PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

ผู้กำกับ 60 สน..ตบเท้า ร้อง ผบ.ตร.-กรณีโดนเด้ง กราว 60 สน.ด้าน ผบช.น. ล้างบาง พิษป้าย !!!!



ผู้กำกับ 60 สน..ตบเท้า ร้อง ผบ.ตร.-กรณีโดนเด้ง กราว 60 สน.ด้าน ผบช.น. ล้างบาง พิษป้าย !!!!
ส่วน ผบ.ตร. อ้างว่า มีหลักฐานความผิดอื่นและอาจจะโดนอาญาซ้ำ ...
จากกรณีพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.และผกก. ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร.วันที่ 7 ม.ค. โดยมีการเสนอย้ายตำรวจระดับ ผกก.จำนวน 67 สน. จากทั้งหมด 88 สน. ออกนอกหน่วย โดยอ้างความผิดเรื่องป้ายโฆษณาที่ติดตั้งอยู่ตามป้อมตำรวจจราจรในกทม. หลังจากสั่งให้บก.1-9 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
วานนี้ ผกก.ทั้ง 60 สน.ได้ยืนหนังสือขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ตร. ส่วน พล.อ.สมยศบอกว่า "เมื่อยื่นมาแล้วต้องดำเนินการส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบไปทบทวน แก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาได้เรียก ผบช.น.มาพบเพื่อมอบหนังสือที่ได้รับการร้องเรียนไป ดำเนินการ ขณะนี้ยังไม่ทราบรายชื่อผู้ที่จะถูกโยกย้ายว่ามีทั้งหมดกี่นาย แต่หากมีใครมาร้องเรียนก็ยินดีรับเรื่อง และจะดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเหตุผลด้วย จะใช้วิธีพวกมากลากไปไม่ได้ การจะมาชุมนุมหรือร้องเรียนต้องไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือ ไม่ ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงจะยอมรับหรือไม่ นี่คือสิ่งที่สำคัญ ตนเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาทุกบก. บช. ไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่มีเหตุอันควร ปัจจุบันมีช่องทางการฟ้องร้องหลายรูปแบบหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งร้องศาลปกครอง หรือป.ป.ช. ทุกอย่างต้องมีเหตุผล"
พล.อ.สมยศ ได้กล่าวต่อว่า "ส่วนตัวเชื่อว่าผู้บัญชาการแต่ละบช. มีเหตุผลตอบคำถามสังคมได้ว่าการโยกย้ายเป็นเพราะเหตุผลใด ขณะเดียวกันหากผู้กระทำผิดแล้วถูกโยกย้าย ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก ควรถามตัวเองก่อนว่าเคยกระทำความผิดอะไรไว้หรือไม่ ถ้าผิดจริงไม่ควรโทษหรือไปให้ร้ายผู้ที่โยกย้ายว่ากลั่นแกล้ง ต้องยอมรับกฎกติกากันบ้าง เชื่อว่าผู้บัญชาการทุกหน่วยมีวุฒิภาวะและมีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีการ กลั่นแกล้งให้ร้ายป้ายสีเกิดขึ้นแน่นอน"
"ส่วน กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.ถึงสว. ที่จะประชุม ก.ตร.ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ การจัดทำบัญชีรายชื่อทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบและดุลพินิจ ผู้บังคับบัญชาแต่ละบก. ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตร. จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง เป็นเพียงผู้ให้เห็นชอบเท่านั้น จะให้สิทธิ์การพิจารณาเต็มที่ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพียงแต่ให้นโยบายว่า ขอให้ดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเป็นธรรม ให้ยึดระเบียบข้อบังคับและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง" ผบ.ตร.กล่าว
ล้างบาง ล้างบาง


วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว30ธ.ค.57

สปช.

"สุจิต" แจง อนุ กมธ.ยกร่าง กำลังดำเนินการมั่นใจ 12 ม.ค. ได้เห็นร่างเบื้องต้น รวมรายละเอียคุณสมบัติ ส.ส. - นายกฯ แน่นอน

นายสุจิต บุญบงการ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า รายละเอียดของเนื้อการยกร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งมี นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดูแลเรื่องดังกล่าวโดยตรง ทั้งนี้ คาดว่าช่วงหลังปีใหม่ ในวันที่ 12 ม.ค. 58 จะได้ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น รวมทั้งรายละเอียดคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็น ส.ส. และนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้จะยังไม่มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมา ทุกคนได้ทำงานกันอย่างหนัก จึงขอพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มประชุมอีกครั้งหลังปีใหม่
--------------------------
"นิด้าโพล" ปชช.ร้อยละ 70.74 เห็นด้วย มี ส.ส.450 แบ่งเขต 250 สัดส่วน 200, ร้อยละ 63.36 ค้าน นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก ลต.

"นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง “ที่มา ส.ส. - ส.ว. และนายกรัฐมนตรี” จากประชาชนทั่วประเทศ ทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ระหว่างวันที่ 26 - 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 1,261 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 70.74 เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.ที่กำหนดให้มี ส.ส.จำนวน 450 คน แบ่งเป็นระบบเขตเลือกตั้ง 250 คน และระบบสัดส่วน 200 คน, ร้อยละ 18.87 ไม่เห็นด้วย ระบุมีจำนวนมากเกินไป, ร้อยละ 10.39 ไม่แน่ใจ, ร้อยละ 65.66 เห็นด้วย กับข้อเสนอของ กมธ.ที่กำหนดว่า ผู้สมัคร ส.ส. ไม่จำเป็นต้อง สังกัดพรรคการเมือง, ร้อยละ 30.93 ไม่เห็นด้วย ระบุอาจทำให้การทำงานแก้ปัญหายากลำบาก, ร้อยละ 3.41 ไม่แน่ใจ

ขณะเดียวกัน มีเพียงร้อยละ 34.58 ที่เห็นด้วย กับข้อเสนอของ กมธ. ที่กำหนดว่า นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ส. ในสภาฯ โดยที่ ร้อยละ 63.36
ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 2.06 ไม่แน่ใจ และปิดท้ายที่ ร้อยละ 54.24 เห็นด้วย กับข้อเสนอของ กมธ.ที่กำหนดว่า สมาชิกวุฒิสภา มีจำนวนไม่เกิน 200 คน สรรหา 4 กลุ่ม และเลือกตั้งทางอ้อม 1 กลุ่ม,
ร้อยละ 35.85 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 9.91 ไม่แน่ใจ
----------------------------
"อลงกรณ์" เผย 5-6 ม.ค. 58 สปช. เตรียมพิจารณา 3 เรื่องสำคัญโซลาร์รูฟเสรี, เปลี่ยนแปลงการคิดค่าโทรศัพท์มือถือ และสมัชชาคุณธรรม

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 5 - 6 ม.ค. 58 สปช. จะมีการประชุมโดยมีวาระพิจารณาเรื่องโซลาร์รูฟเสรี, เรื่องการเปลี่ยนแปลงการคิดค่าโทรศัพท์จากนาทีเป็นวินาที และเรื่องการจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ รวมถึงแนวทางการพิจารณาการปฏิรูปใน 1 ปี ที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากนี้ สปช. จะจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หรือ เวิร์คช็อปวิสัยทัศน์ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19 - 20 ม.ค. 58 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดและวิสัยทัศน์ของสมาชิก สปช. 250 คน เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศ ประมวลรวบรวมความเห็นและวิสัยทัศน์ของสมาชิก สปช. ประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรต่างๆ มาสรุปเป็นกรอบวิสัยทัศน์และการออกแบบประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูป สปช. ทั้ง 18 คณะ พร้อมกับพิจารณาว่าจะให้มีการบรรจุแนวทางการปฏิรูปประเทศ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปและการปรองดองด้วย
/////////////
นายกฯ

นายกรัฐมนตรี เตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรี ส่งท้ายปี 2557 ขณะการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล เช้านี้ การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยในเวลา 08.00 น. คณะรณรงค์กิจกรรม "กระทรวงวัฒนธรรม ส่งความสุข มอบของขวัญปีใหม่ 2558 แก่ประชาชน” เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อประชาสัมพันธ์และมอบสื่อรณรงค์ ณ บริเวณด้านหน้า ตึกบัญชาการ 1 จากนั้น เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 เช่นกัน ถือเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ส่งท้ายปี 2557 ขณะที่ ช่วงบ่ายเวลา 14.30 น. คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร
-----------------
นายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม. ครั้งสุดท้าย ปี 57 ขณะทำเนียบฯ ประดับดอกกล้วยไม้ตามแนวคิดอยากให้เป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดสุดท้ายของปี 2557 ในเวลา 09.00 น. โดยบรรยากาศก่อนการประชุมบริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 มีคณะรณรงค์กิจกรรม "กระทรวงวัฒนธรรม ส่งความสุข มอบของขวัญปีใหม่ 2558 แก่ประชาชน” เข้าพบนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาตรวจดูความเรียบร้อย ทั้งนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงสร้างบรรยากาศในวันประชุมคณะรัฐมนตรี จึงได้ขอความอนุเคราะห์ เจ้าของสวนกล้วยไม้ แอร์ ออร์คิดส์ จ.นครปฐม นำกล้วยไม้มาตกแต่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดอยากให้กล้วยไม้ไทย เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยและชาวต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำคณะรัฐมนตรีอวยพรนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ด้วย
-----------------------
"อลงกรณ์" ย้ำ สปช. เดินหน้าปฏิรูป ผนึกกำลังแม่น้ำ 5 สาย เพื่อบรรลุผลสำเร็จ ชี้ รธน.ใหม่ คือกุญแจสำคัญ

