PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทีวีดิจิตอลทยอยโละพนักงาน


 

นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด สถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี เผยว่า บริษัทได้ปรับนโยบายโครงสร้างองค์กรใหม่อีกครั้ง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์การบริหารและโครงสร้างองค์กรปี 2559 โดยปรับลดพนักงานลงจำนวน 57 อัตรา เพื่อให้องค์กรมีขนาดที่เหมาะสมต่อการทำงานในภาวะการแข่งขันที่สูงมากในธุรกิจทีวีดิจิตอล ทั้งนี้บริษัทได้สื่อสารกับพนักงานทั้งหมดให้เข้าใจเป้าหมายและนโยบายต่างๆ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาคุณภาพเนื้อหารายการให้มีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค
สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ บริษัทได้ดูแลและชดเชยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างด้วยความเป็นธรรมตามกฎหมายแรงงานทุกประการ ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนงานส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรตามโครงสร้างองค์กรในปี 2559 อีกกว่า 300 คน เพื่อมุ่งสู่การเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
“วอยซ์ทีวีมีเป้าหมายในการเป็นหนึ่งในผู้นำของผู้ผลิตสื่อยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Cross Platform Content Provider ทีวีสื่อสารครบทุกช่องทางที่ต้องการผลิตเนื้อหารายการทีวีคุณภาพสูงและส่งตรงถึงผู้รับสื่อยุคใหม่ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชมผ่านสื่อออนไลน์ที่เป็นอนาคตของการสื่อสาร อีกทั้งบริษัทเป็นองค์กรสื่อมวลชนองค์กรหนึ่งยืนยันและมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถานีข่าวคุณภาพสูง สำหรับคนรุ่นใหม่ นำเสนอเหตุการณ์และข่าวสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ”
จากการรวบรวมของ “ฐานเศรษฐกิจ”ที่ได้ติดตามข่าวสารทีวีดิจิตอลอย่างต่อเนื่อง พบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ได้เริ่มคัดพนักงานออกทั้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทีวีและไม่ใช่ทีวีบ้างแล้ว เช่น โมโน บรอดคาสท์ นิวทีวี ไทยทีวี โพสต์ทีวี และสปริงนิวส์ เป็นต้น เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้อยู่ในความควบคุมและสามารถทำกำไรได้ โดยเฉพาะโพสต์ทีวี ที่ผ่านมาได้มีการคัดพนักงานทีวีออกจำนวนกว่า 10 ราย เนื่องจากครั้งก่อนประมูลโพสต์ทีวี คาดว่าจะได้ช่องทีวีและมีพาร์ตเนอร์ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามคาดการณ์ พนักงานที่มีอยู่จึงล้นจำนวนปริมาณงาน และส่งผลให้ในช่วงไตรมาสแรกธุรกิจทีวีขาดทุนกว่า 26 ล้านบาท
ขณะเดียวกันช่องโทรทัศน์ทีวีดิจิตอลที่มีการคัดพนักงานออกในปีที่ผ่านมา ได้แก่ ไทยทีวี และ สปริงนิวส์ โดยสปริงนิวส์การคัดพนักงานออก เป็นเรื่องจริงมีจำนวน 38 คน แบ่งเป็น นักข่าว 9 คนและที่เหลือเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ธุรกิจ โปรดิวเซอร์ เป็นต้น ซึ่งการออกครั้งนี้เป็นการให้ออกที่ถูกต้องตามกระบวนการและข้อกำหนดของกรมแรงงาน ส่วนวัตถุประสงค์การคัดคนออกเนื่องจากบริษัทต้องการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน โดยในปี 2559 ทางสปริงนิวส์ ต้องการมุ่งเน้นการผลิตคอนเทนต์ ด้านข่าวเศรษฐกิจ และธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศ ขณะที่นักข่าวที่ออกไปส่วนใหญ่เป็นนักข่าวสายในประเทศที่ไม่สอดคล้องกับแผนธุรกิจของบริษัทจะดำเนินไปในปีหน้า
ส่วนด้านไทยทีวีในช่วงที่ผ่านมาได้ให้พนักงานสมัครใจยื่นใบลาออกจำนวนกว่า 20 คน โดยสาเหตุการลาออกเนื่องจากต้องการลดรายจ่าย ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการเมื่อบริษัทขาดทุน ทั้งนี้หากประเมินค่าใช้จ่ายการบริหารสถานีโทรทัศน์ แต่ละช่องมีงบประมาณการลงทุนไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อเดือน ก่อนที่ล่าสุดบริษัท ไทยทีวี จำกัด จะอยู่ในสภาวะขาดทุนและถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ เงินจำนวน 1.74 พันล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,133 วันที่ 21 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

‘แม้ว’ ลั่นกลอง ทายท้าวิชามาร

ใบตองแห้ง(ข่าวหุ้น)


ทักษิณชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ 4 สำนักซ้อนทั้งวอลสตรีทเจอร์นัลไฟแนนเชียลไทม์ รอยเตอร์และอัลจาซีรา ถามว่าทักษิณส่งสัญญาณอะไรรักตัวกลัวตายกลัวน้องสาวติดคุกกลัวถูกเรียกค่าเสียหายจำนำข้าวฯลฯ จนอยาก “เจรจา” อย่างนั้นหรือ
ถ้ากลับไปดูยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ CNN จะเห็นประเด็นที่เธอเน้น“ดิฉันไม่ได้ขออิสรภาพให้ตัวเองดิฉันขอแค่ว่าให้ประชาชนได้อิสรภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะเพื่อผู้มีอำนาจในบ้านเมืองขณะนี้จะได้ยินเสียงประชาชน”
ทักษิณก็พูดเช่นกันกับไฟแนนเชียลไทม์“ผมไม่ได้ขอเงื่อนไขใดๆให้กับตัวเองผมเพียงแค่ต้องการเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าเพื่อคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน" และกับวอลสตรีทเจอร์นัล“ผมไม่ได้ต้องการเงื่อนไขใดๆเพื่อช่วยตัวผมแต่ถ้าท่านมีความตั้งใจจริงที่จะให้ประเทศเดินไปข้างหน้าถ้าท่านตั้งใจที่จะคืนศักดิ์ศรีให้กับประชาชนชาวไทยท่านต้องมาพูดคุยกัน”
เปล่าไม่ได้บอกให้เชื่อน้ำคำแต่ให้อ่านสัญญาณว่าทักษิณกำลังเดินเกมอะไรทักษิณกำลังบอกว่ารัฐประหารและการยกร่างรัฐธรรมนูญแบบถอยหลังสุดกู่เพื่อ “เผาบ้านกำจัดหนู” จะทำให้ประเทศติดกับประชาชนไม่มีเสรีภาพเศรษฐกิจก็ยากลำบากอย่ามัวมุ่งแต่ตัวเขาเลยควรหันหน้ามาคุยกันหาทางออกให้บ้านเมืองดีกว่า
ถามจริงทักษิณรู้ไหมว่ายังไงๆคสช.ก็ไม่เจรจาด้วยหรอกมีแต่ถูกวินธัยไก่อูตอกกลับโถ มือชั้นนั้นแล้วไม่รู้หรือครับงั้นพูดทำไมก็พูดให้เห็นว่าพร้อมจะร่วมมือแก้ปัญหาชาติแก้วิกฤติที่จะเกิดจากร่างรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองการเมืองตึงเครียด “เราแสดงความปรารถนาดีแล้วนะกลับถูกบอกปัด”
ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือทักษิณเก็บตัวมาเกือบ 2 ปีก่อนหน้านี้แม้พูดบ้างประปรายแต่ก็ไม่เคยออกมา “รัวหมัด”  ขนาดนี้ แสดงว่าทักษิณเห็นโอกาสเห็นจังหวะแล้วสิในขณะที่ปัญหาสารพัดกำลังรุมเร้ารัฐบาลคสช. โดยรวมศูนย์อยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญซึ่ง “หาทางลงไม่เจอ” กระทั่งจะให้มีกลไกพิเศษคุมอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่าน 4-5 ปีจนถูกแอนตี้จากหลายฝ่าย
