PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

พลิกปูมคนใกล้ชิด‘ทักษิณ’ถูกศาลสั่งคุก! ลุ้น‘ยิ่งลักษณ์-สมชาย-ก๊วนระบายข้าว’?

พลิกปูมคนใกล้ชิด ‘ทักษิณ’ ถูกศาลฎีกาฯสั่งคุก ‘ผู้บริหารแบงก์กรุงไทย-เครือกฤษดามหานคร’ โดนไปแล้ว 18 ปี ‘โอ๊ค-เลขาฯหญิงอ้อ’ โดนคุ้ยฟอกเงิน ‘เสี่ยเปี๋ยง’ คุก 6 ปี ยักยอกข้าวรัฐ เหลือชนักในคดีระบายข้าวจีทูจี-ข้าวถุงอีก ‘หมอเลี๊ยบ’ รายล่าสุด คุก 1 ปี เอื้อชินคอร์ปฯ ลุ้น ‘ยิ่งลักษณ์-สมชาย-บุญทรง-ภูมิ’
PIC yingluckkdd 26 8 59 1
‘หมอเลี๊ยบ’ หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย มันสมองของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาวที่สุดคนหนึ่งในแวดวงการเมืองไทย คือหนึ่งในนักการเมืองรายล่าสุดที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา กรณีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยุครัฐบาลนายทักษิณ ที่ดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมเอื้อบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง 
นับเป็นหนึ่งในหลายบุคคลที่ต้องถูกจำคุกภายหลัง ‘ทักษิณ’ หลบหนีคดีซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ ?
ที่ผ่านมามีใครกันบ้าง สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org พลิกปูมให้สาธารณชนรับทราบ ดังนี้
หนึ่ง กรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้สินเชื่อเครือกฤษดามหานครโดยทุจริต
กรณีนี้มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 มี ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ์ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 2 นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3 พร้อมด้วยอดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือกฤษดามหานคร (บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)) เป็นจำเลยที่ 4-27 ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกคนละ 12-18 ปี และให้เครือกฤษดามหานครชดใช้กว่าหมื่นล้านบาท
กรณีนี้ข้อเท็จจริงในคำพิพากษา มีการระบุถึง ‘นายใหญ่’ ซึ่งพยานบางรายอ้างว่าคือ ‘ทักษิณ’ หรือ ‘คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (อดีตภรรยานายทักษิณ)’ โทรศัพท์มาสั่งการให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้เครือกฤษดามหานครดังกล่าว แต่ท้ายสุดก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ‘นายใหญ่’ คือใคร 
ขณะเดียวกันคำพิพากษามีการระบุถึง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ-คุณหญิงพจมาน นายมานพ ทิวารี บิดา น.ต.ศิธา ธิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน และนายวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญจนาภา ที่ได้รับการโอนหุ้นและเงินจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ และเครือข่ายด้วย 
ซึ่งประธานผู้รับผิดชอบสำนวนในองค์คณะผู้พิพากษาคดีนี้ เชื่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวกระทำไปเพื่อเป็นประโยชน์ตอบแทนจากการที่บริษัทในเครือกฤษดามหานครได้รับการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ดังกล่าว ?
กรณีนี้ยังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบกรณีฟอกเงินของบรรดาผู้ที่ได้รับเงิน-เช็คจากนายวิชัยด้วยว่า เป็นการได้รับอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นผลประโยชน์ตอบแทนจากการที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้สินเชื่อโดยทุจริต ซึ่งปรากฏชื่อของนายพานทองแท้ นายมานพ นางกาญจนาภา และนายวันชัย เป็นหนึ่งผู้ถูกกล่าวหาด้วย และทั้งหมดได้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ดีเอสไอแล้ว
ขณะเดียวกันกรณีนี้ยังส่งผลสะเทือนไปยัง ‘สถานะ’ ของบริษัท เอคิวฯ ที่ผู้สอบบัญชีรายงานว่า ผู้บริหารชุดปัจจุบันยังไม่ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการชดใช้เงินกว่าหมื่นล้านบาทดังกล่าว ส่วนที่ดินซึ่งจำนองไว้และเตรียมนำออกมาขาย ประเมินราคาได้ประมาณ 8 พันล้านบาทเศษ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 1.6 พันล้านบาท รวมถึงสถาบันการเงินหลายแห่งต่างก็งดให้สินเชื่อกับบริษัทเอคิวฯ เป็นการชั่วคราวแล้ว
สอง กรณี ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ยักยอกข้าวรัฐสมัยรัฐบาลนายทักษิณ
กรณีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาจำคุกนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ ‘เสี่ยเปี๋ยง’ อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด (ปัจจุบันล้มละลายแล้ว) เป็นเวลา 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา ปรับ 12,000 บาท กรณียักยอกข้าวของรัฐที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศมาเป็นของตัวเองและนำไปจำหน่าย
ปัจจุบัน ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบว่า สุขภาพของ ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากพบข้อเท็จจริงว่า เข้าโรงพยาบาลสมุทรปราการค่อนข้างบ่อย อีกทั้งยังเคยถูกส่งมาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมาแล้ว 
นอกจากจะติดคุกคดีดังกล่าวแล้ว ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ยังถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และคดีระบายข้าวถุงในสต็อกของรัฐ โดยเฉพาะคดีระบายข้าวจีทูจี ที่ปรากฏชื่อเป็นจำเลยร่วมกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กับพวกรวม 33 ราย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาฯ รวมถึงมีการพิจารณาให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่รัฐด้วย
ส่วนในคดีระบายข้าวถุงในสต็อกของรัฐนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ปรากฏชื่อของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นเอกชนหลักในการนำข้าวในสต็อกไปจำหน่ายต่อเวียนขายแก่เอกชนรายอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคดีที่ปรากฏชื่อ 'เสี่ยเปี๋ยง' เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นระบายข้าวจีทูจีล็อตใหม่ หรือการระบายมันเส้นยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นต้น
สาม กรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมลดสัดส่วนการถือหุ้นคนไทยของบริษัท ชิน คอร์ปฯ ในบริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) จาก 51% เหลือ 40%
กรณีนี้ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก ‘หมอเลี๊ยบ’ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้ รมว.ไอซีที เนื่องจากแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมดังกล่าว เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชิน คอร์ปฯ และบริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ฯ รวมถึงกรอนุมัติแก้ไขโดยมิชอบ เนื่องจากไม่นำเสนอเรื่องผ่านมติคณะรัฐมนตรี
แม้จะมีการส่งเรื่องเข้าสู่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ตาม แต่ ‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ได้แย้งว่า นายทักษิณ เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท ชิน คอร์ปฯ (ขณะนั้น) ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับภาครัฐในสัมปทานดาวเทียม หากนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม จะเป็นการทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้ จึงไม่อนุมัติ และตอบกลับไปว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ 