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการกิจการ สปช. (วิป สปช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN  ว่า การทำงานของ สปช. หลังจากนี้จะเป็นการเดินหน้าตามแผน ปฏิรูปเร็ว , ปฏิรูปใน 1 ปี และการจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ โดยจะมีการประชุมเพื่อเร่งรัดในด้านต่างทุกวันจันทร์และวันอังคาร รวมถึงจะมีการประชุมเวิร์คช็อป ครั้งที่ 2 เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการทำงานของ กมธ. ทั้ง 18 คณะ และทำพิมพ์เขียวของแต่ละคณะด้วย

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ยืนยันว่า การทำงานปฏิรูปของ สปช. นั้น จะต้องผนึกกำลังกับแม่น้ำอีก 4 สาย ประกอบด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) , คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , คณะรัฐมนตรี และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การปฏิรูปบรรลุผลตามเป้าหมาย  รวมถึง เน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญใหม่ที่มีการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน และดำเนินการอย่างรอบคอบจะเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปประเทศด้วย
------------------------
ดุสิตโพล เหตุการณ์ที่ ปชช.มีความสุขที่สุด ปี 2557 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระเจ้าอยู่หัว รองลงมา ฟุตบอลไทย ได้แชมป์ นักการเมืองที่ชอบที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น กรณี "ที่สุดแห่งปี" ซึ่งทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ เป็นปีที่ 17 ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 6,318 คน ในระหว่างวันที่ 10-29 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า เหตุการณ์ในประเทศไทยที่มี “ความสุข" มากที่สุด ร้อยละ 43.20 วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระเจ้าอยู่หัว, ร้อยละ 30.44 นักเตะทีมชาติไทย คว้าแชมป์ซูซูกิคัพ 2014, ขณะที่เหตุการณ์ในประเทศไทยที่ “เศร้า” ที่สุด ร้อยละ 43.35 สถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย, ร้อยละ 35.15 คดีน้องแก้ม
บนตู้นอนรถไฟ และ ร้อยละ 21.50 เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ขณะ นักการเมือง ที่ชอบมากที่สุด ฝ่ายชาย ร้อยละ 73.66 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองลงมา ร้อยละ 13.94 พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร และร้อยละ 12.40 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝ่ายหญิง ร้อยละ 44.96 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ร้อยละ 33.40 นางปวีณา หงสกุล และ ร้อยละ 21.64 "ตั๊น" จิตต์ภัสร์ กฤดากร (ภิรมย์ภักดี)

ส่วนความหวังในปี 2558 ร้อยละ 56.07 ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพลานามัยแข็งแรง, ร้อยละ 22.63 เศรษฐกิจดีขึ้น ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง และ ร้อยละ 21.30 คนไทยสามัคคี ปรองดอง/ ประเทศชาติสงบสุข ปิดท้ายที่ “คำอธิษฐาน” ที่ตัวประชาชนเอง อยากขอในวันปีใหม่ ร้อยละ 44.91 ขอให้การงานเจริญก้าวหน้า ร่ำรวย มีเงินมีทอง, ร้อยละ 32.52 ขอให้ครอบครัวมีความสุขความเจริญ และร้อยละ 22.57 ขอให้บ้านเมืองสงบสุข เศรษฐกิจดี คนไทยรักและสามัคคีกัน
----------------------
นายกรัฐมนตรี นำประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว จับตางบช่วยเหลือช่วยเกษตรกร และเพิ่มเงินเดือนข้าราชการบำนาญ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดสุดท้ายของปี 2557 แล้ว โดยมีวาระที่น่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ กระทรวงการคลัง จะเสนอแนวทางการดำเนินการรวมตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอขอเงินงบกลางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2557 และขออนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมโครงการศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมถึงการเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยจากรถในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีได้รับบาดเจ็บ”
---------------------------
นายกฯ เชิญชวนไหว้พระ 9 วัด สวดมนต์ข้ามปี อวยพร ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดปีหน้า

คณะรณรงค์กิจกรรมของกระทรวงวัฒนธรรม ส่งมอบความสุขของขวัญปีใหม่ ปี 2558 ให้แก่ประชาชน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยจัดซุ้มกิจกรรมประชาสัมพันธ์ไหว้พระ 9  วัด สวดมนต์ข้ามปี ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว โดย นายกรัฐมนตรี เชิญชวนให้หาเวลาไปร่วมสวดมนต์ข้ามคืน จากนั้น รับฟังการขับร้องประสานเสียง เพลง "วันพรุ่งนี้" พร้อมร่วมร้องกับกลุ่มนักเรียนก่อนจะกล่าวว่า ลุงทำแบบนี้ เพื่ออนาคตของพวกหนู พวกหนูทำดีแล้ว ขอให้ขยันตั้งใจเรียน สุดท้ายนายกฯ ได้ปรบมือ พร้อมกล่าวว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดปีหน้า

ขณะเดียวกัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล้วยไม้ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี อยากให้มีตลาดกลางกล้วยไม้ และหลังวันเด็ก จะเปิดตลาดกล้วยไม้ เพื่อส่งเสริมการขาย บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม หน้าทำเนียบรัฐบาล ด้วย
----------------------
"สมชัย" เผย เตรียมเดินหน้าปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เน้นแยกบทบาทของรัฐ ระหว่างการเป็นผู้กำกับการดูแลกับการเป็นเจ้าของกิจการ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง กล่าวถึงผลการประชุม ว่า ได้หารือกันในเรื่องของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ โดยสิ่งที่จำเป็นในการปฏิรูป คือ บทบาทของรัฐในการประกอบธุรกิจด้านบริการ โดยรัฐเป็นผู้จัดหาดำเนินการ แต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเอง  มีหน้าที่ที่ดูแลให้ประชาชนเข้าถึงบริการนั้นๆ โดยปล่อยให้เป็นหน้าของเอกชน

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการแยกบทบาทของรัฐ ระหว่างการเป็นผู้กำกับการดูแลกับการเป็นเจ้าของกิจการ เพราะที่ผ่านมาเกิดความสับสน จึงจำเป็นต้องมีการทบทวน ว่า อะไรควรทำเองและอะไรให้เอกชนทำ เช่นเดียวกับเรื่องสาธารณูปโภคที่ต้องมีการทบทวน และดูแลเรื่องปัญหาการขาดทุน เพราะสาเหตุของการขาดทุน เกิดการที่รัฐเข้าไปกำหนดราคา ซึ่งควรปล่อยให้เอกชนจัดเก็บราคาตามจริง และรัฐมีหน้าที่สนับสนุนในส่วนที่ขาดทุน โดยการปรับปรุงเปลี่ยนครั้งนี้จะยึดเพื่อให้รองรับการของสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
---------------
พล.อ.ประยุทธ์ ปัดเปิดช่องนายกรัฐมนตรีคนนอกให้ตนเองเข้ามาเป็น ย้ำยึดโรดแมป เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยาง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมปฏิเสธประเด็นการที่สภา สามารถเสนอชื่อบุคคลนอก เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เป็นการเปิดช่องให้ตนเองเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเท่าที่ติดตามนั้น เพื่อแก้ปัญหาในอดีต ที่เมื่อเกิดวิกฤติบ้านเมือง นายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้ง และวิธีนี้ ถือ

เป็นการนำปัญหาเดิมมาแก้ไข สำหรับการที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กำชับว่า เมื่อเดินหน้าแล้วถอยไม่ได้นั้น ขออย่ากังวลว่า รัฐบาลจะอยู่ยาว แต่จะอยู่เท่าที่อยู่ได้ เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และยืนยันจะยึดตามแผนโรดแมป ทั้งนี้ เชื่อว่า พล.อ.เปรม หวังดีต่อประเทศชาติ และสิ่งชื่นชมการทำงาน ส่วนตัวก็ภูมิใจและจะนำไปเป็นกำลังใจการทำงานต่อไปอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ได้ส่วนเกี่ยวข้องเร่งรัดให้เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยาง ให้เรียบร้อย หลังช่วงปีใหม่

