PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

พล.อ.ประยุทธ์ บอกรักน้อง แต่ช่วยไม่ได้

"ถามว่า ผมรักน้องไหม ผมก็รัก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยเขาไม่ได้ และผมก็มาตะแบง ชี้แจงส่งเดชไม่ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึง บิ๊กติ๊ก พล.อ.ปรีชา. จันทร์โอชา น้องชาย กรณีบริษัทลูกชายรับงานกองทัพภาค3และตั้งบริษัทในค่ายทหาร
“เขาสอบหมด บริษัทบ้าบอคอแตกอะไรนั่น อยากจะสอบอะไรก็สอบไปเถอะไป จะสอบครัวสอบส้วมก็สอบไป จะมาโยงกับผมทำไม เขาก็รับผิดชอบของเขาเองสิ ไม่ใช่เออ ไอ้ห่า ตระกูลผมเสียหาย มันคนละเรื่อง คนละคน 
แต่ถามว่าผมรักน้องไหม ผมก็รัก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยเขาไม่ได้ และผมก็มาตะแบง ชี้ แจงส่งเดชไม่ได้ เป็นเรื่องของกลไกก็รับไป
และผมก็ไม่เคยไปว่าใคร ทุกอย่างเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ใครอยากสอบก็สอบไป
เขามาขอโทษ บอกว่าไม่ได้ทำความผิด เพียงแต่บางอย่างอาจจะไม่สมควร เขายอมรับตรงโน้น แต่เรื่องของบริษัทเขาบอกว่าเตรียมหลักฐานไว้เต็มที่ ผมยังไม่รู้ว่าเขามีบริษัท ตั้งมาหลายปีแล้ว หลานก็โตแล้ว ไม่เจอหน้ามากี่ปีแล้ว ผมเป็นคนไม่ค่อยเจอครอบครัว เพราะทุ่มเวลาให้กับงานมาตลอด และรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ตั้งแต่เด็ก แต่ความผูกพันยังเหมือนเดิม สายเลือดมันต้องมีอยู่แล้ว แต่หน้าที่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ลดปัญหาความขัดแย้งให้มากที่สุด ใครทำอะไรก็ต้องระวังตัวเอง รับผิดชอบกันเองก็แค่นั้น
เดี๋ยวถ้าผมทำอะไรผิด พล.อ.ปรีชา ก็ต้องรับผิดชอบแทนผมสิ แล้วสื่อก็ต้องไปถามพล.อ.ปรีชาด้วยว่า เห็นว่านายกฯ เป็นยังไง เขาจะตอบอย่างไรไปถามเขาดู เขาบอกว่าเขาจะทำให้ดีที่สุด ผิดพลาดอะไรก็ไปว่ากันมา เขาก็ยอมรับในกระบวนการสอบสวนก็จบแค่นั้น อย่าไปเพิ่มปัญหาหรือภาระ ผมไม่ได้ปกปิด มีก็มีก็รับกันไป” นายกฯ กล่าว
27กย.2559 ทำเนียบรัฐบาล

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและธุรกิจด้วย 3G และอุปกรณ์โมบาย

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและธุรกิจด้วย 3G และอุปกรณ์โมบาย

