PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

“ไม่ใช่เอกเทศ”…”ประวิตร”ยันหากไม่ทำโดน”ม.157” ย้ำอีกไม่ได้รังแก “ธรรมกาย”

"ไม่ใช่เอกเทศ"ประวิตรยัน หากไม่ทำโดน"ม.157"  ย้ำอีกไม่ได้รังแก"ธรรมกาย"
 
-20ก.พ.60-ผู้สื่อข่าวรายงานจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรว่า  เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคงรุ่น 1 ว่า ในกรณีวัดพระธรรมกาย เราต้องการให้อยู่ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และ คสช. ไม่ใช่เป็นเอกเทศ อยากจะทำอะไรก็ทำ 
"เมื่อพระธัมมชโยมีหมายจับ และศาลอนุญาตออกหมายค้นให้ผมค้นได้ผมก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำผิดตาม ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อผมใช้กำลังทหารหรือตำรวจหรือกำลังในส่วนดีเอสไอก็ต้องทำไปตามกฎหมายทั้งสิ้น ไม่ใช่วัดพระธรรมกายจะปกครองตนเอง เป็นเอกเทศของตนเอง เอาลูกศิษย์ลูกหามาปกป้อง ซึ่งมันไม่ได้ เราต้องเข้าไปให้ได้หมด เราไม่ได้สนใจว่าจะจับพระธัมมชโยได้หรือไม่ได้   แต่เราสนใจคือต้องปฏิบัติการที่ศาลสั่งให้ได้ และเจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกายให้ได้ ไปตรวจทุกมุมทุกแห่งให้ได้ มาปิดกั้นตรงไหนไม่ได้ ตรงนี้ถือเป็นประการสำคัญ ดังนั้นต้องเข้าใจรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่ได้กดชี่หรือใช้ความรุนแรง เมื่อมีสองพวก คือพวกหนึ่งบอกว่าทำไมจับไม่ได้ ทำอะไรก็ทำไม่ได้ อีกพวกหนึ่งก็มองว่าไปรังแกพระ ก็ทำตามกฎหมาย"
ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่า  ศาลอนุมัติหมายจับออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ และต้องเข้าได้ทุกที่ภายในวัด ยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปรังแกใครดังนั้นอยากให้ลูกศิษย์ และพระลูกวัดต้องเข้าใจด้วยในการบังคับใช้กฎหมาย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตัวเปล่า ไม่พกพาอาวุธ ไม่มีกระบอง และโล่แต่อย่างใด ทั้งนี้ได้กำชับไปยังนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรมว่า   ต้องไปสร้างความเข้าใจกับพระในวัด รวมทั้งลูกศิษย์ ซึ่งขณะนี้ที่สามารถเข้าได้ทั้งหมดแล้วมีเพียงประตู5 ประตู6 ที่ยังติดค้างอยู่
 
“ ยืนยันว่าไม่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ กับพระและลูกศิษย์ แต่อาจมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ซึ่งคนจะเข้าก็ต้องมีการผลักกันไปนิดหน่อย เป็นธรรมดา ไม่ได้ตีกันจนหัวร้างข้างแตก"พล.อ.ประวิตรกล่าวเเละว่า  ส่วนกรณีที่เครือข่ายวัดพระธรรมกายทั่วโลก ออกมาเรียกร้องว่าอย่าทำร้ายพระและอย่าเข้าไปในวัดนั้น  ตนคิดว่าก็เห็นชัดเจนว่าทำหรือไม่ เราไม่ได้ทำอะไรรุนแรง แล้วตอบได้หรือไม่ว่าพระธัมมชโยอยู่ที่ไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจค้น 
"แม้ว่าวัดจะออกมาประกาศว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัด ก็ไม่เป็นไร ขอเราดูหน่อยได้ไหมเท่านั้นเอง จะเสียหายตรงไหน” พล.อ.ประวิตร กล่าวเเละว่า วัดพระธรรมกายอยู่ภายใต้กำกับของมหาเถรสมาคม ไม่ได้อยู่อย่างเอกเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นอาจผิดตาม ม.157 ฐานปล่อยปละละเลย เมื่อถามว่าจะมีมาตรการป้องกันการแทรกซึมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้กำลังตำรวจและทหารป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปข้างในวัด ส่วนพื้นที่ในวัดมีความอันตรายหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ตรวจดูยังไม่เจอ และคิดว่าไม่อันตราย เราเพียงไปดูทุกพื้นที่ว่าพวกที่มีหมายจับอยู่หรือไม่ ถ้าไม่อยู่ก็จบ
 
