PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาะลต26 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาะลต26 แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562

"บิ๊กแดง"พร้อมรับมือสงครามข่าวสาร

พร้อมรับมือ สงครามข่าวสาร
“บิ๊กแดง” สั่งจับตา นักการเมืองหาเสียง พบข่าวบิดเบือน สร้างความสับสน บนเวทีปราศรัย และโซเชี่ยล ออนไลน์ การให้สัมภาษณ์ ต้องเร่งชี้แจง ไม่ให้ประชาชนสับสน สั่ง ทุกส่วนราชการ ติดตาม/ สะกิดข้าราชการ ทุกส่วน ให้มีความรับผิดชอบ ต่อบ้านเมือง ให้ดำเนินการทุกอย่าง บนพื้นฐานของความเป็นจริง
​​​
พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(ลธ.คสช.) ที่ บก.ทบ.
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เผยว่า พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า ในช่วงต่อจากนี้ สถานการณ์ด้านการเมือง ที่กำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งนั้นมีความสำคัญ ซึ่งข้าราชการทุกส่วน
ต่างมีความรับผิดชอบ ที่จะต้องปฏิบัติตามภาระหน้าที่ต่อบ้านเมือง การดำเนินการทุกอย่างขอให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
ยิ่งในสภาวะปัจจุบันข้อมูลข่าวสาร
ที่ใช้ในการหาเสียง ทางการเมืองมีความหลากหลาย ทั้งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เวทีปราศรัย การให้สัมภาษณ์
จึงจำเป็นที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องติดตามในทุกข้อมูลข่าวสาร และต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อมิให้มีการบิดเบือน หรือสร้างความสับสนให้กับประชาชน เป็นการร่วมกันสร้างการรับรู้ในทิศทางที่เอื้ออำนวยต่อการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สนช.เอาจริง! จ่อแก้กฎหมาย ให้คนหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่มีสิทธิฟ้องคดีใดๆได้เลย เพราะไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม!

สนช.เอาจริง! จ่อแก้กฎหมาย ให้คนหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่มีสิทธิฟ้องคดีใดๆได้เลย เพราะไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม!
สนช.เอาจริง! – เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะผู้เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวว่า ในการประชุมสนช.วาระพิเศษ วันที่ 4 ธันวาคมที่ประชุมสนช. จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในวาระ2-3
หลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือการแก้ไขหลักเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีที่มีอัตราโทษจำคุก10 ปีขึ้นไปต้องมีหลักประกัน จากเดิมกำหนดไว้ที่คดีที่มีอัตราโทษจำคุก5ปีขึ้นไป
เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีที่มีอัตราโทษไม่เกิน10 ปี ส่วนใหญ่เป็นคดีโทษไม่ร้ายแรง มีโอกาสได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมากขึ้น โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าไม่มีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน หรือหลบหนีคดี นอกจากนี้จะในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง หากมีพยานหลักฐานว่า เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้ง เพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษหนักกว่าที่ควรเป็น ศาลจะมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีนั้นก็ได้ และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก
นายมหรรณพ กล่าวต่อว่า คำว่าการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตให้ครอบคลุมถึงกรณีโจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง คำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย
ดังนั้นกรณีโจทก์หลบหนีคดีไปต่างประเทศจะไม่มีสิทธิมายื่นฟ้องพร่ำเพรื่อในคดีอาญาใดๆได้อีก แม้จะยื่นฟ้องมา ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะถือว่าบุคคลใดที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่า กรณีนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ ไม่มีสิทธิจะมายื่นฟ้องคดีอาญาใดๆในประเทศได้อีกใช่หรือไม่ นายมหรรณพตอบว่า ไม่ใช่เฉพาะ นายทักษิณ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่หมายถึงทุกคนที่หลบหนีคดี
หากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้จะไปฟ้องคนอื่นเป็นคดีอาญาไม่ได้ ยกเว้นคดีแพ่ง เพราะถือว่าเมื่อไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่ควรได้รับการคุ้มครอง เจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการแก้เกมหรือกลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการให้ความยุติธรรมไม่ให้มีการฟ้องแก้เกี้ยวเพื่อกลั่นแกล้งกัน
เพิ่มเพื่อน

126 เสียงเป็นนายกฯ ได้ แต่ไม่มีทางไปรอด

126 เสียงเป็นนายกฯ ได้ แต่ไม่มีทางไปรอด

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2561 เวลา 07:46 น.

