PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

19 สัญญา 688 ล.!เจาะข้อมูล7 หน่วยงานรัฐซื้อจีที200 ก่อนผู้ผลิตโดนยึดทรัพย์

19 สัญญา 688 ล.!เจาะข้อมูล7 หน่วยงานรัฐซื้อจีที200 ก่อนผู้ผลิตโดนยึดทรัพย์

เขียนวันที่
วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน 2559 เวลา 20:00 น.
เขียนโดย
isranews
เปิดหมด! สัญญาจัดซื้อเครื่องจีที200 ของ 7 หน่วยงานรัฐ 19 สัญญา 688 ล้าน ก่อนศาลอังกฤษสั่งยึดทรัพย์ผู้ผลิต ช่วงปี 50-53 พบกรมสรรพาวุธทหารบกจัดซื้อมากสุด 11 สัญญา 659 ล้าน กรมราชองครักษ์ 3 สัญญา สตช.-2 อบจ.ดัง โผล่ซื้อด้วย แห่งละ 1 สัญญา เผยชื่อ บ.เอวิเอ แซทคอม คู่สัญญาขาย ยังทำธุรกิจ ขายเครื่องมือให้กองทัพตามปกติ
 picccdddwww19 6 16
จากกรณีศาลโอลด์ เบลีย์ ของอังกฤษ ตัดสินยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า ราว 395 ล้านบาท จากนายเจมส์ แมคคอร์มิค อดีตนักธุรกิจชาวอังกฤษ ผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอม (GT200) เพื่อนำเงินไปจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ขณะที่ กองทัพบกไทย กำลังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและแนวทางปฏิบัติต่อกรณีนี้ เนื่องจากมีหน่วยงานราชการหลายแห่งที่จัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวเข้ามาใช้ นั้น 
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ พบว่า นับตั้งแต่ปี 2550 -2553 มีหน่วยงานรัฐ 7 หน่วยงาน ที่จัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด หรือ GT200 มาใช้งาน รวมจำนวน 19 สัญญา  คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้น 688,287,264.49 บาท (เท่าที่ตรวจสอบพบ)
โดยหน่วยงานที่จัดซื้อมากที่สุดคือ กองทัพบก โดย กรมสรรพาวุธทหารบก จำนวน 11 สัญญารวมวงเงิน  659,800,000 บาท ตามมาด้วย กรมราชองครักษ์  จำนวน 3 สัญญา วงเงิน 9,000,000 บาท  ส่วนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระแก้ว , อบจ.สมุทรปราการ จัดซื้อหน่วยงานละ 1 สัญญา รวมวงเงิน 4,180,000 บาท  , กองทัพอากาศ โดย กรมสรรพาวุธทหารอากาศ จำนวน 1 สัญญา วงเงิน 5,553,900 บาท , กองทัพเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ สัตหีบ ชลบุรี จำนวน 1 สัญญา วงเงิน 8,523,364.49 บาท,  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1 สัญญา วงเงิน 1,230,000 บาท
สำหรับบริษัทเอกชนที่ปรากฎชื่อเป็นคู่สัญญาขายเครื่องจีที 200 มี 3 ราย คือ บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, บริษัท Global Technical จำกัด  และบริษัท ดีเพนเทค จำกัด
โดยบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด ปรากฎชื่อเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐมากที่สุด จำนวน 15 สัญญา ส่วนบริษัท Global Technical จำกัด  และบริษัท ดีเพนเทค จำกัด เป็นคู่สัญาญาแห่งละ 1 สัญญา (ดูรายละเอียดในตารางท้ายรายงาน)
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2535 ทุนปัจจุบัน 473,372,800 บาท ตั้งอยู่เลขที่  19 ถนนพหลโยธิน แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 
