PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง.ธรรมนัส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง.ธรรมนัส แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

ตั้งบ.นำเที่ยวปี60! ธุรกิจ ‘ศรศาสตร์’ พี่ชายต่างแม่ ‘ธรรมนัส’ ในคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย

"....นายศรศาสตร์ ระบุอีกว่า มารู้ตอนหลังว่า สาเหตุของการบุกค้นและจับกุม ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีของกลางในห้อง เป็นเพราะมีนักค้ายาเสพติด 2 รายชาวออสเตรเลีย ให้การซัดทอดกับตำรวจ เหมือนกับพยายามยัดข้อหาให้คนไทย ซึ่งเป็นคนต่างแดน จะได้ไม่สามารถตอบโต้หรือชี้แจงอะไรได้ หลังจากถูกจับกุม ไม่พบของกลาง จึงไม่ได้มีการฟ้องคดี...."
PIC sornsard 11 9 62 11
สืบเนื่องจาก Sydney Morning Herald สื่อชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย และเว็บไซต์บีบีซีไทย (BBC Thai) รวมถึงสื่อไทยหลายสำนักเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2536 โดยอ้างว่าเป็นช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส ใช้ชื่อว่า นายมนัส โบพรหม อายุ 37 ปี ถูกศาลที่ประเทศออสเตรเลีย ตัดสินจำคุก 6 ปี แต่นายมนัสรับสารภาพ คงโทษจำคุก 4 ปี และถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2540 กรณีถูกกล่าวหาว่า มีส่วนรู้เห็นในการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย
โดยในช่วงที่สำนักงานตำรวจกลางออสเตรเลียตั้งข้อหากับนายมนัส นั้น ได้ตั้งข้อหานายแซม คาลาบรีส นายมาริโอ คอนสแตนติโน และนายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ อายุ 39 ปี ที่ถูกระบุว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาของ ร.อ.ธรรมนัส ด้วย ทั้งนี้นายศรศาสตร์ ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี แต่หลังจากรับโทษจำคุกครบ 4 ปี ได้รับการปล่อยตัว โดยศาลมีคำสั่งเนรเทศกลับไปยังประเทศไทยเช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส (อ้างอิงข้อมูลส่วนนี้จาก บีบีซีไทย)
เบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยยืนยันว่า ไม่เคยรับสารภาพตามที่สื่อเขียนถึง มีขบวนการจ้องดิสเครดิตตนเอง และขอเวลาทำงานรับใช้ประชาชน ไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต (อ่านประกอบ : คำต่อคำ 'ธรรมนัส' แจงปมสื่อออสเตรเลียเสนอข่าวติดคุก 4 ปี มีโครงข่ายอยู่เบื้องหลัง?)
