PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพเล่าเรื่อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพเล่าเรื่อง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ : เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด

เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนบอกอะไรเราบ้าง?

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหนัก กระแสม็อบต่อต้านการเลือกตั้ง ปิดถนน ล้อมหน่วยเลือกตั้ง ศาลากลาง สำนักงานเขต โรงพิมพ์ จนถึงปาระเบิด ยิงกัน รวมทั้งกระแสปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มีให้เห็นทุกวัน

ผลการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ทั่วประเทศมีประชาชนมาลงคะแนนเสียง 45.84% หรือ 20.4 ล้านคน ในกรุงเทพฯ 26.18% หรือ 1.14 ล้านคน

59 จังหวัด สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ 100% ส่วน 9 จังหวัด (รวมกรุงเทพฯ) สามารถเลือกตั้งได้เพียงบางส่วน ที่เหลืออีก 9 จังหวัด จัดการเลือกตั้งไม่ได้เลย

ผมไม่ทราบว่าคนที่ไปเลือกตั้งเขาโหวตให้ใคร หรือโหวตโนไม่ประสงค์ลงคะแนน แต่ที่ประชาชนออกไปลงคะแนนเขาบอกแน่นอนคือ พวกเขาต้องการรักษากติกาประชาธิปไตยเอาไว้ เพราะจำนวนคนมาลงคะแนนสูงถึง 45.84% ในสถานการณ์ต่อต้านแบบนี้ ถือว่ามากอย่างน่าประหลาดใจ

ม็อบ กปปส. ไม่สามารถเอาไปอ้างได้เลยว่าเป็นชัยชนะของมวลมหาประชาชน เพราะขนาดขัดขวางการเลือกตั้งขนาดนี้ ยังมีคนออกมาเลือกตั้งสูงถึง 45.84%

วันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และยุบพรรคเพื่อไทย ขัดมาตรา 68 นายกฯยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล ดึงดันเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิชอบตามรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาธิปัตย์ รณรงค์ร่วมกับม็อบ กปปส. ของคุณสุเทพมาโดยตลอด ว่า "การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบ" ดึงดันยืนกราน ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดในโลก พรรคที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคที่ลงเลือกตั้ง และให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้เป็นโมฆะ ประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่ไปเลือกตั้งครั้งนี้คงมีความรู้สึกว่า คนที่ปฏิบัติตามกฎกติกา ตามกฎหมาย กลับถูกละเลย ส่วนคนที่ละเมิดกฎหมาย เล่นนอกกติกา ขัดขวางการเลือกตั้ง กลับเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง

เมื่อทุกอย่างกลับหัวกลับหาง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ การเลือกตั้งครั้งหน้าผมขอดูพรรคประชาธิปัตย์ก่อน หากพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ผมถึงจะลงด้วย หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง ผมก็ขอไม่ลงด้วย เพราะรู้ว่าลงไปแล้วจะเสียเงินหาเสียงไปเปล่าๆ

ส่วนประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตามกติกาคงคิดเหมือนผมว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลง ไม่ต้องออกไปเลือกตั้งให้เสียเวลา ถึงอย่างไรก็เป็นโมฆะอยู่ดี

โบราณเขาบอก "เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด" แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า "เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด"

เพราะประเทศนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยผิด "ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก" จริงๆ


วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

เมื่อ"อเมริกา"หนาวกว่าดาวอังคาร

..อเมริกาเหนือ ประกอบด้วย อเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ถูกแช่แข็ง
บางพื้นที่ บางรัฐ อุณหภูมิ ติดลบ 40 - 50 องศาเกิดจากลมหมุนวน
ในลักษณะ หมุนทวนเข็มนาฬิกา ด้วยความเร็วสูงบริเวณขั้วโลกเหนือ
..ซึ่งส่งผลให้อากาศหนาวเย็น ไปทั่วมหาสมุทร อาร์ติก พายุเกิดขึ้น
หลายลูกพร้อมกัน
..เกิดขึ้นผิดปกติ เพราะกระแสลม ของขั้วโลกเหนือ เกิดพัดเปลี่ยน
ทิศทาง พัดลงมาทางใต้ แทนที่จะพัดไปทางทิศเหนือ ทำให้อเมริกา
เหนือมีกาอาศหนาวเย็นกว่าดาวอังคาร


วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

หมวดเจี๊ยบ ปูด กปปส. มีแผนการลับ 10 ประการ

หมวดเจี๊ยบ ปูด กปปส. มีแผนการลับ 10 ประการ ลือ มีการให้ฤกษ์ปฏิวัติ 14 มกราคมนี้ จี้ อภิสิทธิ์ ตอบคำถาม พร้อมชี้แจงจุดยืน หากไม่เห็นด้วยให้ออกมาปรามม็อบ

ที่พรรคเพื่อไทย วันนี้ (6 มกราคม 2556) ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับข้อมูลจากผู้หวังดีแจ้งเข้ามาว่าทางแกนนำ กปปส. กำลังมีแผนการลับ 10 ประการ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ จึงอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเนื้อเดียวกับ กปปส. ออกมาตอบคำถามเหล่านี้ เพราะคนในสังคมกำลังกังวลกันอยู่ ดังนี้

1. จริงหรือไม่ ที่มีการจูงใจให้ทหารออกมาปฏิวัติ โดยหลอกทหารว่า ปฏิวัติคราวนี้แล้วทหารจะเป็นพระเอก

2. จริงหรือไม่ ที่มีการกล่อมทหารว่าการปฏิวัติจะไม่ถูกต่อต้านจากต่างชาติ เพราะจะมีการจัดฉากให้มวลมหาประชาชนไปมอบดอกไม้ให้ทหาร เพื่อสร้างภาพว่าเป็นการปฏิวัติที่ประชาชนเป็นผู้เรียกร้อง

3. จริงหรือไม่ ที่หมอดูให้ฤกษ์ปฏิวัติมาเป็นวันอังคารที่ 14 มกราคม เพราะเป็นวันโลกาวินาศ

4. จริงหรือไม่ ที่มีการวางแผนสร้างเงื่อนไขปฏิวัติ โดยให้มือที่สามยิงผู้ชุมนุม กปปส. เพื่อจะทำให้บาดเจ็บเฉย ๆ แต่หากพลาดทำให้คนเสียชีวิต ก็จะจ่ายเงินเยียวยาให้ไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท

5. จริงหรือไม่ ที่มีการเสนอโควต้าให้มวลชนกลุ่มต่าง ๆ ที่มาร่วมเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลให้เข้ามาเป็นสภาประชาชน หลังจากปฏิวัติและมีรัฐบาลคนกลางแล้ว เช่น โควตานักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ นายทุน และนักการเมืองรวมทั้งหัวคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์

6. จริงหรือไม่ ที่มีข้อเสนอว่าโควต้านายกฯ จะเป็นของทหาร

7. จริงหรือไม่ ที่ภายหลังการปฏิวัติ เป้าหมายของรัฐบาลคนกลาง คือการใช้อำนาจรัฐทำลายความชอบธรรมและยัดข้อหาต่าง ๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

8. จริงหรือไม่ ที่ภายหลังการปฏิวัติจะมีการทำลายชื่อเสียงและทำลายความชอบธรรมของกลุ่มประชาชนที่คิดต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. โดยการยัดเยียดข้อหาล้มเจ้า หรือกล่าวหาว่ารับเงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

9. จริงหรือไม่ ที่มีใบสั่งให้รัฐบาลคนกลางอยู่ในอำนาจได้ 1 ปี หากทำลายความชอบธรรมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองสำเร็จ และทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้ายังทำไม่สำเร็จตามแผน ก็จะยังอยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อย ๆ

10. จริงหรือไม่ ที่มีการตั้งธงไว้ว่า หากเกิดการยึดอำนาจขึ้น และประเทศอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลคนกลาง ถ้ามีประชาชนออกมาต่อต้านก็จะสั่งสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรง เพื่อปิดปากผู้ที่คิดต่าง"

สำหรับคำถามทั้ง 10 ข้อนี้ ร.ท.หญิง สุณิสา ได้เรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาชี้แจง พร้อมแสดงจุดยืน โดยหากนายอภิสิทธิ์ไม่เห็นด้วยก็ขอให้ห้ามปรามการกระทำของ กปปส. เพราะยังได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แม้วันนี้จะเป็นเบี้ยล่างของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ตาม ทั้งนี้ หากนายอภิสิทธิ์ไม่ออกมาห้ามปราม กปปส. เลย ถือว่าเป็นคนอำมหิตต่อประเทศชาติและคนไทยเป็นอย่างมาก

