PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ที่ประชุม 3 ฝ่ายเคาะซักฟอก 24 -26 ก.พ. ฝ่ายค้านยอมถอย ไม่อ่านบิ๊กตู่ ‘กร่าง-เถื่อน’ ออกไมค์






ที่ประชุม 3ฝ่าย เคาะซักฟอก 24 -26 ก.พ. ลงมติอาจเป็น 27-28 ก.พ. ด้าน “สมพงษ์” บอก เอาใจรบ.ไม่พูดเนื้อหาในญัตติที่มีถ้อยคำรุนแรง
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดวันประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ วิปรัฐบาลที่เข้าประชุม อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐ ส่วนตัวแทน ครม.ที่มาร่วมประชุม คือ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วน 6 พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ โดยใช้เวลาในการหารือร่วมกันประมาณ 30 นาที จากนั้นนายวิรัชให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี ไม่มีอะไร แม้เรื่องเปลี่ยนถ้อยคำ ที่นายสมพงษ์บอกจะปรับให้เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้มีการประท้วง ทั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องวันอภิปราย จะมีการหารือกันอีกครั้ง โดยอาจเตรียมวันเพิ่มอีก 1 วัน จากเดิม 25-27 ก.พ. เพิ่มให้เป็นวันที่ 24 ก.พ. โดยให้เวลา 3 วัน แต่หากเสร็จใน 3 วันได้ก็จะดี ซึ่งสัดส่วนเวลาถือว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนจะย้ายมาเริ่มอภิปรายในวันที่ 19 ก.พ. ตามที่ฝ่ายค้านเสนอหรือไม่ เป็นข้อมูลที่มีการเสนอในที่ประชุม แต่ระหว่างช่วงวันที่ 19-21 ก.พ.รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมีกำหนดการทำงาน เช่นนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศจะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งคาดบ่ายนี้จะได้ข้อสรุปว่าจะอภิปรายวันใด ขณะที่ นายสมพงษ์กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับประธานสภาในเบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวันในการอภิปรายอย่างเป็นทางการ โดยมีการพิจารณา 2 แนวทาง คือ 1.เริ่มประชุมเพื่ออภิปรายตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. ไปจนกว่าจะอภิปรายเสร็จสิ้นกระบวนความ หรือ 2.เริ่มประชุมเพื่ออภิปรายตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โยใช่เวลา 3 วัน ถ้าเสร็จก็ลงมติวันที่ 27 ก.พ.แต่หากอภิปรายไม่เสร็จใน 3 วัน ก็อภิปรายต่อในวันที่ 27 ก.พ.แล้วลงมติในวันที่ 28 ก.พ.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ โดยทางตัวแทนรัฐบาลจะนำกรอบเวลานี้ไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมต่อไป แล้วจะนำผลหารือดังกล่าวมาแจ้งต่อประธานสภาฯทราบอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า เนื่องจากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีผู้ขออภิปรายเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นข้อเสนอของรัฐบาลที่ให้เวลาอภิปรายวันที่ 25-27 ก.พ.นั้นฝ่ายค้านไม่มีทางยอมรับอย่างเด็ดขาด ถือเป็นการบีบกันเกินไป ส่วนในเรื่องการที่รัฐบาลขอให้แก้ไขเนื้อหาญัตตินั้น ฝ่ายค้านได้ความชัดเจนจากประธานสภาฯแล้วว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขเนื้อหาในญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าจะให้เอาใจรัฐบาล ฝ่ายค้านก็พร้อมจะไม่อ่านเนื้อหาในญัตติในส่วนนั้น และคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยาก เมื่อถามว่า หากอภิปรายในวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นวันประชุมวุฒิสภาที่มีประจำทุกวันจันทร์ และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อาจจะทับซ้อนกับการประชุมสภาที่มีการพิจารณาญัตติดังกล่าวได้ นายสมพงษ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะไปประสานงาน เพราเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้าน ด้านนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ประธานสภาได้กล่าวในที่ประชุมร่วมกันสามฝ่ายวันนี้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นหากรัฐมนตรีมีภารกิจก็ต้องไปดำเนินการให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้กระทบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ วิปรัฐบาล ได้ยื่นเรื่องขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแก้ญัตติของฝ่ายค้านที่ขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยอ้างว่ามีการใช้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ รวมถึงมีคำถ้อยคำรุนแรง เช่น กร่าง เถื่อน ฉีกรัฐธรรมนูญ

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

เอาล่ะสิ! 30 พรรคการเมืองแห่ร้องกกต.ค้านรับรอง 'ไพบูลย์' เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์