ดังนั้นข้อเท็จจริงคดีนี้คือ การที่ นพ.สุรพงษ์ อนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมเองก็ ‘ผิด’ เพราะไม่มีอำนาจ-เอื้อประโยชน์ให้เครือ ‘ชิน’ แต่ถ้าส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ ‘ผิดอีก’ เพราจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นได้ เรียกว่าผิด ‘ทั้งขึ้นทั้งล่อง’ เลยทีเดียว !
ขณะที่อดีตปลัดไอซีทียุค ‘ทักษิณ’ และอดีต ผอ.สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ต่างก็ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 ปี เช่นกัน แต่รอลงอาญา 5 ปี เนื่องจากเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ‘หมอเลี๊ยบ’ และไม่มีอำนาจในการอนุมัติแก้ไขสัญญาดังกล่าว
นี่ยังไม่นับคดีก่อนหน้านี้ของ ‘หมอเลี๊ยบ’ ที่ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี กรณีแทรกแซงการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ครั้งนั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 อีกด้วย
ทั้งหมดคือคดีความภายหลังที่นายทักษิณหลบหนีออกไปต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ ‘ชะตาชีวิต’ ของคนใกล้ชิด ที่ปัจจุบันถูกศาลพิพากษาจำคุกทั้งสิ้น !
ไม่นับนักการเมือง ‘ซีกสีแดง’ ที่หลบหนีคำพิพากษา ‘จำคุก’ ของศาลฎีกาฯ ไปแล้ว เช่น นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ในคดีทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง และนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมช.มหาดไทย ในคดีทุจริตการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เป็นต้น
ขณะเดียวกันก็มีนักการเมืองที่เรียกได้ว่า ‘ใกล้ชิด’ นายใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่ง ศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้อง ได้แก่ นายนพดล ปัทมะ นักกฎหมาย-ทนายความประจำตระกูลชินวัตร กรณีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลนายสมัคร ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาสนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาต่อรัฐสภา ซึ่งศาลฯมีมติเสียงข้างมากว่า เป็นการปฏิบัติที่สมเหตุสมผล
นอกเหนือจากคดีดังกล่าวที่สิ้นสุดลงแล้ว ยังมีอีกหลายคดีที่ ‘คนใกล้ชิด’ ถูกศาลฎีกาฯพิจารณาไต่สวนอยู่ ได้แก่
หนึ่ง กรณีระบายข้าวจีทูจี
กรณีนี้ นอกเหนือจากนายบุญทรง นายภูมิ และ ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ แล้ว ยังมีชื่อของ ‘หมอโด่ง’ หรือ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการนายบุญทรง รวมอยู่ด้วย ซึ่ง ‘หมอโด่ง’ ถูกหลายฝ่ายระบุตรงกันว่าคือ ‘คีย์แมน’ คนสำคัญในการ ‘ดีล’ เรื่องระบาย ไม่ว่าจะปรากฏเป็นคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รวมถึงคณะอนุกรรมการระบายข้าวด้วย 
ปัจจุบัน ‘หมอโด่ง’ ได้ถูกศาลฎีกาฯออกหมายจับ เนื่องจากหลบหนีไม่มาฟังการไต่สวนในคดีดังกล่าว โดยอัยการคาดว่าได้หลบหนีไปทางประเทศกัมพูชา
ส่วนปัจจุบันจะอยู่ที่ไหน-ตามตัวอย่างไร ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ ?
สำหรับในรายของนายบุญทรง นายภูมิ และนายมนัส ต่างถูกที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเสียงข้างมากโหวตถอดถอนจากตำแหน่ง ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ห้ามลงเล่นการเมืองเป็นเวลา 5 ปีด้วย
สอง กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว
‘นารีขี่ม้าขาว’ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาวสุดรักของนายทักษิณ กำลังถูกศาลฎีกาฯไต่สวนกรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ส่งผลให้เกิดความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งคาดว่าอาจเสร็จสิ้นและมีคำพิพากษาในช่วงปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561 
โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และไม่มีการตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นในโครงการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย โดยในชั้นศาลฎีกาฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เบิกความยืนยันว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่พบการทุจริต ?
ขณะเดียวกันยังถูกที่ประชุม สนช. โหวตถอดถอนออกจากตำแหน่ง ทำให้หมดสิทธิ์ลงเล่นการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ด้วย ส่งผลให้อาจลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คาดว่าจะมีในช่วงปลายปี 2560-ต้นปี 2561 ไม่ทัน
สาม กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อปี 2551
กรณีนี้มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยนายทักษิณ เป็นจำเลยที่ 1 มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. (น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในปัจจุบัน) และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. เป็นจำเลยที่ 2-4 กรณีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ด้วยแก๊สน้ำตา ทำให้มีคนเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก 
เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนขั้วรัฐบาลจาก ‘สีแดง’ มาเป็น ‘สีเขียว’ โดยการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เนื่องจากมีความพยายามจาก ‘มือที่มองไม่เห็น’ เข้ามาดำเนินการในคดีนี้
เช่น มีหนังสือจากคณะรัฐมนตรี ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร ให้อัยการเข้าไปแก้ต่างคดีดังกล่าว โดยเข้าไปสู้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นโจทก์ โดยฝ่ายอัยการได้ทำหนังสือไปถึง 2 ครั้ง แต่ที่ประชุมศาลฎีกาไม่อนุญาต 
ต่อมา นายสมชาย พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.สุชาติ ได้ทำหนังสือร้องถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ขณะนั้นมีประธานคนใหม่ ได้แก่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีต ผบ.ตร. ยุค คสช. และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พล.อ.ประวิตร) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ในช่วงเป็น ผบ.ตร. โดยขอให้ ‘ถอนฟ้อง’ คดีดังกล่าว เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่
ปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว มีนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นประธาน มีที่ปรึกษากรรมการ ป.ป.ช. ตัวแทนสำนักคดี ตัวแทนสำนักกฎหมาย ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งตอนแรกทั้งหมดมีมติ ‘เอกฉันท์’ ไม่ถอนฟ้องคดีดังกล่าว
ทว่าต่อมามีตัวแทนกรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่งขอให้แก้ไขมติจาก ‘เอกฉันท์’ เป็นมติธรรมดา ซึ่งคณะกรรมการฯได้ดำเนินการไปตามนั้น และนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว คาดว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะมีการพิจารณากรณีดังกล่าว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคดีนี้คือ ต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ถอนฟ้องก็ตาม แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยไปแล้วว่า ในการสู้คดีในชั้นศาลฎีกาฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะสู้อย่างเต็มที่หรือไม่ เพราะเห็นได้ว่า มีพยานฝ่ายโจทก์หลายราย เช่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ได้ถอนตัวจากการเป็นพยานฝ่ายโจทก์แล้ว และฝ่ายโจทก์ก็ไม่ติดใจจะไต่สวนอีก ?
ดังนั้นสิ่งที่ต้องลุ้นกันในช่วง 1-2 ปีนี้คือ ทั้ง 3 คดีนี้จะมีบทสรุปเช่นใด และจะมีใคร ‘หลบหนี’ ตามรอย ‘นายใหญ่’ ไปอีกหรือไม่ ?