smartphone-tablet-notebookคุณใช้อุปกรณ์ไอทีตัวไหนมากกว่ากันระหว่างโทรศัพท์มือถือกับโน๊ตบุ๊ค ?  หากเวลานี้คุณใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าการใช้งานพวกโน๊ตบุ๊คกันแล้ว เมื่อเทียบกับปีก่อน  เป็นสัญญาณบอกว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคโมบายอย่างเต็มตัว ยิ่งในประเทศไทย มี 3G ให้ใช้แล้ว นอกจากจะเอาสมาร์ทโฟนมาใช้แค่ chat line เช็ค facebook อัพภาพขึ้น Instagram เช็คข่าวผ่านทาง twitter หรือใช้คุยเรื่องส่วนตัวกันแล้ว จะคุ้มค่ายิ่งขึ้น ถ้าเราประยุกต์การทำงานทั้งหลาย ที่เคยทำบนคอม มาอยู่บนอุปกรณ์พกพาเหล่านี้
tip-use-smartphone-for-work-businessในยุคที่คนไทยได้ใช้ 3G แล้วอย่างทุกวันนี้ การประชุมงานก็ไม่จำกัดแค่ในห้องประชุมอีกต่อไป  เราสามารถหารือพร้อมกันหลายๆคนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอพบนมือถือเช่น Skype หรือ Google Hangouts เป็นต้น
tip-use-smartphone-for-work-business-01หากมีเอกสารที่อยากจะส่งก็ไม่ต้องใช้แฟ็กซ์  เพียงหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพแล้วส่งอีเมล์ไปให้ทันที หรือใช้แอพมาสแกนเอกสารด้วยมือถือ เช่น DocScanner มาช่วยก็ได้….
หากต้องรับ-ส่งไฟล์งานเอกสารขนาดใหญ่ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะแนบไฟล์ผ่านอีเมล์ไม่ได้  เพราะคุณสามารถใช้บริการบน cloud ต่างๆเช่น   Dropbox  , box , ubuntuone เป็นต้น หากคุณใช้ Hotmail , outlook ก็มีบริการ Skydrive รองรับ ให้คุณสามารถส่งภาพความละเอียดสูงปริมาณมากๆ อัพขึ้น Skydrive แล้วส่งลิงค์แชร์ไปยังเพื่อนๆได้  เช่นเดียวกับ Gmail ก็มีบริการ Google Drive ที่สามารถอัพโหลดไฟล์ต่างๆไว้บน Cloud แล้วแชร์หรือส่งให้กับผู้รับ ซึ่งเป็นบริการฟรีด้วย ส่วน Apple ก็มีพื้นที่ส่วนตัวบน cloud อย่าง iCloud ที่เก็บเอกสารพวก iWork บน MAC OS กับ iOS ได้
quickofficeการพิมพ์ แก้ไขงานเอกสาร พวก word, excel ก็ทำบนมือถือได้ เดี๋ยวนี้ก็มีแอพแจกฟรี เช่น Quick Office  ให้ทำงานประเภทสำนักงานได้ทั้งบน cloud และแบบ offline   และยังมีแอพอื่นๆที่สามารถแก้ไขเอกสารได้เช่นกัน เช่น  แอพCloudon ที่ทำเหมือนกับโปรแกรม Office เลย และเมื่อต้องการจะนำเสนองาน เมื่อก่อนต้องพก notebook เดี๋ยวนี้ ก็แค่ใช้แท็บเล็ตหรือมือถือ ต่อสายออกจอโปรเจ็กเตอร์พร้อมใช้แอพ เช่น KeyNote หรือ OfficeSuite มาเป็นตัวช่วยก็ได้แล้ว สะดวกขึ้นเยอะเลย
translateถ้าต้องพบปะกับชาวต่างชาติ ก็ไม่ต้องกลัวคุยกันไม่รู้เรื่อง แค่ใช้แอพ Google Translate แปลภาษาได้ทันที จะให้ชาวต่างชาติพูดในภาษาของเค้าใส่มือถือ แอพก็จะแปลออกมาเป็นภาษาที่เราต้องการได้ทันที
facebook-pageส่วนการค้าขายก็ไม่จำกัดเวลา สถานที่ แถมก็ทำได้ง่ายด้วย  เพราะเจ้าของธุรกิจสามารถเปิดร้านบนfacebook , Instagram และดูแลได้ทุกที่ผ่านมือถือแล้ว การโอนเงินชำระเงินก็สามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์ และแอพของธนาคารบนสมาร์ทโฟนด้วย 
google-mapsการเดินทาง หาที่อยู่บริษัท ร้านค้าต่างๆ ก็เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น คุณสามารถใช้ Google Earth หรือ Google Maps บนอุปกรณ์ของคุณนำทางได้อย่างสะดวก รวมไปถึงการหาร้านอาหารอร่อยๆ ก็ใช้แอพ foursquare ก็เจอร้านอาหารและสถานที่มากมาย พร้อมข้อมูลรีวิวอาหารและสถานที่ต่างๆด้วย
google-searchการค้นหาข้อมูลต่างๆ ก็ค้นหาได้บนอุปกรณ์พกพาอย่างมือถือหรือ tablet ผ่าน search engine อย่าง google ทำให้การทำงาน ไม่สะดุด ไม่ติดขัด และทำได้ทุกที่ทุกเวลา แถมสามารถใช้สั่งการค้นหาด้วยเสียง หรือใช้มือในการเขียนเพื่อค้นหาเว็บไซต์ได้ด้วย
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์จาก mobile internet และอุปกรณ์โมบายที่มีอยู่แล้ว   ดังนั้นหากคุณใช้ประโยชน์และฟีเจอร์ที่มีจากอุปกรณ์พกพาเหล่านี้อย่างเต็มที จะทำให้การทำงานต่างๆของคุณสะดวกสบาย งานดูเป็นเรื่องง่ายขึ้น และสนุกมากขึ้นด้วย
ข้อมูลบางส่วนจาก เว็บไซต์ pawoot.com 

