PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความมั่นคง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความมั่นคง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2562

ภรรยาอับดุลเลาะ บุกร้องขอเป็นธรรมยื่น‘อนค.’จี้สอบการเสียชีวิต

“ภรรยาอับดุลเลาะ” บุกยื่นหนังสือให้ “อนค.” จี้ตรวจสอบการเสียชีวิต “ช่อ” เผย ตั้งแต่ปี 47 มีเคสแเบบนี้แล้ว 54 ราย 100% เป็นมุสลิมเชื้อสายมลายูทั้งหมด “เสธโหน่ง”  ชี้ ต้องปรามเจ้าหน้าที่ไม่ให้ลุแก่อำนาจ 
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่รัฐสภา นางสาวซูไมย๊ะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอัดุลเลา อีซอมูซอ พร้อมญาติของนายอับดุลเลาะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงพรรคอนาคตใหม่กรณี ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิต ของนายอับดุลเลาะ หลังถูกคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยมีนางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่เป็นผู้รับหนังสือ 

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ว่าทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหารในสภาเจ้าชายนิทราก่อนจะเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรูปถ่ายของนายอับดุลเลาะ ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร่างกายของนายอับดุลเลาะมีบาดแผลหลายแห่ง ทั้งรอยถลอกที่ข้อเท้า ที่หูมีหนองไหลออกมา พบรอยแดงที่ข้อมือที่คาดว่าอาจเกิดจากการมัด และรอยจี้ที่นิ้ว ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการช็อตไฟฟ้า ทั้งนี้เราขอให้ นายกรัฐมนตรี กองทัพ และกระทรวงกลาโหม ออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าวอย่างมีน้ำหนัก ว่าทำไม นายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหาร ด้วยสภาพสมองขาดออกซิเจน 
เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ที่เกี่ยวข้องทั้งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถทำให้กรณีดังกล่าวเกิดความชัดเจน 
“นายอับดุลเลาะไม่ใช่คนแรกที่ออกมาจากค่ายทหาร และมีสภาพ บาดเจ็บสาหัส พิการ หรือเสียชีวิตมีข้อมูลที่ทำการวิจัย โดยกลุ่มวิจัยสิทธิมนุษยชน จ.ปัตตานี และกลุ่มประสานวัฒนธรรมในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกกระทำลักษณะนี้ 54 ราย ทั้งหมดเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู 51% มีอายุระหว่าง 29-38 ปี โดย 57% เป็นชาวปัตตานี หมายความว่า ประชาชนที่มีลักษณะเดี่ยวกับนายอับดุลเลาะ เป็นแบบฉบับผู้ต้องสงสัยที่รัฐตั้งข้อสังเกต”น.ส.พรรณิการ์ ระบุ 
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและต่างประเทศ ร่วมอยู่ในกรรมการด้วย เพื่อตรวจสอบการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ทั้ง 3 แบบ มานานกว่า 1 ทศวรรษ  ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการทวงคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของนายอับดุลเลาะเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย 
ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ เช่นเดียวกับการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเอง ต้องอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า ประชาชนนั้น ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย รวมทั้งต้องสามารถตรวจสอบกระบวนการต่างๆได้อย่างโปร่งใส หากยังมีการปฏิบัติลักษณะนี้ ย่อมไม่สามารถแก่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้  และรังแต่จะเพิ่มจำนวนแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบให้มากขึ้น
ที่มา : แนวหน้า

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562

ป้อมปราการ โดย ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

'...บทความนี้ไม่ต้องการให้คนไทยไปต่อต้านสหรัฐ เพียงแต่ขอให้เพื่อนอย่าปล่อยให้คนมาทำร้ายประเทศชาติและราชบัลลังก์เท่านั้น ปัญหาของประเทศไทยต้องแก้ด้วยคนไทยเป็นหลัก เราต้องช่วยกันเป็นปราการด่านสุดท้ายในการปกป้องชาติและราชบัลลังก์ ให้ต่างชาติได้ตระหนักว่า สถาบันสูงสุดยังสู้ และคนไทยพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องสถาบันสำคัญยิ่งของชาติ' นายภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติได้เขียนบทความนี้ลงเผยแพร่ในนสพ.โพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2556 และวันนี้ยังคงเตือนสติคนไทยให้พึงระลึกว่าประชาชนคือป้อมปราการแท้จริงของชาติ

นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา การบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดเกิดขึ้นมากผิดปกติ เปิดเผย ไม่เกรงกลัว กลุ่มต่อต้านกษัตริย์ไม่เพียงเคลื่อนไหวในประเทศเท่านั้น แต่ยังไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐ ด้วยการป้อนชุดข้อมูลที่ดูเหมือนจริงแต่เป็นความเท็จ ส่วนหนึ่งเป็นผลงานของนักล็อบบี้จากสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงและบริษัทประชาสัมพันธ์ ที่ถูกใครบางคนจ้างไว้ 3 บริษัท บริษัทละ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 30.3 ล้านบาท) เพื่อไปล็อบบี้สมาชิกรัฐสภาและรัฐบาลอเมริกันเพื่อผลทางการเมืองของตน อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ เกิดกระแสต่อต้านสถาบันกษัตริย์ในหมู่นักการเมืองอเมริกันมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 

ฝ่ายที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทยในสหรัฐทวีความเข้มแข็งมากขึ้น มีการสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบหลากหลาย เขียนบทความภาษาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากข้อเขียนของคนอเมริกัน 2 คน คนหนึ่งคือ เจ.เค. แห่งคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ (Council on Foreign Relations) อันทรงอิทธิพลในสหรัฐ ที่ เจ.เค. ได้เขียนบทความโจมตีสถาบันกษัตริย์ และยกย่องเชิดชูฝ่ายตรงข้ามกษัตริย์สลับกันมาหลายปีแล้ว อีกคนหนึ่งคือ เอ.เอ็ม.เอ็ม. ที่ยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้มาทำงานด้านนี้ และเป็นคนที่นำเอาคดีของ โจ กอร์ดอน และ อำพล ตั้งนพกุล หรือ “อากง” มาเขียนโจมตี ม.112 เพื่อให้พาดพิงไปถึงพระมหากษัตริย์ไทย ในความเป็นจริง คนพวกนี้ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ได้รับข้อมูลจากนักประวัติศาสตร์ชาวไทยสายสาธารณรัฐที่คนไทยรู้จักดี 