30 ม.ค.63  - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง ในฐานะรองประธานกลุ่มพรรคสหมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย 30 พรรคการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือต่อกกต.เพื่อคัดค้านการประกาศรับรองนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังมีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า เนื่องจากนายไพบูลย์ ไม่มีสถานะเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 56 (2) และตามประกาศผลการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อของกกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ประกอบกับเห็นว่าการคำนวณของกกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (5)  ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามละดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.แสดงว่าในวันที่กกต.คำนวณใหม่นายไพบูลย์ ไม่ได้เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว เนื่องจากพรรคสิ้นสภาพ และนายไพบูลย์ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องสังกัดพรรค การคำนวณใหม่นายไพบูลย์ต้องไม่ได้รับการจัดสรรเป็นส.ส. จึงอยากใหม่กกต.ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการคำนวณคะแนนใหม่ของกกต.เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
 “การคำนวณของกกต.เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ถูกต้องทุกอย่าง แต่ครั้งนี้กกต.ละเว้นรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (5) อยากให้กกต. ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง นายก้องภพ กล่าว
 นายก้องภพ กล่าวอีกว่า การคำนวณครั้งนี้กกต.จะอ้างว่านายไพบูลย์ ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคพปชร.แล้วไม่ได้ เพราะการคำนวณคะแนนใหม่ในวันที่ 28 ม.ค. นายไพบูลย์ ไม่ได้อยู่ในสถานะ ผู้สมัครส.สบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป ถ้ากกต.จะตอบว่านายไพบูลย์ ได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพปชร.ก็ไม่ได้ เพราะนายไพบูลย์ไม่ได้เป็น 1 ใน150 ของผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร. เพราะที่สำคัญคือการคำนวณใหม่จะต้องยึดตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญต้องทำใหม่ทั้งหมด เพราะ(5) ของมาตราดังกล่าว กำหนดให้ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับการเป็นส.ส.ตามลำดับ แม้ว่าในการคำนวณกกต.จะเอาคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปมาร่วมคำนวณด้วย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 91 ขาดเพียง(5) ที่นายไพบูลย์ ไม่ได้เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว อย่างไรก็ตามนายก้องภพ เห็นว่าการจะย้ายพรรคของส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะยังคงสภาพการเป็นส.ส. ควรย้ายหลังการเลือกตั้งครบ 1 ปี คือผ่านพ้นข้อกฎหมายที่กำหนดว่าให้มีการคำนวณบัญชีรายชื่อผ่านพ้นไปแล้วคือเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2563

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563

ไม่ใช่ ไม่มี”น้ำยา” แก้ปัญหา ฝุ่น

ไม่ใช่ ไม่มี”น้ำยา”
แก้ปัญหา ฝุ่น

“มีคนบอกว่า รัฐบาลไม่มีน้ำยา น้ำเยอ อะไร มันมี หมดล่ะน้ำยา ถ้าจะใช้ แต่มันเดือดร้อน ก็ต้องยอมรับกันสิ”

“นายกฯบิ๊กตู่”เผย ยก แก้ PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาตินานแล้ว ย้ำควันดำจับทุกคัน ห้ามวิ่ง ชี้ไอเดียเครื่องฟอกอากาศต้องมีขั้นตอน ยัน รัฐบาลมีน้ำยาแต่ถ้าใช้จะเดือดร้อน-ต่อต้านถามรับได้มั้ย เช่น รถยนต์วิ่งวันคู่-คี่ใน กทม. จะซื้อรถ ต้องมีที่จอด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพประชาชนเป็นอันดับแรก

แต่มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจะทำอย่างไรให้ได้รับการยอมรับ ไม่เช่นนั้นเมื่อออกมาตรการหรือบังคับใช้กฎหมายไปแล้วถูกต่อต้าน ก็มีผลทั้งสิ้น

นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เรามีกฎหมายทุกตัว แต่กฎหมายพื้นฐานบางอัน บังคับใช้ได้ยาก คนได้รับผลกระทบเยอะ

อย่างไรก็ตามหลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่มีแผนแก้ปัญหา แต่ในความเป็นจริงมีตั้งนานแล้ว โดยแผนการรับมือฝุ่นพิษมีการกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2562-2567 เพราะปัญหาฝุ่นละอองเกิดขึ้นในประเทศมานานแล้ว เราต้องยอมรับ สมัยก่อนข้อมูลอาจไม่เพียงพอ เครื่องมือตรวจวัดก็ไม่มี ก็เลยไม่ได้ให้ความสำคัญกัน

วันนี้รัฐบาลเข้าไปจัดหาจัดซื้อและแจ้งประชาชนทราบเพื่อให้ระมัดระวัง เฝ้าระวังและให้ความร่วมมือ โดยได้สั่งการให้ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งแล้ว ที่ไหนต้องปรับปรุงก็ปิดปรับปรุงให้เรียบร้อย เมื่อดีขึ้นค่อยเปิดทำงานต่อ

เท่าที่ได้รับรายกงานวันนี้ก็ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ในส่วนของยานพาหนะก็ได้ย้ำไปอีกครั้ง ให้จับรถทุกคันที่มีความควันดำ ไม่ว่าจะรถกี่ปีก็ว่ากันไป ตอนนี้จับทุกคัน ห้ามวิ่ง หยุดวิ่ง

หลายอย่างที่เป็นยาแรง ๆ ท่านต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายสาธารณะ กฎหมายเพื่อประชาชน เราต้องพยายามใช้กฎหมายนี้ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนมากที่สุด

วันนี้เราต้องทำความเข้าใจว่า PM 2.5 เกิดจากอะไร เกิดช่วงเวลาไหนมากน้อยเพียงใด พื้นที่ไหน

เพราะฉะนั้นเมื่อมาดูในส่วนนี้ก็มีมาตรการเฉพาะลงไปในแต่ละระดับ ตอนนี้อยู่ในขั้นระดับ 1-2 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)