ความเห็นจาก "ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล" ที่วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนับจากนี้ไปจะมีทิศทางอย่างไร
***************************************
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเต็มตัว ภายหลังความชัดเจนเริ่มปรากฏขึ้นเป็นระยะ ซึ่งพรรคการเมืองเองก็พร้อมกับการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยการปรับตัวเองให้กับกติกาที่เปลี่ยนไปตามรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการเกิดขึ้นมาของพรรคการเมืองใหม่ๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีของพรรคพลังประชารัฐ
จึงเป็นโอกาสอันดีที่โพสต์ทูเดย์ได้สนทนากับ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นว่านับจากนี้ไปจะมีทิศทางอย่างไรต่อไป
ก่อนอื่น อาจารย์ปริญญา มีมุมมองถึงผลกระทบที่พรรคการเมืองและประชาชนได้รับจากระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ตามรัฐธรรมนูญไว้อย่างสนใจ
“ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนคือ จากเดิมประชาชนมีสองคะแนน คะแนนหนึ่งเลือก สส.เขต อีกคะแนนเลือก สส.บัญชีรายชื่อ หรือเลือกพรรค แต่ตอนนี้แม้ว่าจะยังมี สส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่มีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่ออีกต่อไปแล้ว โดยระบบเลือกตั้งใหม่จะเอาคะแนนแบบแบ่งเขตทั้งประเทศของแต่ละพรรคมาคิดที่นั่งทั้งสภา แล้วเอา สส.แบ่งเขตที่แต่ละพรรคได้หักไปที่เหลือคือ สส.บัญชีรายชื่อ”
“ผลที่เกิดกับประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ คือ ถ้าพรรคการเมืองต้องการ สส.บัญชีรายชื่อ ก็ต้องส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต ทำให้จะเกิดการส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต ทั้งๆ ที่ไม่มีหวังว่าจะชนะ ดังนั้นในคราวนี้จะมีผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”
“แล้ว พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ยังกำหนดให้ผู้สมัครในแต่ละเขตของพรรคการเมืองเป็นคนละเบอร์กัน ความยากของประชาชนคือ หนึ่ง ถ้าประชาชนอยากจะเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและ สส.บัญชีรายชื่อคนละพรรค จะทำไม่ได้อีกต่อไป และสอง ผู้สมัครแบบแบ่งเขตที่มากขึ้น แต่พรรคเดียวกันเป็นคนละเบอร์กัน ทำให้ประชาชนเลือกยากขึ้น”
การที่มีผู้สมัครเยอะก็น่าจะเป็นโอกาสให้ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้นเหมือนกับการเลือกซื้อสินค้า อาจารย์ปริญญา เห็นแย้งว่า “ปัญหามันยากตรงที่ว่าสินค้ามีให้เลือกเยอะ แต่มีวัตถุประสงค์ใช้งานคนละอย่างกัน เดิมผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจะมีมากหรือน้อยก็ต่างหวังจะชนะการเลือกตั้งทั้งนั้น แต่คราวนี้ผู้สมัครจำนวนมากไม่ได้หวังชนะ แต่พรรคส่งมาลงเพราะหวังจะได้คะแนนมาคิดที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ”
“การให้ประชาชนเหลือเพียงคะแนนเดียว ทำให้ประชาชนตัดสินใจยากขึ้น ไม่ได้ทำให้ประชาชนเลือกง่ายขึ้นเหมือนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ว่าเอาไว้ มันจะยากขึ้น เพราะตอนมีสองคะแนนมันแบ่งได้ แต่มีคะแนนเดียวมันแบ่งไม่ได้ระหว่าง สส.แบบแบ่งเขต กับ สส.บัญชีรายชื่อ แล้วปัญหาคือถ้าชอบคนละพรรคกัน ประชาชนจะตัดสินใจเลือกอย่างไรล่ะครับ”
ส่วนผลกระทบต่อพรรคการเมือง อาจารย์ปริญญา แสดงความคิดเห็นว่า ย้อนกลับไปดูผลการเลือกตั้ง 4 ครั้ง ล่าสุด พบว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดสองพรรคจะได้คะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้งน้อยกว่าคะแนนบัญชีรายชื่อเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะในพื้นที่จะมีผู้สมัครของพรรคขนาดกลางมาแบ่งคะแนนไป เช่น จ.สุพรรณบุรี ชลบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเอาคะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมาคิดที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ ผลคือพรรคใหญ่จะได้ สส.น้อยลงกว่าเดิม
“พรรคการเมืองใหญ่จึงมีการวางยุทธศาสตร์กันใหม่ ที่แตกตัวออกมาเป็นหลายพรรค เพราะคิดว่าส่งได้แค่คนเดียวในแต่ละเขตก็ได้คะแนนเอามาคิดที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อแค่คะแนนเดียว ถ้าแบ่งเป็นหลายพรรคก็จะได้หลายคะแนนที่จะเอามาคิดที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ แล้วค่อยมารวมกันใหม่ในอนาคต”