ในกลางปี 2556 นักล็อบบี้พวกนี้วางแผนผลักดันให้มีการอภิปรายเชิงวิชาการในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเอเชียศึกษา (Association of Asian Studies) ซึ่งมีคนไทยที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลอยู่ การอภิปรายดังกล่าวมีเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีแผนตีพิมพ์หนังสืออีกเล่มหนึ่งโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ ที่ผู้เขียนอ้างหลักฐานจากห้องสมุดมหาวิทยาลัย รัฐสภาของสหรัฐ ที่ดูเผินๆ แล้วน่าเชื่อถือ หรือเลือกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนความคิดของตน เพื่อหาทางทำลายความเชื่อถือพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน 

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 ในวาระครบ 7 รอบ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักล็อบบี้อเมริกันได้ส่งชุดข้อมูลที่ปั้นแต่งขึ้นจนทำให้สมาชิกสภาหลงเชื่อได้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพยายามหลีกเลี่ยงไม่ส่งหนังสือถวายพระพรตามที่เคยปฏิบัติมา จนสภาสูงต้องส่งหนังสือถวายพระพรแทน สะท้อนให้เห็นว่า นักล็อบบี้ยิสต์อเมริกันทำงานให้กับนายจ้างอย่างได้ผล ทำให้รัฐสภาชุดก่อนเข้าใจผิดและต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทย ตกทอดมาถึงสภาใหม่ชุดที่ 113 ในปัจจุบัน 

ไม่เพียงแต่เท่านั้น สถาบันบางแห่งของสหรัฐ เช่น กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National Endowment for Democracy) ยังจัดสรรเงินงบประมาณของรัฐคิดเป็นเงินไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และอีกโครงการเป็นเงิน 200-300 ล้านบาท ให้กับกลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ ตามที่กลุ่มพวกนี้ร้องขอมาโดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในการให้ความรู้ประชาชนในการพัฒนาประชาธิไตย แต่กลับนำไปสร้างสื่อและเว็บไซต์ ปลุกระดม โฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยบางกลุ่มต่อต้านสถาบันสูงสุด 

นักล็อบบี้เหล่านี้ได้สร้างข้อมูลขึ้นมาชุดหนึ่งหรือหลายชุด และไปเคลื่อนไหวชักจูง ชี้นำ โน้มน้าวให้สมาชิกรัฐสภา และสถาบันอื่นของสหรัฐ เชื่อในวาทกรรมที่ว่า สถาบันสูงสุดเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย สถาบันทำลายสิทธิมนุษยชน อ้างว่าปัญหาของเมืองไทยไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นปัญหาการสืบราชสมบัติ เพื่อจะเสนอให้ใครบางคนเป็น “ทางออก” ของชาติ 

พวกนี้พยายามป้อนข้อมูลให้รัฐสภาอเมริกันเชื่อว่า “สถาบันไม่สู้แล้ว” เพราะถ้าสถาบันไม่สู้ สหรัฐก็ไม่มีทางเป็นอื่นนอกจากจะยืนข้างฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามสถาบัน และเป็นการส่งสัญญานไปยังประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น รวมทั้งจีนที่สนับสนุนสถาบันสูงสุด ตลอดมา หากสหรัฐและประเทศเหล่านี้สรุปว่า ฝ่ายสถาบันแพ้แน่ สหรัฐและประเทศเหล่านี้ซึ่งคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศเขาเป็นสำคัญก็ต้องเข้าข้างฝ่ายชนะ 

อย่างไรก็ดี ฝ่ายสถาบันส่งสัญญานมาหลายครั้งแล้วว่า “ยังสู้” และ “ไม่ยอมแพ้” โดยเฉพาะวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2555 ที่ประชาชนชาวไทยไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปฯ อย่างมืดฟ้ามัวดินเพื่อเข้าเฝ้าถวายพระพร สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนพร้อมที่จะสู้เคียงข้าง แต่ปรากฏ “แรงเฉื่อย” ในสถาบันทหาร ศาล และรัฐบาล จึงมีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นกำแพงป้องกันสถาบันสูงสุดของประเทศให้พ้นจากการคุกคามจากฝ่ายบ่อนทำลายในและนอกประเทศได้ 

รัฐบาลชุดก่อนเคยให้ทุนมหาวิทยาลัยดังในอเมริกา อาทิ คอร์แนล วิสคอนซิน เพนซิลเวเนีย ยูซีแอลเอ. จอห์น ฮอพกินส์ วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อสร้าง “ศูนย์ไทยศึกษา” และ “เพื่อนประเทศไทย” เพื่อให้เข้าใจสถาบันกษัตริย์ของไทย แต่ปรากฏว่า ศูนย์เหล่านี้กลายเป็นกระบอกเสียงเผยแพร่การต่อต้านสถาบันสูงสุดไปหมด และอาจขยายเครือข่ายกว้างขวางมากขึ้น ไปยังออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป 

ไทยถูกคุกคามด้วยสงครามยุคใหม่ ทั้งสงครามอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เช่น การก่อความรุนแรงช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 และสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงครามทุน และ สงครามไซเบอร์ สงครามทั้งสามนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่สหรัฐ แต่มีสนามรบอยู่ทั่วโลก ในไทย สหรัฐต้องการใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็น Global Transpark ตอบสนองยุทธศาสตร์ของสหรัฐ ในภูมิภาคนี้ มีข่าวว่า สหรัฐได้ส่งทหารรับจ้าง ที่เป็นทหารผ่านศึกแบบแรมโบ้ ที่เรียกว่า “แบล็ควอเตอร์” ประมาณ 5-6 ชุดมาประจำอยู่ในไทย โดยแต่ละคนได้รับค่าจ้างปีละ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เบี้ยเลี้ยงต่างหาก เพื่อใช้ในการปฏิบัติการลับ (Covert Action) ตามนโยบายของสหรัฐ อเมริกาถนัดในเรื่องพวกนี้มาก และประสบความสำเร็จในละตินอเมริกามาแล้ว 

อันตรายที่เกิดขึ้นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นเรื่องจริงและหนักหนา ชาติและสถาบันกำลังเสี่ยงอันตรายอย่างคาดไม่ถึง สิ่งที่เห็นทั้งในไทยและในต่างประเทศเป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่โผล่เหนือน้ำเพียง 1 ส่วน แต่อีก 9 ส่วนอยู่ใต้น้ำ 