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการออกหมายเรียกพระ14 รูปมารายงานตัว ถ้าทั้ง14รูปไม่มา  จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ดีเอสไอ ต้องทำตามขั้นตอน และทำตามกระบวนการ หากไม่มารายงานตัว2 ครั้งก็ออกหมายจับตามกฎหมาย

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เพลง "ทะเลใจ", พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี, แอ๊ด คาราบาว และเหตุการณ์พฤษภา 2535

เพลง "ทะเลใจ", พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี, แอ๊ด คาราบาว และเหตุการณ์พฤษภา 2535
Feed
6 ชม.
เพลง "ทะเลใจ", พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี, แอ๊ด คาราบาว และเหตุการณ์พฤษภา 2535
---
17 ก.พ. 2560 สื่อมวลชนสายการเมืองต่างรายงานข่าว "พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี" อดีต ผบ.ทบ. และ รมว.มหาดไทย ได้ถึงแก่อนิจกรรมขณะมีอายุ 84 ปี ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ในการรัฐประหารปี 2534 พล.อ.อิสระพงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
ขณะเดียวกัน เขายังมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งเพราะเป็นเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกัน และภริยาของ พล.อ.สุจินดา คือน้องสาวแท้ๆ ของ พล.อ.อิสระพงศ์
อีกข้อมูลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่อาจหลงลืมกันไป (หรือไม่เคยรับรู้) ก็คือ เพลง "ทะเลใจ" หนึ่งในงานคลาสสิคของ "ยืนยง โอภากุล" หรือ "แอ๊ด คาราบาว" (จากอัลบั้มชุด "พฤษภา" ที่เขาทำร่วมกับ "อี๊ด ยิ่งยง" คู่แฝด) นั้น มีที่มาจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเดือนพฤษภาคม 2535 ที่ก่อกำเนิดขึ้นเพื่อประท้วงการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.สุจินดา
หลังโศกนาฏกรรมเดือนพฤษภา 35 ยืนยงได้แต่งเพลง "ทะเลใจ" ขึ้นมา เพื่อระลึกถึงหนึ่งในแกนนำ รสช. อย่าง พล.อ.อิสระพงศ์
เขาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของเพลงนี้กับนิตยสาร MTV TRAX ฉบับเดือนกันยายน 2548 สรุปความได้ว่า
ตนเองกับ พล.อ.อิสระพงศ์ เคยเป็นคนรักใคร่ชอบพอกัน แต่สุดท้ายก็ต้องกลายมาเป็นศัตรูกันในเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะความที่จิตใจของคนเรานั้นมีความคิดที่แตกต่างกัน
ขณะที่คนหนึ่งอยากเป็นใหญ่ แต่อีกคนกลับทิ้งความเป็นใหญ่ และพยายามเอาชนะใจอันยากหยั่งถึงที่เปรียบเสมือนท้องทะเลอันกว้างใหญ่ของตนเอง เพื่อจะสามารถอยู่กับใจของตนเองได้อย่างเป็นสุข

“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท

 กลุ่ม คิง เพาเวอร์ ฟ้องแพ่ง อดีต ส.ส. นครนายก ประชาธิปัตย์ นสพ.ผู้จัดการ รวม 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท จงใจกลั่นแกล้งให้ร้าย กล่าวหาให้ซื้อสินค้าปลอดภาษีในที่ของตนแล้วให้ไปรับที่สนามบิน ทำรัฐขาดรายได้ หลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าผลประโยชน์ให้รัฐ ไม่ติดตั้งเครื่อง POS เสียหายหลายหมื่นล้าน ผิดสัญญาร่วมทุนในกิจการของรัฐที่สนามบินสุวรรณภูมิ
       