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปัจจุบันนายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ ปรากฏชื่อเป็นกรรมการในธุรกิจนำเที่ยว ชื่อว่า บริษัท ลีโอ พาเลซ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2540 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 16 ซอยรามคำแหง 170 แยก 1 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. แจ้งประกอบธุรกิจ เป็นตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
มีนายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ และนายวีระศักดิ์ ศิริคูณ เป็นกรรมการ รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดแจ้งเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2560 มีนายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ ถือ 980,000 หุ้น (98%) นายยุทธศักดิ์ เทียมทัศน์ 10,000 หุ้น (1%) และนายวีระศักดิ์ ศิริคูณ 10,000 หุ้น (1%) 
นับตั้งแต่ตั้งบริษัทในปี 2560 ไม่ได้มีการแจ้งงบการเงินแก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแต่อย่างใด
อนึ่ง เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2562 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และเนชั่นทีวี เผยแพร่อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ ระบุว่าเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดประจำสถานทูตสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีกล่าวหา ร.อ.ธรรมนัส ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการถูกจับกุม ระบุตอนหนึ่งว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2536 เดินทางไปเที่ยวออสเตรเลีย ด้วยความคิดถึงเพื่อนสนิท จึงชวน ร.อ.ธรรมนัส (ขณะนั้นใช้ชื่ออื่น และไม่ได้มียศร้อยเอก) ให้เดินทางไปเที่ยวออสเตรเลียด้วยกัน เพราะเขาไม่เคยมา เมื่อเดินทางไปถึงก็ไปรับที่สนามบินในซิดนีย์ เพื่อกลับมายังโรงแรมแห่งหนึ่ง (บันไดบีช) ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคนดังของออสเตรเลีย แต่เมื่อไปถึงไม่เกิน 5 นาที มีคนเคาะประตูห้อง และเมื่อเปิดออกเป็นชายฉกรรจ์ 10 กว่าคนกรูเข้ามา ร.อ.ธรรมนัส คิดว่าเป็นคนร้ายเข้ามาปล้น โดยไม่ทราบว่าชายกลุ่มนี้คือตำรวจ เกิดการต่อสู้กันพักใหญ่ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส แขนหัก ก่อนจะควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในซิดนีย์ พร้อมกับตั้งข้อหาว่า มียาเสพติดไว้ครอบครอง
นายศรศาสตร์ ระบุอีกว่า มารู้ตอนหลังว่า สาเหตุของการบุกค้นและจับกุม ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีของกลางในห้อง เป็นเพราะมีนักค้ายาเสพติด 2 รายชาวออสเตรเลีย ให้การซัดทอดกับตำรวจ เหมือนกับพยายามยัดข้อหาให้คนไทย ซึ่งเป็นคนต่างแดน จะได้ไม่สามารถตอบโต้หรือชี้แจงอะไรได้ หลังจากถูกจับกุม ไม่พบของกลาง จึงไม่ได้มีการฟ้องคดี แต่ระหว่างที่ตำรวจยังสืบสวนสอบสวนอยู่ ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่าไม่ได้มีการติดคุก ตามที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้
นายศรศาสตร์ ระบุอีกว่า แต่ระหว่างที่ตำรวจยังสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่าไม่ได้ติดคุก ซ้ำทางการออสเตรเลียให้ไปช่วยดูแลเยาวชน คล้ายสถานพินิจและคุ้มครองเด็กฯในไทย โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้งานเป็นผู้จัดการบริษัทส่งกระดาษทิชชู่แห่งหนึ่ง เก็บเงินใช้กินอยู่สู้คดี ทำมาเรื่อย ๆ จนครบ 4 ปี สุดท้ายทางการออสเตรเลียหาหลักฐานอะไรไม่ได้ ตนและ ร.อ.ธรรมนัส จึงตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไทย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลับเพราะถูกทางการไทยขอตัวกลับมารับโทษตามที่ปรากฎเป็นข่าว แต่ยอมรับว่าสำหรับตน หลังจากโดนเรื่องนี้แล้วก็ต้องออกจากราชการ (อ้างอิงข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดใน ตปท.หลุดจากตำแหน่งหรือไม่?

"...พอให้เจ้าตัวแจง ก็กลับมีทีท่าบอกสื่อให้ลืมเรื่องราวในอดีต ผมเข้าใจดี คำตอบแบบนี้ออกมาจากผู้มีส่วนเสียในคำถาม ตอบอย่างอื่นมีแต่จะเข้าตัว แต่เรื่องนี้จะเป็นปิงปองกระเด้งกลับไปหาทุกคนในรัฐบาล ที่เมื่อร่วมวงสังฆกรรมแล้ว หากขืนคิดว่าปล่อยให้คนลืม ๆ ไปเอง ก็คงจะเหนื่อยแน่นอนครับปัญหาทางการเมือง ไม่ได้ง่ายกว่าปัญหาทางกฎหมายเลยครับ..."
