PR
วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562
จ่อคลอดพรฎ.เลือกตั้ง 'ประยุทธ์'ขอให้ใจเย็นๆใครทาบทามต้องดูนโยบาย
เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งว่า "เดี๋ยวออกนะ ใจเย็น เดี๋ยวก็ออกแล้วนะ" และเมื่อถามว่ามีใครทาบทามหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า "ยัง สื่อจะมาทาบทามหรือไม่ แล้วสื่อมาถามจะอยากรู้อะไรนักหนา เดี๋ยวถ้ามีคนทาบทาม เขาก็บอกมาเอง แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทาม ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ก็เขายังไม่ทาบแล้วจะไปบอกท่าทีอะไร กำลังรอดูว่าใครจะมาทาบทาม ใช่หรือไม่ วันนี้จะมีพรรคไหนจะมาเชิญชวนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ถ้ามีการเชิญชวนมาก็ต้องดูนโยบายว่าเป็นอย่างไร ถ้านโยบายมันไม่ชัดเจนไม่ดี ก็ต้องบอกเขาว่าแล้วจะทำยังไงถ้าอยากจะให้ไปอยู่ ทำอย่างนี้มันไม่ได้ แล้วเขาจะฟังหรือไม่" เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "แล้วบอกว่าจะไปหรือยังล่ะ สื่อก็เปิดกันไปเรื่อยเปื่อย"
ถามอีกว่าถ้า พปชร.ได้เก้าอี้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 ที่นั่งจะนำไปประเมินสถานการณ์และตัดสินใจด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า "เป็นเรื่องของกลไกซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วถามว่าจะทำอย่างไรจะได้ขึ้นมากกว่า 100 ที่นั่งหรือ ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของประชาชน ครั้งนี้ประชาชนต้องเลือกและตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นพรรคไหน อย่าไปมองแค่ว่าจะให้อะไร เพราะนั่นคือความเสียหายของประเทศ เข้าใจกันหรือยัง ยังไม่เข็ดกันหรือ ยังไม่เข้าใจกันอีกหรืออย่างไรว่าอะไรคือความเสียหายของประเทศ อะไรคือความล้มเหลวของประเทศ สื่อยังมาถามอยู่แบบเดิม ขี้คร้านจะตอบ"
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวตอนหนึ่งในงานเปิดตัวโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลว่า ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ดังนั้นบ้านเมืองไม่ว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรต้องสงบเงียบแบบนี้ ขอฝากทุกภาคส่วนทำงานเพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้า วันนี้ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ ขอให้เป็นไปอย่างสงบสุขเรียบร้อย
"การเข้ามาเป็นรัฐบาลในวันหน้า เมื่อเข้ามาแล้วก็มีการทำงานในลักษณะเป็นสภา ต้องมีฝ่ายค้าน และรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาควบคู่กันมา แต่ที่พูดมาทั้งหมดก็ไม่สามารถทำได้ หากไม่มีแนวทางแบบที่เริ่มต้นไว้ให้วันนี้ เราทำไว้หมดแล้วและเดินไปทีละขั้น มีคนมาพูดว่าเราจะทำให้ตรงนี้มันไปถึงแล้วยังตรงโน้น ถ้าเราไม่กลับมาดูหัวแม่เท้าตัวเอง มันไปไม่ได้หรอก มันเดินไม่ได้จะสะดุด เดินก็ต้องก้มมองปลายเท้าและเงยมองไปข้างหน้าว่าจะเดินไปยังไง ผมก็ฝากสื่อโซเชียลไว้ด้วย ผมไม่รู้จะโมโหไปทำไม คนที่เขียนก็สนุก ชอบ สื่อก็ขายดีขึ้น แต่ปรากฏว่าประเทศชาติแย่ลง สุขภาพจิตผมก็แย่ ร่างกายผมก็แย่ตามไปด้วย ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้ความสำคัญบอกไว้เลยตรงนี้ เพราะให้ความสำคัญมา 5 ปีแล้ว ไม่ได้อะไรขึ้นมา” นายกฯ ระบุ
ลั่น พ.ร.ฎ.ใกล้คลอด
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้ระบุถึงสถานการณ์บ้านเมือง โดยเชื่อว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในเร็วๆ นี้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง คสช.จะยังคงดูแลการจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ไม่ให้พัฒนาไปสู่การใช้ความรุนแรง
“ทุกหน่วยงานราชการต้องติดตามและมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีของสังคมให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ คสช.”พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าว
ด้าน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงว่า "คงไม่มี เนื่องจากทุกฝ่ายทราบดีว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด เพียงแต่จะช้าหรือเร็วต้องดูห้วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลเองไม่ได้ถ่วงเวลา ทุกฝ่ายตั้งใจให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว"
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่ชื่นชอบประเทศที่สงบเช่นนี้ ฉะนั้นการที่กลุ่มคนบางกลุ่มแสดงความเห็นต่างก็ทำได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย จึงขอความร่วมมือไปยังทุกกลุ่มให้ยึดแนวทางเช่นนี้
นายพุทธิพงษ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคตามที่ได้ปราศรัยบนเวทีเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่บอกว่า พปชร.จะมีความชัดเจนในการเสนอชื่อนายกฯ ภายใน 14 วันด้วยว่า ได้ดูตามปฏิทินการเมืองแล้วว่าจะสามารถเสนอชื่อได้ในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะหากมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในสัปดาห์นี้ตามกระแสข่าวจริง ก็จะมีการรับสมัครเลือกตั้งประมาณวันที่ 4-8 ก.พ.นี้ ซึ่งพรรคการเมืองก็จะได้เสนอชื่อนายกฯ ในช่วงเวลานั้นเช่นกัน โดยเป็นการเปิดเผยพร้อมกันทุกพรรคการเมือง ไม่เพียงเฉพาะพรรค พปชร.เท่านั้น
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรค พปชร.กล่าวถึงการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อว่า "ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้แสดงจุดประสงค์ว่าจะทำการเมืองต่อไปหรือไม่ ในส่วนผู้บริหารพรรคเองก็คิดว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ปฏิเสธก็จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่พรรคจะเสนอชื่อ แต่ก็ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับหรือไม่ ส่วนหน้าตารัฐบาลต่อไปจะเป็นรัฐบาลผสมหรือไม่ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพราะว่าในอดีตเคยมีพรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนเสียงมาก แล้วก็กลายเป็นใช้เสียงข้างมากโดยไม่ฟังพรรคเสียงข้างน้อย ทำให้เกิดวิกฤติหลายครั้ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เลยพยายามให้มีระบบให้นับทุกคะแนน ซึ่งระบบนี้จะทำให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงเกินครึ่งคงจะยากลำบาก เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้รัฐบาลผสมก็มีมาก ซึ่งก็เป็นผลดีที่ว่าต่างคนต่างก็ได้จะระดมความคิดที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน"
