PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

มอง แก่นแท้ มหาอำนาจ “จีน” ทะลุ ไปถึง “สหรัฐฯ”

มอง แก่นแท้ มหาอำนาจ “จีน”
ทะลุ ไปถึง “สหรัฐฯ”
สะท้อน สภาพ ไทยแลนด์
ชี้ จีน เพื่อ จีน
ก็อป แต่ กั๊ก เทคโนโลยีของตนเอง
ผู้นำ จีน ล้วน ฉลาด เก่งสุดๆ
ยก จีน เป็น”ตำรา” ที่ดี ของไทย
ต้องศึกษา และต้องคิด ให้ เท่าทัน จีน

“นายพลทัพฟ้า เสืออากาศ 24/7” เขียนบทความ สะท้อนมุมมอง ที่มีต่อจีน สหรัฐฯ แล้ว หันมาย้อนดูตัว สยามประเทศ

จีน ไม่ต่างจากมหาอำนาจอื่นๆ

จีน ไม่ต่างจากประเทศตะวันตกอื่นๆผู้ครอบครองเทคโนโลยีชั้นสูง ที่สงวนสิทธิ์ปกปิดเทคโนโลยีชั้นสูงไว้เป็นความลับ “สุดยอด”

จีน หิวกระหายทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่สุด

จีนกระเหี้ยนกระหือแสวงหาจากแหล่งต่างๆที่กระจายตัวอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก

วาทะกรรมจีน
- “สันติภาพ”
- “เสมอภาค”
- “เคารพในความเท่าเทียม”

จริงหรือ ???

หรือว่ามันเป็นเพียง “วาทะกรรม” ที่แสดงออกมาให้ดูดีเท่านั้น

ขนาดของจีน

-ประชากร 1,400 ล้านคน
-ผืนแผ่นดินขนาดใหญ่มหาศาลครอบคลุมทั่วโลก=เชื่อมช่องทางเข้า-ออกได้ทุกทิศทางอย่างไร้ข้อจำกัด (บริเวณส่วนใดเป็นอุปสรรคแล้วจีนก็จะใช้ “พลังอันมหาศาล” เข้าแทรกแซง(ทางเศรษฐกิจ)ในรูปแบบของ “การให้ความช่วยเหลือ”
จีนพร้อมที่จะกระทำตนเสมือนเป็น “พี่เอื้อย” (เฉกเช่นกับที่สหรัฐฯเคยกระทำสำเร็จมาแล้วภายหลังยุคสงครามโลกครั้งที่2)

จีน ....ด้วยแนวคิดดังกล่าวนี้จึงลงมือกระทำการบุกทะลุทะลวงประเทศที่เป็นอุปสรรคทางด้านทางออก(พม่า-ลาว-(รวมถึงไทย)

-ยุโรปตะวันออก-เอเชียตะวันตก/ใต้)

ทว่าความสำเร็จในวิธีการนี้ของจีนนั้นจะมีความยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าความสำเร็จของสหรัฐฯ เมื่อศตวรรษที่ผ่านมา อย่างแน่นอน อันเนื่องจากว่าพลัง/มวลของจีนที่เหนือกว่ามากนั่นเอง

มวลของประเทศจีน โดยหลักวิทยาศาสตรทางธรรมชาติ “มวลที่มากกว่า ย่อมดึงดูด มวลที่น้อยกว่า เข้าไปเป็นบริวาร” ไม่มีทางปฏิเสธข้อเท็จจริงทางธรรมชาติที่เป็นสัจธรรมข้อนี้ได้

ไม่ว่าจีนจะยืนยัน “วาทะกรรม” ของตน ที่ยืนยันในประเด็น “สันติภาพ-เสมอภาค-เคารพในความเท่าเทียม-“ อยู่ในทุกเวทีก็ตาม

ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว มันเป็นจริงไปตามนั้นไม่ได้เลย มันไม่มีสันติภาพ มันไม่มีความเสมอภาค มันมิได้เคารพ บนความเท่าเทียม อย่างที่จีนได้สร้างวาทะกรรมมาโดยตลอด

อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ของจีนโดยธรรมชาติจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

เส้นทางสายไหม
-เส้นทางสายไหมคือเส้นทางลำเลียงทรัพยากรธรรมชาติจากทุกแหล่งทั่วโลกเข้าสู่จีน
-เส้นทางสายไหมคือ เส้นทางลำเลียงผลผลิตทางปัญญาที่เกิดมาจากมันสมอง-ทักษะของคนจีน ที่ถูกนำส่งไปขายในต่างประเทศ สร้างความร่ำรวยให้กับประเทศจีนอย่างมิอาจหยุดยั้งได้
ระบบราง = หัวจักร ตู้ขบวน ราง ระบบควบคุม ... อะไหล่ โรงงานผลิต... ในเครือข่ายเส้นทางสายไหมนั้น มิได้รับการถ่ายทอดจากจีนมากนัก