100919 thammanat 
กรณี รมต.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ความเห็นผม คือ ไม่มีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้าม จึงไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย (legal issue)
แต่มีปัญหาเรื่องความไม่เหมาะสมหรือเหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาการเมือง (political issue)
เหตุผล คือ คำว่าถูกศาลพิพากษาหรือกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด หมายถึง คำพิพากษาศาลไทยและการทำผิดกฎหมายไทย
ที่ตีความเช่นนี้ เพราะเป็นไปตามหลักอธิปไตยของรัฐ ที่จะไม่รับรู้หรือยอมรับผลทางกฎหมายของอำนาจรัฐอื่นโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเปิดช่องเอง เช่น เขียนโดยตรงถึงคำว่า คำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ อาทิ ป.อ. มาตรา 10
แต่ปัญหาเรื่องไม่เหมาะสมหรือเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องทางการเมือง แม้จะเป็นประเด็นที่ถกเถียงได้ไม่รู้จบก็จริง
และแม้ไม่ทำให้ รมต.ธรรมมนัส หลุดจากตำแหน่งถ้ามีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม
แต่ก็จะเป็นประเด็นที่รัฐบาลอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ร่ำไป ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของตัวรัฐบาลเอง
คนฟากหนึ่ง อาจจะบอกว่า เรื่องนี้ เมื่อไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย และทุกคนควรได้รับการพิสูจน์ฝีมือจากปัจจุบัน ขอให้ลืมข้อกล่าวหาในอดีต ดังนั้น รมต.ธรรมนัส จึงไม่จำเป็นต้องลาออก
แต่อีกฟากหนึ่ง ก็อาจจะบอกว่า ครม. ควรรักษาเกียรติภูมิของประเทศและตัวรัฐบาลเอง เช่น พิสูจน์ความจริง ว่า ถ้าคดีเกิดขึ้นในไทย รมต.ธรรมนัส จะผิดตาม พรบ.ยาเสพติด หรือไม่
....เวลาผ่านมา เข้าวันที่สอง นับแต่สื่อออสเตรเลียออกข้อมูลที่ไม่ตรงกับปากของ รมต.ธรรมนัส
เราได้แต่เห็นนายกฯ ปัดไม่ตอบสื่อ
เราได้แต่เห็น รมว.มหาดไทย และรองนายกฝ่ายกฎหมาย ตอบโยนให้เจ้าตัวเขาแจงเอง
พอให้เจ้าตัวแจง ก็กลับมีทีท่าบอกสื่อให้ลืมเรื่องราวในอดีต
...ผมเข้าใจดี คำตอบแบบนี้ออกมาจากผู้มีส่วนเสียในคำถาม ตอบอย่างอื่นมีแต่จะเข้าตัว
แต่เรื่องนี้จะเป็นปิงปองกระเด้งกลับไปหาทุกคนในรัฐบาล
ที่เมื่อร่วมวงสังฆกรรมแล้ว หากขืนคิดว่าปล่อยให้คนลืม ๆ ไปเอง ก็คงจะเหนื่อยแน่นอนครับ
ปัญหาทางการเมือง ไม่ได้ง่ายกว่าปัญหาทางกฎหมายเลยครับ
รศ.อานนท์ มาเม้า
คณะนิติศาสตร์ มธ.