ส่วนนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวชี้แจงเรื่องพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่าต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้ครบถ้วนใน 4 ข้อหลัก ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมืองที่จัดตั้ง หรือเป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2550 ดำเนินการครบถ้วน 4 ข้อเพียง 2 พรรคเท่านั้น
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยกล่าวก่อนประชุมว่า ตอนนี้มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายอย่าง นำไปสู่การสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน จึงต้องหาวิธีปรับมาตรการทำให้ประชาชนเข้าใจแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนตามแนวทางที่ถูกต้อง
ต่อมาหลังประชุมเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ชูนโยบายแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ว่า สิ่งที่พูดถึงข้อห่วงใยในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดิน ไม่ได้พูดถึงความเป็นโฉนด แต่พูดถึงว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จะเป็นโฉนดไม่ได้ คำว่าโฉนดคือ โฉนด นส.3 และ นส.3ก มีเยอะแยะไปหมด ทั้งนี้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ให้ไปเพื่อให้เป็นที่ทำกิน ไม่มีโฉนดชุมชนหรือใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นสิทธิในการทำกินซึ่งให้ลูกหลานต่อได้ แต่ต้องทำการเกษตรเท่านั้น จึงให้ลองหาวิธีดูว่าพื้นที่ไหนไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าบอกทุกพื้นที่เอาไปจำนำจำนองได้หมด มันก็ไปหมด วันหน้าก็ไปบุกรุกรอไว้บนเขาใช่หรือไม่ วันนี้กำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ ต้องรอ พ.ร.บ.ต่างๆ ออกมาอีกหลายตัว
ย้ำโฉนดทองคำเป็นไปไม่ได้
เมื่อถามว่าการที่พรรค พปชร.นำมาหาเสียงถือว่าทำไม่ได้จริงใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าก็ต้องบอกกัน บางทีอาจไม่เข้าใจ ซึ่งบางอย่างแนวทางของรัฐบาลนี้ยังไม่ได้พูดออกไป เข้าใจหรือไม่ รัฐบาลกำลังคิดอยู่ เสาร์อาทิตย์ก็คิดทุกวันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และมาคิดตกเมื่อตอนเช้า เดี๋ยวกำลังสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินไปหาทาง ซึ่งต้องเอาเรื่องธนาคารที่ดินมาเกี่ยวข้องด้วย แต่การที่ไปพูดคำว่าโฉนดไม่ถูกต้อง ผิด มันต้องดูว่าพื้นที่ไหนเป็นที่ ส.ป.ก.ที่เกิดเป็นประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น ทำเป็นพลังงานได้หรือไม่ ต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรกัน ต้องดูกฎหมายอีกเยอะ อย่าไปพูดปากเปล่าไม่ได้
“ผมไม่ได้พูดกับ 4 รัฐมนตรี แต่พูดเป็นภาพรวมออกไปกับสื่อ ไม่ว่าใครทั้งนั้นที่บอกว่าจะมาให้โฉนดให้อะไรต่างๆ มันเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด ผมไม่ได้พูดกับพรรคนี้พรรคเดียว พูดกับทุกพรรค ก็เห็นหาเสียงกันแบบนั้นอยู่ไม่ใช่หรือ อย่าเอาผมไปตีกับเขา ไม่เอา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอาจต้องเพิ่มวัตถุประสงค์เกษตรกรรมให้กว้างขวางชัดเจน เช่นอาจหมายรวมถึงพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ป่าท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเกษตร หรือแปรรูปการเกษตรได้ และยังถ่ายโอนที่ดินไปสู่รุ่นลูกได้ แต่ต้องเป็นเกษตรกรและมุ่งหวังทำเกษตรกรรมเท่านั้น และควรมีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน ส.ป.ก. บุคคลที่ไม่ประสงค์ทำการเกษตรสามารถโอนกลับมายังธนาคารที่ดิน ส.ป.ก.ได้ จากนั้นธนาคารจะพิจารณาจัดสรรให้บุคคลอื่นที่อยู่ในเงื่อนไขเพื่อทำการเกษตรต่อไป
“โฉนดสามารถครอบครองได้ แต่ที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งเป็นที่หลวงที่ของรัฐไม่สามารถแปลงร่างให้คนอื่นเข้ามาครอบครองได้ คนที่เสนอแนวคิดนี้จะให้เป็นโฉนดทองคำทองเหลืองอะไร ถือว่าเลอะเทอะ โม้ เป็นความคิดที่บ้าบอ ไม่รู้คิดขึ้นมาได้อย่างไร” นายปลอดประสพกล่าว
วันเดียวกันยังคงมีการแสดงความคิดเห็นและการตอบโต้ทางการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงการเดินสายแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และนโยบายของพรรคต่างๆ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานรณรงค์การหาเสียงพรรค พปชร.ระบุว่าหากเลือก พท.จะอยู่กับความขัดแย้งแบบเดิมนั้นว่า "ไม่เข้าใจว่าจะมีความขัดแย้งตรงไหน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีตก็เกิดขึ้นเพราะฝ่ายผู้มีอำนาจที่ทำให้มันเกิดขึ้น ซึ่งเห็นชัดแล้วว่ามีการแบ่งพวกแบ่งฝ่ายที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยที่เขายังติดอยู่ในวังวนความขัดแย้ง พรรคไม่ไปเล่นเกมนี้กับเขา ยืนยันว่าเลือกเพื่อไทยไม่มีความขัดแย้ง จะได้ความสงบแบบมีคุณภาพ ทั้งคุณภาพชีวิตและคุณภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความสงบแบบกระเป๋าแฟบ ประชาชนคงจะเห็นว่า 4-5 ปีที่ผ่านมานี้คุณภาพชีวิตและสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร"
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรค พท.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวตลอดว่าผู้สมัครของพรรคถูกบีบถูกอำนาจบางอย่างให้ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งทหารวันนี้พวกคุณมีอำนาจ วันนี้คุณชนะ ใช้อำนาจอย่างเต็มที่มากว่า 4 ปีแล้ว อยากให้ลองนึกถึงวันแพ้บ้างจะเป็นอย่างไร ได้คำนึงถึงที่ยืนในสังคมเอาไว้บ้างหรือไม่ ที่พูดไม่ได้หมายความว่าหากพรรคกลับมามีอำนาจจะมารังแกข้าราชการหรือทหาร ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว นักการเมืองไม่ทำอย่างนั้น มีแต่จะให้ ไม่เคยรังแก เพียงแต่อยากให้ทหารกลับเข้ากรมกอง เลิกยุ่งการเมือง ปล่อยให้ กกต.ทำตามกฎหมาย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร.กล่าวถึงการตัดสินใจมาร่วมงานกับ พปชร.ตั้งแต่แรกว่า ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะ พปชร.เป็นทางสายกลางและสามารถต่อยอดนโยบายของรัฐบาลได้
