PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

(ข้อมูล)โปรดเกล้า 250สปช.คนดังอดีตสว.เพียบ

ราชกิจจานุเบกษาตีพิมพ์ประกาศโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 250 คน พบ “ชัย ชิดชอบ-ธวัชชัย สมุทรสาคร” มีชื่อตามคาด อดีต ส.ว. “คำนูณ-ไพบูลย์-ประสาร-วันชัย-รสนา” ได้รับแต่งตั้ง “พะจุณณ์” นายทหารคนสนิท “ป๋าเปรม” ติดโผด้วย ภาคประชาชน “สารี” ได้ด้วย รายงานตัว 8-16 ต.ค.
       
       วันนี้ (6 ต.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คน ซึ่งได้ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนพิเศษ 199 ง โดยมีเนื้อหาดังนี้
       
       ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
       ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
       
       พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ดังต่อไปนี้
       
       ๑. นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด
       ๒. นายกาศพล แก้วประพาฬ
       ๓. นายกิตติ โกสินสกุล
       ๔. นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์
       ๕. นายกงกฤช หิรัญกิจ
       ๖. นายกมล รอดคล้าย
       ๗. นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล
       ๘. นางกอบแก้ว จันทร์ดี
       ๙. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล
       ๑๐. นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
       ๑๑. นายกิตติภณ ทุ่งกลาง
       ๑๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์
       ๑๓. นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี
       ๑๔. นายเกริกไกร จีระแพทย์
       ๑๕. นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง
       ๑๖. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส
       ๑๗. นายโกเมศ แดงทองดี
       ๑๘. นายโกวิทย์ ทรงคุณ
       ๑๙. นายโกวิท ศรีไพโรจน์
       ๒๐. นายไกรราศ แก้วดี
       ๒๑. นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
       ๒๒. นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์
       ๒๓. พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์
       ๒๔. พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา
       ๒๕. นายเขมทัต สุคนธสิงห์
       ๒๖. นายเข็มชัย ชุติวงศ์
       ๒๗. พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร
       ๒๘. นายคณิศร ขรรัง
       ๒๙. นายคํานูณ สิทธิสมาน
       ๓๐. นายคุรุจิต นาครทรรพ
       ๓๑. นายจรัส สุทธิกุลบุตร
       ๓๒. นายจรัส สุวรรณมาลา
       ๓๓. พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา
       ๓๔. นายจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง
       ๓๕. พลเอก จิระ โกมุทพงศ์
       ๓๖. พลเอก จิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข
       ๓๗. พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์
       ๓๘. ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์
       ๓๙. นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา
       ๔๐. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี
       ๔๑. นางจุรี วิจิตรวาทการ
       ๔๒. นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน
       ๔๓. นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์
       ๔๔. นายจุมพล รอดคําดี
       ๔๕. นายจุมพล สุขมั่น
       ๔๖. นายเจน นําชัยศิริ
       ๔๗. นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ
       ๔๘. พลอากาศเอก เจษฎา วิจารณ์
       ๔๙. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
       ๕๐. นายจําลอง โพธิ์สุข
       ๕๑. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน
       ๕๒. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช
       ๕๓. นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ
       ๕๔. นางชัชนาถ เทพธรานนท์
       ๕๕. นายชัย ชิดชอบ
       ๕๖. นายชัยพร ทองประเสริฐ
       ๕๗. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ
       ๕๘. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช
       ๕๙. นายชาลี เจริญสุข
       ๖๐. นายชาลี เอียดสกุล
       ๖๑. นายชาลี ต้งจักรวงษ์
       ๖๒. พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ
       ๖๓. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่
       ๖๔. นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์
       ๖๕. นายชิตชัย จิวะตุวินันท์
       ๖๖. นายชูชัย ศุภวงศ์
       ๖๗. นายชูชาติ อินสว่าง
       ๖๘. พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย
       ๖๙. นายเชิดชัย วงศ์เสรี
       ๗๐. นายเชื้อ ฮั่นจินดา
       ๗๑. นายฐิติ วุฑฒโกวทย์
       ๗๒. พลโท ฐิติวัจน์ กําลังเอก
       ๗๓. นางฑิฆัมพร กองสอน
       ๗๔. นายณรงค์ พุทธิชีวิน
       ๗๕. นายณรงค์ วรงศ์เกรียงไกร
       ๗๖. นายณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา
       ๗๗. นายดิเรก ถึงฝั่ง
       ๗๘. นายดํารงค์ พิเดช
       ๗๙. นายดุสิต เครืองาม
       ๘๐. นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์
       ๘๑. พลโท เดชา ปุญญบาล
       ๘๒. นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล
       ๘๓. นางตรึงใจ บูรณสมภพ
       ๘๔. นางเตือนใจ สินธุวณิก
       ๘๕. นางถวิลวดี บุรีกุล
       ๘๖. นายถาวร เฉิดพันธุ์
       ๘๗. นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์
       ๘๘. นายทนงศักดิ์ ทวีทอง
       ๘๙. นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ
       ๙๐. นางสาวทัศนา บุญทอง
       ๙๑. นางทิชา ณ นคร
       ๙๒. นายทิวา การกระสัง
       ๙๓. นายเทียนฉาย กีระนันทน์
       ๙๔. นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ
       ๙๕. นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์
       ๙๖. พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์
       ๙๗. นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์
       ๙๘. นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์
       ๙๙. นายธวัช สุวุฒิกุล
       ๑๐๐. นายธวัชชัย ยงกิตติกุล
       ๑๐๑. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร
       ๑๐๒. นายธวัชชัย อุ่ยพานิช
       ๑๐๓. นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์
       ๑๐๔. นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์
       ๑๐๕. นายธํารง อัศวสุธีรกุล
       ๑๐๖. พลโท นคร สุขประเสริฐ
       ๑๐๗. นางนรีวรรณ จินตกานนท์
       ๑๐๘. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์
       ๑๐๙. พลโท นาวิน ดําริกาญจน์
       ๑๑๐. นายนิฟาริด ระเด่นอาหมัด
       ๑๑๑. นายนิคม มากรุ่งแจ้ง
       ๑๑๒. นายนิพนธ์ คําพา
       ๑๑๓. นายนิพนธ์ นาคสมภพ
       ๑๑๔. นายนิมิต สิทธิไตรย์
       ๑๑๕. นายนิรันดร์ พันทรกิจ
       ๑๑๖. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง
       ๑๑๗. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       ๑๑๘. นายนําชัย กฤษณาสกุล
       ๑๑๙. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
       ๑๒๐. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์
       ๑๒๑. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
