PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562

กองทัพ กับ ข้าศึกใหม่ของไทย

กองทัพ กับ ข้าศึกใหม่ของไทย

ขณะที่ประเทศไทยจะมีข้าศึกใหม่ใน ๑๐ ถึง ๑๕ ปีข้างหน้า ปรากฏข่าวกองทัพบกเปิดค่ายทหาร “อาร์มี่แลนด์” ๑๗๓ แห่ง รับท่องเที่ยวปีใหม่ ๒๕๖๓ จับมือจิตอาสาตั้ง ๓๗๐ จุด บริการประชาชน จัดจำหน่ายสินค้า “โอทอปทหาร”
นับว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ไม่เพียงแต่กองทัพบกจะได้ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน แต่เป็นแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับอดีตที่ติดป้าย “เขตทหารห้ามเข้า”
ในความเป็นจริงกองทัพมีทรัพยากรของประเทศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาจากงบประมาณมากมาย ยังจำได้ว่าพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ขณะเป็นผู้บัญชาการทหารบก ได้เคยเชิญนักวิชาการไปรับประทานอาหารที่บ้าน และได้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนถึงงบประมาณของประเทศที่กองทัพได้รับจัดสรรไปใช้ ความตอนหนึ่งบิ๊กจิ๋วได้บอกกับเหล่านักวิชาการว่า ในความจริงกองทัพสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้ เพราะมีที่ดินที่อยู่ในแหล่งต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวนมาก
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า กองทัพมีคลื่นความถี่และสถานีวิทยุโทรทัศน์จำนวนมาก รวมกันถึง ๑๙๘ สถานี แบ่งเป็นกองทัพบก ๑๒๗ สถานี กองทัพอากาศ ๓๖ สถานี กองทัพเรือ ๒๑ สถานี และกองบัญชาการกองทัพไทย ๑๔ สถานี นอกจากนี้ยังมีสถานีโทรทัศน์อีก ๒ แห่ง
กองทัพมีเครื่องมือเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถบัส รถบรรทุกอย่างมากมาย และที่สำคัญที่สุดกองทัพมีกำลังคน กำลังแรงงานอย่างมากมายเหลือเฟือ
หากกองทัพจะไม่เพียงเปิดค่ายทหาร ให้ประชาชนได้เข้าไปท่องเที่ยว ๑๗๓ แห่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ที่สัมพันธ์กับประชาชน ให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรและหน่วยงานของประชาชน
หากกองทัพจะยึดแนวทางและพัฒนาในแนวนี้ต่อไป ก็สามารถจะนำที่ดินทั่วประเทศที่มากมหาศาล สร้างเป็นโครงการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้ให้เกิดประโยชน์ และจัดสรรผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างกองทัพและประชาชน
หากกองทัพจะได้นำเครื่องมือเครื่องใช้ รถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถบรรทุก รถบัส ที่มีมากมายมาสร้างโครงการร่วมกับชุมชนและสังคมก็จะเกิดประโยชน์
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังฝืดเคือง จะเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากกองทัพจะลดการบังคับและเกณฑ์คนให้ไปเป็นทหาร โดยให้หนุ่มสาวชาวไทยได้เลือกตัวของเขาเองว่าผู้ใดเหมาะสมที่จะเป็นทหาร หรือทำอาชีพอะไรก็จะสามารถลดการบังคับคนหรือเกณฑ์คนไปเป็นทหาร ด้วยการให้แรงจูงใจและผลตอบแทนแก่ผู้ที่จะสมัครเป็นทหารให้มากขึ้น
แต่การเกณฑ์พลทหารไปรับใช้ที่บ้านนายพล หากเลิกได้ก็จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมไทยและชาวโลก
ข้าศึกใหม่ของไทยในอนาคต
ขณะนี้คนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยที่มีผู้สูงอายุถึง ๒๐% ของประชากรทั้งประเทศ และจะเพิ่มเป็น ๓๐% ของคนทั้งประเทศ หรือจะมีผู้สูงอายุถึง ๒๐ ล้านคน ขณะที่สัดส่วนคนวัยทำงานลดลง สัดส่วนของเด็กเยาวชนน้อยลง หากกองทัพจะได้ปรับตัวเป็นหน่วยรบสำคัญในการต่อสู้กับข้าศึกใหม่ “สังคมสูงวัย” ก็จะสามารถรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศได้อย่างสำคัญ ทั้งนี้เพราะ
๑) ประชากรที่เป็นผู้ชายเกือบทั้งประเทศเคยเป็นทหาร ซึ่งจะต้องเป็นผู้สูงอายุในวันหนึ่งอย่างแน่นอนโดยหลีกเลี่ยงไม่พ้น
๒) หากกองทัพจะได้เผยแพร่จิตสำนึกและความรู้ให้เขาเหล่านั้น พร้อมทั้งครอบครัวจะได้มีเงินออมไว้ใช้ในยามชรา เพราะเมื่อถึงเวลาต้องหยุดทำงานและยังมีชีวิตอยู่อีก ๒๐ ปีจนเสียชีวิต หากต้องใช้จ่ายเงินเดือนละ ๒ หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย ค่ายารักษาโรค ฯลฯ จะต้องมีเงินออมในวันที่หยุดทำงานประมาณ ๕ ล้านบาท แต่หากปรารถนาจะใช้จ่ายเดือนละ ๔ หมื่นบาท ก็จะต้องมีเงินออมในวันที่หยุดทำงาน ๑๐ ล้านบาท
