PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

จับตา เทพเทือกดันหมอวรงค์ ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์



มอบหมายให้ถาวรเดินเกม ‘จ้อน’ บ่นหาคนรับรองยาก 2กฎหมายลูกลงราชกิจจาฯ
ปชป.ระเบิดศึกสายเลือด แบ่งก๊กป่วนชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก๊วน กปปส.ส่ง “หมอวรงค์” ลงแข่งสู้ “อภิสิทธิ์” วางตัว “ถาวร” ตีตราจองเก้าอี้เลขาฯพรรค เดินเกมขอเปลี่ยนวิธีหยั่งเสียงสมาชิก หวังใช้ฐานเสียงภาคใต้โค่น “มาร์ค” อดีต ส.ส.จ้องเขม็ง “เทือก” ยัดนอมินียึดอำนาจบ้านเก่า ผู้อาวุโสรุ่นเก๋าห่วงผู้มีอำนาจ แทรกแซงเปลี่ยนทิศทางพรรค “วัชระ” เหน็บมือปืนรับจ้าง คสช.เยอะเหลือเกิน “อลงกรณ์” เซ็งเจอกำแพงสเปกสูงปรี๊ดกีดกัน “บิ๊กตู่” โบกมือไม่ตอบแต่งตั้ง “พุทธิพงษ์” แขวะคนไม่ทำอะไรเลย แต่อยากเล่นการเมือง “บิ๊กป้อม” ปัดวุ่นไม่เกี่ยวพลังดูด “บี” เข้าทำเนียบฯรายงานตัว นายกฯแทงกั๊กลงสมัคร ส.ส.พรรคทหาร พท.จับมัด คสช.-กปปส.พวกเดียวกัน แจกตำแหน่งต่างตอบแทนคนมีคดีอุกฉกรรจ์ ประกาศใช้แล้วกฎหมายลูก ส.ส.-ส.ว. “วิษณุ” เผยร่างคำสั่งคลายล็อกรอไว้แล้ว
Mute
Current Time0:00
/
Duration Time7:18
Loaded: 0%
Progress: 0%
 
หลังจากนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับว่าเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แข่งกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดโอกาสให้ทั้งคนในและคนนอกพรรคเข้าร่วมแข่งขันผ่านการหยั่งเสียงของสมาชิกพรรค ล่าสุดมีชื่อนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์โผล่ร่วมวงอีกคน โดยถูกจับตาว่าต่างก็เป็นนอมินีของผู้มีอำนาจเข้ามาแทรกแซง เพื่อพยายามจะยึดอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์

“นพ.วรงค์” โผล่อีกชื่อชิงผู้นำ ปชป.

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคเกี่ยวกับการคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวคิดเปิดให้มีการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค แทนการตัดสินใจจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกพรรคเพียงอย่างเดียว โดยเริ่มแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อรองรับแนวคิดนี้ เปิดโอกาสให้คนนอกมีสิทธิเข้าร่วมลงแข่งขันด้วยภายใต้เงื่อนไขต้องมีอดีต ส.ส.รับรอง 40 คน หรือต้องมีสมาชิกพรรคทั้ง 4 ภาค รับรองภาคละ 1,000 คน รวม 4,000 คน ขณะนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวจากอดีต ส.ส.กลุ่มแกนนำ กปปส. ร่วมผลักดันให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคใต้เคลื่อนไหวสนับสนุน โดยมีเงื่อนไขภายในว่าหาก นพ.วรงค์ได้เป็นหัวหน้าพรรค นายถาวรจะรั้งเก้าอี้เลขาธิการพรรค

สาย กปปส.เดินเกมขอเปลี่ยนวิธีหยั่งเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้มีการเดินเกมพยายามจะเปลี่ยนแปลงกติกาเกี่ยวกับสมาชิกพรรคที่มีสิทธิลงคะแนนหยั่งเสียง จากที่ตกลงกันเบื้องต้นว่าจะให้สมาชิกกว่า 2.9 ล้านคน เดิมก่อนมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/60 สลายฐานสมาชิกให้ร่วมมีสิทธิหยั่งเสียงด้วย มาเป็นให้สมาชิกที่มายืนยันตนในการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งมีเหลือเพียง 9 หมื่นคนเศษเท่านั้นที่จะมีสิทธิหยั่งเสียงได้ เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มาจากฐานเสียงภาคใต้ ซึ่งนายถาวรมีบทบาทสำคัญรวบรวมสมาชิกพรรคให้กลับมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จึงประเมินว่าจะควบคุมฐานเสียงสมาชิกพรรคที่เหลือได้ง่ายกว่า และมีโอกาสที่ นพ.วรงค์จะได้รับชัยชนะในการหยั่งเสียงครั้งนี้ แตกต่างจากให้สมาชิกเดิมกว่า 2.9 ล้านคน เป็นผู้มีสิทธิ เพราะฐานเสียงกว้างเกินกว่าจะควบคุมได้ง่ายๆ

