกลุ่ม 

-16.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์-นักข่าวนสพ. แถลงเรียกร้องแกนนำ-ม็อบ เข้าใจการทำงานของสื่อ คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด

 บรรยากาศที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ข้าราชการศธ.ที่เดินทางมาทำงานประมาณ 100 คน ทยอยเดินทางออกจากศธ.ทางประตูด้านหลัง บริเวณหอประชุมคุรุสภา ถนนนครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงบ่ายโมง หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้ดาวกระจายมาปิดล้อมบริเวณบช.น.ที่อยู่ติดกับศธ.ได้ประกาศให้ข้าราชการในศธ.ออกมาจากศธ.หากไม่ออกมาจะปิดล้อมไม่ให้ออกมาจนทำให้ข้าราชการต้องรีบเดินออกมาจากศธ.ซึ่งในช่วงแรกข้าราชการที่จะออกมาจะต้องต่อคิวยาวเพื่อมุดช่องรั้วเหล็กออกมาเนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ปิดประตูทางออกเพราะกลัวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะบุกเข้ามายังศธ. 

 แต่ต่อมาได้มีการเจรจาขอเปิดประตูให้ข้าราชการนำรถยนต์ส่วนตัวออกมาจึงทำให้ข้าราชการสามารถออกจากศธ.ได้ทางประตูใหญ่ด้านหลังส่วนผู้บริหารระดับสูงศธ.ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาที่ศธ.มีเพียงนายอภิชาติจีระวุฒิเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้ามาที่ศธ.ได้ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ซึ่งนายอภิชาติได้เดินทางออกจากศธ.ในประตูด้านหน้าบริเวณถนนราชดำเนินนอกที่จะเปิดให้เข้าออกเฉพาะผู้บริหารระดับสูงศธ.เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น  

-16.50 น. ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงรายละเอียดม็อบดาวกระจายจุดต่างๆ และชี้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบบุกยึดสำนักงบประมาณ อาจมีความผิดเข้าข่ายกบฏ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการบุกสถานที่ราชการมีความผิด โทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 กลุ่มม็อบ กปท. คปท. กองทัพธรรม ระบุต้องมี "สภาประชาชน" แทนที่ "สภานักเลือกตั้ง" เพื่อปฏิรูปรอบด้าน

-17.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายสุเทพให้สัมภาษณ์ประเด็นต่างๆ ชี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นโมฆะไปแล้ว พร้อมเผยแผนตั้งคณะกรรมการประชาชน  อาทิ นักวิชาการ นักธุรกิจ ตัวแทนสื่อ ตัวแทนภาคประชาชน  ระบุเป็นคนดีทั้งนั้น คลิกอ่านรายละเอียดที่นี่

 ต่อมา มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งตั้งศปก.ทบ. สำรองใน ร.1รอ. - ขณะที่หน่วยข่าวความมั่นคงวิเคราะห์สุเทพหวังเผด็จศึกล้มรบ.สิ้นเดือนพย.นี้ ใช้วิธียึดสถานที่ราชการกดดัน 
“สุเทพ เทือกสุบรรณ” เผย หลังยึดพื้นที่ กระทรวงการคลัง และกรมประชาสัมพันธ์ ย้ำรัฐขาดความชอบธรรม ขณะไม่ยอมรับข้อหา ศอ.รส. ด้าน กลุ่มคปท. เคลื่อนขบวนบุกยึดกระทรวงการต่างประเทศ สำเร็จแล้ว ลั่นปักหลักค้างคืน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ กล่าวภายหลังนำมวลชนเข้ายึดพื้นที่กระทรวงการคลัง และกรมประชาสัมพันธ์ โดยเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศ ลุกขึ้นมาปฏิวัติยึดอำนาจกลับเป็นของประชาชน ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศขจัดระบอบทักษิณ โดยการเข้ายึดพื้นที่สถานที่ราชการ แต่ให้ใช้สันติวิธี เหมือนกับการเข้ายึดพื้นที่กระทรวงการคลัง โดยไม่ทำร้ายใคร และไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องประกาศยุบสภา เพราะถือว่าขณะนี้ รัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ และรัฐบาลเป็นโมฆะ ตั้งแต่ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับขั้นตอนในการร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ จากนี้ไป ประชาชนจะมาร่วมกันหาทางออกประเทศ โดยการตั้งคณะกรรมการภาคประชาชนขึ้นมา สถาปนารัฐบาลของประชาชน
นอกจากนี้ ในส่วนของ ศอ.รส. จะออกหมายจับตนในข้อหายึดสถานที่ราชการนั้น มองว่า ตำรวจทำตามคำสั่งของรัฐบาล ดังนั้นตนเองไม่ขอยอมรับหมายจับเช่นกัน ส่วนเวทีการชุมนุมนั้นจะดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งที่ราชดำเนิน กระทรวงการคลัง และกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตนจะปักหลักชุมนุมกับมวลชนที่กระทรวงการคลัง ในค่ำคืนนี้ด้วย

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย. 56

- หลวงปู่พุทธอิสระ นำม็อบราชดำเนิน สวดมนต์
- สุเทพ ประกาศสถาปนารัฐบาลของประชาชน
- แกนนำม็อบคปท. แนวร่วมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนจำนวนหนึ่งเข้าไปในกระทรวงต่างประเทศในช่วงค่ำ และประกาศพักค้างคืนในกระทรวงฯ
- เหตุตึงเครียด เมื่อม็อบคปท. ไล่ตร.ออกจากกระทรวงให้หมด
- พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ยอมรับประเมินพลาดผู้ชุมนุมบุกยึด ก.คลัง

-17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวทีต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและขับไล่ระบอบทักษิณ ราชดำเนิน ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนที่ปักหลักชุมนุมและนั่งฟังปราศรัยอยู่ตั้งแต่เช้า นอกจากนั้น เริ่มมีประชาชนที่เลิกงานทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการชุมนุมคึกคักมากขึ้น

กิจกรรมบนเวที ทางเจ้าหน้าที่ได้ยิงสัญญาณสดคำแถลงของนายสุเทพ แกนนำฯ หลังจากยึดกระทรวงการคลังได้สำเร็จ สร้างความพอใจให้ผู้ชุมนุมที่ราชดำเนินอย่างมาก อีกทั้งนางอัญชะลี ไพรีรักษ์ โฆษกบนเวทียังกล่าวชักชวนให้ผู้ชุมนุมที่ราชดำเนินเดินทางไปสมทบกับนายสุเทพ โดยขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีรถยนต์ 23 คัน เพื่อขนผู้ชุมนุมไปสมทบที่ ก.คลัง