“เหมือนกับในหมู่บ้านหนึ่งมีบ้าน 10 หลัง บ้านที่เคยได้อาหารมากที่สุด พบว่าระบบใหม่จะทำให้บ้านตัวเองได้อาหารน้อยลง เขาเลยคุยกันว่าควรแบ่งบ้านออกมาหลายหลัง เพื่อให้อาหารเท่าเดิม”
ขณะที่เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากการเลือกตั้ง อาจารย์ปริญญา มีทัศนะว่าขึ้นอยู่กับ คสช.ว่าจะเอาอย่างไร และขึ้นกับจำนวนเสียง สส.ของพรรคการเมืองที่จะได้
“บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญให้การเลือกนายกรัฐมนตรีทำในที่ประชุมร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยต้องมีมติเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา คือ 376 เสียง คสช.มีเสียง สว. 250 คน ก็ต้องการเสียง สส.แค่ 126 เสียงเท่านั้น ซึ่งพรรคขนาดกลางจำนวนหนึ่งก็ได้แล้ว โดยไม่ต้องสนใจพรรคการเมืองใหญ่เลย นี่ก็น่าคิดว่าเป็นเหตุผลหรือไม่ที่ระบบเลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองขนาดกลางจะได้ สส.มากขึ้น”
“แต่การเป็นนายกฯ โดยมีเสียง สส.แค่ 126 คน ผมไม่คิดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ ต่อให้มีเสียง สว.รอยกมือเอกฉันท์ แต่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นต้องส่งเข้าสภาผู้แทนก่อน รวมถึงร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้น แม้ว่าตัวเลขขั้นต่ำที่จะเป็นนายกฯ คือ แค่ สส. 126 เสียง แต่ถ้าจะให้อยู่ได้ต้องมี สส.อย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือ 250 คน”
“ปัญหาคือลำพังเพียงพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กรวมกันไม่มีทางถึง 250 คะแนน เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้ง 4 ครั้ง พรรคใหญ่สองพรรครวมกันเกินครึ่งเสมอ แปลว่าจะต้องได้พรรคใหญ่พรรคหนึ่งพรรคใดมาร่วมด้วย จึงจะได้รัฐบาลที่มีเสียง สส.เกิน 250 เสียง ผมถามว่าพรรคเพื่อไทยจะมาหรือไม่ คสช.ก็คงวิเคราะห์ออกว่าถ้าต้องการได้รัฐบาล 250 เสียง ก็คงต้องเอาพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมด้วย แต่พรรคประชาธิปัตย์จะมาหรือไม่ ก็คงดูกันต่อไป”
ในเชิงบทสรุปของการเมืองไทย อาจารย์ปริญญา คิดว่า สุดท้ายแล้วการเมืองข้างหน้าจะเป็นอย่างไรอยู่ที่คนคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากจะเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ ถ้าต้องการเป็นนายกฯ ต่อ เกมการเมืองจะไปทางหนึ่ง คือต้องรวบรวมเสียง สส.ให้ได้ถึง 250 คน ไม่ใช่แค่ 126 คน ซึ่งทางเดียวที่จะรวบรวม สส.ถึง 250 คนได้ คือต้องได้พรรคใหญ่ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะมาร่วมด้วยได้ พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคอะไรก็แล้วแต่ที่จะมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นว่าที่นายกฯ จะต้องได้ สส.มากที่สุด คือมากกว่าเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ไม่ง่าย
ดังนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ คสช.คนอื่นประสงค์จะเป็นนายกฯ ต่อ จะมีผลไปถึงการเลือก สว.ด้วย เพราะ สว. คือ เสียงพื้นฐานที่ต้องได้ทุกเสียงก็ต้องเลือก สว.ในแบบที่มั่นใจว่าจะยกมือให้ตัวเองแน่ แต่ถ้าไม่คิดจะเป็นนายกฯ ต่อการเลือก สว.ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือ เลือกคนกลางๆ หรือคนที่เป็นตัวของตัวเองบ้างก็ได้ แต่พอให้คุมเสียงข้างมากได้ก็พอ เพื่อกดดันให้รัฐบาลทำตามยุทธศาสตร์ชาติ
“จากนี้ไปการเลือก สว.ของ คสช.จะถูกจับตามองว่าการเลือก สว.อย่างนี้เพราะอะไร ถ้า คสช.เป็นผู้มีส่วนได้เสียจากผลการเลือกตั้ง มันก็จะมีคำถามเข้าเยอะ เช่น ที่เลือกคนนี้เพราะต้องการให้คนนี้มาเลือกตัวเองให้เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ เป็นต้น คำถามพวกนี้มันจะเกิดขึ้น และมันไม่ดีต่อการเมืองไทยหลังเลือกตั้งในยุคเปลี่ยนผ่าน หาก คสช.ถอยออกมาเป็นผู้ดูแลให้กลับสู่ประชาธิปไตย ในฐานะผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย น่าจะดีกว่าทั้งต่อ คสช.และต่อประเทศของเราครับ” อาจารย์ปริญญา สรุป

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นายกฯ เยอรมัน เรียกร้อง 'ประยุทธ์' พาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด!

นายกฯ เยอรมัน เรียกร้อง 'ประยุทธ์' พาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด!