สื่อลองเปิดดูในกูเกิล จะได้สร้างการรับรู้ช่วยผมด้วย ว่าเป็นพิษเป็นภัยกับใคร จริงๆ ก็เป็นกับทุกคน ถ้ามีความแข็งแรงพอก็จะต้านทานได้มากหน่อย คนที่มีภูมิคุ้มกันต่างกัน ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง

จึงตองแยกเป็น 2 ส่วน 1.กฎหมายและ 2.การเตรียมการของประชาชน รัฐบาลไม่สามารถสั่งใครได้ทั้งหมด เช่นสั่งให้ใส่หน้ากากทุกคน อะไรทำนองนี้มีผลกระทบทั้งสิ้น

เมื่อถามว่ากรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลให้กำหนดการแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ และควบคุมการปล่อยมลพิษนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องวาระแห่งชาติมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว

โดยได้เห็นชอบในขั้นต้น มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองปี 2562-2567 เคยชี้แจงไปครั้งหนึ่งแล้ว

เมื่อถามว่าแนวคิดเรื่องการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ มีความเป็นได้หรือไม่อย่างไรนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ให้มีการตรวจสอบว่าจะได้ผลหรือไม่อย่างไร แต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเรามองประเทศสังคมนิยมก็สั่งหมดทุกอัน เขาสั่งได้หมดทุกอย่าง ไม่มีใครมาถามอย่างนี้ ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง หลายคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน มีความจำเป็นแต่ละเรื่องแต่ละราว จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน แล้วผลก็ย้อนกลับไปที่รัฐบาล ออกอะไรที่เข้มงวดไป แล้วเกิดการต่อต้านไม่ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ คิดตรงนี้สิ ต้องสร้างความรับรู้ให้ครบทุกมิติ

สถานการณ์เช้าวันนี้ค่าฝุ่นอยู่ที่ 50-60 มคก./ลบ.ม. จะบอกว่าไม่มีอันตรายก็ไม่ใช่ เพราะมีอันตรายสำหรับคนบางกลุ่ม กรุณาเปิดดูในกูเกิลแล้วว่า PM 2.5 คืออะไร เกิดจากที่ไหนบ้าง

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาของบางประเทศใช้เครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่หรือใช้โดรน จะต้องดูว่าเราจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้นได้อย่างไร ต้องมีขั้นตอน ทำตามลำดับ

โดยบางพื้นที่เราก็มีเครื่องพ่นละอองน้ำอยู่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักในภาพรวม เพราะปัญหาฝุ่นเมื่อโดมครอบไว้อยู่

นายกฯ กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ หาเครื่องมือมีแผนเตรียมการโดยตลอด สิ่งสำคัญคือต้องสร้างการรับรู้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะห้ามเผาไร่นา แล้วจะกำจัดตอซังอย่างไร รัฐบาลก็ต้องหามาตรการเสริมลงไป มีอย่างเดียวถ้าไม่เผาตอซังก็เอารถไปไถ่ไปขุดรากถอนโคนให้เขา แล้วเกษตรกรมีจำนวนเท่าไหร่

วันนี้ก็ทยอยจัดหาเครื่องมือให้ตามลำดับก็ทำไปเยอะแล้ว รัฐบาลช่วยเหลือได้ ถ้ามีการรวมกลุ่มขึ้นมา ส่วนเรื่องการเผาไร่อ้อย บางบริษัทก็ทำดีจัดเครื่องมือไปช่วยตัดอ้อยส่งโรงงานโดยไม่ต้องเผา และวันนี้ก็ลดการรับซื้ออ้อยที่เผาลงในระดับหนึ่ง จนสามารถแก้ปัญหาตรงนู้นได้

“หลายคนก็บอกว่ารัฐบาล ไม่มีน้ำยา น้ำเยอ อะไร มันมีหมดน้ำยา ถ้าจะใช้ แต่มันเดือดร้อน ท่านต้องยอมรับกันสิว่า ประเทศไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย คนรายได้มาก รายได้ปานกลาง รายได้น้อย กิจกรรมแต่ละอันมีผลกระทบซึ่งกันและกันทั้งสิ้น

รถบรรทุกก็มีเรื่องการขนสินค้าอุปโภค บริโภค เข้ามาในเขตกรุงเทพฯ รถควันดำก็ต้องหยุดวิ่งได้ไหม มันต้องยอมรับว่า ทำเข้มงวดมากขึ้นต่อไปจะตามด้วยค่าขนส่งที่แพงขึ้น สินค้าอุปโภคแพงขึ้น คิดให้เป็นอย่างนี้ อย่ามาคิดเป็นเสี้ยวๆ เศษๆ แล้วก็ตีกันไปตีกันมา ก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เข้าใจบ้าง

อย่างไรก็ตามรถยนต์มีกว่า 10 ล้านคันที่วิ่งในกรุงเทพฯ ถ้าเราไปแยกเป็นวันคู่ วันคี่ รับกันได้หรือไม่ ทุกคนซื้อรถต้องมีที่จอดรถในบ้านเอาไหมหล่ะ นี่เป็นนโยบายสาธารณะ ถ้าเอาทุกอย่างมาตีกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้”

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563

“กรณ์”หลั่งน้ำตาลาออกปชป.ตั้งพรรคใหม่ จ่อรับตำแหน่งรมต.รัฐบาล’บิ๊กตู่'

วันที่ 14 มกราคม 2563 - 21:11 น.