       ๑๒๒. นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์
       ๑๒๓. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช
       ๑๒๔. นางเบญจวรรณ สร่างนิทร
       ๑๒๕. นายประชา เตรัตน์
       ๑๒๖. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช
       ๑๒๗. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์
       ๑๒๘. นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด
       ๑๒๙. นางประภาภัทร นิยม
       ๑๓๐. นางประภาศรี สุฉันทบุตร
       ๑๓๑. นายประมนต์ สุธีวงศ์
       ๑๓๒. นายประสาร มฤคพิทักษ์
       ๑๓๓. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์
       ๑๓๔. พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์
       ๑๓๕. นายประเสริฐ ชิตพงศ์
       ๑๓๖. นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์
       ๑๓๗. นายปราโมทย์ ไม้กลัด
       ๑๓๘. นายปรีชา เถาทอง
       ๑๓๙. นายปรีชา บุตรศรี
       ๑๔๐. พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ
       ๑๔๑. นายปิยะวัติ บุญ-หลง
       ๑๔๒. นายเปรื่อง จันดา
       ๑๔๓. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ
       ๑๔๔. นายพงศ์โพยม วาศภูติ
       ๑๔๕. นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช
       ๑๔๖. นายพนา ทองมีอาคม
       ๑๔๗. นายพรชัย มุ่งเจริญพร
       ๑๔๘. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์
       ๑๔๙. นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช
       ๑๕๐. นางพรรณี จารุสมบัติ
       ๑๕๑. นายพรายพล คุ้มทรัพย์
       ๑๕๒. นายพลเดช ปิ่นประทีป
       ๑๕๓. พลเอก พอพล มณีรินทร์
       ๑๕๔. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป
       ๑๕๕. นางพันธุ์ทิพย์ สายสุนทร
       ๑๕๖. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
       ๑๕๗. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม
       ๑๕๘. นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ
       ๑๕๙. นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา
       ๑๖๐. นายไพบูลย์ นิติตะวัน
       ๑๖๑. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร
       ๑๖๒. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
       ๑๖๓. นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์
       ๑๖๔. นางภัทรียา สุมะโน
       ๑๖๕. พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ
       ๑๖๖. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร
       ๑๖๗. นายมนู เลียวไพโรจน์
       ๑๖๘. นายมนูญ ศิริวรรณ
       ๑๖๙. นายมานิจ สุขสมจิตร
       ๑๗๐. นายมีชัย วีระไวทยะ
       ๑๗๑. พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ
       ๑๗๒. พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
       ๑๗๓. นางสาวรสนา โตสิตระกูล
       ๑๗๔. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช
       ๑๗๕. นายวรรณชัย บุญบํารุง
       ๑๗๖. พลเอก วรวิทย์ พรรณสมัย
       ๑๗๗. นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา
       ๑๗๘. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้
       ๑๗๙. พลเอก วัฒนา สรรพานิช
       ๑๘๐. นายวันชัย สอนสิริ
       ๑๘๑. นายวัลลภ พริ้งพงษ์
       ๑๘๒. นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์
       ๑๘๓. พลเอก วิชิต ยาทิพย์
       ๑๘๔. นายวิทยา กุลสมบูรณ์
       ๑๘๕. นายวินัย ดะห์ลัน
       ๑๘๖. นายวิบูลย์ คูหิรัญ
       ๑๘๗. นายวิริยะ นามศิริพงศพันธุ์
       ๑๘๘. นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร
       ๑๘๙. นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร
       ๑๙๐. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน
       ๑๙๑. พลเอก วุฒินันท์ ลีลายุทธ
       ๑๙๒. นายวุฒิสาร ตันไชย
       ๑๙๓. นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม
       ๑๙๔. นายศานิตย์ นาคสุขศรี
       ๑๙๕. นายศักรินทร์ ภูมิรัตน
       ๑๙๖. นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์
       ๑๙๗. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์
       ๑๙๘. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา
       ๑๙๙. พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
       ๒๐๐. นายศุภชัย ยาวะประภาษ
       ๒๐๑. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
       ๒๐๒. นายสมเกียรติ ชอบผล
       ๒๐๓. นายสมเดช นิลพันธุ์
       ๒๐๔. นายสมชัย ฤชุพันธ์
       ๒๐๕. นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์
       ๒๐๖. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา
       ๒๐๗. นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ
       ๒๐๘. นายสยุมพร ลิ่มไทย
       ๒๐๙. นายสรณะ เทพเนาว์
       ๒๑๐. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์
       ๒๑๑. นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์
       ๒๑๒. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง
       ๒๑๓. นายสิระ เจนจาคะ
       ๒๑๔. พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง
       ๒๑๕. นางสีลาภรณ์ บัวสาย
       ๒๑๖. นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ
       ๒๑๗. นางสุกัญญา สุดบรรทัด
       ๒๑๘. นายสุชาติ นวกวงษ์
       ๒๑๙. นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง
       ๒๒๐. นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม
       ๒๒๑. นายสุพร สุวรรณโชติ
       ๒๒๒. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว
       ๒๒๓. พลเรือเอก สุรินทร์ เริงอารมณ์
       ๒๒๔. นายสุวัช สิงหพันธุ์
       ๒๒๕. นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ
       ๒๒๖. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์
       ๒๒๗. นายเสรี สุวรรณภานนท์
       ๒๒๘. นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ
       ๒๒๙. นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์
       ๒๓๐. นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ
       ๒๓๑. นายอนันตชัย คุณานันทกุล
       ๒๓๒. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล
       ๒๓๓. พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ
       ๒๓๔. นายอมร วาณิชวิวัฒน์
       ๒๓๕. นายอมรวิชช์ นาครทรรพ
       ๒๓๖. นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย
       ๒๓๗. นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ
       ๒๓๘. นายอลงกรณ์ พลบุตร
       ๒๓๙. นางสาวอ่อนอุษา ลําเลียงพล
       ๒๔๐. นางอัญชลี ชวนิชย์
       ๒๔๑. พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์
       ๒๔๒. พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย
       ๒๔๓. นายอําพล จินดาวัฒนะ
       ๒๔๔. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
       ๒๔๕. นายอุดม ทุมโฆสิต
       ๒๔๖. นายอุทัย สอนหลักทรัพย์
       ๒๔๗. นางอุบล หลิมสกุล
       ๒๔๘. พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ
       ๒๔๙. นายเอกราช ช่างเหลา
       ๒๕๐. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นปีที่ ๖๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
       
       ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า จากจำนวนรายชื่อ สปช. 250 คนดังกล่าว พบว่า นายชัช ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดานายเนวิน ชิดชอบ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น สปช. เช่นเดียวกับ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ก่อนหน้านี้ได้ลาออกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากมีคุณสมบัติต้องห้าม เพราะไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในนามพรรคชาติพัฒนา โดยการชักชวนของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น สปช. เช่นกัน ส่วน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษและนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้รับการแต่งตั้งเช่นกัน และ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการแต่งตั้งด้วย
       
       ขณะเดียวกัน กลุ่มอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตั้งแต่ปี 2543-2557 จำนวน 22 คน โดยเฉพาะอดีตกลุ่ม 40 ส.ว. เกือบทั้งกลุ่ม เช่น นายคำนูณ สิทธิสมาน, นางตรึงใจ บูรณสมภพ, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, นายวันชัย สอนศิริ, นางพรพันธุ์รรณ บุณยรัตพันธุ์, นางทัศนา บุญทอง นอกจากนี้มีอดีต ส.ว. เลือกตั้งและสรรหาปี2543-2551 อาทิ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร, นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี, นายประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีต ส.ว.สงขลา, นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ว.ตรัง, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต ส.ว.สรรหา, นายมีชัย วีระไวทยะ อดีต ส.ว.กทม. และนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีต ส.ว.กทม.
       