การให้ความรู้เพื่อการอดออมเป็นของสำคัญ โดยเฉพาะการให้มีการออมทางเลือก เช่น ออมด้วยต้นไม้ หากกำลังพลและประชาชนจะปลูกไม้ยืนต้นในขณะที่ยังหนุ่มสาว เมื่อถึงวัยที่ต้องหยุดทำงาน ต้นไม้แต่ละต้นจะมีขนาดใหญ่ และมีมูลค่าต้นละหลายหมื่นบาท เป็นบำนาญชีวิตในยามชรา
๓) กองทัพจะต้องฝึกทักษะของกำลังพลทั้งหมด ให้มีทักษะการทำงานของแต่ละคนให้มากกว่าหนึ่งอย่าง ทั้งนี้เพราะอนาคตการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีย่อมทำให้การทำงานบางประเภทจะเป็นสิ่งล้าสมัย แต่บางประเภทก็จะเฟื่องฟู โดยเฉพาะเมื่อถึงยามชราจะต้องเปลี่ยนลักษณะงานที่ลดการใช้พละกำลัง และใช้ความเชี่ยวชาญชำนาญการมากขึ้น
หากกองทัพจะได้จัดสวัสดิการ กระตุ้นให้กำลังพลและครอบครัวทุกคนได้ใส่ใจที่จะแสวงหาทักษะการทำงานที่หลากหลาย โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อนาคตจะมีหุ่นยนต์ทำงานแทนคนในหลายอาชีพ จะมีระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบการใช้อินเทอเน็ตเชื่อมโยงในสรรพสิ่งต่างๆ
๔) กองทัพมีทหารช่างที่มีความรู้ ในเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืน เพราะต่อไปอีกประมาณ ๑๕ ปี จะมีผู้สูงอายุถึง ๑ ใน ๓ ของคนทั้งประเทศ ครอบครัวไทยจะต้องปรับที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับคนทุกวัย ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหกล้ม ซึ่งจะมีต้นทุนการรักษาพยาบาลหรือเสียชีวิตที่สูงกว่าการร่วมกันปรับสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับ โดยเฉพาะร่วมกันปรับถนนหนทาง ทางเดินเท้า การข้ามถนน และอาคารสถานที่สาธารณะ
กองทัพมีทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร กำลังพล และความรู้ความสามารถด้านงานช่าง นอกจากจะช่วยพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับชุมชนแล้ว ที่สำคัญ คือ จะได้กระตุ้นให้กำลังพลที่เป็นชายไทยทั้งประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับสภาพแวดล้อม และถ่ายทอดความคิดสู่ครอบครัวของตน
๕) กองทัพมีบุคลากรที่มีความเข้มแข็ง มีเทคนิคการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย มีความสามารถในการฝึกเพื่อไม่ให้ล้มได้ง่าย และหากจะล้มก็ล้มอย่างถูกวิธี หากกองทัพจะได้นำความรู้ดังกล่าวออกช่วยเผยแพร่ให้กับสมาชิกในครอบครัวและสร้างระบบการให้ความรู้กับชุมชนและสังคมรอบข้าง ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนและท้องถิ่นร่วมไปกับการปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
๖) กองทัพมีสถานที่และบุคลากรเพียงพอ ที่จะสร้างศูนย์ฟื้นฟูให้กับผู้สูงอายุที่เป็นบุพการีของกำลังพลและคนในชุมชนรอบข้าง สามารถใช้กิจกรรมบำบัด กายภาพบำบัด และแพทย์แผนไทยเพื่อฟื้นฟูผู้สูงอายุหรือผู้ได้รับอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเป็นที่ทำกิจกรรมระหว่างวัน (Day Care Center) ของผู้สูงอายุและเด็กได้เป็นอย่างดี
๗) กองทัพมีหน่วยทหารที่กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ น่าจะได้ร่วมกับท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. กระตุ้นให้ชุมชนสำรวจว่าบ้านไหนมีผู้สูงอายุที่มีความเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวไม่มีญาติดูแล หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว จะได้วางระบบเพื่อให้ผู้สูงอายุเหล่านี้สามารถติดต่อร้องขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้กองทัพและค่ายทหารมีเครื่องมือ รถยนต์ เรือยนต์ ที่จะช่วยเหลือได้อย่างดียิ่ง
๘) หากกองทัพที่เพียบพร้อมด้วยหน่วยงานและบุคลากรในชนบท จะได้เข้าร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล วัด โรงเรียน และชมรมผู้สูงอายุให้ตื่นตัวและร่วมกันสร้างระบบรองรับสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืนในแต่ละท้องถิ่น เพื่อกระจายกองกำลังและความร่วมมือ ต่อสู้กับข้าศึกใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน.
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อีก 34 วันเลือกตั้ง ยังไม่เลิกลือเลอะเทอะไม่มีเลือกตั้ง...