“กรณ์”หลั่งน้ำตาลาออกปชป.ตั้งพรรคใหม่ จ่อรับตำแหน่งรมต.รัฐบาล’บิ๊กตู่'


เมื่อเวลา18.00 น. วันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มส.ส.และอดีตส.ส. รวมถึงบรรดาแฟนคลับกลุ่มใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมจัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้นายอภิสิทธิ์ โดยมีคนเข้าร่วมกว่า 50คน อาทิ นายกรณ์ จาติกวนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรมว.คลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขและรองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึ่งงานเลี้ยงดังกล่าวมีการแจ้งให้ส.ส.ทราบล่วงหน้าในไลน์กลุ่ม ส.ส. ว่าจะมีงานเลี้ยงปีใหม่ให้กับนายอภิสิทธิ์ หลังการประชุมพรรค ทั้งนี้นายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ไม่ได้มาร่วมงานด้วย ในงานนาย กรณ์ได้คุยส่วนตัวกับส.ส.ที่มาร่วมงานถึงการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และส.ส. โดยจะมีการยื่นหนังสือลาออกในวันที่ 15 ม.ค. ทำให้บรรดาส.ส.ต่างถ่ายรูปคู่กับนายกรณ์เพื่อเป็นที่ระลึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเลี้ยงครั้งนี้ นายกรณ์ ยังได้ขึ้นไปร้องเพลง รักเธอเสมอ โดยในบางช่วงถึงกับหลั่งน้ำตา ทำให้เพื่อนส.ส.หลายคนร้องไห้ตามไปด้วย อาทิ นางกันตวรรณ จนนายพนิต วิกิจเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงกับเอ่ยปากว่า พรรคเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เมื่อร้องจบเพลงนายอภิสิทธิ์ได้เดินเข้าไปสวมกอดเพื่อให้กำลังนายกรณ์ด้วย

สำหรับเหตุผลการลาออกครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากความผิดหวังคณะผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันที่ปิดกั้นบทบาทของนายกรณ์ทุกทาง ถึงขนาดดึงนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค อีกทั้งไม่เคยหารือเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและงานของพรรค ส่วนที่ยื่นใบลาในช่วงนี้เพราะร่างพ.ร.บ.งบฯปี63 ผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้นายกรณ์ เป็นส.ส.ของพรรคตั้งแต่ปี 2548 เท่ากับอยู่กับพรรคมายาวนานถึง 15 ปี

ทั้งนี้มีรายงานว่านายกรณ์จะไปร่วมตั้งพรรคใหม่และเตรียมเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวให้กำลังใจส.ส.ทุกคนโดยขอให้รักษาจิตวิญญาณและอุดมการณ์อย่างมั่นคง จะช่วยให้แก้ปัญหาสถานการณ์ยากๆที่เกิดขึ้นได้ โดยตนยังยินดีรับใช้สมาชิกทุกคนบน 2 เงื่อนไขคือไม่เกินแรงของตนและ อย่าให้ทำในสิ่งที่ไม่เชื่อหรือขัดกับความคิดุ ความเชื่อ อุดมการณ์ของตน ตื่นก่อนคิดว่าความผูกพันของพวกเรายืนยาวกว่าสถานการณ์เฉพาะหน้า และขอให้ทุกคนทำงานหนักเพื่อประชาชน ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของทุกคนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความดีที่มีจะเป็นพลังให้เดินหน้าไปได้

ต่อมาเวลา 21.10 น.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯเดินทางมาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายอภิสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 มกราคม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม.พรรค ปชป.จะยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค และจะไปลานายชวน ที่รัฐสภาด้วย

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563

นายกฯขอเด็กไทยเป็นคนดีตามคำขวัญนายกฯ เชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าโต้เถียง