บทความนี้ไม่ต้องการให้คนไทยไปต่อต้านสหรัฐ เพียงแต่ขอให้เพื่อนอย่าปล่อยให้คนมาทำร้ายประเทศชาติและราชบัลลังก์เท่านั้น ปัญหาของประเทศไทยต้องแก้ด้วยคนไทยเป็นหลัก เราต้องช่วยกันเป็นปราการด่านสุดท้ายในการปกป้องชาติและราชบัลลังก์ ให้ต่างชาติได้ตระหนักว่า สถาบันสูงสุดยังสู้ และคนไทยพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องสถาบันสำคัญยิ่งของชาติ

 


วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ยิงประพันธ์ เชื่อมเหตุยิงอุสตาช


Sermsuk Kasitipradit
เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการเสียชีวิตของ นายอาแว เตาะซาตู อุสตาซ​โรงเรียนชุมชนอิสลามศึกษา อ.หนองจิก คนสนิทของประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี เป็นฝีมือของกองกำลังบีอาร์เอน ภายใต้การนำของดุนเลาะห์​แวมานอ
ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุร้าย ในอ.เทพา จังหวัดขลา เมื่อ15พ.ย.61 ยิงนายประพันธ์ แก้วสีมา เสียชีวิต ขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน เพื่อจะไปเข้าเวรรักษาความปลอดภัยโรงเรียนบ้านพรุชิง หมู่ที่ 7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา เป็นกระบอกเดียวกับที่เคยใช้ยิง นายอาแว เตาะซาตู เมื่อ 20 มิ.ย.60 เสียชีวิต หน้าอาคารละหมาดของโรงเรียน ในพื้นที่ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
หลังเหตุการณ์แนวร่วมบีอาร์เอนในพท.ประโคมข่าวเป็นการกระทำของจนท.
นายเตาะซาตู เป็นอุสตาซที่ช่วยงานเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตลอดช่วงก่อนหน้านี้ สร้างความไม่พอใจต่อดุนเลาะห์ แวมานอ จนเกิดเหตุการณ์บุกทำร้ายเอาชีวิตถึงในเขตโรงเรียน
เตาะซาตู เคยทำงานใกล้ชิดกับ ดุนเลาะห์​ แวมานอ ผู้นำบีอาร์เอน ก่อนแยกตัวออกมาทำงานกับแวดือราแม มะมิงจิ ประธานอิสลามจังหวัดปัตตานี เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวทางของบีอาร์เอน ที่ใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่โดยไม่แยกแยะ

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กาตาร์จะเป็นป้ายต่อไปหรือเปล่า