1 เดือนเศษจากนี้ไปกับอีก 4 เดือนทำประชามติคือหัวเลี้ยวหัวต่ออันดับแรกต้องดูว่ากรธ.จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรแต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ลั่นวาจาว่าต้องมีกลไกช่วงเปลี่ยนผ่านก็คงเป็นไปตามบัญชาซึ่งจะต้องฟันฝ่าคำวิจารณ์เขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้แล้วมีเลือกตั้งทำไม
ช่วงทำประชามติปัจจัยไม่ใช่แค่ผ่าน-ไม่ผ่านแต่ยังถูกจับตาว่าใช้กำลังใช้อำนาจ ใช้สื่อ ใช้กลไกราชการรณรงค์ข้างเดียวหรือไม่กกต.เป็นหอเอนเพียงไรที่แน่ๆ ท่านนายกฯ ไม่ให้ดีเบตแล้วจะเรียกว่าประชามติได้ไหมถ้าประชามติมีการกวาดจับคนไปปรับทัศนคติมีคนประท้วง คนติดคุกกันมากมายจะเกิดอะไร
แค่ร่างรัฐธรรมนูญออกมาเดือนเดียวก็ทำให้การเมืองตึงเครียดถึงขั้นห้ามนักข่าวถามเกิน 4 คำถามคิดดูว่าอีก 5 เดือนจะกดดันแค่ไหน
ในขณะเดียวกัน 5 เดือนข้างหน้าปัญหาเศรษฐกิจ ความทุกข์ยากเดือดร้อนจะปะทุโดยเฉพาะภัยแล้ง ซ้ำเติมราคาพืชผลตกต่ำรัฐบาลทุ่มงบประมาณช่วยก็จริงแต่ลงไปตามระบบราชการยกตัวอย่างตำบลละ 5 ล้านบางแห่งก็โวยว่าอานิสงส์ไม่ถึงชาวบ้าน
ทักษิณอ่านออกอันที่จริง ใครๆ ก็อ่านออกแต่ คสช.ดูเหมือนไม่มีทางเลือกต้องกัดฟันลุยไฟ
////////////
ใครว่า "แม้ว" อยากเจรจา ออกมาให้สัมภาษณ์ 4 สำนักข่าวฝรั่งพร้อมกัน นี่มัน "ลั่นกลองรบ" ต่างหาก ทักษิณพูดเหมือนยิ่งลักษณ์ ไม่ได้สนใจเรื่องตัวเองแต่ประเทศ+ประชาชนกำลังลำบาก ประชาธิปไตยล้าหลังมาก ฯลฯ อย่าเผาบ้านกำจัดหนู หันหน้าคุยกันดีกว่า ฯลฯ นี่ไม่ใช่เสนอเจรจา เพราะรู้ดีว่าวินธัยไก่อูบิ๊กตู่บิ๊กหมูบิ๊ก.....ต้องปฏิเสธ แค่บอกว่า "เราปรารถนาดีแล้วนะ"
ทักษิณเห็นจังหวะต่างหาก คสช.กำลังเข้าหัวเลี้ยวหัวต่อ หาทางออกลำบาก รัฐธรรมนูญมีชัยว่าโคตรล้าหลัง ยังไม่ไว้วางใจ ยังจะให้มีกลไกพิเศษ 4-5 ปี อย่าเพิ่งถามว่าทำประชามติผ่าน-ไม่ผ่าน แค่ตอนทำประชามติที่ปิดกั้น ใช้อำนาจ ใช่กำลัง ใช้กลไกรัฐ รณรงค์ข้างเดียว เท่านั้นก็วุ่นแล้ว การเมืองทางหนึ่ง เศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง พืชผลเกษตรราคาตก ยังจะเจอภัยแล้ง หว่านเงินตำบลละ 5 ล้าน ไปถามชาวบ้านดู ได้อานิสงส์ไหม เดี๋ยวถ้ามีกรณีสะดุดขา แบบอุทยานราชภักดิ์ แบบองค์การทหารผ่านศึก ยิ่งสนุกไปใหญ่
ไม่ต้องทักษิณหรอก คนทั่วไปก็เห็น ดันทุรังอย่างนี้ "ขาลง" จะมาไว แต่ดูเหมือนทหารไม่มีทางเลือก ไม่มีทางลงได้ง่ายๆ

