PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สถิติร้อนสุดต่อไป จะเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง

April breaks global temperature record, marking seven months of new highs
สถิติร้อนสุดต่อไป จะเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง
ข้อมูลล่าสุดจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซ่า) ระบุว่า เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำสถิติร้อนจัดที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.11 องศาเซลเซียส จากค่าเฉลี่ยอุณหภูมิช่วงปี 1951-1980
นายเอริค โฮลธอส นักอุตุนิยมวิทยาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนต์ ว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญได้ส่งผลต่อสภาพอากาศ แต่ไม่คาดคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากจนทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกัน มิวนิก รี ได้ประมาณการความเสียหายจากเอลนินโญในปี 2558 ที่ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.24 หมื่นล้านบาท)
ด้านองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่จะทำให้เกิดภาวะฝนตกหนักในเอเชียแปซิฟิกแทนนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นราว 75% ในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. และจะทำให้อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรในแปซิฟิก ปรับตัวลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 0.5 องศา โดยหลายประเทศเริ่มรับมือความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ที่มีปัญหาการระบายน้ำในตัวเมือง และออสเตรเลียที่เผชิญน้ำท่วมเหมืองครั้งใหญ่ 5 ปีก่อน

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปลดล็อคประมูลโครงการขนาดใหญ่


ปลดล็อคประมูลโครงการขนาดใหญ่

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (๘ มีนาคม ๒๕๕๙) คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดําเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดําเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ ในด้านเศรษฐกิจและสังคมอาศัย

อํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ 

ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ ของมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ในกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการดําเนินโครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย ในระหว่างที่รอผลการพิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่ง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้น อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดําเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้รับดําเนินการตามโครงการหรือกิจการไม่ได้

ข้อ ๒ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ส.ต้านโลกร้อนขู่ฟ้องศาลปกครอง-ศาลรธน.หลังคสช.ใช้ ม.44 แก้ ก.ม.สิ่งแวดล้อม บายพาส EIA

ส.ต้านโลกร้อนขู่ฟ้องศาลปกครอง-ศาลรธน.หลังคสช.ใช้ ม.44 แก้ ก.ม.สิ่งแวดล้อม บายพาส EIA

8 มี.ค. 2559 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์ของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน "คัดค้านคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน"

โดยแถลงการณ์ของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ระบุว่า ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย โดยในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนขอคัดการการใช้อำนาจที่เกินความจำเป็น อันขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา 4 และ 5 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประกอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 โดยชัดแจ้ง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ แต่อย่างใด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความขัดแย้งและแตกความสามัคคีของประชาชนในชาติ เพราะจะทำให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศออกมาคัดค้านกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นการทำลาย “หลักการ” ของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ที่มุ่งเน้น “หลักการป้องกันไว้ล่วงหน้า” หรือ Precautionary Principle โดยการกำหนดให้โครงการหรือกิจกรรมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (36+11 ประเภท) จะต้องจัดทำ EIA/EHIA เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเสียก่อนเท่านั้น

แถลงการณ์ของสมาคมฯ ระบุต่อว่า คำสั่ง คสช.ที่บัญญัติว่า “ระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น” จึงเป็นการทำลายหลักการหรือเจตนารมณ์ที่สำคัญของกฎหมายแห่งชาติ เป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์หรือคืนความสุขให้กลุ่มทุนเท่านั้น และจะเป็นการบีบบังคับการทำหน้าที่ของ คชก. ให้จำต้องให้ความเห็นชอบรายงาน EIA/EHIA ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

"จึงใคร่ขอเรียกร้องมายังหัวหน้า คสช. ได้โปรดทบทวนการออกคำสั่งที่เกินความจำเป็นดังกล่าวเสีย และหาก คสช.ยังเดินหน้าต่อคำสั่งนี้สมาคมฯและเครือข่ายจะนำความนี้ขึ้นร้องเรียนต่อศาลปกครองสูงสุดและหรือศาลรัฐธรรมนูญตามความในมาตรา 5 ประกอบมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ต่อไป" สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ระบุในท้ายแถลงการณ์