ย้อน 'เหลิม-อดิศร' เจ็บ
เมื่อถามถึงกรณีเป็นเป้าถูกพาดพิงพร้อมกับนายสุริยะมาโดยตลอด นายสมศักดิ์ระบุว่า เข้าใจว่านายสุริยะเป็นแกนนำหาเสียง และตนเองก็ออกมาลงพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น ก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีการตัดกำลัง พปชร. ซึ่งสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามพูดก็มีแต่เรื่องทำลายล้างทางการเมือง แต่พรรคจะพูดนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นหลัก
ด้านนายสุริยะกล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยพรรคเพื่อไทย (พท.) ปรามาสว่าถ้า พปชร.ได้ ส.ส.เกิน 150 คนจะให้ไปยื่นด่าหน้าบ้านว่า ร.ต.อ.เฉลิมนิสัยก็เป็นแบบนี้ที่สร้างความขัดแย้ง ตนเองไม่ไปด่าหรอก แต่ขอเสนอให้ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอนโยบายแข่งกัน อย่าด่ากัน เพราะไม่เป็นประโยชน์ ส่วนสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย 150 คน เนื่องจากคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันมีการดูแลประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสานเป็นอย่างดี ซึ่งพรรคจะนำนโยบายที่ดีมาต่อยอด จึงเชื่อว่าจะได้ใจประชาชน
เมื่อถามว่านายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่านายสุริยะไม่เข้าใจการเมืองภาคอีสาน นายสุริยะตอบว่าไม่เป็นไร ถ้าเขาเข้าใจก็ไปอธิบายภาคอีสาน ตนเองก็จะอธิบายในแบบของตน ไม่ไปต่อล้อต่อเถียงด้วย ซึ่งถ้าคะแนนเสียงเขาดีอยู่คงไม่มาต่อล้อต่อเถียงกับตนเอง เพราะเขารู้ว่ากระแสไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด
ถามถึงกรณีถูกนายอดิศรต่อว่าด้วยถ้อยคำที่เหยียดหยามและรุนแรง นายสุริยะยืนยันว่าไม่ถือสา เพราะเคยบวชมาแล้ว และที่นายอดิศรบอกว่าตนเองสติดีอยู่หรือไม่ อยากบอกว่านายอดิศร ซึ่งทราบดีตอนพรรคไทยรักไทยเป็นคนเสนอชื่อนายอดิศรกับนายทักษิณ ชินวัตรให้เป็น รมช.คมนาคม
“นายอดิศรมักไปตีกอล์ฟกับพี่ชายผม และบอกว่าสนิทสนมกับผม เคยทำงานร่วมกัน สมัยเป็นรัฐมนตรี นายอดิศรยังเคยให้พี่ชายของผมต่อสายคุยกันและชื่นชมผมเป็นอย่างดี ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าเมื่อเราอยู่กันคนละพรรค นายอดิศรก็พูดสิ่งตรงข้าม แต่ขอยืนยันว่าไม่โกรธไม่เกลียด แต่ไม่อยากเสียเวลามาตอบโต้กับคนแบบนี้" นายสุริยะระบุ
ส่วนกรณีป้ายหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกทำลายในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.บุรีรัมย์นั้น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค อนค.ยอมรับว่าทีมงานค่อนข้างกลัว แต่ตนเองไม่หวั่นเพราะตั้งใจมาทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่
การเมืองพาเหรดขายฝัน
สำหรับความเคลื่อนไหวการเดินสายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคได้ส่งซิงเกิลเพลงของพรรคในชื่อเพลงทลาย ซึ่งเป็นแนวแรป มีแนวคิดว่าพรรคจะทลายทุกข้อจำกัดเพื่อทำสิ่งมีประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน ผ่านนโยบายต่างๆ ของพรรค และเชื่อว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้พี่น้องเข้าใจนโยบายของพรรคมากขึ้น
ที่ตลาดริมคลองบ้านสีรา ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจชาวบ้าน รวมทั้งรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายพรรคว่า "หากพรรคได้บริหารประเทศ ยุคทองของยางพาราจะกลับมา" ต่อมาในช่วงบ่ายพรรคประชาชาติได้ไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคระบุว่า พรรคจะส่งผู้สมัครทุกจังหวัดในภาคอีสาน แต่ไม่ทุกเขต เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการสรรหาผู้สมัครที่พรรคต้องมั่นใจและไว้ใจที่สุด
“พรรคตั้งใจทำให้ภาคอีสานดีขึ้น เป็นนโยบายของพรรคที่จะใช้ในการหาเสียง เริ่มจากเรื่องปัญหาปากท้อง การพัฒนาด้านการเกษตร การจัดการระบบน้ำเพื่อให้ภาคอีสานมีน้ำใช้ได้ทั้งปี ซึ่งลงทุนไม่กี่แสนล้านบาท อีกทั้งคนอีสานมีความขยันอดทน ถ้าเราใส่สิ่งที่เค้าสามารถประกอบอาชีพได้ในทุกฤดูกาล อีสานก็จะทำนาได้ปีละ 3 ครั้งเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะคนอีสานนั้นต้องการเรื่องน้ำมากกว่ารถไฟความเร็วสูง” นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ
ด้านพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นำโดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค และคณะได้ลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นวันที่ 3 โดยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ จ.มหาสารคาม โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์ พ.พ.ช.กล่าวว่า ขอให้เลือกพรรคเพื่อชาติเพราะพรรคไม่มีทางเป็นอื่น และต่อไปจะเป็นกำลังที่สำคัญ เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาชาติ หาทางออกให้กับชาติ และสำคัญที่สุดคือเลือกพรรคเอาไว้ปราบเผด็จการ และทำให้คนไทยหายจน เพราะเป็นพรรคของคนจน เป็นพรรคของพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย เป็นพรรคของคนที่ต้องการสร้างชาติ
“นโยบายของพรรคมีหลากหลายมากมาย ซึ่งมีนโยบายหนึ่งที่น่าสนใจเหมาะกับไทยที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เราจะมีประชาชนผู้สูงวัยเป็น 1 ใน 5 ของประชาชนทั้งหมด ซึ่งพรรคเห็นความสำคัญ จึงมีนโยบายในเรื่องเงินผู้สูงอายุ จากเดิมคิดเป็นขั้นบันได แต่พรรคคิดใหม่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปได้เงินเท่ากันหมด คนละ 2,000 บาทตลอดชีพ” นายจตุพรกล่าว
ส่วนที่สำนักงาน กกต. นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิมชื่อพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ที่จดทะเบียนไว้เมื่อปี 2557 อีกทั้งเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และนโยบายพรรค พร้อมระบุว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบ 350 เขตทั่วไป โดยจุดแข็งของพรรคคือนโยบายพลิกงบพัฒนาประเทศ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเดิมรัฐบาลจะจัดสรรเพียง 10% หรือ 8 หมื่นล้านบาทให้ชุมชน แต่พรรคจะจัดสรรงบ 90% หรือกว่า 7 แสนล้านบาทส่งตรงไปให้ชุมชน
“นอกจากนี้ยังกำหนดยุทธศาสตร์ทำงานการเมืองใหม่ โดยจะไม่มีนักการเมืองรุ่นเก่าหรืออดีต ส.ส.อยู่ในพรรคเรา ไม่แน่ผลการเลือกตั้งอาจจะมีการเซอร์ไพรส์” นายก้องภพกล่าว.