นักวิเคราะห์มองว่ากาตาร์จะเป็นป้ายต่อไปหรือเปล่านะ? ซาอุดิอาระเบียอดีตแก๊งโจรทะเลทรายกำลังถังแตกเตรียมออกปล้นเพื่อนบ้านรอบใหม่หลังล้มเหลวในเยเมนและซีเรีย ลุ้น!
--------------
มาติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกาตาร์กันต่อนะครับ อันนี้เป็นมุมมองจากกูรูทางการเมืองระหว่างประเทศนะครับ วันที่ 6 มิ.ย.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "ก้าวต่อไป - คือการรุกรานหรือเปล่า? ค้นหาคำตอบว่าทำไมซาอุดิอาระเบียเคลื่อนไหวเพื่อตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์" (Next Step - Invasion? Why Saudi Arabia Moved to Cut Ties With Qatar)
หัวหน้าสำนักคิดแห่งหนึ่งได้กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ของรัสเซียว่า ซาอุดิอาระเบียตัดความมันพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์เพื่อเตรียมการรุกรานอย่างเต็มรูปแบบต่อเพื่อนบ้านของตนเอง
การตัดสินใจของซาอุดิอาระเบียเพื่อตัดความสัมพันธ์ทุกด้านกับประเทศกาตาร์หนึ่งในรัฐอ่าวเปอร์เซียอาจจะเป็นการเบิกโรงเพื่อรุกรานประเทศเล็กๆที่ร่ำรวยมั่งคั่งแห่งนี้และยึดครองความมั่งคั่งไว้เอง ศาสตราจารย์ Ali al-Ahmed ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันอ่าวเปอร์เซียกล่าวกับ Sputnik
"ผมฉายภาพไปที่การรุกรานกาตาร์... ผมได้รับรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพซาอุดิอาระเบียใกล้ๆชายแดนกาตาร์" ศ. al-Ahmed กล่าวเมื่อวันจันทร์นี้ "พวกซาอุดิ: พวกเขากำลังเตรียมการ" (The Saudis: They are preparing.)
Al-Ahmed ได้เตือนว่าการรุกรานกาตาร์อย่างเต็มรูปแบบอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครๆคาดการณ์ไว้ก็ได้
"ให้เช็กดูความถี่ของการทิ้งระเบิดในเยเมน... (มันจะเป็น) สัญญาณที่สำคัญจะ ถ้าหากว่ามีการหยุดชะงักหรือลดจำนวนการโจมตีทางอากาศที่ปฏิบัติต่อกองทัพฝ่ายกบฏในเยเมนลงเป็นอย่างมาก นั่นจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าซาอุดิอาระเบียกำลังส่งข้อความถึงกองทัพของพวกเขาสำหรับการเคลื่อนไหวในทันทีเพื่อต่อต้านกาตาร์แทน" al-Ahmed กล่าว
นักวิเคราะห์กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สันซึ่งมีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียตลอดช่วงเวลา 15 ปีในตำแหน่งประธานและ CEO ของ Exxon (บริษัทปิโตเลี่ยมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ) ทั้งสองคนนี้อาจจะสนับสนุนทางกลยุทธต่อซาอุดิอาระเบียในการรุกรานกาตาร์ก็ได้
"ผมมีความมั่นใจว่าทรัมป์ได้บอกกับฝ่ายซาอุดิไปแล้วว่าเขาจะไม่คัดค้าน" al-Ahmed กล่าว
ถ้าซาอุดิอาระเบียรุกรานกาตาร์จริง พวกเขาก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากอียิปต์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งเป็นเจ้าภาพให้กองเรือที่ห้าของสหรัฐอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย al-Ahmed กล่าว "พวกซาอุดิโกรธพวกกาตาร์มาก... พวกซาอุดิจะไม่มีทางปล่อยให้เยเมนเป็นเอกราชได้เด็ดขาด... บาห์เรนก็เกลียดกาตาร์"
[แม่เจ้าโว๊ยยย... เพิ่งรู้นะนี่ว่าพวกนี้รักกันมากขนาดนี้ ในซีเรียแก๊งรัฐอ่าวอาหรับรวมทั้งกาตาร์ด้วยรวมหัวกันกินโต๊ะซีเรีย แต่ในเยเมน ซาอุดิอาระเบียร่วมมือกันถล่มเยเมน แต่ก็กัดกันเองเพราะแย่งพื้นที่กันกับยูเออี ฮ่าๆๆ "พี่น้องกัน เรือนร่างเดียวกัน" ไหมหละเมิงเอ๋ย ฮิ้วววว ก็เหมือนกับที่เคยลงข่าวให้อ่านในกรณีของซีเรียนั่นแหละครับ พวกกบฏท้องถิ่นในจังหวัดอิดลิบก็พูดว่า "พวกเราชาวมุสลิม พี่น้องกันเรือนร่างเดียวกัน" แต่พอพวกกบฏกลุ่มใหม่อพยพจากที่อื่นเพราะแพ้รบให้กับฝ่ายรัฐบาลอัสซาด เข้าไปในอิดลิบ พวกเจ้าถิ่นก็บอกว่าอย่าเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเรานะ เดี๋ยวยิงไส้แตกเลย ฮ่าๆ อันนี้เรื่องจริงนะครับ ตอนที่พวกเขาทะเลาะกันแย่งพื้นที่กันหนะ - ผู้แปล]
นักวิเคราห์กล่าวอีกว่า พวกผู้นำซาอุดิอาระเบียมุ่งมั่นที่จะทำให้กาตาร์กลายเป็นดาวเทียมบริวารของกรุงริยาดห์ และลดการพึ่งพาแบบประจบประแจงเหมือนกับรัฐบาลชุดปัจจุบันของเยเมน (รัฐบาลของนายฮาดี้แห่งกรุง Aden ที่ทำตัวเป็นหุ้นเชิดของซาอุดิอาระเบีย)
"พวกซาอุดิมีเป้าหมายหลักสองประการ: อย่างแรกจำกาตาร์มาสู่ความสัมพันธ์แบบข้ารับใช้ (subservient) ซึ่งก็เปรียบเหมือนกับการเป็นแรงงานทาส (slave labor) นั่นแหละ ไม่มีมาตรการครึ่งเดียว อย่างที่สองพวกซาอุดิกำลังจ้องตาไปที่เงินสดสำรองจำนวนมหาศาลของกาตาร์ พวกเขาต้องการมัน"
ผู้นำคนปัจจุบันของซาอุดิอาระเบียกำลังถอยหลังกลับสู่หลักการปล้นและชิงทรัพย์ตามที่บิดาของประเทศนั้น กษัตริย์ Abdelaziz ibn Saud ได้ก่อตั้งราชอาณาจักรแห่งทะเลทรายขึ้นมาเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ศ. al-Ahmed กล่าว
ศ. al-Ahmed กล่าวอีกว่า "ซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่ก่อตั้งขึ้นมาบนหลักการของการปล้นสะดม นั่นคือสิ่งที่ al-Saud เป็นมาแต่ดั้งเดิม: พวกเขาเป็นโจรปล้นสะดมในทะเลทราย พวกเขาเป็นโจรสลัดทะเลทราย คราวนี้พวกเขาก็ต้องการเงินอย่างเห็นได้ชัด"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงออกอย่างชัดเจนต่อฝ่ายซาอุดิอาระเบียว่าเขาคาดหวังให้พวกเขาจ่ายมากกว่าเดิมทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อสหรัฐ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่กองทัพของพวกเขา ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระทางงบประมาณประจำปีให้กับกรุงริยาดห์ ศ. al-Ahmed กล่าว
นักวิเคราะห์กล่าวอีกว่า "พวกซาอุดิต้องการเงินทั้งด้านขาวและด้านซ้าย คราวนี้ทรัมป์ได้แสดงความต้องการทางการเงินรอบใหม่ต่อพวกเขา: พวกเขาก็จะพากันวิ่งออกไปหาเงิน ด้วยพันธกรณีทั้งหลายเหล่านั้น พวกเขากำลังเข้าตาจนในการอัดฉีดเงินสด ซาอุดิอาระเบียยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในกาตาร์ซึ่งยอมจำนนต่อพวกเขาหมดแล้ว"
[อย่างหลังนี้ไม่ใช่หละ จากพฤติกรรมของกาตาร์ มันไม่ได้บ่งบอกว่ากาตาร์ยอมเป็นบ่าวรับใช้ซาอุดิอาระเบียอย่างหมดหัวใจ กาตาร์พยายามถ่วงดุลอำนาจจากหลายๆจากมหาอำนาจในภูมิภาค เพื่อใม่ให้ตนเองถูกบีบเป็นข้ารับใช้ซาอุดิอาระเบียตลอดชีวิต
ดังนั้นกาตาร์จึงต้องหันไปคบกับอิหร่านด้วย แน่นอนกาตาร์เป็นมหาเศรษฐีรวยก๊าซธรรมชาติมาก ฝั่งตรงข้ามอ่าวเปอร์เซียซึ่งก็คืออิหร่านก็ครอบครองแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่เช่นกัน สองประเทศนี้ต้องการที่จะร่วมมือกัน ซาอุดิอาระเบียไม่ชอบอิหร่าน แต่ไม่รังเกียจอิสราเอล
แก๊งเหล่านี้ (GCC) รวมหัวกันเพราะพันธุ์พวกปีศาจอัลเคด้าและไอซิสและกลุ่มหัวรุนแรงขึ้นมา เพื่อใช้ในการรุกรานและบ่อนทำลายเสถียรภาพของประเทศต่างๆทั่วโลก แน่นอนด้วยความรู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนด้านเทคนิกจากสหรัฐด้วย แต่ละประเทศหรือแต่ละกลุ่มก็ไม่ได้ไว้ใจกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีแก๊งหัวรุนแรงหรือแก๊งโจรทะเลทรายเป็นของตนเอง เอาไว้ก่อเหตุบื้มป่วนเมืองและรุกรานเพื่อนบ้าน
วันดีคืนดีขัดขากันเอง ก็หันมากัดกัน มิตรภาพบนคมดาบ เผลอไม่ได้ ไม่มีใครไว้ใจใครได้สนิทใจ บางครั้งก็ร่วมมือกันออกล่า บางครั้งก็ลอบกัดกันเอง มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดูไปเรื่อยเราจะได้รู้ความจริงมากขึ้น เดี๋ยวพวกเขาก็แฉความชั่วของกันและกันให้โลกได้รับรู้
ศ. Atef Abdel Jawad จากมหาวิทยาลัย George Washington แสดงความคิดเห็นว่ากรุงวอชิงตันอาจจะกระโดดเข้าร่วมวงกับฝ่ายซาอุดิอาระเบีย หากกรุงโดฮาไม่ยอมทำตัวเป็นเด็กดี (ของพี่ใหญ่)
รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐบาลอียิปต์ได้ตั้งคณะกรรมพิเศษขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจับตาดูสถานการณ์รอบๆกาตาร์ ปัจจุบันนี้มีพลเมืองชาวอียิปต์ทำงานอยู่ในกาตาร์ประมาณ 250,000 คน ล่าสุดกระทรวงแรงงานของฟิลิปปินส์ประกาศระงับการส่งแรงงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่กาตาร์ หลังจากกลุ่มประเทศอาหรับนำโดยซาอุดิอาระเบียประกาศตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ทุกด้าน ABS-CBN Nes รายงาน - ผู้แปล]
ท่าทีล่าสุดของกาตาร์... รายงานข่าวแจ้งว่า กาตาร์ประกาศว่าจะไม่ยอมตอบโต้กลุ่มประเทศพี่น้องกัน (Brotherly Nations) และได้เชิญให้คูเวตเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย "พวกเราจะไม่เริ่มมาตรการเพื่อขยายความขัดแย้งต่อชาติพี่น้องของพวกเรา ปัญหานี้จะต้องแก้ไขด้วยการปรึกษาหารือกันในวิถีทางที่โปร่งใสและยุติธรรม" Sheikh Mohammed Bin Abdulrahman Thani รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera ของรัฐบาลกาตาร์เมื่อวันอังคารนี้
ทางรัฐบาลกาตาร์ได้เตรียมการจะแถลงการณ์ต่อประชาชนของตนเอง แต่ทางคูเวตของให้ระงับเอาไว้ก่อน โดยบอกว่ากำลังหาทางช่วยแก้ไขวิกฤตนี้ Sputnik รายงาน
The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
06/06/2560

