PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

บอลโลกเริ่มลุย

บอลโลกเริ่มลุย



การเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง สิงห์หนุ่มจอมอหังการ “คิม จอง อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ กับเสือเฒ่าเขี้ยวลากดิน “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำอเมริกา
โดยใช้ประเทศสิงคโปร์เป็นเวทีกลางก็จบลงอย่างหวานเจี๊ยบทุกระดับประทับใจ
สรุปย่อๆ คือ สหรัฐอเมริกา และเกาหลีเหนือ ตกลงจะเทความขัดแย้งทุกอย่างทิ้งไป เพื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ก้าวใหม่ที่รุ่งเรืองมั่นคง
ผู้นำมหาอำนาจอเมริกาจะให้การรับรองความปลอดภัยของเกาหลีเหนือจากการคุกคามภายนอกทั้งปวง
ผู้นำเกาหลีเหนือให้คำมั่นสัญญา จะเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์
จะไม่พัฒนา และไม่สะสมขีปนาวุธข้ามทวีปไปยิงข่มขู่ชาวบ้านให้ขวัญกระเจิงอีกต่อไป!!
อเมริกา และเกาหลีเหนือ จะร่วมแรงร่วมใจทำให้คาบสมุทรเกาหลีเกิดสันติภาพ และสันติสุขอย่างถาวร
เรียกว่าคุยกันครั้งเดียว...เคลียร์จบทุกประเด็น
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การเจรจาระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี คิม จอง อึน ตกลงกันได้อย่างสะดวกโยธิน
เนื่องจากทั้ง 2 คน เป็นมนุษย์ห้าวเป้งเหมือนกัน
เมื่อห้าวเป้งมาเจอห้าวเป้ง...คุยกันภาษาห้าวเป้ง ย่อมตกลงกันได้รวดเร็ว
ข้อสำคัญ...การนัดพบกันครั้งนี้ “จบกันแบบวิน–วิน”
ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” กลายเป็นผู้นำคนแรกที่สามารถถอดปลั๊กไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ใหม่ ที่ล่อแหลมใกล้จะระเบิดเถิดเทิง
และเป็นคนที่ทำให้ “คิม จอง อึน” หยุดอาละวาดได้ซะที
ถือว่าเกมนี้ นายทรัมป์ ได้เครดิตไปเต็มๆ
ฝ่ายประธานาธิบดี “คิม จอง อึน” ก็กลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรก ที่ทำให้พี่เบิ้มอเมริกาต้องถ่อมาขอเจรจาปรองดอง
แถมยังพลิกภาพลักษณ์ตัวเองจากผู้นำเบ๊อะบ๊ะ กลายเป็นผู้นำซุปตาร์ในเวทีการเมืองโลกเพียงชั่วข้ามคืน
เกมนี้ คิม จอง อึน ได้กำไรบานตะไท
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาที่จะต้องพิสูจน์ต่อไปคือ ผู้นำเกาหลีเหนือจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ประกาศไว้หรือไม่เท่านั้นเอง
จริงหรือว่า “คิม จอง อึน” จะยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์
เพราะการปลดอาวุธนิวเคลียร์ จะทำให้เกาหลีเหนือ ไม่มีอำนาจต่อรองอย่างที่เคยมี
เป็นไปได้หรือว่า “คิม จอง อึน” จะยอมกลับลำเปลี่ยนนโยบายมาจูบปากกับอเมริการ้อยเปอร์เซ็นต์
เป็นไปได้หรือว่า “คิม จอง อึน” จะกลับมาญาติดีกับเกาหลีใต้ ที่รบราฆ่าฟันกันมาช้านาน และยังประกาศสงครามคาราคาซังมากว่า 50 ปี
ตรงนี้แหละที่ “แม่ลูกจันทร์” ต้องรอพิสูจน์ความจริง
แต่ที่ไม่ต้องรอพิสูจน์ความจริงให้เสียเวลา วันนี้ (14 มิ.ย.) สงครามลูกหนังโลกที่รัสเซีย จะได้ฤกษ์ฟาดแข้งอย่างแน่นอน!
คู่แรกประเดิมสนาม คือทีมเจ้าภาพรัสเซีย ปะทะทีมเศรษฐีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย เวลา สี่ทุ่มตรง
ดูตามหน้าเสื่อ...รัสเซียเหนือกว่าครึ่งช่วงตัว
ดูบอลโลกให้สนุก เชียร์บอลโลกให้มันๆ ไม่ต้องวางเดิมพันดีกว่านะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