วันที่ 28 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) ที่สำนักนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.เข้าพบหารือกับ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นแถลงข่าวร่วมกัน นางอังเกลา แมร์เคิล กล่าวตอนหนึ่งว่า มีความยินดีต่อพัฒนาการการเมืองของไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้าและขอให้ไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ซึ่งเยอรมนีพร้อมขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณที่รัฐบาลเยอรมนีให้การต้อนรับการอย่างสมเกียรติ เยอรมนีถือเป็น 1 ในพันธมิตรที่ยาวนานและสำคัญที่สุดของไทยในยุโรป โดยมีความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันยาวนานถึง 156 ปี และตั้งเป้าเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันให้ถึง 1.5 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2563 พร้อมส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เยอรมนีเป็นต้นแบบการพัฒนาของไทยในหลายด้านโดยเฉพาะแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0
ด้านสำนักข่าวเอพี รายงานว่า ในการแถลงข่าวร่วม ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนางแมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้กล่าวว่า “ประเทศไทยได้มีปีที่ยากลำบากภายในมาหลายปี ดิฉันขอผลักดันให้ท่านนายกฯ นำพาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด” ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจที่จะจัดการเลือกตั้งให้ยุติธรรมและโปร่งใส

บัตรคนจนดันบิ๊กตู่พุ่ง สังศิตโพลชี้พรรคแม้วเสื่อม'พปชร.'กวาดชัยชนะ

ฮือฮา! ม.รังสิตเปิดผลโพล 4 ครั้งจาก 77จว. "บิ๊กตู่" ความนิยมนำโด่ง "มาร์ค" รั้งอันดับ 2 ชี้พรรคของทักษิณเสื่อมโทรมหนัก เหตุขาดนักคิดทุจริตแตกแยกหลายก๊ก เผยบัตรคนจนดันความนิยมพุ่ง เชื่อ พปชร.จะนำห่าง พท.มากขึ้น กำลังเป็นพายุกวาดชัยชนะได้เป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มเป็นรัฐบาล "สมศักดิ์" แบไต๋ พปชร.จะนำนโยบายรัฐบาลมาเป็นนโยบายพรรค "เพื่อแม้ว" ยังหวนถึงอดีต ไม่กังวลอดีต ส.ส.หนีออก "หญิงหน่อย" ปัดข่าวลง ส.ส.เขต "เดอะแจ็ค" หยาม รปช.ในภาคใต้สอบตกหมด
    เมื่อวันพฤหัสบดี นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะผู้อำนวยการโครงการสำรวจความนิยมของนักการเมืองที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ ได้ทำการรวบรวมประชากรครั้งละ 8,000 ตัวอย่าง ใน 350 เขตเลือกตั้งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตามโครงสร้างของประชากรไทยในปัจจุบันคือ ภาค อาชีพ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ฯลฯ ด้วยระดับความเชื่อมั่นทางสถิติ 90% การสำรวจดำเนินการมาแล้ว 4 ครั้ง คือ
    ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 พ.ค.2561 ผลการสำรวจพบว่าผู้ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนทั่วประเทศมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 29.34% 2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 26.24% 3.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 24.74% 4.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 10.61% และ 5.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.54% และอื่นๆ ที่เหลือ 4.53%     
    ครั้งที่ 2 วันที่ 13 มิ.ย.2561 พบว่า คะแนนนิยมของประชาชนทั่วประเทศที่อยากได้คนเป็นนายกฯ เรียงตามลำดับดังนี้ คือ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 19.34% 2. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 17.31% 3.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 8.93% 4.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 5.68% 5. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 4.36% และ 6.อื่นๆ ที่เหลือ 37.61% 
    ครั้งที่ 3 วันที่ 15 ต.ค.2561 คะแนนนิยมผู้ที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นนายกฯ เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 19.62% 2.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 16.91% 3.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  16.43% 4.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 14.42% 5. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 3.52% และ 6.อื่นๆ ที่เหลือ 29.10% 