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สิ่งที่ควรรู้กับการที่ FACEBOOK ปรับขนาดภาพ LINK POST ให้ใหญ่ขึ้น


Post Type

เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา Facebook ได้มีการปรับปรุงในหลายส่วน เช่นการปรับระบบโฆษณาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและแสดงผลดีขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่มีผลตามมาด้วยคือการแสดงผล Link Post ใน News Feed  และ Profile / Page Timeline ซึ่งนั่นน่าจะมีผลช่วยในเรื่องการทำให้คอนเทนต์จาก Source ข้างนอกอย่างเว็บไซต์ต่างๆ มีโอกาสที่จะดึงดูดและสร้างความสนใจได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงขนาดภาพ

ถ้าเราเทียบกับการโพสต​์ Link ในแต่ก่อนนั้น ภาพที่แสดงใน News Feed จะเป็นภาพขนาดเล็ก ซึ่งไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนที่เลื่อนดู News Feed ได้เสียเท่าไร นั่นจึงทำให้หลายๆ คนใช้เทคนิคการโพสต์ภาพนิ่งแล้วแนบลิงค์ลงในคำบรรยายเสียมากกว่า เพราะอย่างน้อยแล้ว การมีภาพที่น่าดึงดูดก็จะช่วยให้คนหยุดสนใจคอนเทนต์ดังกล่าวได้
Screen Shot 2556-09-11 at 12.14.57 PMScreen Shot 2556-09-11 at 12.15.46 PM
จากผลดังกล่าว ทำให้การโพสต์ประเภท Link ที่แม้ว่าจะสร้างโอกาสในการคลิ้กเพื่อไปสู่เว็บไซต์ต่างๆ ได้ก็จริง แต่กลับสร้าง Engagement ได้น้อย แถมในหลายๆ การสำรวจยังพบว่าสร้าง Reach ได้น้อยกว่าการโพสต์ประเภทภาพหรือวีดีโอเสียอีก
และดูเหมือนว่า Facebook จะเล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงทำการปรับขนาดภาพของ Link เสียใหม่ให้ดูมีความใกล้เคียงกับขนาดภาพปรกติที่อยู่บน Timeline โดยในการแสดงผลแบบใหม่นั้น ขนาดของ Link ทั้งหมดจะมีขนาดใหญ่ขึ้นในลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัส (แบบเดียวกับขนาดภาพมาตราฐาน) แล้วแบ่งพื้นที่ในการแสดงผลภาพ Thumbnail ใหญ่ขึ้นควบคู่ไม่การส่วนแสดงผล Description ที่เพิ่มขึ้นด้วย
facebook_link_1facebook_link_2
การแสดงผลดังกล่าวยังครอบคลุมไ่ถึงการแสดงผลในหน้า Timeline ของ Page  อีกด้วย
facebook_link_3
Screen Shot 2556-09-11 at 12.22.49 PM
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลต่อเรื่อง Algorithm ที่นำมาคำนวนเพื่อดึงโพสต์มาแสดงผลหน้า News Feed หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มันย่อมมีประโยชน์กับเจ้าของเว็บไซต์หรือแบรนด์ที่อยากโพสต์คอนเทนต์แบบอื่นด้วย