cr:พี่เป๊บซี่

อีก 34 วันเลือกตั้ง ยังไม่เลิกลือเลอะเทอะไม่มีเลือกตั้ง...
เจอนักการเมืองจากหลายค่ายตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คำถามที่ได้ยินตลอด จะมีเลือกตั้งตามกรอบเวลาไหม นักการเมืองที่ต้องหาเสียงเลือกตั้งยังไม่มั่นใจ ชาวบ้านทั่วไปยิ่งสับสนจะมีเลือกตั้งตามกำหนดเวลาวันที่24มีนาหรือไม่
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแดงสายล้มเจ้า 112 ที่รับเสบียงจากนักโทษหนีคดีเป่าปี่ตีฉาบโหมประสานเสียงจากนอกประเทศ กระพือขัดแย้งหนักรัฐบาลกองทัพ บอกลุงตู่ยืนขาลอย พร้อมปลุกระดมหวังป่วนเลื่อนยาวเลือกตั้ง เข้าทางนักโทษหนีคดี ที่ไม่ต้องการให้มีเลือกตั้งเหมือนกัล หวังใช้กลยุทธ์แตกแบ๊งค์พัน พลิกสถานการณ์ กลับทรุดหนัก หลังมีพระราชโองการออกมา เจอข้อหาดึงสถาบันกี่ยวข้องการเมือง ราคาต่อรองต่อไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี ยุบแน่นอน มีแต่ต่อยาวโล๊ดดดดไม่มีรอง
หลังยุบพรรคทษช.จะกล้าป่วนเลอะเทอะอย่างที่มีการปลุกระดมไหม ต้องวัดใจคนป่วน ของจริงหรือของหลอก ฝ่ายความมั่นคงเตรียมต้อนรับเต็มเหนี่ยว กระแสปลุกระดมพระราชโองการปลอมตอนนี้แผ่วสนิท ใครกล้าชูธงนำเจอจัดเต็มหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่เชื่อต้องลอง
เอกภาพคสช. รัฐบาล กองทัพ ยังแนบแน่น พี่ใหญ่ ลุงป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่กลาง น้าป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ร่วมยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณปลายปี 49 และน้องเล็ก ตู่ ประยุทธ์ ในบูรพาพยัคฆ์ยังแน่นปึกเป็นหนึ่งเดียว ข่าวลือปฏิวัติ ต้องบอกว่าสุดเลอะเทอะ
นาทีนี้คนที่จะทำปว.ได้มีผบ.ทบ บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ คนเดียว ส่วนแม่ทัพหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจทุกครั้ง คือพล.ท. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ บิ๊กบี้ เตรียมทหาร 22 น้องบิ๊กแดงสองรุ่น คือหัวแถวทหารสายวงศ์เทวัญของพระราชา มือขวาของบิ๊กแดง เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 11เช่นเดียวกัน
หลังปี63 บิ๊กบี้ น่าจะต่อไลน์เข้าแถวเป็นผู้นำกองทัพบก เช่นเดียวกับบิ๊กแดง ที่ถูกนายกประยุทธ์ จับวางตัวเป็แม่ทัพภาค 1 ปลายปี56 รับงานใหญ่ 22 พ.ค.57 ก่อนมาเป็นผบ.ทบ.ปลายปี 61
สัมพันธ์แนบแน่นแจ่มจันทร์ขนาดนี้ยังกล้าลือเลอะเทอะ บิ๊กแดงจะล้มรัฐบาลลุงตู่ เอาสมองส่วนไหนคิด
อีกเรื่องที่น่าจะยืนยันนอนยันเดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนด คือพระราชกฤษฏีกาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ให้มีการเลือกตั้งตามกรอบเวลา ....
ได้โปรดเลิกลือกระพือเลอะเทอะ หากกล้าป่วนล้มเลือกตั้งเรียนเชิญ หลังเลือกตั้งตอกตะปูปิดฝาโลงเอาเข้าเตาเผาเลย

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

พูดคุยสันติสุขรอบใหม่เข้าช่อง fast track มาเร็วเคลมเร็ว

พูดคุยสันติสุขรอบใหม่เข้าช่อง fast track มาเร็วเคลมเร็ว ผู้อำนวยความสะดวกมาเลย์คนใหม่ ตันศรี ราฮิม นัวร์ สายตรงนายกมาเลย์ เลือกมากับมือให้มาประสานการพูดคุยรอบใหม่ มีกรอบเวลาทำงานไม่เกิน สองปี ซึ่งเป็นช่วงที่มหาเธร์มีเวลาทำงานครึ่งเทอมแรกก่อนส่งไม้ต่อให้อันวาร์ อิบราฮิม 
ราฮิม นัวร์ มั่นใจระหว่างหารือนอกรอบเช้านี้กับ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หน.คณะพูดคุยสันติสุข การพูดคุยรอบใหม่จะบรรลุสันติสุขในพท.ภายในกรอบเวลาหนึ่งปี กล่าวระหว่างแถลงข่าวการพูดคุยครั้งนี้จะเป็นยุคสมัยใหม่new era ของการสร้างสันติสุขในจชต.บอกก่อนเดินทางมาได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกมหาเธร์ ที่เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจสร้างให้เกิดสันติสุขในพท.ชายแดน ยอมรับการก่อเหตุร้ายของบีอาร์เอนในจชต.ถือเป็น security threat ภัยความมั่นคงที่มาเลย์พร้อมร่วมมือแก้ไขปัญหา เหมือนช่วงเหตุการณ์ปี2532 ที่รัฐบาลไทยช่วยมาเลย์แก้ปัญหาจคม.พรรคคอมมิวนิสต์มาลายาจนมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพปลายปี 2532
ระหว่างหารือ บิ๊กเมาถูกตันศรีราฮิม สอบถามจะเริ่มกระบวนการพูดคุยได้เมื่อไหร่ พล.อ.อุดมชัยตอบทันที ให้เร็วที่สุด หากสัปดาห์หน้านัดตัวแทนกลุ่ม hard core คุยได้ พร้อมเดินทางไปมาเลย์ทันที ได้ข้อยุติเบื้องต้น มาเลย์รับประสานตัวแทนbrnมาพูดคุยในสัปดาห์หน้า
การพูดคุยรอบใหม่จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม บิ๊กเมา ชี้แจงตันศรีราฮิม ถึงroadmap ที่วางไว้ การพูดคุยกับกลุ่ม hard core เพื่อชี้แจงข้อเสนอของบีอาร์เอนที่เสนอก่อนหน้านี้ห้าข้อ และทำความเข้าใจต่อนโยบายของรัฐบาล
บิ๊กเมาตอบคำถามตันศรีราฮิม นัวร์ เรื่องการหยุดยิง ระหว่างพูดคุยสันติสุข พล.อ.อุดมชัย แจงไม่มีความจำเป็นต้องหยุดยิงระห่างการพูดคุย เพื่อให้การพูดคุยเดินหน้า ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติหน้าที่ตากปกติ
หากตันศรี ราฮิม จัดให้ตัวแทนhardcoreมาพูดคุยได้ในสัปดาห์หน้า อย่างที่รับปาก ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ตลอด่ช่วงห้าปีของการพูดคุย ดุลเล่ะห์ แวมานอ ไม่ยอมร่วมเจรจา ผู้อำนวยความสะดวกคนก่อน ซัมซามิน กดดันอะไรไม่ได้ ...
ต้องไม่ลืมว่าตันศรีราฮิม เป็นอดีตผู้การสันติบาล รับรู้สถานการณ์ในพท.ชายแดนอย่างดี มหาเธร์ไฟเขียวมาเอง ตันศรีเดินหน้าเต็มสูบ...i have confidence ..ตันศรีพูดชัดเจนระหว่างแถลงข่าว...นิว18...