คำต่อคำ 'วิศณุ vs.ธรรมนัส' เปิดฉากดวลเดือดกลางสภาฯ กระทู้ร้อนคดียาเสพติดออสเตรเลีย

พล.ต.ท.วิศณุ:  "ผมถามท่านนายกฯ ไปเลยว่าท่านนายกฯ ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกในเรื่องดังกล่าวอย่างไร เหตุใดจึงไม่พบข้อเท็จจริงตามที่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียทั้ง 2 ฉบับรายงาน หรือตรวจสอบพบแล้วมีการปกปิดกัน แล้วเมื่อข้อเท็จจริงมีการปรากฎออกมาแบบนี้ ทางนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบตอ่เรื่องนี้อย่างไร"  VS.  ร.อ.ธรรมนัส : "ผมไม่ทราบว่าท่านไม่เคยศึกษากฎหมายของประเทศออสเตรเลียเลยหรือไม่   ผมเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ ผมมีเวลาอยู่นครซิดนีย์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง คดีนี้มันไม่มีคำพิพากษามันเป็นการ Plea Bargaining (แปลตรงตัวว่าการต่อรองคำรับสารภาพ) เด็กตัวเล็กๆจากพะเยาอายุ 24-25 ปี เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษก็ยังไม่แข็ง ผมจะไปมีปัญญาอะไรเป็นมาเฟียไปบงการคนนั้นคนนี้ค้ายาเสพติด" 
Thammanattt500
สืบเนื่องจาก Sydney Morning Herald สื่อชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย และเว็บไซต์บีบีซีไทย (BBC Thai) รวมถึงสื่อไทยหลายสำนักเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2536 โดยอ้างว่าเป็นช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส ใช้ชื่อว่า นายมนัส โบพรหม อายุ 37 ปี ถูกศาลที่ประเทศออสเตรเลีย ตัดสินจำคุก 6 ปี แต่นายมนัสรับสารภาพ คงโทษจำคุก 4 ปี และถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2540 กรณีถูกกล่าวหาว่า มีส่วนรู้เห็นในการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย
เบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยยืนยันว่า ไม่เคยรับสารภาพตามที่สื่อเขียนถึง มีขบวนการจ้องดิสเครดิตตนเอง และขอเวลาทำงานรับใช้ประชาชน ไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต (อ่านประกอบ : คำต่อคำ 'ธรรมนัส' แจงปมสื่อออสเตรเลียเสนอข่าวติดคุก 4 ปี มีโครงข่ายอยู่เบื้องหลัง?)
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส. ของพรรคตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงความเหมาะสม ในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่ ร.อ.ธรรมนัส มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และมีความชัดเจนว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีค้ายาเสพติด
ขณะที่ทางด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้ที่มาตอบกระทู้ถามนี้ด้วยตนเอง 
สำนักข่าวอิศรา ได้สรุปรายละเอียดการถามตอบกรณีนี้ กลางรัฐสภาฯ มานำเสนอให้สาธารณชนได้รับดังนี้    
พล.ต.ท.วิศณุ: "ผมถามหาความรับผิดชอบและการตรวจสอบกรณีที่หนังสือพิมพ์ Sydney Morning Herald และหนังสือพิมพ์ The Edge ของออสเตรเลียได้ลงข่าวของ รมช.เกษตรและสหกรณ์"