    ครั้งที่ 4 วันที่ 24 พ.ย.2561 คะแนนนิยมผู้ที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นนายกฯ ตามลำดับ ได้แก่ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 27.06% 2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 18.16% 3.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 15.55%  4.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 9.68% 5.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.26% และ 6.อื่นๆ ที่เหลือ 27.30% 
    นายสังศิตระบุว่า จากผลการสำรวจทั้ง 4 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าพรรคของนายทักษิณ ชินวัตร (ไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย) มาถึงจุดที่กำลังตกต่ำเสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ ด้วยเหตุปัจจัยดังนี้ 1.ในระยะเริ่มต้นของการต่อตั้งพรรคไทยรักไทย เคยมีผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์สูง (กลุ่มเอ็นจีโอ) ในการทำงานกับประชาชนระดับล่างทั่วประเทศ จนช่วยให้พรรคไทยรักไทยสามารถนำเสนอนโยบายและวาทกรรมที่สำคัญ 2 เรื่องคือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และนโยบายกองทุนหมู่บ้านที่สามารถเอาชนะพรรคการเมืองทุกพรรคมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2544 แต่ในปัจจุบันเอ็นจีโอส่วนใหญ่กลับยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพรรคเพื่อไทย 
    2.จากที่เคยเป็นผู้นำในการนำระบบการสื่อสารที่ก้าวหน้ากว่าและทันสมัยกว่าในการเอาชนะพรรคคู่แข่ง แต่ในขณะนี้พรรคการเมืองอื่นๆ สามารถนำเอาเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ (Social Media) เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และไลน์ ฯลฯ มาสื่อสารกับประชาชนได้ไม่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย ทำให้ความได้เปรียบในเรื่องนี้หมดไป
    3.เคยมีนักวิชาการ นักคิดและนักยุทธศาสตร์ที่ทำให้พรรคนี้มีแนวความคิดและนโยบายที่ท้าทายยิ่งกว่าทุกพรรคแต่วันนี้พรรคเพื่อไทยขาดบุคลากรเหล่านี้ทำให้ขาดความสามารถในการสร้างนโยบายการเงินการคลังที่เป็นประโยชน์แก่คนในสังคมส่วนใหญ่ได้ หลังจากที่นโยบายจำนำข้าวและนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 350 บาทต่อวันก่อความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจในระดับมหภาคอย่างร้ายแรง และติดตามมาด้วยการพบว่ามีการทุจริตอย่างรุนแรงเรื่องนโยบายจำนำข้าว คนชั้นกลางจำนวนมากได้หมดความเชื่อถือต่อพรรคเพื่อไทยไป
     4.พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ขาดผู้นำที่มีบารมีและมีภาวะผู้นำที่สูงมากพอที่จะรวบรวมสมาชิกจำนวนมากให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ภายในกลุ่มที่สนับสนุนนายทักษิณ เกิดกลุ่มก๊กต่างๆ ที่มีแนวความคิดและการบริหารจัดการที่ยากจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น และการเกิดขึ้นของพรรคประชารัฐที่กำลังมีอำนาจทางการเมือง มีนโยบายด้านมหภาคและจุลภาคต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายบัตรคนจนซึ่งมีขอบเขตการให้ประโยชน์แก่คนจนอย่างกว้างขวาง โดยรวมเอานโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค ผนวกรวมเข้ากับนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เบี้ยคนชรา ค่าโดยสารสำหรับผู้ป่วย ฯลฯ และพบว่าเป็นนโยบายที่เอาชนะใจกลุ่มคนจนจำนวน 11 ล้านคนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
พปชร.พายุกวาด พท.
    นายสังศิตให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้ถ้าดูคะแนนนิยมส่วนตัว พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสำรวจมา 4 หน ชนะแค่ 3 หน แต่ครั้งสุดท้ายเริ่มชนะเยอะ ส่วนคะแนนนิยมพรรคแพ้มาตลอด แต่วันนี้พลิกกลับมาชนะ เหตุผลที่พลิกกลับมาชนะคิดว่ามาจากเรื่องบัตรคนจน แล้วจากนี้อีก 90 วันพรรคพลังประชารัฐจะออกนำพรรคเพื่อไทยแบบทิ้งห่างมากขึ้น เพราะตอนนี้เขาไม่มีนักคิดที่จะมาคิดทำนโยบายเหมือนสมัยก่อน ตอนนี้เหลือแต่การสู้ด้วยการปลุกใจ อย่างนี้ในทางการเมืองเขาแพ้แล้ว เพราะว่าเหลือแต่การปลุกใจ สงครามปลุกใจอย่างเดียว ไม่ทำให้ชนะ ต้องมีประชาชนสนับสนุนด้วยถึงจะชนะ
     “ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐกำลังจะทำปรากฏการณ์เป็นพายุที่จะกวาดเพื่อไทย เป็นพรรคแรกตั้งแต่ปี 2544 ที่จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้เป็นครั้งแรก เพราะฝั่งพรรคประชารัฐ มีประชาชน นักคิดให้การสนับสนุนจำนวนมาก ดังนั้นพรรคพลังประชารรัฐมีแนวโน้มสูงมากที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง” 