อดีต ส.ส.จับตา “เทือก” ส่งนอมินียึดพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวของนายถาวรทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ในกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในเชิงตั้งคำถามว่าอาจเกี่ยวพันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ที่ออกไปตั้งพรรค รปช. เพื่อกลับมายึดอำนาจบริหารในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ จึงมีการเช็กยอดฐานเสียงของอดีต ส.ส.ว่าอยู่กลุ่มไหนค่ายใครสนับสนุนใคร ขณะที่อดีต ส.ส.ในซีกกลุ่ม กปปส.ชี้แจงเหตุผลถึงการผลักดัน นพ.วรงค์ว่า เพื่อเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยในพรรคและปฏิรูปพรรคและการเมือง ตามความประสงค์ของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้มีเจตนายึดพรรค

รุ่นเก๋าห่วงผู้มีอำนาจแทรกเปลี่ยนจุดยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางฝ่ายอดีต ส.ส.อาวุโสหลายคนเห็นว่าการส่ง นพ.วรงค์เข้าชิงหัวหน้าพรรค จะมีผลต่อจุดยืนและแนวทางของพรรคทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เพราะนายอภิสิทธิ์มีท่าทีชัดเจนว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แต่ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเสียงประชาชน โดยไม่ใช้เสียง ส.ว.250 คนมาบิดเบือนเจตนารมณ์ ใครที่รวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส.มีสิทธิตั้งรัฐบาล ส่วนบทบาทของ นพ.วรงค์สนับสนุนรัฐบาล คสช.ชัดเจน ทำให้หวั่นเกรงว่าการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องตัวบุคคลกับตำแหน่งในพรรค แต่ยังหมายถึงทิศทางการเมืองของประชาธิปัตย์ในอนาคต ท่ามกลางกระแสการแทรกแซงของผู้มีอำนาจที่ต้องการเปลี่ยนผู้นำพรรคที่สะท้อนผ่านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรค สายนายบัญญัติ บรรทัดฐานและนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคและกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค

“ถาวร” จองนั่งเลขาฯหนุนหลัง “วรงค์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายถาวร ที่หมายมั่นปั้นมือจะเข้ามาเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์เพื่อแสดงจุดยืนว่าจะผลักดัน นพ.วรงค์เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยให้เหตุผลกับนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นการเสริมสร้างประชาธิปไตยภายในพรรค ตามความประสงค์ของนายอภิสิทธิ์เอง เพราะหากมีการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค แล้วไม่มีผู้ลงสมัครหรือมีผู้ลงสมัครที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ไม่สง่างาม อาจถูกมองว่าสมยอมกัน จะทำให้นายอภิสิทธิ์เป็นนักประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ นายอภิสิทธิ์รับทราบเรื่อง และเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีการแข่งขัน แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในพรรคที่เปิดให้สมาชิกเป็นผู้หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้ ทั้งที่ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องดำเนินการดังกล่าว

“วรงค์” ลั่นต้องไม่เป็นร่างทรงใคร

ช่วงเที่ยง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประชาธิปไตยของประเทศ ต้องเริ่มต้นจากพรรคการเมือง การได้มาซึ่งหัวหน้าพรรคต้อง ปราศจากการครอบงำ แนวทางที่ประชาธิปัตย์จะให้สมาชิกหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค เป็นทิศทางการตอบโจทย์ประชาธิปไตยของประเทศอย่างแท้จริง ถ้าทุกพรรคการเมืองจริงใจต่อประเทศ ควรมีจุดเริ่มต้นของความเป็นประชาธิปไตยจากพรรคการเมืองเสียก่อน สังคมจึงจะเชื่อได้ว่าเป็นประชาธิปไตยจริง ถ้าพรรคการเมืองเริ่มต้นถูกต้อง มีความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าพรรคไหนๆก็น่าจะร่วมมือกันได้ โดยเอาประโยชน์ประชาชนและประเทศเป็นตัวตั้ง