////////////////////
ความปลอดภัยเคาน์ดาวน์

ผบ.ทบ. สั่งหน่วยทหารทั่วประเทศ ดูแล อำนวยความสะดวก ปชช. เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่ กำชับ ร.พ.ในสังกัดพร้อมรับมืออุบัติเหตุ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 ซึ่งประชาชนชาวไทยและต่างประเทศจะเดินทางไปท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนครอบครัวและเฉลิมฉลองในทุกพื้นที่นั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการใช้เส้นทางคมนาคมจำนวนมาก และมักเกิดอุบัติเหตุอยู่เสมอดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเดินทาง ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบกทั่วประเทศ ร่วมให้การดูแลประชาชนที่สัญจรไปมาอย่างเต็มที่ ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารอำนวยความสะดวกด้านการจราจรหน้าค่ายทหาร ในห้วง 30 ธ.ค. 57 - 5 ม.ค. 58 พร้อมเปิดให้ใช้พื้นที่ในค่ายทหารเป็นจุดพักรถ-พักคน ซึ่งจุดบริการประชาชนของกองทัพบก มีทั้งสิ้น 243 จุดทั่วประเทศ ส่วนโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก ได้จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมให้บริการด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเจ็บโดยทันที รวมถึงการประสานกับโรง

พยาบาลสาธารณสุขในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อร่วมกันดูแลผู้ป่วยเจ็บ หากเกิดอุบัติเหตุขนาดใหญ่ รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สำคัญของจังหวัด ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง โดยจะมีการประสานและปฏิบัติงานร่วมกันของ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่
----------------------------
พล.อ.อ.ประจิน เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ "ปีใหม่ ตายเป็นศูนย์" พร้อมปล่อยแถวตำรวจรถไฟ

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ "ปีใหม่ ตายเป็นศูนย์" ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และ นายปาณฑพ มาลากุล ณ อยุธยา รองว่าผู้การรถไฟแห่งประเทศไทย คอยให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานการดำเนินงาน พร้อมกันนี้ พล.อ.อ.ประจิน ได้เคาะระฆังปล่อยแถวตำรวจรถไฟ ก่อนเดินตรวจเยี่ยมและสุ่มตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่การรถไฟ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายในสถานีด้วย
------------------------------
รมว.คมนาคม ยัน วางมาตรการดูแลความปลอดภัย ปชช. เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยรถไฟเต็มที่ ย้ำมาตรฐานบริการต้องดีขึ้น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตรอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมขบวนรถไฟสำหรับสุภาพสตรี ขบวนรถเพื่อผู้พิการ รวมถึงได้มีการปรับปรุงห้องน้ำบริเวณชั้น 2 และ 3 ให้สะอาดมากขึ้น

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้การรถไฟฯ ดูแลความปลอดภัยของประชาชน ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงมาตรฐานการบริการต้องดีขึ้น โดยต้องมีการตรวจแอลกอฮอล์พนักงานขับรถก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้ร่วมกับตำรวจรถในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีการตั้งจุดบริการในสถานีตำรวจรถไฟ 15 สถานี และหน่วยบริการ 38 หน่วยทั่วประเทศ โดยมีตำรวจคอยลาดตระเวนตลอดทั้งเส้นทาง
-----------------------
นายกรัฐมนตรี เผยปีหน้าเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมรับมือน้ำแล้ง น้ำท่วม ย้ำต้องโปร่งใสทั้งระบบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาการบริหารจัดการน้ำ ทั้งเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง ซ้ำซาก ซึ่งได้จัดทำแผนรองรับตั้งแต่ปี 2558-2569 รวมกว่า 10,000 โครงการ ที่มีการใช้งบกลาง อาจต้องหางประมาณเพิ่มเติม โดยจะหารือกับ ทางกระทรวงการคลัง และเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

ทั้งนี้ อยากให้เริ่มดำเนินการในปี 2558 ด้วยความโปร่งใส และหากโครงการใด ที่เกิน 1,000 ล้านบาท จะมีองค์กรต่างประเทศมาร่วมด้วย ขณะเดียวกันหากมีบุคคลใดที่มีข้อมูลการทุจริต ไม่โปร่งใส ให้ส่งข้อมูลมาเพื่อการตรวจสอบ เพราะรัฐบาลต้องให้เกิดความโปร่งใสทั้งระบบตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติให้ข้าว เพื่อการช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ให้ประเทศละ 500 ตัน และภาคใต้ของไทย อีก 1,300 ตัน ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดย นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในการให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมและการค้นหาการสูญหาย ซึ่ง ทางการไทย ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ
--------------------
ปชช. ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา คึกคัก ตั๋วรถไฟขบวนปกติ-ขบวนเสริม ทุกเส้นทางเต็มหมดแล้ว ร.ฟ.ท. เตรียมเสริมตู้เพิ่ม 

บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ล่าสุด ประชาชนทยอยเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เกินกว่าพื้นที่รับรองผู้โดยสารของทางสถานี และยังไม่มีการติดป้ายแจ้งว่า ตั๋วโดยสารหมด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัย ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวดเจ้าหน้าที่และตำรวจรถไฟ คอยเดินตรวจตราและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาใช้บริการตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ นายเฉลียว ไวยกัญหา นายสถานีรถไฟหัวลำโพง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตั๋วโดยสารของขบวนปกติและขบวนที่เสริมในวันนี้ จำนวน 4 ขบวน เต็มเรียบร้อยแล้ว แต่ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา และยังไม่มีตั๋ว ยังสามารถเดินทางมาซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีได้ เพราะการรถไฟฯ ได้เตรียมตู้เสริมไว้บริการไว้แล้ว
-------------
รมว.มท. เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ ภายใต้แนวคิด "มอบสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนสร้างความปลอดภัยในการเดินทางทุกรูปแบบ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2558 ควบคู่กับการณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แนวคิด "มอบสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน" พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นมาตรการ 3 ด้าน ประกอบด้วย การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด/ ควบคุมการเข้าถึง การดื่ม และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดจากถนนสายรอง ส่วนยานพาหนะเกิดจากรถจักรยานยนต์ และผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าในชุมชน อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ดูแลคนในชุมชน ไม่ให้ขับรถหลังการดื่มสุรา และประสานสถานที่ราชการ หรือหน่วยงานเอกชน ให้เป็นจุดพักรถด้วย

ซึ่งปีนี้จะไม่มีการเปรียบเทียบสถิติการเกิดอุบัติเหตุหรือตั้งเป้า เพราะทุกชีวิตมีค่าไม่อยากให้เปรียบเทียบและไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย พร้อมกันนี้ ฝากถึงประชาชนทุกคนให้รับผิดชอบต่อสังคมอย่าประมาท และขอรณรงค์ให้ประชาชนกันมาสวดมนต์ปีใหม่แทนการดื่มสุรา
-------------------
อีกแล้ว! ไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD3254 ระทึก นักบินพบความผิดปกติในห้องเก็บสัมภาระ-ลงจอดด่วน

ฝ่ายสื่อสารองค์กร สายการบินไทยแอร์เอเชีย รานงานว่า เที่ยวบิน FD3254 ดอนเมือง-ขอนแก่น ได้ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 11.10 น. และกำหนดถึงท่าอากาศยานขอนแก่น 11.55 น. ซึ่งเมื่อเครื่องบินได้ออกจากท่าอากาศยานแล้ว นักบินได้พบว่า ได้มีความผิดปกติที่ห้องเก็บสัมภาระ โดยตัดสินใจให้ลงจอดด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และให้ วิศวกรอากาศตรวจสอบโดยละเอียด

ทั้งนี้ หลังจากการตรวจสอบนั้น พบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จึงบริการได้อีกครั้ง ในเวลา 12.12 น. ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมประมาณ 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินดังกล่าวได้มี นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ซิโก้ หัวหน้าสต๊าฟฟ์ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดแชมป์เอเอฟซี ซูซูกิ คัพ อยู่ในเครื่องด้วย

/////////////////
38สว.