บิ๊กตู่แนะ วันเด็กปีนี้ ขอเด็กไทยเป็นคนดีตามคำขวัญนายกฯ เชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าโต้เถียง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ Government Weekly ถึงเรื่องการศึกษายุคใหม่พัฒนาเยาวชนไทย ตอนหนึ่งว่า ตนได้ไปเยี่ยมชมโรงเรียนบ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์) อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โรงเรียนร่วมพัฒนาต้นแบบ ศูนย์กลางบ่มเพาะการเรียนรู้ศตวรรษใหม่ด้วยตัวเองของชุมชน เป็นการศึกษาแบบประชารัฐ หรือโรงเรียนอ้อย ร่วมกับมิตรผล เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาบุคลากรหลักสูตรการเรียนการสอนและงบประมาณ เพื่อขยายโอกาสโรงเรียนอ้อย หรือโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 6 โรงเรียนที่ทำร่วมกับโรงงานน้ำตาลมิตรผล ทั้งนี้ ภาคเอกชนเมื่อทำธุรกิจอยู่ในชุมชนก็ต้องส่งเสริมประชาชนในพื้นที่ ทั้งให้ชาวไร่อ้อยและบุตรหลาน โดยสนับสนุนให้มีการเรียนการสอนทุกวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยียานยนต์ อุตสาหกรรม หัตถกรรม พลังงาน วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ศิลปศาสตร์
โรงเรียนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี เป็นเด็กดี เคารพผู้ใหญ่ กตัญญู สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ มารยาทในสังคมการใช้คำพูดคำจา การเชื่อฟังผู้ใหญ่ หากเขาใช้คำพูดในสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูก ก็อย่าไปโต้เถียง อย่าคึกคะนอง และต่อไปขอให้เด็กๆ เขียนสมุดบันทึกความดี เช่น ช่วยงานบ้านพ่อแม่ หรือแม้แต่ทำความไม่ดีก็ต้องจดไว้ ต่อไปคราวหน้าจะได้ไม่ต้องทำ ขอให้รักคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ
ฝากบอกทุกคนว่าถ้าเราจะติติงกัน แล้วไม่ช่วยกันก็ไปไม่ได้ทุกวัน วันนี้ขอถือโอกาสที่ได้พบกับเด็กๆ ทุกคน ว่าทุกวันนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังทำเรื่องการเชื่อมต่อและการติดต่อโครงการอนาคตการศึกษา ต้องทำให้เรื่อง คอนเน็กซ์ อีดีนี้เติบโตในวันหน้า ซึ่งขณะนี้มีในโรงเรียน 4,750 แห่งแล้วที่ได้ดำเนินการไป มีนักเรียนในโครงการเพิ่มเป็น 1.4 ล้านคน และที่เห็นได้ชัดคือโรงเรียนประชารัฐทุกวันนี้มีคะแนนโอเน็ตสูงขึ้น และวันหน้าจะมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้อีก 33 พันธมิตรองค์กร ซึ่งรัฐบาลจะจัดงบประมาณสนับสนุนกว่า 3,000 ล้านบาท หนังสือเรียนเข้าไปเถิด อย่าเพิ่งเบื่อ ต้องชอบและรักการเรียน ซึ่งรัฐบาลจะยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าไปสู่การศึกษาที่มีการพัฒนา ร่วมมือกับภาคเอกชน พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯกล่าวว่า นายกฯขอฝากเด็กๆ อ่านหนังสือแล้วต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ พ่อแม่ครูอาจารย์ต้องสนับสนุนการศึกษา เป็นครูแนวใหม่ เป็นนักเรียนแนวใหม่ เป็นผู้ปกครองแนวใหม่ ทุกคนต้องช่วยกัน การเรียนสมัยใหม่นี้มีความสำคัญ เมื่อเด็กทุกคนเกิดท่ามกลางโลกที่เจริญด้วยเทคโนโลยีก้าวเร็ว ก็ต้องก้าวให้ทัน และมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย และในโอกาสวันเด็กที่กำลังจะมาถึง ให้ทุกคนยึดคำขวัญที่นายกฯ ได้ให้ไว้ว่า เด็กไทยยุคใหม่ รู้รัก สามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย ซึ่งหน้าที่ของพลเมืองไทยคือต้องทำเพื่อคนอื่น เพื่อตัวเอง และเพื่อครอบครัว เพื่อแผ่นดิน เพื่อชาติ เราเป็นเด็กไทยยุคใหม่ ต้องรู้รักสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562

แจกเสื้อเชีียร์ลุงตู่ที่ชัยภูมิ

เชียร์ “ลุง”
ยก “ลุงตู่ ผู้จงรักภักดี”
“นายกฯบิ๊กตู่” ลงพื้นที่ ที่ ไร่กุดจอก นักเรียนจาก รร. ภูเขียว ชัยภูมิ พร้อมใจกันใส่เสื้อ มีข้อความว่า
“ลุงตู่ผู้จงรักภักดี ผู้ถวายชีวิตเป็นราชพลีต่อแผ่นดินไทย
ขอให้ต่อสู้กู้บ้านเมืองเรืองวิไล
ขอให้กำลังใจลุงตู่ กู้ผู้บ้านเมือง”
“กองหนุน ลุงตู่ FC”

"อิเหนาลุงตู่"ยัง คาใจ"นักข่าว"ตั้งฉายา

แช่งให้ปวดท้อง!!
ยังงี้เหรอ เผด็จการ?
“บิ๊กตู่”ยังคาใจ ! โดนตั้งฉายานายกฯ-รัฐบาล แช่งนักข่าวให้ปวดท้อง ชี้ จะด่าผมอะไรก็ได้ ผมก็เฉย แล้วอย่างนี้เหรอเผด็จการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับ ประชาชนตอนหนึ่ง ที่ชัยภูมิ ว่า
"วันนี้อย่าให้อะไรมันร้อนขึ้นมาเลย อย่าให้อุณหภูมิมันร้อนขึ้นมากๆ ความขัดแย้งสูง ไปรับฟังเรื่องบางเรื่องแล้วปวดหัวโรคประสาทก็จะขึ้นอีก อย่าไปฟังมากนัก
หลายคนบอกผมใช้อำนาจๆ ก็พูดไปเถอะ ถ้าใช้อำนาจจริงคงไม่มานั่งกันอยู่แบบนี้ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสว่า ผมก็ได้จะด่าผมอะไรก็ได้ ผมก็เฉย แล้วอย่างนี้เหรอเผด็จการ ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน
จะตั้งฉายาอะไรผมก็ตั้ง อยากตั้ง ตั้งไปให้คนตั้งปวดท้อง ผมไม่เป็นอะไรหรอก อย่าไปให้ความสำคัญ เรารู้อยู่ว่าเราทำอะไร เราต้องรู้ว่าทำอะไรอยู่ อะไรคือถูกอะไรคือผิดทุกคนรู้อยู่แล้ว
ดังนั้นการฟังคำพูดอะไรบางทีเชื่อง่ายไปหรือเปล่า หรือเปิดโทรศัพท์ดูมันเชื่อได้หรือแบบนี้ ถ้าแบบนี้มันคงไม่เกิดเรื่องอื่นๆเช่นการหลอกลวง เรื่องใบ้หวยแล้วก็ไม่เคยถูก
วันนี้ก็บอกให้เขาปิดทะเบียนรถไม่รู้ปิดหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ถูกก็ด่านายกฯอีก ไม่รู้จะว่ายังไงคนไทย แต่ผมสนับสนุนไม่ได้อยู่แล้ว”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าว ในการลงพื้นที่ไร่กุดจอก (ไร่อ้อย) อ.ภูเขียว จ. ชัยภูมิ เพื่อพบปะประชาชนประมาณ 5,000 คนและตรวจเยี่ยมการตัดอ้อย สางใบอ้อย และเก็บใบอ้อย ด้วยวิธีการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ (Modern Farm)