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สถานีคิดเลขที่ 12 : ผบ.ทบ.กับคำถามปฏิวัติ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : ผบ.ทบ.กับคำถามปฏิวัติ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน



เมื่อ ผบ.ทบ.คนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ยังไม่ทันไรต้องกลายเป็นข่าวพาดหัวใหญ่หนังสือพิมพ์ในประเด็น จะมีปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่
นั่นเพราะการเมืองไทยเรายังวนอยู่ในอ่าง โดยแม้ว่าจะมีผู้คนฝ่ายความคิดก้าวหน้า พยายามต่อสู้ผลักดันให้บ้านเมืองเราหลุดพ้นจากวงจรน้ำเน่านี้เสียที
แต่เราก็ยังมีคนอีกกลุ่ม ที่ยังคงทำทุกทางเพื่อฉุดรั้งบ้านเมืองให้ถอยหลังย้อนยุคไปอยู่เรื่อย ตามความเชื่อของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองไทย ที่หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในสังคม
ขณะที่เรามีนักศึกษาประชาชนในยุคสมัย 14 ตุลาคม 2516 ที่โหยหาสังคมใหม่ ใฝ่หาเสรีภาพ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลทหาร โดยไม่เกรงกลัวห่ากระสุนปืน จนได้รับชัยชนะ เปิดม่านประชาธิปไตยสู่สังคมไทย
แต่เพียงแค่ 3 ปี ก็เกิดเหตุร้าย 6 ตุลาคม 2519 กวาดล้างเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนที่ขยายตัวเติบใหญ่มาจาก 14 ตุลาฯ
เป็นความพยายามอีกครั้งของฝ่ายขวาล้าหลัง เพื่อไม่ให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้า แม้จะต้องใช้วิธีนองเลือดก็ตาม
แต่ก็เป็นไปตามทฤษฎียิ่งกดยิ่งต้าน จากนั้นการต่อสู้ยิ่งดุเดือดเลือดพล่าน
จนต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงล้มรัฐบาลในปี 2520 โดยคณะทหารชุดเดิมที่รัฐประหารปี 2519 เพื่อคลี่คลายสังคมไทย แอบอิงประชาธิปไตยคลายความอึดอัด
รวมทั้งมีคำสั่งที่ 66/2523 ใช้การเมืองนำการทหาร ทำให้ความขัดแย้งพ้นจากสนามรบ มาสู่การต่อสู้อย่างสันติวิธี
กระทั่งในปี 2535 ประชาชนลุกฮืออีกครั้ง เพื่อปฏิเสธรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารในปี 2534 รวมทั้งผลักดันการเมืองให้ยกระดับไปอีก ด้วยทำให้มีข้อกำหนด นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ
ทำให้อำนาจการเมืองในมือประชาชน เพิ่มความสำคัญมากขึ้น
ยิ่งมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เพิ่มความเข้มแข็งให้พรรคการเมือง ยิ่งทำให้อำนาจการเมืองในมือประชาชนผ่านวันเลือกตั้ง ยิ่งมีความหมายมีความสำคัญมากขึ้น
จนฝ่ายล้าหลังต้องดิ้นรนครั้งใหญ่ ก่อม็อบมีสีในปี 2548 เพื่อปูทางรัฐประหาร 2549 ก่อนจะดิ้นซ้ำอีก หนักกว่าเดิมอีก ผ่านม็อบปี 2556 เพื่อนำไปสู่รัฐประหาร 2557

นี่เป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ว่า ก่อนรัฐประหาร มักมีกระบวนการปูทางสร้างเงื่อนไขให้ทุกครั้ง
แต่โลกต้องหมุนไปข้างหน้า ไม่หมุนย้อนเหมือนวงจรน้ำเน่าในสังคมไทย
สุดท้ายสังคมไทยก็ต้องไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะมีในต้นปี 2562
ท่ามกลางบรรยากาศที่บ้านเมืองใกล้จะกลับมาเป็นประชาธิปไตยแท้ๆ
แต่เมื่อ ผบ.ทบ.คนใหม่ เปิดแถลงใหญ่ครั้งแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง ก็ต้องเผชิญคำถามที่ว่า ทหารจะปฏิวัติยึดอำนาจอีกหรือไม่
ผบ.ทบ.จะตอบอย่างไรก็ตามที แต่แปลว่าสังคมไทยไม่เคยวางใจ ว่าจะไม่มีการล้มกระดานประชาธิปไตยอีก
ตราบใดที่ฝ่ายอนุรักษนิยมขวาจัดในบ้านเรา ยังไม่ยกระดับความคิดเหมือนฝ่ายขวาในสังคมที่เจริญ ว่าต้องไปต่อสู้กับฝ่ายเสรีนิยม สู้กับฝ่ายซ้ายในสนามเลือกตั้ง
อันเป็นเวทีที่สู้กันไป แต่บ้านเมืองก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
ถ้าไม่ยอมรับกติกานี้ และยังคงดิ้นรนฉุดบ้านเมืองให้ถอยหลังไม่สิ้นสุด
ผบ.ทบ.ก็ต้องคอยตอบคำถามว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ อย่างไม่จบสิ้น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ไม่ฟันธง