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผบ.สส.ยกหนังสือฝรั่ง พยากรณ์สงครามไซเบอร์ ยัน พ.ร.บ.คอมพ์ ปกป้องคนดี จากคนชั่ว

“บิ๊กปุย” การันตี พรบ.คอมพ์ ปกป้องคนบริสุทธิ์ ยกหนังสือฝรั่งพยากรณ์โลกยุคสงครามไซเบอร์
เมื่อวันที่ 28 ธันยาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการป้องกันการแฮกข้อมูลทางไซเบอร์ ว่า ต้องเข้าใจว่าเรื่องไซเบอร์ ทางกองทัพดำเนินการมาหลายปี เพราะว่ากองทัพทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จากสมัยก่อนเรารบด้วยปืนใหญ่ และรถถัง แต่ปัจจุบันไซเบอร์ถือเป็นการรบรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการรบระหว่างกองทัพที่เราพัฒนาควบคู่มาเรื่อยๆ แต่ที่เป็นปัญหาในสังคมไทยนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยผู้เกี่ยวข้องชี้แจงทำความเข้าใจกับแล้วว่าพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2559 ที่กำบังบังคับใช้ ออกมาเพื่ออะไร และมีประโยชน์อย่างไร
พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในมุมมองตนจะขออ้างงานเขียนของโทมัส ฟรีดแมน เรื่อง Thank you for being late หรือชื่อภาษาไทยว่า ขอบคุณที่มาช้าไปหน่อย ซึ่งแต่ก่อนเปลี่ยนเทคโนโลยีแต่ละครั้งใช้เวลา7-15 ปี ซึ่งก็ต้องพัฒนากฎกติกาป้องกันและควบคุมรองรับไว้ ส่วนคอมพิวเตอร์นั้นพัฒนาไปรวดเร็วมาก ดังนั้นกฎกติกาก็ต้องพัฒนาตามไปให้ทันด้วย โดยกฎกติกาเหล่านี้มีเจตนาเพื่อปกป้องคนดี คนบริสุทธิ์ จากพวกอาชญากรรมที่พยายามแสวงหาประโยชน์ในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะฉะนั้นต้องหามาตรการมาคุ้มครองคนดีไม่ให้เดือดร้อน จึงต้องออกกฎหมายฉบับนี้มา ซึ่งทั่วโลกก็ทำกัน ถ้าไม่ทำผู้ไม่หวังดีจะขยายผล สุดท้ายกลไกในการลงโทษในสังคมก็จะตามไม่ทันในที่สุด
“กฎระเบียบต่างๆเหล่านี้ ก็มีการชี้แจงแล้วว่าสามารถแก้ไข หรือเพิ่มเติมได้ ถ้าเรารู้เจตนากฎหมายนี้จะทำให้ทุกคนมีความเข้าใจว่าออกมาเพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์จากพวกอาชญากรทางเทคโนโลยี” พล.อ.สุรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่าในส่วนกองทัพมีนักรบไซเบอร์ หรือไม่ ผบ.สส. กล่าวว่า ทุกกองทัพทั่วโลกมีนักรบไซเบอร์ทั้งนั้น อย่างเช่นในกองทัพสหรัฐอเมริกา ตั้งหน่วยบัญชาการไซเบอน์ขึ้นมา โดยมีนายทหารระดับพล.อ.เป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งตนคิดว่าเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่มีนักรบไซเบอร์เป็นหมื่นๆคน แต่ของเราเพิ่งเริ่มต้น เทคโนโลยีก็พัฒนาไม่มากนัก ดังนั้นงานพวกนี้ของเราก็ไม่เยอะ จึงจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามตนอยากให้แยกแยะมิติด้านความมั่นคงกับปัญหาในโซเชียลมิเดียนั้นแตกต่างกัน

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พลเมืองต่อต้าน Single Gateway

พลเมืองต่อต้าน Single Gateway

พลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway
9 พฤศจิกายน 2015 ·  ·
ถึง ประชาชนชาวไทย ทุกท่าน โปรดทราบ