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

หนาวเฉียบพลัน 59 โลกจะส่งสัญญาณอะไร

เรื่อง : จิตติมา บ้านสร้าง
2524_thaihealth_2k53ovi9lbhj
ความหนาวเฉียบพลันที่เกิดขึ้นทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาดูจะกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาด เพราะการรับรู้ของคนไทยดูเหมือนว่า มกราคมเข้ากุมภาพันธ์นี่เป็นฤดูร้อนแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ร้อนจัด แต่จู่ๆก็หนาวขึ้นมาซะอย่างนั้น
คนจำนวนไม่น้อยคงโยนให้โลกร้อนเป็นจำเลย  บางคนอาจคิดถึงหนัง The day after tomorrow ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 กลางเดือนมีนาคมก็มีอยู่ 1 วันที่อุณหภูมิที่กรุงเทพลดลงเหลือ 16 องศาเซลเซียส เพียงวันเดียวเท่านั้น ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการอธิบายว่าเป็นเพราะมวลอากาศเย็นจากจีนลงมาอย่างรวดเร็ว ถัดมาปี 2557 สหรัฐอเมริกาถูกหิมะปกคลุมค่อนประเทศด้วยอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ครั้งนั้นมีการอธิบายว่า เป็นเพราะ Polar Vortex หรือ Polar cyclone ซึ่งก็คือพายุขั้วโลกเหนือ
ทั้ง 2 เหตุการณ์ยังไม่สามารถหาความเชื่อมโยงทางวิทยาศาสตร์กับโลกร้อนได้ แต่ความรู้สึกของคนทั่วไปคงตัดสินกันไปแล้ว
ส่วนคราวนี้มีอีกชุดคำอธิบายที่ดูเหมือนจะใกล้เคียงหนังเรื่อง The day after tomorrow มากที่สุด  ในหนังเล่าถึงความหนาวเย็นจนน้ำแข็งเข้าปกคลุมทวีปอเมริกาอย่างเฉียบพลัน เพราะโลกร้อนจนน้ำแข็งขั้วโลกละลายทำให้น้ำจืดลงสู่มหาสมุทร มีผลให้ไปบล็อคการเคลื่อนตัวของกระแสน้ำอุ่น-เย็นหลักของโลกหยุดเคลื่อนไหว ไม่นำพาความร้อนเย็นไปแลกเปลี่ยนตามภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกเหมือนปกติ
ความหนาวเย็นครั้งนี้ ในแง่สภาพอากาศสามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้าราวสัปดาห์หนึ่ง แต่คนอาจจะไม่ตระหนักมากนักเพราะคงไม่คิดว่าจะหนาวเย็นขนาดนี้ และกินเวลาหลายวัน
436189main_atlantic20100325a-full
ระบบ กระแสน้ำอุ่น-เย็น (Great Conveyor Belt)
แต่ในแง่ของคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในระดับโลก  ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์และสภาพภูมิอากาศโลก สันนิษฐานจากเหตุการณ์แวดล้อมและหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่า “อาจจะเป็นเพราะกระแสน้ำอุ่น-เย็น (Great Conveyor Belt) หลักของโลกเกิดการสะดุด”
ครั้งแรกที่ได้ยินผู้เขียนถึงกับอึ้ง เพราะคิดว่าแม้หนังจะสร้างจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่คิดว่าระบบใหญ่ขนาดนั้นจะมีอะไรไปทำให้ “ขัดข้อง” ได้ ซึ่งคำอธิบายนี้น่าสนใจ แม้ ดร.อานนท์ จะบอกว่า เป็นการคาดเดาด้วยหลักการทางวิทยาสตร์และหลักฐานแวดล้อมก็ตาม