“จ้อน” เซ็งเจอกำแพงสเปกกีดกัน

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนพร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ ที่จะเสนอตัวเป็นผู้สมัครแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขอให้คำนึงหลักการเปิดกว้างอย่ากำหนดกติกาสูงจนทำให้เจตนาหลักเสียไป อาจถูกมองว่ากีดกัน เช่น ต้องมีสมาชิกพรรค 4,000 คนจากแต่ละภาค ภาคละ 1,000 คน ให้การ รับรอง ในเวลาที่จำกัด 30 วัน 45 วันทำได้หรือไม่ ต้องใช้อดีต ส.ส.40 คนรับรอง จะมีใครกล้าเปิดเผยตัวออกมารับรอง คนที่จะมาเป็นคู่แข่งของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง 13 ปี ตอนตนเสนอปฏิรูปพรรคปี 2556 ก็เจอกันมาแล้ว ตนยังต้องการคำยืนยันกฎเหล็ก 5 ข้อ ไม่ทุจริตเลือกตั้ง ไม่หาเสียงใส่ร้าย ไม่รับทุนสามานย์ ไม่คอร์รัปชัน ยึดมั่นระบบรัฐสภา ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันเป็นกลุ่มแรกที่ออกมายืนยันเป็นสัญญาประชาคม จะดีมากต่อการปฏิรูปการเมือง หรือหัวหน้าพรรคจะออกมายืนยันกฎเหล็ก 5 ข้อ ก็เสมือนเป็นตัวแทนคณะกรรมการบริหารทั้งหมด จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคการเมืองอื่นๆด้วย

“วัชระ” เหน็บมือปืนรับงาน คสช.มีเยอะ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่า คสช.ไม่ได้ส่งนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธาน สปท.เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่น่ารัก ปฏิเสธเช่นนี้ถูกต้องแล้ว ตนไม่ได้เอ่ยชื่อนายอลงกรณ์เลยไปทึกทักเอาเอง นักการเมืองที่รับงาน คสช.มีมากจริงๆ ใครเป็นใครคงเห็นกันในไม่ช้า แต่ พล.อ.ประวิตรว่า ตนพูดเองเออเอง คงเหมือนนาฬิกา 24 เรือนที่ท่านเป็นต้นแบบเรื่องพูดเองเออเองเช่นกัน ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรเคยเชิญตนไปพบส่วนตัว บอกวัตถุประสงค์ของ คสช. และตั้งใจแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติ พูดเรื่องอะไรยกหูโทรศัพท์ถึงผู้รับผิดชอบทันที จึงบอกว่าเป็นนายกฯได้เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ท่านปฏิเสธ ผลงานของท่าน หากตัดข้อครหาเรื่องนาฬิกาออกไปคือผลงานการยึดโฉนดที่ดินคืนจากเจ้าหนี้นอกระบบมอบคืนให้ประชาชน ให้ชีวิตใหม่กับชาวบ้านตาดำๆทำได้ดีมาก รัฐบาลจากการเลือกตั้งยังทำไม่ได้เลย ขอให้เร่งทำต่อไป ที่สำคัญอย่าลืมคืนประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญให้ประชาชนด้วย เพราะริบสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปนานมากกว่า 4 ปีแล้ว ไหนสัญญาไว้ว่าขอเวลาอีกไม่นาน จะคืนความสุขให้ประชาชน แต่บัดนี้มันนานเหลือเกินแล้วครับลุงป้อมที่รักและเคารพ

“บี” รายงานตัวกั๊กลง ส.ส.พรรคทหาร

อีกเรื่องเมื่อเวลา 08.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์และอดีตแกนนำ กปปส. เดินทางรายงานตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โดยใช้เวลานาน 50 นาที จากนั้นนายพุทธิพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่านายกฯมอบหมายให้ติดตามสื่อสารแก้ปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนทุกรูปแบบ สรุปส่งนายกฯโดยตรง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. นายกฯยังไม่ได้รับมอบหมายให้ประสานเรื่องการเมือง ไม่ใช่เงื่อนไขที่มารับงานครั้งนี้ ไม่ทราบจริงๆว่าจะมีเรื่องนี้หรือไม่ และนายกฯยังไม่ชัดเจนว่าอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ได้พูดคุยกับคนในประชาธิปัตย์แล้ว ไม่มีปัญหาผิดใจกัน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตการรับตำแหน่งของตนมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เรื่องคดีความ ทุกคนมองได้ แต่คดีเป็นไปตามกระบวนการ เร็วไปที่จะตอบคำถามว่าจะไม่กลับประชาธิปัตย์แล้วหรือไม่ ตนเข้าใจมารยาททางการเมืองดี ในการเลือกตั้งต่อไปคงไม่กลับไปสมัคร ส.ส.เขตกับประชาธิปัตย์ ส่วนจะลงสมัคร ส.ส.ในพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ขอให้เป็นเรื่องอนาคต คนในรัฐบาลเคยได้ทาบทามให้ไปช่วยงาน รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะประธานบอร์ด ททท. แต่ไม่พร้อม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้โอกาสอีกครั้ง จึงไม่มีสิทธิปฏิเสธ