บอลโลก2018 นัดเปิดสนามคืนนี้


Sermsuk Kasitipradit
บอลโลก2018 นัดเปิดสนามคืนนี้ 22.00..Russia ..Sbornaya กับ Saudi Arabia..The Green Falcons...
โค้ชซาอุบอกเป้าหมายเก็บสามแต้ม ไม่ได้หวั่นเกรงเจ้าบ้าน..อันดับบอลโลกรัสเซียอยู่ที่70 ซาอุ อยู่ลำดับที่67..เป็นสองทีมที่อันดับบอลโลกต่ำสุด รัสเซียไม่ชนะใครเลยใน7เกมหลังตั้งแต่เดือนต.ค.60 ขณะที่ซาอุ 3เกมหลังแพ้อิตาลี เปรู และเยอรมนี..สถิติมีไว้ให้ทำลายหรือไม่ เจ้าภาพบอลโลกไม่เคยแพ้ในนัดเปิดสนาม หากแพ้ซาอุ โอกาสเข้ารอบต่อไปริบหรี่...เกิจดัง LAWRO จาก BBC ให้เจ้าภาพได้เปรียบด้านเสียงเชียร์ ฟอร์มสองทีมไม่ต่างกันมาก เจ้าภาพน่าจะพลิกเอาชนะ 2 -0....
////////////
(ข้อมูล)

ฟุตบอลโลก 2018 (อังกฤษ2018 FIFA World CupรัสเซียЧемпионат мира по футболу 2018) เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลก ที่จะจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) โดยประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ นับเป็นการจัดครั้งแรกของรัสเซียและยุโรปตะวันออก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศเจ้าภาพคาบเกี่ยวระหว่างสองทวีป คือ ยุโรปกับเอเชีย โดยการประกาศประเทศเจ้าภาพอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ณ นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับการประกาศประเทศเจ้าภาพ ปี 2022
คณะกรรมการจัดการแข่งขันของรัสเซียได้เตรียมการในการสร้างสนามฟุตบอลใหม่ถึง 9 แห่ง รวมกับสนามที่มีอยู่เดิม 7 แห่ง โดยมีสนามลุจนีกีเป็นสนามที่มีความจุมากที่สุด คือ 89,318 ที่นั่ง นอกจากนี้ สนามกีฬาโอลิมปิกโซชีที่สร้างเพื่อใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 จะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย
ผู้เล่น
ดูบทความหลักที่: ผู้เล่นในฟุตบอลโลก 2018
แต่ละทีมต้องส่งรายชื่อผู้เล่นเบื้องต้นในรอบแรก 30 คน จากนั้นส่งรายชื่อ 23 คนสุดท้ายจากรายชื่อผู้เล่นเบื้องต้น (ต้องมีผู้รักษาประตู 3 คน) ในการแข่งขันฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 ระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน จนถึง 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 เป็นการเล่นประเดิมก่อนฟุตบอลโลก 2018 ทีมจะต้องส่งรายชื่อผู้เล่น 23 คน (โดยต้องมีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู 3 คน) หากมีผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บหรือเหตุผลอื่นที่ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ สามารถที่จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะแข่งขันนัดแรก ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในรายชื่อผู้เล่นเบื้องต้น[2]
สำหรับผู้เล่นเบื้องต้น 30 คน จะต้องมีเวลาเหลืออยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 21 และ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 ยกเว้นผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2017 ที่จะเล่นในวันที่ 26 พฤษภาคม[3]