‘ทักษิณ’เปิดเกมรุกคสช.รอบใหม่

‘ทักษิณ’เปิดเกมรุกคสช.รอบใหม่

‘ทักษิณ’เปิดเกมรุกคสช.รอบใหม่ จับตา3แนวรบ-ต่อรองทางการเมือง

          การปรากฏตัวของ “ทักษิณ ชินวัตร” ผ่านสื่อต่างประเทศเที่ยวนี้ ถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของอดีตนายกฯไทยที่ต้องไปร่อนเร่อยู่ในต่างแดน เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเปิดหน้า
          ส่งเสียงผ่านคลิปเวลาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปเยี่ยมเยือน ฝากกลับมาเผยแพร่ในเมืองไทยเพื่อไม่ให้บรรดาแฟนคลับหลงลืมกันเท่านั้น แต่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการเป่านกหวีดเดิมพันกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กันเลยทีเดียว
          หน่วยงานความมั่นคงที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองให้แก่ คสช.ให้ข้อมูลว่า สัญญาณจากอดีตนายกฯ ทักษิณเที่ยวนี้ เป็นการ “เปิดศึก” เพราะการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศหลายสื่อต่อเนื่องกันเช่นนี้ มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยทีเดียว จังหวะก้าวของอดีตนายกฯทักษิณ ในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศช่วงวันหยุดยาวมาฆบูชา วิเคราะห์ได้เป็น 2 ด้าน
          ด้านหนึ่งมีการวิเคราะห์วิจารณ์กันไปบ้างแล้วว่าเป็นการออกตัวเพื่อช่วยน้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ จากตระกูลชินวัตร อีกคนที่กำลังโดนคดีจำนำข้าว กับ “ลูกโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ที่กำลังโดนหางเลขคดีทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร เพราะท่าทีของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชัดเจนเรื่องการทอดสะพานขอเจรจากับรัฐบาลทหาร
          ขณะที่อีกด้านหนึ่งที่ดูจะมีน้ำหนักมากกว่า คือการฉวยจังหวะที่รัฐบาล คสช.กำลังเซจากหลากหลายปัญหาที่กำลังรุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจตกต่ำ ภัยแล้ง การชุมนุมของพระสงฆ์จากปัญหาการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ และกระแสต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ โดยเฉพาะเรื่องม็อบจีวรนั้น มีเส้นสนกลในโยงใยกับวัดดังที่มีเจดีย์รูปจานบิน ซึ่งต้องไม่ลืมว่าเจ้าอาวาสวัดนี้เคยโดนคดีฟ้องร้องถึงขั้นปาราชิก แต่จู่ๆ ก่อนศาลจะพิพากษาไม่กี่วัน อัยการสูงสุดในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็สั่งถอนฟ้อง อ้างว่าเจ้าอาวาสคืนทรัพย์สินที่อ้างว่ายักยอกจากวัดกลับไปให้วัดแล้ว นี่คือสายสัมพันธ์ที่เคยเกื้อหนุนกันมา...
          ถอดรหัสการเคลื่อนไหวจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ กำลังส่งสัญญาณให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เคย “แยกกันเดิน” ให้หันกลับมา “รวมกันตี” อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยใช้ประเด็นสาธารณะอย่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยเป็นจุดร่วม เนื่องจากเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่าย แม้แต่ฝ่ายที่เคยสนับสนุน คสช.ก็ยังออกมาตำหนิวิจารณ์ว่ารับไม่ได้
          การให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ ทักษิณ มีการวางประเด็นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการถล่มร่างรัฐธรรมนูญ โยงมาถึงปัญหาการเมืองอันสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลทหารไม่ได้รับการยอมรับจากชาติตะวันตก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และนั่นจึงนำไปสู่การขมวดปมให้มาพูดคุยเจรจากัน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการส่งสัญญาณต่อรองคดีน้องสาวกับลูกชาย ทุกอย่างมีการจัดวางอย่างลงตัว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
          ข้อมูลการวิเคราะห์จากฝ่ายความมั่นคงที่ส่งถึง คสช. ระบุว่า หลังจากนี้รัฐบาลจะเผชิญศึก 3 ด้าน 3 แนวรบ คือ 1.แนวรบในประเทศ ทุกกลุ่มทุกเครือข่ายจะออกมาขย่มรัฐบาลพร้อมกัน จะเห็นได้ว่าช่วงที่อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ พรรคเพื่อไทยก็ออกแถลงการณ์ถี่ยิบ ขณะที่น้องสาวอย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เปิดตัว เปิดบ้านให้สื่อเข้าไปสัมภาษณ์
          2.แนวรบต่างประเทศ จะมีการใช้เครือข่ายคนเสื้อแดงที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศเคลื่อนไหวกดดัน พร้อมๆ กับการขับเคลื่อนของกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย การว่าจ้างหรือล็อบบี้สื่อต่างประเทศให้ช่วยโหมประโคมข่าว ตลอดจนประสานให้นักการเมืองชาติตะวันตกที่รู้จักหรือเป็นเครือข่ายกัน ให้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเข้าไปอีก และ 3.แนวรบโซเชียลมีเดีย จะมีปฏิบัติการข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นงานถนัดของเครือข่ายคนเสื้อแดงและกลุ่มสนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณอยู่แล้ว
          นี่คือศึกใหญ่ที่รัฐบาลต้องเตรียมรับ เพราะเอาแค่การเคลื่อนไหวผ่านสื่อต่างประเทศ ทีมงานของอดีตนายกฯ ก็ทำอย่างมียุทธศาสตร์ บางสื่อมีการนำเสนอบทสัมภาษณ์เป็นการเปิดประเด็นนำร่อง ก่อนจะมีสกู๊ปยาวๆ เกี่ยวกับชีวิตของ “ชายชื่อทักษิณ” ตามมาในเร็ววันนี้ เรียกว่ามีประเด็นเป็นข่าวต่อเนื่องนานเป็นสัปดาห์
          ทางออกของรัฐบาล คสช. จึงต้องเร่งกำหนดยุทธศาสตร์การชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือปลดชนวนระเบิดจากร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่เสนอแบ่งเวลาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ช่วงหรือ 2 ขยัก เพราะหนีไม่พ้นการถูกโจมตีเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตย และต้องการลากยาวสืบทอดอำนาจต่อไปของรัฐบาลและคสช.
          ประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงแจ้งเตือนไปยังรัฐบาลและ คสช. ก็คือ สิ่งที่อ่อนไหวกับสถานการณ์การเมืองมากที่สุดก็คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาส่อไปในทาง “สืบทอดอำนาจ” เพราะกงล้อประวัติศาสตร์การเมืองอาจหมุนวนกลับไปเหมือนก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20160224/223002.html