"ประเด็นแรกผมขอย้อนอดีตไปก่อนตั้งแต่ช่วงปี 2541-2542 ซึ่งผมได้ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการกองปราบปราม ผมเคยพบ ร.อ.ธรรมนัสแล้วเมื่อปี 2541 โดยทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีร่วมกันฆ่า นายพูลสวัสดิ์ จิราภรณ์ ผมได้ทำสำนวนสอบสวนร่วมกันกับ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ซื่งตอนนี้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในที่สุดฝ่ายสอบสวนก็มีการสั่งฟ้อง ซึ่งตอนนั้น ร.อ.ธรรมนัสก็เป็นจำเลยในสำนวนดังกล่าว โดยตอนนั้นผมก็ได้ให้คนไปตรวจสอบเพราะทราบว่าคดีนี้มีการตัดสินจำคุกด้วย แต่เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นการตรวจสอบค่อนข้างลำบาก ก็เลยไม่รู้ว่ามีใครในคดีนี้ถูกจำคุกบ้าง"
"ประเด็นต่อมาก็คือว่า มีนักสืบโซเชียลออกมาตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของท่านตอนที่ได้รับแต่งตั้ง ท่านก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับทั้งยาเสพติดที่นำเข้าประเทศออสเตรเลียเป็นจำนวน 3.2 กิโลกรัม ท่านก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่าท่านไปอยู่ในที่ๆคนร้ายหรือผู้กระทำความผิดได้ขนยาเสพติดเข้าไป แล้วท่านก็บอกว่าท่านถูกจำคุกแค่ 8 เดือน หลังจาก 8 เดือนแล้วท่านก็ให้ชีวิตปกติที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย และสุดท้ายก็มีการส่งตัว หรือหมายถึงการกวาดล้างผู้ที่ไม่พึงประสงค์กลับมาอยู่ในประเทศตัวเอง ประเทศต้นทาง"
"มาวันนี้หนังสือพิมพ์ Sydney Morning Herald ได้ออกรายงานใช้คำว่ารายงานพิเศษเรื่องจากผู้ร้ายสู่รัฐมนตรี โดยนายไมเคิล รัฟเฟิลส์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์Sydney Morning Herald และทางหนังสือพิมพ์ The Edge ก็ได้ไปเจาะลึกจนปรากฏคำรับสารภาพและคำให้การของตำรวจ ปรากฏถึงการดักฟังทางโทรศัพท์ มีรายละเอียดมากมายยืนยันว่าท่านเกี่ยวข้องแน่นอน"
"นอกจากนี้ในเอกสารยังมีการระบุชื่อว่ามนัส และระบุคำว่ามาเฟียใหญ่ของไทย ผมคิดว่าประเด็นนี้จะมีคนเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ ทางด้านของ ร.อ.ธรรมนัสก็คงต้องไปดำเนินการทางกฎหมายอีกทีหนึ่ง"
"คำถามของผมก็คือว่า แค่พัวพันเรื่องยาเสพติด บุคคลนั้นก็ต้องขึ้นบัญชีดำว่าไม่ให้เข้าประเทศแล้ว ดังนั้น ก็ขอถามไปยังนายกรัฐมนตรีเลยว่า ในช่วงที่มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและมีผู้ทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ผมถามท่านนายกฯ ไปเลยว่าท่านนายกฯ ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกในเรื่องดังกล่าวอย่างไร เหตุใดจึงไม่พบข้อเท็จจริงตามที่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียทั้ง 2 ฉบับรายงาน หรือตรวจสอบพบแล้วมีการปกปิดกัน แล้วเมื่อข้อเท็จจริงมีการปรากฎออกมาแบบนี้ ทางนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบตอ่เรื่องนี้อย่างไร"  
Wissanuuuut
ร.อ.ธรรมนัส: "วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามในประเด็นที่เป็นเรื่องส่วนตัวของกระผม โดยตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณ 30 ปีที่แล้วของกระผม"
"แต่ก่อนอื่นผมต้องขอย้อนไปถึงประเด็นในปี 2540-2541 ก่อน ในกรณีที่ผมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตก่อน เพราะแสดงว่ากรณีนี้ พล.ต.ท.วิศณุนั้นไม่เคยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง"