"เจตน์" เผย ประชุมวิปครั้งหน้า เตรียมนำเรื่องถอดถอน 38 อดีต ส.ว. เข้าพิจารณา ก่อนบรรจุ เป็นวาระประชุม ยันยึดตามขั้นตอน

น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ว่า สำนวนคดีถอด

ถอนอดีต 38 ส.ว. กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของ ส.ว. ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งมาทาง สนช. แล้ว โดยจะนำเข้าที่ประชุมวิป สนช.ก่อน
ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อหารือก่อนนำบรรจุเข้าวาระการประชุม สนช. ทั้งนี้ น.พ.เจตน์ กล่าวว่า ในวันที่มีการประชุมเรื่องดังกล่าว สมาชิก สนช. ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะสามารถลงชื่อเข้าร่วม

ประชุมได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงมติการถอดถอนได้ เนื่องจากเป็นที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการพิจารณาจะคล้ายกันกับการพิจารณาสำนวนคดีการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทุกอย่าง
////////////////////////////
คดีพงศ์พัฒน์

ผบ.ตร. ส่งสำนวนคดีเครือข่าย อดีต ผบช.ก. คืน บช.น.แล้ว ชี้สำนวนพร้อมยื่นอัยการ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้ลงนามเซ็นคำสั่งพิจารณาเห็นชอบสำนวนคดีการกระทำความผิดตามมาตรา 112ตามที่คณะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เสนอขึ้นมาทั้งหมด 4 สำนวน ตีกลับให้ พนักงานสอบสวนที่ได้รับผิดชอบ ได้แก่ สำนวนคดีกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่ทวงหนี้ จำนวน 37 ล้านบาท ของสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ยังคงเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ที่ยังหลบหนี

ส่วนสำนวนคดีบังคับให้ผู้เสียหายลดหนี้ จากจำนวน 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท ของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร มีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี 21 รายนั้น เหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี 2 ราย คือ นายปรีชา ดาราไตร เสี่ยเจ้าของเต็นท์รถ ผู้จ้างวานและ นายไพรเชษฐ เมธีสริยพงศ์ เจ้าของอู่รถเมล์ร่วมบริการสาย 8 ผู้ร่วมก่อเหตุ ทางพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง จะนำสำนวนคดีดังกล่าว ส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องภายในวันนี้

ด้านคณะพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีมติพิจารณาเห็นชอบสำนวนคดีซื้อขายการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (อดีต ผบช.ก.) และเครือข่ายรวม 6 คน มีความผิดตามมาตรา 157 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรียกรับเงินแต่งตั้งโยกย้าย ทางคณะพนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม จะต้องนำความคืบหน้าดังกล่าวรายงานให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทราบก่อน เพื่อให้พิจารณาว่า จะนำสำนวนคดีทั้งหมดที่ถูกส่งตีกลับมาส่งสำนวนทั้งหมดพร้อมกัน เนื่องจากยังเหลือสำนวนสรุปสำนวนการจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อน และสำนวนคดีเปิดบ่อนการพนันที่เปิดในสถานบริการย่านรัชดา ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามมาตรา 112 หรือไม่ อาจจะให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบนำสำนวนส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องทันทีต่อไป
////////////////////
คดีเอกยุทธ์

ศาลอาญา รัชดา พิพากษา ประหารชีวิตผู้ต้องหา ฆ่า"เอกยุทธ" แต่รับสารภาพ  ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ศาลอาญา รัชดา นัดพิพากษาคดีที่ อัยการ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง / นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร / นายชวลิต หรือ เชาว์ วุ่นชุม / นายทิวากร หรือ ทิว เกื้อทอง / จ่าสิบเอก อิทธิพล เพ็งด้วง และ นางจิตอำไพ เพ็งด้วง บิดา มารดา นายสันติภาพ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ฯ , ร่วมกันฆ่าผู้อื่น , รับของโจร และข้อหาอื่น ๆ รวม 8 ข้อหา

จากกรณี เมื่อวันที่ 6 - 9 มิถุนายน 2556 นายสันติภาพ อดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับ นายสุทธิพงศ์  ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์และใช้เชือกรัดคอจน นายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้างที่ จังหวัดพัทลุง  โดยมี นายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ่าสิบเอกอิทธิพล นางจิตอำไพ  ซึ่งเป็นบิดามารดาของ นายสันติภาพ เป็นผู้รับฝากเงินสดของ นายเอกยุทธ ที่ นายสันติภาพ นำมาฝากไว้กว่า 4 ล้านบาท

โดย ศาลได้พิพากษาให้ประหารชีวิต นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ แต่ทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วน นายชวลิต พิพากษาจำคุก 13 เดือน และให้บวกโทษในคดีค้างเก่าที่ ศาลจังหวัดพัทลุง รวมเป็น 19 เดือน ส่วน นายทิวากร พิพากษาให้จำคุก 8 เดือน ขณะที่ จ่าสิบเอกอิทธิพล และ นางจิตอำไพ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน

พร้อมกันนี้ให้ นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ร่วมกันชดใช้ทรัพย์ทรัพย์สินคืนให้แก่ทายาทของ นายเอกยุทธ จำนวน 1 ล้าน 9 แสนบาท ภายหลัง นายสันติภาพ ระบุว่า เบื้องต้นจะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์

ด้าน บุตรชายของนายเอกยุทธ ระบุว่า พอใจกับคำตัดสิน โดยจากนี้จะหารือร่วมกับทนายว่า จะอุทธรณ์คดีหรือไม่
///////////////////
รอง ผบก.ป. เผย จนท.เร่งรวบรวมหลักฐานยักยอกเงิน 1,600 บ.เพิ่ม ชี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม เชื่อผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่ยังหลบหนียังอยู่ในประเทศ

พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) หัวหน้าชุดสืบสวน เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดียักยอกเงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนทำให้เกิดความเสียหาย มูลค่า 1,600 ล้านบาท หลังศาลอนุมัติหมายจับ 6 ผู้ต้องหาา หลังการประชุมชุดทำงานเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็มีการเร่งรวบรวมหลักฐานพยานต่าง ๆ เพิ่มเติมอีก ซึ่งในการประชุมทางสถาบัน ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ด้านการออกหมายจับเพิ่มนั้น ยังไม่พบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องมีการสอบพยาน และรวบรวมหลักฐานอีกครั้งก่อน

ด้านการติดตามจับกุม นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด และ นางสมบัติ โสประดิษฐ์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบนี้นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตาม โดย นายกิตติศักดิ์ ยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ส่วน นางสมบัติ เชื่อว่า ยังกบดานอยู่ตามบ้านญาติในประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว29/12/57

Jab29Dec14
ในหลวง

ในหลวง เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช มีประชาชนมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

วันนี้ (29ธ.ค.) เวลา 16 นาฬิกา 19 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราช ไปโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงเปลี่ยนพระ

อิริยาบท มีคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ทราบข่าวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหันพระพักต์ ทอดพระเนตรและแย้มพระสรวลให้กับ

ประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ประชาชนทุกคนต่างปลื้มปิติ และเปล่งเสียงทรงพระเจริญ นับเป็นมงคลยิ่ง ที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

โอกาสนี้ได้ทอดพระเนตรกิจการของร้านโกลเด้นเพลส สาขาที่ 10 ตั้งอยู่ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ทรงเลือกซื้อสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เช่น นมเปรี้ยว

จิตรลดา นมจืดจิตรลดา ไอศกรีม และผลไม้ต่างๆ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยัง ชั้น 7 สถาบันแพทย์แผนไทย เสวย พระสุธารส ตามพระราชอัธยาศัย พร้อมทอดพระเนตรริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและทัศนียภาพโดยรอบ ก่อนที่จะเสด็จพระ

ราชดำเนินกลับไปประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราชในเวลา 17 นาฬิกา
///////////////////
รธน.

"มานิจ" ยันเนื้อหา รธน.ใหม่ ไม่ถอยหลังลงคลอง พร้อมรับข้อห่วงใย นักการเมือง-ปชช.มาพิจารณาปรับปรุงใหม่

นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ว่า ภายหลังจากมีการเสนอกรอบกว้างๆ ซึ่งเป็นมติของ กมธ.ยกร่างฯ เกี่ยวกับรูปแบบ ที่มา

ของนายกฯ และ ส.ส.ทำให้พรรคการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็น แสดงความวิตกกังวลนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะว่ายังไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งหมด ซึ่งข้อคิดเห็น ข้อห่วงใยดังกล่าวนั้น

กมธ.ยกร่างฯ ก็จะรับฟัง และนำมาปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดเพื่อทำให้ รธน.ฉบับใหม่ มีความสมบูรณ์มากที่สุด ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการ "ถอยหลังลงคลอง" เพราะมีการระบุให้

นายกฯ มาจากคนนอก และ ส.ส.ไม่สังกัดพรรค ก็อาจจะพูดได้ แต่ยืนยันในรายละเอียดจะมีการเขียนอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือน ในอดีตที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ รองประธาน กมธ.ยกร่าง รธน. คนที่ 2 ยังกล่าวต่ออีกว่า ในเรื่องคุณสมบัติของ ส.ส. เกี่ยวกับวุฒิการศึกษานั้น ยังไม่ได้มีการหารือ คาดจะชัดเจนในขั้นรายมาตรา ที่จะเริ่มเขียน ในวันที่ 5-11 ม.ค.