เรื่อง การประกาศสถานการณ์ Cyber War ของประชาชน

จากการที่ทางรัฐบาลไทยโดยคณะเผด็จการทหาร ได้ดำเนินการปิดกั้นเสรีภาพของการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารของประชาชนมาโดยตลอด จนกระทั่ง ทางรัฐบาลได้พยายามดำเนินการปิดกั้น พื้นที่

เสรีภาพสุดท้ายในประเทศนี้ ซึ่งก็คือ พื้นที่ในโลกออนไลน์ โดยพยายามสร้างโครงการ Single Gateway ขึ้นมาเพื่อควบคุม ตรวจสอบ การสื่อสาร การรับ ส่งข้อมูลต่างๆของประชาชน ซึ่งการกระทำ

ดังกล่าว เป็นการละเมิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่รัฐไทยได้ลงนามรับรองไว้ และขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ถูกรับรองไว้โดยสหประชาชาติ

ทั้งนี้ถึงแม้ที่ผ่านมาทางกลุ่ม พลเมืองต่อต้าน Single Gateway ได้ร้องขอให้ รัฐบาลยกเลิก โครงการนี้ โดยการออกมติ ครม.มายกเลิก มติ ครม.เดิมที่ได้เร่งรัดการจัดตั้งโครงการนี้ แต่หาได้ผลไม่ ต่อ

มาทางฝ่ายความมั่นคง โดยทางกองทัพไทย กลับประกาศจัดตั้ง "กองสงครามไซเปอร์" ขึ้นมาตอบโต้ กับประชาชนทีต่อต้าน และ นายก รมต.ก็ยังคงยืนยัน เดินหน้าโครงการฯนี้ต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้

แสดงให้เห็นถึง ความไม่จริงใจ กลับกลอก ตระบัดสัตย์ของผู้บริหารประเทศ จึงทำให้ ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ได้ทำการประกาศ Cyber War กับรัฐบาล ด้วยจากเหตุที่ฉ้อฉล ไม่

จริงใจของรัฐบาลที่กระทำกับประชาชนของตน และขอชักชวนให้ประชาชนไทยทั้งมวล เข้าร่วมและทำการสนับสนุนการทำ Cyber Warในครั้งนี้

โดยทางเครือข่ายพลเมืองต่อต้าน Single Gateway จะประกาศกิจกรรม F5 และกิจกรรมต่อต้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ ๒๒ ตุลาคม เป็นต้นมา โดยมีวัตถุ

ประสงค์และเจตนาที่ชัดเจนที่จะหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชนและเอกชน ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่จะกระทำหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น

ในขณะนี้ ทางเครือข่ายพลเมืองต่อต้าน Single Gateway กำลังเร่งดำเนินการให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนไทยผู้รักในเสรีภาพเป็นลำดับแรก และกำลังจะจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการแสดงออก

ถึงการต่อต้าน Single Gateway และต่อต้านการปิดกั้นเสรีภาพประชาชนในทุกรูปแบบ โดยจะจัดอย่างต่อเนื่อง

ทางเครือข่ายพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เข้าใจและตระหนักดีว่า ภารกิจในการต่อต้านครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายและมีความยากลำบากอย่างยิ่ง แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากการต่อต้าน

อย่างถึงทีสุดเท่านั้น และพวกเราจะทำภารกิจนี้จนถึงนาทีสุดท้ายที่ยังสามารถกระทำได้

ทางเครือข่ายพลเมืองต่อต้าน Single Gateway จะจัดกิจกรรมต่อต้านนี้ อย่างต่อเนื่อง และจะจัดกิจกรรมต่อต้านต่อไปจนกว่า เสรีภาพจะกลับคืนสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ประกาศ ณ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway

#Anonymous #OpSingleGateway
///////////

Thailand F5 Cyber Army against Single Gatewayถูกใจเพจ
28 กรกฎาคม ·
กฎเหล็ก ๘ ข้อ ประจำตัวของ AnonThai และกติกาของนักรบไซเบอร์ (Cyber Warriors) ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน..... (ปรับปรุงครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙)

๑. ใส่เสื้อเกราะ พรางตัวทุกครั้ง
ไปมาไร้ร่องรอย ไม่มีชื่อ ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป คือ นักรบไซเปอร์นิรนาม......

๒. รักษา ตัวตนของตนซึงก็คือ IP address เยี่ยงชีวิต
หมั่นตรวจสอบ IP สม่ำเสมอ จนเป็นความเคยชิน......

๓. ไม่ทำ นอกกฎ กติกาของนักรบไซเบอร์ ซึ่งเป็นกติกาส่วนรวม
พึงระลึกตลอดเวลาว่า ความปลอดภัยสูงสุดของทีม ต้องมาก่อนส่งอื่นใด......

๔. มีวินัย รักษาชั้นความลับของจัดตั้ง ของหน่วยและขององค์กรอย่างสูงสุด ไม่พูดคุย สอบถามเรื่องภารกิจนอกหน่วยจัดตั้งโดยเด็ดขาดในทุกกรณี ยกเว้นในกรณีได้รับมอบหมายจากหน่วยจัดตั้ง

เท่านั้น
นักรบที่ดีของ Thailand F5 Cyber Army ต้องมีวินัย สูงสุด......

๕. รับผิดชอบ หน่วยจัดตั้งและภารกิจ โดยจะทำทุกอย่างจนภารกิจลุล่วงไป
เมื่อรับภารกิจใดๆมาแล้ว จักทำอย่างเต็มความสามารถ......

๖. ไม่ใช้เฟส เปิดหน้า พูด คุย หรือติดต่องานกับทุกคน รวมถึงพูดคุยเรื่องภารกิจโดยเด็ดขาด(ยกเว้นเพียงแต่การสมัครเรียนที่ไม่ผิด)
โปรดอย่าลืมว่า ภารกิจนี้ เป็นภารกิจลับของนักรบไซเปอร์ นิรนามผู้ไร้ตัวตน เท่านั้น.....

๗. ไม่เผยแพร่ โปรแกรมใดๆ หรือ วางลิงค์ใดๆ จนกว่า ทางครูฝึกจะอนุญาต
พึงระลึกไว้ว่า โปรแกรมทุกชนิด ทุกลิงค์ นำอันตรายมาสู่ตัวท่าน หมั่นเช็คไวรัสของทุกลิงค์เสมอ......