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์27 ธันวาคม 2556 02:23 น.
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
       “ฝันเด่น” เดินเท้าไปหา “พ่อหลวง” ที่วังไกลกังวล หดหู่ที่เห็นคนไทยทะเลาะกัน แถมยังมาฆ่ากันเอง บอกไม่เห็นจะมีทางออกอะไรเลย แจงไม่หวังว่าการเดินครั้งนี้จะทำให้อะไรดีขึ้นหรือไม่ แต่ตนมีความสุขที่ได้ทำ ดีกว่าไปร่วมชุมนุม ลั่นไม่ผิดที่ทุกคนจะมีความคิดของตัวเอง แต่ถามกลับแล้วทางออกมันคืออะไร หวังอยากให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม
     
       หลังจากที่ “โบ สุนิตา จรรยาธนากร” ภรรยาของ “เล็ก ฝันเด่น จรรยาธนากร” โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า “คุณฝันเด่น กับภารกิจส่วนตัว (คนเดียว) “เดินตามรอยเท้าพ่อ” เริ่มต้นที่หน้าบ้าน ปลายทางคือวังไกลกังวล หัวหิน โบถามว่าทำไมต้องเดิน? คุณเล็กบอกว่า บ้านเมืองเป็นแบบนี้ รู้สึกไม่สบายใจ นึกถึงตอนเด็กๆ มีอะไรสบายใจก็วิ่งไปหาป๊า (คุณพ่อ) ตอนนี้ป๊าเสียไปนานแล้ว เลยนึกต้องเดินไปหาพ่อหลวง อยู่แค่ด้านหน้าก็ยังดี คุณฝันเด่นยังบอกอีกว่า “มันเป็นความฝันของเล็กนะโบ ถึงมันจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆ แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตเล็กมาก”
     
       ส่วนพี่ชายของ “ฝันเด่น” อย่าง “ใหญ่ ฝันดี จรรยาธนากร” ก็ได้โพสต์รูปแฝดผู้น้อง เดินเท้าไปหัวหิน พร้อมข้อความระบุว่า “วันนี้ฝันเด่น พลังมาก เดินมาราธอนจาก กทม. ถึง หัวหิน คนเดียว...ความฝันของเล็ก จะกี่วันไม่สำคัญ แต่ต้องทำให้ได้จุดหมายปลายทางคือ คนที่เรารักที่สุดในโลกอยู่ตรงนั้น” จึงเกิดเป็นกระแสขึ้นว่าหนุ่ม “เล็ก” มีจุดมุ่งหมายในการเดินครั้งนี้อย่างไร ทางผู้สื่อข่าวบันเทิง เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ได้ต่อสายตรงถึงนักร้องชื่อดัง โดยเจ้าตัวบอกว่า…
     
       “จุดมุ่งหมายในการเดินในครั้งนี้คือต้องการหาความสุข ความสุขในตอนนี้คือความสงบ ความที่ไม่แตกแยกกัน อยากให้คนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิม เหมือนว่าบางครั้งเราลืมไปหรือเปล่าว่าเราเคยรักกัน ตอนนี้มันกลายเป็นว่าทำไมเราต้องมาทะเลาะกันด้วย อะไรก็ไม่รู้ที่มันไม่เห็นจะมีทางออกอะไร แล้วมันก็สูญเสียอะไรไปหลายๆ อย่าง อย่างวันนี้มันก็มีการสูญเสียขึ้นมาอีก”
     
       “แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าจุดประสงค์ของผม ผมจะตอบยังไงให้ทุกคนรู้สึกพอใจกับคำตอบผม แต่คำตอบของผมก็คือผมทำแล้วผมสุขใจ ผมทำแล้วผมมีความสุข ผมเลยอยากบอกว่าความสุขบางทีมันไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลหรอก มันเริ่มที่ตัวเรานี่แหละ เรารู้อยู่แล้วว่าตรงไหนมันคือความสุขเราก็ทำนะ ผมยังตอบไม่ได้ว่าผมทำแล้วเพื่ออะไร แต่ผมทำตรงนี้แล้วพอเจอคนเขาบอกผมว่าสู้ๆ นะ อันนี้ผมไม่มีคำตอบหรอก แต่คำตอบของผมคือผมอยากมีความสุขแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องพึ่งพาใครแล้ว ผมก็รู้ว่าความสุขอยู่ตรงไหน แต่ถ้าเกิดคนอื่นจะมองเป็นอย่างอื่นผมก็ห้ามไม่ได้”
     