58 ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.ชุดใหญ่ ในวันที่ 12 ม.ค. 58 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการเชิญทูตต่างประเทศ รวมถึงสื่อไทย และต่างประเทศเข้าร่วมรับฟังด้วย
---------------
สปช. ทยอยถึงสภา เตรียมประชุม เพื่อพิจารณารายงานศึกษาเรื่อง การนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามันเป็นเขตมรดกโลก

บรรยากาศล่าสุดที่อาคารรัฐสภา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในขณะที่ สมาชิก สปช. ทยอยเดินทางมาร่วมประชุม ตามที่ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (

สปช.) มีคำสั่งนัดสมาชิก ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีระเบียบวาระเพื่อพิจารณารายงานศึกษาเรื่อง การนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามัน เป็นเขตมรดกโลก ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม สปช.อีกทั้ง ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในโครงการปฏิรูปเร็ว หรือ QUICK WIN ที่สามารถผลักดันได้ทันที โดยไม่

ต้องรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
----------------
สปช. "จรัส" อภิปรายสนับสนุน เสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามัน เป็นเขตมรดกโลก ชี้ ส่งผลดีด้านวิชาการ-ท่องเที่ยว

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมีระเบียบวาระเพื่อพิจารณารายงานศึกษาเรื่อง การนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามันเป็นเขตมรดกโลก ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จ ล่าสุด อยู่ในระหว่างเปิดให้สมาชิกอภิปราย โดย นายจรัส สุทธิกุลบุตร สมาชิก สปช. กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะเสนอพื้นที่ดังกล่าวเป็นมรดกโลก
เพราะจะส่งผลให้การดำเนินการจัดการดูแลควบคุมเป็นระบบมากขึ้น ต่างชาติจะให้ความสนใจและให้ความร่วมมือ นอกจากนี้ ยังส่งผลดีในเรื่องการศึกษาด้านวิชาการ เพราะพื้นที่อนุรักษ์ในทะเล

อันดามัน นั้น มีความหลากหลายทางชีวภาพ และที่สำคัญที่สุด เมื่อเป็นพื้นที่มรดกโลก จะทำให้ชาวต่างชาติ ให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่
เพียง 6 จังหวัด ในพื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น แต่จะเชื่อมโยงไปยังจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

นอกจากนี้ นายจรัส ยังกล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ จ.พะเยา เพื่อเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการปฏิรูปแรงงาน ซึ่งได้ถามประชาชนในพื้นที่ว่า เห็นด้วยกับการเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเล

อันดามัน เป็นพื้นที่มรดกโลก หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ นั้น ยินดีและสนับสนุน
---------------------
"พรเพชร" ป้องนายกฯ เชื่อใช้ ม.44 เมื่อจำเป็น ใช้เฉพาะเรื่องเลือกตั้งท้องถิ่นเท่านั้น หรือกรณีใช้กฎหมายปกติไม่ได้เท่านั้น

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2557 (ชั่ว

คราว) ปิดสื่อที่สร้างความแตกแยกให้กับประเทศ ว่า เจตนารัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องดังกล่าว แต่จำเป็นต้องให้อำนาจพิเศษของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หาก

มีปัญหาที่กฎหมายปกติ ไม่สามารถแก้ไขได้

ทั้งนี้ ทราบว่า นายกฯ จะใช้มาตราดังกล่าวกับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ก่อนหน้านี้ ที่ระบุให้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 สั่งให้สมาชิกท้องถิ่น ที่กำลังจะหมดวาระในต้นปี

2558 อยู่รักษาการตำแหน่งต่อไป โดยไม่มีการสรรหาหรือจัดการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กำลังมีแนวคิด
-------------------
"วิษณุ" ชี้ ปมนายกรัฐมนตรีคนนอก แค่โยนหินถามทาง ยังไม่ตกผลึก ต้องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสรุป

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงข้อเสนอในชั้นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก เป็นการโยนหินถามทาง โดยส่วนตัวได้คุย

กับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2-3 คน บอกว่า ยังไม่ใช่ข้อสรุปอะไรส่วนการเสนอรูปแบบวุฒิสภานั้น ยังจับประเด็นไม่ได้ว่า สุดท้ายกรรมาธิการฯ จะยึดตามที่เสนอออกมาในขณะนี้หรือไม่ ทั้งนี้

ไม่อยากให้วิจารณ์กรรมาธิการฯ มากนัก เพราะข้อเสนอทั้งหลายยังไม่ตกผลึก และเชื่อว่าทุกคนทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่อาจมีความรู้สึกคนละแบบ สำหรับเรื่ององค์กรอิสระ ต้องดู 3 ข้อหลัก คือ

1.ที่มาต้องสมเหตุสมผลเพื่อรองรับการมีอำนาจ 2.จำนวน หากน้อยไป แต่มีอำนาจเด็ดขาดก็จะลำบาก 3.อำนาจ บางครั้งกำหนดให้อำนาจองค์กรอิสระไปทั้งหมด
///////////////
เคลื่อนไหวนายกฯ
นายกรัฐมนตรี เตรียมนำ ครม. คสช. เข้าอวยพรปีใหม่ พลเอกเปรม ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์

ความเคลื่อนไหวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช้านี้ เวลา 08.00 น. เตรียมนำคณะรัฐมนตรีและคสช. เข้าอวยพรปีใหม่ พลเอก

เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ จากนั้น เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี เป็นจะประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านฮาลาล ณ ห้องประชุม

บางกอกคอนเวนชั่นเซนเตอร์ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ส่วนในช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ใน

ฐานะ ผู้บัญชาการทหารบก จะนำคณะนายทหาร เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
------------------
นายกรัฐมนตรี เปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านฮาลาล ร่วมประกาศศักยภาพฮาลาลไทยที่หนึ่งในโลก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านฮาลาล ณ ห้องประชุมบางกอก

คอนเวนชั่นเซนเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ที่จัดขึ้นโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมาการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและสถาบัน

มาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ เพื่อแสดงศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทย ที่เชื่อถือในตลาดโลก พร้อมเป็นการเปิดตัว

สัญลักษณ์ Thailand Dimon Halal สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ส่งออกและผู้บริโภค ได้ประกาศศักยภาพที่สุดแห่งฮาลาลไทย อีกทั้ง ได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนิน

งานภายใต้หลักการศาสนาและวิทยาศาสตร์รับรอง
----------------------
มาสเตอร์โพล ประเมินผลงานรัฐบาลสอบผ่านถึงร้อยละ 97.4 นายกฯ คะแนนสูงสุด ขณะกระทรวงเกษตรฯ-ศธ.-พาณิชย์ มีภาพลักษณ์ต้องแก้ไข

ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน "มาสเตอร์โพล" เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ครม.ประยุทธ์ 1 กับผลการประเมินเป็นรายบุคคล จากแกนนำชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 602 ชุมชน ในระหว่างวันที่

24-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 97.4 ประเมินว่าในการทำงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานี้ คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สอบผ่าน มีเพียง ร้อยละ 2.6 ที่ระบุว่า สอบไม่ผ่าน

โดย 5 อันดับแรกที่สอบผ่าน และมีคะแนนสูงสุด ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 97.8 , นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและ

กีฬา ร้อยละ 96.7 ,  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 95.4 , นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 95.3 , นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

มหาดไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า กระทรวงที่มีผลงานน่าประทับใจที่สุด 3 อันดับแรก ร้อยละ 49.1 กระทรวงกลาโหม , ร้อยละ 26.1 กระทรวงมหาดไทย และร้อยละ 15.2 กระทรวงยุติธรรม ส่วนกระทรวง

ที่มีภาพลักษณ์ต้องแก้ไข ร้อยละ 28.3 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 24.4 กระทรวงศึกษาธิการ และร้อยละ 11.7 ระบุ กระทรวงพาณิชย์
--------------------
ม.ล.ปนัดดา พอใจผลงานศูนย์บริการ ปชช. มีเรื่องร้องเรียน 111, 399 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.2 เท่า แก้ไขไปแล้วร้อยละ 90

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการสรุปข้อมูลดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ว่า ในช่วงที่คณะรักษาความสงบ

สุขแห่งชาติ (คสช.) และต่อเนื่องรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. - 26 ธ.ค. 2557 โดยเปิดช่องทางในการร้องเรียน 5 ช่องทาง รวมทั้งสิ้น 151,778 ครั้ง จำนวน 111,399 เรื่อง

หากเปรียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 3.2 เท่าตัว ทั้งนี้ ผลดำเนินการไปแล้ว ร้อยละ 90.2 รอผลการพิจารณา ร้อยละ 9.8 ซึ่งเป็นเรื่องของกลุ่มมวลชนที่ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา เช่น

ที่ดินทำกิน หนี้สิน ทั้งในระบบและนอกระบบ และการจัดระเบียบชุมชน สังคม

อย่างไรก็ตาม ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า พอใจกับผลสรุป แต่ขอให้ประชาชนระวังเรื่องของแชร์ลูกโซ่ ซึ่งไม่ต้องการให้ถูกหลอก และในปี 2558 จะเพิ่มช่องทางในการยื่นเรื่องร้องทุกข์ และติดตาม

ผลด้วยตนเองผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
----------------------
นายกรัฐมนตรี หวังเหตุบ้านเมืองยุติโดยเร็ว ยันรัฐบาลเร่งรัดแก้ปัญหา พร้อยลุยปฏิรูปประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ชี้แจงถึงการเข้ามาบริหารงานของรัฐบาลภายในงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านฮาลาล ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับชาวมุสลิมโดย

ตรง ในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลยืนยันจะขับเคลื่อนประเทศ เร่งรักษาความสงบในพื้นที่ภาคใต้ และการปฏิรูปประเทศ พร้อมให้คำมั่นต่อ โอไอซี ว่า รัฐบาลจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด พร้อม

หวังให้เหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองยุติโดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้เป็นไปตามกลไกกฎหมายโลก ยึดหลักสากล ทั้งนี้ เห็นว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มาจากรายได้และอาชีพที่ทำให้

เกิดความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นบ้าง แต่ยืนยันจะทำทุกอย่างให้เต็มที่เพื่อคืนความสุขให้คนไทย ทั้งไทยพุทธ-ไทยมุสลิม โดยหากมีสิ่ง

ใดที่ติดค้างในใจขอรับไว้แต่เพียงคนเดียว และขอให้เวลาที่เหลือร่วมกันเดินหน้าประเทศต่อไป คืนดินแดนที่สุขสงบและสันติ
-------------
นายกรัฐมนตรี เข้าปฏิบัติภารกิจทำเนียบรัฐบาลแล้ว หลังเปิดงานฮาลาล ยันเตรียมพร้อมสู่ประชาชคมอาเซียน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านฮาลาล พร้อมระบุว่า

การจัดงานครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพ และยกระดับอาหารฮาลาลไทยไปสู่นานาชาติ ซึ่งไทยมีความสามารถในการผลิตอาหาร รวมถึงสินค้าเกษตร หากได้รับการพัฒนาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

และเมื่อเกิดการแข่งขันเราจะต้องตระหนักถึงการเป็นหุ้นส่วนทางด้านการค้า ทั้งนี้ ในปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ถือเป็นตลาดใหญ่ รัฐบาลจึงเตรียมความพร้อมเร่งขับเคลื่อนให้ทัน

เวลา เน้นการสร้างความเชื่อมโยง รวมกลุ่มให้เกิดความสามัคคีในอาเซียนทั้งหมด หากทำได้ทัน จะสามารถรองรับชาวมุสลิมที่มีอยู่ในอาเซียน 300 ล้านคน โดยขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบจะต้องถูก

หลักศาสนาให้ได้มาตรฐานสากล
////////////////
ป๋าเปรม

พล.อ.ประวิตร เตรียมนำ ผบ.เหล่าทัพ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าอวยพร-รับพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ขณะสื่อรอแน่น

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก พลเอกศิริ

ชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลอากาศเอกตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลเรือเอกไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ

พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพ เข้าเยี่ยมคำนับ อวยพรและรับพร เนื่องในวันปีใหญ่ จาก พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธาน

องคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศน์ ขณะที่มีสื่อมวลชนมาคอยติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ
-----------------
นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี คสช. และ ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพรปีใหม่ ขอพรจาก พล.อ.เปรม ประธานองคมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการต่างประเทศ และ คสช. ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพรปีใหม่ 2558 และขอพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดย

รัฐบาลตระหนักดีว่า พล.อ.เปรม มีคุณูปการด้านผู้นำต่อประเทศชาติ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้วยเกียรติประวัติ จะขอยึดถือเป็นแบบอย่างในการบริหารราชการแผ่นดิน นำ

พาประเทศเดินหน้า มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอให้สุขภาพแข็งแรง

ในโอกาสนี้ พล.อ.เปรม ได้มอบหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด รุ่นบ้านเกิด พ.ศ. 2557 แก่นายกรัฐมนตรี ครม. และเหล่าที่เข้าร่วมอวยพรด้วย
-------------------
พล.อ.เปรม ขอบคุณนายกฯ ทำประเทศเกิดความสงบ ขอกองทัพช่วยรัฐบาลเต็มที่ อวยพรให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการเพื่อสนองคุณชาติ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่มาอวยพรปีใหม่ พร้อมกับชื่นชมที่ได้เข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ ทำให้ประเทศมีความสงบ

เรียบร้อย ไม่ต้องทะเลาะกัน ซึ่งวันนั้น เป็นวันที่แสดงให้เห็นว่า ทหารกับกองทัพ เมื่อถึงคราวที่จำเป็นก็ต้องออกมาทำหน้าที่ดูแลชาติบ้านเมือง จึงควรภูมิใจในสิ่งต่างๆ ที่ได้กระทำ ถือเป็นการ

กระทำที่ยิ่งใหญ่ ตอบแทนคุณบ้านเมือง เป็นการแสดงความจงรักภักดี ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย และภูมิใจกับการกระทำของนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ พล.อ.เปรม ได้ขอให้ทุกกองทัพให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล พร้อมอวยพรให้ นายกรัฐมนตรี และคณะ ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการทำเพื่อสนองบุญคุณชาติ

ถวายความจงรักภักดีให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอให้สิ่งที่ทำเพื่อชาติประสบความสำเร็จ มีความปลอดภัยและได้รับความร่วมมือ
จากทุกส่วน
---------------------
พล.อ.เปรม ชื่นชมการตัดสินใจของนายกฯ แสดงให้เห็นว่า ไม่ทอดทิ้งประชาชน ขอคนไทยร่วมมือ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวในโอกาสเปิดบ้านให้นายกรัฐมนตรี และคณะ เข้าอวยพรปีใหม่ ว่า ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสเคยได้พูดกับนายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัว

ถ้าออกมาแล้ว คงถอยกลับไม่ได้ และต้องเดินหน้าอย่างกล้าหาญ เป็นสุภาพบุรุษ ที่มีความเป็นไทยอยู่ในสายเลือด ซึ่งถือว่าครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ทอดทิ้งประชาชน และถือเป็น

โอกาสที่เสี่ยงที่สุดที่เราจะได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อไรบ้านเมืองมีวิกฤตินั้น ทหารจะเข้าไปดูแลบ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กำลังทำอยู่ จึงอยากให้คนไทย มอง

เรื่องนี้ว่า เป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร และให้ความร่วมมือกับนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ พล.อ.เปรม ยังกล่าวว่า รู้ว่าทุกคนเหนื่อย แต่เหนื่อยเพื่อชาติ เพื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อคนไทย ให้นึกถึงสิ่งเหล่านี้ ก็จะทำให้หายเหนื่อยและเป็นกำลังใจในการสู้ต่อไป
///////////////
คดีพงษ์พัฒน์

//////////////
ความมั่นคง

ผบ.ทบ. ย้ำทุกหน่วยเข้มงวดช่วงปีใหม่ การข่าวยังไม่พบอะไรน่าเป็นห่วง แต่ห้ามประมาท อวยพรปีใหม่ ให้ ปชช. มีความสุข สมปรารถนา

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวภายหลังการประชุมชี้แจงและสั่งการแก่ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 1/2558(วาระพิเศษ) ว่า

ในวันนี้ได้เน้นย้ำกับผู้บังคับหน่วยให้เข้มงวด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แต่จากการข่าวสถานการณ์ในขณะนี้ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ประมาท

พร้อมกับได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปตรวจดูสถานที่จัดงานในช่วงปีใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดอันตราย และให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย รวมถึง

ได้อวยพรปีใหม่ให้กับประชาชน โดยขอให้ประชาชน มีความสุข สมปรารถนา และให้มั่นใจว่า ทาง กองทัพบก จะดูแลความสงบสุขของประเทศชาติต่อไป

นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้กล่าวถึงคำอวยพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อเช้าว่า ถือเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป ให้กับตนเองและทุกคนที่ได้รับพร
------------------
ผบ.สส. เป็นประธานในพิธีมอบของขวัญวันขึ้นปีใหม่ ให้กับประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ พร้อมอวยพรปีใหม่กำลังพล

พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีมอบของขวัญวันขึ้นปีใหม่ให้กับประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ และให้พรกำลังพล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ณ ห้องนเรศวร กอง

บัญชาการกองทัพไทย

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดมาจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และบริเวณความกดดันอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศ จึงทำให้มีประชาชนประสบภัยพิบัติ ภัยหนาว และอุทกภัยในหลาย

พื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชน จึงมอบผ้าห่มและถุงยังชีพเป็นของขวัญปีใหม่แก่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อนำไปมอบให้กับ

ประชาชน ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ได้รับความทุกข์ยาก เนื่องจากภัยพิบัติ และฝากความห่วงใยถึงประชาชนด้วย

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พล.อ.วรพงษ์ จึงได้มอบพรปีใหม่ให้กับกำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