๘. ไม่พูดความเท็จ และเชื่อฟังคำตักเตือนของครูฝึกอย่างเคร่งครัด (ทั้งนี้โดยไม่ละเมิดกฎเหล็ก ๘ ประการ) ทั้งนี้เพราะครูฝึก คือ คนที่จะช่วยทำให้ท่านปลอดภัย จำไว้เสมอ.....

หมายเหตุ : กฎเหล็กนี้ใช่มา ๑๔ รุ่นแล้ว ช่วยให้นักเรียนของเราทุกคนปลอดภัยมาโดยตลอด แต่เพื่อทั้งนี้ให้สอดคล้องกับการขยายงานและขยายหน่วยของ Thailand F5 Cyber Army ต่อไป จึงจำเป็น

ต้องปรับปรุงกฎเหล็กในครั้งนี้

กลุ่มค้าน พรบ.คอมพ์ โพส ยีนยันการเคลื่อนไหว..

กลุ่มค้าน พรบ.คอมพ์ โพส ยีนยันการเคลื่อนไหว..
///
ทหารก็ข้อร้อง วิงวอน เป็นเหมือนกันเนอะ....
พิจารณาข้อเสนอของเราที่พวกเราได้แจ้งไปแล้ว
พวกเรารอคำตอบอยู่........
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
คำขอเดียวเท่านั้น.....
พวกเราเพียงขอในส่ิงที่พวกเรายังมีอยู่ คือ ขอ เสรีภาพสุดท้ายในโลกออนไลน์เอาไว้เท่านั้น อย่ามาพรากเสรีภาพสุดท่้ายไปจากประชาชนเลยยย
และสิ่งที่พวกเราเรียกร้อง คือ ส่ิงที่พวกเรามีอยู่แล้วเท่านั้่น พวกเราจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเอาเสรีภาพสุดท้ายนี้ไปอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาพวกเราสูญเสียเสรีภาพในโลกภายนอก ด้วยกฎหมายต่างๆนานา พวกเราสูญเสียอนาคต สูญเสียโอกาสในการทำงานที่ดีจากคณะ คสช. ยังไม่เพียงพออีกหรือ ?
แต่นี่คือ สงครามไซเบอร์ อยากให้เพื่อนๆทุกคนเข้าใจ เพราะจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการสุญเสีย เสียหาย อนึ่งการลงมติเมื่่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการรัฐประหารซ้ำในโลกออนไลน์ และนี่คือการต่อต้านการรัฐประหารดังกล่าวของเรา
อ่านในแถลงการณ์ล่าสุดของเรา
คำขอของเราคือ ให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งให้มติการประชุมในวันที่ 18 ธันวาคม 59 และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นโฆษะ และให้รอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาดูแลต่อไป
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
“กลาโหม” วอนกลุ่มป่วนหยุดระดมแฮกข้อมูลราชการ พรุ่งนี้ ต้าน พรบ.คอมฯ ชี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา รับ กห.โดนด้วย ยันไม่เสียหาย มีระบบป้องกัน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเว็บไซค์กระทรวงกลาโหมโดนกลุ่มบุคคลแฮกข้อมูลเพื่อแดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. ว่า ยอมรับว่าเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมมีกลุ่มบุคคลพยายามเจาะข้อมูล แต่ไม่ส่งผลกระทบอะไร และไม่ได้สร้างเสียหายอะไรมากนัก ทั้งนี้ตนขอความร่วมมือว่าขอให้หยุดกระทำดังกล่าว เนื่องจากจะเกิดความเสียหายให้กับหน่วยงานราชการ มากไปกว่านั้นจะทำให้เกิดเสียหายต่อประเทศชาติ และประชาชนในภาพใหญ่ ทั้งนี้ตนมองว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันคงไม่ทำให้ประเทศเสียหาย คงมีแต่ต่างชาติที่โจมตีกันเอง ในเมื่อเราเป็นคนไทยแล้วจะมาโจมตีกันเอง เพียงเพราะความไม่เข้าใจร่างกฎหมายดังกล่าว ตนคิดว่าไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา ดังนั้นตนขอร้องไปยังกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้หยุดการกระทำดังกล่าว
“มีการตรวจพบเมื่อวาน ว่ามีบางกลุ่มพยายามเจาะข้อมูลเว็บไซด์กระทรวงกลาโหม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะว่าเรามีระบบป้องกันเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะเรามีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา รวมถึงในส่วนของเหล่าทัพด้วย ในเมื่อเกิดเหตุการณ์เราก็ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ไม่ได้ไปท้าทายใคร ส่วนที่มีเว็บต่างชาติเข้ามาร่วมโจมตีด้วยนั้น ผมขอความร่วมมือว่าไปยังต่างชาติ และเราก็อย่าไปท้าทายเขา เพราะการเข้าไปทำลายสร้างความเสียหายให้หน่วยงานราชการไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เช่น ไปทำลายระบบการเงิน ธนาคาร การขนส่ง สนามบิน จนเกิดความเสียหายให้ประชาชนทั้งประเทศ” พล.ต.คงชีพ กล่าว
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีพฤติกรรม และการกระทำดังกล่าว เพื่อให้เห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นว่าการเข้าไปแฮก ไปทำลาย และดึงข้อมูลหน่วยงานราชการไม่ใช่เรื่องดีเลย ซึ่งตนเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีสิทธิ์ แต่อย่าไปไปก้าวล่วงสิทธิ์คนอื่น เพราะทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันความพยายามเอากฎหมายดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับซิงเกิลเกตเวย์ (single gateway ) นั้น ตนคิดว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามทำความเข้าใจแล้ว
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการนัดหมายกันในพรุ่งนี้ (20 ธันวาคม) เพื่อเข้าโจมตีเว็บไซด์หน่วยงานราชการครั้งใหญ่ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนอยากขอร้อง และขอความร่วมมือหยุดดำเนินการ ส่วนป้องกันการโจมตีดังกล่าวนั้นคิดว่าทางรัฐบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว

กลุ่มค้านพรบ.คอมพ์โจมตีเวปกลาโหมและดิจิตอล

(19ธ.ค.59 )13:00น.เพจ พลเมืองต่อต้านSingle Gateway โพสให้ สมาชิกปฏิบัติการโจมตีเวปหน่วยงานราชการ ตั้งแต่เวลา 13:00น.-21:00น.ของวันนี้ โดยมีเป้าหมายคือ กระทรวงดิจิตอล และกระทรวงกลาโหม..