       ส่วนกลุ่มอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 (กมธ.ยกร่างฯ) อาทิ น.ส.พจนีย์ ธนวรานิช อดีตรองประธาน สนช. ปี 2549, นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน สสร., นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี อดีต สสร. บิดา น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส., นางจุรี วิจิตวาทการ อดีต สสร., นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, นายกงกฤช หิรัญกิจ อดีต สนช., นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อดีต สนช., นายวุฒิสาร ตันไชย อดีต กมธ.ยกร่างฯ ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีต สสร. และน้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. อย่างไรก็ตาม คาดว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า จะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
       
       อีกด้านหนึ่ง ยังพบว่า นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักธุรกิจโซลาร์เซลล์ ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น สปช. ด้วย เช่นเดียวกับนายมนูญ ศิริวรรณ อดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ส่วนภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวด้านพลังงาน พบว่านางสารี อ่องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก็ได้รับการแต่งตั้ง
       
       นอกจากนี้ยังมีกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเคลื่อนไหวในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จำนวนมาก อาทิ นายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีต ส.ว. กทม., นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์, นายชูชัย ศุภวงศ์, นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), นายพลเดช ปิ่นประทีป, นายพงศ์โพยม วาศภูติ, นายสังศิต พิริยะรังสรรค์, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ รวมถึงนายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตกรรมการ คตส. ซึ่งมีบทบาทตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปี 2549 ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก
       
       ด้านนักวิชาการได้รับแต่งตั้งให้เป็น สปช. อีกด้วย ได้แก่ นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวิริยะ นามศิริพงศพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
       
       ส่วนบุคคลในแวดวงสื่อสารมวลชน พบว่ามี นายจุมพล รอดคําดี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, นายบุญเลิศ คชายุทธเดช หรือ บุญเลิศ ช้างใหญ่ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 และอดีตบรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์มติชน, นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ กรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.), นายมานิจ สุขสมจิตร สื่อมวลชนอาวุโส, นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และอดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.),นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา รองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สปช.
       
       ด้านนักการเมืองและบุคคลที่มีชื่อเสียง พบว่ามีนายดํารงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย, นายพรชัย มุ่งเจริญพร นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย จ.สุรินทร์, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีต รมช.กลาโหม ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีข่าวเรื่องคลิปถั่งเช่าอันโด่งดัง, นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ อดีตทีมทนายความคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นต้น
       
       นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มข้าราชการในอดีตและปัจจุบัน อาทิ นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายประชา เตรัตน์, นายไพโรจน์ พรหมสาส์น อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มเอ็นจีโอ อาทิ นายทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก, นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ประธานมูลนิธิคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการน้ำแบบบูรณาการ
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อม รับรายงานตัวสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตั้งแต่วันที่ 8-16 ต.ค. เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมาชิกฯ ต้องนำหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาใบสำคัญสมรส, สำเนาหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส และรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 6 รูป, ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 6 รูป และขนาด 3 นิ้ว จำนวน 6 รูป
       
       ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อคิดเห็นการปฏิรูป 11 ด้าน ตามที่คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปของกระทรวงกลาโหมดำเนินการ, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แจกให้กับ สปช. ได้ใช้ศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมการทำงาน

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 28 สนช. ฟ้องศาลปกครอง อู้ฟู่ถ้วนหน้า "นพดล" มีทรัพย์สิน21ล้าน

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 28 สนช. ฟ้องศาลปกครอง อู้ฟู่ถ้วนหน้า "นพดล" มีทรัพย์สิน21ล้าน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในกรณีเข้ารับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 57

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ 28 สนช.ที่ลงชื่อร้องศาลปกครองให้เพิกถอนมติเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะชนของป.ป.ช.นั้น เป็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
โดยแต่ละคนมีทรัพย์สินดังนี้

1.พล.อ.นพดล อินทปัญญา อดีตเลขานุการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม มีทรัพย์สิน 21,313,634 บาท เป็นเงินฝากกว่า 9 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 5 ล้านบาท ที่ดินกว่า 4ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1.3 ล้านบาท ยานพาหนะ 4 แสนบาท ไม่มีหนี้สิน