ดร.อานนท์อธิบายว่า เพราะปีนี้เอลนินโญมีความรุนแรงและขนาดใหญ่ จึงอาจส่งอิทธิพลได้ หลักฐานแวดล้อมที่ว่าคือ ตัวที่ 1 ลมตะวันตกที่พัดจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าหาด้านฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นลมร้อนของเอลนินโญมีความเร็วและความรุนแรงอย่างฉับพลัน พัดพาเอาความร้อนไปสู่น้ำในมหาสมุทรด้านตะวันตก (ฟิลิปปินส์) ความร้อนทำให้น้ำในมหาสมุทรบริเวณฟิลิปปินส์ขยายตัว เห็นได้จากระดับน้ำบริเวณนั้นสูงขึ้น นี่เป็นหลักฐานแวดล้อมตัวที่ 2
หลักฐานแวดล้อม 2 ตัวนี้ ถูกเอามาประมวลกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ จึงสันนิษฐานว่า เมื่อน้ำในมหาสมุทรขยายตัว จึงเกิดโดมน้ำหรือภูเขาน้ำลูกย่อม ๆ ไปบล็อคหรือสกัดการเคลื่อนไหวของกระแสน้ำอุ่น-เย็น (Great Conveyor Belt) ที่อยู่ระหว่างกำลังไหลเวียนเอาน้ำอุ่นกลับไปผ่านฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก สะดุดชั่วคราว เมื่อไม่มีความร้อนไหลเวียนมาความเย็นจึงส่งอิทธิพลเด่นชัด
ข้อสันนิษฐานนี้ ถูกประกบด้วยหลักฐานแวดล้อมตัวที่ 3 คือ โซนยุโรปและอเมริกาก็เกิดหิมะถล่มและมีความหนาวเย็นเฉียบพลันด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว ซีกโลกตะวันตกและตะวันออกจะตรงข้ามกัน เมื่อทั้ง 2 ซีกโลกเกิดเหตุการณ์เหมือนกัน จึงสันนิษฐานว่าเพราะอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่น-เย็น (Great Conveyor Belt) ที่ไม่ไหลเวียนแลกอุณหภูมิกันตามปกติ
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมลมตะวันตก ซึ่งเป็นลมร้อนของเอลนินโญเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลันทันที เกี่ยวกับโลกร้อนหรือไม่ วิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้
ส่วนผลกระทบจากโลกร้อนนั้นจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยให้ค่อย ๆ เพี้ยนไปจากในอดีต เช่น ความยาวเฉลี่ยของฤดูหนาวสั้นลง อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวสูงขึ้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงขึ้น พายุจำนวนมากขึ้น รุนแรงขึ้น ค่าเฉลี่ยความแห้งแล้งยาวนานขึ้น และแล้งมากขึ้น เป็นวงกว้างมากขึ้น ฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยสูง ขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตในคาบ 30 ปีที่แล้ว เป็นต้น  ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทยอยเกิดขึ้นจนคนปัจจุบันสามารถปรับตัวได้ตามสมควร
แต่การเปลี่ยนแปลงในลักษณะเป็นเหตุการณ์ โดยเฉพาะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนคนไม่สามารถรับมือสถานการณ์ได้ทัน เช่น หนาวเฉียบพลันแบบนี้ หลายคนคงไม่มีเสื้อกันหนาวหนา ๆ ใหญ่ ๆ เก็บไว้แล้ว เพราะปรับตัวไปแล้วว่า ฤดูหนาวอุณหภูมิไม่ต่ำมากเหมือนในอดีต เป็นต้น  ความเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันแบบนี้แม้จะเกิดขึ้นนานๆ ครั้ง แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ ค้นหาสาเหตุ เพื่อให้สามารถวางแนวทางรับมือในลักษณะภัยธรรมชาติได้อย่างถูกต้องทันท่วงที
ภาพ : http://www.thaihealth.or.th/Content/2524.html และ NASA