“บิ๊กตู่” จิกคนไม่ทำอะไรอยากเล่นการเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีหน้าที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง ยังถือเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง จึงฝากให้รัฐวิสาหกิจช่วยกันติดตามดูยุทธศาสตร์ชาติหลายอย่างที่อยู่ในแผนแม่บท เพื่อวางแผนงานให้สอดคล้องกัน
ต่อมาเวลา 15.30 น.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ “การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา” ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ CONNEXT ED พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต” โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า 80 ปีที่ผ่านมาของประชาธิปไตย เรายังมัวติดกับดักปัญหาความขัดแย้งและความไม่รู้ จึงต้องสร้างความเข้าใจใหม่ทั้งหมด การปฏิรูปการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ต้องรู้ว่าวันนี้เรายืนอยู่ตรงไหนของโลก ถ้าเราไม่ขัดแย้งกันป่านนี้เราเป็นมหาอำนาจแล้ว ในงานนี้ได้ถามนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ว่าจะลงเล่นการเมืองไหมเขาปฏิเสธทันทีว่าไม่เอา ทำไมคนที่ไม่ทำอะไรเลยอยากจะมาเล่นการเมือง ไม่เข้าใจ คงไม่ทนทรมานเหมือนตนทน อึดยิ่งกว่ายางมิชลิน เด้งซ้ายเด้งขวาแต่สู้ได้ ถ้ามีกำลังใจแบบทุกวันนี้สู้ตายไม่กลัว

อยากพูดกลับบ้านเถอะลูกแต่ไม่ได้

“ผมสัญญาในใจว่าจากวันนี้ไปจะไม่ตอบโต้ใครอีกแล้ว แต่ดันอดไม่ได้สักที สวดมนต์ก่อนนอน พรุ่งนี้อย่าพลาดอย่าตอบคำถามใคร คำถามสื่อที่ไม่เข้าหูอย่าไปตอบ นึกภาพอดีตนายกฯทุกคน คำว่ากลับบ้านเถิดลูก ผมก็อยากจะพูดแต่ไม่ได้ เพราะวันนี้เรากำลังเผชิญปัญหาอยู่ ที่ผ่านมาหนักวันนี้ก็หนัก เป็นคนละแบบกันโลกกว้างขึ้น ความขัดแย้งจึงมีสูง อีก 5 ปี หลังจากการเลือกตั้งไทยจะแข็งแรงกว่านี้ ถ้าเราทำทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ต้องการเลือกตั้งอะไรก็ว่ากันไป แต่จะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ต่อเนื่องได้

โบกมือลาไม่ตอบตั้ง “พุทธิพงษ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานแล้วเสร็จ นายกฯได้มอบโล่เกียรติยศแสดงความขอบคุณกับผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 1 พร้อมถ่ายรูปหมู่และเดินชมนิทรรศการ ก่อนจะเดินทางกลับนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยทำท่าโบกมือพร้อมกับกล่าวเพียงว่า “เป็นความหมายว่าลาก่อนๆ”

“บิ๊กป้อม” ปัดเอาเข้ามาไม่เกี่ยวพลังดูด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงมติ ครม.แต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “บี” อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมืองว่า ตนไม่ได้เป็นคนตั้งจะมาถามทำไม เมื่อถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีเหตุผลเรื่องการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เมื่อถามว่า จะมีการแต่งตั้งใครเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากมีการมองว่า พล.อ.ประวิตรจะไปทาบทามบุคคลต่างๆมาร่วมงานกับรัฐบาล พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่เกี่ยว เพราะเป็นรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้เป็นพลังดูดอย่างที่สังคมมีการวิจารณ์ใช่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับพลังดูดอะไร

“สุวพันธุ์” แจงให้ช่วยงานดูแล ปชช.