มีแค่2พรรคที่ส่งส.ส.ลงสมัครลต.ได้
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
“โจรใต้” ส่งไลน์เย้ย เตรียมโจมตีใหญ่!
กรณีเหตุสะเทือนขวัญย่ำยีหัวใจชาวพุทธ หลังกองโจรหัวรุนแรงขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 6 คน สวมชุดดำคล้ายทหารพราน บุกใช้อาวุธสงครามกราดยิงพระในวัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก หมู่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ทำให้พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ พร้อมพระลูกวัด มรณภาพรวม 2 ศพ และมีพระได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 รูป เหตุเกิดหัวค่ำวันที่ 18 ม.ค. หวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและสร้างความแตกแยกระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิม เพื่อต้องการให้เกิดสงครามศาสนา หลังเกิดเหตุหน่วยงานความมั่นคง จัดกำลังไล่ล่ากลุ่มคนร้ายแต่ยังไร้วี่แวว คาดเผ่นหนีเข้าไปกบดานในมาเลเซีย ขณะที่ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นจริงจัง
"นายกฯ" แถลงการณ์ชี้โจรใต้พุ่งเป้าหมายอ่อนแอ สั่งปราบเต็มรูปแบบ
จังหวะขยับรับเลือกตั้ง 24 มี.ค. ลือ ทษช.ทาบ “ดร.โกร่ง” ร่วมทัพ พปชร.กระเป๋าตุง คลังแสงเพียบ
เลี่ยงม็อบชนม็อบ กลุ่มอยากเลือกตั้งย้ายวิกชุมนุม "โบว์" ผวาถูกลอบปาบึม
ผบ.สส.ยันเลือกตั้งแน่ พลังประชารัฐแจงโต๊ะจีน 90 ล้าน
“บิ๊กกบ” ป้อง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กแดง” ทำเพื่อ ส่วนรวม ยันมีเลือกตั้งแน่ไม่โมฆะ เบรกกลุ่มเห็นต่าง เลิกชุมนุม ชี้ “บิ๊กแดง” แค่เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ “เต้น” เตือนรุ่นน้องเหตุไม่ปกติกลุ่มอวตาร โผล่จัดม็อบประชัน กลุ่มอยากเลือกตั้งแก้เกม “โบว์” ถอนตัว “จ่านิว” ย้ายวิกเข้า มธ.ท่าพระจันทร์ เลี่ยงปะทะ “บิ๊กตู่” ฝากครูติวชาวบ้านนโยบายใครทำได้จริง ภท.-ปชป.แลกหมัดรัวๆ “อนุทิน” ท้าเปิดชื่อลูกทีมซื้อเสียงคนพัทลุง ลั่นไม่จับมือพรรคสร้างความขัดแย้งแย่งอำนาจ “ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นผวากระแสตก ย้อนรอง หน.ปชป.ใส่ร้ายผู้อื่นถูกยุบพรรคได้เช่นกัน “นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน ขู่ หน.พรรค-กก.บห.รับรู้ระวังถูกยุบพรรค-ยึดทรัพย์ พปชร.แจงทุนโต๊ะจีนเข้าบัญชี 90 ล้าน
จากกรณีฝ่ายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ล่าสุด พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ได้ออกมาเน้นย้ำยืนยันว่าคนไทยจะได้เลือกตั้งแน่นอน รอเพียงมีประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งลงมา พร้อมแนะให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งยุติการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ เพื่อไม่ให้สังคมตื่นกลัวจะเกิดเหตุความไม่สงบ
ผบ.เหล่าทัพพรึบวันกองทัพไทย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานงานวันกองทัพไทย พร้อม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ร่วมถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 บวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พร้อมวางพวงมาลาสักการะดวงพระวิญญาณพระบูรพกษัตริย์และดวงวิญญาณนักรบไทย เพื่อบำเพ็ญ กุศลรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทย
ให้มั่นใจทหารส่งผ่านบ้านเมืองสู่ ปชต.
พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ทุกวันนี้โอกาสใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนผ่านประเทศในการเลือกตั้งไปสู่ระบอบประชาธิปไตย กองทัพยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ส่งผ่านในสิ่งที่ได้ดำเนินการมา ปัจจุบันเรามีทหารเก่า เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หรือทหารในราชการอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มีจิตวิญญาณความเป็นทหาร เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน อยากให้สังคมตระหนักเห็นถึงความจริงจัง ตั้งใจของทหารและขอกำลังใจ ขอให้ประชาชนอุ่นใจมั่นใจว่ากองทัพไม่ว่าทหารในหรือนอกราชการ ยังคงรับใช้ชาติ มุ่งมั่นในเจตนาที่ดี มุ่งหวังว่าประเทศชาติต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างถาวร
“บิ๊กกบ” ยัน ลต.แน่ควรเลิกชุมนุม
พล.อ.พรพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้ข้อมูลทุกอย่างชี้ชัดไปแล้วการเลือกตั้งมีขึ้นแน่นอน ผู้เกี่ยวข้องพยายามจะควบคุมจัดการให้มีการเลือกตั้งและประกาศผลในกรอบเวลาที่กำหนด ยืนยันว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เพียงรอ พ.ร.ฎ.จะโปรดเกล้าฯลงมาเมื่อไหร่ จากนั้นจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและจะได้รัฐบาลใหม่หลังเสร็จงานพระราชพิธีราชาภิเษก ขณะนี้มองไม่เห็นสิ่งที่น่ากังวล อยากฝากถึงกลุ่มต่างๆที่มีข้อสงสัยข้อกังวลน่าจะคลายกังวลและเบาใจได้
ชี้ ผบ.ทบ.เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ
ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวอีกว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ระบุไปแล้วขอให้แต่ละกลุ่มที่อยากแสดงออกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ อยู่ในเส้นของตัวเอง ควรเป็นเช่นนั้น กิจกรรมที่จะทำให้ไม่สงบ ทำให้สังคมตื่นกลัวควรจะงดหรือเลิกไป คนไทยส่วนใหญ่อยากอยู่ในบรรยากาศสงบ เตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้ง อยากฝากคนไทยการตัดสินคนว่าดีหรือไม่ ควรพิจารณานโยบายของพรรคว่าทำได้จริง ไม่อยากให้หมกมุ่นหรือสนใจการให้ร้ายมองโลกแง่ร้าย เอาเรื่องไม่ดีของอีกฝ่ายมาโจมตี เป็นการเมืองแบบเดิมๆ ควรก้าวข้ามเลิกพูดได้แล้ว ช่วยกันวางอนาคตของชาติเลือกคนที่เหมาะสม เลือกพรรคที่ถูกต้อง อยากให้เลือกตั้งแบบผู้ใหญ่สนใจสาระนโยบาย มากกว่าใส่ร้ายกัน เมื่อถามว่ามีการตีความคำพูดของ ผบ.ทบ.ไม่ให้ล้ำเส้นอาจนำสู่การรัฐประหาร พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า อย่ามองไปไกลขนาดนั้น ผบ.ทบ.ไม่ได้พูดถึงเรื่องปฏิวัติ เพียงแต่ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ท่านพูดเป็นกลางอย่างรัดกุมแล้ว ถ้าการชุมนุมขออนุญาต ทำในเวลาที่กำหนดก็จบไป ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย
“เต้น” แฉกลุ่มอวตารต้านเลือกตั้ง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 19 ม.ค. ว่า พรรคไทยรักษาชาติสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกโดยสันติ ไม่ว่าเป็นกลุ่มอยากเลือกตั้งหรือกลุ่มไม่อยากเลือกตั้ง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่กี่วันที่ผ่านมามีการก่อตั้งเพจ “สามัคคีก่อนการเลือกตั้ง” ขึ้นมา ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพจเฟซบุ๊กอวตาร หรือไม่มีตัวตนอยู่จริง เตรียมจัดกิจกรรมในสถานที่และวันเวลาเดียวกันกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเผชิญหน้าได้ ขอให้เคลื่อนไหวด้วยความรอบคอบรัดกุมหูตาไว ตัดสินใจตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และอย่าได้ตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง
“เพนกวิน” บุกทำเนียบฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณประตู 4 นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม กำหนดการเลือกตั้งที่ชัดเจนพร้อมแนบรายชื่อ สนท. 727 ชื่อ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยเจ้าหน้าที่เชิญตัวไปพูดคุยที่ศูนย์บริการประชาชนบริเวณสำนักงาน ก.พ. แต่นายพริษฐ์ ระบุว่าทางกลุ่มไม่ได้ต้องการมาร้องทุกข์กับข้าราชการ จากนั้นไปปักหลักอยู่ที่บริเวณประตู 3 ของทำเนียบฯ นำเอกสารที่จะยื่นและกระดาษเอ 4 ข้อความ “เลื่อนแม่มึงซิ” พับเป็นจรวดร่อนเข้าไปในทำเนียบฯเกือบ 20 แผ่น อีกส่วนก็นำไปติดข้างรั้ว ยืนชูสามนิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านการรัฐประหารและตะโกนว่า“ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” ก่อนจะแยกย้าย
ลูกพ่อขุนโผล่เบรกกลุ่มอยาก ลต.
ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเครือข่ายนักศึกษารามคำแหงพิทักษ์สถาบันและประชาชน นำโดยนายกิตติพงษ์ แทนคุณ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มอยากเลือกตั้งหยุดสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ระบุว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือเพื่อกำหนดวันไม่ให้กระทบต่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้กลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหว และกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังหยุดพฤติกรรมดังกล่าวและขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันแสดงออกผ่านช่องทางต่างๆอย่างสงบ
เด็ก มช.แถลงจุดยืนจี้กาบัตรโดยเร็ว
ที่บริเวณสันเขื่อนอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กลุ่มนักศึกษา มช. รวม 200 คน รวมตัวกันพร้อมชูป้ายไม่เลื่อนเลือกตั้งและป้าย Walk To Vote แต่งกายเป็นตัวละครชื่อ “มานี” มาถือหีบบัตรเลือกตั้งจำลอง ทำจากกล่องกระดาษ พร้อมมีตัวแทนกลุ่มนักศึกษาสับเปลี่ยนกันมาแถลงจุดยืน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เรียกร้องรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดวันอย่างชัดเจน เพื่อที่พวกเราจะสามารถทำหน้าที่ เลือกกำหนดอนาคตของสังคมของพวกเรา ให้กลายเป็นสังคมที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครอง มีสิทธิแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรี
กลุ่มสามัคคีฯยื่นขอชุมนุม
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายพานสุวรรณ ณแก้ว แกนนำกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางไปยื่นขอแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 15.00 น. ที่บริเวณ โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ สน.ชนะสงคราม นายบัญชา ปานนิวัฒน์ กลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ ยื่นขอจัดการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนให้สังคมอยู่ในความสงบและไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ในวันที่ 19 ม.ค.
โบว์” ถอนตัวหนีบึม–จ่านิวย้ายเข้า มธ.
จากนั้นนายอนุรักษ์ เจนตวนิช หรือฟอร์ดเส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมออกหน้าเอง ขอประกาศย้ายสถานที่ จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ จากหน้าแมคโดนัลด์เป็นร้านศรแดง เวลา 15.00-17.00 น. อยากเห็นเหมือนกันว่าพวกคุณจะมีมาสักกี่คน พรุ่งนี้จะไปแจ้งชุมนุมด้วยตัวเอง อย่าหนีนะมึง” ทำให้นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง รีบโพสต์ตัดขาดไม่ให้นายอนุรักษ์เข้าร่วมกับกลุ่มฯ ระบุนายอนุรักษ์พยายามมาเกาะขบวนฝ่ายประชาธิปไตย ล่าสุดประกาศไปปะทะกับคนที่เผด็จการขนมายั่วยุ
ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ กล่าวว่า ได้ประกาศถอนตัวจากการชุมนุมแล้ว เป็นห่วงว่าจะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้ ห่วงจะมีม็อบชนม็อบ จัดหามาแฝงสร้างความปั่นป่วน เสี่ยงจะถูกปาระเบิด ส่วนนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากความพยายามจัดชุมนุมของกลุ่มสามัคคีก่อนการเลือกตั้งเสี่ยงต่อการปะทะ จึงเปลี่ยนไปชุมนุมที่ลานหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
“บิ๊กป้อม” งอนปิดปากงดจ้อสื่อ
เมื่อเวลา 09.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ทีมงาน พล.อ.ประวิตรประสานเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ให้มาแจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประวิตรจะไม่ให้สัมภาษณ์ ขอความร่วมมือสื่อให้ไปยื่นฝั่งตรงข้ามทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เมื่อ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึงก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์แต่ พล.อ.ประวิตรไม่สนใจ รีบเดินขึ้นตึกบัญชาการไปประชุมอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะงดให้สัมภาษณ์หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรหลายเรื่อง ทั้งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ให้รออีก 3 ปีให้สร้างรถไฟฟ้าเสร็จก่อน หรือประเด็นเหตุลอบวางระเบิดโรงแรมดุสิตเคนยา เพราะอาหารอร่อย ต่อมาเวลา 12.00 น. หลังการประชุม สื่อมวลชนดักรอสัมภาษณ์อีก พล.อ.ประวิตรเดินลงจากห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 แล้วฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
“อนุทิน” ท้าเปิดชื่อคน ภูมิใจไทยซื้อเสียง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า กรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีกระบวนการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านและจ่ายเงิน 500 บาท จากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในพื้นที่ภาคใต้ว่าขอให้เปิดเผยชื่อออกมา กล้าๆหน่อย พูดมาเลยว่าใครที่เป็นผู้กระทำ เป็นนางนาที รัชกิจประการ กรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เอ่ยชื่อมาเลยไม่ต้องมาบอกใบ้ คนออกมาเปิดเผยต้องรับผิดชอบคำพูดด้วย
ลั่นไม่จับมือพวกก่อขัดแย้งแย่งอำนาจ
นายอนุทินกล่าวถึงนโยบายหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคทุ่มเทสร้างนโยบายแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ไม่คิดเรื่องการเมืองหรือการแก้รัฐธรรมนูญ คิดอย่างเดียว จึงเชื่อว่านโยบายของพรรคจะได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนพรรคจะจับมือกับพรรคการเมืองใดตั้งรัฐบาลนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ถือว่าเราได้เปรียบ ไม่เคยเป็นศัตรูหรือขัดแย้งกับใคร ส่วนจะจับมือกับพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่ผลการเลือกตั้งเช่นกัน แต่พรรคเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เพียงคนเดียว หากประชาชนไม่ตอบรับ ต้องดูสูตรทางการเมืองขณะนั้นอีกที แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลต้องเคารพในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และพรรคจะไม่สนับสนุนพรรคที่สร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะพรรคที่สร้างความขัดแย้ง เพื่อแย่งชิงอำนาจ
“ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นขาสั่นกระแสตก
นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ระบุมีปลัดจังหวัดเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านและจ่ายหัวละ 500 บาทจากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในภาคใต้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงเขตเดียวกับนายนิพิฏฐ์ เป็นปลัดจังหวัดพัทลุง ซึ่งจะยื่นลาออกจากราชการในวันที่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ขอเรียนว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้กระทำการใดที่นายนิพิฏฐ์กล่าวหา วิธีการพูดของนายนิพิฏฐ์เป็นวิธีการเดิมๆ ใช้อักษรย่อ พูดเป็นปริศนาแล้วขู่ว่าทำผิดถึงขั้นยุบพรรค เป็นการใส่ร้ายป้ายสีโดยลืมไปว่าท่านเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง การใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้เช่นกัน อยากเรียกร้องให้ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ถ้าเห็นว่าผิดร้องเรียนให้ดำเนินคดี อย่าใช้วิธีการแบบที่เคยๆทำ ความจริงเห็นใจ เท่าที่ทราบไม่เคยมีคู่แข่งที่กระแสความนิยมสูงเท่านี้มาก่อน หรืออาจทางกลับกันว่าท่านไม่เคยกระแสตกเท่านี้ อย่าได้กังวลใจ เพราะประชาชนวันนี้เข้าใจการเมืองดี ย่อมตัดสินใจอย่างมีสติได้
นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีนายอนุทินออกมาท้าให้เปิดเผยชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บบัตรประชาชนโดยให้หัวละ 500 บาทให้ชัดเจนว่า พร้อมให้นายอนุทินดูหลักฐานทั้งหมดว่าใครเป็นผู้สั่งการ แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เตรียมนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดยื่นให้ กกต.ตรวจสอบสัปดาห์หน้า การที่นายอนุทินพูดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่านายอนุทินรับทราบแล้วว่ามีการเก็บบัตรประชาชน ถือว่าตนประสบความสำเร็จแล้ว เพราะต้องการให้เปิดปากพูดแบบนี้
ขู่ กก.บห.จะถูกยึดทรัพย์–ยุบพรรค
“ขอเตือนนายอนุทินระวังเรื่องการยุบพรรคและถูกยึดทรัพย์ ความผิดซื้อเสียงเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ที่มีการแก้ไขเพิ่มมูลฐานความผิดนี้ด้วย ถ้ามีการจับการกระทำความผิดเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียงล่วงหน้า หรือเพื่อทำบัตรสมาชิกพรรคการเมือง โดยมีอามิสสินจ้างถือว่าเข้าข่าย แม้จะทำแค่รายเดียว แต่ภาคใต้บางจังหวัด แต่ละเขตเลือกตั้งมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านหลายหมื่นใบ เพื่อแลกกับการเป็นสมาชิกพรรค การเมือง ถ้าคนทำเป็นกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการบริหารที่ร่วมด้วยอาจถูกยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบด้วยว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ที่สำคัญอาจถูกยุบพรรค แทนที่จะออกมาท้าผมให้เปิดรายชื่อ นายอนุทินควรต้องเรียกคนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบถามว่าได้ทำจริงหรือไม่จะดีกว่า” นายนิพิฏฐ์กล่าว
ตอก “ศุภชัย” กินปูนร้อนท้อง
นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายศุภชัยต้องถามว่ารู้พิกัดการทำความผิดได้อย่างไร เพราะตนไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร จังหวัดไหน พรรคใดที่เตรียมการทุจริตเลือกตั้ง ไม่เคยแม้แต่ระบุอักษรย่อหรือว่ากินปูนร้อนท้อง ยืนยันว่ารังเกียจการทุจริตทุกพื้นที่ เหมือนที่เคยเกิดในบางจังหวัดที่เย็บแบงก์ร้อยติดกับแบงก์ยี่สิบเพื่อซื้อเสียงน่ารังเกียจ ที่บอกว่าตนกระแสตกจนกลัวและคนที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมส่งกระแสแรง อยากให้คิดถึงความหลังครั้งที่ว่าที่ผู้สมัครรายนี้อยู่พรรคเพื่อไทย เคยเกิดปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว เชื่อว่าคนพัทลุงจะสอนบทเรียนนักการเมืองซื้อเสียง ต้องขอบคุณ กกต.ที่จะส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปตรวจสอบ ขอบคุณปลัดกระทรวงมหาดไทยที่กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้วางตัวเป็นกลาง แต่ขอฝากให้คาดโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนที่วางตัวไม่เป็นกลางด้วยการไม่ต่ออายุในตำแหน่ง
กกต.รอข้อมูลแจกเงินเก็บบัตรพัทลุง
ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องปลัดจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้รวบรวมบัตรประชาชน พร้อมให้เงิน 500 บาท สนับสนุนผู้สมัครพรรคหนึ่งให้ตรวจสอบว่า ทุกเรื่อง กกต.จะรวบรวมข้อมูล ขอทราบรายละเอียดก่อน
“วิษณุ” ชี้เก็บบัตร ปชช.โยงใบแดงได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีปลัดจังหวัดแห่งหนึ่งสั่งเก็บบัตรประชาชน โดยให้เงินเจ้าของบัตร 500 บาท ถือเป็นการซื้อเสียงหรือไม่ว่า ถ้ามีการกระทำเช่นนั้นจริงถือเป็นความผิดอยู่แล้ว ต้องดำเนินคดี กกต.จะแจ้งความหรือสอบสวนเองว่าเป็นการกระทำของใคร แยกเป็น 2 ทางคือคดีเลือกตั้งและคดีอาญา เจ้าหน้าที่ของรัฐถ้าได้รับเรื่องร้องเรียนหรือมีเบาะแสต้องเข้าไปดำเนินการ แม้เกิดก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งอาจโยงไปถึงการให้ใบเหลืองและใบแดงได้ถ้าทำคดีเป็น เพราะแม้จะทำก่อนแต่ผลก็ไปตอนมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในประเทศไทยแล้ว เพราะเคยเกิดมาเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ตอนเลือกตั้งกึ่งพุทธกาล ถือว่าเป็นความผิด หากมีการร้องไปยัง กกต.จังหวัด สามารถเก็บเรื่องไว้รอให้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ไม่เชิงเป็นการเอาผิดย้อนหลัง เพราะมีผลต่อเนื่องกัน
ตร.เคลียร์เผาบัตรที่สงขลาแค่ขยะ
ส่วนกรณีพนักงานรถเก็บขยะเทศบาลนครสงขลา พบบัตรประชาชน 82 ใบ ในถุงดำถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณกองขยะริมกำแพงโรงเรียนอนุบาลสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา ก่อนแจ้งความตำรวจช่วยสืบสวนหาที่มา เนื่องจากเกรงว่าอาจเชื่อมโยงประเด็นการเมืองช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ต่อมาวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ปรีชา พรหมสิทธิ์ รอง สว.สส.สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าบัตรประชาชนทั้งหมด เป็นของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ย้ายร้านไปจุดอื่นและนำขยะในร้าน รวมทั้งบัตรประชาชนที่ลูกค้านำมาทำธุรกรรมหรือถ่ายเอกสารแล้วลืมนานแล้วเลยเอาไปทิ้ง ทั้งนี้ น.ส.ชยามร บูรพาพงศ์ เจ้าของร้านฝากขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและเข้าใจผิด
ยันอำนาจเคาะวัน ลต.อยู่ที่ กกต.