เอกลักษณ์พิเศษของประเทศไทยคือ “กองทัพ” มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
บางครั้งกองทัพก็แทรกแซงการเมือง
และหลายครั้งผู้นำกองทัพก็กลายเป็นผู้นำการเมืองเสียเอง
ทำให้ประเทศไทยมี “ทหาร” เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 13 คน
ครองอำนาจการเมืองรวมกันนานกว่า 21,445 วัน
หรือยาวนานกว่า 58 ปี
ด้วยเหตุนี้ เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กแดง” เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งแรก หลังได้รับโปรดเกล้าฯเป็น ผบ.ทบ. จึงกลายเป็นข่าวพาดหัวตัวเท่าหม้อแกง
“ผบ.ทบ.คนใหม่” เปิดใจตอบคำถามสื่อมวลชนถึงจุดยืนกองทัพในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองต้นปีหน้า
Mute
Current Time0:00
/
Duration Time5:50
Loaded: 0%
Progress: 0%
 
พล.อ.อภิรัชต์ ตอบว่า กองทัพบกเตรียมทำความเข้าใจกับกำลังพลโดยเฉพาะระดับผู้บังคับหน่วยอย่างชัดเจนว่า กองทัพจะวางตัวเป็นกลาง
กองทัพมีหน้าที่สนองนโยบายรัฐบาลทุกรัฐบาล ไม่ว่าใครหรือพรรคใดจะเป็นรัฐบาล กองทัพต้องทำงานให้เหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
นักข่าวถามว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศจะสืบทอดอำนาจการเมือง กองทัพจะเว้นระยะห่างกับ “พล.อ.ประยุทธ์” อย่างไร เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการเมือง??
“บิ๊กแดง” ผบ.ทบ.คนใหม่ ตอบว่า ความเป็นกลางขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
ขอย้ำว่า กองทัพบกจะวางตัวเป็นกลาง เป็นมืออาชีพ เป็นทหารอาชีพ
คำว่า “ทหารอาชีพ” กับ “อาชีพทหาร” แตกต่างกัน
ในฐานะทหารอาชีพ หลังเลือกตั้งไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลกองทัพต้องสนับสนุน
ถามถึงบทบาทกองทัพต่อการเลือกตั้งปีหน้าว่ามีความหนักใจหรือไม่??
พล.อ.อภิรัชต์ ผู้ถือดุลอำนาจกองทัพคนใหม่ มองว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการทำให้ประชาชนเข้าใจภารกิจของกองทัพว่าการช่วยเหลือประชาชนเป็นความบริสุทธ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่
สมมติว่าทหารลงพื้นที่แนะนำชาวบ้านตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล คสช.จะบอกว่าทหารสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นเรื่องลำบาก
อยากให้ประชาชนเข้าใจและให้ความเป็นธรรมกองทัพด้วย
มาถึงคำถามถึงบทบาทกองทัพกับการเลือกตั้งต้นปีหน้า??
ผบ.ทบ.ป้ายแดง ตอบว่า ถ้า กกต.ขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือ ทหารก็ต้องช่วยงาน กกต. (เหมือนทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง)
จะไม่ให้ทหารทำอะไรเลย ไม่ต้องทำหน้าที่ ไม่ต้องสนับสนุน ไม่ต้องช่วยเหลือประชาชนก็ไม่ใช่
เพราะทหารรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน

ดังนั้น หาก กกต.ขอความช่วยเหลือ กองทัพพร้อมช่วยงาน กกต.เต็มที่!!
“แม่ลูกจันทร์” มองว่า พล.อ.อภิรัชต์ ตอบคำถามอย่างรัดกุม ยกการ์ดสูง เต้นฟุตเวิร์กคล่อง ไม่ยอมให้นักข่าวต้อนเข้ามุมง่ายๆ
โดยเฉพาะ “คำถามไฟต์บังคับ” ที่นักข่าวต้องยิงถามคำถามนี้ทุกครั้งกับ ผบ.ทบ.ใหม่ทุกคน
คำถามคือ ในยุค “พล.อ.อภิรัชต์” ทหารจะปฏิวัติอีกหรือไม่??
พล.อ.อภิรัชต์ตอบคำถามนี้...แบบมีออปชัน
“หวังว่าการเมืองจะไม่เป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ”
“ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุของการจลาจล การปฏิวัติจะไม่เกิดขึ้น”
พล.อ.อภิรัชต์ ไม่ยอมฟันธงว่าจะไม่มีปฏิวัติแน่ๆ
เพราะการปฏิวัติเป็นความลับสุดยอด เปิดเผยล่วงหน้าไม่ได้
แม้แต่อดีต ผบ.ทบ. 2 คน ที่เคยประกาศยืนยันว่าจะไม่ปฏิวัติแน่ๆ
แต่สุดท้าย...กลายเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติทั้งคู่.
อ่านเพิ่มเติม

"แม่ลูกจันทร์"

ยืนถือกระบองคุมเชิง!