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า งานของนายพุทธิพงษ์เกี่ยวข้องกับตน 2 ส่วน คือ งานที่ต้องประสานงาน สนช.กับความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากเคยเป็นอดีต ส.ส.มาก่อนจะช่วยได้ คิดว่าช่วงนี้งานมากขึ้น จึงอยากดึงใครมาช่วย ส่วนกรณีที่ประชุม ครม.สั่งการให้ทุกกระทรวงเร่งรัดกฎหมาย วิปรัฐบาลเร่งมาตลอด ได้คุยกับ สนช.มาแล้ว สนช.อยากให้เร่งทุกอย่าง กฎหมายที่จะเสนอไปจะดำเนินการให้เสร็จภายใน ต.ค. เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ทันกับวาระของ สนช. ปัจจุบันมีกฎหมายที่ ครม.เห็นชอบแล้วอยู่ระหว่างตรวจพิจารณากว่า 30 ฉบับ

“วิษณุ” ยันลงเลือกตั้งได้ไม่ต้องไขก๊อก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าถ้านายพุทธิพงษ์จะลงเล่นการเมือง ไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่ง สามารถรับสมัครตำแหน่งทางการเมืองได้ เหมือนที่เคยพูดแล้วว่ารัฐมนตรีในทุกรัฐบาลลงสมัคร ส.ส.และหาเสียงได้ แต่ต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม เพราะคนไม่มีตำแหน่ง ต้องระวังเรื่องเดียวคือกฎหมายเลือกตั้ง แต่คนที่มีตำแหน่งทางการเมือง ต้องระวังวินัยของข้าราชการการเมืองด้วย ส่วนคนในแม่น้ำ 5 สายไม่สามารถลงรับสมัคร ส.ส.ได้ แต่รับตำแหน่งทางการเมืองได้ เว้นแต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ห้ามรับตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี

พท.ซัด“คสช.–กปปส.” พวกเดียวกัน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำ กปปส.ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นว่านายพุทธิพงษ์และแกนนำ กปปส.เป็นพวกเดียวกับ คสช.ตั้งแต่ต้น ชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯของ กปปส. ทำงานสอดประสานกับ คสช. ก่อความวุ่นวายเพื่อสร้างเหตุผลให้ทหารออกมายึดอำนาจ ยิ่งตอกย้ำความร่วมมือของกลุ่ม กปปส.และแกนนำนายทหาร ฉายภาพให้เห็นว่าทั้งสองกลุ่มนี้จะจับมือกันสืบทอดอำนาจต่อไปในอนาคต ผู้มีอำนาจแสดงออกถึงการเลือกข้างชัดเจน ทำให้เห็นว่าความปรองดองยังไม่เกิดขึ้นในประเทศ ยิ่งห่างไกลไปเรื่อยๆ ถ้ารัฐบาลอยากให้เกิดบรรยากาศปรองดองควรวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่เลือกข้างฝ่ายปิดกรุงเทพฯ ทำตัวเป็นผู้ขัดแย้งเสียเอง

อัดต่างตอบแทนคนมีคดีอุกฉกรรจ์

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ เป็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน เหมือนนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.ที่ไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์เอาคนที่มีคดีอุฉกรรจ์ ทั้งอั้งยี่ กบฏ ก่อการร้ายมาทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในวันที่ กปปส.ก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศถึงเกียร์ว่าง มีการแบ่งงานกันทำเป็นกระบวนการตามทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ นายกฯท่องคาถามาตลอดว่าถ้าไม่สงบ ไม่เลือกตั้ง แต่รัฐบาล คสช.กลับแต่งตั้งคนที่เกี่ยวข้องกับการนำม็อบก่อจลาจลล้มและขัดขวางการเลือกตั้ง ประชาชนนึกไม่ออกว่าจะส่งสัญญาณสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างไร

“ศุภชัย” ให้ “แรมโบ้” ไปเจอกันในศาล

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องคดีอาญานายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ประธานชมรมคนรักแผ่นดินบ้านเกิดต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาในข้อหาหมิ่นประมาท แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน จากกรณีที่นายสุภรณ์กล่าวหาว่าที่ผู้สมัครของพรรคเก็บบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้าน เพื่อมาเตรียมที่จะให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเตรียมซื้อเสียงล่วงหน้า ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ผิดกฎหมายการเลือกตั้งและขัดคำสั่ง คสช. เรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว คงไม่ต้องแสดงความเห็นอะไรอีก ส่วนนายสุภรณ์จะกล่าวหาอย่างไร จะตอบโต้อย่างไร ไปว่ากันในชั้นศาล โดยศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 6 พ.ย. เวลา 13.30 น. และไต่สวนมูลฟ้อง 19 พ.ย. เวลา 13.30 น.