    นายสังศิตกล่าวด้วยว่า การเมืองย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากฝ่ายไหนเกิดทำอะไรผิดพลาดอาจจะเป็นฝ่ายแพ้ได้ แต่หากแนวโน้มเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พลังประชารัฐจะชนะเพื่อไทยเยอะ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี เหมือนทีมฟุตบอลที่มีกองหลังเพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้เสียประตู คือต้องป้องกันการดิสเครดิตตัวนายกฯ ประยุทธ์ เช่น เรื่องการมาจากเผด็จการ หรือเรื่องบุคลิกส่วนตัว รวมถึงการดิสเครดิตทางนโยบายอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ต้องส่งกองหน้าไปทำประตู เช่น การผลิตนโยบายที่ตอบสนองประชาชน การส่งคนลงไปในพื้นที่เพื่อทำคะแนน 
    ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีโพล ม.รังสิต ระบุประชาชนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และพรรค พปชร.มากขึ้น ว่า เห็นว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และพรรคอยู่ในระดับแนวหน้ามาโดยตลอด โดยมีปัจจัยความสงบสุขของบ้านเมือง สร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ไม่ทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยววิตกเหมือนในอดีต เช่น ความวุ่นวายในการประชุมผู้นำอาเซียนปี 2552 ที่ผู้นำต่างประเทศต้องหนีม็อบ แต่ปัจจุบันไม่มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นแล้ว
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงนิด้าโพล ที่ประชาชนอยากให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ คนต่อไปเป็นอันดับหนึ่งว่า การสำรวจโพลต่างๆ เป็นประโยชน์ที่จะเอามาเป็นข้อมูล เป็นไฟส่องทางในการทำงานต่อไป พร้อมน้อมรับฟังทุกโพล และขอบคุณประชาชนที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนตน 
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่า ไม่เป็นห่วงเรื่องข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความสง่างามในการอาสามาเป็นผู้นำ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำคืออาสาตัวเองเข้ามายืนหน้าสปอตไลต์ ให้ประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่ทำหน้าที่มาให้ประชาชนตัดสินใจให้ทำงานต่อไปหรือไม่ ให้เหมือนนักการเมืองทั่วไป การกลับเข้าสู่อำนาจหากเกิดขึ้นจริงก็จะสง่างาม ดีกว่ายืนอยู่ห่างๆ ให้ตัวเองได้เรียบทุกอย่าง แบบนั้นไม่สง่างาม 
    นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรที่จะต้องมีความชัดเจนทางการเมือง เพราะถือว่าเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นผู้นำประเทศและผู้นำของรัฐบาล
นโยบายรัฐใช้เป็นของ พปชร.
    ที่พรรค พปชร. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ถึงแนวทางในการลงพื้นที่หาเสียงรณรงค์การหาเสียงเลือกหลังปลดล็อก โดยมีกรรมการเข้าร่วมพร้อมเพรียงขาดเพียง 2 คนที่ยังติดภารกิจต่างจังหวัด 
    นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะหารือถึงข้อมูลของแต่ละภาคว่าเป็นอย่างไร ตนอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมในข้อกฎหมาย ที่จะช่วยสนับสนุนการหาเสียง โดยคณะกรรมการนี้จะดูเรื่องทั่วไป และหาความรู้เพื่อไม่ให้ผู้ที่ลงพื้นที่หาเสียงไม่ทำผิด ส่วนจุดเด่นในการหาเสียงของพรรคคือนโยบาย ซึ่งจะมีความโดดเด่นกว่าความสามารถของตัวบุคคล นอกจากนี้ พรรค พปชร.จะขอนำนโยบายของรัฐบาลมาเป็นนโยบายของพรรคด้วย
 หากพรรคจัดนโยบายที่ดีเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ประชาชนก็จะหวังพึ่งพานโยบายมากกว่าตัวผู้สมัคร แต่ผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคก็ถือว่ามีความหมาย เชื่อว่าประชาชนจะให้คะแนนกับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำในวันหน้า
     เมื่อถามว่า พรรคจะมีจุดขายอะไรที่ดึงดูดประชาชน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ขอให้รอดูภายใน 7 วัน จะเห็นอะไรดีๆ พรรค พปชร.เวลานี้ถือเป็นพรรคใหญ่ ส่ง ส.ส. 350 เขต เราต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ วันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค. ตนจะเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานของพรรคพลังประชารัฐที่จังหวัดแพร่และเชียงราย เพื่อให้เป็นที่ทำงานของผู้สมัครของพรรค เราจำเป็นต้องมีเซ็นเตอร์ในการประสานงานด้านต่างๆ โปรแกรมต่อไปก็จะออกไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาเป็นสมาชิกของพรรคด้วย 
    นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ในฐานะกรรมการเฉพาะฯ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยระบุว่าอดีต ส.ส.ส่วนใหญ่ที่มาสังกัดเป็นพวกบัญชีสามที่ไม่ใช่ตัวเด่นหรือเป็นอดีตรัฐมนตรีว่า ขอให้ดูรายชื่อ ถ้าอย่างนั้นอดีตรัฐมนตรีคงไม่มากันหรอก พรรคเพื่อไทยไปไม่ได้ และที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมากว่า 10 ปี ก็รู้อยู่แก่ใจว่าใครทำให้ประเทศบอบช้ำ รัฐมนตรีที่มาก็รู้ดีว่าเพราะสาเหตุใด 
     เมื่อถามว่า ขณะนี้มีบางพรรคการเมืองออกมาระบุว่าถ้าพรรค พปชร.ได้อันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล จะไม่เข้าร่วมด้วย นายปรีชากล่าวว่า “โอ๊ย ไม่จับหรอก แต่วิ่งตามมา เชื่อผมเถอะ ผมอยู่การเมืองมา 30 กว่าปี ที่บอกว่าไม่จับๆ สุดท้ายก็วิ่งตามมาหมด"
     นายอำนวย คลังผา สมาชิกพรรค พปชร. อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการคลุกวงใน อินไซด์ข่าว ช่องสปริงนิวส์ ถึงสาเหตุการย้ายไป พปชร.ว่า การที่เขาไปตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พรรคเพื่อธรรม (พธ.) ตนไม่รู้เลย ก็อยู่พรรคเพื่อไทยมาตลอด กรรมการบริหารพรรคน่าจะบอกว่าเวลานี้เราจะต้องไปตั้งพรรคโน้นพรรคนี้ บอกให้เรารู้บ้าง นี่อยู่ๆ ก็ไปกัน ทษช. ตนไม่เห็นด้วยที่จะขยับ หากไปต้องไปให้หมด 
    "อันนี้ไปเป็นกลุ่มๆ ไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้ ผมเห็นว่ามันเป็นการปล่อยทิ้ง อย่างผม ก็ไม่รู้เรื่องเลย ก็อยู่ในพรรคเนี่ย จะไปไหนก็ต้องบอกกันมาสิ ในขณะที่ปล่อยให้เราอยู่บ้านเก่าๆ บ้านผุๆ อยู่” นายอำนวยกล่าว
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงตัวเลขสมาชิกพรรคที่ออกจากพรรคว่า อดีตส.ส.ปี 2554 ระบบเขตเลือกตั้งที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไปยังพรรคต่างๆ ไม่นับรวมที่ไปพรรค ทษช. อยู่ที่ 28 คน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็มีอีกบางส่วน แต่คิดว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่พรรคการเมืองหากเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เขาเลือก การที่ ส.ส.ไหลออกไปไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจ เพราะเท่าที่ฟังพรรคของผู้มีอำนาจดูดอดีต ส.ส.ไปจากพรรคต่างๆ ประมาณ 50 คน แต่การเลือกตั้งทุกครั้งจะมีตัวเลข 20-30% ที่อดีต ส.ส.ไม่สามารถกลับเข้าสภาได้ ตรงนี้ต้องมาพิสูจน์กันว่าเขาอยากได้คณะรัฐบาลที่ตอบสนองการแก้ปัญหาแบบไหน 
     "การย้ายออกของอดีต ส.ส. ยืนยันไม่มีปัญหาเพราะเรามีบุคลากรที่มีคุณภาพให้ประชาชนเลือกใช้งานมากกว่าจำนวนเขตที่มีอยู่ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีเครดิตเพียงพอที่ประชาชนจะฝากไว้วางใจกับเรา" 
"หน่อย" ปัดลง ส.ส.เขต
           เมื่อถามถึงกรณีอัยการจะนัดสั่งคดีที่แกนนำพรรคแถลงข่าวโจมตีผลงาน 4 ปี คสช. จะส่งผลให้ถูกยุบพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราไม่เคยกังวลในเรื่องนี้ แม้จะมีการสะท้อนให้สมาชิกเราหวั่นไหวบ้าง แต่ไม่กระทบความหวั่นไหวของสมาชิกพรรค ส่วนนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคโดยหลักการสมาชิกพรรคทุกคนมีสิทธิร่วมหาเสียง ถึงเวลาเราก็เรียกร้องขอความร่วมมือกับสมาชิกทุกคนอยู่แล้ว ส่วนลูกของนายทักษิณอีกสองคนยังไม่เห็นว่าสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก ส่วนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ 
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.ของพรรค พท. 28 คนลาออก ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหา เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีอดีต ส.ส.ย้ายพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยที่ถูกรัฐประหารปี 2549 มี ส.ส.ลาออกไปกว่าครึ่งพรรค ต้องหาผู้สมัครหน้าใหม่มาหมดเลย จนถูกดูแคลนว่าได้แต่นกแลมา แต่พอผลการเลือกตั้งออกมา ปรากฏว่าประชาชนไว้ใจนกแล ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมสร้างคนใหม่ การที่มีคนลาออกจากพรรคก็จะช่วยให้เกิดการปฏิรูปหลายส่วนประสบความสำเร็จได้ พรรคไม่ได้มีปัญหาตัวบุคคลที่จะส่งลงสมัคร รวมถึงเขตที่อดีต ส.ส.ลาออกไปก็ไม่มีปัญหา เพราะมีผู้สมัครหน้าใหม่ จนคิดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นโรงเรียนที่ผลิตคนการเมือง มั่นใจว่าประชาชนดูที่นโยบายว่าพรรคใดทำสำเร็จ พรรคไหนที่สามารถแก้ปัญหาปากท้องได้