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อนาคตใหม่ : ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ 21 ม.ค.

อนาคตใหม่ : ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ 21 ม.ค.

Image copyrightGETTY IMAGES
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากหนึ่งในข้อกล่าวหาที่ระบุว่า อนค. มีความเชื่อมโยงกับองค์กรลับ "อิลลูมินาติ" (Illuminati) ในเวลา 11.30 น. ของวันที่ 21 ม.ค. 2563
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของพรรค อนค. ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อนค. ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่
"ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอทั้งสองฉบับ" เอกสารศาลรัฐธรรมนูญระบุ
Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ5 พ.ค. 2562 เป็นวันเดียวที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้นั่งอยู่ในรัฐสภา
เอกสารข่าวที่ออกมา ถือเป็นยืนยันเอกสารที่กองโฆษก อนค. เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา
คดีนี้นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2562 กล่าวหา อนค. มีแนวคิดและเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค อนค. รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของนายธนาธร นายปิยบุตร และ กก.บห.พรรค ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติ "รับคำร้อง" คดีนายธนาธรปล่อยเงินกู้ 191.2 ล้านบาทให้แก่พรรคของตัวเองไว้พิจารณา โดยได้แจ้งให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
Image copyrightTHAI NEWS PIX
เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุต่อไปว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบ อนค. โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณี กกต. อ้างว่า ผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้ว่าควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
"เมื่อผู้ร้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคผู้ร้อง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณา" เอกสารข่าวศาลรัฐธรรมนูญระบุ
กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นคำร้องยุบพรรค อนค. ในกรณีหัวหน้าปล่อยเงินกู้ให้พรรคตัวเอง ในการประชุม กกต. เมื่อ 11 ธ.ค. แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดใด ๆ
ด้าน อนค. นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ได้ประกาศฟ้องดำเนินคดีอาญากับ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเร่งรัดการไต่สวนเพื่อรีบส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาคดียุบ อนค.

การเมืองไทย ๒๕๖๓

การเมืองไทย ๒๕๖๓

การเมืองเป็นเรื่องพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพราะมีตัวแปรมากมายหลายอย่างที่คาดไม่ถึง แต่ก็ยังมีประโยชน์ที่ทำความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ปี ๒๕๖๓

หากจะเข้าใจการเมืองไทยในปีหน้า จะต้องเข้าใจกฎกติกาและพฤติกรรมของนักการเมืองไทยในปีปัจจุบันที่จะยังคงดำรงอยู่ในปีหน้า ดังต่อไปนี้

๑) รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ยังมีกฎกติกาพิเศษให้ ส.ว. ๒๕๐ คน ซึ่งนายกฯ พลเอกประยุทธ์เมื่อสมัยเป็นหัวหน้า คสช. เป็นผู้เลือกสรรทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำบัลลังก์และหากมีเหตุการณ์ที่ต้องเลือกตัวนายกฯใหม่ ก็ยังคงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเลือกนายกฯ ต่อไปอีก

๒) พฤติกรรมของนักการเมืองไทยส่วนมากอยากเข้าร่วมกับผู้มีอำนาจ เมื่อรู้ว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจก็ปรารถนาจะอยู่ใต้การอุปถัมภ์ เพื่อหาผลประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าอุดมการณ์ และประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

๓) พรรคพลังประชารัฐมีภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า เป็นพรรคที่สืบทอดอำนาจมาจาก คสช. มิใช่เหมือนเมื่อแรกเริ่มตั้งพรรคใหม่ ๆ ที่ให้คุณอุตตม สาวนายน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ภายใต้ร่มเงาคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้ตั้งพรรค ส่วนพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตรก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และในที่สุดพลเอกประยุทธ์ก็แสดงบทบาทเสมือนเป็นหัวหน้าพรรค ที่ยอมรับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตรก็ประกาศตัวเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค

เมื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคการเมืองที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ออกแบบให้มี ส.ว. ๒๕๐ คน ร่วมเข้าเลือกตัวนายกรัฐมนตรี จึงดึงดูดกลุ่มนักการเมืองในระบบอุปถัมภ์เข้าร่วม เช่น กลุ่มนายสุริยะ กลุ่มนายสมศักดิ์ กลุ่มนายสุชาติ กลุ่มชลบุรี กลุ่มต้องคดี เช่น แรมโบ้อีสาน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ากฎกติกาตามรัฐธรรมนูญ และพฤติกรรมของนักการเมืองข้างต้นยังจะอยู่ครบถ้วนในปี ๒๕๖๓
เหตุการณ์การเมือง ๒๕๖๓

๑. จากเหตุการณ์การล้มมติการโหวต เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบของการยึดอำนาจและมาตรา ๔๔ ได้ปรากฏว่ารัฐบาลสามารถได้เสียงข้างมาก จากบรรดางูเห่าที่ฝากอยู่ในพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย มาเป็นตัวช่วยในการลงคะแนนเสียง
สะท้อนให้เห็นถึงการเลี้ยงงูเห่า ซึ่งอาจจะมีการจัดสรรกล้วยให้กินเป็นรายครั้ง หรือรายเดือน และอาจจะลุกลามเพิ่มจำนวนงูเห่ามากขึ้นในปี ๒๕๖๓
ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล อาจแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจที่ตนไม่ได้ประโยชน์จากการจัดสรรกล้วยที่แจกจ่ายแก่บรรดา ส.ส. งูเห่า
๒. การที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๖ คน ได้ลงมติสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการยึดอำนาจและมาตรา ๔๔ โดยอ้างว่าตนเป็นผู้ยื่นญัตติ และต้องยึดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ จนมีข่าวว่ารัฐบาลประยุทธ์แสดงความไม่พอใจและอาจจะปรับคณะรัฐมนตรี เขี่ยพรรคประชาธิปัตย์ให้พ้น
ในเวลาไล่เลี่ยกันนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่างโฉงฉ่างเปิดเผย และในเวลาต่อมานายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ได้ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งๆที่รู้ว่า เมื่อลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.

ทำให้เห็นภาพว่า เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ถูกเขี่ยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนหนึ่งของประชาธิปัตย์อยากจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนงูเห่าอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

ขณะเดียวกันคาดหมายกันว่า คุณพีระพันธุ์อาจจะไปรับตำแหน่งที่สำคัญในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์
๓. เมื่อ กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ ประเด็นพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เป็นไปตามที่เซียนการเมืองได้วิเคราะห์ก่อนหน้าแล้วว่า ได้มีการจองตัว ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ๑๐ ถึง ๒๐ คน ไว้ก่อนหน้าแล้ว ซึ่งมีความหมายว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.เหล่านี้จะมีข้ออ้างว่าจำเป็นต้องหาพรรคการเมืองใหม่เข้าสังกัดกลบเกลื่อนประเด็นค่าตอบแทน น่าสนใจว่าอาจจะมี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.ครั้งแรก ๆ ยังไม่มั่นใจว่าอนาคตจะได้เป็น ส.ส.อีกครั้งหรือไม่ การได้รับแรงจูงใจเพื่อสังกัดพรรคใหม่ จึงเป็นเรื่องยั่วยวนใจที่น่าจะเป็นไปได้
๔. ในปี ๒๕๖๓ การเมืองในรัฐสภาจะต้องผ่านญัตติที่เข้มข้น ล่อแหลม ต่อเสถียรภาพของรัฐบาล คือ
๔.๑ การลงมติในวาระ ๒ และ ๓ ของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ซึ่งรัฐบาลอาจต้องใช้ตัวช่วย คือ บรรดางูเห่าที่ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคการเมืองต่าง ๆ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็อาจจะให้มีผู้ขอแปรญัตติในวาระที่ ๒ ให้ดูเสมือนเป็นการใช้งบประมาณเพื่อการปฏิรูป แล้วเสนอให้วุฒิสภาเข้าประชุมร่วมเพื่อเป็นตัวช่วยในการลงมติผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ตามรัฐธรรมนูญ
๔.๒ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงจะสามารถตั้งได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้ยอมเปลี่ยนมติของพรรคที่เคยส่งอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าเป็นประธานกรรมาธิการฯ อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๖๓ เราคงจะไม่ได้เห็นความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจค่อยเลือนหายไปจากความสนใจ
๔.๓ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเป็นญัตติที่น่าสนใจว่าจะเกิดเหตุพลิกผันทางการเมืองหรือไม่ ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับประเด็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหากมีประเด็นที่แหลมคม เช่น กรณีคุณสมบัติและความเหมาะสมของรัฐมนตรีบางคน เช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในเรื่องคดียาเสพติดและการแอบอ้างว่าจบปริญญาเอก อาจทำให้ ส.ส.หลายคนของพรรคร่วมรัฐบาลไม่อาจฝืนใจไว้วางใจได้ แต่อย่างไรก็ตามมีข่าวที่ยังไม่ยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะไม่อภิปรายกรณี ร.อ.ธรรมนัส

หากจะเรียนรู้การเมืองเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภา เมื่อครั้งรัฐบาลชวน หลีกภัย ในปี ๒๕๓๘ โดยรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ผู้กำกับ สปก. ถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับสามีของส.ส.ในพรรค อ้างว่าเป็นเกษตรกร ได้รับเอกสารสิทธิ์ สปก.๔-๐๑ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและรัฐมนตรีช่วยฯ ได้ลาออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา แต่เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา พรรคพลังธรรมซึ่งร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนั้น ก็ได้ขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในระหว่างที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้นายกฯชวน ต้องประกาศยุบสภา