ทุกประเทศที่รถไฟจีน ตัดผ่านล้วนต้องพึ่งพาจีนอย่างเต็มตัวทั้งสิ้น และน่าจะเป็นการพึ่งพาในระยะยาวที่ยากจะถอนตัวขึ้น นั่นคือการตกเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของจีนอย่างถาวรนท้ายที่สุดนั่นเอง

การพูดจาของจีนในเวทีทางการทูต

-กระแนะกระแหนสหรัฐฯตลอดเวลา (สหรัฐฯก็เช่นเดียวกันกระแนะกระแหนจีนอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน)
ลักษณะนี้นั้น ทั้ง2ชาตินี้ จึงไม่น่าคบอย่างยิ่ง เข้าตำราที่ว่า “ช้างสารชนกัน-หญ้าแพรกแหลกลาญ”
ไทยต้องตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างที่สุด

-ย้ำพูดย้ำเตือน “วาทะกรรม” : “สันติภาพ-เสมอภาค-เคารพในความเท่าเทียม-...” เสมือนว่าฟอกตัวเองให้ดูดี-ให้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา

-ย้ำคิดย้ำพูด “ความสัมพันธ์-ความร่วมมือ-...” เสมือนว่าต้องการเปิดโอกาสให้คู่เจรจาเข้าไปเป็นหุ้นส่วนโดยเร็ว มิให้เป็นการเสียโอกาส

แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ อันเนื่องจากว่าศักย์ กับต้นทุนของประเทศคู่เจรจาแต่ละประเทศของจีนเฉกเช่นประเทศไทยนั้นล้วนมีศักย์ต่ำ/มีต้นทุนต่ำและน้อยกว่าจีนเป็นอย่างมากจนเทียบกันไม่ได้

ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ประเทศคู่เจรจาของจีนนี้จะถูกจีนกลืนเพียงสถานเดียว ไม่มีหนทางเป็นไปอย่างอื่น

-จีน พูดแต่เรื่องค้าขาย จีนมุ่งแต่เรื่องค้าขายเพียงอย่างเดียว จีนอยากได้สินค้าที่ตนเองต้องการ จีนต้องการบริษัทห้างร้าน/ต้องการผู้ประกอบการที่เอื้อประโยชน์ต่อจีน

ทว่าจีนนั้นมิได้ต้องการให้เกิดมีการค้าใดๆที่แข่งขันการค้ากับจีน(ประเทศใดที่ต้องการค้าขายแข่งกับจีนมิอาจจะชนะได้เนื่องจากมวล/พลังนั้นมันต่างกันโดยสิ้นเชิง)

จีนไม่ต้องการบริษัทห้างร้านใด/ไม่ต้องการผู้ประกอบการใดที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อจีน

จีนกีดกันในสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการโดยทันที

จีนไม่เคยพูดถึงเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงมากนัก เนื่องจากว่ามันเป็นธรรมชาติของชาติมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองเทคโนโลยีชั้นสูง

ทั้งนี้ ความลับทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและมหาอำนาจทางทหารต่างหวงแหนเป็นที่สุด

สัจธรรมมันเป็นเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่มนุษย์จะต้องยอมรับโดยมิอาจปฏิเสธได้

ผู้นำจีน

-เก่ง : ฉลาด (วิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ = คิดได้อย่างมี ตรรกะ มุ่งการคิด/วางแผน-ไม่เคยท่องจำ-มุ่งลอกเลียนแบบเพื่อพัฒนาให้เหนือกว่ายิ่งๆขึ้นไป)
กล่าวคือ ผู้นำจีนมีความฉลาดเป็นเลิศกว่าผู้นำประเทศอื่นใดในโลก
จะมีผู้นำของไม่กี่ประเทศในโลกเท่านั้นที่มีความฉลาดเท่าเทียมจีน/คิดได้เท่าเทียมจีน
-เห็นประโยชน์ของชาติบ้านเมืองจีนเป็นหลัก (โดยมิจำเป็นต้องสนใจใยดีกับผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆมากนัก มันไม่ใช่ทุกข์ร้อนของจีน)
ขณะที่ผู้นำชาติอื่นๆนั้นมิได้คิดเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองกันดังเช่นกับผู้นำจีน

ประวัติศาสตร์
จีน เคยรุ่งเรือง สุดท้ายโดยผู้นำจีนกับโดยคนจีนเองก็ทำให้จีนล่มสลาย
กว่าจีนจะฟื้นคืนมาได้ก็ต้องใช้ผู้นำชั้นเยี่ยมหลายคนต่อเนื่อง/ใช้คนจีนฉลาดกลุ่มหนึ่ง(ร้อยละ10ของประชากรจีนทั้งหมดและใช้เวลานานหลายทศวรรษ
จีน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะถูกยกให้เป็น “ตำรา” ที่ดีของไทย เพียงแต่ว่าไทยเราต้องคิดและทำให้ทัน(จีน)