ประเทศไทยขึ้นแท่น"เกย์เยอะ"ที่สุดอันดับ10ของโลก

ประเทศไทยขึ้นแท่น “เกย์เยอะ” มากที่สุด อันดับ 10 ของโลก

Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 08 ต.ค. 2557 เวลา 19:20:09 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ต้องยอมรับว่า Social Network เป็นโลกที่ทุกคนสามารถแสดงตัวตน ความความคิดเห็น และมีจุดยืนที่ชัดเจนได้อย่างเปิดกว้าง วันนี้ทาง Zocial, inc. บริษัทรวบรวมข้อมูลและบริการวิเคราะห์ข้อมูลบนโลกออนไลน์ ขอหยิบยกประเด็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่น่าสนใจมาขยายภาพให้นักการตลาดดูข้อมูลเชิงลึกและนำไปประยุกต์ได้ กับกลุ่มที่มีความสนใจและความต้องการเฉพาะตัว คือกลุ่ม “เกย์” ที่มีการเปิดเผยตัวตนและสังคมเริ่มให้การยอมรับ มากขึ้น

ที่มา http://www.zocialinc.com/blog/gay_population_global/


ภาพรวมประชากรเกย์
  • ในโลกของ Facebook มีประชากรเกย์ทั้งโลกรวมกันทั้งหมดกว่า 15.4 ล้านคน
  • โดยประเทศที่มีประชากรเกย์บน Facebook มากที่สุดคือ อินเดีย (3 ล้านคน) สหรัฐอเมริกา(760,000 คน) และอียิป (640,000 คน) ตามลำดับ
  • โดยทวีปที่มีประชากรเกย์บน Facebook มากที่สุดคือ
  1. เอเชีย (8.5 ล้านคน)
  2. ยุโรป (2.5 ล้านคน)
  3. แอฟริกา (2.3 ล้านคน)
  4. อเมริกาเหนือ (1.2 ล้าน คน)
  5. อเมริกาใต้ (700,000 คน)
  6. ออสเตรเลีย (100,000 คน)
10 อันดับประเทศที่มีประชากรเกย์บน Facebook มากที่สุดแบ่งตามทวีป
เอเชีย
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1India3 ล้าน108 ล้าน
2Vietnam620,00026 ล้าน
3Indonesia540,00068 ล้าน
4Philippines540,00036 ล้าน
5Pakistan500,00015 ล้าน
6Turkey480,00038 ล้าน
7Bangladesh400,0008.8 ล้าน
8Thailand340,00028 ล้าน
9Malaysia320,00016 ล้าน
10Korea280,00014 ล้าน
ยุโรป
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1United Kingdom220,00036 ล้าน
2Italy90,00026 ล้าน
3Germany84,00028 ล้าน
4Spain76,00020 ล้าน
5Poland34,00012 ล้าน
6Romania34,00012 ล้าน
7Belgium34,0005.6 ล้าน
8Netherlands32,0009 ล้าน
9Sweden28,0005.2 ล้าน
10Georgia19,0001.3 ล้าน
แอฟริกา
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1Egypt640,00020 ล้าน
2Morocco300,0007.6 ล้าน
3Algeria240,0007 ล้าน
4Nigeria194,00012 ล้าน
5Tunisia168,0004.4 ล้าน
6South Africa58,00011 ล้าน
7Tanzania52,0001.9 ล้าน
8Kenya44,0003.8 ล้าน
9Ethiopia44,0003.8 ล้าน
10Libya44,0001.8 ล้าน
อเมริกาเหนือ
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1United States760,000182 ล้าน
2Mexico240,00054 ล้าน
3Canada94,00019 ล้าน
4Dominican Republic42,0003.4 ล้าน
5Guatemala13,0003.4 ล้าน
6Haiti10,000740,000
7Puerto Rico8,8001.9 ล้าน
8Costa Rico8,0002.6 ล้าน
9EI Salvador7,4002.4 ล้าน
10Honduras6,6001.8 ล้าน
อเมริกาใต้
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1Brazil320,00094 ล้าน
2Argentina118,00026 ล้าน
3Peru74,00013 ล้าน
4Venezuela68,00011 ล้าน
5Chile54,00010 ล้าน
6Ecuador36,0007.6 ล้าน
7Bolivia14,0002.8 ล้าน
8Uruguay9,4002 ล้าน
9Paraguay8,0002.4 ล้าน
10Guyana1,000178,000
ออสเตรเลีย
อันดับที่ประเทศประชากรเกย์บน Facebookประชากร Facebook ทั้งหมด
1Australia74,00013 ล้าน
2New Zealand13,0002.6 ล้าน
3Papua New Guinea4.600280 ล้าน
4Fiji2,000280,000
5New Caledonia1,000124,000
6French Polynesia1,000120,000
7Guam1,00064,000
8Samoa1,00036,000
9Solomon Islands1,00028,000
10Tonga1,00028,000

