PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายการ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

2 ขั้วฝุ่นตลบก่อนใคร!

2 ขั้วฝุ่นตลบก่อนใคร!



ตุนกระสุนพร้อมรบเต็มโกดัง
คิวที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วาระ 2-3 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 206 เสียงต่อ 0
รอการเตรียมประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไปในเร็วๆนี้
“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีเสบียงกองเต็มหน้าตัก ไว้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป
ทำแต้มต่อยอดไว้คั่วเก้าอี้ผู้นำรอบสอง
ในห้วงที่โหมดเลือกตั้งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เห็นทิศทางคลายล็อกโดยใช้มาตรา 44 นักการเมืองใกล้ได้ขยับแข้งขยับขาทำกิจกรรมทางการเมือง
กระตุ้นบรรยากาศคึกคัก นักเลือกตั้งเตรียมวอร์มอัปพร้อมลงสนาม รุมกดดันเรียกร้องให้ คสช.รีบปลดล็อกกฎเหล็กทุกข้อ
เงื่อนไขผ่อนปรน 6 ข้อ ชักไม่เพียงพอ ถูกรุกเร้าให้ปล่อยผี หาเสียงได้อย่างเต็มตัว
ตามทิศทางที่ “ลุงตู่” ค่อยๆผ่อนเชือก ลดบทเฮี้ยบตามห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม ลดแรงปะทะก่อนเวลาอันควร
หลีกเลี่ยงโหมดการสร้างความไม่พอใจในสังคม อย่างที่เห็นกรณีเหยียบเบรก คัดค้านการเพิ่มโทษหนักผู้ไม่พกใบขับขี่ตามร่างกฎหมายใหม่ของกรมการขนส่งทางบกที่ถูกต่อต้านหนัก
ไล่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนใหม่ กลัวซ้ำรอยกรณีห้ามนั่งท้ายกระบะที่ฉุดรัฐบาลเสียราคาไปด้วย
ไม่เสี่ยงล้อเล่นกับอารมณ์สังคม นั่นคืออาการของคนที่กำลังเก็บเนื้อเก็บตัว แต่งตัวรอลงสนามเตรียมกระโจนคลุกฝุ่นการเมืองเต็มตัว
ตามรูปการณ์ที่ทุกค่ายจะห้ำหั่นกันมากขึ้น ภายหลังการคลายล็อกให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ในเดือน ก.ย.
ที่จ่อเปิดศึกล่อกันฝุ่นตลบชัดเจนแน่ๆคือ การสตาร์ตประชุมพรรคการเมือง ฟอร์มทีมกรรมการบริหารพรรคของแต่ละค่าย
ได้เวลาเปิดเผยโฉมหน้าแม่ทัพตัวจริง 2 พรรคใหญ่ “ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย” เคลียร์คลื่นใต้น้ำที่มีมานานให้เกิดความชัดเจนลงตัว
อย่างสถานการณ์ฝั่งประชาธิปัตย์ ชื่อของ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เบอร์หนึ่งคนปัจจุบัน ยังไม่ลงล็อกจะได้ต่อวีซ่าผู้นำพรรคต่อไปหรือไม่
มีสิทธิถูกสอยร่วง เตรียมใช้แผนสำรองดัน “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หรือ “มือปราบจำนำข้าว” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม วัดรอยรอเบียดเก้าอี้ผู้นำพรรค
เพราะหาก “เดอะมาร์ค” ยังอยู่ก็เป็นอุปสรรคขวางการต่อตั๋วของ “ลุงตู่”
ประชาธิปัตย์มีสิทธิฝันสลาย สูญเสียสถานะตัวแปรสำคัญของท็อปบูตหลังการเลือกตั้ง
ตามทิศทางที่ “อภิสิทธิ์” พยายามโหนกระแสญาติวีรชนพฤษภา 35 โชว์จุดยืนประชาธิปไตย ให้ผู้ที่รวบรวมเสียง ส.ส.ได้เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล
ไม่ขอร่วมสังฆกรรมรัฐบาลทหาร หากจะใช้เสียง ส.ว.250 เสียง มาใช้ล็อบบี้เลือกนายกฯ
เล่นบทพระเอกชูประชาธิปไตย กู้สถานการณ์ขาเก้าอี้สั่นคลอน
สถานภาพผู้นำของ “เดอะมาร์ค” ยังไม่ชัวร์ แม้จะโชว์บริบทไม่เอาเผด็จการ แต่อีกด้านบางขุมข่ายในประชาธิปัตย์ก็ไม่เอา “อภิสิทธิ์” เหมือนกัน
ขณะที่ฟากพรรคเพื่อไทยก็ช่วงชิงตำแหน่งหัวขบวนฝุ่นตลบไม่แพ้กัน โดยเฉพาะขับเคี่ยวกันระหว่าง “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์”
พอถึงเวลาทีเด็ดทีขาดจริงๆ ระดับเจ้าแม่สายตระกูลชินวัตรคงไม่ปล่อยให้คนนอกตระกูลมากุมอำนาจบริหารพรรคไปต่อหน้าต่อตา
หากวืดหน้าที่ถือธงเดินนำลงสนามเที่ยวนี้ก็ต้องวัดใจ
“เจ๊หน่อย” จะยังกลืนเลือดอยู่ที่เดิม หรือไปตายเอาดาบหน้าหาที่อยู่ใหม่
สถานการณ์แต่ละค่ายส่อเค้าระอุ แย่งชิงบทบาทการนำพรรคเตรียมรับศึกเลือกตั้ง
กดปุ่มคลายล็อกเมื่อไร 2 ขั้วใหญ่ฝุ่นตลบแน่นอน.
ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สถานีคิดเลขที่12 : ตัวแปร โดย : วรศักดิ์ ประยูรศุข

