PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีวีดาวเทียม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีวีดาวเทียม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ทีวีดิจิทัลยุคทอง"คอนเทนท์"

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

โดย รัตติยา อังกุลานนท์


การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยสู่ระบบดิจิทัล พร้อมการจัดสรรคลื่นความถี่ "ทีวีดิจิทัล" ใหม่รวม 48 ช่อง นอกจากเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการก้าวสู่การเป็น"เจ้าของ" สถานีโทรทัศน์ "ฟรีทีวีดิจิทัล" แล้ว นับเป็นยุคทองของ คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ด้วยเช่นกัน

กว่า 30 ปีในอุตสาหกรรมสื่อวันนี้ เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 5 บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งเป็นบริษัทออแกไนเซอร์ชั้นนำสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบทั้งระดับประเทศและต่างประเทศ และกำลังก้าวสู่เป้าหมาย Content Empire ภายใต้การบริการ "เจเนอเรชั่น 2" ของเจเอสแอล ในยุคดิจิทัล

รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด กล่าวว่าการเกิดขึ้นของ "ทีวีดิจิทัล" ช่วยสร้างโอกาสให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ในการพัฒนาคอนเทนท์ที่มีความหลากหลาย จากเดิมผลิตงานเพื่อออกอากาศบนฟอร์แมทฟรีทีวี แต่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการเติบโตของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์งานได้หลากหลายในยุคนี้

"แฟลตฟอร์มที่หลากหลาย ทำให้สามารถผสานสื่อในรูปแบบต่างๆ การคิดคอนเทนท์ สนุกขึ้น และหลากหลายมุมมอง"

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เจเอสแอล ได้พัฒนาเทคโนโลยี Transmedia ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อจะนำมาใช้งานกับ "คอนเทนท์" ที่สร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งในต่างประเทศได้ใช้แนวคิด "ทรานส์มีเดีย" มาแล้วหลายปี โดยเฉพาะในสื่อภาพยนตร์ คือก่อนสร้างภาพยนตร์ จะมีการสร้างเรื่องราวในโลกโซเชียล มีเดีย เพื่อดึงผู้ชมเข้ามามีส่วนรวมกับตัวละคร ให้เกิดกระแสสนใจต่อเนื่องไปยังภาพยนตร์

เจเอสแอลกำลังพัฒนาคอนเทนท์ในรูปแบบทรานส์มีเดียผ่าน "ละคร" ที่กำลังผลิตให้กับช่อง True10 ของทรูวิชั่นส์ ซึ่งจะเป็นการผสานคอนเทนท์เข้ากับแบรนด์อย่างกลมกลืน นำเสนอผ่าน "มัลติ
แพลตฟอร์ม" ในทุก "จอ" ไม่ว่าจะเป็น มีแอพพลิเคชั่น เว็บบล็อก เว็บไซต์ และจอทีวีที่เข้าถึงผู้ชมตามไลฟ์สไตล์การเสพคอนเทนท์

ภายใต้แนวคิด "ทรานส์มีเดีย" ดังกล่าวเจเอสแอล จะนำใช้กับการสร้างสรรค์คอนเทนท์ให้กับ "ทีวีดิจิทัล" แม้เจเอสแอล จะไม่เข้าร่วมประมูลช่องรายการ แต่เชื่อว่าการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่อง จะเป็นพื้นที่ใหม่ให้บริษัทได้นำเสนอคอนเทนท์เพิ่มขึ้น

ขณะนี้มีการพูดคุยกับพันธมิตรผู้ประมูลช่องรายการ เพื่อเป็นหนึ่งในพันธมิตรผลิตรายการป้อนช่องทีวีดิจิทัล คาดว่าจะผลิตให้กับผู้ชนะการประมูลรวม 3-4 ช่อง ช่องละ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะพัฒนาคอนเทนท์เพื่อนำเสนอในแต่ละช่องแตกต่างกันและในช่วงเวลาที่ไม่เหมือนกัน เพื่อตอบสนองผู้ชมในแต่ละกลุ่ม โดยมุ่งคอนเทนท์แนวถนัดในกลุ่มวาไรตี้และเอ็ดดูเทนเมนท์