แจ้งประกอบธุรกิจขายอุปกรณ์สื่อสาร และรับจ้างซ่อมบำรุงรักษา 
ปรากฎชื่อ เรืออากาศโทขจรศักดิ์ วัฒนางกูร  นางมณฑิรา วัฒนกิจ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ  
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ  24 กรกฎาคม 2558  บริษัท ลิบราเวย์ จำกัด (นาย สุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ถือหุ้นใหญ่) ถือหุ้นใหญ่สุด 2,640,999 หุ้นคิดเป็น มูลค่า  264,099,900 บาท  บริษัท ซาบ เอบี จำกัด (มหาชน) (สวีเดน) ถืออยู่ 1,733,728 หุ้น มูลค่า 173,372,800 บาท  นาย พรีพล ตระกูลช่าง  นาย พสิษฐ์ ตงศิริ  นาย แมนเฟรด แม็กซิมิเลียน เกอร์ฮาร์ด คาร์เก้(เยอรมัน) ถืออยู่คนละ 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นคนละ 2,500,000 บาท  พล.อ. อภิชิต กานตรัตน์  นางสาว อรุณี ธารินเจริญ ถืออยู่คนละ 10,000 หุ้น มูลค่าคนละ 500,000 บาท  นาย ณทัต ราชเวชชพิศาล นางสาว นาฎวดี วัฒนกิจ นางสาว พัลลภา ศรีเชียงหวาง  นาย พิพัฒน์ ถาวรโลหะ นางสาว สุทธาวรรณ รักษาจันทร์ ถืออยู่คนละ 5,000 หุ้น มูลค่าคนละ 250,000 บาท นาย บรรณกร เพชรทวีธรรม นาย ศรายุทธ ทุมทา นาย สุรัตน์ แจ่มศรี ถืออยู่คนละ 4,000 มูลค่าคนละ 200,000 บาท  และ นาย สันติ เกลี้ยงเกิด ถืออยู่ 2,000 มูลค่า 100,000 บาท 
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ภายหลังจากที่มีการพิสูจน์ว่าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพ เมื่อช่วงต้นปี 2553 และหน่วยงานในกองทัพไม่ได้จัดซื้อเครื่องชนิดนี้อีกต่อไป แต่ยังคงจัดซื้อสินค้าอื่นจากบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด อยู่จนถึงปี 2555
โดยนับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมาจนถึงปี 2555 กรมอิเล็คทรอนิกส์ทหารอากาศ สังกัดกองทัพอากาศ จัดได้ซื้อ อะไหล่หมุนเวียนเครื่องบินฝึก อะไหล่ซ่อมบำรุงเครื่องเรดาร์ หอบังคับการบินเคลื่อนที่ อุปกรณ์ระบบชุมสายโทรศัพท์ วิทยุเชื่อมโยงพร้อม Hardware Software ในระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี จากบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด อย่างน้อย 12 ครั้ง รวมเป็นเงิน 793.5 ล้านบาท
การจัดซื้อวงเงินมูลค่าสูงสุดคือ ซื้อวิทยุเชื่อมโยงพร้อม Hardware Software ในระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี(TDL:Tactical Data Link)พร้อมการติดตั้ง วงเงิน 474,983,700 บาท เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2554 และการจัดซื้อครั้งล่าสุด ซื้อ SWITCH BOARD G3i 1500 วงเงิน 1,685,250 บาท เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2555
ขณะที่กองทัพเรือ โดยกรมอิเล็กทรอนิคส์ทหารเรือ ได้จัดซื้ออะไหล่ระบบเครื่องเรดาร์ ให้แก่เรือหลวงนราธิวาส และ เรือหลวงปัตตานี พร้อมกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2555 ครั้งละ 3,670,100 บาท รวม 2 ครั้ง 7,340,200 บาท
รวมการจัดซื้อของ 2 หน่วยงานในกองทัพ 14 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 800,880,581 บาท