เขย่าประสาททำนักการเมืองจิตตกกันระนาว

อกสั่นขวัญแขวนกันไปล่วงหน้า หวั่นเกิดรายการรถถังออกมาวิ่งตามท้องถนน ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นมา
หลังเสียงคำรามจาก “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุชัดเจน กองทัพวางตัวเป็นกลาง ขออยู่เคียงข้างประชาชน
โดยการปฏิวัติจะไม่เกิด ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุไปสู่การจลาจล
เบอร์ 1 กองทัพบกไม่การันตีจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคตย่อมสร้างความหวั่นไหวให้นักเลือกตั้งเกิดอาการขาสั่น
หาเสียงกันสู้กันเลือดตาแทบกระเด็น อาจเหนื่อยฟรีหรือไม่ หากนักการเมืองแก่งแย่งอำนาจ ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชิงอำนาจ ทำบ้านเมืองพังเหมือนที่ผ่านมา
ในสถานการณ์การเมืองที่ทวีความเข้มข้นขึ้น อย่างที่มีการปลุกกระแสให้เลือกข้าง “ประชาธิปไตย” กับ “เผด็จการ” หาเสียงเรียกคะแนนนิยมให้ฝ่ายตัวเอง
เร้าอารมณ์กองเชียร์ เติมหัวเชื้อความขัดแย้ง โหมกระแสสร้างความเกลียดชังขึ้นมาในสังคม
ทำลายความปรองดองที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พยายามฟื้นฟูประเทศ สลายสีเสื้อ สร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ
ก็เป็นธรรมดาที่ ผบ.ทบ.ต้องออกมาใส่แอ็กชันเข้มๆ ปกป้องบ้านเมืองไม่ให้กลับไปสู่กลียุค เผาบ้าน เผาเมือง ขนคนมาชัตดาวน์ประเทศไทย กลับสู่วังวนเดิมๆ ที่ทุกคนแยกเขี้ยวใส่กัน
กองทัพพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง หากสถานการณ์ถึงจุดวิกฤติ
อย่างที่บรรดาคีย์แมนใน คสช.และกองทัพ ทั้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.
พากันออกมายืนเคียงข้าง “บิ๊กแดง” ยกเหตุผล หากฝ่ายการเมืองไม่ลากประชาชนออกมาตามท้องถนนให้เกิดจลาจล ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะไม่มีใครอยากทำรัฐประหาร
แม้กระทั่งท่าทีเสื้อแดงตัวพ่ออย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ยังกลับลำมาสนับสนุนหลักการของ ผบ.ทบ. ปรามทุกฝ่ายหยุดสร้างเงื่อนไขให้เกิดความน่าเป็นห่วง ก็จะไม่เกิดเหตุรัฐประหารขึ้น
ร่วมเตือนสตินักการเมืองให้ร่วมประคองประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เหลือแค่คนการเมืองหน้าเดิมๆ ที่คอยผสมโรงโยงคำพูด “บิ๊กแดง” ให้โอเว่อร์เกินจริง กองทัพเตรียมตัวยึดอำนาจอีกรอบ ปลุกกระแสให้คนเกลียดชังทหาร
แต่เรื่องของเรื่อง หากจับคำพูดของ ผบ.ทบ.แล้ว แค่ต้องการส่งสัญญาณตรงไปถึงนักการเมืองห้ามแตกแถว ไม่ให้ก่อหวอดสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมืองก่อนและหลังการเลือกตั้ง
ในห้วงที่ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้ง ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นอุปสรรคขวางเส้นทางคืนประชาธิปไตยให้ขยับออกจากวันที่ 24 ก.พ.2562
ตามปรากฏการณ์ที่แต่ละค่ายการเมืองเปิดตัวเคลื่อนไหวกันคึกคัก โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ 4 รมต.ขุมกำลังหลักกำลัง
เร่งเครื่องเต็มสูบ วางโปรแกรมลงพื้นที่เป็นรายสัปดาห์
ทีม “ลุงตู่” เปิดตัวเต็มอัตราศึกพร้อมลงสนาม ดึงคนรุ่นใหม่มือดีร่วมทีมพึ่บพั่บ ความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ตั้งเป้ากวาดเก้าอี้ ส.ส.ทะลุ 100 ที่นั่ง
สอดรับกับท่าที “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่กระโจนเข้าสู่โลกโซเชียล กระจายช่องทางสื่อสารผ่านเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ ไอจี รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านโดยตรง
ยืดอกยอมรับได้ทั้งดอกไม้ ก้อนอิฐ คำชมและเสียงด่า
ต้องยอมรับสถานการณ์ถึงนาทีนี้ทุกอย่างลงตัว เคลียร์ทางรอเข้าสู่สนามเลือกตั้งต้นปีหน้าให้ผู้นำ คสช.ได้ต่อตั๋วบริหารประเทศต่ออีกสมัย
เหลือแค่ลุ้นจะคอนโทรลสถานการณ์หลังเลือกตั้งให้ลงเอยด้วยดี ไม่มีความวุ่นวายไล่หลังตามมาได้หรือไม่
ด้วยเหตุนี้ ผบ.ทบ.จึงต้องเล่นบทยักษ์ถือกระบองคุมเชิงไว้ก่อน.
ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