ส่วนการเตรียมพร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ กทม. จัดกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตยรณรงค์การเลือกตั้ง ส.ส. สถานศึกษาสังกัด กทม. มี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ คาดว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์หน้าว่า เมื่อประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา กกต.จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าวันที่ 24 มี.ค. เป็นวันที่เหมาะสมจัดการเลือกตั้ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นของคณะกรรมการ กกต.
มาร์ค” คาใจระเบียบหาเสียงคลุมเครือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.อาจกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ว่า พรรคไม่มีความกังวลว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ ทุกคนทำงานเต็มที่เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนการใช้ป้ายโฆษณาหาเสียง สอบถามไปยัง กกต.แล้วบางเรื่อง แต่ กกต.ยังไม่ชัดเจนบางเรื่อง เช่น วิธีการนับจำนวนป้าย กรณีหากติดป้ายไป 100 ป้าย แต่ถูกทำลายไป 30 ป้าย หาทำป้ายทดแทน 30 ป้ายจะนับเป็นป้ายใหม่ด้วยหรือไม่ ที่น่าเป็นปัญหาคือการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ วิธีปฏิบัติที่เขียนมายังไม่ชัดเจน อาทิ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องเขียนชื่อผู้ผลิตและจำนวนที่ผลิตไว้ด้านหน้าชัดเจน กรณีข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส หรือแบนเนอร์ ต้องทำอย่างไร
“สงคราม” สับพรรคสืบอำนาจ 20 ปี
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายอารี ไกรนารา รองหัวหน้าพรรค และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สนับสนุนเดินสายพบประชาชนในพื้นที่ กทม.ครั้งแรก เริ่มที่เขตบางเขน หลักสี่จตุจักร ห้วยขวาง โดย นายสงครามกล่าวว่า ชาวบ้านบ่นว่าลำบากยากจนทุกหย่อมหญ้า ยาเสพติดทุกวันนี้หาซื้อง่ายกว่าซื้อขนม เจ้าสัวไม่กี่คนร่ำรวย ความเหลื่อมล้ำของไทยติดอันดับ 1 เจ้าสัวธุรกิจเบียร์คนหนึ่งมีที่ดินมากกว่า 3 จังหวัดของประเทศไทย ที่ดินเจ้าสัวทั้งหมดรวมกันมีเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทยหรือประมาณ 12 จังหวัด คนทั่วไปยากจน ค้าขายลำบาก ขณะที่เผด็จการพยายามสืบทอดอำนาจ พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้ทำประชาชนลำบากไปอีก 4 ปี แต่จะลำบากไปถึง 20 ปี ของยุทธศาสตร์ 20 ปี เงินบัตรสวัสดิการรัฐให้รับได้เป็นภาษีประชาชน เหมือนรับเงินตัวเองไม่เป็นบาปแน่นอน วันนี้ประชาชนจนพอแล้ว อย่าจนกันไปอีก 4 ปีหรือ 20 ปีเลย
พลังประชารัฐโวมีดีพร้อมเป็นแกนนำตั้ง รบ.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค มีกรรมการบริหารและกรรมการยุทธศาสตร์ กรรมการรณรงค์หาเสียงเข้าร่วม จากนั้นเวลา 14.00 น. นายอุตตมแถลงว่าได้คัดสรรผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต สัปดาห์หน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย นโยบายพรรคเรียบร้อยแล้ว จะเปิดเผยได้เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศแล้ว ส่วนจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคหรือไม่ ต้องผ่านกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคก่อน ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะเชิญใครมา จะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งไม่ได้ตั้งเป้าแต่จะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอให้สูตรคณิตศาสตร์ลงตัวก่อน ประเมินพื้นที่ทุกวันทุกเวลา กระแสความนิยมของพรรคมีมาต่อเนื่อง มีศักยภาพเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนการลาออกจากตำแหน่งของ 4 รัฐมนตรี ยืนยันว่าจะลาออกในเวลาเหมาะสม เคลียร์งานเกือบหมดแล้ว
ณัฐพล” แจงเงินระดมทุน 90 ล้าน
นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งรายงานการระดมทุนพรรคให้ กกต.แล้ว มีผู้แสดงเจตจำนงสนับสนุนพรรค 622,347,950 บาท แต่จะบันทึกเข้าบัญชีการระดมทุน 90 ล้านบาท 24 รายการ ที่เหลือจะเอาเข้าบัญชีผู้บริจาค เนื่องจากส่วนที่เหลือเป็นการบริจาคหลังวันที่ 19 ธ.ค.61 ตามที่ กกต.กำหนด จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้น พรรคได้คืนเช็คบางส่วนที่อาจร่วมระดมทุนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 1 ราย เพราะเป็นนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้จะติดประกาศการรายงานต่อ กกต.วันที่ 21 ม.ค.เป็นต้นไป ณ ที่ทำการพรรค พร้อมติดประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคต่อเนื่อง ยืนยันว่าไม่มีหน่วยงานราชการร่วมระดมทุนในงานด้วย สื่อมวลชนตรวจสอบได้
เผยเครือคิง เพาเวอร์บริจาค 24 ล.