สถานการณ์ของไทย
ไทย ไม่ต่างจากจีนที่เคยรุ่งเรืองมาหลายยุคหลายสมัย
ทว่าไทย โดยผู้นำกับ โดยคนไทยเราเอง(ผู้นำ ผู้ฝักใฝ่ตะวันตกนำลัทธิการปกครองที่ไม่ตรงจริตกับประเทศไทยเข้ามาใช้
-ผู้นำผู้แสวงประโยชน์จากคนไทยกันเอง จนเกิดเป็นปรากฏการณ์แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
-ผู้นำผู้นิยมพึ่งพิงปัญญาต่างชาติ)ก็ทำให้ไทยเกือบล่มสลาย

ปัจจุบันไทยก็ยังอยู่ในสภาพเกือบล่มสลาย อันเนื่องมาจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง/นักการเมืองนำพาความแตกแยกเข้าสู่สังคม (ก็ยิ่งเป็นความอ่อนแอที่อิทธิพลจีนโดยมวลอันยิ่งใหญ่ของจีนเข้าครอบงำได้ง่าย)

ไทย ปัจจุบัน ตกอยู่ในสภาพไร้องค์ความรู้ภูมิปัญญา/ไร้เทคโนโลยี/ไร้นวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8 ประการเป็นของตนเอง

ประเทศไทยจึงก้าวตามต่างชาติไม่ทัน ประเทศไทยจึงไร้พลังอำนาจในการแข่งขัน สินค้าจากต่างชาติทะลักเข้าท่วมประเทศไทย เงินบาทไทยไหลออกนอกประเทศจนสิ้น คนไทยยากจน ประเทศไทยด้อยพัฒนาต่อไปอย่างไม่รู้วันสิ้นสุด

ไทย จำเป็นต้องมีผู้นำชั้นเยี่ยมอีกหลายคน/ต้องใช้คนไทยฉลาดอีกเป็นจำนวนมาก และต้องใช้เวลาอีกยาวนานหลายทศวรรษ กว่าจะฟื้นคืนประเทศให้เจริญรุ่งเรืองกลับมาได้ (หรืออาจไม่ฟื้นคืนมาเลยก็ได้หากไม่ใช้ประโยชน์คนไทยฉลาด)

นั่นหมายถึงว่า ไทยจำเป็นยิ่งที่ต้อง “มีเทคโนโลยีไทยเป็นของไทยเราเองอย่างเพียงพอ” สำหรับใช้บนดินแดนสุวรรณภูมิของเราเองภายใต้ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง(ตามหลักทฤษฎีของในหลวง ร9)”
จีน-ไทย
สื่อถึงความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“เสืออากาศ 24/7”
16/11/2019

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เหตุระเบิด ณ กรุงกาฐมาณฑุ

เหตุระเบิด ณ กรุงกาฐมาณฑุ
ระเบิดเกิดขึ้น 3 จุด บริเวณใจกลางเมืองของกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า “มีผู้เสียชีวิต 4 คน ในที่เกิดเหตุ 3 คนและเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลอีก 1 คน อย่างไรก็ตามยังไม่มีผู้ใดออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เป็นการก่อเหตุของกลุ่มอนุรักษ์นิยมลัทธิเหมาอิสต์ (Maoist splinter group)”
เหตุระเบิดในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของฝ่ายเสนาธิการทหาร Tirtha Raj Ghimire ของกลุ่มอนุรักษ์นิยมลัทธิเหมาอิสต์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาเรียกร้องให้มีการสอบสวนถึงการเสียชีวิตของเสนาธิการทหารคนดังกล่าว หลังจากมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ เมือง Bhojpur จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและนำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น ณ สถาบัน Health Sciences ในเมือง Dharan ทว่า เขากลับเสียชีวิตในเวลาต่อมา
การเสียชีวิตของเขาถูกสันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุเบื้องต้นของการระเบิดในครั้งนี้ สถานการณ์ล่าสุด ได้มีการประกาศหยุดงานอย่างน้อย 1 วัน ณ กรุงกาฐมาณฑุ
นอกจากนี้ นาย Ram Bahadur Thapa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีการเรียกประชุมฉุกเฉินและขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมพร้อมตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเข็มงวดต่อไป

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชวนเข้าใจ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีอภิมหาเศรษฐีอย่าง 'แจ็ค หม่า' เป็นสมาชิก

ชวนเข้าใจ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีอภิมหาเศรษฐีอย่าง 'แจ็ค หม่า' เป็นสมาชิก