   ซึ่งข้อมูลที่เรารวบรวมมาเพื่อจัดลำดับประชากรเกย์ของทั่วโลกมาจากการประมาณการเข้าถึง (Estimate Reach) ของ Facebook (ข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2557) ที่เพศชาย มีความสนใจในเพศชาย แบ่งตามประเทศ และประกอบไปด้วยข้อมูลอื่นๆ โดยตัวเลขเป็นการประมาณค่าซึ่งมาจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเองไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือสิ่งที่สนใจ และทั้งนี้ยังได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
Top 10 ประเทศที่มีกฎหมายรองรับการแต่งงานเพศเดียวกัน
Source: wikipedia.org
  1. United States*
  2. Brazil
  3. Mexico*
  4. United Kingdom
  5. Argentina
  6. Canada
  7. Spain
  8. South Africa
  9. Belgium
  10. Netherlands
*บางส่วนของประเทศ
ไอ้จ้อน” ของชนชาติไหนมีขนาดใหญ่ที่สุด
Source: targetmaps.com
  1. Republic of Congo 1 นิ้ว
  2. Ecuador 7 นิ้ว
  3. Ghana 8 นิ้ว
  4. Columbia 7 นิ้ว
  5. Iceland 5 นิ้ว
  6. Italy 2 นิ้ว
  7. South Africa 6 นิ้ว
  8. Sweden 9 นิ้ว
  9. Greece 8 นิ้ว
  10. Germany 7 นิ้ว
10 เมืองสวรรค์ของชาวเกย์
Source: ucityguides.com
  1. New york
  2. Madrid
  3. San Francisco
  4. London
  5. Berlin
  6. Paris
  7. Amsterdam
  8. Los Angeles
  9. Barcelona
  10. Miami

จากข้อมูลการจัดอันดับข้างต้น นักการตลาดหรือแบรนด์สินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกับกลุ่ม Niche Target ได้ และต้องยอมรับว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเฉพาะที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจการซื้อสูงเลยทีเดียวหากเจอสินค้าหรือบริการที่ถูกใจ เนื่องด้วยในประเทศไทยที่มีประชากรเกย์บน Facebook มากถึง 340,000 คน และเป็นอันดับ10ของโลกธุรกิจใดที่มีสินค้าหรือบริการที่ตรงกับกลุ่มคนเหล่านี้ ลองปรับกลยุทธ์การทำโฆษณาแบบเฉพาะเจาะดูอาจได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มอื่นๆ ได้อีก