ช่วงบ่าย พรรคพลังประชารัฐ ได้นำรายชื่อผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมการระดมทุนวันที่ 19 ธ.ค.61 มาติดประกาศ มีทั้งหมด 24 ราย เป็นเงิน 90 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัทเอ็มไอที ซูลูชั่น จำกัด 2.บริษัท ทีทีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3.บริษัทรักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม เมเนจเมนท์ จำกัด 4.บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 5.บ.เอเซียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท อาร์ เอส เอส 2016 จำกัด 7.บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด 9.บริษัท ทีพีไอ
โพลีน จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด 11.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ลำดับ 1-11 สนับสนุน บริษัทละ 3 ล้านบาท 12.บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 13.บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด 9 ล้านบาท 14.บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 9 ล้านบาท 15.บริษัท สกายไอ ซี ที จำกัด (มหาชน) 5 ล้านบาท 16.นายวีระพล ว่องไววิทย์ 3 ล้านบาท
หลาน “สุริยะ” เปย์ 5 ล้าน
17.บริษัท เก้า เอส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 2 ล้านบาท 18. น.ส.พิรานันต์ พิบูลสงคราม 1 ล้านบาท 19.บริษัทซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 20.สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย 3 ล้านบาท 21.บริษัท สยามโซล่า เจนเนอเรชั่น จำกัด 3 ล้านบาท 22.บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (มหาชน) 6 ล้านบาท 23.บริษัท ยูไนเต็ดสแตนดาร์ด เทอร์มินอล จำกัด 3 ล้านบาท 24.บริษัท สกายไฮ จำกัด 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้บริจาคในนามบุคคลธรรมดา ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.61 รวม 4 ราย ได้แก่ 1.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ล้านบาท 2.นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ 1 ล้านบาท 3.นายวิเชียร ชวลิต 1 ล้านบาท 4.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 5 ล้านบาท
“เรืองไกร” กัดติดบี้ทุนโต๊ะจีน
เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องขอให้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและพรรคพลังประชารัฐ จนถึงวันที่ 17 ม.ค.ในเว็บไซต์ 2 พรรค ยังไม่พบการประกาศให้ประชาชนทราบ จะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 106 และมาตรา 123 หรือไม่
“สุดารัตน์” นำทีม พท.ลุยกาฬสินธุ์
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคลงพื้นที่ พร้อมอดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ และคณะได้เข้ากราบนมัสการและร่วมงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร วัดป่าพุทธมงคล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปราศรัยว่ามาให้กำลังใจ ยังไม่รู้ว่าเลือกตั้งวันไหน แต่ให้สัญญาว่าหลังเลือกตั้งจะทำงานเต็มที่ ข้าวยางอ้อย สินค้าเกษตรอื่นๆตกต่ำ รัฐบาลช่วยแต่คนรวย เกษตรกรจนลง หนี้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำ
“ชัชชาติ” ปลุกรับเงินมากาเพื่อไทย
นายชัชชาติกล่าวปราศรัยว่า วันนี้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อก่อนบอกว่าเกลียด ด่านักการเมือง ทุกวันนี้ดูดนักการเมืองเหล่านั้นมายิ่งกว่าดูดส้วม บอกเกลียดคอร์รัปชันไม่ชอบนโยบายประชานิยม ทุกวันนี้คนใกล้ตัวมีแต่คอร์รัปชัน พอใกล้เลือกตั้งแจกเงินจนมีคนกล่าวว่ารับเงินหมากาเพื่อไทย ไม่ควรไปดูถูกหมาที่ซื่อสัตย์ ให้ใช้คำว่ารับเงินมากาเพื่อไทยแทน พรรคเพื่อไทยใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ กระจายโอกาสทำได้จริงมาตลอด ทั้งนี้หลังปราศรัยเสร็จคุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ ลงจากเวทีไปถ่ายรูป สวมกอด ร่วมเต้นเพลงพรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อเธอกับประชาชนอย่างคึกคัก แล้วไปปราศรัยต่ออีก 3 จุด
รปช.ไม่เสนอชื่อคนชิงนายกฯ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะ อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสำราญ ยอดเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคและนายธนินทร์ แก่นอินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 1 และนายสมพร ปานเพ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ร่วมเดินแนะนำตัวที่ตลาดเทศบาล 3 จากนั้นเข้าสักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก และเดินตลาดคลองโพธิ์ โดยนายสุเทพกล่าวว่า ชาวอุตรดิตถ์ตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าที่คาด เราอาจได้ ส.ส. พรรคได้ปรึกษากันแล้วจะไม่เสนอชื่อใครเป็นนายกฯ รู้ว่าเราไม่ใช่พรรคที่จะชนะจนมีคะแนนเป็นที่หนึ่ง จะชูสนับสนุนใครเป็นนายกฯต้องดูก่อนว่าพรรคต่างๆเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ วันนี้ยังไม่สมัครตอบไม่ได้ ต้องดูผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร แล้วใครคุมเสียงข้างมากได้ วันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนไม่เกี่ยง อย่างไรต้องมีเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วนที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น ไม่ขอวิจารณ์คนต่างจิตต่างใจ
ศาลฎีกาพร้อมรับมือคดีเลือกตั้ง
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของศาลฎีกาในคดีเลือกตั้งว่ามีความพร้อม 100% ศาลฎีกาออกระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทั้งข้อกฎหมาย บุคลากร กฎระเบียบ ห้องพิจารณาไว้รองรับ จำนวนผู้พิพากษาที่จะมาร่วมองค์คณะมีกว่า 100 คน เชื่อว่ารับมือกับคดีเลือกตั้งได้ไม่มีปัญหา แม้มีกรอบเวลาจำกัด ปีที่ผ่านมาพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ว.ไป 27 คดีเสร็จทันกรอบเวลา ส่วนกรณีคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หากมีการยื่นร้องกล่าวหาคณะ กรรมการ (ป.ป.ช.) เสียงข้างมากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตีตกคดีดังกล่าว ถ้ามีการยื่นเรื่องมาศาลพร้อมจะพิจารณาคดี
“บิ๊กตู่” คืนเก้าอี้ อบจ.พี่ “วราเทพ” เฮ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้ลงนามคำสั่งนายกฯ ที่ 1/2562 ให้บุคคลกลับไปดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่เดิม หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.พักงานเจ้าหน้าที่รัฐ เปิดทางให้ศูนย์ อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ จนยุติเรื่องแล้วจึงให้บุคคลต่อไปนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม 9 คน ได้แก่ นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม นายสุรศักดิ์ ปรีชาผล ผอ.กองคลัง อบจ.สมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุณยเกียรติ ผอ.กองแผนและงบประมาณ อบจ.สมุทรปราการ นายวิชัย จันทร์จำรูญ ผอ.กอง การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.สมุทรปราการ นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร นายไพฑูรย์ สัตยวงศ์ทิพย์ ปลัด อบจ.กำแพงเพชร นายบำรุง ผลทวี นายก อบต.มะลุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ว่าที่ ร.ต.กมล เสถียรดี ปลัดเทศบาลสำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่นักการเมืองที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เช่น อบจ.กำแพงเพชร พี่ชายของนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