หากในครั้งนี้ ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ คือ ร.อ.ธรรมนัสผู้กำกับ สปก. แล้วพรรคประชาธิปัตย์ขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาจุดยืนของประชาธิปัตย์ โดยอ้างความรับผิดชอบที่มีต่อเรื่อง สปก. กรณี ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ก็อาจจะดีกว่ารอให้รัฐบาลผลักไสพรรคประชาธิปัตย์ออกไปจากการร่วมรัฐบาล

๕. การปรับ ครม. ยุบสภา หรือลาออก คงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมากตามลำดับในปี ๒๕๖๓
การปรับ ครม.คงจะเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หรืออาจขยับสับเปลี่ยนกลุ่มการเมืองและพรรคการเมือง แต่ถ้าไม่ได้ผลการยุบสภาก็น่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก เพราะนอกจากจะได้ยินเสียงพลเอกประยุทธ์ในงานเลี้ยงก่อนการลงมติมาตรา ๔๔ ว่า ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้

พรรคการเมืองอื่นอาจจะกลัวการยุบสภา แต่พลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐ ไม่น่าจะกลัวการยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งใหม่ เพราะหลังการเลือกตั้งพลเอกประยุทธ์รวบรวมเสียง ส.ส.ได้ ๑๒๖ คนขึ้นไป ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้วเพราะมี ส.ว.เป็นฐานให้ ๒๕๐ คน รวมเป็น ๓๗๖ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. และ ส.ว.รวมกัน และด้วยเหตุนี้เมื่อยุบสภาก็จะมี ส.ส.จำนวนหนึ่งย้ายพรรคเข้ามาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐเพราะอยากเป็น ส.ส.ในการอุปถัมภ์ของรัฐบาล ดังที่เคยวิเคราะห์พื้นฐานนักการเมืองที่อยู่ในระบบอุปภัมถ์ก่อนหน้านี้

การลาออกของนายกฯ ประยุทธ์ก็อาจเป็นไปได้ ถ้ามีแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ที่น่าพอใจของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน แต่หากไม่มีคนใหม่เมื่อนายกฯประยุทธ์ลาออก นายกฯ ประยุทธ์ ก็จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งไม่ต่างอะไรกันกับการปรับครม
.
การลาออกของนายกฯ จึงน่าสนใจ หากย้อนรอยศึกษาประวัติศาสตร์ของรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในปี ๒๕๒๓ ที่พลเอกเกรียงศักดิ์ลาออกจากนายกรัฐมนตรี แล้วได้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และดึงพรรคฝ่ายค้านในสมัยนั้น คือ พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเป็นรัฐบาล

ไม่ว่าจะปรับ ครม. ยุบสภา หรือลาออก ก็จะต้องนำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ น่าสนใจว่า พลเอกประยุทธ์จะนำถวายสัตย์ปฏิญาณครบทั้ง ๓ ข้อหรือไม่

ความรู้สึกของประชาชนคนไทยต่อการเมืองการปกครอง

เชื่อได้ว่าขณะนี้ประชาชนคนไทยเก็บสะสมความรู้สึก ที่มีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่เรื่องนาฬิกาหรู ๒๒ เรือน / พลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่/ การไม่อธิบายว่า ทำไมนำครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ / การล้มมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการยึดอำนาจและมาตรา ๔๔ / การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่โยกโย้ไม่จริงจัง / เศรษฐกิจทรุดที่ชะลอตัว ความแตกต่างของรายได้และโอกาสของคนในประเทศห่างกันมากขึ้น / ความเหมาะสมของรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาเรื่องยาเสพติดและวุฒิการศึกษา / รวมถึงความไม่ตรงไปตรงมาของการดำเนินคดี ส.ส.บุกรุกป่าและที่ดิน สปก.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่มีการเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ที่มีความผิดตามมาตรา ๗๒ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า
“มาตรา ๗๒ ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรา ๗๒ ดังกล่าว ห้ามมิให้พรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าที่มาของเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ได้มาจากการพนัน จากการค้ายาเสพติดหรือการฟอกเงิน เพราะมีคำชัดเจนว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองรับบริจาคโดยรู้ หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกำหนดแหล่งที่มาของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่วิธีการกู้เงินที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อาจทำให้ประชาชนเคลือบแคลงว่า มติที่จะเอาผิดพรรคการเมืองดังกล่าวมีเจตนาอย่างไรและตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายมาตรานี้หรือไม่
น่าสนใจพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจรัฐประหาร เช่น พรรคสหประชาไทยของจอมพลถนอม พรรคชาติประชาธิปไตยของพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พรรคสามัคคีธรรมของพลเอกสุจินดา คราประยูร และรสช. ต่างเป็นพรรคเฉพาะกิจ เฉพาะกาล ที่อยู่ได้ไม่ยืนยาว
พรรคพลังประชารัฐ จะสามารถฝ่าประเพณีของพรรคที่ตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจได้หรือไม่ ปี ๒๕๖๓ อาจจะเห็นร่องรอยชัดเจนมากขึ้น
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต
16/12/62