สิทธิการออกอากาศ

ในประเทศไทย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าว ประเทศไทยเซ็นสัญญาคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018” ซึ่งจะจัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. - 15 ก.ค. 2561 ที่ประเทศรัสเซีย โดยความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐบาล นำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยภาคเอกชน 9 องค์กร ที่ร่วมลงทุนในครั้งนี้ ซึ่งการเจรจาที่ผ่านมามีความล่าช้าไปเล็กน้อย เนื่องจากคิงเพาเวอร์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนเจรจาในตอนต้น เพิ่งได้รับแจ้งถึงนโยบายข้อกำหนดของฟีฟ่าว่า จะเจรจาและลงนามในสัญญาเฉพาะกับบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบรอดแคสติ้งเท่านั้น ซึ่งในเวลาที่กระชั้นชิด เพื่อให้ฟีฟ่าอนุมัติได้รวดเร็ว จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับโลก จึงประสานให้บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเจรจา และลงนามในสัญญา ทำให้คนในประเทศไทยสามารถรับชมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ครบทั้ง 64 แมตช์ โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และช่อง 5[6]

ฟีฟ่าเผยพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2018 เชิญชมคอนเสิร์ต ร็อบบี้ วิลเลียมส์ ร็อบบี้ วิลเลียมส์นักร้องดังชาวอังกฤษ วัย 44 ปี ที่จะมาร้องเพลงกล่อมให้แฟนๆ ได้ฟัง โดยมี ไอดา การิฟูลไลนา ที่จะได้กลับไปรัสเซีย เพื่อเปิดการแสดงที่สำคัญที่สุดหนหนึ่งในชีวิต

โพลบอลโลก 2018 คนกรุงคาด ‘บราซิล’ คว้าแชมป์

โพลบอลโลก 2018 คนกรุงคาด ‘บราซิล’ คว้าแชมป์

รัสเซียออกกฎคุมเข้มช่วงบอลโลก
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพล สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2018 ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,117 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 4 – 6 มิถุนายน 2561 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพล กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต้องการสะท้อนความคิดเห็นในเรื่อง ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อฟุตบอลโลก 2018 มีกำหนดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 ถึงวันที่ 8 กรกฏาคม 2561 โดยมีประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ ความคิดเห็นของประชาชนต่อฟุตบอลโลก 2018 ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าทีมที่จะได้แชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 คือทีมชาติบราซิล เป็นอันดับหนึ่ง 21.9% อันดับที่สองคือทีมชาติฝรั่งเศส 16.1% อันดับที่สามคือทีมชาติสเปน 12.8% อันดับที่สี่คือทีมชาติโปรตุเกส 10.1% และอันดับที่ห้าคือทีมชาติอาร์เจนตินา 8.1%

ในส่วนของตำแหน่งดาวซัลโวกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่า ลีโอเนล เมสซี ทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นอันดับหนึ่ง 20.4% อันดับที่สองคือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ทีมชาติบราซิล 20.1% อันดับที่สามคืออองตวน กริซมันน์ ทีมชาติฝรั่งเศส 11.3% อันดับที่สี่คือแฮรี่ เคน ทีมชาติอังกฤษ 9.8% และอันดับที่ห้าคือคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ทีมชาติโปรตุเกส 9.3%

แต่เมื่อถามถึงทีมที่ชื่นชอบและติดตามเชียร์ทีมชาติเยอรมนี 22.6% เป็นอันดับแรก ทีมชาติสเปนเป็นอันดับที่สอง 12.7% อันดับสามคือทีมชาติฝรั่งเศส 11.2% อันดับที่สี่คือทีมชาติโปรตุเกส 11.1% และอันดับที่ห้าคือทีมชาติอังกฤษ 9.5%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 กับคนในครอบครัวมากที่สุด 37.0% อันดับที่สอง คือเพื่อนๆ 35.0% อันดับสามคือ คนรัก/แฟน 15.2% และอันดับสุดท้ายคือ คนเดียว 12.8% และสถานที่ที่คิดว่าจะรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่บ้านตนเองมากที่สุด 44.1% อันดับที่สองคือร้านอาหาร 22.4% อันดับสามคือบ้านเพื่อน 17.7% และอันดับสุดท้ายคือสถานบันเทิง 15.8%

และคิดว่าในช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ทำให้มีการพนันฟุตบอลมากยิ่งขึ้น 65.5% ไม่ใช่ 19.9% และไม่แน่ใจ 14.6% ซึ่งความเห็นต่อประเด็นปัญหาการพนันในฟุตบอลโลกนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้มงวดในการป้องกันไม่ให้มีการพนันฟุตบอลในช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ 58.5% ไม่อยาก 25.6% และไม่แน่ใจ 15.8%