โปรดร่วมกันแสดงพลังประชาชน
ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 21.00 น. พิกัดเป้าหมาย คือ
1. กระทรวง ดิจิตอล
http://www.mict.go.th/www.mict.go.th/index.html
IP= 103.55.140.193
2. กระทรวง กลาโหม
http://www.mod.go.th
IP= 210.246.94.90
3. รอเวลา
4. รอเวลา
หมายเหตุ : ถึง โฆษกกระทรวงกลาโหม ปากบอกว่า ขอร้อง วิงวอน แต่ลับหลัง ส่ิงที่พวกท่านทำคือ การเดินหน้ากดหัวประชาชน แสดงออกมาเป็นรูปธรรม ว่า พวกท่านกำลังจะหยุดจริงๆ แล้วถึงมาวิงวอน....

แถลงการณ์กลุ่มพลเมืองต่อต้าน SingleGateway

แถลงการณ์กลุ่มพลเมืองต่อต้าน SingleGateway
เรื่อง การยกระดับการโจมตี ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมเป็นต้นไป
จากการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้ใช้เสียง 168 เสียง โดยถือว่า เป็นเสียงที่มาจากการแต่งตั้งของผู้ถืออาวุธ(คสช.) ไม่สนใจเสียงคัดค้านของประชาชนจำนวนมากกว่า 360,000 คนที่ลงรายชื่อคัดค้านแต่อย่างใด มีมติผ่าน กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และหลังจากนัั้น พลเมืองไทยและพันธมิตรผู้รักในเสรีภาพจากต่างประเทศ จำนวนมากได้ร่วมกันต่อต้านในทุกรูปแบบในตลอดสองวันที่ผ่านมา ตามทีสื่อต่างๆได้รายงานแล้ว
แต่กระนั้น ทางโฆษกรัฐบาลกลับบิดเบือน ออกข่าว ประดุจว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้น ทั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติระดับล่างเดือดร้อนพอสมควร ต่างได้เขียนวิงวอน อ้อนวอนมามากมาย ทำให้พวกเราต้องประกาศจุดยืนจำกัดการโจมตีโดยหลีกเลี่ยงเป้าหมายหน่วยงานทางการศึกษาและสาธารณสุข เพื่อไม่ให้กระทบต่อ เด็กและผู้ป่วย ตามที่ได้มีแถลงการณ์แล้วนั้น
ดังนั้น เพื่อให้ทางรัฐบาลและประชาชนทราบล่วงหน้า จึงขอแจ้งให้ทราบว่า หากภายในวันที่ 19 ธันวาคม 2559 รัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่ผ่อนปรน ที่จะชลอ กระบวนการและขั้นตอน ของกฎหมายดังกล่าว ออกไป ทางกลุ่มพลเมืองต่อต้าน SingleGateway ขอยกระดับโจมตีใน Cyber War นี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป ขอให้ทุกฝ่ายทราบและเตรียมการลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและธุรกรรมต่างๆไว้ล่วงหน้า
นี่คือ สงครามไซเบอร์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการสุญเสีย เสียหาย อนึ่งการลงมติเมื่่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการรัฐประหารซ้ำในโลกออนไลน์ และนี่คือการต่อต้านการรัฐประหารดังกล่าว
จึงขอให้ประชาชนเข้าใจในเจตนารมณ์ของพวกเราด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2559
กลุ่มพลเมืองต่อต้าน SingleGayeway
หมายเหตุ : ถึงเพื่อนๆนักรบไซเบอร์ อนุญาตให้ลบฐานข้อมูลของเป้าหมายทุกแห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบกเตือนราชการระวังกลุ่มแฮกเกอร์ต่างชาติโจมตีข้อมูล

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบกเตือนราชการระวังกลุ่มแฮกเกอร์ต่างชาติโจมตีข้อมูล
วันที่ 19 ธ.ค. 59 — พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบก กล่าวแจ้งเตือนสถานการณ์การโจมตีเว็บและการเจาะระบบหน่วยงานราชการอย่างผิดปกติอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มแฮกเกอร์จากต่างประเทศ จึงขอให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวัง ด้านมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, ช่องทางการเข้า – ออกระบบต่าง ๆ หากไม่มีความจำเป็น ให้ทำการปิดการใช้งานเป็นการชั่วคราว, กำหนดกฎ (Rule) หรือ มาตรการความปลอดภัยของ Firewall ให้เข้มงวดมากขึ้น เฝ้าระวังตรวจสอบการโจมตี รวมถึงการบุกรุกตลอดเวลา ควรประสานและแสวงหาความร่วมมือด้านความรู้ทางเทคนิคในการป้องกัน เพื่อรับมือการโจมตีกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และหน่ายงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
“บทบาทภารกิจหน้าที่ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก เป็นเพียงหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพบก เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามด้านไซเบอร์ และการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่ได้มีหน้าที่มาชี้แจงและบังคับใช้ข้อกฎหมาย เพราะไม่ใช่หน้าที่และไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าไปล้วงข้อมูลส่วนบุคคล การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงการโจมตี ตอบโต้ ทางไซเบอร์ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” – พล.ต.ฤทธี กล่าว
.....................
s.news

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

ป่วน จักรยานยนต์บอมบ์ หน้าร้านค้า อ.เทพา สงขลา ดับ 1 เจ็บนับสิบ

ป่วน จักรยานยนต์บอมบ์ หน้าร้านค้า อ.เทพา สงขลา ดับ 1 เจ็บนับสิบ

จักรยานยนต์บอมบ์ หน้าร้านค้า อ.เทพา สงขลา

           เกิดเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ หน้าร้านขายของชำ อ.เทพา จังหวัดสงขลา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บนับ 10 คน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

           เมื่อประมาณเวลา 20.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2559 ได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์บอมบ์ ที่บริเวณหน้าร้านขายของชำ ในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านตาแปด ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีรถไฟบ้านตาแปด

           เบื้องต้นมีชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ นายชม เพชรจำรัส นอกจากนี้ ยังมี ตชด. และชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บอีกทั้งหมด 10 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายนำระเบิดเพลิงเข้าวางไว้ในร้านขายของชำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ก่อนที่คนร้ายอีกชุดจะจุดชนวนระเบิด

จักรยานยนต์บอมบ์ หน้าร้านค้า อ.เทพา สงขลา
           หากมีความคืบเพิ่มเติม จะนำมารายงานให้ทราบต่อไป

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @sunaibkk

ข้อมูลจาก สำนักข่าว IN
N