"ตามข้อเท็จจริงในเอกสารของศาลอาญาในปี 2546 นั้นได้ระบุเอาไว้แล้วว่าบัดนี้คดีถึงที่สุดแล้ว โดยคดีดำที่ 10089/2541 คดีหมายเลขแดงที่ 3404/2546 ของศาลอาญา ศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ต.ค.2546 และไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ต่อศาล ดังนั้นต้องขอเรียนว่าผมไม่เคยถูกต้องพิพากษาคดีใดๆ ศาลสั่งให้ผมชนะคดีโดยไม่มีการลงโทษใดๆทั้งสิ้น พนักงานอัยการก็ไม่มีการอุทธรณ์ใดๆตามมา"
"กลับมาต่อในประเด็นที่ พล.ต.ท.วิศณุได้พูดถึงทั้งคำให้การรับสารภาพของผม การดักฟังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมต้องขอเรียนว่าในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของนายไมเคิลซึ่งได้อีเมล์มาหาผม ผมไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด  แต่นัยยะที่นายไมเคิลเมล์มาหาผมนั้นเขาต้องการให้ผมคุยกับเขา"
"ผมก็ตอบไปว่าผมจะคุยกับคุณเรื่องอะไร 1.คุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ  2.คุณกลับไปดูประวัติของคุณว่าคุณนำเสนอข่าวอะไรบ้าง 3.คุณอ้างว่าคุณเอาคำพิพากษาของศาลนครซิดนีย์ซึ่งเป็นศาลท้องถิ่น คุณอ้างว่าคุณมีคำให้การของผม คุณอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องดักฟังผม ผมอยากจะเรียนว่าผมเคยแถลงข่าวไปกับสื่อมวลชนไปแล้วจนทราบว่าอะไรเป็นอะไร"
"ผมอยากจะชี้แจงว่าโทษการนำเข้า จำหน่าย ส่งออกเฮโรอีนปริมาณเล็กน้อย โทษต่ำสุดก็คือจำคุก 10 ปี หากเป็นโทษตามจำนวนเฮโรอีนที่นายไมเคิลได้นำมาเสนอข่าวนั้นขั้นต่ำก็คือจำคุกตลอดชีวิต"
"ผมไม่ทราบว่าท่านไม่เคยศึกษากฎหมายของประเทศออสเตรเลียเลยหรือไม่   ผมเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ ผมมีเวลาอยู่นครซิดนีย์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง คดีนี้มันไม่มีคำพิพากษามันเป็นการ Plea Bargaining (แปลตรงตัวว่าการต่อรองคำรับสารภาพ) เด็กตัวเล็กๆจากพะเยาอายุ 24-25 ปี เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษก็ยังไม่แข็ง ผมจะไปมีปัญญาอะไรเป็นมาเฟียไปบงการคนนั้นคนนี้ค้ายาเสพติด"
"มีประเด็นที่เขียนระบุว่าพันโทคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นมาเกี่ยวข้อง คุณเอาอะไรมาพูด คนไทยสองคนถูกจับกุม คนหนึ่งไปร้องตัดสินดูก่อน เขาเรียกว่า Plea Bargaining เพราะไม่มีเงินที่จะสู้คดี ต้องใช้ ทนายอาสาของประเทศออสเตรเลีย ผมไม่เคยรับสารภาพว่าขนยา ค้ายา หรือนำเข้ายาเสพติด หากเป็นข้อเท็จจริง ไปเอามาเลยว่าผมรับสารภาพตรงไหน"
"ผมชี้แจงมาหลายครั้งแล้ว และยังมาถามอีกว่าผมติดคุก8 เดือนหรืออะไร เขาเรียกว่าการ Plea Bargaining หรือการลองตัดสิน"
"ผมไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน สอบสวนพยานอะไรเลย ผมถูกกักขังหรือ Locked Up อยู่ 8 เดือน หลังจากนั้นเข้าสู่กระบวนการ Plea Bargaining โดยผมถูกส่งตัวไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่มีปัญหาประมาณ 6เดือน ผมก็กลับมาอยู่นครซิดนีย์ โดยต้องออกไปทำงานเช้า ตกเย็นก็กลับมานอนในที่ที่เจ้าหน้าที่เขาจัดให้นอน ผมใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ประมาณ 4 ปี"
"ผมบอกและแถลงชัดเจนว่าขั้นตอนการเจรจาต่อรอง อัยการของนครซิดนีย์ ผู้พิพากษาท้องถิ่นเวลานั้นบอกว่าผมต้องมีหน้าที่เป็นพยานให้กับผู้ถูกกล่าวหาอีกคนที่เป็นชาวต่างชาติ เมื่อมันครบ 4 ปี ผมก็ไม่คิดจะกลับมา ที่ประเทศไทย ณ เวลานั้น เพราะต้องการใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อรัฐบาลเขามีนโยบายให้เรากลับ เราก็กลับโดยไม่มีโทษติดตัวเลย ผมชี้แจงมากี่ครั้งก็จะพูดแบบนี้"