ปัจจุบันเจเอสแอลและบริษัทในเครือผลิตรายการทางฟรีทีวี รวม 8 รายการ โดยกำลังอยู่ระหว่างพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ กลุ่มคอนเทนท์โปรดิวเซอร์ เพื่อร่วมกันทำงานรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอีกหลาย "เท่าตัว" ผ่านช่องทางทีวีดิจิทัล คาดว่าในปีหน้าที่ "ทีวีดิจิทัล" ธุรกิจเริ่มออนแอร์ เจเอสแอลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการผลิตคอนเทนท์ใหม่ป้อนให้ทีวีดิจิทัล ปีแรกไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท


ในยุคทีวีดิจิทัล เจเอสแอลวางเป้าหมายองค์กรก้าวสู่การเป็น Content Empire ที่ไม่ใช่เพียงการ ผลิตคอนเทนท์รายการทีวี แต่จะผลิตคอนเทนท์ที่รองรับทุกแพลตฟอร์มทุกช่องทาง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสื่อยุคดิจิทัล ที่มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดสื่อใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาขณะที่คอนเทท์ที่ดีสามารถอยู่ได้ในทุกแพลตฟอร์ม


'เรทติ้ง'ชี้ชะตาราคาโฆษณา

งบโฆษณาผ่านการซื้อสื่อมูลค่ากว่าง"แสนล้านบาท" ต่อปี เค้กก้อนใหญ่เกือบ 60% อยู่ที่ "ฟรีทีวี" โดยมี 2 ช่องผู้นำเรทติ้งผู้ชม "ช่อง3-ช่อง7" ร่วมกันครองเม็ดเงินโฆษณาสูงสุด


มณี เอียบ กรรมการผู้จัดการ แมกน่า โกลบอล ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ดำเนิน
ธุรกิจการซื้อสื่อโฆษณา กล่าวว่า "ทีวีดิจิทัล" จะทำให้เกิดการแข่งขันและมีตัวเลือกให้ผู้ชมและผู้ลงโฆษณาผ่านสื่อฟรีทีวีมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียง "รายใหญ่" ก็จะมี "รายใหม่" มาเป็นทางเลือก

แต่การจะโกยเรทติ้งผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของคอนเทนท์ที่สามารถดึงผู้ชม สร้างความนิยมและเรทติ้งได้หรือไม่

เชื่อว่าใน 2-3 ปีแรกทีวีดิจิทัล ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านผู้ชมจาก "รายใหม่" ที่เข้ามา เพราะต้องรอการขยายการส่งสัญญาณของโครงข่าย (mux) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 80% ในปีที่2 อีกทั้งผู้ชมยังมีความคุ้นเคยกับช่องเดิมๆ

อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของช่อง "ทีวีดาวเทียม" ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เห็นมาแล้วเช่นกัน พบว่าคอนเทนท์ที่ดีของทีวีดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็น "อาร์เอสและแกรมมี่" สามารถเรียกเรทติ้งผู้ชมได้สูงกว่าบาง "รายการ"ทางฟรีทีวี

แสดงให้เห็นว่า "คอนเทนท์" ที่ดี มีเรทติ้งผู้ชม ทั้งลูกค้าและมีเดีย เอเยนซี่ พร้อมจะตามไปซื้อโฆษณา โดยไม่ติดยึดกับรายการใด รายการหนึ่ง หรือช่องใดช่องหนึ่ง

ขณะที่การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่อง การกำหนด "ราคา"โฆษณา จะขึ้นอยู่กับคอนเทนท์ว่าสามารถเรียกเรทติ้งผู้ชมได้ระดับใด หากมีเรทติ้งสูง สามารถกำหนดราคาได้สูง แต่ในช่วงแรกจะไม่สามารถตั้งราคาในระดับเดียวกับ"ฟรีทีวี อนาล็อก"

อีกทั้งความแตกต่างด้านความคมชัดสูง (เอชดี) ไม่สามารถนำมาใช้เป็นปัจจัยกำหนดราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าช่องปกติ เพราะผู้ชมไม่มองความแตกต่างของคอนเทนท์ จากระบบเอชดี เช่นเดียวกับช่อง

ทีวีดาวเทียม ที่จะเปลี่ยนแพลตฟอร์มสู่ทีวีดิจิทัล หากเป็นคอนเทนท์เดิม เชื่อว่าไม่สามารถกำหนดราคาโฆษณาได้เพิ่มจากความแตกต่างของแพลตฟอร์ม

การกำหนดราคาค่าโฆษณาของทีวีดิจิทัล "ทุกอย่างอยู่ที่ความนิยมและเรทติ้ง"

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

สมรภูมิ "ละคร" เดือด ดาวเทียมเปิดศึก "ฟรีทีวี"


วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556, 11:43 น.
กลายเป็นคอนเทนต์ "แรง" และช่วยสร้างชื่อให้กับทีวีไทย สำหรับคอนเทนต์ละครที่วันนี้ไม่ว่าจะเป็นช่องฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ต่างต้องมีคอนเทนต์ละครมาเรียกเรตติ้งจากผู้ชมกันอย่างคึกคัก ส่วนหนึ่งมาจากวันนี้ การแข่งขันของอุตสาหกรรมบรอดแคสต์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกแพลตฟอร์มล้วนเป็นคู่แข่งในสมรภูมิเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณา 6-7 หมื่นล้านบาท มาครอบครองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ประกอบกับด้วยพื้นฐานของทีวีไทยที่ได้วางรากฐานกันไว้ตั้งแต่แรก โดยที่ฟรีทีวีช่องต่าง ๆ ได้จัดผังรายการ ด้วยการวางช่วงไพรมไทม์ไว้สำหรับคอนเทนต์นี้โดยเฉพาะ และจนกลายเป็นความเคยชินของผู้ชมว่า เวลาหลัง 20.00 น. คือช่วงเวลาดูละคร

กลายเป็นคอนเทนต์ "แรง" และช่วยสร้างชื่อให้กับทีวีไทย สำหรับคอนเทนต์ละครที่วันนี้ไม่ว่าจะเป็นช่องฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ต่างต้องมีคอนเทนต์ละครมาเรียกเรตติ้งจากผู้ชมกันอย่างคึกคัก ส่วนหนึ่งมาจากวันนี้ การแข่งขันของอุตสาหกรรมบรอดแคสต์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกแพลตฟอร์มล้วนเป็นคู่แข่งในสมรภูมิเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณา 6-7 หมื่นล้านบาท มาครอบครองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ประกอบกับด้วยพื้นฐานของทีวีไทยที่ได้วางรากฐานกันไว้ตั้งแต่แรก โดยที่ฟรีทีวีช่องต่าง ๆ ได้จัดผังรายการ ด้วยการวางช่วงไพรมไทม์ไว้สำหรับคอนเทนต์นี้โดยเฉพาะ และจนกลายเป็นความเคยชินของผู้ชมว่า เวลาหลัง 20.00 น. คือช่วงเวลาดูละคร ยิ่งถ้าละครเรื่องไหนที่โดนใจผู้ชม สนุกสนาน ออกรส ได้ใจผู้ชม จะส่งผลให้เรตติ้งแรงแบบฉุดไม่อยู่ จนขนาดว่าสินค้าต่าง ๆ ต้องวิ่งซื้อเวลาลงโฆษณากันแบบฝุ่นตลบ

ด้วยโอกาสจากเม็ดเงินโฆษณาที่วิ่งเข้าหา ทำให้ฟรีทีวีทุกช่อง เคเบิลทีวีทุกค่าย ต่างหันมาให้ความสำคัญและชูคอนเทนต์ละคร เป็นทัพหน้าในการกระชากเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณา ล่าสุดเป็นรายของ "ทรูวิชั่นส์" ที่กระโดดเข้ามาแจมอย่างเต็มตัว      "อาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันแม้บริษัทจะมีคอนเทนต์ที่หลากหลายและมีความแข็งแกร่ง ทั้งภาพยนตร์ ข่าวสารและกีฬา แต่สำหรับคอนเทนต์ละคร ถือว่าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงต้องศึกษารายละเอียดอีกมาก 

ล่าสุดได้เริ่มเปิดกล้องละครเรื่องบ่วงมาร จะออกอากาศประมาณต้นปี 2557 ทางช่อง ทรู 10 ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ชมไทยที่ชอบดูรายการสด เรียลิตี้โชว์ และละครก็เป็นส่วนหนึ่งที่คนไทยชื่นชอบ 

"ช่องทรู 10 จะมีคอนเทนต์ที่หลากหลาย โดยการผลิตละครนั้นจะเน้นเป็นการจ้างบริษัทผู้จัดรุ่นใหม่ เพื่อผลิตละครให้แก่ทรูฯ โดยแต่ละปีคาดว่าจะใช้งบประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งยังมีละครที่กำลังพิจารณาอีก 10 เรื่อง และอยู่ระหว่างวางแผนว่าจะวางละครให้ออกอากาศทุกวัน หรือเฉพาะแค่ 5 วันเท่านั้น" 