2.พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ประธานกรรมการบริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 219,881,974 บาท เป็นที่ดินมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 75 ล้านบาท

3.นายสุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วู๊ดแลนด์รีสอร์ทและทิฟฟานี่โชว์พัทยา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 637,035,072 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 290 ล้านบาท เงินให้กู้ยืมกว่า 98 ล้าน
บาทสิทธิและสัมปทานกว่า 65 ล้านบาท ที่ดินกว่า 43 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองเงินลงทุนมากสุดกว่า 45 ล้านบาท ที่ดินกว่า 23 ล้านบาททรัพย์สินอื่นกว่า 4 ล้านบาท

4.นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 143,114,762 บาท เป็นเงินทุนกว่า 29 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 19 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น
มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างมากสุดมูลค่ากว่า 61 ล้านบาท ที่ดินกว่า 23 ล้านบาท เงินฝากกว่า 9 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

5.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน นักเคลื่อนไหวประชาสังคม เคยเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 94,982,259 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 16 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่ง
ปลูกสร้าง10 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ได้แก่ พระเครื่องและเครื่องประดับหลายรายการ ขณะคู่สมรสมีเงินฝากกว่า 30 ล้านบาท ที่ดินมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท

6.พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตนายทหารคนสนิท (ทส.) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 388,207,253 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 209 ล้านบาท ที่ดินเกือบ 100 ล้านบาท โรงเรือน
และสิ่งปลูกสร้างกว่า 23 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 30 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นมูลค่า 5 ล้านบาท

7.นายชัชวาล อภิบาลศรี อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 838,463,795 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 380 ล้านบาท ที่ดินมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท เงินฝากกว่า 52 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครอง
ที่ดินมากสุดมูลค่า 160 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 24 ล้านบาท

8.พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) สมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 161,882,999 บาท เป็นที่ดินกว่า 15 ล้านบาททรัพย์สินอื่น.มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท เงินฝากกว่า 8 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 46 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกว่า 21 ล้านบาท เงินฝากและเงินลงทุนรวมกว่า 28ล้านบาท

9.นายประมุท สูตะบุตร อดีตผู้อำนวยการ อสมท. คนแรก สายสัมพันธ์เครือญาติคู่สมรสนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 185,535,343 บาทเป็นที่ดินกว่า 80 ล้านบาท เงินฝากกว่า 43 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 42 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองทรัพย์สินอื่น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เงินฝากกว่า 2 ล้านบาท

10.พล.อ.จิรพงศ์ วรรณรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษากองทัพบก มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 207,551,976 บาท คู่สมรสถือครองที่ดินมากที่สุดมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท รองมาเป็นเงินลงทุนกว่า 65 ล้าน
บาท ขณะที่พล.อ.จิรพงศ์ มีทรัพย์สินเป็นเงินลงทุนมากที่สุดกว่า 22 ล้านบาท

11.พล.อ.ไตรรัตน์ รังคะรัตน ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เตรียมทหารรุ่นที่ 10 (รุ่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน59,213,207 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 11 ล้านบาท สิทธิและสัมปทานกว่า 6 ล้านบาท ที่ดินเกือบ 4 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 8 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8 ล้านบาท

12.นายธำรง ทัศนาญชลี อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 84,125,882 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 59 ล้านบาท ที่ดินกว่า 9 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกว่า 5 ล้านบาท สิทธิและสัมปทานกว่า 5 ล้านบาท

13.นางสุวิมล ภูมิสิงหราช อดีตเลขาธิการวุฒิสภา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 59,824,388 บาท เป็นเงินลงทุนกว่า 32 ล้านบาทที่ดินกว่า 5 ล้านบาท สิทธิและสัมปทานกว่า 4 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือ
ครองที่ดินมากสุดมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท

14.พล.อ.ชยุติ สุวรรณมาศ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญการกองทัพไทย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 295,061,936 บาท มีที่ดินมูลค่าเกือบ 240 ล้านบาท สิทธิและสัมปทานมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท เงินฝากว่า 78 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 56 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10 ล้านบาท ยานพาหนะเกือบ 8 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองเงินฝากมากสุดกว่า 57 ล้านบาท ที่ดิน 40 ล้านบาท เงินลงทุน 25 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 20 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 4 ล้านบาท

15.นายศรีศักดิ์ ว่องส่งสาร อดีตกรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สมัยนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 48,298,141 บาท เป็นที่ดินกว่า 28 ล้านบาทโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกว่า 11 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 4 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองสิทธิและสัมปทานมากสุดกว่า 2 ล้านบาท ที่ดินกว่า 1 ล้านบาท