ประเด็นควรรู้สำหรับนักการตลาด / เจ้าของเว็บไซต์

1. ขนาดภาพที่ใหญ่ขึ้น ย่อมหมายถึงการดึงดูดสายตาของคนที่ใช้ Facebook ได้ดีขึ้นด้วย ฉะนั้นแล้วนี่คือโอกาสใหม่ที่จะทำให้โพสต์แบบ Link ของคุณมีโอกาสดึงความสนใจมากขึ้น และโอกาสที่จะสร้างคลิกเข้าไปดูเนื้อหาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน
2. ขนาดภาพที่แสดงนั้นไม่ได้มีขนาดเดียว โดยมีรายละเอียดตามด้านล่าง
  • ภาพ Thumbnail ที่โชว์ใน Timeline ของ Page คือ 377×197 pixel
  • ภาพ Thumbnail บน News Feed ที่เกิดจากการแชร์ของ User เองจะอยู่ที่ 398×208 pixel
  • ภาพ Thumbnail บน News Feed ที่เกิดจากการคลิ้ก Like ที่ตัว Link ของ User อีกที จะอยู่ที่ 358×187 pixel
3. จากขนาดภาพดังกล่าว เข้าใจได้ว่า Facebook ทำการปรับภาพที่เป็น og_image ของลิงค์ (ภาพ Feature) ให้เป็นขนาดต่างๆ
4. เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้แนวทางการทำคอนเทนต์อาจจะไม่จำเป็นต้องจบที่ Facebook อย่างเดียว แต่สามารถใช้คอนเทนต์จากเว็บไซต์ / blog อื่นๆ มาช่วยได้อีก โดยต้องไม่ลืมให้ความสำคัญในการเลือกรูปภาพประกอบแบบเดียวกับที่เราเลือกภาพมาใช้ในวิธีการโพสต์แบบเดิมๆ

อัพเดท LINE กับการตลาดดิจิทัลในไทย [INFOGRAPHIC]


Post Type

เป็นที่รู้กันว่า LINE เป็นแอพพลิเคชั่นแชทอันดับหนึ่งของคนไทยในปัจจุบัน มีผู้ใช้งานทะลุ 18 ล้านคนไปเรียบร้อยและน่าจะไล่จี้ฐานผู้ใช้ Facebook ของไทยไปอย่างติดๆ แน่นอนว่าการที่มันเป็นช่องทางที่คนติดต่อสื่อสารกันบ่อยที่สุดช่องทางหนึ่ง จึงไม่แปลกที่จะมีบรรดาแบรนด์ต่างๆ พากันเข้าไปช่วงชิงพื้นที่เพื่อทำการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง
Edge-Asia ที่ประเทศไทยได้ทำการรวบรวมข้อมูลสถิติน่าสนใจต่างๆ ของ LINE ณ ปัจจุบัน แล้วทำเป็น Infographic เพื่อให้เห็นภาพสถานะปัจจุบันของการตลาดกับ LINE ซึ่งเราก็จะเห็นว่ามีข้อมูลน่าสนใจมากมาย ทั้งเรื่องลำดับเวลา และการปล่อยสติ๊กเกอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดสำคัญบนแพลตฟอร์มของ LINE ด้วย
  • ปัจุจุบันมี 20 แบรนด์ที่มีการเปิด Official Account บน LINE
  • ขณะเดียวกัน มี 8 แบรนด์ที่ไม่ได้เปิด Official Account แต่มีการทำ Sticker ให้ดาว์นโหลดฟรี
  • TrueMove H เป็นแบรนด์ที่มีคนแอดเข้า Official Account มากที่สุด โดยมีการปล่อย Sticker ให้ดาว์นโหลดสูงสุด คือ 4 ครั้งด้วยกัน
Infographic-(Line)

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

8เดือนยอดโฆษณาโต7.57หมื่นล.