อ้างหลาน"บิ๊กป๊อก"ตุ๋นร้อยล้าน

แจ้งจับหนุ่มสกุล"เผ่าจินดา" อ้างหลาน"บิ๊กป๊อก"ตุ๋นขายหุ้น 100 ล้าน
Cr:ผู้จัดการ
วันนี้ (29 ธ.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 14.30 น. น.ส.อัจฉรา สุริยเรืองเวท อายุ 36 ปี พร้อมพวกอีกกว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมมาตร เผ่าจินดา อายุ 35 ปี ในข้อหา "ฉ้อโกง" หลังถูกนายสมมาตรหลอกขายหุ้น IPO มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำข้อความที่แชทสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์ระหว่างกลุ่มผู้เสียหายกับนายสมมาตร มามอบไว้เป็นหลักฐาน
น.ส.อัจฉรา กล่าวว่า รู้จักกับนายสมมาตร มากว่า 10 ปี เพราะเป็นเพื่อนเรียนร่วมรุ่นกันมา และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายสมมาตรได้มาเสนอขายหุ้น IPO กับเพื่อนร่วมรุ่นอีกกว่า 30 คน โดยพยายามสร้างความน่าเชื่อถือว่ารู้จักกับผู้ใหญ่หลายคน และแอบอ้างว่าเป็นหลานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พวกตนจึงหลงเชื่อซื้อหุ้นดังกล่าว ไปจำนวนมากโดยตนสูญเงินไปกว่า 5 ล้านบาท
น.ส.อัจฉรา กล่าวต่อว่า เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินปันผล นายสมมาตร พยายามบ่ายเบี่ยงว่าเงินติดการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง. ) ทำให้จ่ายเงินล่าช้า และมีการเสนอขายหุ้นตัวใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกหลายตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายปาณสาร หรือมีน สมชีวิตา อายุ 33 ปี บุตรชายนายสันทัด สมชีวิตา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม หลังจากหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันกว่าเกือบ 30 คน ซึ่งตนทราบมาตลอดว่านายปาณสาร มีความสนิทสนมกับนายสมมาตร ตนจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงเช่นเดียวกัน
น.ส.อัจฉรา กล่าวด้วยว่า หลังจากนั้นตนก็พยายามติดต่อไปยังนายสมมาตรแต่กลับถูกอ้างว่า กำลังพยายามหาเงินมาให้ หากแจ้งความจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้ารอจะได้เงินต้นและดอกเบี้ยคืน ตนและเพื่อนจึงตัดสินใจรอ แต่ร่วมเดือนก็ไม่ได้รับการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการใดๆ โดยเมื่อเช้าตัดสินใจโทรไปถามนายสมมาตรอีกครั้งว่าจะเอายังไง เขากลับบอกว่าเขาเตรียมทนายไว้แล้ว และจะไม่เจรจาและไม่มีการจ่ายเงินใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าอยากได้ก็ให้ฟ้องเอา พวกเราเลยตัดสินใจรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดี เพื่อยืนยันว่าหลังจากนี้พวกเราก็จะไม่ยอมความ และจะไม่มีการเจรจาใดๆ พร้อมทั้งจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ด้าน ร.ต.ท.ปรีชา กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป


ผู้ต้องหา อาบูบาก้า มอบตัวเพิ่ม4คน

ตร.ผู้ต้องหาคดีอาบูบาก้า ก๊วน “พงศ์พัฒน์” เข้ามอบตัวเพิ่มอีก 4 นาย
Cr:ผู้จัดการ
นายตร. สังกัดกองปราบ ผู้ต้องหาคดีบ่อนออนไลน์อาบูบาก้า ก๊วน “พงศ์พัฒน์” เข้ามอบตัวที่ สน.พหลโยธิน เพิ่มอีกราย 4 ราย พร้อมนำหลักทรัพย์เพื่อวางประกันตัวรายละ 600,000 บาท โดยทั้งหมดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนถูกนำตัวไปค้นห้องพัก บช.น.ขีดเส้นผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลือหากยังหลบหนีเจอชุดไล่ล่า
วันนี้ (28 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน ความคืบหน้ากรณีคดีบ่อนพนันออนไล์อาบูบาก้า เครือข่ายของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ซึ่งได้ออกหมายจับทั้งสิ้น 14 ราย เป็นพลเรือน 1 รายว่า พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญศิลป์ ผกก.ทุ่งครุ รรท.ผกก.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวนผู้ขำนาญการพิเศษ สน.พหลโยธิน ได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัวของ พ.ต.ท.วัฒนา ผลงานดี อดีตสารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.3 บก.ป.) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2347/2557 ลงวันที่ 24 ธ.ค.57 พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร อดีตสารวัตรปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.ปพ.บก.ป.) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2350/2557 ลงวันที่ 24 ธ.ค.57 ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร อดีตรองสารวัตรปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม (รอง สว.กก.ปพ.บก.ป.) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2344/2557 ลงวันที่ 24 ธ.ค.57 และ ร.ต.อ.ศักรินทร์ เกษรเทียน รองสารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (รอง สว.กก.4 บก.ปคม.) ผู้ต้องหาตามหมายศาลอาญาที่ 2348/2557 ลงวันที่ 24 ธ.ค.57 ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ และร่วมกันเป็นเจ้าหนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีรับสินบนระหว่างปฎิบัติหน้าที่ปราบปรามการพนันฟุตบอลออนไลน์ หรืออาบูบาก้า เมื่อปี 2552 พร้อมนำหลักทรัพย์มาประกันตัวในวงเงิน 600,000 บาทต่อคน
ด้าน พ.ต.อชยุต มารยาท รอง ผบก.น.2 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้ติดต่อเข้ามอบตัวที่ สน.พหลโยธิน พร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก จากนั้นจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนผู้ต้องหาที่ยังไม่มาติดต่อขอมอบตัวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เวลาถึงวันที่ 29 ธ.ค.57 นี้เท่านั้น แล้วจะดำเนินการจับกุมตามหมายจับทันที
ด้าน ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาให้รับทราบ พร้อมทั้งดำเนินคดีในมาตรา157 ที่ระบุว่า เป็นเจ้าพนักงาน และมาตรา 148 ที่ระบุว่าเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ ทั้งนี้ ทางผู้ต้องหายังไม่ได้ยื่นหลักฐานเพื่อขอประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนขั้นตอนการสอบสวนพบว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว จะทำการสืบสวนติดตามเพื่อขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 48 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ทาง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดประสานไปยังต้นสังกัดของข้าราชการตำรวจที่มีชื่อในหมายจับเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า ให้มามอบตัวตามระยะเวลาที่กำหนด