วันที่สีเริ่มจางลงเอง



คนรักเป็นหมื่น คนเกลียดเป็นล้าน

อำกันขำๆแบบมุกตลกร้ายที่สายฮาชอบล้อเล่นกัน
เอาเป็นว่า เมื่อรักที่จะกระโดดมาร่วมโรมรันพันตูในโลกสมมติ สังคมโซเชียลมีเดียแล้ว ตามแนวโน้มสถานการณ์นั่นหมายถึง “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ก็ต้องมั่นใจใน “ตบะ” แข็งแกร่งพอจะรับแรงกระแทก
ไม่อ่อนไหวกับเกมยั่วแหย่ท้าทาย ไม่สะดุ้งกับพฤติกรรมหยาบคาย
เพราะมันหนีไม่พ้นต้องเจอทุกรูปแบบแน่
ที่แน่ๆคนหนึ่งที่เกาะติด กัดติดแบบไม่ปล่อย ก็คือแฟนเพจที่ชื่อ “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “นายใหญ่” ตระกูลชิน
รอดักตีกิน คอยแห่กระแสเบิ้ลบลัฟ “โจทก์คนสำคัญของพ่อ” อยู่แล้ว
อาการล่าสุดแบบที่ตามคอมเมนต์แซว “นายกฯลุงตู่” ที่โพสต์รูปหมู่กับทีมหมูป่าฯ
“เวลาลุงไม่ฉุน ลุงก็น่ารักดีนะเนี่ย”
อารมณ์ตามตอด ตามแซะ แหย่ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช็อตโพสต์ดักคอดักทาง อ้าง “ลุงฉุน” คำราม ก่อนรู้ผลอัยการสั่งฟ้องคดีงาบหัวคิวปล่อยกู้กรุงไทยให้กลุ่มกฤษฎามหานคร
ถึงตอนนี้ “เสี่ยโอ๊ค” ต้องเทียวไล้เทียวขื่อ ออกแรงขุดบ่อล่อ “ลุงฉุน”
หวัง “ไต่บันไดลิง” โหนขึ้นไปเทียบรุ่นกับ “นายกฯลุงตู่”
ถ้าอีกฝ่ายพลาด หลงต่อปากต่อคำ เข้าเหลี่ยมเด็กลากแห่แน่
เหลี่ยมเดียวกันเลยกับมุกที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงพรรคเพื่อไทย ที่ประดิษฐ์วาทกรรม “อย่าพรากความเท่าเทียมของคนไทยด้วยบัตรคนจน” ยั่วให้ พล.อ.ประยุทธ์ สวนกลับ
เป้าหมายแฝงมันก็อยู่ที่การแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
ไม่ให้โดนยี่ห้อ “ประชารัฐ” กลืนส่วนแบ่งการตลาด
ทีม “นายใหญ่” จ้องลาก “ลุงตู่” มานัวเนียกับเกมชิงกระแสรายวัน
แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงยุทธศาสตร์หลัก ล่าสุดโฟกัสจากคิวที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. เน้นย้ำในที่ประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ในการน้อมนำและสานต่อแนวทางจิตอาสาพระราชทาน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชน และประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง
ความฝ่ายความมั่นคงเน้น “จิตอาสา” เดินหน้าฟื้นความสามัคคีในหมู่คนไทย
ในห้วงที่ขั้วสีเริ่มจางลงตามเงื่อนไขสถานการณ์ความจริงเริ่มโผล่
ตามปรากฏการณ์แบบที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำคนเสื้อแดง กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยชีวิตความเป็นอยู่ของนายวิสา คัญทัพ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่หลบหนีคดีไปอาศัยในอพาร์ตเมนต์แคบๆในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี พร้อมกับนางไพจิตร อักษรณรงค์ ภรรยา ด้วยความยากลำบาก
ป่วยเป็นพาร์กินสัน ซูบผอมลงถนัดตา เดินอย่างเชื่องช้า
สถานการณ์เดียวกับนายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นอนซมป่วยต้องถือถุงปัสสาวะ
ขณะที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่หลบหนีคดีหมิ่นเบื้องสูง ป่วยเป็นเส้นเลือดสมองกำลังฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาล
ชะตากรรมของแนวร่วมเสื้อแดงที่ระหกระเหินอยู่ต่างแดน
แร้นแค้นลำเค็ญ ไม่ได้มีเครื่องบินเจตส่วนตัวโฉบไปโฉบมา มีถิ่นพำนักอยู่ในคฤหาสน์หรู
ในเครื่องหมายคำถาม เสี่ยงสู้ตาย ถึงเวลามีใครดูดำดูดี
และถึงตรงนี้ มันก็เป็นอะไรที่เป็นคำตอบในที กับจังหวะการขยับของ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดง นปช. หันไปเดินหน้าตั้งพรรคเพื่อชาติ เป็นฐานคนเสื้อแดงสู้ในระบบสภา
อารมณ์เดียวกับ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำขาใหญ่ม็อบ กปปส. ก็กลับคำจากที่บอกจะหันหลังให้การเมือง มาเป็นโต้โผใหญ่ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย
หัวโจกม็อบ แกนนำมวลชนหันไปตั้งป้อมค่ายการเมือง
หาพื้นที่ยืนให้ตัวเองในห้วงกระแสมวลชนถดถอย
ผู้คนในประเทศ เบื่อหน่าย เกลียด กลัวม็อบ.
ทีมข่าวการเมือง