อย่างไรก็ตามบริษัทได้วางตำแหน่งทางการตลาด ช่องทรู 10 ให้เป็นช่องรายการวาไรตี้ ฟรีทูแอร์ที่ออกอากาศในทุกแพลตฟอร์มก่อน หวังตอบโจทย์ผู้ชมทุกเพศทุกวัย มีคอนเทนต์ที่หลากหลายทั้งบันเทิง กีฬา ข่าว ภาพยนตร์ และละครที่กลายเป็นไฮไลต์ของช่อง

นอกจากนี้ ในอนาคตยังต่อยอดด้วยการปั้นช่องทรู 10 สำหรับพัฒนาเป็นช่องวาไรตี้ระบบความคมชัดสูง (เอชดี) เพื่อออกอากาศในระบบดิจิทัลทีวี หากบริษัทชนะการประมูลดิจิทัลทีวีที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบฯลงทุนสำหรับการประมูลดิจิทัลทีวีรวม 3 ช่องไว้กว่า 2,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้คอนเทนต์โพรไวเดอร์อย่าง บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ก็วางช่อง 8 ให้เป็นช่องรายการวาไรตี้ ด้วยการผลิตคอนเทนต์เอง ทั้งหนัง เกมโชว์ ข่าว รวมถึงละคร ซึ่งสร้างกระแสให้ช่อง 8 เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ชมจำนวนหนึ่ง

เช่นเดียวกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ที่รีแบรนด์ช่องวัน ให้เป็นช่องรายการวาไรตี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการระดมยอดฝีมือในเครือแกรมมี่ทั้งหมด มานั่งแท่นผู้บริหารช่องวัน และจุดติดด้วยกระแสละคร "Hormones วัยว้าวุ่น" 

"สุรพล พีรพงศ์พิพัฒน์" ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดช่องวัน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ให้มุมมองว่า ปรากฏการณ์กระแสตอบรับจากซีรีส์ "Hormones วัยว้าวุ่น" ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้ผลิตคอนเทนต์ทีวีดาวเทียม ที่ต้องคำนึงถึงคุณภาพที่ดี ถ้าคอนเทนต์ดี ไม่ว่าจะออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มไหน ผู้ชมก็จะติดตาม

ขณะที่เจ้าตลาดฟรีทีวี สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ก็ไม่นิ่งอยู่เฉยๆ กินบุญเก่าแต่กำลังเดินหน้า "บาลานซ์" ระหว่างฐานผู้ชมกลุ่มคนเมืองและต่างจังหวัดในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ "คนเมือง" ที่ยังเป็นจุดอ่อนของค่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับคอนเทนต์เกมโชว์-วาไรตี้ และละคร โดยวางนโยบายใหม่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น เพื่อปิดช่องว่างช่วงชิงฐานผู้ชมกลุ่มคนเมืองมาให้จงได้ 

สอดรับกับ "สุบัณฑิต สุวรรณนพ" ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด กล่าวว่า หัวใจความสำเร็จของช่อง คือ ความครบครันของคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการผู้ชม แต่ต้องยอมรับว่าละคร คือคอนเทนต์ที่อยู่ในช่วงไพรมไทม์ ทำให้แบรนด์สินค้าและเอเยนซี่โฆษณาต่างให้ความสำคัญ 

ล่าสุดช่อง 7 ยังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหน้าใหม่เข้ามาสร้างสีสันให้ช่องมากขึ้น เช่น บริษัท ดูมันดี จำกัด ของ "อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร" บริษัท มงคลการละคร จำกัด ของ "ตะวัน จารุจินดา" หรือ "นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" ที่แยกออกจากบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด มารับผลิตละครเรื่องใหม่ให้แก่ช่อง 7 ด้วย รวมถึงยังมีนักแสดงในสังกัดอีกหลายรายที่เตรียมขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครให้แก่สถานี

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ก็เพิ่มเวลาการออกอากาศของละครช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มขึ้นอีก 1 เบรก หรือประมาณ 15 นาทีในครึ่งปีหลังนี้ นั่นก็หมายถึงเม็ดเงินโฆษณาจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หากจะเรียกว่า "ละคร" กลายเป็นขุมทรัพย์สำคัญไม่เพียงแต่ฟรีทีวี แต่รวมถึงทีวีดาวเทียม ก็คงไม่ผิดนัก
    ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/prachachat
หรือติดตามผ่านทวิตเตอร์ @prachachat