เบื้องหลังเดลินิวส์ประกาศ16พนง.สิ้นสภาพศึกในตระกูล เหตระกูล

เบื้องหลัง!เดลินิวส์ ประกาศ16พนง. สิ้นสภาพ -ศึกสายเลือด "เหตระกูล" ระอุ

เขียนวันที่
วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม 2557 เวลา 13:14 น.
เขียนโดย
isranews
"..พนักงานบางส่วนที่ถูกประกาศให้พ้นสภาพ เป็นบก.ข่าว ที่ผันตัวมาช่วยงานทีวี NEW)TV แต่ผู้บริหารระดับสูงระหว่างคนในตระกูลเหตระกูลด้วยกัน ที่ดูแลหนังสือพิมพ์ กับ ทีวี มีปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ก็เลยประกาศตัดขัดไม่ยุ่งเกี่ยวกัน.." 
pedddddcccchhh
สร้างความฮือฮา! ให้กับคนในวงการสืออีกครั้ง เมื่อ "หนังสือพิมพ์เดลินิวส์" ฉบับวันที่ 28 ธ.ค.2557 ได้เผยแพร่ประกาศรายชื่อบุคคล ซี่งพ้นจากสภาพการเป็นพนักงาน ของ บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด และบริษัทในเครือ จำนวน 16 คน 
พร้อมระบุว่า "โดยบุคคลดังกล่าว ได้พ้นจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ระบุข้างต้น ดังนั้น การกระทำใดของบุคคลดังกล่าว นับแต่วันที่บุคคลดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัทอีกต่อไป"
(ดูรูปประกอบ)
peccfghghjhjhj
คำถามที่น่าสนใจ คือ พนักงานทั้ง 16 รายนี้ ทำความผิดอะไร ถึงทำให้ต้องถูกออกประกาศแจ้งให้พ้นสภาพความเป็นพนักงาน จากบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด (เดลินิวส์) แบบ "ตัดบัวไม่เหลือใย" แบบนี้ 
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้ติดต่อไปยังหนึ่งในพนักงาน 16 คน ที่ถูกประกาศพ้นสภาพดังกล่าว เพื่อสอบถามความจริง แต่ได้รับการปฏิเสธ 
พร้อมระบุว่า "เรื่องนี้ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปสนใจเลย"
เมื่อถามว่า ทำไมถึงถูกออกประกาศให้พ้นสภาพความเป็นพนักงาน พนักงานรายนี้ ตอบว่า "ไม่ทราบเหมือนกัน ตอนนี้เรามาทำงานทีวี ลาออกจากหนังสือพิมพ์มานานแล้ว"
เมื่อถามว่า สรุปยังเป็นพนักงานในเครือเดลินิวส์หรือไม่ พนักงานรายนี้ ตอบว่า "มาทำอยู่ทีวี ทำนานแล้ว ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน เพิ่งเห็นลงประกาศพ้นสภาพในหนังสือพิมพ์เหมือนกัน"
"อย่าไปสนใจมากเลยเรื่องนี้ เรื่องของผู้ใหญ่เขา เราเป็นพนักงานเราไม่รู้อะไรมากหรอก"
แหล่งข่าวระดับสูงในเดลินิวส์ เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา ว่า  พนักงานบางส่วนที่ถูกประกาศให้พ้นสภาพ เป็นบก.ข่าว ที่ผันตัวมาช่วยงานทีวี NEWTV ส่วนเหตุผลที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้บริหารระดับสูงระหว่างคนในตระกูล "เหตระกูล" ที่ดูแลหนังสือพิมพ์ กับ ทีวี มีปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ก็เลยประกาศตัดขัดไม่ยุ่งเกี่ยวกัน 
"เมื่อ นสพ.ไม่นับ NEW)tv เป็นเครือญาติ จึงต้องทางใครทางมัน พนักงานบางส่วนที่ถูกประกาศให้พ้นสภาพก็เป็นพนักงานขายโฆษณา และเมื่อ NEW)tv ทำแท็บลอยด์ "new)108" เป็นหนังสือพิมพ์ไลฟ์สไตล์รายวันน้องใหม่ ออกทุกเช้าวันจันทร์ – วันศุกร์ ( ยกเว้นวันหยุดนักขตฤกษ์) แจกฟรีตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 100 จุด) ทำให้เกิดศึกแย่งชิงโฆษณากัน เมื่อมีการทับไลน์เกิดขึ้น ยักษ์ใหญ่สีบานเย็นเลยไม่ยอม จึงเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น"
จากการตรวจสอบข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด รับผิดชอบธุรกิจหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2506 ทุนปัจจุบัน 1,000 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจ ขายหนังสือพิมพ์รายวัน ขายโฆษณา - ผู้ผลิต,ค้าปลีก,ค้าส่ง
ปรากฎชื่อ นางประไพ เหตระกูล ,นายประชา เหตระกูล ,พลตำรวจโท ประเสริฐ เหตระกูล , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางประทิน เหตระกูล, นางประพิณ รุจิรวงศ์ , นายปารเมศ เหตระกูล ,นายพิสิฐ เหตระกูล , นายกิตติพันธุ์ เหตระกูล ,นายภาสภณ เหตระกูล  และนางสาวผวราภรณ์ ปุ้ยพันธวงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 29 เมษายน 2557 มี 25 ราย  ประกอบไปด้วย 
1 บริษัท แสงเอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 534,400 หุ้น มูลค่า 534,400,000 บาท 
2 นายประชา เหตระกูล  ถืออยู่ 38,800 หุ้น มูลค่า 38,800,000 บาท 
3 นางประทิน เหตระกูล ถืออยู่ 38,800 หุ้น มูลค่า 38,800,000 บาท
4 นางประไพ เหตระกูล ถืออยู่ 38,800 หุ้น มูลค่า 38,800,000 บาท
5 พล ต.ท.ประเสริฐ เหตระกูล ถืออยู่ 38,800 หุ้น มูลค่า 38,800,000 บาท
6 นายพิสิฐ เหตระกูล ถืออยู่ 38,800 มูลค่า หุ้น 38,800,000 บาท
7 นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ถืออยู่ 20,800 หุ้น มูลค่า 20,800,000 บาท 
8 นายประพันธ์ เหตระกูล ถืออยู่  20,013 หุ้น มูลค่า 20,013,000 บาท 
9 นายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่ 19,399 หุ้น มูลค่า  19,399,000 บาท 
10 นางสาววิรณี เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่ 19,393 หุ้น มูลค่า 19,393,000 บาท 
11 นางสาวขวัญจิต เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท 
12 นางณัฐา คุณปิติลักษณ์ ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า  7,760,000 บาท 
13 นายนต รุจิรวงศ์ ถืออยู่ 7,760  หุ้น มูลค่า  7,760,000 บาท 
14 นายนนท์ รุจิรวงศ์ ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
15 นายนพดล เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
16 นางสาวนลิน รุจิรวงศ์ ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
17 นายปฏิฎาณ เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
18 นางประพิณ รุจิรวงศ์ ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
19 นายประสงค์ เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
20 นางสาวปริยสุดา เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
21 นายปารเมศ เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
22 นางปารวดี เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
23 นายปิฏก เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
24 นางสายฝน เหตระกูล ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
25 นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ ถืออยู่ 7,760 หุ้น มูลค่า 7,760,000 บาท
ล่าสุดนำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ระบุว่ามีรายได้รวม 1,901,743,421.17 บาท  กำไรสุทธิ 295,914,393.71 บาท  
ส่วน บริษัท แสงเอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2536 ทุนปัจจุบัน 840,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 1/4 หมู่ที่ 2 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจ บริการจัดซื้อ จัดหากระดาษ วัสดุการพิมพ์
ปรากฎชื่อ  นางประไพ เหตระกูล, นายประพันธ์ เหตระกูล ,นายประสงค์ เหตระกูล, นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์, พลตำรวจโทประเสริฐ เหตระกูล ,นางประภา เหตระกูล ศรีนวล,นางประทิน เหตระกูล และนางประพิณ รุจิวงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ  นายประชา เหตระกูล  นางประทิน เหตระกูล  นางประไพ เหตระกูล  พลตำรวจโทประเสริฐ เหตระกูล  นายพิสิฐ เหตระกูล ถือหุ้นใหญ่ คนละ 70,000 หุ้น มูลค่า  70,000,000 บาท 
ล่าสุด นำส่งงบการเงิน ณ วันที่  31 ธันวาคม 2556 แจ้งมีรายได้รวม 50,749,806.83 บาท ขาดทุนสุทธิ 6,019,944.93 บาท  
บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด รับผิดชอบธุรกิจทีวี “new) tv”
จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ปรากฎชื่อ นาย ภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ นาย ปารเมศ เหตระกูล เป็นกรรมการ 
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2557 มี 3 ราย นางปารวดี เหตระกูล ถือหุ้นใหญ่สุด 11,900,000 หุ้น มูลค่า  29,750,000 บาท  นายปารเมศ เหตระกูล และนายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่ 11,550,000  หุ้น มูลค่า 28,875,000 บาท 
ล่าสุดนำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธ.ค.57 ระบุว่า มีรายได้อื่น  34,419.65 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 3,075,536.65 บาท ขาดทุน สุทธิ 3,248,082.75 บาท 
บริษัท ดีเอ็น มีเดีย จำกัด รับผิดชอบธุรกิจหนังสือพิมพ์ แท็บลอยด์new)108  
เพิงจดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 ทุน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  แจ้งประกอบธุรกิจกิจการ ดำเนินการซื้อ จัดหา สื่อโฆษณา รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ปรากฎชื่อ นางปารวดี เหตระกูล นายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด น.ส.วิรณี เหตระกูล ศรีนวลนัด เป็นกรรมการ 
รายชื่อ ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 กันยายน 2557 มีจำนวน 10 ราย  
1 นางปารวดี เหตระกูล ถือหุ้นใหญ่สุด 16,667 หุ้น  มูลค่า  41,667.50 บาท 
2 นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่ 11,112 หุ้น มูลค่า 27,780 บาท 
3 นายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่ 11,111 หุ้น มูลค่า 27,777.50 บาท 
4 นางวิรณี เหตระกูล ศรีนวลนัด ถืออยู่  11,111 หุ้น มูลค่า  27,777.50 บาท 
5 นางประไพ เหตระกูล ถืออยู่ 8,334 หุ้น มูลค่า  20,835 บาท 
6 นางสาวชนาทิพย์ เหตระกูล ถืออยู่  8,333 หุ้น มูลค่า 20,832.50 บาท 
7 นางสาวชนินทร เหตระกูล ถืออยู่ 8,333 หุ้น มูลค่า  20,832.50 บาท 
8 นายปฎิภาณ เหตระกูล ถือยู่  8,333 หุ้น มูลค่า 20,832.50 บาท 
9 นางสาวปริยดา เหตระกูล ถืออยู่ 8,333 หุ้น มูลค่า  20,832.50 บาท 
10 นายศุภฤกษ์ เหตระกูล ถืออยู่  8,333 หุ้น มูลค่า  20,832.50 บาท
-ยังไม่แจ้งผลประกอบการธุรกิจ- 
ทั้งนี้ จากข้อมูลโครงสร้างธุรกิจ และรายชื่อผู้บริหารที่รับผิดชอบดูแลงานสื่อแต่ละประเภทที่ปรากฎออกมา
คงพอเดากันไม่ยากว่า ศึกสายเลือด "เหตระกูล" ที่กำลังเดือดระอุอยู่ในขณะนี้ 
ใครอยู่ฝ่ายไหนกันบ้าง?