       วันนี้ (17 ก.พ.) มีรายงานว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และพวก ได้ยื่นฟ้องศาลแพ่ง ให้ดำเนินคดีต่อ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ บริษัท ผู้จัดการ 360 จำกัด และ นายสุรวิชช์ วีรวรรณ บรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์รายวัน ผู้จัดการรายวัน 360 องศา และหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ผู้จัดการรายสัปดาห์ 360 องศา ในข้อหาหมิ่นประมาท ละเมิด นายจ้าง ลูกจ้าง จ้างทำของ ค่าเสียหาย โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 720,945,415.70 บาท ทั้งนี้ ศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ที่ พ.545/2560 เป็นคดีความแพ่ง เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา
       
       ทั้งนี้ กลุ่ม บ.คิง เพาเวอร์ ได้ระบุในคำฟ้องว่า นายชาญชัย ได้ให้ข่าวจงใจกลั่นแกล้งให้ร้ายในเรื่องที่ฝ่าฝืนต่อความจริง และผิดกฎหมาย เพื่อหวังผลทางการเมือง หรือแสวงหาประโยชน์ในการสร้างชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ โดยจำเลยที่ 1 - 3 ร่วมกันไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จงใจกระทำละเมิดต่อบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวหาว่า ประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรในพื้นที่ของบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แต่ให้ลูกค้าไปรับสินค้าที่สนามบิน เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐ และเป็นการกีดกันผู้ค้ารายอื่น ทำให้รัฐขาดผลประโยชน์ กับในเรื่องที่บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ทุจริตหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโครงการบริหารจัดการกิจการเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ แต่ให้บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเป็นผู้ลงนามเป็นคู่สัญญากับ ทอท. แทน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย สัญญาเป็นโมฆะ และเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ สร้างปัญหาให้กับประเทศ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ และไม่เป็นธรรม ทำให้บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง จำเลยที่ 1 - 3 ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงินจำนวน 360,512,573.91 บาท
       
       ให้จำเลยที่ 1 - 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ในการแพร่หลายข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง และจงใจกระทำละเมิด กรณีที่อ้างว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ไม่ติดตั้งเครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ (POS) หลีกเลี่ยงการส่งผลประโยชน์เข้ารัฐ ทำให้รัฐได้รับความเสียหายหลายหมื่นล้าน ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติร่วมทุนฯ พ.ศ. 2535 และได้รับการต่อสัญญา 2 ครั้ง ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ สร้างปัญหาให้กับประเทศ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ และไม่เป็นธรรม ทำให้บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 328,302,553.73 บาท
       
       ให้จำเลยที่ 1 - 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ในการแพร่หลายข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง และจงใจกระทำละเมิดกรณีที่อ้างว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ กระทำผิดสัญญาร่วมทุนในกิจการของรัฐที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ลงทุนเกินกว่า 1,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 กับในเรื่อง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ร่วมกับ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ทุจริตหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐด้วยการให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโครงการบริหารจัดการกิจการเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ แต่ให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเป็นผู้ลงนามเป็นคู่สัญญากับ ทอท. แทน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย สัญญาเป็นโมฆะ ได้รับการต่อสัญญา 2 ครั้ง ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ทางการเมือง สร้างปัญหาให้กับประเทศ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ และไม่เป็นธรรม ทำให้บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 32,130,306.06 บาท
       
       พร้อมทั้งร่วมกันหรือแทนกันมีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินแต่ละยอดให้แก่โจทก์แต่ละคน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม และร่วมกันหรือแทนกันลงโฆษณาคำพิพากษาฉบับเต็มของศาลในหน้าข่าวหนังสือไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, ข่าวสด, เดอะเนชั่น, สยามรัฐ, คมชัดลึก, ผู้จัดการรายวัน 360 องศา และผู้จัดการรายสัปดาห์ 360 องศา เป็นเวลา 15 วันติดต่อกัน โดยให้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง 
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท
        
“คิง เพาเวอร์” ฟ้องแพ่ง “ชาญชัย - นสพ.ผู้จัดการ” 720.9 ล้าน ฐานหมิ่นประมาท