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2556, 00:00 น.

นีลเส็นเผย 8 เดือนแรกปี 2555 เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อทะลุ 7.57 หมื่นล้าน โต 0.88% แจงทีวียังครองแชมป์ มียอดโฆษณาสูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 2.15% 

รายงานข่าวจากบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่า ภาพรวมโฆษณาในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปี 2556 นี้ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มีมูลค่า 75,700 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 0.88% โดยสื่อที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ กลุ่มโทรทัศน์ มีมูลค่า 46,156 ล้านบาท เติบโต 2.15% รองลงมาคือ กลุ่มนิตยสาร มูลค่า 3,531 ล้านบาท เติบโต 0.20% สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ มูลค่า 2,269 ล้านบาท เติบโต 20.56% และสื่ออินเทอร์เน็ต มูลค่า 583 เติบโต 52.22% 

“ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมานั้นพบว่า สื่อหลายประเภทอยู่ในภาวะที่มีการเติบโตลดลง เช่น กลุ่มวิทยุ มูลค่า 4,090 ล้านบาท ลดลง 0.80% หนังสือพิมพ์ มูลค่า 9,799 ล้านบาท ลดลง 1.63% สื่อโรงภาพยนตร์ มูลค่า 4,767 ล้านบาท ลดลง 8.66% ป้ายโฆษณา มูลค่า 2,753 ล้านบาท ลดลง 9.71% และสื่ออินสโตร์ มูลค่า 1,762 ล้านบาท ลดลง 6.43%

สำหรับการใช้งบโฆษณาเดือน ส.ค.2556 นั้นมีมูลค่ารวม 10,117 ล้านบาท ลดลง 1.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มสื่อที่ใช้งบโฆษณาลดลงมากสุดคือ กลุ่มโทรทัศน์ มีมูลค่า 6,108 ล้านบาท ลดลง 1.04% รองลงมาคือ กลุ่มวิทยุ มูลค่า 557 ล้านบาท ลดลง 0.54% นิตยสาร มูลค่า 456 ล้านบาท ลดลง 5.79% สื่อในโรงภาพยนตร์ มูลค่า 680 ล้านบาท ลดลง 15.53% ป้ายโฆษณา มูลค่า 345 ล้านบาท ลดลง 12.66% และสื่ออินสโตร์ มูลค่า 235 ล้านบาท ลดลง 29.64%

ในขณะนี้งบโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์กลับมีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยหนังสือพิมพ์ มูลค่า 1,365 ล้านบาท เติบโต 9.73% โฆษณาเคลื่อนที่ มูลค่า 286 ล้านบาท เติบโต 6.32% สื่ออินเทอร์เน็ต มูลค่า 86 ล้านบาท เติบโต 75.51%

นายนิธิ พัฒนภักดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อโฆษณา บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป กล่าวว่า ตลาดรวมสื่อโฆษณานอกบ้านทั้งหมดในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.สื่อเอาต์ดอร์ 40% 2.สื่ออินสโตร์ 20% 3.สื่อทรานซิท 20% และ 4.สื่อป้ายดิจิตอล 20% สำหรับทิศทางการเติบโตในปีนี้กลุ่มป้ายดิจิตอลมีอัตราการเติบโตมากสุดถึง 30% ส่วนสื่อเอาต์ดอร์จะตกลงจากปีก่อน 5% ส่งผลให้ทั้งปีนี้ภาพรวมสื่อป้ายโฆษณานอกบ้านน่าจะเติบโตได้ถึง 10-15% หรือมีมูลค่าราว 12,000 ล้านบาท.