16.พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก มีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 63,679,323 บาท มียานพาหนะมูลค่ามาก
สุดกว่า 8 ล้าน ที่ดินกว่า 5 ล้าน เงินฝากกว่า 1 ล้าน ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมกัน 50 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 5 ล้านบาท

17.นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 169,224,509 บาท เป็นเงินฝากกว่า 55 ล้านบาท ที่ดินกว่า 45 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 42 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 5 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 4 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 4 ล้านบาท เงินฝากกว่า 3 ล้านบาท

18.พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 263,487,636 บาท เป็นที่ดินกว่า 92 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 26 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 25
ล้านบาทเงินฝากกว่า 18 ล้านบาท ยานพาหนะกว่า 8 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 89 ล้านบาท

19.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 136,563,177 บาท เป็นเงินฝากกว่า 32 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 29 ล้านบาท โรงเรือน
และสิ่งปลูกสร้าง 16ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองเงินฝากมากสุดกว่า 25 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 8 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 2 ล้านบาท

20.พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,573,780 บาท เป็นที่ดินกว่า 8 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 ล้านบาท ยานพาหนะ 1.5 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือ
ครองเงินฝากและเงินลงทุนรวมกันเกือบ 9 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 3 ล้านบาท

21.พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ อดีตเสนาธิการทหารบก มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 32,308,150 บาท เป็นที่ดินกว่า 15 ล้านบาท เงินฝากกว่า 10 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 2 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูก
สร้าง 2 บาทส่วนคู่สมรสถือครองยานพาหนะมูลค่ามากสุดกว่า 2 ล้านบาท

22.พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ นายตำรวจคนสนิท ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ จบเตรียมนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 25 (รุ่นเดียวกับพล.ต.อ.พัชรวาท) มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 204,180,760 บาท เป็นเงิน
ลงทุนกว่า 181 ล้านบาท ที่ดินกว่า 16 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกว่า 5 ล้านบาท

23.พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,813,982 บาท เป็นเงินฝากกว่า 4 ล้านบาท ที่ดินกว่า 2 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 8 ล้าน เงิน
ฝากกว่า 6 ล้านบาททรัพย์สินอื่นกว่า 1 ล้าน

24.พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ อดีต ผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) เตรียมทหารรุ่นที่ 12 (รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) มีทรัพย์สินมากกว่า
หนี้สิน 41,907,918 บาท เป็นเงินฝากกว่า 12 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 8 ล้านบาท ที่ดิน-โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมกันกว่า 6 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินมากสุดกว่า 4 ล้านบาท โรงเรือน
และสิ่งปลูกสร้างกว่า 3 ล้านบาท เงินฝากกว่า 1.8 ล้านบาท ยานพาหนะกว่า 1.2 ล้านบาท

25.พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา อดีต ผบ.กองอัยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เตรียมทหารรุ่นที่ 12 (รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์) มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 340,479,260 บาท เป็น
ทรัพย์สินอื่นมากสุดได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พระจิตลดาและพระเครื่องอื่นๆ กว่า 100 องค์ ทั้งยังมีทองแท่งหนัก 30 บาท นาฬิกาหรูและเครื่องประดับอีกหลายรายการ มูลค่ากว่า 53
ล้านบาท เงินฝากกว่า3.2 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองที่ดินกว่า 158 ล้านบาท เงินฝากกว่า 120 ล้านบาท

26.นายธานี อ่อนละเอียด อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,210,776 บาท มีทรัพย์สินอื่น มูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท

27.พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม อดีตแม่ทัพภาคที่ 1 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 55,798,389 บาท มีที่ดินมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท เงินฝากกว่า 8 ล้านบาท โรงเรือน
และสิ่งปลูกสร้างกว่า 4 ล้านบาท ยานพาหนะกว่า 3 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นกว่า 1.12 ล้านบาท ส่วนคู่สมรสถือครองเงินฝากมากสุดกว่า 6 ล้านบาท ที่ดินกว่า 5.6 ล้านบาท ยานพาหนะกว่า 5.4 ล้าน
บาท28.พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 81,959,153 บาท มีที่ดินมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 20 ล้านบาท เงินฝากกว่า
14 ล้านบาทส่วนคู่สมรสมีเงินฝากกว่า 12 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกว่า 10 ล้านบาท เงินลงทุนกว่า 1.3 ล้านบาท
/////////////////////////
ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 195 คน "อิสระ ว่องกุศลกิจ" มีทรัพย์สินมากที่สุดกว่า 5 พันล้านบาท น้อยสุด สมพร เทพสิทธา 1.6 แสนบาท

วันที่ 3 ต.ค.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ดำเนินการ เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จำนวน 195 คน กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 โดยพบว่านายอิสระ ว่องกุศลกิจ คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินมากที่สุด จำนวน 5,239 ล้านบาท โดยเป็นเงินทุนสูงถึง 3,494 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 1,195 ล้านบาท หนี้สิน 13 ล้านบาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,225 ล้านบาท