“วันนอร์” โต้ประชาชาติสาขา พท.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายวรวีร์ มะกูดี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายมุข สุไลมาน เข้ายื่นจดจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต. โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.หลังการเลือกตั้ง 20 คนบวกลบ ขอเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้ตั้งแต่เดือน ต.ค.ให้พรรคการเมือง มีเวลาจัดทำนโยบายสื่อสารกับประชาชน เราไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ เป็นพรรคขนาดเล็กถึงขนาดกลาง คงไม่ได้เป็นแกนนำ ไม่ได้เป็นนายกฯ ยืนยันพรรคไม่ได้แตกหน่อมาจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นหน่อใหม่ที่ไม่คิดว่าจะล้มเหลวเหมือนพรรคมาตุภูมิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนำคณะมายื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ ได้นำคณะเข้าพบ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ที่ห้องทำงานด้วย

“วิษณุ” คาดเลือกตั้งท้องถิ่น มี.ค.62

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ประจำปี 2561 โดยได้กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า หลังมีการประกาศร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นคสช.จะคลายล็อกให้บางส่วน เมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ หลังจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วันแล้ว จะมีการปลดล็อกทั้งหมด ขณะที่การจัดเลือกตั้ง ส.ส.ต้องมีขึ้นใน 150 วัน ถ้านับจากกลางเดือน ธ.ค.2561 ถ้าจะจัดการเลือกตั้งในกรอบ 60 วัน จะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 ที่ กกต.คิดว่าน่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นหลัง ครม.พิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 6 ฉบับ กฎหมายเหล่านี้จะไปที่ สนช. ทราบว่า สนช.อาจตั้งคณะ กมธ.ชุดเดียวพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับพร้อมกัน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน อาจมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือน มี.ค.2562 ส่วนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับใดเมื่อไหร่บ้าง ต้องให้ คสช.พิจารณาความเหมาะสม แจ้งต่อ กกต.ให้กำหนดวัน แต่ถ้าผ่านการเลือกตั้งระดับชาติแล้วได้รัฐบาลใหม่จะไม่มี คสช. ครม.จะเป็นผู้พิจารณาวันจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อแจ้ง กกต.ต่อไป

คำสั่งคลายล็อกเสร็จพร้อม

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวอีกครั้งถึงกรอบเวลา 90 พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่าจะครบกำหนดในวันที่ 14 ก.ย. เพราะเริ่มนับจากวันที่สำนักพระราชวังได้รับร่างกฎหมาย ไม่ได้นับจากวันที่รัฐบาลนำร่างกฎหมายกราบบังคมทูล เมื่อถามว่าเมื่อกฎหมายประกาศแล้ว คำสั่งมาตรา 44 คลายล็อกกิจกรรมทางการเมืองจะประกาศตามมาเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ คงไม่ทันที แต่ไม่ควรจะต่างกันมาก เพราะขณะนี้คำสั่งดังกล่าวพิจารณาเสร็จสิ้นหมดแล้ว

ประกาศใช้แล้ว ก.ม.ลูก ส.ส.-ส.ว.

เย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีทั้งสิ้น 178 มาตรา รวม 96 หน้า มีเนื้อหาที่น่าสนใจ อาทิ การกำหนดให้มี ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองรวม 150 คน รวมถึงจำกัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากห้ามลงรับสมัคร ส.ส. ส.ว.และสมาชิกสภาท้องถิ่น ยังห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด จนถึงเวลา 18.00 น.ของวันก่อนเลือกตั้ง โดยให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 90 วันนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วาระเริ่มแรกให้ ส.ว.มีอายุ 5 ปี

ขณะที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มี 99 มาตรา รวม 39 หน้า มีเนื้อหาที่น่าสนใจเช่นจำนวนสมาชิก ส.ว.มีจำนวนทั้งสิ้น 200 คน มาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน จำนวน 20 กลุ่ม อาทิ กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง กลุ่มกฎหมายและกลุ่มกระบวนการยุติธรรม กลุ่มการศึกษา และกลุ่มสื่อมวลชน การรับสมัคร ส.ว.ต้องเริ่มรับสมัครไม่เกิน 15 วัน นับตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.ใช้บังคับ และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 แต่ไม่เกิน 7 วัน ขณะที่ในบทเฉพาะกาลในวาระเริ่มแรก กำหนดให้ ส.ว.มีจำนวน 250 คน มาจากคณะกรรมการสรรหา ส.ว.คณะหนึ่ง ตามที่ คสช.แต่งตั้ง จากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ ให้มีอายุ 5 ปี ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง โดยให้สรรหาบุคคลมาเป็น ส.ว.จากกลุ่มอาชีพ 10 กลุ่ม ผู้สมัครแต่ละกลุ่มสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง หรือให้องค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 30 ปีเป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