(อ่านประกอบ : พบกองทัพไทยซื้อเครื่องมือสื่อสารจากบ.จีที 200 หลังเกิดเรื่องฉาว 800 ล้าน)

และปัจจุบันกองทัพก็ยังมีการจัดซื้อสินค้าจากบริษัทฯ แห่งนี้อยู่
ขณะที่ นายสุทธิวัฒน์ ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ลิบราเวย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทเอวิเอ แซทคอม จำกัด มีบริษัทประกอบธุรกิจอุปกรณ์สื่อสาร เทคโนโลยี ซอฟแวร์ อีกอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท แอโรว์เทคนิค เอวิเอชั่น เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอวิเอ ซิสเต็ม จำกัด และ บริษัท เอวิเอ ซาบ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา (ให้บริการโครงข่าวสื่อสารและอุปกรณ์ซอฟแวร์)
หุ้นส่วนธุรกิจของนายสุทธิวัฒน์ คือ พล.อ.อภิชิต กานตรัตน์ อดีตผู้ทรงวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด เรืออากาศเอก ขจรศักดิ์ วัฒนางกูร และกลุ่มบริษัท ซาบ จากประเทศสวีเดน (ตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องบินกริฟเฟ่นให้กองทัพอากาศ) โดย พล.อ.อภิชิตยังเป็นกรรมการ บริษัท เอวิเอ ซาบ เทคโนโลยี จำกัด อีกแห่งหนึ่ง
บริษัทนี้มีความสัมพันธ์กับอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศหลายคน
ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชน เกี่ยวกับแนวทางการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรณีการจัดซื้อเครื่องจีที 200 ว่า กำลังให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง  และขณะนี้ไม่ได้ใช้งานเครื่อง GT200 ซึ่งจัดซื้อมาตั้งแต่รัฐบาลเก่า และยังไม่มีคำสั่งให้นำไปใช้งานได้
ตารางแสดงรายละเอียดการจัดซื้อเครื่องจีที 200 จำนวน 11 สัญญา รวมวงเงิน 688,287,264.49 บาท
@  กองทัพบก   จำนวน 11 สัญญา วงเงิน 659,800,000 บาท
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธระเบิด 2 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด1,900,00024 ก.ค. 50               7 ก.ย. 50กรมสรรพาวุธทหารบก
2.เครื่องตรวจจับสารเสพติด,อาวุธและวัตถุระเบิดGT200 DETECTION SUBSTANCCES(ไอแลนด์) จำนวน 33 เครื่องบ.เอวิคเอ แซทคอม จำกัด29,700,00014 มี.ค. 5112 ก.ค. 51กรมสรรพาวุธทหารบก
3.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและระเบิดGT200DETECTION SUBSTANCES จำนวน68 เครื่องบ.เอวิเอ แซมคอม จก.61,200,0001 ก.ค. 5128 ต.ค. 51กรมสรรพาวุธทหารบก
4.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและระเบิดGT200DETECTION SUBSTANCES (บริเตนใหญ่ฯ)จำนวน 2 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด1,800,00018 ส.ค. 5116 พ.ย.51กรมสรรพาวุธทหารบก
5.เครื่องตรวจจับสารเสพติด,อาวุธและวัตถุระเบิดยี่ห้อGT 200DETECTION SUBSTANCES(บริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ)จำนวน 19 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด17,100,000ก.ย. 51ธ.ค. 51กรมสรรพาวุธทหารบก
6.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและวัตถุระเบิดGT200DETECTIONฯจำนวน 18 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จก16,200,00016 ก.ย. 5115 ธ.ค.51กรมสรรพาวุธทหารบก
7.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและวัตถุระเบิดGT200DETECTION SUBSTANCESจำนวน 44 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด39,600,00030 ก.ย. 5129 ธ.ค.51กรมสรรพาวุธทหารบก
8.ซื้อเครื่องตรวจจับสารเสพติด,อาวุธและวัตถุระเบิดบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด199,800,00027 ก.พ. 5228 พ.ค.52กรมสรรพาวุธทหารบก
9.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและระเบิดGT200DETECTION SUBSTANCES จากบริเตนใหญ่จำนวน 129 เครื่องบ. เอวิเอ แซทคอม จำกัด116,100,000เม.ษ. 52ก.ค. 52กรมสรรพาวุธทหารบก
10.เครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและวัตถุระเบิดGT200DETECTION SUBSTANCEASบริเตนใหญ่ฯจำนวน 30 เครื่องบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด27,000,00028 เม.ษ. 5227 ก.ค.52
กรมสรรพาวุธทหารบก
11.
เครื่องตรวจจับสารเสพติดGT200166 เครื่อง
บ.เอวิคเอ แชทคอม จก149,400,00030 ก.ย. 5229 ธ.ค.52กรมสรรพาวุธทหารบก
@ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  จำนวน สัญญา วงเงิน 4,180,000 บาท
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.ซื้อขาย เครื่องตรวจสารเสพติดและวัตถุระเบิด รุ่นGT200จำนวน 2 เครื่องบจก.เอวิเอ แซทคอม2,380,00025 มี.ค. 5124 เม.ษ. 51องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
2.
ซื้อขายเครื่องตรวจหาสะสารระยะไกล (Indicator Handset รุ่นGT200) จำนวน 3 ชุด