ส่วนที่กระทรวงการคลัง ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบ ระบุว่า ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นโมฆะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเคยประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าเป็นการไม่ยอมรับอำนาจกฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐบาลนี้ได้สิ้นสภาพและไม่ชอบธรรมแล้ว ทั้งนี้เราจะสถาปนารัฐบาลของประชาชนโดยจะแก้ไขกฎเกณฑ์กติกาการปกครองบ้านเมือง ส่วนจะยุติการชุมนุมอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะคิดอ่านอย่างไร แต่สำหรับวันนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ

-17.15 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศอ.รส. แถลงกลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกรุกเข้าไปกรมประชาสัมพันธ์เพิ่มหลังจากยึดกระทรวงการคลัง ทั้ง 2 กรณีฝ่ายกฎหมายตรวจสอบแล้วเป็นการกระทำความผิดเพิ่มขึ้นตาม ป.อาญา ม. 215 และ ม. 216 เจ้าหน้าที่แจ้งให้ออกแล้วยังไม่ออก เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ แกนนำจะมีความผิดเพิ่มตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำเวทีราชดำเนิน ขึ้นชี้แจงต่อประชาชนผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า ขอยืนยัน ณ ตอนนี้ เวทีที่ราชดำเนินยังคงดำเนินสืบไป ส่วนการที่นายสุเทพไปยึดกระทรวงการคลังนั้นอยากให้พี่น้องประขาชนเดินทางไปสมทบที่นั่นให้มาก โดยทั้งสองเวทีจะเป็นส่วนเดียวกัน และสำหรับยุทธศาสตร์การเคลื่อนพลดาวกระจายไปทั้ง 13 ที่นั้น มีวัตถุประค์ให้ข้าราชการทุกคนยืนเคียงข้างประชาชน และอยากใหสื่อมวลชนเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังขอให้ผู้ชุมนุมออกมาให้มากเพื่อประกาศชัยชนะร่วมกัน

หลังจากการแถลงของแกนนำเสร็จสิ้นหลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้ขึ้นเวทีพาผู้ชุมนุมสวดมนต์ เพื่อความสงบของจิตใจ

-18.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำม็อบคปท. แนวร่วมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบราชดำเนิน นำมวลชนจำนวนหนึ่งกลับไปยังกระทรวงต่างประเทศ ถ.พระราม 6 ในช่วงค่ำ พร้อมถามมวลชนว่าต้องการเข้าไปพักผ่อนหรือไม่ ?
-18.30 น. มีรายงานว่า แกนนำและผู้ชุมนุมพังประตูเข้าไปในพื้นที่กระทรวงต่างประเทศแล้ว และประกาศพักค้างคืนในกระทรวงฯ แต่สั่งห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปในตัวอาคารเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ออกจากพื้นที่ไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว
-18.42 น. เหตุการณ์ในกระทรวงต่างประเทศตึงเครียดขึ้น เมื่อม็อบคปท.จะขับไล่ตำรวจออกจากสถานที่ให้หมด
19.00น. นายกเรียกประชุม ครม.ชุดเล็กด่วนที่ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต
-19.50 น. ผู้ชุมนุมในกระทรวงการคลัง กระจายกันนั่งพักผ่อนตามสวนหย่อม และหน้าอาคาร ส่วนกลุ่มที่บุกเข้าไปกรมประชาสัมพันธ์ ถอนกลับมาอยู่ที่กระทรวงคลัง

-21.35น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ประกาศบังคับใช้ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในทุกเขตพื้นที่กรุงเทพ,นนทบุรี,สมุทรปราการ เฉพาะพื้นที่อ.บางพลี จ.ปทุมธานี เฉพาะ อ.ลาดหลุมแก้ว 

////////
การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศ ไทย พ.ศ. 2551

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


กลุ่มพันธมิตรฯปักหลักชุมนุมในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 โดยในวันที่ 24 พฤศจิกายน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้บุกเข้ายึดท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้สำเร็จ ทำให้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในทั้งสอง พื้นที่ แต่ก็มิได้มีการดำเนินการตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างใด และกลุ่มพันธมิตรฯก็ได้ประกาศยุติการชุมนุมไปในที่สุดในวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากที่นายสมชายพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม

ลำดับเหตุการณ์

24 พฤศจิกายน

25 พฤศจิกายน

26 พฤศจิกายน


นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านเอ็นบีที

27 พฤศจิกายน


นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

28 พฤศจิกายน

  • ตลอดทั้งวัน กระทรวงการท่อง เที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 6 กระทรวง และตัวแทนสายการบินทั้งหมดหาทางออกร่วมกัน
  • ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายรัฐมนตรี ที่ 305/2551 ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติงานสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนของสังกัดเดิมไปก่อนและให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน

2 ธันวาคม

3 ธันวาคม

  • 10.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศยุติการชุมนุม หลังจากที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งไป 1 วันก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากยังมีความเคลื่อนไหวที่ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือมีความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความไม่ชอบมาพากล หรือทุจริต กลุ่มพันธมิตรฯ ยังพร้อมที่จะกลับมาทุกครั้ง[7]