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

จุดจบ ราชาผู้ติดเซ็กซ์

วิเคราะห์บอลจริงจัง
ถ้าถามถึงนักกอล์ฟที่โด่งดังที่สุดตลอดกาลของโลกนี้ แน่นอนว่า ทุกคนคงตอบเหมือนกัน ว่าเป็นไทเกอร์ วูดส์
เขาเป็นนักกีฬาที่รวยที่สุดในโลก มีโฆษณานับสิบชิ้น มีธุรกิจมูลค่ามหาศาล บุคลิกดี หล่อเหลา และที่สำคัญฝีมือของไทเกอร์คือของจริง
แค่อายุ 32 ปี เขาได้แชมป์เมเจอร์ไปแล้ว 14 รายการ คือใครๆก็คิดว่า สถิติแชมป์ 18 เมเจอร์ของแจ๊ค นิคลอส คงจะโดนเขาทำลายง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ชีวิตของไทเกอร์ จากพุ่งสูงเหมือนดาวบนฟ้า กลับร่วงลงมาอยู่บนพื้น เพียงระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น
จากมือ 1 ของโลก เชื่อหรือไม่ ไทเกอร์ทำตัวเอง อันดับหล่นไปอยู่ที่ 1005 ของโลก หล่นลงมากว่าพันอันดับ ขณะที่ชีวิตส่วนตัวก็ล่มสลายอย่างไม่เป็นท่า
คำถามคือ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
----------------------------------------
ในปี 2009 ไทเกอร์ กำลังอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต
เขาเป็นมือหนึ่งของโลกแบบไร้คู่ต่อกร ขณะที่นิตยสารฟอร์บส์ ยกให้เขาเป็นนักกีฬาคนแรก ที่ทำเงินได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ไทเกอร์ มีโอกาสได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับบารัค โอบาม่า ปธน.สหรัฐ ที่ทำเนียบขาว เขาได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากผู้นำประเทศ
ขณะที่ชีวิตครอบครัวก็สวยงาม เขาแต่งงานกับ เอลิน นอร์เดเกร็น นางแบบสาวชาวสวีเดน ที่สวยเหมือนนางฟ้า ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน คือบุตรสาววัย 2 ขวบ แซม และลูกชายแรกเกิด ชาร์ลี
ชีวิตของไทเกอร์ ดูสวยงาม ดูเพอร์เฟ็กต์ ไม่น่าจะมีอะไรมาทำให้ชีวิตของตกต่ำได้
อย่างไรก็ตาม ใต้ฉากหน้าที่สวยหรู ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร
----------------------------------------
ย้อนกลับไปในปี 2007 นิตยสาร เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ (Enquirer) ไปแอบจับภาพได้ว่า ไทเกอร์ ไปนัวเนียกับสาวเสิร์ฟร้านแพนเค้ก ที่ชื่อมินดี้ ลอว์ตัน
เอ็นไควเรอร์ จะแฉเรื่องนี้ แต่สุดท้ายไทเกอร์ยับยั้งเอาไว้ ด้วยการไปเจรจากับ เอ็นไควเรอร์ บอกว่า รูปทุกอย่างเป็นการเข้าใจผิด และขอร้องอย่าให้เผยแพร่รูปนี้ โดยจะแลกเปลี่ยนการกับให้สัมภาษณ์ในประเด็นอื่นๆแบบเอ็กซ์คลูซีฟแทน
ผู้บริหารของเอ็นไควเรอร์ มองว่า การได้ไทเกอร์มาสัมภาษณ์แบบพิเศษ มันน่าจะมีประโยชน์มากกว่าแฉเรื่องคาวๆแค่ครั้งเดียว จึงตอบตกลงไทเกอร์ และให้ไทเกอร์ มาสัมภาษณ์ลงนิตยสารลูกของบริษัท ที่ชื่อ Men's Fitness
ตามปกติไทเกอร์จะไม่มีสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับสื่อไหนทั้งสิ้น นั่นทำให้ Men's Fitness ฉบับนั้น เป็นเล่มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลเลยทีเดียว
สุดท้าย เรื่องรูปลับๆกับเด็กเสิร์ฟ จึงไม่มีการนำมาเผยแพร่ แต่ทางเอ็นไควเรอร์ ก็ตกลงกับไทเกอร์ว่า นี่จะเป็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่บริษัทจะยอมปิดเรื่องนี้ เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน
แต่ถ้าหาก เอ็นไควเรอร์ ไปเจออะไรอีกครั้ง คราวนี้จะไม่ยอมเก็บเป็นความลับแน่นอน
เวลาผ่านไป 2 ปี เอ็นไควเรอร์ ก็แอบส่งนักข่าวไปสปายไทเกอร์อยู่ตลอด แต่จับอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน 2009 ระหว่างที่ไทเกอร์ ไปแข่งศึกออสเตรเลียน มาสเตอร์ส ปรากฎว่า เขาก็พลาดจนได้
ไทเกอร์ นอนพักที่ห้องสูท ในโรงแรมคราวน์ ทาวเวอร์ส ที่เมืองเมลเบิร์นระหว่างแข่งขัน ซึ่งนักข่าวจากเอ็นไควเรอร์ ก็แอบซุ่มอยู่ตลอด หวังว่าจะเจอแจ็กพอต
ประมาณว่า ไทเกอร์อาจจะหิ้วโสเภณีเข้ามาสักคน ก็สามารถเอาไปขยายต่อเป็นข่าวได้
และแล้วก็มีผู้หญิงที่มาหาไทเกอร์ที่ห้องจริงๆ แต่ไม่ใช่โสเภณี แต่เธอคนนี้มีชื่อว่า ราเชล อูชิเทล นักข่าวสาวคนดังจากช่องวอร์เนอร์บราเธอร์ส ทีวี เธอบินตรงจากสหรัฐ มาที่ออสเตรเลีย เพื่อมาหาไทเกอร์โดยเฉพาะ
นั่นแปลว่า นี่ไม่ใช่คู่นอนธรรมดาแล้ว แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ใช้คำว่าคบชู้ได้เลย ซึ่งคราวนี้ เอ็นไควเรอร์ รู้แน่ว่า สองคนนี้แอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับๆ และไม่ยอมปล่อยข่าวนี้หลุดมือ
25 พฤศจิกายน เอ็นไควเรอร์ ตีพิมพ์ประเด็นนี้ และกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ของคนทั่วโลกทันที
ไทเกอร์ ที่มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต เงินทอง ชื่อเสียง ครอบครัว คนรักที่สวยดุจเทพธิดา เขาจะกล้าทำลายตัวเองด้วยเรื่องนี้งั้นหรือ?
----------------------------------------
1 วันหลังจากเอ็นไควเรอร์ วางแผงทั่วประเทศ เอลิน นอร์เดเกร็น ภรรยาของไทเกอร์ อ่านนิตยสารฉบับนั้นด้วยมือสั่นระรัว
คนทั่วประเทศรู้ว่าสามีเธอมีชู้ แต่เธอเอง กลับไม่เคยรู้อะไรเลย ตอนนี้เธอไม่ใช่แม่บ้านที่ดีแสนดี แต่เธอคือคนโง่ในสายตาชาวโลก
เหตุการณ์ต่อจากนี้ เป็นรายงานจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ บรรยายเหตุการณ์ในคืนที่เปลี่ยนชีวิตของไทเกอร์ไปตลอดกาล โดยนิวยอร์กโพสต์ได้ข้อมูลมาจากเพื่อนสนิทของเอลิน
----------------------------------------
26 พฤศจิกายน เป็นวันขอบคุณพระเจ้าที่สหรัฐฯ (Thanksgiving day)
เอลิน อ่านทุกอย่างจากเอ็นไควเรอร์เรียบร้อยแล้ว แต่เธอไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เธอไม่ถามอะไรไทเกอร์ แม้แต่คำเดียว
คืนนั้นไทเกอร์ ร่างกายอ่อนเพลียมากเขาจึงกินยานอนหลับ แล้วล้มตัวลงนอนไปเลย
เวลาตี 1 ตอนไทเกอร์หลับไปแล้ว เอลิน หยิบโทรศัพท์ของสามีขึ้นมา แล้วค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมือถือ ปรากฎว่า ไทเกอร์เคยส่ง sms หาราเชล พิมพ์ข้อความว่า "คุณเป็นคนเดียวที่ผมรัก"
เอลิน ใจเย็นอย่างน่าประหลาด เธอส่ง sms กลับไปหาราเชล แกล้งเป็นไทเกอร์ โดยพิมพ์ว่า "ผมคิดถึงคุณนะ เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก"
ราเชล ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเธอแปลกใจที่ไทเกอร์ยังตื่นอยู่ตอนตี 1
เอลินอยากจะแกล้งคุยเพื่อล้วงความจริงมากกว่านี้ แต่เธอทนไม่ไหวแล้ว เธอกดโทรออก ไปหาราเชลทันที เมื่อสายรับ เอลินพูดว่า "ฉันรู้ทุกอย่าง"
"Oh Fuck!" ราเชลอุทานแล้วรีบตัดสายทิ้งทันที
ทันใดนั้น คนใจเย็นอย่างเอลินก็น็อตหลุด เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอกรีดร้องใส่ไทเกอร์ ที่กำลังนอนอยู่
ไทเกอร์ผวาตื่นขึ้นมา เอลินขว้างโทรศัพท์ใส่หน้าไทเกอร์ เธอชกหน้าอก เอาเล็บข่วนหน้า จนไทเกอร์ต้องหนีออกมาเพื่อไม่ให้เจ็บตัว แต่เอลินยังไม่หยุดเธอคว้าไม้กอล์ฟไล่ฟาดเขา
ไทเกอร์วิ่งหนีออกมาจากบ้าน เอลินไล่ตามมาหวด ไทเกอร์ตะโกนสวนเสียงดัง "คุณทำลายวันขอบคุณพระเจ้าของเราพินาศหมดแล้ว! พอใจหรือยังล่ะ!"
เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงทะเลาะกันของสองสามีภรรยา มีคนตะโกนกลางดึกแบบนั้น ใครๆก็คงได้ยิน
ไทเกอร์ รีบคว้ากุญแจรถคาดิลแลค สตาร์ตรถ รีบขับหนีเอลินทันที เขาต้องการหนีเอาตัวรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อน แต่ด้วยความมึนในฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ไทเกอร์ไม่มีสติเพียงพอที่จะควบคุมรถ
เขาขับรถพุ่งชนกับหัวก๊อกดับเพลิงและต้นไม้ ในจุดที่ไม่ห่างจากบ้านมากนัก ไทเกอร์นอนสลบเหมือดคาพวงมาลัย
เอลิน ขับรถตามมาถึง เห็นสภาพรถที่ยับเยิน เธอรีบดึงตัวไทเกอร์ ออกมาจากรถ ให้มานอนราบบนพื้น จากนั้นเธอตะโกนบอกเพื่อนบ้านให้เรียก 911
ไทเกอร์ ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล แต่อาการไม่หนักมาก เขาจึงสามารถกลับมาที่บ้านได้
ในตอนนั้น เอลิน ก็ยังสองจิตสองใจ ใจหนึ่งเธอก็โกรธแค้น อีกใจหนึ่งเธอก็รักสามี ทั้งคู่คบกันมา 6 ปี แต่งงานกันแล้ว มีลูกด้วยกันสองคน ไม่ใช่อะไรที่จะตัดใจได้ง่ายๆ
ระหว่างนั้น ทั้งคู่ก็แยกกันอยู่ไปก่อน เอลิน ขอเวลาทำใจ ถ้าใช้เวลาสักระยะเธออาจให้อภัยสามีได้ ถ้าหากไทเกอร์ตัดสินใจจบกับราเชลจริงๆ อาจจะลองให้โอกาสอีกสักครั้ง
เพียงแต่สิ่งที่เอลินหวังไว้ มันห่างไกลความเป็นจริงมากเหลือเกิน ...
----------------------------------------
หลังจากเอ็นไควเรอร์ แฉเรื่องราเชล อูชิเทล ก็มีผู้หญิงอีกจำนวนมากออกมาเปิดเผยตัว ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับไทเกอร์เหมือนกัน
เจมี่ กรั๊บส์ - สาวเสิร์ฟในบาร์มีความสัมพันธ์ 31 เดือนกับไทเกอร์
เจมี่ จังเกอร์ส - นางแบบชุดชั้นในชื่อดัง
จอสลีน เจมส์ - นักแสดงหนังโป๊
โลเรดาน่า โจลี่ - นางแบบนิตยสารเพลย์บอย
จูลี่ พอสเติ้ล - สาวเสิร์ฟในบาร์ที่ออร์ลันโด้
และที่ทำให้ เอลิน หัวใจสลายมากที่สุด คือ เรย์เชล คูดรีเอ็ต นักศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของไทเกอร์นี่เอง
มีรายงานว่า ไทเกอร์มีเซ็กส์กับผู้หญิงราว 120 คน ระหว่างช่วงที่แต่งงานกับเอลิน และมีถึง 13 คนในนี้ ที่แอบมีสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เซ็กส์ชั่วครั้งคราว
ที่มหัศจรรย์คือ ทั้งๆที่ไทเกอร์ คบหลายคนพร้อมกันขนาดนี้ แต่เขาสามารถปิดบังเอลินได้ตลอดช่วงเวลาที่แต่งงานกัน ดังนั้นแน่นอน นี่ไม่ใช่ความพลั้งเผลอ
สื่อสหรัฐใช้คำว่า Serial Cheater หรือ นักนอกใจต่อเนื่อง (เล่นคำจาก Serial Killer - ฆาตกรต่อเนื่อง)
นั่นทำให้เอลิน ตัดสินใจเด็ดขาด ขอหย่าจากไทเกอร์ วูดส์ ในเดือนสิงหาคม 2010 คือมันเกินที่เธอจะรับไหว คนทั้งประเทศอยู่ข้างเธอในเรื่องนี้
ซึ่งแน่นอน ไทเกอร์ ไม่มีทางสู้คดีชนะอยู่แล้ว มีหลักฐานว่าประพฤตินอกใจ นอกกายขนาดนี้ ยังไงเอลิน ก็ต้องชนะคดีถ้าฟ้องร้องกันขึ้นมาจริงๆ
สุดท้ายเอลิน ได้สิทธิเลี้ยงดูบุตรทั้ง 2 คน นอกจากนั้นเอลิน ยังได้รับสินสมรส 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย
ชีวิตในอุดมคติของไทเกอร์ โดนทำลายราบคาบ
ครอบครัวแตกสลาย คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาเปลี่ยนไป และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความวิบัติในอาชีพอย่างแท้จริง
----------------------------------------
ไทเกอร์ ขอพักการแข่งขันพีจีเอทัวร์อย่างไม่มีกำหนด เพื่อไปเข้ารับการบำบัด "เสพติดเซ็กส์" ซึ่งก็เหมือนบำบัดคนติดยา เพียงแต่ยาเสพติดของไทเกอร์ คือผู้หญิง
แต่สื่อมวลชน ก็ชี้ว่า ไทเกอร์ก็แค่อ้างว่าเป็นโรคเสพติดเซ็กส์ ทั้งๆที่ความจริงเขาแค่สนุกกับการได้สับราง และมั่วหญิงไปทั่วแค่นั้น
สปอนเซอร์จำนวนมาก เมื่อเจอข่าวฉาว ก็ประกาศขอถอนตัวจากการสนับสนุน ทั้ง at&t เครือข่ายโทรศัพท์ชื่อดัง, เครื่องดื่มเกเตอเรด รวมถึง มีดโกนยิลเล็ตต์ ทำให้เขาสูญเงินไปขั้นต่ำ 15 ล้านเหรียญต่อปี ขณะที่ไนกี้แม้จะยังสนับสนุนอยู่แต่หากหมดสัญญาก็เตรียมหั่นราคาลงจากเดิมเป็นเท่าตัว
ขณะที่ฟอร์มในสนาม หลังจากเกิดเหตุ เขาไม่ได้แชมป์รายการใดอีกเลยเป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง สื่อชี้ว่าปัญหาของไทเกอร์คือสมาธิไม่อยู่กับตัว
ไม่ต้องรวมถึงรายการเมเจอร์ ที่เขาไม่เคยได้แชมป์อีกเลย นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันนี้ ดังนั้นสถิติของแจ๊ค นิคลอส กลายเป็นตัวเลขที่เขาไม่มีวันเอื้อมไปถึง
หลังจากกลับมาเล่นดีได้ระยะสั้นๆในปี 2012-13 โชคร้ายก็ยังมาเยือนเขาไม่หยุดหย่อน ไทเกอร์บาดเจ็บอีกหลากหลายครั้ง
ต้องเข้ารับการผ่าตัดเส้นประสาท ถึง 2 ครั้ง , ผ่าตัดแผ่นหลัง และรักษาอาการเจ็บที่ขา ตลอด 3 ปี ได้ลงเล่นรวมกันไม่ถึง 10 รายการ อันดับโลกหล่นลงมาต่ำสุดที่ 1005 ของโลก
จากคนที่รุ่งโรจน์มากๆ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง กลับร่วงดิ่งไปในพริบตา
ช่างไม่น่าเชื่อจริงๆ
----------------------------------------
ไทเกอร์ ต้องใช้เวลาอย่างมาก กว่าชีวิตจะค่อยๆกลับมาเข้าที่เข้าทาง
ขั้นแรกเขาต้องบอกความจริงให้ลูกรู้ก่อน เพื่อให้ลูกทั้ง 2 คนได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่สำคัญจะได้ไม่ไปโกรธเกลียดแม่
"ผมอยากให้พวกเขาทั้งสองคนได้รู้ ก่อนที่จะถึงวัยเล่นอินเตอร์เน็ตแล้วไปรู้เอง ผมบอกเขาว่า สาเหตุที่พ่อกับแม่ อยู่บ้านเดียวกันไม่ได้อีกแล้ว นั่นเพราะคุณพ่อทำเรื่องผิดพลาดเอง"
หลังจากเวลาผ่านไป เอลิน ก็ค่อยๆลด ความโกรธ ความเกลียด ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้ง
"เราจะยังคงมีมิตรภาพที่ดีให้กัน" เอลินเผย "ความสุขของแซม กับ ชาร์ลี คือสิ่งสำคัญที่สุดของเราทั้งคู่"
ปัจจุบัน ไทเกอร์ก็มีเวลาร่วมกับลูกมากขึ้น ขณะที่ชีวิตรักเขาก็มีแฟนใหม่อีก 2 ครั้ง จากลินด์ซีย์ วอนน์ มาสู่คนปัจจุบัน เอริก้า เฮอร์แมน
ส่วนในอาชีพนักกอล์ฟ เขาก็ค่อยๆไต่อันดับโลกกลับมาช้าๆ จากหลักพัน ขึ้นมาอยู่ 668 ในปี 2017 และในปีนี้ ขยับขึ้นมาสูงสุดที่ 88 ของโลก กลับมาติดท็อป 100 อีกครั้ง
ในวัย 42 ปี ไทเกอร์ จะกลับมาติดท็อปเท็นของโลกได้อีกหรือไม่ และจะไปถึงเมเจอร์อีกสักครั้งหรือเปล่า
ก็ยังเป็นคำถามที่ ไม่มีใครตอบได้จริงๆ
----------------------------------------
จากเรื่องราวของไทเกอร์ วูดส์ มีหลายอย่างที่เราสามารถเอาเป็นเครื่องเตือนใจได้
1) ความลับไม่มีในโลก
ไทเกอร์จะปิดบังแนบเนียนแค่ไหน เห็นไหม วันหนึ่งก็ต้องโดนจับได้อยู่ดี
2) ถ้าได้โอกาสแก้ตัวอย่าทำผิดซ้ำ
ตอนที่เอ็นไควเรอร์ไม่แฉไทเกอร์ครั้งแรก เมื่อสวรรค์ให้โอกาสแก้ตัวแล้ว ถ้าเขาหยุดทุกอย่างไว้ตรงนั้น บางทีเรื่องราวอาจจะไม่ถึงขั้นนี้
และ 3) ถ้าชีวิตคุณดีอยู่แล้ว ทุกอย่างสวยงามอยู่แล้ว คิดให้เยอะๆ ก่อนที่จะทำอะไรลงไป
ถ้ามันจะพินาศเพราะคนอื่นทำ ยังพอเข้าใจ
แต่อย่าให้ต้องมาบรรลัย ด้วยมือตัวเอง