บ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด1,800,00024 ธ.ค. 5223 ม.ค. 53องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
@ กรมราชองครักษ์  จำนวน สัญญา วงเงิน 9,000,000 บาท
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.ซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่นGT200 จำนวน 2 ชุดบ.เอ วิ เอ แซทคอม จำกัด1,800,000พ.ย. 50มี.ค. 51กรมราชองครักษ์
2.เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อGlobal Technicalรุ่นGT200จำนวน 3 ชุดบ.เอวิเอ แซทคอม จำกัด3,600,00031 มี.ค. 5228 มิ.ย. 52กรมราชองครักษ์
3.
เครื่องตรวจหา สสาร ระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ โกลบอล รุ่น จีที 200 จำนวน 30 ชุด


บ.เอ วิ เอ แซทคอม จำกัด3,600,00019 มิ.ย. 5217 ก.ย. 52กรมราชองครักษ์
 @ กองทัพเรือจำนวน สัญญา วงเงิน 8,523,364.49 บาท 
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.
ซื้อขาย เครื่องค้นหาวัตถุระเบิด รุ่น จีที 200 จำนวนไม่เกิน 20 นาย

บจก.เอ วี เอ แซทคอม8,523,364.49มี.ค. 52มิ.ย. 52กรมสรรพาวุธทหารเรือ สัตหีบ ชลบุรี
 @ กองทัพอากาศจำนวน สัญญา วงเงิน 5,553,900 บาท
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.ซื้อExplosive dectector(GT200 remote detectionsystem)จำนวน10setGlobal Technical LTD.5,553,90031 มี.ค. 51-กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
@ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน สัญญา วงเงิน 1,230,000 บาท
ที่รายการบริษัทวงเงินทำสัญญาสิ้นสุดสัญญาหน่วยงานว่าจ้าง
1.ซื้อเครื่องตรวจค้นวัตถุระเบิดชนิดระยะไกลยี่ห้อGlobal Technicalรุ่นGT200(18 Card)บ.ดีเพนเทคจก.1,230,00017 ก.ค. 5212 ก.พ. 53กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน
 ที่มา: ศูนย์ข่าวสืบสวน สำนักข่าวอิศรา รวบรวม

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นายกฯ ยัน พร้อม เปิดใช้ สนามบินนานาชาติ แห่งที่3 อู่ตะเภา สค.นี้ ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ปีใหม่





นายกฯ ยัน พร้อม เปิดใช้ สนามบินนานาชาติ แห่งที่3 อู่ตะเภา สค.นี้ ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ปีใหม่ รับผู้โดยสาร 3.8 ล้านคน แนะ ตกแต่ง แสดงความเป็นไทย เน้นขั้นตอนที่รวดเร็ว/ ทำระบบเชื่อม ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ทำ แอร์พอร์ต เรลลิ้ง ระบายคน /ใช้ ปย.ทั้ง ศก.-ความมั่นคง/ ยึดมาตรฐาน ICAO /คืด เมกกะโปรเจค ทำเรือชายฝั่ง วิ่งถึงใต้ 900กม. ยันคิดเพื่ออนาคต ขออย่าขัดแย้งกันอีกเลย/ เผย ตปท สนใจร่วมทุน อุตสาหกรรม ซ่อมอากาศยาน/ เล็ง นำเข้า ครม. อังคาร หน้า/แบ่งพื้นที่ เป็น U Tapao Naval Airbase. กันพื้นที่ความมั่นคง ทร.กันพื้นที่ 3,000ไร่ จากทั้งหมด 1.7หมื่นไร่ ให้ทำสนามบินนานาชาติ แห่งที่3 แบ่งเขต Military Zone สนามบินทหาร และพื้นที่ฝึก และที่ตั้งหน่วยทหาร/นายกฯ ยันเปิด สนามบินอู่ตะเภา สค.นี้ เปิดใหญ่ ปีใหม่ พร้อมระบบคมนาคม หวังเป็นการทำให้คนไทยมีความสุข รองรับร่วมทุนตปท.ขยายอุตสาหกรรม. รองรับสนามบิน ....ยัน จะทำอย่างโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ ...ขอเลิกขัดแย้ง มาร่วมพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ. นี่คือ สิ่งที่ผมกังวล. ขอคนไทย น่ารัก รับ ตปท. ตอนนี้เรา น่ารักน้อยลงไปหน่อย ไม่เป็นไร/นายกฯ ขอเลิกขัดแย้ง หวังเดินหน้าเศรษฐกิจ วางโครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน ถนน คมนาคม เรือ ท่าเรือ หวังคนไทยมีความสุข/ พนง.การบินไทย ให้กำลังใจ นายกฯสู้ๆ ให้อยู่ต่ออีก 10 ปี
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยเครื่อง Embraer จาก ดอนเมือง ถึง สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี นายสมคืด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นาย อาคม เติมพืยาไพสิษฐ์ รมว.คมนาคม นาง อรรชถา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรมและคณะเดินทางลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่3
โดยมี พลเรือเอกณะ อารีนิจ ผบ.ทร. และคณะนายทหารเรือ ต้อนรับ และบรรยายสรุป

พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. รายงานการใช้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่เพิ่มเติมและก่อสร้างลานจอดเครื่องบินด้านหน้าอาคารผู้โดยสารเพื่อเพิ่มขีดความสามรถในการรองรับผู้โดยสารและรองรับการเติบโตของกิจการการบินในอนาคต
ทั้งนี้ทางทร.แบ่งพื้นที U Tapao Naval Airbase. กันพื้นที่ความมั่นคงแ ละทร.กันพื้นที่ 3,000ไร่ จากทั้งหมด 1.7หมื่นไร่ ให้ทำสนามบินนานาชาติ แห่งที่3 อีกกว่าหมื่นไร่ แบ่งเขต Military Zone สนามบินทหาร และพื้นที่ฝึก และที่ตั้งหน่วยทหาร

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งโดยขอให้สรุปความคืบหน้าที่เห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้ซึ่งเรามีศักยภาพในประเทศอยู่มากจึงต้องใช้ให้เต็มที่โดยรองนายกฯด้านเศรษฐกิจกำลังขับเคลื่อนในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้เต็มศักยภาพเพื่อให้ด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวเติบโตไปพร้อมกัน
โดยเฉพาะจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงสุดของประเทศเป็นอันดับ1ในจีดีพีต่อหัวและเชื่อว่าจะสามารถมีรายได้เพิ่มมากขึ้นหลังโครงการพัฒนาโลจิสติกเหล่านี้สำเร็จโดยบริบูรณ์จึงขอเป็นกำลังใจและขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพราะเป็นผลงานร่วมกันของทุกคนร่วมกันและอยากให้ประชาชนรู้ว่ากองทัพไทยและกองทัพเรือให้ความร่วมมือสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่2 (อู่ตะเภา)ของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน)
โดยมีนายจรัมพรโชติกเสถียรกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทยฯได้สรุปถึงศักยภาพและความคืบหน้าการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานให้เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบินรองรับการบินทั้งในระดับประเทศและอาเซียน
ศูนย์นี้เปิดทำการตั้งแต่ปี2540มีพื้นที่กว่า150ไร่สามารถซ่อมเครื่องบินพร้อมกันได้3ลำโดยแบ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง2ลำและลำตัวแคบ1ลำดำเนินการซ่อมอากาศยานเฉลี่ยปีละ20ลำใช้เวลาในการซ่อมเฉลี่ยลำละ37วัน
ในช่วงนี้ พนักงาน และช่างซ่อมเครื่อง การบินไทย ได้รุมเข้าถ่ายภาพกีบนายกฯ พร้อมตะโกน ให้นายกฯสู้ๆ และให้อยู่นาน 10ปี เลย
นายกฯกล่าวว่าให้ บอกสื่อ สิ เขาดูอยู่. แต่อย่าเชียร์ผมมาก เดี๋ยวมีปัญหา ให้อยู่ยาว
"เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น กำลังดี ต้องให้กำลังใจดวย"นายกฯ กล่าว
นายกฯ ตรวจ อาคารผู้โดยสารใหม่ สนามบินอู่ตะเภา สั่งตกแต่ง แสดงความเป็นไทย มีหน้าจั่ว มีเชิงชาย แสดง อัตลักษณ์ความเป็นไทย
นายก เผย Terminal ใหม่ นี้ รับ ผู้โดยสารได้ ปีละ 3 ล้านคน อาคารเก่า 8แสนคน รวมรับได้ กวา 3.8 ล้านคน
แนะ แม้สนามบินเล็ก แต่เน้นความรวดเร็ว ขั้นตอน การเชคอืน เดินทาง
นายกฯ ยืนยันว่า จะมี Soft openingสค.นี้ และจะGrand opening หลังปีใหม่