ผลกระทบ

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่าตั้งแต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิงดเที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 22.00-18.00 น. มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบ 402 เที่ยวบิน และจากที่ไม่สามารถให้บริการเที่ยวบินขึ้น-ลงได้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนนั้น ได้ประเมินความเสียหายพบว่า ตั้งแต่เวลา 22.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึง 18.00 น.วันที่26 พฤศจิกายน คาดว่าท่าอากาศยานไทยจะสูญเสียรายได้ในส่วนของค่าธรรมเนียมขึ้น-ลงสนาม บินกว่าวันละ 53 ล้านบาท จากเที่ยวบินที่ขึ้น-ลงไม่ได้กว่า 292 เที่ยวบิน ยังไม่รวมค่าร้านค้าและค่าเช่าพื้นที่ของกลุ่มคิงส์เพาเวอร์ด้วย[8]
นายสุรชัย ธารสิทธิพงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าความเสียหายที่คาดการณ์ในเบื้องต้น ทั้งช่วงที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุม และผลกระทบต่อเนื่องอีก 6 เดือน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อผลประกอบการบริษัทปี พ.ศ. 2551 ที่จะขาดทุน รวมถึงกระทบต่อแผนการใช้เงินของบริษัท โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้นที่อาจต้องรีไฟแนนซ์ประมาณ 10,000 ล้านบาท และแผนการชำระค่าเครื่องบิน ดังนั้น จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาหาเงินอุดหนุนให้หรือหาแหล่งเงินกู้ประมาณ 20,000 ล้านบาท[9]
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ทางศูนย์ได้ประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากจากสถานการณ์ทางการ เมืองที่ไม่แน่นอน และการปิดสนามบินสุวรรณภูมิออกเป็น 2 กรณี กรณีแรกสถานการณ์ยืดเยื้อแต่จบภายในเดือนพฤศจิกายน 2551 จะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัว 2.8-3.3% และผลกระทบทางการเมืองต่อระบบเศรษฐกิจตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2551 จะทำให้เกิดการสูญเสียด้านต่างต่างๆ ดังนี้ ด้านบริโภค 15,000-20,000 ล้านบาท ด้านลงทุน 6,000-11,000 ล้านบาท ด้านส่งออก 10,000-24,000 ล้านบาท ด้านท่องเที่ยว 42,000-75,000 ล้านบาท และต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ 73,000-130,000 ล้านบาท และเศรษฐกิจไทยปี 2551 ขยายตัว 4.5-4.8%
กรณีที่สอง สถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงเดือนธันวาคม 2551 ทำให้ไตรมาส 4 เศรษฐกิจขยายตัวเหลือ 1.5-2% และเกิดความสูญเสียในด้านบริโภค 21,000-30,000 ล้านบาท การลงทุน 12,000-25,000 ล้านบาท การส่งออก 25,000-40,000 ล้านบาท การท่องเที่ยว 76,000-120,000 ล้านบาท ต่อเศรษฐกิจโดยรวม 134,000-215,000 ล้านบาท และขยายตัวเหลือ 4.1-4.4% ซึ่งกรณีที่สองจะมีความเป็นไปได้สูง และกระทบต่อการขยายตัวให้ตกต่ำลงไปอีกในไตรมาสแรกของปี 2552 และทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้า จากคาดการณ์เดิมขยายตัว 3-4% เหลือ 2-3% ใกล้เคียงกับปี 2545 ที่ขยายตัว 2% และอาจกระทบต่อการจ้างงานลดลงกว่า 1 ล้านคน

มุมมอง

  • รัฐบาลจีน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและญี่ปุ่นประกาศเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายัง ประเทศไทย[10]
  • สหภาพยุโรปกระตุ้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากสนาม บินอย่างสันติ โดยให้ความเห็นว่า "ขณะที่ให้ความเคารพต่อสิทธิในการประท้วง กระนั้น สหภาพยุโรปก็พิจารณาว่าฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่าง ยิ่ง"[11][12]

อ้างอิง

  1. ^ พันธมิตรฯ ยึดก.คลัง เตรียมบุกสนามบินดอนเมือง
  2. ^ กลุ่มแท็กซี่ ปะทะ พันธมิตร ที่สนามบิน
  3. ^ ม็อบถ่อย"เผาประเทศ ยึดเบ็ดเสร็จสุวรรณภูมิ ทอท.สั่งปิดสนามบินไม่มีกำหนด
  4. ^ สมชายแถลง ไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก เตรียมประชุมครม.27 พ.ย.นี้ อ้างเหตุเพื่อรักษาปชต. ปกป้องคนในชาติ
  5. ^ การบินไทยย้ายเที่ยวบินลง ดอนเมือง-อู่ตะเภา
  6. ^ รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สุวรรณภูมิและดอนเมือง พันธมิตรประกาศสู้ถึงที่สุด
  7. ^ พันธมิตรฯ ประกาศชัยชนะ!! ยุติการชุมนุม 3 ธ.ค.นี้
  8. ^ สูญแสนล้าน พันเที่ยวบินป่วน
  9. ^ การบินไทยเจ๊ง 2 หมื่นล้าน เล็งฟ้องแพ่ง "พันธมิตร"
  10. ^ AFP, Defiant Thai PM rejects army pressure to quit, 26 November 2008
  11. ^ "EU Says Airport Protests Damaging Thailand's Image", Deutsche Welle, 2008-11-29. สืบค้นวันที่ 2008-11-29
  12. ^ Ringborg, Maria. "Polis borttvingad från Bangkoks flygplats", Dagens Nyheter, 2008-11-29. สืบค้นวันที่ 2008-11-29 (ในSwedish)
http://th.wikipedia.org/wiki/การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย_พ.ศ._2551

นายก ยุบสภา-ลาออก-เปลี่ยนขั้ว-แจ้งจับม็อบ ไม่ได้เพราะสิ้นสภาพตามกฎหมาย?

มันจบแล้ว !! นายก ยุบสภา-ลาออก-เปลี่ยนขั้ว-แจ้งจับม็อบ ไม่ได้เพราะสิ้นสภาพตามกฎหมายไปแล้ว


มีการวิเคราะห์ว่าอำนาจจะเปลี่ยนขั้วมาประชาธิปัตย์ หลังจากที่ ปปช. ชี้มูล 312 สส.-สว. นายกฯ ปธ.สภา ปธ. วุฒิ ฐานล้มการปกครองตามมาตรา 68 ใน รธน. ตกเป็นผู้ต้องหากบฏ กรณีเอกสารปลอม เสียบบัตรปลอม โดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จอำนาจจะเปลี่ยนขั้ว ผมเรียนว่าถ้าเป็นจริงดังที่เขาวิเคราะห์มันจะเปลี่ยนขั้วมาปชป.ได้อย่างไร ก็ในเมื่อเสียงในสภาจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งโหวดนายกใหม่ก็ไม่ได้....

นายก ยุบสภา-ลาออก-เปลี่ยนขั้ว-แจ้งจับม็อบ ไม่ได้เพราะสิ้นสภาพตามกฎหมายไปแล้ว ตั้งแต่การกระทำความผิด ตามคำสั่งศาลไปแล้วหลังลงชื่อทูลเกล้าที่มา สว.แถมด้วยข้อหากบฏตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 กรณีของสภาที่ไม่รับอำนาจศาล ข่มขู่ ต่อต้านศาล อันเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่ตกเป็นกบฏในขณะดำรงตำแหน่ง

บางคนยังวิตกว่าจะเกิดความรุนแรง จะเกิดการสลายการชุมนุม หลังม็อบไปยึด หน่วยราชการ 3 แห่ง สำหรับผมถูกตั้งคำถามนี้ตั้งแต่เช้า ผมตอบทุกคนเหมือนกันหมดว่า ถ้าจะสลายจริง วันนี้คือ 25 พ.ย. คงโดนสลายไปแล้วครับ

นั้นหมายถึงนิติกรรมใดๆที่รัฐบาลกระทำหลังการลงนามทูลเกล้า ได้สิ้นสุดลงไปแล้วหลังลงนาม รวมทั้งการจะแจ้งข้อกล่าวหากับม็อบผู้รักชาติในขณะนี้ ที่มีการกระทำจะเป็นโมฆะเพราะอำนาจตามกฎหมายได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนในสมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทักษิณ ชินวัตร และสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนใหญ่ คิดว่า ปชป.ต้องลาออก ปูต้องยุบสภา ลาออก แต่ผมว่าไม่ต้องลาออก ไม่ต้องยุบสภา อยู่แบบนี้แหละดีแล้วยิ่งอยู่ยิ่งเชียร์แขก เพราะรัฐบาลเป็นโมฆะ ตกเป็นกบฏไปแล้ว กลยุทธ์ลาออก ยุบสภา มันโบราณมาก เกมส์นี้มันก็แค่ " บีบหัวใจ พิสูจน์คนดี " การปฏิรูปประเทศคือการบ้านต่อไปของคนทั้งชาติ นี้แหละที่ผมบอกเสมอว่า " ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ " อีกไม่กี่วันคนในชาติจะชนะร่วมกัน " สันติสุข " รออยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่วันก็จบแล้วครับ


ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือชีวิตจิตใจของคนไทย
คือถิ่นที่อยู่ ที่อาศัย เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของเรา
ชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นถิ่นที่คนไทยถือกำเนิดลำเนา
เราต้องรักษาชาติของเรา ด้วยจงรักและภักดี
ต้องร่วมกันเชิดชูชาติ พัฒนารักษาชาติให้มีศักดิ์ศรี
ผู้ใดทรยศต่อชาติคนอัปรีย์ จงสิ้นชีวีย่อยยับไป


บทเพลง ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ประพันธ์โดย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์


เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
25 พฤศจิกายน 2556


นายกฯประกาศขยายพื้นที่ประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงในกรุงเทพ ปทุม นนท์ และสมุทรปราการ

เรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านคะ

วันนี้ดิฉันขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การชุมนุมในวันนี้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยกระดับการชุมนุมที่ก่อนหน้านี้เป็นการชุมนุมโดยสงบ และรัฐบาลก็เคารพต่อเสรีภาพและการแสดงออกในการชุมนุมของทุกกลุ่มที่มีความหลากหลาย แต่ก็ไม่ละเลยที่จะบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ เพื่อคุ้มครองความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชน ในการใช้ที่สาธารณะ ตลอดจนการติดต่อราชการ

แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ในวันนี้ มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้กระจายการชุมนุม โดยใช้กำลังคนกดดัน ปิดล้อมสถานที่ราชการ เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงการต่างประเทศ และกรมประชาสัมพันธ์ โดยใช้กำลังบุกทำลายประตูรั้ว เข้าไปในสถานที่ราชการ มีการตัดกระแสไฟฟ้าและน้ำประปา เพื่อมิให้ปฏิบัติราชการได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและสถานที่ราชการในการให้บริการประชาชน 

รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรักษาไว้ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการรักษาทรัพย์สินของราชการ การดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยและประโยชน์ส่วนรวม ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ในการบังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร / จังหวัดนนทบุรี / จังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะอำเภอบางพลี / จังหวัดปทุมธานี เฉพาะอำเภอลาดหลุมแก้ว

แม้รัฐบาลจะได้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว แต่ดิฉันขอยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนโดยเด็ดขาด โดยจะดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลในการบังคับใช้กฎหมาย และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติราชการทุกฝ่ายร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง และขอให้กำลังใจในการปฏิบัติราชการให้ลุล่วงไปด้วยดี ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าให้การสนับสนุนการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และอย่าหลงเชื่อข่าวลือต่างๆ โดย ให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการเพื่อรักษากฎหมาย และให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยขอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เห็นต่าง ใช้กระบวนการของรัฐสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นกลไกภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพ “หลักนิติรัฐ” ทั้งนี้รัฐบาลยังคงยืนยันเจตนารมณ์ ในการหารือและรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ของทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความสงบสุข สมานฉันท์ของคนในชาติ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
25 พ.ย. 56


ส.ผู้สื่อข่าวต่างประเทศฯ ตำหนิรุนแรง เรียกร้องผู้นำฝ่ายต้านรัฐเคารพสิทธิผู้สื่อข่าว

Mon, 2013-11-25 19:09

สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) “ตำหนิอย่างรุนแรงที่สุด” กรณีชุมนุมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทำร้ายร่างกายและขัดขวางการทำงานของผู้สื่อข่าวชาวเยอรมัน นิค นอตสติช เจ้าตัวถามไม่เคารพการทำงานของสื่อจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร
25 พ.ย. 2556 เฟซบุ๊กของ FCCT ระบุว่า ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับถูกทำร้ายโดยฝ่ายผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในที่ชุมนุม ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ยังไม่ชัดเจนแต่จากการรายงานข่าวที่ว่าผู้ปราศรัยบนเวทีกล่าวโจมตีและกระตุ้นให้เกิดการทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถ่ายทอดผ่านสถานีบลูสกาย ทีวี และยังคงมีความเห็นที่มุ่งโจมตีผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ซึ่ง FCCT ขอตำหนิกรณีดังกล่าวอย่างรุนแรงที่สุด และเรียกร้องต่อแกนนำการชุมนุมให้แถลงอย่างชัดเจนต่อสาธารณะว่าสิทธิของผู้สื่อข่าวไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างประเทศจะต้องได้รับการเคารพ
An accredited foreign journalist was today assaulted by anti-government protesters while doing his job covering the ongoing protests. Details are not clear but initial reports say a speaker from the stage singled him out, triggering the assault. The incident was also featured on Blue Sky TV, and Internet comments continued to target the journalist. The FCCT deplores this in the strongest possible terms, and calls upon protest leaders to unequivocally and publicly state that the rights of journalists, foreign or Thai, should be respected.
ด้าน นิค นอตสติช ผู้สื่อข่าวชาวเยอรมันที่ถูกทำร้ายเปิดเผยว่า เขายังรู้สึกโกรธต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความผิดหวังต่อแกนนำการชุมนุมและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขาติดตามทำข่าวและได้พูดคุยกับหลายคน “หลายคนผมก็คุย เขาก็รู้จักผม ก็เป็นคนดีกันไม่ใช่คนไม่ดี แล้วทำแบบนี้ทำไม ปล่อยให้ผู้ชุมนุมทำร้ายกันได้ยังไง” นิคกล่าวและว่า “คุณบอกว่าคุณมาเรียกร้องประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่เสนอข่าวก็เป็นประชาธิปไตยแล้วมาทำร้ายนักข่าวแบบนี้ เป็นประชาธิปไตยยังไง”
นิคกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเขาไปทำข่าวการชุมนุมทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน และไม่เคยเจอกรณีที่แกนนำการชุมนุมชี้เป้าให้ผู้ชุมนุมทำร้ายผู้สื่อข่าว ไม่ว่าจะเป็นแกนนำฝั่งเหลือหรือฝั่งแดง เขาพบว่ามีแต่กรณีที่แกนนำพยายามห้ามปรามผู้ชุมนุมไม่ให้ใช้ความรุนแรง ยกเว้นกรณีของเนอร์มัล โกช จากสเตรทไทม์ ที่เคยถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุลชี้และต่อว่าขณะไปทำข่าวการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับกองทุนเทมาเส็ก
เขายังกล่าวถึงข้อกล่าวหาที่ว่าเขาเป็นสื่อเสื้อแดง ได้รับเงินคนเสื้อแดงและทักษิณว่า ถ้าเขาได้รับเงินจากทักษิณเขาจะยังขี่มอร์เตอร์ไซค์เก่าๆ ไปทำข่าวอยู่ทำไม และขณะนี้มอร์เตอร์ไซค์ของเขายังติดอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและยังไม่รู้ว่าจะเข้าไปเอามอเตอร์ไซค์ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวประชาไทถามว่า เขาจะยังคงไปทำข่าวในการชุมนุมของกลุ่มประชาชนต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ เขาตอบว่าคงไม่ไปแล้วเพราะไม่แน่ใจความปลอดภัยอีกต่อไป
สำหรับเหตุทำร้ายผู้สื่อข่าวชาวเยอรมันรายนี้เกิดขึ้นเมื่อ ชุมพล จุลใส ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ไล่นิค นอสติทซ์ ออกจากจุดถ่ายภาพ จากนั้น ผู้ชายหลายคนซึ่งทำหน้าที่การ์ดการชุมนุมตรงเข้ามาทำร้าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกันตัวช่างภาพดังกล่าวออกจากกลุ่มผู้ ชุมนุมได้
"อีกอย่างหนึ่งคือ จนขณะนี้ยังไม่มีคนที่เป็นแกนนำการชุมนุม หรือคนจากประชาธิปัตย์ติดต่อมาพูดคุยกับผม และไม่มีใครขอโทษ แต่ผมได้ยินว่ามีการกล่าวหาผมต่อไปทางสถานีโทรทัศน์ด้วย" นิค กล่าวในที่สุด

'สุเทพ' ส่งสัญญาณยึดสถานที่ราชการทุกแห่ง-จ่อเปิดเวทีก.คลังเพิ่ม


 


สุเทพ ส่งสัญญาณประชาชนทั่วประเทศ ยึดสถานที่ราชการทุกแห่ง ขู่หากม็อบบาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียว คนในรัฐบาลไม่ปลอดภัย  - พร้อมเตรียมเปิดเวทีที่สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เพิ่ม
 
 
 
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ได้แถลงข่าวเ ป็นครั้งแรกภายหลังยึดสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง โดยมีการเชื่อมสัญญาณมายังเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่า  การยึดสำนักงบประมาณ ทำโดยสันติ ยึดโดยประชาชน ไม่ได้บุกรุกเข้าไปในอาคารแต่นั่งอยู่รอบนอก ป้องกันไม่ให้สำนักงบประมาณโอนเงิน และเป็นเครื่องมือระบอบทักษิณ การยึดสำนักงบประมาณคราวนี้ส่งสัญญาณไปยังพี่น้องทั่วประเทศ ให้ยึดสถานที่ราชการทุกแห่งในประเทศไทย ไม่ให้ระบอบทักษิณทำงานได้ โดยมีข้อแม้ว่าประชาชนจะต้องไม่ใช่อาวุธ ทำโดยพลังของประชาชน  เข้าไปมือเปล่า ไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ" 
 
 
นี่เป็นการยึดอำนาจรัฐด้วยมือเปล่า เป็นครั้งแรกของโลก นี่คือกระบวนการของประชาชนไม่ใช่กระบวนการของพรรคประชาธิปัตย์ เราจะทำเพื่อมวลมหาประชาชนทั่วประเทศไม่เกี่ยวกับพรรค จากนี้มวลมหาประชาชนจะกระจายไปสถานที่ราชการต่าง ๆ ขอให้ข้าราชการเลิกทำงานให้ระบอบทักษิณได้แล้ว กลับมายืนอยู่เคียงข้างประชาชนเถอะ เป้าหมายต่อไปคือประชาชนลุกฮือไม่ยอมรับระบอบทักษิณทั้งประเทศ กระบวนการประชาชนจะเดินหน้าต่อไป วันที่ 26 พ.ย.จะเห็นอีก ขยายไปอีก ปฏิบัติการต่อไป  ในวันนี้เราทำให้เห็นเป็นต้นแบบ เงื่อนไขของประชาชน คือสถาปนารัฐบาลของประชาชนขึ้นแล้วดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง ให้เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง " 
 
 
นายสุเทพ กล่าวนายสุเทพ กล่าวต่อว่า ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรจากรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นโมฆะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นไม่ต้องมาเจรจากับประชาชน รัฐบาลออกไปได้แล้ว ส่วนสภาฯก็เป็นโมฆะ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ  ส.ส.เกินครึ่งก็กระทำความผิด ปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นโมฆะเช่นกัน วันนี้เรามีหน้าที่เดียว คือ ขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไป  ไม่ต้องยุบสภา ยุบรัฐบาล เป็นเรื่องประชาชนทุกภาคส่วนจะเข้ามาร่วม แม้แต่สื่อมวลชนก็จะส่งตัวแทนมาร่วมคิดเพื่อทำงานให้กับประเทศไทยต่อไป  สื่อต้องเชื่อมั่นในประชาชน ตอนที่ตนประกาศว่าจะมีคนออกมาต่อต้านระบอบทักษิณเป็นล้านคน มีหลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ภาพที่ปรากฏเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ย. ไม่มีใครปฏิเสธ วันนี้ตนต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าการลุกขึ้นยึดคืนประเทศไทยจากเผด็จการด้วยมือเปล่า โดยสันติวิธีนั้นทำได้เมื่อถามถึงการขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง  
 
นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อจากนี้ไปแล้วแต่คณะกรรมการประชาชนจะคิดกัน เราไม่รุนแรง ประชาชนไม่มีอาวุธ แม้แต่มีดตัดเล็บยังไม่มีเลย ส่วนที่เกรงว่าจะมีมือที่สามนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีมือที่สามมีแต่รัฐบาล เมื่อไหร่รัฐบาลใช้ความรุนแรง ถ้ามีคนบาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียว คนในรัฐบาลทุกคนจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เราจะเปิดเวทีที่สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันเราจะรักษาเวทีราชดำเนินไว้ เพราะจะมีคนมาสมทบมหาศาล  เนื่องจากที่สำนักงบประมาณไม่สามารถรองรับคนได้หมด ดังนั้น 2 เวทีจะเชื่อมโยงกัน  อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่มีสิทธิมากล่าวหาตนว่าเป็นกบฎ  ตั้งแต่ปฏิเสธกฎหมายรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญ.
 

เสียงเตือนจาก"สมเกียรติ"ถึง"สุเทพ"อย่าพามวลมหาชนข้ามเส้น"อหิงสา"


เขียนวันที่
วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10:41 น.
เขียนโดย
isranews
"..คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ หลังจากการทำกิจกรรมเคลื่อนขบวน 13 เส้นทางจบสิ้นลงแล้ว กิจกรรมต่อไปของ ผู้ชุมนุมภายใต้การนำของนายสุเทพ และอดีตนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ คือ อะไร?.."
vvbvbvvbbvvbvbbv
พลันที่ "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะแกนนำคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและกำจัดระบอบทักษิณ ประกาศมติแกนนำให้ผู้ชุมนุมบนถนนราชดำเนิน รับทราบถึงมติแกนนำว่า ในช่วงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 จะแบ่งขบวนมหาประชาชน ออกเป็น 13 กลุ่ม เพื่อเคลื่อนขบวนไปตาม 13 เส้นทาง ตามสถานีที่ต่างๆ อาทิ กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานราชการ รวมถึงสื่อฟรีทีวีต่างๆ 
พร้อมระบุว่า จะเดินขบวนไปแบบ "สุภาพชน" จะเดินแบบสงบสันติอหิงสา เมื่อไปถึงก็ไม่ต้องทำอะไร นำนกหวีด ดอกไม้ ธงชาติไปให้ แล้วถามว่าจะมาอยู่ข้างประชาชนหรือไม่ 
แต่ดูเหมือนว่า มติแกนนำที่ออกมาจะทำให้ "นายสมเกียรติ อ่อนวิมล" นักสื่อสารมวลชนชื่อดัง ไม่ค่อยสบายใจนัก
และออกมาแสดงความเห็นคัดค้านอย่างรุนแรง ถึงขนาดเสนอให้ "มวลมหาประชาชน" เปลี่ยนม้ากลางศึก หาผู้นำใหม่ที่รักสันติสุภาพเข้มแข็งอดทน ให้การทำงานโปร่งใส ให้มวลชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้ มาทำหน้าที่แทน 
อะไรคือสาเหตุทำให้ นายสมเกียรติ ซึ่งประกาศตนว่าอยู่ตรงข้ามกับระบอบทักษิณ อย่างชัดเจนคนหนึ่ง ถึงออกมาแสดงความเห็นในลักษณะนี้ 
ย้อนหลังกลับไปหลังจากที่นายสุเทพ ขึ้นประกาศมติแกนนำบนเวทีปราศรัยราชดำเนิน ช่วงเวลา ประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา
นายสมเกียรติ ได้เริ่มต้นโพสต์ข้อความแสดงความเห็นส่วนตัว ผ่านทางทวิสเตอร์ ที่ใช้ชื่อว่า Somkiat Onwimon ‏ทันที
โดยระบุว่า “ขอคัดค้านการที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จะนำมวลเดินแยกสายไปกดดันข่มขู่สื่อมวลชนและส่วนราชการต่างๆทั่วกรุงฯ ถือเป็นการใช้ความรุนแรงขัดหลักอหิงสา”
ก่อนจะตามมาด้วยข้อความจำนวนมาก ดังนี้ 
“มวลมหาประชาชนฯควรทำ"อารยะขัดขืน"ไม่ร่วมมือกับคุณสุเทพและคณะที่จะพาเดินไปกดดันสื่อมวลชนที่คุณสุเทพไม่ชอบและส่วนราชการที่คุณสุเทพเห็นเป็นเป้า”
"ผมเห็นด้วยกับการล้มระบอบทักษิณ แต่ต้องเป็นวิธีประชาธิปไตยและไม่ใช้ความรุนแรง ประชาชนและข้าราชการต้องใช้เวลาเรียนรู้เรื่องการปฏิรูปประเทศไทย"
"วิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้ก็คือให้รัฐบาลยุบสภา นายกลาออก เลือกตั้งใหม่ ใครแพ้ใครชนะก็ต้องยอมรับ ระบอบทักษิณจะกลับมาก็ต้องรับ จะสู้กันใหม่ก็สู้"
"การพามวลชนตระเวนข่มขู่สื่อมวลชนและหน่วยราชการเป็นความรุนแรงในตัวอยู่แล้ว และจะเสี่ยงต่อการปะทะเกิดบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้นไปอีก ต้องอารยะขัดขืน"
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเราก็ต้องยึดหลักประชาธิปไตย ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง เราต้องเร่งให้การศึกษาเรื่องผลร้ายจากระบอบทักษิณ"
"หากพรรคการเมืองเก่าและใหม่จะเอาชนะระบอบทักษิณได้ก็ต้องด้วยการให้การศึกษาเปลี่ยนความคิดประชาชนจนชนะเลือกตั้งใน 4 ปี 8 ปี 12 ปี กี่ปีก็ต้องยอม"
"ฟังคุณสุเทพปราศรัยคืนนี้แล้วพบว่าคุณสุเทพใช้อหิงสาแบบไม่เข้าใจ จะใช้เป็นเพียงเครื่องมือชั่วคราวอีกสองวัน หากกดดันไม่สำเร็จจะใช้วิธีอื่น"
"อหิงสาต้องทำโดยผู้เข้มแข็งอดทนมีวินัย ที่คุณสุเทพประกาศจะหยุดอหิงสาในสองวันถ้าไม่ได้อย่างใจ จึงเป็นอหิงสาของผู้อ่อนแอ ล้มเหลวพ่ายแพ้ต่อกิเลส"
"การที่คุณสุเทพจะไปกดดันทีวีช่อง 3 และช่อง 7 เพราะไม่ชอบการทำข่าวของเขาเพราะเขารายงานไม่ถูกใจ ก็ผิด Blue Sky / T-News ก็ลำเอียงข้างเดียวตลอด"
"ประเทศไทยวันนี้เต็มไปด้วยสื่อเลือกข้างประชาชนจะต้องรู้จักเลือกดู จะกดดันกันด้วยกำลังรุนแรงไม่ได้ แสดงความเห็นติเตียนได้ ไม่ชอบก็ปิดไม่ต้องดู"
"คุณสุเทพจะต้องรับผิดชอบถ้าพามวลมหาชนไปสู่ความรุนแรง และความรุนแรงรับประกันความพ่ายแพ้แน่นอน"
"การปราศรัยของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ทั้งเนื้อหาและอารมณ์ พบว่าคุณสุเทพฯเป็นคนรุนแรงไม่ใช่นักอหิงสาที่แท้จริง ไม่ควรจะให้นำมวลมหาประชาชนต่อไป"
"ถึงเวลาที่"มวลมหาประชาชน" จะต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก หาผู้นำใหม่ที่รักสันติสุภาพเข้มแข็งอดทน ให้การทำงานโปร่งใส ให้มวลชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้"
"อหิงสา" คือ"ความไม่รุนแรง"การที่มวลมหาประชาชนเดินขบวนไปสร้างแรงกดดันผู้อื่นที่ตนถือเป็นฝ่ายตรงข้ามเป็นความรุนแรง เป็น"หิงสา" ไม่ใช่"อหิงสา"
"คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่มีความรู้ไม่เข้าใจอหิงสา ยืมคำว่าอหิงสามาลองใช้เป็นเครื่องมือชั่วคราว หากไม่สำเร็จก็จะใช้วิธีอื่นดังที่บอกเมื่อคืน"
"คุณสุเทพเป็นคนรุนแรง ใจก็คิดรุนแรง วาจาก็แสดงออกรุนแรง กายก็มีอาการรุนแรง ดังที่เห็นในการปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่าานมา นักอหิงสา จะไม่เป็นแบบนี้"
"คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้นำอหิงสาไม่ได้ หลวงปู่พุทธะอิสระ ก็เช่นกัน เป็นนักอหิงสาไม่ได้ เป็นผู้นำมวลชนทำกิจกรรมการเมืองแบบรุนแรง อาจพอได้"
"วิธีการต่อสู้ของนักสัตยาเคราะห์แบบอหิงสาที่แท้จริงต้องสู้โดยทำให้ทุกข์ทรมานตกอยู่กับตนเองเท่านั้น แล้วแผ่เมตตาให้ฝ่ายตรงข้าม"
"นักสัตยาเคราะห์แบบอหิงสาจะต่อต้านต่อการกระทำที่ชั่วร้ายเท่านั้น ไม่ต่อต้านคนที่กระทำชั่วร้าย จะเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร จะไม่ทำลายศัตรู"
"หากการต่อต้านศัตรูวิธีอื่นทำทุกวิธีจนหมดหนทางแล้วยังไม่สำเร็จ วิธีสุดท้ายของนักอหิงสา ตามคำสอนของมหาตมะ คานธี คือวิธีประท้วงด้วยการอดอาหาร"
"ดังนั้นถ้าจะใช้อหิงสาวิธีสุดท้าย ขอให้มวลมหาประชาชนนั่งอยู่กับที่กลางถนนราชดำเนิน อย่าเคลื่อนย้ายไปกดดันให้ทุกข์กับใคร แล้วเริ่มการอดอาหาร"
"อาจเริ่มทำอหิงสา-สัตยาเคราะห์ โดยการอดอาหาร โดยคุณสุเทพทำคนเดียวก่อน หรือคณะกรรมการแกนนำทั้งหมดทำทั้งคณะก็ได้ ส่วนมวลชนอยู่ที่เดิมตามปกติ"
"หากการอดอาหารโดยคณะผู้นำไม่เป็นผล คุณสุเทพ และคณะผู้นำมวลชนตายหมดแล้ว ให้มวลมหาประชาชนเริ่มอดอาหารต่อ จนกว่ารัฐบาลจะเข้าใจทุกข์ยากของประชาชน"
"ที่ผมอธิบายแนะนำมาทั้งหมดนี้คืออหิงสาตามแบบมหาตมะ คานธี ที่แท้จริง หากไม่รู้ ไม่เข้าใจอหิงสา ประท้วงไปแล้วความพ่ายแพ้จะมิใช่ความผิดของอหิงสา"
"อหิงสา" เพียงต้องการประกาศความจริงคือความเป็นบาปหยาบช้าของศัตรูให้รับรู้กันทั่ว "อหิงสา"สร้างมิตร ไม่ทำลายศัตรู แต่เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร"
"ผมให้ความรู้เรื่องอหิงสาด้วยความเป็นมิตรกับมวลมหาประชาชนไทยเพื่อล้มระบอบทักษิณ เป็นมิตรกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ยิ่งลักษณ์ และทักษิณ ชินวัตร"
"ที่ผมอธิบายแนะนำมาทั้งหมดนี้คืออหิงสาตามแบบมหาตมะ คานธี ที่แท้จริง หากไม่รู้ ไม่เข้าใจอหิงสา ประท้วงไปแล้วความพ่ายแพ้จะมิใช่ความผิดของอหิงสา"
แต่ดูเหมือนว่าเสียงเตือนของ นายสมเกียรติ อาจจะเบาและไร้น้ำหนัก ในมุมมองของนายสุเทพ และแกนนำ
เพราะทันทีที่ถึงเวลานัดหมายในช่วง 08.00 น.ของวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 13 เส้นทาง ได้เคลื่อนขบวนออกจากถนนราชดำเนินไปตามสถานที่ต่างๆ ที่แกนนำกำลังไว้ โดยพร้อมเพรียง 
ขณะที่ เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสุเทพ ได้โพสต์ข้อความแจ้งกำหนดการและเหตุผลการเคลื่อนขบวนทั้ง 13 เส้นทางว่า 
"ผมตัวแทนคณะแกนนำ ประกาศให้ "ขี้ข้า" ทักษิณทราบ พรุ่งนี้ ขบวนเราจะแบ่งเป็น 13 เส้นทาง
1.ไปกองบัญชาการทหารสูงสุด แจ้งวัฒนะ มีคุณนายสกลธี ภัททิยกุลนำไป เจอกันที่นั่นเลย ไม่ต้องเดินไปเพราะไกลเกิน
2.ไปกองบัญชาการกองทัพอากาศดอนเมือง มีคุณวิทยา แก้วภราดัย นำไป
3.ไปกองทัพบก ไปหาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเป็นแม่ทัพบก เราจะไปแบบผู้น้อม ในเอกนัฐ พร้อมพันธุ์นำไป
4.ไปกองบัญชาการกองทัพเรือ ผบ.น่ารักมาก เป็นผบ.คนเดียวใน 3 เหล่าทัพที่บอกว่ากำลังพลมาร่วมชุมนุมได้นอกราชการ จะให้คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นำไป
5.ไปสำนักงานตร.แห่งชาติ ไปพบพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ให้ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นำไป อยากจะขอเชิญพี่น้องนักธุรกิจ แถวราชประสงค์-สีลม นักศึกษาจุฬาฯไปร่วมกันเยอะๆครับ เพราะพวกนี้คุยยากหน่อย
6.ไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปพบคนที่ได้ดีเพราะพี่มันให้ ให้ชุมพล จุลใส นำไป พี่น้องช่วยไปสมทบกันเยอะๆนะครับ
7.ไปช่อง 3 ผมกราบเรียนพี่น้อง เมื่อปี 53 เสื้อแดงไปเผาช่อง 3 ผมเป็นคนสั่งตำรวจที่ไว้ใจไปช่วย และให้นำฮ.ไปรับผู้บริหาร มันถึงตอบแทนเราอยู่ทุกวันนี้ มี ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นำไป
8.ไปช่อง 5 ในฟรีทีวีมีช่อง 5 ที่ยังพอรายงานข่าวเรา ว่าผมพูดอะไรบ้าง ให้ อิสสระ สมชัย นำไป
9.ไปช่อง 7 วันนี้เกือบโดนไปแล้ว เรามอบ ชาญวิทย์ วิภูศิริ นำไป
10.ไปช่อง 9 แดนสนธยา ให้ถนอม อ่อนเกตุพล นำไป
11.ไปช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ให้ถาวร เสนเนียม นำทีม
12.ไปกระทรวงมหาดไทย เราจะให้สมาชิกอบต.ทั้งคณะ นำมวลชนไปทวงเงินงบประมาณที่สัญญาว่าจะให้ท้องถิ่น
13.ไปสำนักงบประมาณ ไปบอกเค้าว่า หยุดจ่ายเงินให้อี..เอาไปผลาญได้แล้ว ผมจะนำทีมเอง!!
ทุกขบวน (ยกเว้นขบวนที่ 1.) ตั้งขบวน 8 โมงเช้าที่ท้องสนามหลวง"
ooo
ส่วนภาพรวมในการเคลื่อนขบวนในช่วงเช้าที่ผ่านมา (เวลา 10.00 น.) ยังเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีการปัญหาความรุงแรงหรือเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด โดยแกนนำที่นำขบวนไปในแต่ละเส้นทางได้ประกาศแจ้งผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะๆ ใช้ความระมัดระวังตัวในการเคลื่อนขบวน อยู่ในความสงบ ป้องกันมือที่สาม ไม่ให้เข้ามาสร้างสถานการณ์
พร้อมมีการมอบหมายให้ผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงนำดอกไม้ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมหลายคน ก็ยืนยันว่า การเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้นำชุมนุมครั้งนี้ ทำได้ เป็นไปตามแนวทางอสิงหา เป็นการเชิญชวนประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ให้มาเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น เป็นการเคลื่อนขบวนอย่างงดงาม 
dsdddseewwe
อย่างไรก็ตาม คำถามที่น่าใจต่อมาคือ หลังจากการทำกิจกรรมเคลื่อนขบวน 13 เส้นทางจบสิ้นลงแล้ว กิจกรรมต่อไปของ ผู้ชุมนุมภายใต้การนำของนายสุเทพ และอดีตนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ คือ อะไร?
จะยึดแนวทางต่อสู้แบบอหิงสาต่อไป หรือ จะยกระดับ "กิจกรรม" ให้มี "ความรุนแรง" มากยิ่งขึ้น เพื่อเผด็จศึก "รัฐบาล" ให้ได้ ก่อนที่พลังของมวลชนจะลด น้อยลง ตามที่หลายฝ่ายประเมินกันไว้หรือไม่?
หลังจากที่ฝั่งรัฐบาล เลือกที่จะเล่นเกม"เงียบ"เน้นการ "ตั้งรับ"แบบมี "นัยยะ" ตามที่เห็นและเป็นอยู่ในขณะนี้  