‘บิ๊กแดง’ กับโจทย์เดิม


กองทัพบกจะใช้ศักยภาพและใช้ขีดความสามารถทุกอย่างในการปกป้องสถาบัน
สัญญาณคลื่นความถี่สูงส่งตรงจาก “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำจุดยืนชัดๆตรงๆตั้งแต่การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในสถานะจ่าฝูงกองทัพบก
ตีธง ยกระดับความเข้มของภารกิจสำคัญขึ้นอีกขั้น
เขียนโจทย์ขึ้นกระดานตัวโตๆให้รับรู้และเข้าใจตรงกันทั้งในและนอกประเทศ กับเงื่อนไขพิเศษในห้วงสถานการณ์เปลี่ยนผ่านประเทศไทย
เหนืออื่นใดสำหรับ “บิ๊กแดง” คือการอารักขาสถาบัน
และที่มาตามนัด กับไฮไลต์คำถามแหลมๆของนักข่าว จะมีปฏิวัติอีกหรือไม่
“บิ๊กแดง” ไม่ยืนยันมัดคอตัวเอง แค่ทิ้งทุ่นไว้ในที หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเมืองอย่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในชาติอีก ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจลก็ไม่มีอะไร
ในวงเล็บ ไม่รับประกัน ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ป่วนของนักการเมือง
เรื่องของเรื่อง แกะรอยตามที่ “บิ๊กแดง” เลกเชอร์ย้อนอดีตโยงปัจจุบันข้ามไปอนาคต
การแก่งแย่ง ชิงการเมือง การเอาชนะ ไม่รู้จักแพ้ แล้วคนที่แพ้ก็คือประเทศ แทนที่เราจะแข่งขันทางการค้า แล้วต้องใช้เวลากี่ปีฟื้นฟูประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีการยกเลิกการนำเข้าส่งออกของต่างประเทศ เป็นเงินมหาศาลกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่
จุดไฟเผาเมืองเกิดกลียุค ปีเดียวสิ่งปลูกสร้างทำได้ แต่ในทางการค้าไม่ใช่ ความมั่นใจของต่างชาติในการลงทุนต้องใช้เวลานานกว่านั้น แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น อาจจะเห็นผลช้า ไม่ทันใจ ตนเองเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ
นี่ก็สะท้อนคำตอบได้ระดับหนึ่ง
โดยพื้นฐานความคิดของจ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่ก็ไม่ต่างจากคนกลางๆในสังคมไทยทั่วไปที่มองว่า พฤติกรรมแก่งแย่งชิงอำนาจของนักการเมืองทำประเทศชาติสูญเสียโอกาสมามากพอแล้ว
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ต้องเสียเวลาฟื้นฟูความมั่นใจนักลงทุน
และวันนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ได้ฉุดลากเศรษฐกิจจากก้นเหว ติดลบจากวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง จนกลับมาเป็นบวก
ตั้งหลักได้แล้ว พื้นฐานแข็งแกร่ง แนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ตลอดช่วง 4–5 ปีที่การเมืองนิ่ง ปลอดจากม็อบป่วนเมืองเอื้อต่อการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ มันนำมาซึ่งสารพัดเมกะโปรเจกต์ที่ตอกเสาเข็มไว้
ทั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ไฮสปีดเทรนไทย–จีน รถไฟฟ้าสารพัดสีในกรุงเทพฯและชานเมือง ฯลฯ
เนื้องานผุดขึ้นอย่างเห็นเนื้อเห็นหนังอย่างเป็นรูปธรรม
ไม่นับมาตรการอัดฉีดเศรษฐกิจฐานรากภายใต้โครงการ “ประชารัฐ” ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรับโทนการประคองปัญหาปากท้องด้วยระบบรัฐสวัสดิการมาแทนอาการเสพติดประชานิยม เพื่อทำให้ผู้มีรายได้น้อยยืนด้วยลำแข้ง พึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว
เน้นเป้าหมายเพื่ออนาคต ทุกอย่างถูกวางอย่างเป็นระบบ
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้คิดบนพื้นฐานแค่หาเสียงทางการเมือง
มันก็ไม่แปลกที่ “บิ๊กแดง” จะสะท้อนความหวังกับความต่อเนื่อง บ้านเมืองที่กำลังเดินหน้าไปได้ดี
แต่จุดเสี่ยงต้องลุ้นการเมืองอย่าทำพัง
ในบรรยากาศสถานการณ์อย่างที่เห็นๆกัน แค่ คสช.คลายล็อกกฎเหล็ก ปล่อยผีนักการเมืองให้ขยับเตรียมตัวกลับไปลงสนามเลือกตั้ง เท่านั้นแหละป่าช้าแตก
หัวเชื้อไฟความขัดแย้งที่ถูกอำนาจพิเศษกดทับไว้ โผล่กลับมาทันที
อารมณ์แบบที่ไม่มีใครยอมใคร คู่ขัดแย้งเก่าๆ โจทก์หน้าเดิมๆยังไม่ล้มหายตายจากไปไหน
รอจังหวะกลับมาหลอนรอบใหม่
แถมเงื่อนไขสถานการณ์แบบที่ “บิ๊กแดง” แสดงความเสียใจที่เห็นกระบวนการยุติธรรมถูกละเมิด แบบที่ยกตัวอย่างการตัดสินคดีในหลายคดีกับคนที่ทำความผิด บอกว่าไม่เป็นธรรม ประเทศชาติจะอยู่ตรงไหน อะไรเป็นกลาง อะไรคือจุดยืนประเทศ
ในเมื่อบอกคนนี้ผิดก็แย้งว่าไม่ผิด ถูกแกล้ง แล้วจะอยู่กันอย่างไร
ไอ้ที่ “บิ๊กแดง” เล่าหนังตัวอย่างเมื่อหลายปีที่แล้ว วันนี้มันก็ยังพล็อตเดิมกับคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย
หนังม้วนเก่าวนมาฉายซ้ำ แค่เปลี่ยนดารารุ่นพ่อมารุ่นลูก.
ทีมข่าวการเมือง

“บิ๊กป้อม” รับลูก “บิ๊กแดง” ก็ ผบ.ทบ.พูดเรื่องจริง !!



“บิ๊กป้อม” รับลูก “บิ๊กแดง” ก็ ผบ.ทบ.พูดเรื่องจริง !!
ชี้ ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย ก็อาจมีรัฐประหาร ยันไม่ใช่ขู่ แต่พูดถึงอนาคต ถ้าสถานการณ์ ไม่เรียบร้อย มีจลาจล แต่ถ้าไม่มี มันก็ไม่มีอะไร ยังเชื่อว่า ไม่มีแล้ว ยัน คำพูดผบ.ทบ.ไม่กระทบบรรยากาศเลือกตั้ง ยังหวังจะไม่เกิดอะไรขึ้น ปัดตอบรับมือได้หรือไม่ หากหลังเลือกตั้ง มีม็อบประท้วง ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เปรย “ให้มันเกิดก่อนสิ”
“จะไม่มั่นใจอะไรเลยแล้วก็สงบมา4-5 ปีแล้ว ก็พูดเรื่องจริงอ่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
เมื่อถามว่า หากบ้านเมืองวุ่นวาย เกิดจลาจล มีหนทางอื่นที่ ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ ก็หาสิ ก็ยังไม่รู้ มันแล้วแต่สถานการณ์
เมื่อถามว่า ในฐานะที่ดูแลความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์ได้ใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า มี ผู้บัญชาการเหล่าทัพดูแลอยู่ ผมก็ดูแลอยู่แล้ว ไม่มีหรอก
เมื่อถามถึงความมั่นใจหากหลังเลือกตั้งมีการก่อม็อบ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งขึ้นมา จะดูแลได้หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า “ให้มันเกิดก่อนสิ”
เมื่อถามว่าแสดงว่ามีแผนรองรับอยู่แล้วใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า”มันเรื่องของผม”