ดูสถานะ หน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน และความสัมพันธ์รัฐ-ทุน เมื่อมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศอย่าง ‘แจ็ค หม่า’ เป็นสมาชิกพรรค และสองผู้ก่อตั้งกิจการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อย่างเท็นเซ็นต์และไป่ตู้จ่อได้รับรางวัลกิตติมศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาชี้ ชนชั้นนายทุนเป็นสมาชิกพรรคมากขึ้นหลังเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสังคมนิยมสู่เสรีนิยม
แจ็ค หม่า (ที่มา: Flickr/UNCTAD)
27 พ.ย. 2561 เป็นที่ฮือฮาเมื่อสำนักข่าวพีเพิลเดลี สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 พ.ย.) คณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.)  เผยแพร่รายชื่อของคนจำนวน 100 คนที่จะได้รับรางวัลกิตติมศักดิ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดประเทศที่เริ่มในสมัยประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิงเมื่อปี 2521 ซึ่งในรายชื่อและแถลงการณ์นั้นมีชื่อแจ็ค หม่า อภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นอกจากแจ็ค หม่าแล้ว ในรายชื่อผู้รับรางวัลกิตติมศักดิ์ยังมีชื่อของผู้ก่อตั้งกิจการด้านอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าวโพนี่ หม่า ซีอีโอของบริษัทเท็นเซ็นต์ และโรบิน ลี่ ซีอีโอของบริษัทไป่ตู้ ที่ได้รับการระบุว่าเป็นผู้มีส่วนในการผลักดันนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัว แจ็ค หม่านั้น ถูกระบุว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย
นอกจากแวดวงธุรกิจแล้วยังมีคนจากแวดวงอื่นๆ ปรากฏในรายชื่อไม่ว่าจะเป็น เหยา หมิง อดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอชาวจีน หรือหลาง ผิง โค้ชวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติจีนที่อยู่ในโผดังกล่าวร่วมกับบุคคลจากแวดวงวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ไปจนถึงศิลปิน ซึ่งส่วนมากก็เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ โดยรายชื่อดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่และเปิดให้มีการรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศจนถึงวันที่ 30 พ.ย. นี้
สถานะของแจ็ค หม่า ที่เพิ่งมีการยืนยันอย่างเป็นทางการและชัดเจนในฐานะสมาชิก พคจ. กลายเป็นที่พูดถึงตามหน้าสื่อไทยและเทศ ในการนี้ ประชาไทชวนเข้าใจที่มา หน้าที่ และปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นสาเหตุว่า ทำไมพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกเป็นชนชั้นนายทุน และเป็นนายทุนที่รวยที่สุดในประเทศไปเสียได้

รู้จักสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ ‘ชนชั้นนายทุน’ เป็นกันมากขึ้น