สนธิชื่นชมบทบาทที่เปลี่ยนไปของประยุทธ์แต่แนะแก้จุดอ่อนเรื่องเศรษฐกิจ

เช้าวันศุกร์หลังเถ้าแก่ผ่านพ้นจากคดีในศาลฎีกาจากการลุกขึ้นมาต่อสู้กับทักษิณไปอีกเปลาะหนึ่ง เรากินข้าวเช้ากันและคุยกันถึงความเป็นไปในบ้านเมืองเฉกเช่นปกติ ตอนหนึ่งเถ้าแก่สนธิก็พูดขึ้นมาว่า "ประยุทธ์วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆแล้ว"ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า
"สองปีแรกที่ขึ้นมาเป็นสองปีแรกที่ไม่แน่ใจ แล้วคนที่ทำให้ประยุทธ์ต้องเป็นอย่างนี้นี่นะ มีอิทธิพลทำให้ประยุทธ์เปลี่ยนความคิดแล้วประยุทธ์เดินหน้าไปอย่างนี้นี่ก็คือไพบูลย์ คุ้มฉายา เพราถ้าไม่มีไพบูลย์ คุ้มฉายา ประยุทธ์จะโดนประวิตรครอบงำตลอด ทุกเรื่องเลย ประยุทธ์เป็นคนซึ่งคิดอะไรง่ายๆสั่งการให้ทุกคนทำ ลักษณะเป็นผู้บัญชาการทหารบก เฮ้ย ไปจัดการเรื่องนี้ เฮ้ยไปจัดการหน่อย แต่การสั่งการให้คนทำในยุคที่ประยุทธ์ขึ้นมานี่ คนที่รับงานต่อไปนี่ไม่มีความสามารถ มีไพบูลย์อยู่คนเดียวที่อยู่กระทรวงยุติธรรมแล้วไพบูลย์เนี่ยก็ใช้กฎหมายเดินหน้า ไพบูลย์ก็โชคดีที่ไพบูลย์มีชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล ชัยยะเป็นคนทำทุกเรื่องให้ไพบูลย์ ไพบูลย์ก็ทำเรื่องสำเร็จ พอแต่ละเรื่องทำสำเร็จปังปั๊บเนี่ย มันก็เหมือนปลดโซ่ตรวนของประยุทธ์ออกทีละข้อทีละข้อ เพราะก่อนหน้านั้นประยุทธ์ยังมีลักษณะปรองดองกับทักษิณ แต่พอปลดโซ่ตรวนออกปังปั๊บก็เอาดาบใส่มือให้ประยุทธ์ก็คือว่า หนีไม่ได้แล้วตอนนี้ต้องชนกับทักษิณแล้วนะเข้าใจมั้ย ใส่โซ่ตรวนการปรองดองออกแต่ใส่ดาบการปะทะกันเข้าไปแทนแล้ว นั่นคือที่มาตั้งแต่ถอดยศทักษิณแล้วเห็นมั้ย"เถ้าแก่ยกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอึกหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"สังเกตตอนแรกที่ชัยยะทำเรื่องถอดยศทักษิณ ประยุทธ์ยังชักเข้าชักออกนะ ยังไม่ชนเต็มตัวนะ ชัยยะพูดได้เลยเป็นตัวแปรสำคัญมาก มาช่วงหลังเนี่ยพอในที่สุดแล้วนี่เลขาปปง.คนเก่านี่พ.ต.อ.สีหนาทเนี่ยมันสนิทกับคุณหญิงอ้อ เพราะฉะนั้นสังเกตอย่างในยุคสีหนาท สีหนาทจะไม่ทำเรื่องอะไรก็ตามที่จะไปกระทบกระเทือนฝ่ายพรรคเพื่อไทยหรือคุณหญิงอ้อหรือทักษิณ ก็เลยทำให้ลักษณะประยุทธ์คล้ายๆว่าเอ้ยมึงเป็นเลขาปปง.ทำไมไม่ทำ เขาสั่งไปแล้วไงว่าให้ทำแล้วไม่ทำ คือลักษณะประยุทธ์จะเป็นอย่างนี้เขาไม่ลงรายละเอียดเขาไม่ทำเอง เอ้ยไปจัดการนะ แต่พอไม่จัดการประยุทธ์ก็ไม่รู้จะทำยังไง เข้าใจหรือเปล่า เผอิญจังหวะธรรมะจัดสรรตำแหน่งของไอ้สีหนาทมันหมดเทอมมันหมด ต้องเอาตัวใหม่ขึ้นมา สีหนาทมันวางแผนถึงขนาดจะมีการคัดสรรนะ เอากรรมการคัดสรรเพื่อมีเลขาปปง.ใหม่วางแผนไว้เรียบร้อยเลยนะ เตรียมที่จะเอาคนทางสายของพรรคเพื่อไทย ทักษิณ คุณหญิงอ้อขึ้นมาอีกที แต่เหมือนกับประยุทธ์รู้ทัน และไพบูลย์คงจะไปบอกประยุทธ์ ประยุทธ์ก็เลยตัดสินใจใช้มาตรา 44 แต่ก่อนจะใช้มาตรา44นี่ ประยุทธ์รู้ว่าชัยยะนี่เป็นน้องของเรา คำแรกที่ประยุทธ์พูดกับไพบูลย์ว่า เอ้ยนี่มันเด็กสนธินี่ ใช่มั้ย ไพบูลย์เขาเป็นคนตรงไปตรงมา เขาบอกจะเด็กของใครไม่สำคัญหรอกสำคัญคนนี้ทำงานได้ ใช่มั้ย แล้วชัยยะก็เป็นคนตรงไปตรงมา"เถ้าแก่เล่ายาวก่อนจะพูดต่อ
"ประยุทธ์ก็เลยขอพบ ชัยยะก็บอกว่าผมนี่เป็นน้องพี่สนธิเค้า อยู่กันมา30กว่าปีแล้วเขาเป็นคนดีเขาไม่เคยทำชั่วอะไร ทำไมผมจะคบเขาไม่ได้ ถ้าท่านไม่สบายใจผมเซ็นใบลาออกให้ล่วงหน้าเลย แต่ถ้าท่านใช้ต้องอย่าระแวง ประยุทธ์เขาชอบความเป็นนักเลงแบบนี้ ก็เลยในที่สุดคำว่าคนของสนธิก็เลยหมดไป ซึ่งชัยยะขึ้นประวิตรไม่ต้องการ เพราะประวิตรเขาวางสายคนของเขานี่ ตั้งแต่อธิบดีดีเอสไอจะเอาคนของเขาไปนั่งแต่ว่าไพบูลย์กั๊กวิธีการไม่ต้องการให้ประวิตรส่งคนเข้ามาไพบูลย์ก็เลยตั้งคนในดีเอสไอที่เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมตอนนั้นมารักษาการ คือให้คนข้างในขึ้นไม่ให้คนนอกเข้ามานี่คือวิธีการที่เขาสู้กัน แล้วก็แลกกันการที่ไพบูลย์สนับสนุนชัยยะขึ้นมาหรือจะทำไรก็ตามนี่ต้องแรกกับการที่ประวิตรจะเอาญาติขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นั่นคือที่มาของปฏิคม เหลืออีก3เดือนเกษียณก็ยังเป็นอธิบดี ไพบูลย์ก็ให้ไปเพื่อแลกกัน"