       เผยเดินมา 2 วัน วันนี้(26ธ.ค.56)เดินทางถึงมหาชัยแล้ว
       “ตอนนี้ถึงมหาชัยแล้วครับ ค่ำไหนนอนนั่นครับ ระหว่างทางก็มีคนมาทักทายให้น้ำอะไรก็มีนะ เลี้ยงข้าวก็มีด้วย บางคนขับรถผ่านมาก็แวะทักทายพูดคุยเอาน้ำมาให้แล้ว ก็บอกว่าเราสู้ เพราะหลักๆ ตอนนี้คือเดินคนเดียว แต่ว่าวันนี้มีใหญ่(ฝันดี จรรยาธนากร)มาร่วมแจมด้วย และมีพี่ทนงศักดิ์(ทนงศักดิ์ ศุภการ) แล้วก็เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของใหญ่เขาก็มาร่วมๆ แจมด้วย มูลนิธิที่เคยทำงานด้วยกันก็มาขับรถปิดท้ายให้กลัวรถชน”
     
       พร้อมเผยอุปสรรคระหว่างทางมีมากมาย ทั้งทางใจและกาย ตอนนี้เท้าพองมากจนต้องเจาะเอาน้ำออกจากเท้า
       “อุปสรรคระหว่างเดินทางมีมากมายเลยนะ อุปสรรคทั้งทางกายทั้งทางใจ เท้าพองมากต้องเจาะน้ำออกจากเท้า แต่จริงๆ มันพองมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ แต่พอเดินวันนี้อีกก็เลยเริ่มผองขึ้นอีก แต่ก็อดทนได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือกล้ามเนื้อเราเราไม่เคยออกเดินไกล”
     
       “มาตอนนี้มันปวดเมื่อยมาก ปวดจนแทบขาจะก้าวไม่ออก วันนี้ก็เลยพักเร็วหน่อย พักตั้งแต่บ่าย 3 กว่า เดินมาประมาณ 43 กิโลฯ ได้ แต่เมื่อวานเดินได้ถึง 50 กว่ากิโลฯ แต่เมื่อวานมั่นใจในตัวเองมากนะ 3 วันถึง แต่พอวันนี้ไม่ใช่แล้ว เลยเปลี่ยนกระบวนการความคิดว่าจะถึงเมื่อไหร่ก็ถึงอ่ะ(หัวเราะ) แต่อย่างอุปสรรคทางใจก็คือความคิดเรา ตอนแรกไง มันง่ายไง หัวหินในความคิดง่าย ในความคิดเคยไปแล้ว แต่ไปทางรถ แต่พอเดินนี่มันไม่ง่ายนะ กว่าจะผ่านแต่ละเมตรมันยากนะ”
     
       บอกถ้าเดินถึงหน้าวังไกลกังวล ตนคงมีความสุขเพราะได้ทำสมความตั้งใจ
       “วันที่ 3 ก็เดินต่อประมาณตอน 7 โมงเช้า ถ้าผมเดินวันละ 40 กว่ากิโลฯ ก็อีก 3 วันถึง เพราะตอนนี้เหลืออีก 150 กว่ากิโลฯ ถ้าไปถึงหน้าวัง ก็คือไปถึงสมกับที่เราตั้งใจไว้ มันก็คงไม่ต้องไปถึงแล้วมีอะไรต้องทำนู่นทำนี่ คงไม่ได้ถึงขนาดนั้นก็แค่ว่าเราทำสำเร็จ ได้มาทำในสิ่งที่ตั้งใจของเรา คนเราเวลาตั้งใจทำอะไรแล้ว พอมันทำได้มันก็จะมีความสุขไง”
     