สถานีคิดเลขที่12 : ตัวแปร โดย : วรศักดิ์ ประยูรศุข



อะไรคือ “ตัวแปร” ที่จะกำหนดบรรยากาศ และผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2476 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการเลือกตั้งมาแล้ว 27 ครั้ง นับถึง 2 ก.พ.2557 ที่โดนม็อบขัดขวาง ทำให้ลงคะแนนในวันเดียวกันไม่ได้ สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ถ้าเลือกตั้งในปี 2562 เท่ากับว่า ประชาชนว่างเว้นใช้สิทธิทางการเมืองมาเป็นเวลา 5 ปี
เวลา 5 ปี ถ้าเป็นการเมืองปกติ อาจมีเลือกตั้งแล้ว 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
ความหมายคือ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งควรจะได้กำหนดทิศทางบ้านเมืองแล้วถึง 2 รอบเป็นอย่างน้อย
การว่างเว้นไปถึง 5 ปี โดยเฉพาะในมุมของประชาชนจึงมีความสำคัญและเป็นโจทย์ที่ต้องตีให้แตก
ขณะที่ในเรื่องอื่นๆ 5 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก
เกิดการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการสื่อสาร อินเตอร์เน็ตเข้ามาขับเคลื่อนโลกทั้งโลกรวมถึงประเทศไทย
ทำให้คนไทยได้เปรียบเทียบตัวเอง สังคมของเราเองกับโลกภายนอกตลอดเวลา
บางเรื่อง อาจจะก้าวหน้าขึ้น แต่ในหลายเรื่อง เห็นชัดว่าถดถอยลงไป
อินเตอร์เน็ตและระบบออนไลน์ทำให้เห็นภาพกว้างและลึกต่อเนื่อง อย่างคนที่เคยกรี๊ดกร๊าดแนวทางการเมืองแบบหนึ่ง มาตอนนี้เปลี่ยนเสียง
บางคนเปลี่ยนอย่างตีลังกากลับหลังหัน เป็นบทเรียนการเมืองให้ได้ศึกษากัน
ข่าวสารที่แพร่สะพัดรวดเร็วกว้างขวาง ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา

ประเทศไทยอยู่ตรงไหนของสังคมโลก ระบบกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายเป็นมาตรฐานหรือไม่ ใครโกง ใครไม่โกงกันแน่ เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ รู้ได้ ไม่ต้องรอใครมาบอก ต่างจากเมื่อ 5 ปีก่อน
ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย อารมณ์ของสังคมและประชาชนจะสะท้อนให้เห็นจาก “นโยบาย” ของกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง ที่กำลังแต่งตัวรอลงสนาม
ตอนนี้เริ่มแย้มๆ กันออกมาแล้ว อาทิ ปัญหาเกณฑ์ทหาร การจัดซื้ออาวุธ จะเอายังไงกับฎหมายที่ออกโดยสภาแต่งตั้งตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา มาตรการป้องกันปฏิวัติรัฐประหาร ฯลฯ
แนวคิด แนวทางเหล่านี้ ถ้าผู้มีอำนาจปัจจุบันเปิดกว้างให้พรรคการเมือง นักการเมืองหาเสียงกันได้อย่างอิสระโปร่งใส ให้ข้อมูลเดินทางไปถึงประชาชนได้อย่างสะดวก จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศไทย
ขณะที่เทคโนโลยีสื่อสารจะเป็น “ตัวช่วย” นำพาข้อมูล ความคิดไปสู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
แต่มีข่าวแล้วว่า เตรียมจะห้ามการใช้ไลน์ ใช้เฟซบุ๊กหาเสียงกันแล้ว
การคาดหมายว่า พรรคไหนจะไปจะมา อาจใช้ข้อมูลจากการเลือกตั้งปีหลังๆ เป็นฐาน อาจได้ข้อสรุประดับหนึ่ง
แต่ “ตัวแปร” ที่สำคัญมากกว่า ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของโลก คือความนึกคิด และอารมณ์ของสังคม ภายใต้กรอบกติกาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา
ถ้าแฮปปี้ สบายอกสบายใจ ไม่รู้สึกอัดอั้น ไม่เดือดร้อนเรื่องปากท้อง ก็เรื่องหนึ่ง
แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็เป็นเรื่องใหญ่
และจากวันนี้ ยิ่งบีบยิ่งกด จะยิ่งควบคุมผลได้ยาก
วรศักดิ์ ประยูรศุข