เถ้าแก่ยกถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มอีกครั้งแล้วเล่าต่อ "พอชัยยะขึ้นมาปังปั๊บเนี่ย ชัยยะขึ้นมา3เดือนเนี่ยผลงานออกมาเป็นชุดเลย นี่คือสิ่งที่ประยุทธ์อยากให้ข้าราชการประจำทำตามคำสั่ง พอแล้วประยุทธ์ก็บอกผมให้เข้าทำนี่ ก็ทำตามกฎหมายเขาผิดตรงไหน แต่ถ้าไม่ทำนี่ประยุทธ์ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยเป็นครั้งแรกที่เจออดีตตำรวจกล้าตัดสินใจเดินหน้าลุยชนทุกเรื่อง อิทธิพลมีไม่มีไม่สนใจทำให้เห็น จนกระทั่งพวกทักษิณเป๋ไปหมดเลย ทักษิณเป๋ไปหมดเลย ประยุทธ์โซ่ตรวนที่ถูกประวิตรครอบงำก็เลยหลุดหมดเหลือแต่ดาบที่อยู่ในมือ ตอนนี้นี่ชัยยะเป็นดาบอาญาสิทธิ์ของประยุทธ์ แล้วไพบูลย์อีกคนหนึ่ง มันก็เลยทำให้ประยุทธ์รู้สึกว่าเอ้ยถึงเวลาแล้ว ประยุทธ์ก็เริ่มแรงกับทักษิณทีละนิดทีละนิดสังเกตมั้ย ไม่เหมือนกับสมัยก่อนนะ เดี๋ยวนี้มีการไอ้ลูกหมานึกออกมั้ย พูดง่ายๆว่าเริ่มมีความมั่นใจแล้ว ที่ผ่านมาตัวเองไม่ใช่กลัว แต่ตัวเองขาดขุนพลไง เผอิญประยุทธ์มีครบแล้วตอนนี้มีไพบูลย์มีนั่น ขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเองคือทำยังไงให้กองทัพมันสงบ ในที่สุดก็เป็นที่มาของพล.อ.เฉลิมชัย ซึ่งเป็นฝ่ายวงศ์เทวัญ เป็นหมวกแดง การที่เฉลิมชัยมาครั้งนี้ก็เท่ากับว่าประยุทธ์จับมือกับป๋า เพราะไม่งั้นบูรพาพยัคฆ์ก็จะสืบทอดอำนาจต่อเพราะวางคนไว้หมดแล้ว เท่ากับตัดตอนบูรพาพยัคฆ์เลย จากนี้ไปสองสามรุ่นวงศ์เทวัญตลอด บูรพาพยัคฆ์ลืมไปได้เลยซึ่งประวิตรวางตัวพิสิษฐ์ เสธ.ทบ.ขึ้นปรากฎว่าเถียงกันหนักหน้าสาหัสสากรรจ์ในที่สุดประยุทธ์ชนะ ป๋านี่มีสิทธิ์มีส่วนมาก อิทธิพลป๋าสูงมาก เพราะฉะนั้นจากการไม่เปิดบ้านให้ กลายเปิดบ้าน ตัวผบ.ทบ.คนใหม่แสดงตัวว่าอยู่ข้างป๋าชัดเจน วันที่ที่ป๋าจัดคอนเสิร์ตไปเลยคนเดียวเลยนะ ไปยืนกับป๋าเลยนะ ตรงนี้ทำให้วันนี้เราเห็นภาพใหม่แล้ว บรรยากาศอึมครึมในเรื่องทหารหมดแล้ว วันนี้ที่น่าสนใจก็คือว่าประวิตรจะถอยแค่ไหน หรือประวิตรจะยอมรับสภาพแล้วต้องเล่นเกมต่อตามที่ประยุทธ์หรือสังคมหรือป๋ากำหนดให้เล่น แต่พี่มองแล้วประวิตรไม่มีหนทางสู้ประยุทธ์เลยตอนนี้ วิษณุออกมาลุยเรื่องปฏิรูปตำรวจแล้วเห็นมั้ย วิษณุนะลุยแล้วนะบอกทำเสร็จภายในปีนี้ 4 ข้ออะไรบ้าง อาวุโส หมายความว่าไงหมายความว่าจากนี้ไป เด็กของพัชรวาทเด็กของประวิตรพวกนี้เอามาฝากเอามายัดตรงโน้นตรงนี้ไม่ได้แล้วนะ ต้องอาวุโสอย่างเดียวแล้วนะก็เท่ากับว่า ในอดีตมีการซื้อขายตำแหน่งกันมาก เยอะมากเลย เขาก็เลยบอกว่าจากนี้แต่งตั้งอาวุโสอย่างเดียว ไม่มีสมัยก่อนอาวุโส 33 เปอร์เซนต์ ความสามารถ 33 เปอร์เซนต์ แล้วความเหมาะสมอีก33เปอร์เซนต์ ดังนั้นถ้ามี30คนตำแหน่งว่าง มีอาวุโสอยู่ร้อยคนได้ขึ้นแค่30คน อีก70คนวิ่งเต้นกันหมดนี่คือที่มาของการข้ามหัวคนไง แล้วการซื้อตำแหน่ง นี่สะท้อนให้เห็นการที่ประวิตรไม่ยอมปฏิรูปตำรวจ เห็นมั้ยว่าเกมออกมาแต่ละเกมเป็นเกมข้างบนทั้งนั้นเลย แล้วเมื่อวานนี้ที่จำคุกหมอเลี๊ยบเป็นการส่งสัญญาณที่แรงมากไปยังทักษิณ ให้รู้ว่าน้องสาวมึงไม่หรอก เพราะฉะนั้นทักษิณมีทางเดียวคือต้องเอาน้องสาวหนี เพราะพิพากษามาแล้วถ้าผิดยายปูอาจโดนประมาณ12ปี เผลอๆอาจจะมากกว่านี้สุดแล้วแต่เขาคิดยังไง บุญทรงโดนแน่นอนโดนหมด แต่ว่ายิ่งลักษณ์นี่ทักษิณต้องเอายิ่งลักษณ์หนี ต้นปีหน้านี่น่าจะพิพากษาแล้ว จากนี้ไปจนถึงต้นปีช่วงไหนหนีได้หนีแล้ว แล้วถ้าจะหนีในขณะนี้จะหนีทางชายแดนภาค5เชียงใหม่เชียงรายน่าน เพราะผู้บัญชาการภาค5คนปัจจุบันสนิทกับเยาวภา วงศ์สวัสดิ์มาก"เถ้าแก่พูดถึงตรงนี้แล้วนิ่งเงียบปล่อยให้บนโต๊ะออกความเห็นก่อนจะพูดต่อว่า
"พี่มองว่าประยุทธ์พอปลดแอกแล้วมีคนทำงานให้แต่เขายังพลาดอยู่เรื่องเดียว เขาไม่เก่งเศรษฐกิจ เขาเลยต้องพึ่งสมคิด จุดอ่อนของประยุทธ์ตอนนี้คือเศรษฐกิจ สมคิดทำเละหมดเลย คือประยุทธ์น่าเสียดายมากไม่รู้เรื่องนี้ โดนสมคิดกล่อมเสียจนเชื่อสมคิดหารู้ไม่ว่าสิ่งที่สมคิดทำนี่ คือการทำลายรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศไทยให้เจ๊งฉิบหายหมดเลย สมคิดมันทำเพื่อทุนอย่างเดียวเท่านั้นเอง คือน่าเห็นใจเขา เขาไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจเลยนะ แล้วสมคิดนี่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแบรนด์ดิ้งนะ สมคิดไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์คนนี่เข้าใจสมคิดผิดหมดเลยนะ สมคิดนี่เรียนจบมาทางแบรนด์ดิ้ง เชี่ยวชาญที่ทำอย่างไรที่จะโปรโมทอิมเมจของตัวเอง เน้นแบรนด์ดิ้งตลอด เป็นคนพูดเก่งแต่โอเปอเรชั่นใช้ไม่ได้เลย เพราะคนไม่เคยเข้าใจโอเปอเรชั่น จำไว้อย่างนะพี่เคยพูดหนึ่งถ้ายูเอาคนที่เคยเป็นอดีตนายแบงก์มาเป็นรัฐมนตรีคลังนะ เจ๊งทุกที เพราะมันมองปัญหาคลังแบบการเงิน เหมือนกับยูเอาหมอมาเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ยูต้องเอาคนที่ เรียนทางด้าน public health สาธารณสุขศาสตร์มาเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข เพราะว่าหมอเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขเข้าใจมั้ย เหมือนกันการคลังยูต้องเอาคนซึ่งมีภาพกว้าง แล้วต้องเป็นคนที่เข้าใจตลาดทุนด้วยอย่างลึกซึ้ง คนที่เหมาะที่สุดในสายตาของพี่ที่จะเป็นรัฐมนตรีคลังนะ แล้วผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายอย่างแล้วพิสูจน์กึ๋นตัวเองมาเรียบร้อยคือธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ธีรชัยอดีตเป็นรองผู้ว่าแบงก์ชาติ อยู่ฝ่ายควบคุมมาก่อนเรื่องการเงิน สองไปเป็นเลขากลต. อยู่ตลาดทุนเขาครบหมดเลยเพราะตลาดทุนมันรวมถึงภาพเอกชนหมดทุกอย่างไง สามที่สำคัญที่สุดเขาเป็นคนที่ออกมาสู้เรื่องพลังงาน เพราะฉะนั้นเขามีลักษณะที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นวันนี้คนที่เหมาะจะเป็นคลังมากที่สุด พี่ดูตัวในประเทศไทยแล้ว เหลือธีรชัยคนเดียว แล้วเขาเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด รวดเร็ว กล้าตัดสินใจ เขาอยู่แบงก์ชาติเขารู้หมดนี่แบงก์เป็นยังไง"
เถ้าแก่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า "ถ้าประยุทธ์หยุดคิดสักนิดหนึ่งแล้วหันมาดูเศรษฐกิจว่าใช้คนผิดหรือเปล่า ผิดเพราะสมคิดนี่เป็นนายหน้าของนายทุนหมดเลย สมคิดคือตัวแทนนายหน้า ทำงานทุกอย่างเพื่อทุน สมคิดนี่ควรที่จะออกมาเช่นได้ข่าวว่าปตท.จะเริ่มขายหมูปิ้ง ข้าวเหนียวสมคิดต้องบอกปตท.ให้หยุดคุณจะไปทำลายคนที่ทำมาหากินหาเช้ากินค่ำได้อย่างไร ตรงนี้สมคิดกลับมองไม่เห็นมองว่าเข้าปตท.ดีกว่า แล้วสมคิดก็ไม่สามารถลงไปแก้ปัญหาพลังงานได้ เพราะวันนี้ปัญหาพลังงานยังไม่มีใครลงไปแก้ทั้งระบบ ยังปล่อยให้ปตท.ยังปล่อยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นเจ้าแห่งพลังงาน กำหนดทิศทางของพลังงานซึ่งไม่ใช่ เพราะพวกนี้เป็นพวกหวงอำนาจตัวเองเคยชินกับการผลิตไฟฟ้าสร้างโรงไฟฟ้าแล้วพวกนี้ไปเข้าใจตัวเองผิด ว่าได้รับบัญชาจากสวรรค์มาว่าต้องรับผิดชอบเรื่องไฟฟ้าในประเทศไทย พวกนี้เข้าใจผิดเลยนะ ไม่มีพวกผมทำประเทศไทยมีไฟฟ้าได้อย่างไร เพราะฉะนั้นพวกผมทำพวกผมจะสร้างเขื่อนอย่างเดียว สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถ่านหินทุกอย่าง พวกนี้เป็นพวกเข้าใจผิดว่าได้รับบัญชาจากสวรรค์มานี่คือปัญหาใหญ่ของชาติซึ่งตรงนี้ประยุทธ์ไม่รู้เรื่อง ประยุทธ์ฟังฝ่ายนั้นฝ่ายเดียวแล้วบอกเอาเถียงกันนั่งคุยกันใช้วิธีนี้วิธีเดียวซึ่งถ้าเป็นนายกฯที่กล้าตัดสินใจต้อง เข้าใจข้อมูลและเชื่อข้อมูลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วฟังธงไปเลย"
"คืออย่างนี้ปตท.นี่ต้องถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลถือหุ้นเกิน 50 เปอร์เซนต์ เมื่อเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วมิสชั่นของปตท.ที่มีมาดั้งเดิมคืออะไร ต้องชัดเจนตรงนั้น เมื่อมิสชั่นมาคือต้องรักษาเสถียรภาพของพลังงานในราคาที่ถูกให้ประชาชนใช้พลังงานในราคาที่ถูกตรงนี้ มันต้องยืนตรงนี้ ไม่ใช่ปตท.มาอ้างว่าตอนนี้ธุรกิจน้ำมันมันกำไรน้อยลง มันก็เลยย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่ปตท.เข้าตลาดหลักทรัพย์คุณเข้าไปทำไม เพื่ออะไร สรุปแล้วคุณเข้าไปเพื่อทำมาหากินใช่มั้ยเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นเท่านั้นใช่มั้ย แล้วคนที่ได้49เปอร์เซนต์คือเอกชน นอมินีของนักการเมือง 51เปอร์เซนต์ของรัฐบาลเพราะฉะนั้นแล้วนี่คุณก็จากเดิมที่คุณไปคิดราคาน้ำมันแพงคุณฆ่าคนใช้น้ำมันวันนี้น้ำมันราคามันตกลงมาคุณคิดแพงแบบเดิมไม่ได้ คุณก็เริ่มจะมาฆ่ารากหญ้า เพราะฉะนั้นปตท.คือฆาตกรที่อำมหิตและโหดเหี้ยมที่สุด แล้วยังมีเรื่องการผูกขาดโรงงานขยะที่กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบประยุทธ์ก็ยังไม่ลงไปแตะเหตุผลก็เพราะคนที่คุมคือรุ่นพี่ตัวเองพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แล้วปรากฎว่าลูกชายของพล.อ.อนุพงษ์มีบทบาทมากในเรื่องของโรงไฟฟ้าขยะทั่วประเทศไทย ถ้าเขามีข้อผิดพลาดเขามีข้อผิดพลาดตรงข้อนี้ ถ้าเขาให้ความยุติธรรมกับกองทัพแล้วนะเขาน่าจะคืนความยุติธรรมให้กับประเทศไทยต่อไปในหลายๆด้านอันนี้เราโอเคเลย"เถ้าแก่ร่ายยาวก่อนจะตบท้ายว่า
"จุดอ่อนของประยุทธ์ตอนนี้คือสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องอื่นไม่ใช่เลย ตอนนี้เสถียรภาพเกิดกับกองทัพแล้วประยุทธ์ได้สร้างความยุติธรรมให้กองทัพอันนี้ถูกต้องต้องชมเค้า"