       คาดหวังว่าการเดินของเราในครั้งนี้จะทำให้อะไรดีขึ้นไหม?
       “ผมไม่รู้นะ ผมอยากจะบอกว่าการเดินของผมครั้งนี้ ผมไม่ได้ต้องการที่จะชักชวนใคร ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมทำได้ทำเท่ากับแรงที่ทำได้ ทำแล้วผมไม่ลืม ผมก็คิดตามที่ผมเคยไปทำรายการตามภารกิจในหลวง หรือได้คุยได้สัมพันธ์กับคนที่ได้อิทธิพลจากในหลวงในการได้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ได้เรียนรู้ตัวตนของเราว่าเราเป็นคนแบบไหน สมมุติว่าเราเป็นคนรูปร่างเล็กเราเป็นคนที่เก๋เรื่องนี้ เราต้องรู้ตัวเราเองให้ได้ เราต้องอยู่ในความพอดี เราต้องรู้ตัว แล้วมันจะมีความสุขในโลกนี้มันมีความสุขได้ทุกอย่างถ้าเราทำอะไรที่ไม่เกินพอดี”
     
       เครียดกับสถานการณ์บ้านเมืองจนต้องมาเดินเพื่อหาความสุขทางใจ แล้วความเห็นส่วนตัวอยากให้บ้านเมืองมีทางออกยังไง?
       “ถ้าถามถึงทางออกทางการเมือง คือทั้งวันนี้มีแต่คนถามผม ว่าผมเดินเพื่ออะไรเดินแล้วได้อะไร ถ้าเกิดทุกคนถามผมแบบนี้ก็เท่ากับว่า ไม่ว่าจะทำอะไรมันต้องมีเหตุผลรองรับ แต่ถ้าเราคิดดีแล้ว เราทำดีแล้วไม่ได้เดือดร้อนใครนะ มันก็จะเป็นเรื่องดีๆ แทนที่เราจะไปร่วมชุมนุมไปทำอะไร จริงๆ มันไม่ผิดหรอกทุกคนมีสิ่งที่จะคิด ผมเองก็มีสิ่งที่จะคิด แล้วทางออกมันจะยังไง มันต้องรุนแรงแบบนี้ต่อไปเหรอ หรือว่ามันต้องไม่เข้าใจกันแบบนี้ต่อไปเหรอ คือผมผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผมก็เป็นกู้ภัย ตอนที่เสื้อแดง ผมก็ช่วยนะ พูดตรงๆ”
     
       “ผมอยู่ร่วมกตัญญู ทหารถูกยิงผมก็ช่วย นักข่าวชาวบ้าน ผมทำทุกอย่าง ผมอยู่ท่ามกลางสมรภูมิความขัดแย้งมาในเกือบจะทุกๆ อัน แล้วผมมีความสงสัยว่าทำไมคนไทยต้องฆ่ากัน ทำไมต้องขัดแย้งกัน ถึงขั้นจะต้องลงมือกันเลยเหรอ แล้วมันก็ย้อนไปตอนที่ผมเป็นนักร้อง ตอนนั้นมันเป็นเมืองไทยที่สนุกมาก ไปไหนก็มีแต่คนทัก ไม่มีคนถามเลยว่าเจ้าเป็นใคร สีไหน ขนาดฝรั่งมาไม่เห็นมีใครไปถามเลยว่ามีวีซ่าหรือเปล่า แต่ทำไมวันนี้เราเจอหน้ากันทำไมเราถึงต้องถามว่าสีไหนชอบใครไม่ชอบใคร ทำไมล่ะ ไหนเราเคยบอกว่าเราเคยรักกัน”
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
      
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
      
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
      
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
      
“ฝันเด่น” เดินเท้าไปหัวหิน บอกมีความสุขที่ได้ทำดีกว่าไปชุมนุม หวังบ้านเมืองสงบสุข
       