“บิ๊กป้อม” ให้เวลา จนท.สอบสหพันธรัฐไท

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มสหพันธรัฐไท ที่เคลื่อนไหวขณะนี้ว่าล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม ขอให้เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนก่อน เมื่อถามว่า เหตุใดช่วงนี้ พล.อ.ประวิตรยิ้มแย้มแจ่มใส พล.อ.ประวิตรไม่ตอบแต่ยิ้มให้สื่อแทน

ฝ่ายความมั่นคงพบปลุกระดม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรณีเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนางวรรณนภา คำพิพจน์ ผู้ต้องหาร่วมกับพวกเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงขยายผลเครือข่ายหาเบื้องหลัง พบว่าเป็นผู้ต้องหากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังใช้โซเชียลมีเดียจัดรายการวิทยุและปลุกระดมหลายกลุ่ม และยังขยายผลการจับกุม เนื่องจากมีการขายเสื้อดำสัญลักษณ์การต่อต้านวันสำคัญของสถาบัน ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.2561โดยใช้กลยุทธ์ขายเสื้อเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกให้เข้ามาติดตาม ทำสติกเกอร์ภายใต้สัญลักษณ์ ธงขาว-แดง การแจกใบปลิวในโรงอาหารที่สถาบันการศึกษา ฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นกลุ่มเสื้อแดงสายล้มสถาบัน ทั้งกลุ่มแดงสนับสนุนทักษิณ แดงไม่เอาประชาธิปัตย์ แดงต้านเผด็จการทหาร แดงล้มเจ้า

ศาลให้ประกัน “วรรณนภา” แจกเสื้อ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. ควบคุมตัวนางวรรณนภา คำพิพจน์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาร่วมกับพวกเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โน้มน้าวประชาชนให้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสหพันธรัฐ โดยแจกเสื้อสหพันธรัฐไท สติกเกอร์และใบปลิว เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ จ.สมุทรปราการ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ แต่ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัว โดยวางหลักทรัพย์ 2 แสนบาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต และให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด

อดีตพุทธะอิสระสารภาพทำร้าย ตร.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีทำร้ายตำรวจสันติบาลในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐมและแกนนำ กปปส.เป็นจำเลย ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ให้รับอันตรายสาหัส นายสุวิทย์เดินทางพร้อมผู้ติดตาม 2 คน เมื่อลงจากรถตู้ต้องนั่งรถเข็น ใส่ผ้าปิดตาข้างขวา มีอาการอ่อนแรงจนผู้ ติดตามต้องช่วยพยุงเดิน ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์พร้อมอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง กระทั่งนายสุวิทย์ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้สำนักงานคุมประพฤติสืบเสาะประวัติ และพฤติการณ์ของนายสุวิทย์ ประกอบทำคำพิพากษา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ต.ค.

ยื่นฟันเพิ่ม “ประวิตร” ครองนาฬิกาหรู

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เอาผิดเพิ่มเติม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีการครอบครองนาฬิกาหรูที่มีการรับผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ตามมาตรา 103 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า มายื่น เอาผิดเพิ่มเติมต่อ พล.อ.ประวิตรกรณีครอบครองนาฬิกาหรูอีกข้อหาหนึ่ง หลังเคยยื่นให้ ป.ป.ช.เอาผิดกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จและร่ำรวยผิดปกติไปแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 10 ก.ย. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนยอมรับนาฬิกาหรูที่ใส่อยู่หลายเรือนมูลค่าหลายล้านบาท ที่ไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ไม่ใช่ทรัพย์สินของตนเอง แต่ยืมเขามาใส่เป็น 10 ปี ตอนนี้คืนเขาไปหมดแล้ว เป็นการยอมรับความจริงว่า พล.อ.ประวิตรครอบครองนาฬิกาหรูจริง แม้จะอ้างได้คืนเจ้าของไปแล้วก็หาได้พ้นความผิด ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วตามกฎหมายเป็นการได้รับประโยชน์จากบุคคลอื่น หรือการรับประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ขัดมาตรา 103 กฎหมาย ป.ป.ช.