      ส่วนกระแสข่าวที่ตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งระบบเขตนั้น เธอบอกว่า ก็ไม่ทราบ ตอนนี้มีคนแถลงข่าวแบบไม่ปรากฏชื่อเรื่อยๆ แต่ขอว่ามีข้อสงสัยใดให้สอบถามมาที่ตนเอง ส่วนจะลงบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งหรือไม่นั้น เป็นเรื่องอนาคต ยังไม่มีการวางตัวบุคคล และเห็นว่าถ้าจะเป็นบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งควรจะเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนกระแสข่าวนายพานทองแท้จะร่วมขึ้นเวทีเดินสายปราศรัยหาเสียงทั่วประเทศนั้น ยังไม่ถึงขั้นนั้น และยังแปลกใจกับกระแสข่าวทีมหาเสียงที่มีออกมา เพราะความสามารถของนายพานทองแท้จะเน้นไปในเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยพรรคทำการประชาสัมพันธ์ สื่อใหม่และกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้
          ขณะที่นายพานทองแท้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า วิธี “ไดโนเสาร์สีเขียว” ได้ผลเสมอ ไม่ว่าจะล่อเด็กออกจากที่พัก หรือล่อนักการเมืองออกจากพรรคฯ  
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ เฟซบุ๊กไลฟ์หัวข้อ "ถึงวัฒนา เมืองสุข อย่าผลักมิตรเป็นศัตรู" โดยระบุว่า นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กถึงอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองต่างๆ พลังประชารัฐ 16 คน ชาติไทยพัฒนา 3 คน ภูมิใจไทย 3 คน และเพื่อชาติ 1 คน ส่วนอีกจำนวนหนึ่งไปสังกัดพรรค ทษช. อุดมการณ์เดียวกับเพื่อไทย ว่า ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ แล้วเห็นว่านายวัฒนาเอาพรรคเพื่อชาติไปรวมเป็นกลุ่มเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย ขณะเดียวกันก็เอาเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ เป็นพวกเดียวกัน เสมือนหนึ่งว่าบัดนี้ได้จัดกลุ่มก้อนทางการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  
    "ฝ่ายประชาธิปไตยต้องไม่มีพฤติกรรมในลักษณะ อิจฉาริษยาหรือว่าวิตกกังวลกันเอง ประเภทเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ผมอยากบอกนายวัฒนาว่า ลองคิดทบทวนเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ความล้มเหลวต่างๆ นายวัฒนาก็ไปรู้เห็นและเกี่ยวข้องมากพอสมควร ผมเตือนอีกว่าถ้ายังไม่หยุด ผมก็พร้อมที่จะเป็นคู่วิวาทะได้ทุกวันกับนายวัฒนา ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ประเภทหาเศษหาเลยกันนั้นผมไม่นิยม เพราะฉะนั้นเขียนข้อความกำกวมแล้วไปมัดกันอย่างนี้ เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะรับได้." นายจตุพรกล่าว
    นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า พรรคมีผู้สมัครที่มีคุณภาพและจะส่งครบ 350 เขตทั่วประเทศ แม้ในหลายพื้นที่จะมีผู้สมัครของพรรคออกไปอยู่พรรคการเมืองอื่น แต่เราเคารพการตัดสินใจและได้ตัวบุคคลที่มีคุณภาพมาลงแทนแล้ว โดยเชื่อว่าประชาชนอยากได้นักการเมืองซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินการทางการเมืองได้อย่างซื่อตรง ประชาธิปัตย์ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นประชาธิปัตย์ที่ไม่เกรงใจใครอีกแล้ว ถ้าขัดหลักการของบ้านเมือง ผลประโยชน์ของประเทศจะต่อสู้และยืนหยัดทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งพรรคจะเสนอนโยบายเป็นจริง สัมผัสได้ และรวดเร็ว โดยนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นประธานจัดทำนโยบายพรรคเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะเริ่มแถลงในแต่ละเรื่องตั้งแต่สัปดาห์หน้า
    นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป. กล่าวถึงกระแสข่าวนายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง ปชป. ขัดแย้งกับนายคมกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ในเรื่องการลงพื้นที่ ส.ส.เขตระนอง จนนายคมกฤษย้ายไปสมัครพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่เป็นความจริง นายวิรัชกับตระกูลฉัตรมาลีรัตน์ เจ้าของลูกชิ้นฮั้งเพ้ง เป็นคู่แข่งทางการเมืองกันมาตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยยิ้มให้ ลูกชิ้นสักไม้ก็ยังไม่ได้กิน   
    "เดิมทีฉัตรมาลีรัตน์เป็นคนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรค รปช. ต้องการให้ลงเขตระนองสังกัด ปชป. และพยายามกดดันให้นายวิรัชขึ้นไปสู่บัญชีรายชื่อ แต่สุดท้ายทำไม่สำเร็จ ส่วนที่ไม่ยอมให้นายคมกฤษไปสังกัด รปช. เพราะมั่นใจว่าแพ้เลือกตั้งแน่นอน  จึงให้ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ที่ดูดีและมีภาษีดีกว่า และขอยืนยันว่าผู้สมัครของพรรค รปช.ของลุงกำนันในพื้นที่ภาคใต้สอบตกทั้งหมด" นายวัชระกล่าว.