ปัจจุบัน สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของ พคจ. มีจำนวนประมาณ 90 ล้านคน กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศจีน ซึ่งมีประชากรราว 1,400 ล้านคน โดยสมาชิกนั้นมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางหรือนโยบายของพรรค สื่อเดอะสเตรตไทม์ให้ข้อมูลว่า การจะเป็นสมาชิกพรรคได้นั้นจะต้องได้รับการคัดเลือกจากพรรคซึ่งใช้เวลานานและผ่านหลายกระบวนการ ผู้สมัครที่เข้ามานั้นผ่านมาได้จากสมัครหรือได้รับการแนะนำ แต่ก็มีที่ พคจ. ส่งคำเชิญให้บุคคลเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้ ผู้เป็นสมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านสถานะทางสังคม หลายคนถือเป็นช่องทางในการได้รับทุนการศึกษาหรือมีหน้าที่การงานในหน่วยงานราชการ
รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา ให้ข้อมูลว่าการที่มีนายทุนเข้ามาเป็นสมาชิก พคจ. คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านแนวคิดเศรษฐกิจและการเมืองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์หลังนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเมื่อ 40 ปีก่อน
“ก่อนที่ พคจ. จะปฏิรูปเมื่อปี 1979 คนที่เป็นสมาชิกพรรคนั้นส่วนใหญ่จะมาจากชนชั้นกรรมกร ชาวนา และปัญญาชน แต่หลังการปฏิรูปไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อกลางทศวรรษ 1990 พคจ. ก็เปลี่ยนนโยบายการรับสมาชิกใหม่ นั่นคือ แต่เดิมซึ่งเป็นแต่กรรมกร ชาวนา และปัญญาชน ก็เพิ่มนักธุรกิจ หรือถ้าเราพูดภาษาแบบซ้ายๆ ก็คือชนชั้นนายทุนนั่นเอง ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่สร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติ กับการปฏิรูปเพราะการปฏิรูปของจีนเป็นการเปลี่ยนแนวทางเศรษฐกิจจากสังคมนิยมเป็นเสรีนิยม เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคคลเหล่านี้ ที่อาจเริ่มต้นจากคนที่ทำงานระดับล่าง รายได้ไม่สูง ก็กลายมาเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 มาก็มีคนเหล่านี้ทั่วประเทศ และรับคนเหล่านี้เป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น”
“เราก็ลองคิดดูง่ายๆ ว่า ถ้าเอารายชื่อสมาชิกพรรคมากางไว้แล้วดูภูมิหลัง มันจะเหลือคนที่มีภูมิหลังเป็นกรรมกร ชาวนาสักกี่คน ก็คงมี แต่ไม่เท่ากับสมัยที่เขาไม่ปฏิรูป ตรงนี้ผมก็รวมถึงคนที่จบการศึกษาสูงแล้วเข้าไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ประเภทที่ใช้มันสมอง อย่างวิศวกร สถาปนิก นายแพทย์ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่กรรมกร ชาวนาแล้ว เรียกว่าเป็นชนชั้นกลางก็ได้”
วรศักดิ์กล่าวถึงหน้าที่ของสมาชิกพรรคว่าเป็นการทำหน้าที่ในประเด็นสาธารณะ เช่น เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนที่มีวิกฤตโรคซาร์ส สมาชิกพรรคเมื่อเลิกงานก็ต้องประชุม ปรึกษาหารือเรื่องความตื่นตระหนกของประชาชนที่มีต่อโรค หรือในปัจจุบันที่มีนโยบายเรื่องหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road - OBOR) สมาชิกพรรคก็ต้องมานั่งประชุม ศึกษาเรื่อง OBOR ว่าดีอย่างไร จะช่วยกันผลักดันนโยบายให้เป็นจริงได้อย่างไร นอกจากนั้นยังต้องคอยติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอีกด้วย
ต่อคำถามว่าจะมีผลกระทบอะไรกับไทยที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนจากอาลีบาบาและตัวละครทางเศรษฐกิจของจีนอยู่หรือไม่นั้น วรศักดิ์ยังไม่คิดว่ามี
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เส้นแบ่งระหว่างธุรกิจและการเมืองไม่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนมีดำริให้ พคจ. มีบทบาทนำในทุกแง่มุมของสังคม  ทำให้มีความตึงเครียดเกิดขึ้นเมื่อผลประโยชน์ของนักธุรกิจไปขัดกับส่วนของภาครัฐ ที่ผ่านมา ธุรกิจเกมในจีนต่างก็ประสบปัญหาในการวางจำหน่ายและเก็บรายได้จากเกมเมื่อรัฐบาลจีนมีนโยบายป้องกันปัญหาเด็กติดเกมและตรวจสอบเนื้อหาในโลกออนไลน์
แจ็ค หม่า ปัจจุบันมีอายุ 54 ปี เขาประกาศไว้ว่าจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทอาลีบาบาในปีหน้า เขาคือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นจำนวน 38.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนอาลีบาบานั้นก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก่อนที่จะขยายเครือข่ายกิจการออกไปในธุรกิจอื่นๆ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก โดยที่ผ่านมา แจ็ค หม่า เคยพูดวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาในจีนอยู่บ้างเป็นระยะไม่ว่าจะเป็นเรื่องมลพิษ หรือเรื่องอำนาจของ พคจ. แต่ภายใต้การนำของสีจิ้นผิง บทบาทของแจ็ค หม่า ก็เปลี่ยนไปเป็นการช่วยปกป้องรัฐบาลต่อคำวิพากษ์วิจารณ์เอง นอกจากนั้น เขายังเคยพูดสนับสนุนนโยบายของสีจิ้นผิงในปี 2559 โดยเสนอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศใช้บิ๊กดาต้าป้องกันอาชญากรรม และยอมรับการที่จีนสร้างระบบการตรวจตราโลกออนไลน์กับประชากรหลักพันล้านด้วย
แปลและเรียบเรียงจาก
Jack Ma Confirmed as Chinese Communist Party Member, Bloomberg, Nov 27, 2018
Beijing to honor founders of three internet giants, The People's Daily, Nov. 26, 2018
How Jack Ma Made Rich Capitalists Acceptable in Communist China, Bloomberg, Sep. 11, 2018
ที่มา : ประชาไท