ป๋าเปรม ปลื้มปีติ ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าจัดงานอายุวัฒนมงคล 8 รอบ

ป๋าเปรม ปลื้มปีติ ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าจัดงานอายุวัฒนมงคล 8 รอบ
Cr:kapook
วันนี้ (26 สิงหาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 8 รอบนักษัตร พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 96 ปี ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กทม.
ทั้งนี้ ในโอกาสเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมามอบให้ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารด้วย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ. เกษม อยู่สุข เป็นผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมามอบให้เช่นกัน
อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ. เปรม เป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2531 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นประธานองคมนตรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2541
อย่างไรก็ดี พล.อ. เปรม มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และได้สวมชุดทรงพระราชทานสีส้ม โดยภายในงานนั้นมีเหล่าตัวแทนข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างมากมาย

ศาลทหารปล่อยตัวชั่วคราว"บูรณปกรณ์" 11 ผู้ต้องหาคดีจดหมายวิจารณ์รัฐธรรมนูญ


นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทีมทนายความของผู้ต้องหาคดีจดหมายวิจารณ์รัฐธรรมนูญ เผยว่า วันนี้ศาลทหารจังหวัดเชียงใหม่ อนุมัติปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 รายที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาว่าเกี่ยวพันกับจดหมายที่มีข้อความวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเข้าข่ายบิดเบือน โดยวางหลักทรัพย์ประกันคนละ 100,000 บาท
ศาลทหารเชียงใหม่ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงานขอฝากขังเป็นผัดที่ 3 โดยศาลกำหนดเงื่อนไข ห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการใดๆอันมีลักษณะยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ศาลระบุเหตุผลในการอนุมัติให้ประกันตัวครั้งนี้ว่า แม้พนักงานสอบสวนคัดค้านว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง มีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนหลายคน และเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อย และการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก และรอผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานของกลางและรอผลการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา แต่ศาลเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้ที่มีอาชีพและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หลักประกันเพียงพอและเชื่อถือได้ ประกอบกับผู้ต้องหาถูกขังระหว่างการสอบสวนมาแล้วระยะหนึ่ง และผู้ต้องหาน่าจะไม่มีโอกาสไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการใดๆ จึงมีคำสั่งอนุญาต
ผู้ต้องหาบางส่วนในคดีนี้เป็นนักการเมือง จ.เชียงใหม่ เช่น นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกอบจ.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายกอบจ.เชียงใหม่ อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรี ต.ช้างเผือก ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ถูกจับกุมและถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติประชามติ ละเมิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ว่าด้วยความมั่นคง
ภาพ: น.ส. ทัศนีย์ และผู้ต้องหาบางส่วนถูกนำตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการกองปราบปราม เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ก่อนจะถูกนำตัวไปฝากขังยังศาลทหารจังหวัดเชียงใหม่