รองลงมา คือ นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ มีทรัพย์สิน 1,316 ล้านบาท เป็นที่ดิน 1,197 ล้านบาท หนี้สิน 2 ล้าน 7 แสนบาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,313 ล้านบาท พลตำรวจโทจักรทิพย์ ชัยจินดา มีทรัพย์สิน 968 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินของคู่สมรสถึง 870 ล้านบาท มีหนี้สิน 6 ล้าน 3 แสนบาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 962 ล้านบาท

นายชัชวาล อภิบาลศรี มีทรัพย์สิน 951 ล้านบาท หนี้สิน 113 ล้านบาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 838 ล้านบาท ขณะที่พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ อดีตผบ.ทร. มีทรัพย์สิน 801 ล้านบาท โดยในส่วนนี้
เป็นของคู่สมรส 720 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน

ส่วนผู้ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุด คือนายสมพร เทพสิทธา มีทรัพย์สินเป็นเงินฝาก 1 แสน 6 หมื่นบาท

ทั้งนี้ การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ ต้องมี สนช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จำนวน

197 คน แต่ปรากฏว่า มีสนช.จำนวน 2 คน ที่ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน คือ นายรัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

คมนาคม

โผโยกย้ายผู้การกรม ทบ. หลุดว่อนไลน์ทหาร เสนอเปลี่ยนตัว ผู้การกรม หน่วยขุมกำลังรบ ขุมกำลังปฏิวัติใหม่หมด

ฮือฮา โผโยกย้ายผู้การกรม ทบ. หลุดว่อนไลน์ทหาร เสนอเปลี่ยนตัว ผู้การกรม หน่วยขุมกำลังรบ ขุมกำลังปฏิวัติใหม่หมด ทั้งที่เป็นการให้โบนัส และเพื่อกระชับความมั่นใจในอำนาจของ “พลเอก อุดมเดช” ผบ.ทบ.คนใหม่

เอกสารบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับพันเอกพิเศษ หรือที่เรียกว่า โผผู้บังคับการกรม หน่วยคุมกำลังของทบ.ถูกเผยแพร่และส่งต่อ กันระนาว ในไลน์ของนายทหารกันอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดความวิตกหวั่นไหว เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนขุมกำลังสำคัญ ที่เรียกว่า หน่วยปฏิวัติทั้งหมด พร้อมกัน เนื่องจากนายทหารหลายคนถูกโยกย้ายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวแต่ก็ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

แต่มีรายงานว่า เป็นการจัดทัพในส่วนขุมกำลังรบหน่วยปฏิวัติใหม่ ทั้งเพื่อเป็นการตอบแทน นายทหารที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย และการรัฐประหารที่ผ่านมา ก็ขยับในตำแหน่งสูงขึ้น แม้อาจไม่ได้คุมกำลัง ขณะที่ บางตำแหน่ง ก็ถูกขยับออก เพื่อสร้างความมั่นใจ ของ พลเอก อุดมเดช ผบ.ทบ. ในการกระชับอำนาจทั้งหมด

แม้ว่า ผบ.หน่วยกำลังรบที่ขึ้นมาใหม่ จะเป็นสายอำนาจเดิมของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผบ.ทบ. และ นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พลเอก อุดมเดช เองก็ตาม
ที่น่าสังเกตคือ เป็นรายชื่อที่หลุดออกมา ในส่วนของ พล.๑รอ. และ พล.ร.2รอ.

โดยมีรายงานว่า คำสั่งดังกล่าว เป็น รายชื่อ ในส่วนที่ พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ. ที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการของ ทบ. ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ เขายังเป็น แม่ทัพภาค 1 นั่นเอง

โดยน่าสนใจว่า รายชื่อที่หลุดออกมานั้น เป็นในส่วนการโยกย้ายของ กองพลที่1 รักษาพระองค์(พล.1รอ.) กองพลปฏิวัติ หน่วยคุมกำลังสำคัญของ กองทัพภาค1 และกองทัพบก และในส่วนของ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ (พล.ร.๒รอ.) หรือหน่วยบูรพาพยัคฆ์