"การ Plea Bargaining ศาลออสเตรเลียนั้นให้ผมอยู่จนจบวาระการเป็นพยาน นั่นคือ 4 ปีจนคดีจบ"
"แล้วผมจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่า คดีนี้ท้ายสุดผู้ต้องหาที่เป็นคนต่างชาติ ศาลตัดสินยกฟ้อง ผมคงไม่ต้องกลับมาพูดเรื่องนี้อีก"
"ประเด็นสำคัญก็คือเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาตอนที่ผมสมัครลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. ถ้าหากไม่มีการรัฐประหารที่ตามมาต่อนั้น ผมก็ได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็ไม่เห็นมีใครจะมาโจมตีผมในประเด็นนี้เลย"
"ผมขอตอบแทนนายกรัฐมนตรีเลยว่าผมนั้นผ่านพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาล้างมลทินมากี่ครั้งแล้ว ท่านเป็นตำรวจท่านน่าจะรู้ว่าพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกาล้างมลทินนั้นมีสาระสำคัญอะไรบ้าง ท่านอยากให้ผมย้อนกลับไปเป็นอดีตหรือ หรือจะอยากให้ผมอยู่กับวันนี้และอนาคต ตอนนี้ประชาชนกำลังลำบาก ทำไมเราไม่เห็นใจเขาบ้าง"
"ผมอยู่กับปัจจุบัน และจะไม่ยอมอยู่กับเรื่องเก่าๆที่เปรียบเสมือนกับฝันร้ายของผม"
"หลังจากวันนี้ฝันร้ายเหล่านี้จะต้องหายไปจากชีวิตผม และหลังจากนี้หากท่านผู้ใดสงสัยในประเด็นเรื่องเหล่านี้ ท่านก็ไปถามผมส่วนตัวได้ และต่อไปนี้ผมจะเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่ากับท่านใดที่ได้พาดพิงถึงเรื่องผม"
Thammanat2
พล.ต.ท.วิศณุ: "จริงๆผมฟังท่านรัฐมนตรีตอบชี้แจงแทนท่านนายกรัฐมนตรีก็ถือว่าท่านตอบได้ดี"
"แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอีก 2 ประการก็คือต้องพิสูจน์กันว่าระหว่างสื่อมวลชนออสเตรเลียที่ได้ออกรายงานเจาะลึกมา กับทางท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบคำถามเมื่อสักครู่นั้น ของใครจริง ของใครเท็จ ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและฝ่ายที่ต้องตรวจสอบกันต่อไป"
"ส่วนประเด็นที่ 2นั้น ที่ท่านบอกว่าเรื่องนี้มีคำพิพากษาเป็นเรื่อง Plea Bargaining นั้น ผมคิดว่าคำพิพากษาเต็มๆน่าจะออกมาเร็วๆนี้ โดยคงจะตีพิมพ์ทั้งในสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไป ผมบอกว่าเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ร้ายแรง คำถามก็คือว่าหากท่าน รมช.ถูกจำคุกคดียาเสพติด จะเป็น Plea Bargaining หรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้จะเป็นความผิดร้ายแรงที่จะปรับ รมช.ออกจากคณะรัฐมนตรีหรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น"
สำนักข่าวอิศรา รายงานต่อว่า หลังจาก พล.ต.ท.วิศณุ ชี้แจงข้อสงสัยในช่วงท้ายจบลง  นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานรัฐสภาคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมนั้นได้วินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัสได้ตอบคำถามชี้แจงข้อซักถมจนครบถ้วนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามใดๆอีก
จากนั้น ได้ให้ที่ประชุมรัฐสภาเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมถัดไป
วาระการถาม-ตอบกระทู้สดกรณีนี้ จึงสิ้นสุดลงไปตามระเบียบ!