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

พูดคุยสันติสุขรอบใหม่เข้าช่อง fast track มาเร็วเคลมเร็ว

พูดคุยสันติสุขรอบใหม่เข้าช่อง fast track มาเร็วเคลมเร็ว ผู้อำนวยความสะดวกมาเลย์คนใหม่ ตันศรี ราฮิม นัวร์ สายตรงนายกมาเลย์ เลือกมากับมือให้มาประสานการพูดคุยรอบใหม่ มีกรอบเวลาทำงานไม่เกิน สองปี ซึ่งเป็นช่วงที่มหาเธร์มีเวลาทำงานครึ่งเทอมแรกก่อนส่งไม้ต่อให้อันวาร์ อิบราฮิม 
ราฮิม นัวร์ มั่นใจระหว่างหารือนอกรอบเช้านี้กับ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หน.คณะพูดคุยสันติสุข การพูดคุยรอบใหม่จะบรรลุสันติสุขในพท.ภายในกรอบเวลาหนึ่งปี กล่าวระหว่างแถลงข่าวการพูดคุยครั้งนี้จะเป็นยุคสมัยใหม่new era ของการสร้างสันติสุขในจชต.บอกก่อนเดินทางมาได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกมหาเธร์ ที่เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจสร้างให้เกิดสันติสุขในพท.ชายแดน ยอมรับการก่อเหตุร้ายของบีอาร์เอนในจชต.ถือเป็น security threat ภัยความมั่นคงที่มาเลย์พร้อมร่วมมือแก้ไขปัญหา เหมือนช่วงเหตุการณ์ปี2532 ที่รัฐบาลไทยช่วยมาเลย์แก้ปัญหาจคม.พรรคคอมมิวนิสต์มาลายาจนมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพปลายปี 2532
ระหว่างหารือ บิ๊กเมาถูกตันศรีราฮิม สอบถามจะเริ่มกระบวนการพูดคุยได้เมื่อไหร่ พล.อ.อุดมชัยตอบทันที ให้เร็วที่สุด หากสัปดาห์หน้านัดตัวแทนกลุ่ม hard core คุยได้ พร้อมเดินทางไปมาเลย์ทันที ได้ข้อยุติเบื้องต้น มาเลย์รับประสานตัวแทนbrnมาพูดคุยในสัปดาห์หน้า
การพูดคุยรอบใหม่จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม บิ๊กเมา ชี้แจงตันศรีราฮิม ถึงroadmap ที่วางไว้ การพูดคุยกับกลุ่ม hard core เพื่อชี้แจงข้อเสนอของบีอาร์เอนที่เสนอก่อนหน้านี้ห้าข้อ และทำความเข้าใจต่อนโยบายของรัฐบาล
บิ๊กเมาตอบคำถามตันศรีราฮิม นัวร์ เรื่องการหยุดยิง ระหว่างพูดคุยสันติสุข พล.อ.อุดมชัย แจงไม่มีความจำเป็นต้องหยุดยิงระห่างการพูดคุย เพื่อให้การพูดคุยเดินหน้า ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติหน้าที่ตากปกติ
หากตันศรี ราฮิม จัดให้ตัวแทนhardcoreมาพูดคุยได้ในสัปดาห์หน้า อย่างที่รับปาก ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ตลอด่ช่วงห้าปีของการพูดคุย ดุลเล่ะห์ แวมานอ ไม่ยอมร่วมเจรจา ผู้อำนวยความสะดวกคนก่อน ซัมซามิน กดดันอะไรไม่ได้ ...
ต้องไม่ลืมว่าตันศรีราฮิม เป็นอดีตผู้การสันติบาล รับรู้สถานการณ์ในพท.ชายแดนอย่างดี มหาเธร์ไฟเขียวมาเอง ตันศรีเดินหน้าเต็มสูบ...i have confidence ..ตันศรีพูดชัดเจนระหว่างแถลงข่าว...นิว18...

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

#ญาติเหยื่อเรือเซวอลร่ำไห้อิจฉา'13 #ชีวิตทีมหมูป่า' #ประชดรบ.#เกาหลีใต้อยากเกิดเป็นคนไทย'