แถลงการณ์ เรื่อง การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง



ตามที่ได้มีการจัดชุมนุมทางการเมือง และมีมวลชนเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มมากขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในการชุมนุมของแต่ละฝ่ายแต่ละเวที แต่ทั้งนี้ในการชุมนุมดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวการชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน ในคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา ตลอดจนถึงคำประกาศของแกนนำการชุมนุมที่จะยกระดับการชุมนุม โดยการเคลื่อนขบวนกลุ่มผู้ชุมนุมไปยังสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 , 5, 7, 9 และ NBT และสถานที่ราชการต่างๆ นั้น

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องต่อแกนนำและผู้เข้าร่วมชุมนุมให้เข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ให้สามารถทำหน้าที่การนำเสนอข่าวได้อย่างอิสระ อันจะสามารถนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และขอให้สื่อมวลชนทุกแขนง ทำหน้าที่การรายงานข่าวสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านมากที่สุดเพื่อประกอบการตัดสินใจใดๆ

ทั้งนี้การนำเสนอข่าวการชุมนุมทางการเมืองอาจไม่เป็นที่พอใจต่อผู้ชุมนุมแต่ละฝ่าย อันเนื่องมาจากข้อเท็จจริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาจไม่เป็นไปตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมคาดหวัง ซึ่งในเรื่องนี้เราขอยืนยันว่าการทำหน้าที่ของสื่อมวลได้พยายามสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์อย่างถึงที่สุด เพราะเราตระหนักอยู่เสมอว่าการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในภาคสนามคือผู้ที่อยู่ใกล้ข้อเท็จจริงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมิสามารถบิดเบือนเป็นอื่นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสื่อมวลชนเองก็ตระหนักว่าการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการตัดสินใจ เป็นสิทธิการเลือกรับข่าวสารของประชาชน

ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในขณะนี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนให้สื่อมวลชนทำหน้าที่โดยยึดมั่นในกรอบจริยธรรมวิชาชีพของสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด ด้วยการนำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน และขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องไม่ใช้สื่อของรัฐปลุกระดมให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ซึ่งต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตามที่ได้ประกาศไว้ต่อสาธารณะ

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไท
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