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"ยักษ์" ใต้ทางด่วน ณ บางกอก



ตนแรก อยู่ที่เสาต้นแรกของแยกสุทธิสาร
- ตนที่สอง อยู่ก่อนข้ามแยกตรงเซ็นทรัลลาดพร้าว เดิมอยู่ตรงฝั่งตรงข้ามการบินไทย
แต่ถูกร้องเรียนมาว่า ทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตบ่อย เขาเลยย้ายไปไว้ตรงที่ก่อนข้ามแยกเซ็นทรัลลาดพร้าวแทน
 - - - - - - - - -  - - - - - - - - -  - - - - - - - - -  - - - - - - - - -  - - - - - - - - -
เรื่องราวเกิดขึ้นเนื่องจากมีการสร้างโทลเวย์เมื่อหลายปีก่อน ทุกอย่างราบรื่นไม่มีอะไร 
จนกระทั่งจะทำการยกเสาต้นนี้ขึ้น ซึ่งทำวิธีไหนยังไงก็ยกไม่ขึ้น
ประกอบกับ ดอนเมืองโทล์เวย์ตอนนั้นอยู่ในสภาวะขาดทุน ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ
จึงมีคนแนะนำให้ทางโครงการปั้นรูปยักษ์ แบกถนนไว้แก้เคล็ด
โครงการจึงขอให้ "กรมศิลปากร" ช่วยปั้นยักษ์สองตนนี้มาโดยการแกะสลักทำท่าแบกเสา 
ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก......
พอแกะเป็นรูปยักษ์ เสาต้นนั้นจึงยกขึ้นอย่างง่ายดาย และสถานะการเงินของโครงการดีขึ้น
ผู้คนนิยมใช้เส้นทางขึ้นตามลำดับ (ครั้งนั้นทางสร้างไปและเปิดให้ใช้ไปเป็นส่วนๆ)
ผ่านไปแถวนั้น อย่าลืมสังเกตุดูครับ

ที่มา: http://www.vclassspecial.com

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ดิว โบกธง หรือ ดิว ปริญณภัทร สุภาพ ผู้โบกธงไตรรงค์ เหนืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2556




ภาพของ ดิว โบกธง ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2556 กลายเป็นภาพทางการเมืองที่ถูกนำมาแชร์ต่ออย่างมากมายบนโลกออนไลน์ และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 อัญชลี ไพรีรักษ์ ได้พูดคุยกับ ดิว โบกธง หรือ ดิว ปริญณภัทร สุภาพ บนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดย ดิว โบกธง เปิดใจว่า ได้เดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. โดยตนได้ขอลางานมาชุมนุมหลายวันแล้ว ส่วนธงที่ใช้ในการโบกที่ฐานอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น ก็ซื้อมากว่า 2 ปีแล้ว 

และเมื่อ อัญชลี ไพรีรักษ์ ตั้งคำถามว่า เหตุใด ดิว โบกธง จึงตัดสินใจขึ้นไปยืนโบกธงอยู่บนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. งานนี้ ดิว โบกธง ตอบอย่างชัดเจนว่า ต้องการแสดงออกเป็นเชิงสัญลักษณ์ เพื่อไล่คนชั่วออกจากประเทศ จึงได้ปีนขึ้นไปโบกธงที่ฐานอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ก่อนปีนขึ้นไป ตนก็ได้กราบขอขมาวิญญาณเหล่าวีรชนแล้ว ส่วนเหตุที่เลือกใช้ธงชาตินั้น เพราะอยากให้ทุกคนรู้ว่า ชาติประกอบด้วย 3 สี ดังนั้น ในการนำพาประเทศให้เดินต่อไปเราไม่อาจขาดสีหนึ่งสีใดได้ และสำหรับคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าตนปีนขึ้นไปบนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้อย่างไรนั้น ตนขอตอบว่า ปีนขึ้นไปด้วยใจ และลงมาด้วยใจ

ซึ่งงานนี้ นอกจากเสียงชื่นชม ดิว โบกธง ในฐานะวีรบุรุษคนกล้าที่ปีนขึ้นไปยืนโบกธงเหนืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินานกว่า 6 ชั่วโมง แล้วก็ยังมีการตั้งคำถามว่า การกระทำ ดิว โบกธง สมควรเรียกว่า วีรบุรุษคนกล้า จริงหรือไม่ เพราะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถือเป็นสถานที่สำคัญ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แม่คะนิ้ง หรือ "เหมยขาบ" ที่อ่างขาง

ปรากฏการณ์แม่คะนิ้ง หรือ "เหมยขาบ"  หรือ น้ำค้างแข็งคลุมพื้นหญ้า ภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหหวัดเชียงใหม่ เป็นบริเวณกว้าง   เมื่อช่วงเช้า(18ธ.ค.56)ที่ผ่านมา   หลังพบว่า สภาพอากาศหนาวจัด  อุณหภูมิติดลบ  เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1387343072&grpid=02&catid=19&subcatid=1906





วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ยะลา ผังเมืองที่ดีที่สุดในประเทศไทย

"ผังเมืองยะลา" ได้ชื่อว่าเป็นผังเมืองที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้รับแนวคิดมาจากกรุงแคนเบอร์ร่าประเทศออสเตรเลีย 

ในเฟส วันนี้(13พ.ย.56) มีผู้โพส ภาพผังเมืองยะลา และ มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์ ว่า ผมเป็นคนยะลาแต่กําเนิด โตขึ้นมาได้เดินทางไปหลายจังหวัด ไม่เคยเห็นผังเมืองที่ไหนที่สามาถทําได้เหมือนที่ยะลาครับหลายคนบอกเหมือนใยแมงมุม แต่ผมอยากให้ลองนึกภาพของเป้ายิงปืนที่มีวงกลมซ้อนกันเป็นชั้นๆ และมีเส้นตรงตัดผ่านจุดศูนย์กลางเป็นเครื่องหมายบวก ผังเมืองของยะลาก็เป็นแบบนั้น เส้นสายต่างๆก็คือถนน ช่องว่างระหว่างถนนก็คืออาคารบ้านเรือนและส่วนราชการ

ความสวยงามอยู่ตรงที่ เริ่มจากตรงกลางของวงกลมจะเป็นศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะมีนํ้าล้อมรอบเป็นรูปวงกลม วงกลมถัดออกมาก็จะเป็นส่วนราชการต่างๆ เช่น ศาลากลาง ที่ทําการอําเภอ สถานีตํารวจ ฯลฯ วงกลมวงที่ถัดออกมาก็จะเป็นบ้านพักข้าราชการต่างๆ ขยายวงออกมาเรื่อยๆก็จะเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป

จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ไปทั้งอําเภอเมืองนะครับ พอเลยส่วนที่จะทําวงกลมได้ก็จะเป็นผังเมืองธรรมดา แต่ก็ถูกเชื่อมต่อด้วยถนนสายหลักหนึ่งสายที่ตรงออกไปจากศาลหลักเมืองออกไปทั้งสองด้าน ซึ่งเส้นนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คเลยก็ว่าได้เพราะถูกประดับประดาด้วยต้นประดู่ใหญ่ขนาบสองฝั่งเกือบจะตลอดทางซึ่งจะมีทางจักรยาน(ไบค์เลนเรามีมานานแล้วครับ)ประกบไปเกือบตลอดสาย ถนนสายนี้ตัดผ่านสวนสาธารณะใหญ่ และหอนาฬิกาแล้วตรงไปจนสุดที่สถานีรถไฟยะลา

ถ้าเล่ามากไปกว่านี้เกรงว่ายะยาวเกินไป จะสังเกตุเห็นได้ว่ามีการออกแบบอย่างเป็นระบบด้วยหลักการง่ายๆ ใช้การได้ดีและสวยงาม ผมยังจําได้เวลาถึงฤดูดอกประดู่บาน สองฝั่งทางจักรยานของถนนสายนี้จะกลายเป็นสีเหลืองสดใส มีผู้คนปั่นจักรยานไปมา สวยงามมากครับ

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ยิ่งลักษณ์ ลงพื้นที่น้ำท่วม บ้านสร้าง ปราจีน

(๑๕ต.ค.๕๖)น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงเรือแจกถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 















วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ยิ่งลักษณ์ควงประยุทธ์ ลงพื้นที่น้ำท่วมแปดริ้ว

(15ต.ค.56)น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางตรวจน้ำท่วมบริเวณเทศบาลตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พบปะประชาชนที่ประสบอุทกภัยพร้อมแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภั











วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ศักยภาพ ปจ.นครบาล

รัฐบาลนี้พยายามเร่งเพิ่มขีดความสามารถ ศักยภาพ จำนวน รวมไปถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่อต้านจลาจล อุปกรณ์และวัสดุควบคุมฝูงชน อย่างต่อเนื่องและอย่างเป็นระบบ 

หน่วยงานตำรวจที่ทำหน้าที่นี้ กำลังจะมีการขยับฐานะขึ้นเป็นเอกเทศ เพื่อใช้งานเฉพาะด้านได้อย่างเต็มรูปแบบตามมาตรฐานการควบคุมฝูงชนแบบนานาอารยะประเทศ