รอยเตอร์ - ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือเฟอร์รีเซวอลอัปปางในเกาหลีใต้ บอกรู้สึกอิจฉานักเตะและโค้ชทีมเยาวชนหมูป่าอคาเดมี 13 ชีวิต ที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างเต็มกำลังจากทุกฝ่าย หลังไม่พอใจคำตัดสินของศาลแห่งหนึ่ง ซึ่งพิพากษาในวันพฤหัสบดี(19ก.ค.) ยอมรับเป็นครั้งแรกว่าเหตุเรือล่มเมื่อปี 2014 คร่าชีวิต 3.4 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล แต่แค่สั่งให้จ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวเท่านั้น
ปฏิบัติการช่วยเหลือแบบลวกๆและกรณีมีเด็กๆเสียชีวิตจำนวนมากภายในประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ก่อความช็อคและความรู้สึกขุ่นแค้นแก่ประชาชนชาวเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก และเป้าโจมตีก็คือรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย
ทีมสืบสวนเผยว่าเรือเฟอร์รีลำดังกล่าวมีโครงสร้างที่ไม่มั่นคง บรรทุกเกินพิกัดและแล่นเร็วเกินไปตอนหักเลี้ยว ทำให้มันเกิดอัปปางนอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2014 ก่อความโศกเศร้าแผ่ลามไปทั่วประเทศนานหลายเดือน
ในวันพฤหัสบดี(19ก.ค.) ศาลแขวงกลางของกรุงโซล มีคำสั่งให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยแก่เหยื่อแต่ละรายครอบครัวละ 200 ล้านวอน (5.89 ล้านบาท) และเงินชดเชยเพิ่มเติมตั้งแต่ 5 ล้านวอน(150,000บาท) ไปจนถึง 80 ล้านวอน(2.3 ล้านบาท) แก่สมาชิกครอบครัวเหยื่อแต่ละคน
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลและเจ้าของเรือเฟอร์รีจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินหรือไม่
กลุ่มสมาชิก 354 คนของครอบครัวเหยื่อเด็กนักเรียน 118 คน ยื่นฟ้องในปี 2015 เอาผิดกับรัฐบาลและเจ้าของเรือเฟอร์รี บริษัทชองแฮจิน มารีน(Chonghaejin Marine) หลังปฏิเสธข้อตกลงชดเชย ซึ่งจะปิดทางการเลือกสำหรับดำเนินการทางกฎหมาย
เอกสารของศาลระบุว่า เรือเซวอลของชองแฮจิน มารีน บรรทุกเกินพิกัดและลูกเรือได้ทิ้งเรือเฟอร์รีที่กำลังจม แต่บอกกับพวกผู้โดยสารให้อยู่แต่ในห้องโดยสาร ในขณะเดียวกันหน่วยยามชายฝั่งก็ล้มเหลวในการควบคุมสมดุลเรือและช่วยเหลือพวกผู้โดยสาร
มากกว่า 2 ใน 3 ของผู้โดยสารทั้งหมด 476 คนบนเรือเซวอลเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา และจำนวนมากต้องเสียชีวิตเพราะติดอยู่ภายในเรือตามคำสั่งของลูกเรือ
จอน มยุง-ซุน ประธานสมาคมครอบครัวเหยื่อ ระบุว่าคำพิพากษาในวันพฤหัสบดี(19ก.ค.) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของครอบครัวในการเดินหน้าต่อสู้เพื่อความจริง "เราไม่พอใจ ศาลไม่ยอมรับคำโต้แย้งของเราที่ว่าทำเนียประธานาธิบดีในฐานะหอควบคุมภัยพิบัติแห่งชาติได้ละเมิดกฎหมาย เราจะหยิบยกเรื่องนี้มาโต้แย้งอีกครั้งในการอุทธรณ์"
ยู คยุง-กึน สมาชิกของครอบครัวหนึ่ง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมา ในความคับแค้นใจที่ได้รับการปฏิบัติแบบตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับนักเตะเยาวชนทีมหมูป่าและโค้ช ที่ได้รับความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่งในไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังติดอยู่ภายในมานานหลายวัน
"เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอิจฉาคนไทย และผมคงจะต้องอิจฉาพวกเขาต่อไปเรื่อยๆ" ยูกล่าวบริเวณด้านนอกศาลหลังได้รับฟังคำพิพากษา "ผมอยากเป็นคนไทย ผมรู้สึกยินดีมากที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัย"
อดีตประธานาธิบดีพัค ซึ่งกำลังรับใช้โทษจำคุก 24 ปีในความผิดฐานคอรัปชัน ปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าเธอล้มเหลวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างทันทีทันใดและอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน การสืบสวนของอัยการพบว่าเธอยังคงอยู่ในห้องนอนตอนที่เรืออัปปาง และมัวแต่พูดคุยอยู่กับ ชอย ซุน-ซิล เพื่อสาวคนสนิท ซึ่งตอนนี้ก็ชดใช้กรรมในคุกฐานสมคบคิดกับ พัค รับเงินสินบนหลายล้านดอลลาร์จากลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้
ในส่วนของกัปตันเรือถูกพบว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมในปี 2015 และถูำกจำคุกตลอดชีวิต ส่วนลูกเรือคนอื่นๆหลายสิบคนถูกจำคุกระยะสั้นลดหลั่นกันไป
ญาติเหยื่อเรือเซวอลร่ำไห้อิจฉา'13ชีวิตทีมหมูป่า' ประชดรบ.เกาหลีใต้'อยากเกิดเป็นคนไทย'
@@@

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อันวาร์ จี้รื้อฟื้นคดีการเสียชีวิตของสาวมองโกเลียพัวพัน นาจิ๊บ