โดยมีรายงานว่า ในรายชื่อที่เสนอให้บอร์ดของ ทบ. พิจารณา นั้น มีการเปลี่ยนตัว ผู้บังคับการกรมสำคัญทั้งหมด เช่น การขยับ พันเอก เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังตับการกรมทหารราบที่๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ผบ.ร.๑รอ.) (เตรียมทหารรุ่น๒๓) ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการกองพลที่๑ รักษาพระองค์( รองผบ.พล.๑รอ.) โดยมี พันเอก อาสาศึก ขันติรัตน์ (ตท.๒๗) นายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พลเอก ธีรชัย มาเป็น ผบ.ร.๑รอ. แทน ที่ถือว่าเป็นการ “ให้โบนัส” แก่นายทหารที่ร่วมดูแลความสงบเรียบร้อย ในช่วงการชุมนุม จนถึงการรัฐประหาร

เช่นเดียวกับที่ มีการเสนอย้าย พันเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี (เตรียมทหาร ๒๔) ผบ.ร.๑๑รอ. ที่เป็นตำแหน่งนี้มา 3ปีครึ่ง ขึ้นเป็น รองผบ.พล.๑รอ. ซึ่งก็ถือว่า สูงขึ้น แต่ทว่า ก็ไม่ได้คุมกำลัง

ทั้งนี้มีการมองว่า เพราะ พันเอก ทรงวิทย์ เป็นนายทหารที่มีผลงานในการรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งที่ รามคำแหง และสี่แยกหลักสี่ ในช่วงการชุมนุม

ที่ฮือฮาคือ การเสนอแต่งตั้ง เสธ.โต พันเอก สุชาติ พรมใหม่ นายทหารฝ่ายเสนาธิการ น้องรัก มือขวา ของ พลเอก อุดมเดช แกนนำตท.๒๗ มาเป็น ผบ.ร.๑๑รอ. คุมกำลังรบนี้แทน เพื่อความมั่นใจในการคุมกำลัง

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอเปลี่ยนตัว ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ (ผบ.ร.๓๑รอ.) หน่วยกำลังรบหลักอีกหน่วย ซึ่งเป็นกำลังรบที่มีขีดความสามารถ ในฐานะหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของ ทบ.RDF โดยเสนอย้าย พันเอก กัณฑชัย ประจวบอารีย์ ผบ.ร.๓๑รอ. ซึ่งถูกนายทหารในหน่วย ไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล เรื่องการไม่ดูแลลูกน้อง ถูกโยกย้ายไปเป็น เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ ๑๓ (เสธ.มทบ.๑๓) ที่ลพบุรี นั่นเอง ทั้งๆที่เขา เพิ่งเป็น ผบ.ร.๓๑รอ. มาได้แค่ ๑ปีเท่านั้น ตามปกติแล้ว การเป็นผู้บังคับการกรม มักจะเป็นกน คนละ ๒-๓ ปี

โดยในรายชื่อ นั้น มีชื่อของ พันเอก พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมพญา นายทหารเสือราชินี จากรองผบ.ร.๒๑รอ. มาเป็น ผบ.ร.๓๑ รอ. เลย โดย พันเอก พงศ์ศักดิ์ เป็นหนึ่งในนายทหารระดับผบ.หน่วยหลายสิบคน ที่ถูกกองกำลังชายชุดดำยิงถล่มโจมตี ที่ถนนดินสอ ในช่วงกระชับพื้นที่คนเสื้อแดง เมื่อ ๑๐ เม.ย.๒๕๕๓ ที่ผ่านมาด้วย

แต่มีรายงานว่า ตำแหน่งนี้ อาจจะไม่เป็นไปตามที่เสนอมา. หรือ ที่สุดอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ในโผรายชื่อดังกล่าว ยังมีการเสนอย้าย พันเอก นฤดล ท้าวฤทธิ์ (ตท.๒๔) ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่๑รักษาพระองค์( ผบ.ป.๑รอ.) เป็น เสธ.มณฑลทหารบกที่ ๑๓ และให้ พันเอก คชาชาติ บุญดี มา(ตท.๒๗) เป็น ผบ.ป.๑ รอ. ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงของ พล.๑รอ. แทน

รวมทั้ง การย้าย พันเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๒๑รักษาพระองค์ (ผบ.ร.๒๑รอ.) หน่วยทหารเสือราชินี ซึ่งเป็น เตรียมทหาร ๒๓ ให้โบนัส ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่๒รักษาพระองค์ (รองผบ.พล.ร.๒รอ.) แล้วให้ พันเอก วรยุทธ์ แก้ววิบูลย์พันธุ์ (ตท.๒๔) ขึ้นมาเป็น ผบ.ร.๒๑รอ. แทน

แต่อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ได้มีการประชุมพิจารณา รายชื่อที่เสนอมาแล้ว มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง ไม่ได้เป็นไปตามที่เสนอมาทั้งหมด แต่ก็เป็นไปตามที่เสนอมาเป็นส่วนใหญ่
โดยต้องรอคำสั่งอย่างเป็นทางการ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ตรงตามนึ้ทั้งหมด