นายกฯกล่าวว่า วันนี้เราต้องอย่าคิดแบบเดิมๆ. ต้องคิดใหม่ แปลก แล้วทำให้เป็นจริงให้ได้ ฝันให้ไกลแล้วต้องไปให้ถึง
"วันนี้รัฐบาล นี้ จะพัฒนาโครงสร้่าง เศรษฐกิจใหม่ใหม่ ของประเทศ ในเมื่อเรามีสนามบินอยู่แล้ว กว้างขวาง กองทัพเรือ ก็ดูแลความมั่นคง ได้อย่างยอดเยี่ยม. แต่จากนั้นต้องทำควบคู่กันทั้ง เศรษฐกิจและความมั่นคง"
นายกฯกล่าวว่า สนามบืนอู่ตะเภา ก็จะทำให้ได้มาตรฐานของICAO และ รองรับเครื่อง บินใหญ่ ที่เรารองรับได้อยู่แล้ว
"ตอนนี้เราต้องเดินหน้าประเทศ สร้างแรงจูงใจ จากการลงทุน จาก ตปท. ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม"
นายกฯ กล่าวว่า ระยอง เป็นจังหวัดที่ม่ี รายได้มวลรวมประชาชาติ สูงสุด ในไทย
นายกฯกล่าวว่า. พร้อมๆกับการเปิดใช้สนามบิน อู้ตะเภา รัฐบาล จะสร้างระบบคมนาคมรองรับ ทั้ง ถนน ถนนข้าม. รถไฟความเร็วสูง. ถนนเส้นทางอากาศ บก ราง
รวมทั้งการ เชื่อมโยง สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ. อู่ตะเภา เข้าด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการระบายผู้โดยสาร หากหนาแน่น เช่น แอร พอร์ต เรลลิ้งค์ เป็นระยะ 1-2-3 เพราะขึ้อยู่กับงบประมาณ
ส่วนท่าเรือ จุกเสม็ด แหลมฉบัง. สมุย ให้มีเรือเฟอร์รี่. ไป หัวหิน. และเรือชายฝั่ง ไปใต้ 900 กม.
รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน S curve อุตสหกรรมใหม่. เชื่อมโยง ทุกทาง ศุนย์ซ่อมอากาศยาน ที่ซ่อมทั้งขชองไทยและซ่อมของ ตปท ด้วย
"โดยจะนำเข้าครม.ในอังคารหน้าเพื่ออนุมัติหลักการ โครงการต่างๆ"
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ. และมี ตทป มาร่วมมือ เป็น Joint ลงทุน
รอง สมคิด บอกว่า ตปท สนใจ มาก หลายประเทศ และเรามีความพร้อม
"ผมขอบอกว่า วันนี้เรามีคความพร้อมในการรองรับการลงทุน จากตปท. และขอ
ฝากเป็นผลงาน ให้ไทยทัดเทัยม ประเทศอื่น ไม่อย่างนั้นประเทศจะท้อถอย หมดกำลัง ลงทุกวันๆ
นายกฯกล่าวว่า เรัฐบาลนี้ ไม่ได้มองเล็กๆ แต่ต้องมองอนาคต เราจะมัวมาทะเลาะขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมกังวล
"วันนี้ ผมถือว่าผมเปิดตัว โครงการนี้และเชื่อว่า จะทำให้คนไทยมีความสุขขึ้น
ขออย่าสร้างความขัดแย้ง กันอีกเลย ผมกังวล และขอให้แยกให้ออก ผมบังคับใครไม่ได้ แต่ต้องใช้ กม เท่าที่จำเป็น"
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราต้องทำอย่างโปร่งใส แข่งขันเสรี เราระวังอย่างมาก
"ขอให้ ไว้วางใตผมซะอย่าง คุยกันรู้เรื่อง ไม่หวังอะไร ขอให้มั่นใจผม ผมจะทำ ชาติให้ปลอดภัย"
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้คนไทย น่ารัก น้อยลงไปนิด อย่าลดลงอีกลย ไม่เป็นไร
นายกฯ กล่าวว่า ขอสื่อ พูดสิ่งดีๆ ที่รัฐบาล ทำบ้าง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยมท่าเรือจุกเสม็ดการท่าเรือสัตหีบฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่เชื่อมจังหวัดในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนรองรับการขนส่งระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก