PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกไม้หลายสี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกไม้หลายสี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สัญญานเข้ม! -อุ้มฆ่าเอกยุทธ

สัญญานเข้ม!
บทความ วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2556 12:07น.
458681
สถานการณ์การเมืองความมั่นคงประเทศไทยในสัปดาห์นี้ กลับมาสู่โหมด "สัญญานเข้ม" ที่น่ากังวลใจในร่องรอย"ความขัดแย้งที่ซุ่มซ่อน" ระหว่าง "สองขั้วอำนาจ" อันอาจนำไปสู่การ"เพิ่มระดับ"ความรุนแรงของวิธีการอันคาดไม่ถึง อีกครั้ง กับการหายตัวไปของ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" นักธุรกิจชื่อดัง ที่สังคมรู้จักและทราบดีว่า เป็น "ตัวละครปฏิปักษ์" สำคัญกับ "ขั้วอำนาจรัฐ" ปัจจุบัน
เป็นการหายตัวไปที่หนแรก หลังการเข้าแจ้งความของญาติ ๆ ก็ยังไม่มีใครปักใจเชื่อว่า จะรุนแรงถึงขั้นเป็นปฏิบัติการ"อุ้มฆ่า" โดย"คนขับรถ"ของเขาและพรรคพวก ที่ยังไม่แน่ชัดในจำนวน กระทั่งเป็นที่แน่ชัดจากคำสารภาพของ"สันติภาพ เพ็งด้วง" (11มิ.ย.56) ว่า ได้ร่วมกับ "นายชวลิต วุ่นชุม" และเพื่อนอีกคน สังหาร "นายเอกยุทธ" จนเสียชีวิตและชิงทรัพย์ ก่อนจะนำศพไปฝั่งที่เขาจิงโจ้ จ.พัทลุง อ้างสาเหตุ เพราะโกรธแค้นที่ "นายเอกยุทธ" ไล่แฟนสาวออกจากงาน และเห็นเคยเบิกเงินสดเป็นล้านหลายครั้ง จึงวางแผนปฏิบัติการ ขณะที่ ตำรวจ มีการระบุ (12 มิ.ย.56) ว่า "นายสันติภาพ" ลงมีอฆ่าจริงในพื้นที่ กทม. และคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 5 คน (สันติภาพ , ทิวากร เกื้อทอง , ชวลิต วุ่นชุม , ธิวากร สงขาว และพวก)
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ถูกจับตาจากหลายฝ่ายว่า จะมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ต้นที่มีข่าวการหายตัวไปของ"นายเอกยุทธ" โดยเฉพาะ "ความขัดแย้ง" ถึงขั้นมีการกระทบกระทั่งซึ่งหน้าไปจนถึงการฟ้องร้อง แจ้งความดำเนินคดี ระหว่าง "นายเอกยุทธ" กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" และ "พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ตัวละครสำคัญทางการเมืองอีกราย ที่ล้วนแล้วแต่เป็น "ตัวละคร" ที่ "นายเอกยุทธ" วิพากษ์วิจารณ์เปิดเผยข้อมูลด้านลบต่าง ๆ ในเว็บไซต์"ไทยอินไซด์เดอร์" ของตัวเอง ซึ่งแต่ละประเด็น มีการนำมาขยายในสื่อกระแสหลัก และมีการขยายต่อโดย พรรคฝ่ายค้าน อาทิ "ว.5 โฟร์ซีซันส์", "คดีฟ้องทำร้ายร่างกาย ผจก.คาราโอเกะซิตี้ และ พกอาวุธ , คดีฟ้องร้อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ หมิ่นประมาท ฯลฯ โดยเฉพาะมีผู้ตั้งข้อสังเกต เนื้อหา บทความสุดท้าย ที่มีการกล่าวพาดพิงพฤติกรรมบุคคลในรัฐบาล ในทริปเยือนมัลดีฟส์และการเผย (18พ.ค.56) ว่าเขาเป็นผู้ให้ข้อมูลทางลับกับหน่วยสืบสวนสอบสวนของอังกฤษ กรณีมี นักการเมือง-ขรก.ไทย " นำเงินที่โกงประเทศไปตั้ง "ออฟชอร์" หวังเลี่ยงภาษี และฟอกเงิน ซึ่งเร็ว ๆ นี้ "สื่ออังกฤษ" จะมีการนำเสนอเรื่องนี้
น่าสนใจว่า ขณะที่ "นายสุวัตร อภัยภักดิ์" ทนายความของ "นายเอกยุทธ" ที่กล่าวพุ่งเป้าไปในประเด็นทางการเมืองทันที ตั้งแต่วันแจ้งความ โดยเชื่อว่าน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังการจ้างวาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง และมีการออกมาระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า "นายสันติภาพ" หรือ "บอล" เป็นชุดอุ้มของ "เสธ. คนดัง" ที่แฝงตัวเข้ามาสมัครเป็น "คนขับรถ" ของ "นายเอกยุทธ" ในจังหวะที่มีการเปิดรับสมัครผ่านอินเทอร์เน็ต แต่แนวทางการสืบสวนสอบสวนที่ "ตำรวจนครบาล" มีบทบาทสำคัญ ยังคงพุ่งเป้าที่ปม "ฆาตกรรม" ชิงทรัพย์ เช่นเดียวกับที่ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกฯ ระบุ (11มิ.ย.56)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "นายเอกยุทธ" หากเป็นการ ฆาตรกรรม ชิงทรัพย์ ก็ว่ากันไปในผล และการดำเนินคดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมกับผู้กระทำความผิด แต่หากเป็นไปอย่างที่ "ทนายความ" และหลายฝ่าย ออกมาระบุว่า มี"เสธ. คนดัง" อยู่เบื้องหลัง การบงการ "อุ้มฆ่า" และยิ่งมีชนวนเหตุที่โยงมาสู่การเมือง ก็ยิ่งน่าต้องกังวลในสถานการณ์ถัดไป กับสภาพการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว มี "ข้อมูลชุดหนึ่ง" ที่รายงานออกมาส่งไปถึง"หน่วยข่าว" ในรัฐบาล ถึง "สัญญาณ"และสภาพการณ์ รวมถึง "แผนการ" บางแผนจากบางฝ่ายที่มีการพบปะกันของ"ตัวละครการเมือง" หลายคน เพื่อหารือถึง "จังหวะ" ของแผนที่มีชื่อเรียกขานชัดเจน ซึ่งการปฏิบัติการติดตามประกบติด "บุคคลสำคัญทางการเมือง" รวมถึง "ตัวละคร" ระดับ "แกนนำมวลชน" หลายคนของทั้ง 2 ขั้วอำนาจ ก็อยู่ในแผน รวมถึง มีการส่งสัญญาณ ให้มีการจับตา ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้ง "เปิด" และ "ปิด" นับแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไปด้วย

คอลัมน์ : ดอกไม้หลายสี
โดย ศักดา จิวัธยากูล
วันพุธ 12 มิถุนายน 2556

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หน้ากากขาว กลิ่นไอสงครามกลางเมือง?

หน้ากากขาว กลิ่นไอสงครามกลางเมือง?
บทความ วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2556 17:53น.
456370
มีความน่าสนใจใน ปรากฎการณ์การ "รุก" ทางการเมืองของกลุ่มมวลชนสัญลักษณ์ "หน้ากากขาว"
เป็น "ความไม่ธรรมดา" ทั้ง ตัวละคร "ผู้อยู่เบื้องหลัง"และ "เบื้องหน้า" อันเป็น มวลชนจัดตั้ง ทั้งเปิด และปิด ภายใต้"โลกไฟเบอร์เสมือนจริง" สู่ "โลกจริงอันจับต้องได้ ผ่านการ" ขับเคลื่อน "แบบจัดตั้ง สู่ถนนอย่างแยบยลใน" จุดพื้นที่เดียวกันของ "ทุนเก่า" (โรงแรมดุสิตธานี)" ที่เคยมีการเคลื่อนของ "ม็อบคนหลากสี" และ "องค์กรพิทักษ์สยาม" เดิม ที่ "แปรรูป" มาเป็น การ "ปิดหน้า" ดูลึกลับ ผ่านเรื่องราว "กฎบดินปืน" นวนิยายการเมืองต่างประเทศ ผสมเรื่องราวจริงทางประวัติศาสตร์ อันเป็นวิธีทางสัญลักษณ์ที่ "ฝ่ายยุทธวิธี" คิดขึ้น ในลักษณะสร้างภาวะความสับสนใน "เป้าหมาย" โดยสร้าง "เงื่อนไข" การติดตามค้นหาตามนิสัยคนชั้นกลางที่อดไม่ได้ ที่ต้องอยากรู้ ที่มาที่ไปของ "หน้ากากขาว"
และนำมาสู่การสร้างเงื่อนไขใน "บทละครเสมือนจริง" จากภาพการเมืองความขัดแย้ง ที่มีการปะทะกันระหว่าง "กลุ่มอำนาจ" เก่าและ "ใหม่" ที่ถูกทำให้พร่าเลือน ผ่าน ความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มผลประโยชน์ทางสังคม ระหว่าง "ทุนเก่า"กับ "ทุนใหม่" ที่ปะทะกันแบบเปิดเผยรุนแรงสร้าวความเสียหายให้กับประเทศไทยมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา(2548-2556)

น่าสนใจ ที่ "ความน่ากลัว" หนนี้ ยังอยู่ใน "ระบบคิดเดิม" (บทเรียนม็อบเสธอ้าย) ที่ยัง "มุ่งเห็นผลเร็ว" โดยไม่คำนึงถึงวิธีการและผลลัพธ์ ที่ อาจเกิดขึ้นจาก การใช้ความรุนแรง เพื่อหวังผลการรุกฮือ และนำไปสู่การนองเลือดของประชาชนบริสุทธิ์แต่ละฝั่ง อันเป็นแนวคิดของนักยุทธวิธีทางทหาร ที่ อยู่ในวง "วอร์รูม" อันมักรวมและจะแยกต่างหากทันทีหากความสุกงอมในทางกายภาพปรากฎ วิธีคิดนี้ยังคงอยู่

เป็นการแยะผละออกจากกระบบในความคิดของ "นักคิดยุทธวิธีมวลชนบริสุทธิ์" ที่มี "เป้าหมายเดียวกัน" คือ การต่อต้านล้มล้าง "ฝ่ายทักษิณ" ละ "อำนาจรัฐ" ของ "พรรคเพื่อไทย" ที่มี "คนเสื้อแดง" เป็น "มวลชนสนับสนุน" เป็นเกราะกำบังทางการเมือ

เป็นการ ช่วงชิงการเข้าตี ที่ถึงที่สุดมัก "ลับลวงพราง" ทั้งฝ่ายตรงข้าม และ ฝ่ายเดียวกันเอง จนมักก่อให้เกิดผลร้ายรุนแรงกับ "สังคมองค์รวม" ที่บางครั้งฝ่ายเดียวกันก็พูดไม่ออก ต้องเออออห่อหมก เพราะลงเรือลำเดียวกันมาแล้ว ยากที่จะถอนตัวกลางครัน และจำต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่ง แม้จะรู้ว่า "บางอย่าง" ไม่ถูกต้องก็ตาม

น่าสนใจอีกว่า ยุทธวิธี หนนี้ แม้ภายนอกทางหนึ่ง เลี่ยงที่จะให้ "ผลรวม" ของการไหลไปสู่ เงื่อนไขเดิมๆคือการออกมาของกองทัพ แต่ในทางปิด กลับมีการเชื่อมต่อ และร้อยโยงไปสู่รูปแบบ การติดอาวุธ และการผสมในทางไม่เปิดเผยจาก "กองกำลังอำนาจแฝงในรัฐ" คล้ายยุคสมัย "ทักษิณ" (2548)ที่หนนี้ ไม่มีใครต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบถึงตัวเองเพราะมี "หน้ากากขาว" สวมทับ ซึ่งเป็นการจับจริตคนไทยชั้นกลางได้ ว่า "ชอบผสมโรง" สำหรับความไม่ชอบใจใคร และ "คนคิด" ก็ฉลาดที่จะยังคงเอาชื่อ "ทักษิณ" เป็น "เป้าเชิงสัญลักษณ์" โดยยกระดับเป็น "ระบอบ"ภายใต้การจับจุดคนไทย ที่ว่าจะมาร่วม ต้องไม่กระทบผลประโยชน์"ตัวเอง"ด้วย

กระนั้น ทุกฝ่ายต้องไม่ลืมว่า ในขณะที่สร้างเงื่อนไขแบบ "บ่มเพาะเร็ว" นี้ ยังมี "เสื้อแดง" ที่ขยายแนวคิด การศึกษารูปแบบทางการเมือง และการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่ปรากฎ ผ่านโรงเรียนการเมือง ของพวกเขา ไปหลายพื้นที่รอบนอกทั่วประเทศเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อถึงเวลานั้น ที่ฝ่ายทุนเก่าสัมฤทธิ์โดยกระบวนการสนับสนุนจากอำนาตตุลาการ ที่ปะทะกับบริหาร นิติบัญญัติ อีกฟากข้างหนึ่งของมวลชนเสื้อแดงหาก "ผลลัพธ์" ปรากฎเข้าอิหรอบเก่าๆการชิงอำนาจการเมืองกันของ "สองขั้วอำนาจ" ที่มีสองขั้วทุนหนุนหลัง ก็ควรต้องระวัง อาการแบบเดียวกันกับ "หน้ากากขาว" ที่อาจจะปรากฏโดยขยายจาก"หน้ากากแดง" ที่เคลื่อนคู่ขนานเวลานี้ และกลายเป็นสภาพ มวลชน ปะทะมวลชน ยิ่งเมื่อมีการสนับสนุนอาวุธ ก็จะกลายเป็น "สงครามกลางเมือง" แบบไม่รู้จบได้ในที่สุด.


โดย ศักดา จิวัธยากูล
2 มิ.ย.2556

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

(ย้อนหลัง2554)น้ำท่วม..ล้างบาง


น้ำท่วม..ล้างบาง
บทความ วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ.2554 12:16น.
352428
ห้วงเวลานี้ของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" มีวาระสำคัญหลายเรื่อง ที่ถูกจับตาการทำงานและพิสูจน์ทราบฝีมือจากหลายฝ่าย ไม่แต่เฉพาะสถานการณ์ความเดือดร้อนของผู้คนทั่วประเทศ จากภัยน้ำท่วมที่ถือเป็นความสำคัญจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องเข้าไปจัดการ หรือ ปรากฏการณ์ตลาดหุ้นไทยร่วง จากสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ยุโรป จากการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้ของกรีซ ที่กำลังหวั่นวิตกจากห้วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่ดัชนีปรับตัวลดลงต่ำ จากระดับ ๑,๐๐๐ จุด ในวันพฤหัส (๒๒ ก.ย.) และยังต่ำลงเรื่อยในวันรุ่งขึ้น (๒๓ ก.ย.) กระทั่ง เปิดทำการวันจันทร์ (๒๖ ก.ย.) ที่แดงทั้งกระดาน ร่วงลงไปและทำท่าจะต่ำกว่า ๙๐๐ จุด กระทั่งเกิดความโกลาหลกับเหตุขัดข้องการซื้อขาย ท่ามกลางข่าวลือ "หยุดพักการซื้อขาย" เนื่องจาก หุ้นตกเกิน ๑๐% คือ ต่ำกว่า ๙๐๐ จุด ทั้งที่เป็นเพราะระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ที่วันนี้ ยังต้องลุ้นว่า จะทานไว้ที่ ๙๐๐ จุด ได้หรือไม่? …. และยังมีสถานการณ์การแต่งตั้งโยกย้ายในหลายส่วน ที่ลุ้นจดจ่อ ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กลาโหม และตำรวจ โดยเฉพาะในส่วนของมหาดไทย ที่หลายฝ่ายโฟกัสไปที่การแต่งตั้งโยกย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีสัญญาณมาแล้วว่า มีจังหวัดใดบ้าง ที่ถูกหมายตาจากฝ่ายการเมือง โดยหลายจังหวัด กำลังมีผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่จะกลายเป็น "เหตุผล" ข้ออ้างจากฝ่ายการเมือง หลังจากนี้

ขณะเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารและด้วยการรายงานของสื่อมวลชน ทำให้หลายคนได้เห็นภาพของความเดือดร้อนชาวบ้าน ในหลายจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม กระทั่ง นำมา ซึ่งการออกมาแสดงความไม่พอใจกับการที่ฝ่ายทางการ ดูเทอะทะ ชักช้า ไม่ทันการกับการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และตามมาด้วยการลุกฮือ เคลื่อนไหวช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการพังพนังกั้นน้ำ และเกิดกระทบกระทั่งระหว่างชุมชนเขตเมืองกับรอบเมือง และลุกลามเป็นระดับชุมชนข้ามจังหวัดกับจังหวัด ขยายตัวไปตั้งแต่เหตุการณ์ชาวบ้าน ในชุมชนวัดสิงห์ จ.ชัยนาท ลามมาถึง จ.สุพรรณบุรี จ.ลพบุรี และ จ.นครสวรรค์ ไล่เรียงลงมายังภาคกลางหลายจังหวัด อาทิ อยุธยา ปทุมธานี นครนายก...ที่ต่างออกมาไม่ยอมให้มีการปล่อยน้ำลงมาอีก ขณะที่ เขื่อนใหญ่ ๆ หลายแห่งก็เหลืออีกเพียงไม่ถึง ๑๐% จนต้องเร่งระบายน้ำออกและกระทบกับพื้นที่ แน่นอนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่นับรวมอิทธิพล "พายุไห่ถาง" จากเวียดนาม ที่เข้าไทย (27ก.ย.) ซึ่งจะตามมาด้วยฝนอีกหลายพื้นที่อีสานและภาคตะวันออก

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ต่าง ๆ "กรมชลประทาน" ในฐานะข้าราชการฝ่ายปฏิบัติ ที่ต้องรับผิดชอบกับ "การจัดการน้ำ" รวมถึง รัฐบาลเองในฐานะ "ฝ่ายบริหาร" จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้กับสถานการณ์เฉพาะหน้า จากน้ำท่วมที่เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าของชาวไทย ไม่แต่เฉพาะคนเมือง หรือ คนชนบท ที่ย่อมจะรู้สึก "ไม่พอใจ" และกำลังปะทุไปสู่ "เงื่อนไขอื่น" ที่ถึงที่สุด จะนำไปสู่ผลกระทบกับ การจะอยู่หรือไปของรัฐบาลในบรรทัดถัดไป หากสถานการณ์ไม่พอใจ บานปลายมากกว่าที่เห็นจาก "วัดสิงห์ โมเดล" 

ไม่แปลกที่สถานการณ์ "กระแส" แบบนี้ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ถึงขนาดต้องลงมา "บัญชาการ" เอง แบบ "เกาะติด" (แม้จะผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์) ให้ทุกฝ่าย รวมถึง "ชาวบ้าน" ได้เห็นภาพ แม้ลึกในใจคือ เขา "ยังไม่พอใจ" ที่ยังต้องเผชิญชะตากรรมถูกน้ำท่วม ที่ไม่มีหลักประกันใด ๆ ในชีวิต จากความล่าช้าในการจัดการ รวมถึง การไม่สามารถ "รวมศูนย์" ได้อย่างเป็นระบบของรัฐบาล ในการจัดการกับภัยพิบัติ ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายปฏิบัติงานหลายส่วน ไม่เฉพาะ แต่"กรมชล" ควรมี "บทเรียน" ประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ใน "รัฐบาลอภิสิทธิ์" มาแล้ว

ไม่แปลกที่ ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาล ที่ผ่านมา มักจะใช้เงื่อนไขนี้ "โยนภาระ" ให้กับ "ข้าราชการ" ว่า ไม่ร่วมมือ หรือ ขาดศักยภาพ ดังอาการที่ปรากฏของนายกฯ ต่อความไม่พอใจการทำงานของหลายจังหวัด ทั้งที่เหตุผลแท้จริงเป็นเรื่อง "งูกินหาง" ระหว่าง "ข้าราชการ" กับ "นักการเมือง" ที่ฝ่ายหนึ่งควรอ้างได้เช่นกันว่า ที่เขาขาดพร่อง เพราะ "นักการเมือง" เข้ามาแล้วก็ย้าย ๆ จนไม่มีใครที่เชี่ยวชาญกับ "ปัญหา" ที่จะสามารถรับมือได้ ขณะที่ อีกฝ่ายก็อ้างว่า "ข้าราชการ" เกียร์ว่างกับสถานการณ์น้ำท่วม ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตผู้คนและทรัพย์สิน รวมถึง เศรษฐกิจหนนี้

เป็นสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วม ที่ถึงนาทีนี้ ควรยอมรับว่า การทำงานของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" กับสถานการณ์นี้ ยังไม่เข้าตา "ประชาชน" อันไม่ต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้วของ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" เป็นไปตามผลของโพลสำรวจ

เป็นสถานการณ์ "ความรู้สึก" ที่ในทางหนึ่งอาจต้องยอมรับในความ "ใหม่" ของรัฐบาล ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ที่ยังไม่เข้าขากับฝ่ายปฏิบัติ อย่าง "ข้าราชการ" ที่นำมา ซึ่ง "ท่าที" ของฝ่ายราชการที่ "รับไม่ได้" กับการเข้ามาโยกย้ายพวกเขา...ทันทีที่เข้ามาสู่อำนาจ อันนำมาซึ่งท่าทีของฝ่ายการเมือง

เป็นการ "โยกย้ายข้าราชการ" ที่ถูกมองว่า เป็นการ "ล้างบาง" ที่มิอาจปฏิเสธว่า มี "หลักคิด" ในเรื่องของ "การเมือง"เข้ามาเจือปนเกี่ยวข้องที่อาจจะมากกว่า "เหตุผล" ในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายราชการ อันพิสูจน์ทราบตั้งแต่กรณีการแต่งตั้งโยกย้าย ในแวดวงสีกากี จากหัวยันหาง ที่อ้างจากเรื่อง "อบายมุข-บ่อน" หรือ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งโยงไปสู่เรื่องนโยบายต่างประเทศกับเขมร ที่อาจจะเว้นวรรคบ้าง สำหรับแวดวงกองทัพที่ "ฝ่ายการเมือง" เผชิญกับ"เงื่อนไข" จากฝ่ายทหารและยังไม่กล้า "หักด้ามพร้าด้วยเข่า" ระยะนี้

น่าสนใจว่า ทั้งหมดทั้งมวล ถึงที่สุดที่ควรจะเป็นอย่างยิ่ง คือ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ให้ได้รวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่มัวแต่มาจัดทัพ เพื่อ "อำนาจ" หรือ "ตั้งแง่" ไม่ว่าจะเป็น ฝ่าย "ข้าราชการประจำ" หรือ"นักการเมือง" ก็ควรต้อง "ทำงานร่วมกัน" ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างสำนึกในอุดมการณ์-หน้าที่ ว่า "ประชาชน" ถือเป็น "เจ้านาย" ที่เป็นเจ้าของเงินภาษี หรือ "เงินเดือน" ที่จ้าง ทั้ง "ข้าราชการ" และ "นักการเมือง" โดยเฉพาะ "นักการเมือง" ที่ทุกคนไม่ว่า "รัฐบาล" หรือ "ฝ่ายค้าน" ต่างก็ถูกเลือกเข้ามาเป็น "ผู้แทนราษฎร" ทั้งสิ้น

ที่สำคัญ หาก "ประชาชน" ไม่พอใจที่เขาได้รับความเดือดร้อน เขาก็มีสิทธิเช่นกันที่จะ "ไม่จ่ายเงินเดือน" (ภาษี) ให้ หรือ "ไม่เลือก" ซึ่งก็เหมือนกัน คือ เป็นการ "ล้างบาง" ทั้งข้าราชการ และนักการเมือง "ไม่ทำงาน" ได้เช่นกัน

(ย้อนหลัง2555)สัญญาณร้าย 'ฮิซบุลลอฮ์'


สัญญาณร้าย 'ฮิซบุลลอฮ์'
บทความ วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2555 9:02น.
353668
แม้หลายฝ่าย รวมถึง ทูตทหารสหรัฐ ภายใต้การเรียกร้องจากรัฐบาลไทยให้สหรัฐ ถอนคำเตือนให้ระวังการก่อการร้าย วินาศกรรมในกรุงเทพฯ และประเทศไทยของกลุ่ม "ฮิซบุลลอฮ์" จะบอกว่า ไม่มีประเด็นเชื่อมโยงที่การวินาศกรรมก่อการร้ายจะเกิดขึ้นในประเทศไทย...แต่ก็ได้ทำให้หลายฝ่าย ไม่กล้ามองข้ามการเข้ามาของ "มอสสาด" - "CIA"อย่างเปิดเผยหนนี้เป็น "มอสสาด" หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล และ CIA หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ ที่ "ฮิซบุลลอฮ์" ปักใจว่า มีความเกี่ยวข้องกับการสังหารแกนนำสำคัญของพวกเขา เมื่อหลายปีก่อน รวมถึง นักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ มือหนึ่งของอิหร่าน ที่เพิ่งถูกระเบิดแม่เหล็กสังหารไปล่าสุด โดยก่อนหน้าคำเตือนนี้ มีการอ้างถึงแหล่งข่าวด้านกลาโหมอิสราเอล  ซึ่งเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ ว่า ทางการไทย กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อยับยั้งการก่อเหตุร้าย โดยคาดว่า อาจเกิดขึ้นก่อน วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันครบรอบการลอบสังหาร อิหมัด มุกห์นิเยห์ (Imad Mughniyeh) แกนนำระดับสูง และหัวหน้าชุดปฏิบัติการของ ฮิซบุลลอฮ์  ทั้งนี้ มุกห์นิเยห์ เสียชีวิตจากเหตุคาร์บอมบ์ในซีเรีย เมื่อปี ๒๕๕๑  หลังตกเป็นเป้าการลอบสังหารของ "มอสสาด" (Mossad)  หน่วยสืบราชการลับของอิราเอล มานานหลายปี
คำเตือนดังกล่าว แม้จะส่งผลกระทบภาพความเชื่อมั่น ความมั่นคงปลอดภัย ของประเทศไทยในสายตาต่างประเทศ และส่งผลกระทบในหลายด้าน แต่ในทางกลับกัน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ให้เข้าสู่ "โหมดระวัง" ป้องกันมากกว่าปล่อยปละให้เกิดขึ้นแล้วค่อยป้องกัน...
ขณะเดียวกัน "คำเตือน" ดังกล่าว ได้เปิด "เงื่อนไข" ว่า สถานการณ์ดังกล่าว พร้อมที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย...จากกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้และอาจเป็น "เงื่อนไข" ให้กลุ่มหวังผลทางการเมืองอื่น ทั้ง "ภายใน" และ "ภายนอก" สามารถสร้างสถานการณ์ซ้อนได้เช่นกัน...
แต่ที่สำคัญคือการทำให้เกิด "เงื่อนไข" อันชอบธรรมมากขึ้นของการเข้ามาอย่าง "เปิดเผย" ของ "หน่วยข่าวลับ" จากประเทศ "คู่ขัดแย้ง" ของสถานการณ์อย่าง สหรัฐ-อิสราเอล และ อีกหลายๆ ประเทศ ที่อ้างถึงการเข้ามาปักหลักแทรกแซงกิจการภายในประเทศได้มากขึ้น เช่น เหตุการณ์เมื่อ ปี ๒๕๔๗ กับข่าวการเข้ามาเปิดศูนย์ข่าวเพิ่มของ CIA ในพื้นที่ด้ามขวานของไทย... ก่อนที่ถัดจากนั้นจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย...ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ (จวบจนบัดนี้) และห้วงเวลานั้นขยายผล นำมาสู่สถานการณ์ความไม่สงบ ทั้งความมั่นคงการเมือง  ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ณ "ศูนย์กลางอำนาจรัฐ" กรุงเทพฯ ในปีถัดๆ มา รวมถึงชายแดนรอบประเทศ พม่า-เขมร
และยิ่งดูจะสอดคล้องรับกับแนวทางนี้ เมื่อย้อนกลับไปดูถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐ "โอบามา" เมื่อเร็วๆ นี้ กับการวางยุทธศาสตร์ให้กองทัพสหรัฐ พุ่งเป้าหมายมาที่เอเชีย จากเดิมที่ ตะวันออกกลาง...พร้อมๆ กับปรากฏการณ์ ชูบทบาทของ "ออง ซาน ซูจี" สัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทั้งใน "ทางการ" และทางภาพยนตร์ที่กำลังจะฉายเร็วๆ นี้  อันเป็นบทหนึ่งของการเตรียมเปิดประเทศของพม่า สู่โลกภายนอก กับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ภายใต้การเข้าๆ ออกๆ ของบุคคลสำคัญจากสหรัฐ...ในประเทศพม่า...ท่ามกลางท่าที...ไม่พอใจของจีน...
ภายใต้จังหวะก้าวของกลุ่มประเทศอาเซียน การเปิดเสรีการค้าอาเซียน ที่ภูมิภาคอันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและอาหาร แห่งนี้ จะเป็นดั่ง "โอเอซิส" ของโลก ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า...และจะกลายเป็นพื้นที่การแย่งชิงผลประโยชน์จากบรรดามหาอำนาจซีกโลกตะวันตก ที่มี "สหรัฐ" เป็นผู้นำ และมหาอำนาจซีกโลกตะวันออก ที่มี "จีน" เป็นผู้นำ ที่กำลังฉายภาพซ้ำ ยุค "ล่าอาณานิคม" ในอดีต แทนที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง...ที่น้ำมันกำลังจะหมดไป...หลังจากถูกหลายประเทศเข้าไปวุ่นวายก่อสงคราม...แย่งชิงน้ำมัน...
ไม่แปลกที่ "สัญญาณ" ที่ถูกจุดพลุ และตามมาด้วยฉากต่างๆ เป็นชุดๆ โดยสถานทูตสหรัฐ หนนี้  ไทยมีแต่สภาพ"เสียมากกว่าได้"  ไม่ว่าจะทั้งระยะสั้น กับ "เงื่อนไข" ของสถานการณ์ก่อการร้าย จากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ที่พร้อมใช้สิ่งเหล่านี้เป็น "ข้ออ้าง" ในการสร้างสถานการณ์ และ "ระยะยาว" กับการเข้ามาแทรกซึมและแทรกแซง อันนำมาซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นอันวุ่นวาย ติดตามมาในบ้านเรา และภูมิภาคอาเซียน ที่เคยสงบสบายๆ และกำลังเข้าสู่โซนเปิดเสรีการค้า ก็จะไม่สงบ สบาย ปลอดภัย ไร้กังวล  แบบที่เหล่าบรรดาประเทศตะวันออกกลาง เคยเจอในห้วง ๒ ทศวรรษ ที่ผ่านมา...