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

คสช.เทคโอเวอร์“พรรคพลังชล”นายกฯตั้ง“คุณปลื้ม”ที่ปรึกษาฯ

คสช.เทคโอเวอร์“พรรคพลังชล”นายกฯตั้ง“คุณปลื้ม”ที่ปรึกษาฯ
นายกฯ เตือนเพื่อไทยตีกอล์ฟ "สะสมทรัพย์" อย่าทำผิด กม. ขออย่าโจมตี รบ. ชี้ตั้งสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษาการเมือง เหตุใกล้เลือกตั้ง แต่ไม่หวังผลการเมือง
เมื่อ 17 เม.ย. 2561 หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชน เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินว่า ตนเป็นผู้เซ็นแต่งตั้งจริง ตามขั้นตอนของส่วนราชการ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอมา ตนไม่ได้เป็นคนเสนอ เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรเสียหายก็อนุมัติตามขั้นตอน
“นายสนธยาจะมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายการเมือง และให้คำปรึกษา ซึ่งผมต้องฟัง เพราะจำเป็นต้องมีฝ่ายการเมืองมาให้คำปรึกษาบ้าง เพื่อมาทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน ยืนยันไม่ได้ตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพราะวันนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีคนเหล่านี้มาให้คำปรึกษา ส่วนตัวไม่รู้ว่าที่ผ่านมา ฝ่ายการเมืองได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง”
ส่วนนายสนธยาจะลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังชลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้รังเกียจนักการเมือง จะมีการตั้งใครเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบ อย่าไปคิดอะไรล่วงหน้า ยังไม่รู้ว่าจะตั้งใครเพิ่มอีกก็ให้เสนอมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังสงกรานต์ว่า รัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้บ้านเมืองอย่าเกิดความขัดแย้ง ถ้าก่อนการเลือกตั้งยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ วันข้างหน้าก็จะวุ่นวายเหมือนเดิมอีก ดังนั้น ขอให้เสนอข่าวทั้งสองทางอย่าชี้ผิดชี้ถูก และอย่าไปฟังคำพูดจากภายนอกมากนัก ยืนยันรัฐบาลทำตอบสนองทุกกลุ่มทุกฝ่าย สิ่งใดที่เคยทำไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ก็ทำให้จนได้ จึงขออย่าติติงรัฐบาลมากนัก
รวมทั้ง กล่าวว่า การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยจะไปตีกอล์ฟและรับประทานอาหารกับตระกูลสะสมทรัพย์ที่จังหวัดนครปฐมในวันที่ 18 เมษายนนี้ว่า ต้องตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่ หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือเปล่า เพราะในคำสั่งเขียนชัดเจนว่าอะไรทำได้ไม่ได้ จึงขอเตือนให้ระมัดระวังอย่าทำผิดกฎหมาย
PEACE NEWS

วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"บิ๊กตู่" สั่งเอง ติดโคมจีน ทำเนียบฯ ร่วมฉลอง ตรุษจีน

"บิ๊กตู่" สั่งเอง ติดโคมจีน ทำเนียบฯ ร่วมฉลอง ตรุษจีน พร้อมอวยพร ชาวไทย เชื้อสายจีน เผย16กพ.ร่วมงาน ตรุษจีน เยาวราช ยัน ไม่เกี่ยว อ่างบัว แตก
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายก เปิดเผยว่า การโคมจีนเต็งลั้ง 6 คู่ ที่ นำมาประดับทำเนียบรัฐบาล วันนี้ นั้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการผ่านทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการประดับเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย
นอกจากนี้ในอนาคตก็จะมีการพิจารณาเป็นเทศกาลอื่นๆด้วย
“นายกรัฐมนตรี ฝากอวยพรขอให้ทุกคนไทยทุกคน โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีน มีความสุขสดชื่น
ในเทศกาลตรุษจีนนี้ "
ซึ่งในวันที่ 16 ก็พอนี้นายกรัฐมนตรี มี กำหนดการที่จะเดินทางเข้าร่วมเทศกาลตรุษจีนที่ถนนเยาวราชด้วย
ทั้งนี้การประดับ โคมไม่เกี่ยวกับเหตุอ่างบัวแตก แต่อย่างใด