Sermsuk Kasitipradit
งานเข้าอดีตนายกมาเลย์นาจิ๊บ ราซัก อีกดอก หลังอันวาร์ อิบราฮิม ออกมาเรียกร้องให้รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ กรณีการเสียชีวิตของสาวมองโกเลีย Altantuya Shariibuu ที่ถูกสังหารโหด ตค. 2549 คนในมาเลย์จำนวนมากยังเชื่อว่าอดีตนายกนาจิ๊บมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์
นอกจากอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิ๊บ ราซัก จะถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตในกองทุน 1MDB และเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวกว่า 20,000 ล้านบาท ที่กำลังจะเป็นข่าวใหญ่ตามมาอีกเรื่อง อาจถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการสังหารโหด Altantuya Shariibuu สาวมองโกเลียที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตนายกนาจิ๊บ หลัง Sirul Azhar Umar อดีตตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษที่เคยทำงานใกล้ชิดกับอดีตนายกมาเลย์ และถูกศาลสูงมาเลย์ตัดสินประหารชีวิต ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารโหด Altantuya ซึ่งถูกลอบสังหารด้วยระเบิด C-4 ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรง ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อพร้อมเปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้รัฐบาลพิจารณาอภัยโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
การลอบสังหาร Altantuya กลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ออกมาเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่
เหตุผลที่ Altantuya ถูกลอบสังหารโหด ข่าวจากวีกีลีควิแคะมีส่วนรับรู้ในเรื่องของเงินใต้โต๊ะซื้อเรือดำน้ำ scoropene จากฝรั่งเศส ในปี 2548 มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญยูโร และมีค่านายหน้า 114 ล้านยูโรเข้าบัญชีบริษัทที่มีอดีตนายกนาจิ๊บเป็นเจ้าของ Altantuya ซึ่งพูดฝรั่งเศสได้ดี ได้ทำหน้าที่ล่ามในการเจรจาซื้อขายเรือดำน้ำ และมีรายงานว่าพยายามต่อรองเรียกร้องเงินค่าปิดปาก ในเรื่องเงินใต้โต๊ะซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และอาจเป็นสาเหตุทำให้ถูกสังหารปิดปากโดยตร.ที่ใกล้ชิดอดีตนายกนาจิ๊บสองนาย
เมื่ออำนาจเปลี่ยนมืองานนี้นาจิ๊บมีเสียวแน่นวล
(According to reports by the French newspaper Liberation, Altantuyaa found out that one of the parties involved in negotiations, French company Armaris, paid out commissions of 114 million euros for the deal (reportedly one billion euros or RM4.7 billion for the purchase of three submarines). The commission was credited in the accounts of a company controlled by Abdul Razak, Perimekar. A letter written by Altantuyaa and found after her death shows that she had been blackmailing Mr. Baginda, seeking a $US500,000 cut to remain silent about her knowledge of the deal.)

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สภานศ.มธ. ประณามสื่อไร้จรรยาบรรณ เขียนข่าวโจมตีนศ.ซ่องสุมกำลัง-ทำลายชาติ

สภานศ.มธ. ประณามสื่อไร้จรรยาบรรณ เขียนข่าวโจมตีนศ.ซ่องสุมกำลัง-ทำลายชาติ


วันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีบทความข่าว “นรกป่วนชาติ (รอบใหม่)” เขียนโดยเจ้าของนามปากกา และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2561 รวมทั้งมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ มีเนื้อหาโจมตีคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)ว่า “เป็นเครื่องมือนักการเมืองและพวกทำลายชาติ” อีกทั้งมีเจตนาชี้นำให้ผู้อ่านเกิดความเกลียดชังต่อคณะอาจารย์ นักศึกษาและต่อมหาวิทยาลัย รวมทั้งพยายามกล่าวหาว่ามธ. เป็นพื้นที่สำหรับวางแผนเคลื่อนไหวและซ่องสุมกองกำลัง อันเป็นการให้ร้าย และปลุกปั่นความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในฐานะองค์กรพิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชนชาวไทยมาตลอด และในฐานะผู้แทนของนักศึกษามธ. ระบุว่า สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอประณามต่อการกระทำของสื่อและนักเขียนข่าว ซึ่งไร้จรรยาบรรณในวิชาชีพ ขาดความเที่ยงธรรม และความเป็นภววิสัยในการรายงานข่าว อีกทั้งขาดการกลั่นกรองข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำเสนอสู่สาธารณะ ตลอดจนมีเนื้อหาอันก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น โดยที่นำมาซึ่งความเกลียดชัง และความแตกแยกในสังคม นับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสังคมในแบบหนึ่ง
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอเรียกร้องให้สำนักพิมพ์แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว และขอเรียกร้องไปยังนักเขียนข่าวเจ้าของนามปากกา ให้พิจารณาการทำงานของตนในฐานะสื่อมวลชนว่ายังคงมีจรรยาบรรณในวิชาชีพเพียงพอสำหรับการรับใช้สังคมอยู่หรือไม่
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอสนับสนุนให้นักศึกษาและประชาชน พิจารณาข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของการใช้สื่อในการสร้างความร้าวฉาน และแตกแยกในสังคม รวมทั้งขอสนับสนุนต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชนตามที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทยอย่างเหมาะสมและสมควร โดยมิทำลายซึ่งสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น