ถ่ายทอดสด AKB48 พบนายกฯตู่

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯเปิดเผยว่า วันที่ 13 ก.ย. เวลา 09.00 น. จะนำคณะเยาวชนและศิลปิน AKB48 6 คน ประกอบด้วย 1.อาซาอิ นานามิ 2.ชิบะ เอรี่ 3.อิวาตาเตะ ซาโฮะ 4.โมกิ ชิโนบุ 5.นากานิชิ จิโยริ 6.ซาซากิ ยูคาริ ศิลปินกลุ่มไอดอลของญี่ปุ่น หรือวงพี่สาวของ BNK48 ไทยเข้าพบนายกฯ ที่ห้องสีม่วงตึกไทยคู่ฟ้า ตามที่ขอมาเอง ในโอกาสมาเยี่ยมไทย เตรียมคอนเสิร์ตช่วงปลายปีที่ไทย จะเปิดให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวและสัมภาษณ์ได้ ถ่ายทอดสดให้ชมการเข้าพบนายกฯทั่วโลกผ่านเฟซบุ๊กเพจสายตรงไทยนิยม

ไม่ยกเลิกเทป “เฌอปราง” ถึงถูกโจมตี

นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวการยกเลิกเทปออกอากาศรายการเดินหน้าประเทศไทยของ น.ส.เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK 48 หลังถูกโจมตีจากฝ่ายการเมือง ยังคงมีเช่นเดิม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนรับชมรายการช่วงที่มีน้องเฌอปรางเป็นผู้ดำเนินรายการในวันเสาร์ เวลา 18.00 น. ทุกคนจะหลงรักคุณครูเฌอปรางเพราะน้องเป็นคนที่น่ารักมาก โดยจะพาไปดูโครงการเรียนรู้ทางไกลของรัชกาลที่ 9 และโครงการติวฟรีดอทคอม เฌอปรางเป็นคนเสียสละเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้น้องๆมีแรงบันดาลใจและรู้จักโครงการเหล่านี้

“ก่อแก้ว”โวย นปช.ถูกดิสเครดิต

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณีที่มีการจับกุมเครือข่ายสหพันธรัฐไท แล้วเชื่อมโยงกับคนเสื้อแดง นปช.เป็นกลุ่มคนที่จุดยืนชัดเจนว่าเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนอื่นที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วมาอ้างเสื้อแดงก็อ้างไป แต่มาอ้างเป็น นปช.ไม่ได้ กลุ่มคนที่ใส่เสื้อลักษณะนี้มีไม่ถึง 10 คน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการดำเนินการในมิติที่ผิดปกติหรือไม่ ต้องเข้าใจว่าฝ่ายที่ยืนตรงข้าม พยายามดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง

ประชาธิปัตย์ปรับทัพเตรียมรับศึกเลือกตั้ง รวมพลังเขย่า คสช.


ใกล้ได้หัวหน้าพรรคคนที่ 8 เมื่อเปิดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมหยั่งเสียงเบื้องต้น เพื่อโหวตเลือกผู้นำพรรคเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 72 ปีประชาธิปัตย์เคียงคู่ประชาชนบนวิถีประชาธิปไตย
ไม่ว่าใครจะขึ้นนำทัพลงสู้ศึกเลือกตั้ง จะซ้ำรอยประวัติศาสตร์แตกหน่อ แยกกอหลังเลือกหัวหน้าพรรคเหมือนในหลายๆยุคหรือไม่ อย่างไร ติดตามคำเฉลยจาก นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า ภายในพรรคไม่น่าจะมีปัญหา
เพราะผู้แข่งขันทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายอลงกรณ์ พลบุตร ขึ้นดีเบตเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทุกท่านตอบคำถามชัดเจน
ถ้าพ่ายแพ้เลือกหัวหน้าพรรคก็ไม่ไปไหน จะอยู่ร่วมกันทำพรรคต่อ
พรรคประชาธิปัตย์ผ่านประสบการณ์การแข่งหัวหน้าพรรคจนเป็นปกติประเพณี และสรุปบทเรียนแต่ละครั้งได้มากขึ้น คนของพรรคทุกส่วนคงเข้าใจดีถึงปัญหาที่ฝ่ายประชาธิปไตยเผชิญหน้าอยู่ เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้พรรคเกิดความอ่อนแอ
นับจากวันที่ได้หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งน่าจะเป็นไปด้วยดี การจัดทัพลงเลือกตั้งไม่น่ากังวล ไม่น่ามีปัญหา แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีล็อกอะไรไว้ก็ตาม
ในฐานะพรรคการเมืองเก่า มีอดีต ส.ส.เป็นจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ และในช่วงการเลือกตั้งครั้งหลังสุดมีอดีตผู้สมัครซึ่งเกือบได้เป็น ส.ส.อยู่พอสมควร
ท่ามกลางพรรคการเมืองถูกคนต่อว่า ดูตกต่ำในสายตาของชาวบ้าน จากการถูกกระหน่ำซ้ำเติมโดยอำนาจรัฐ แต่คิดว่าประชาชนส่วนหนึ่งยังมีความรู้สึกนิยมชมชอบประชาธิปไตย ก็สนใจอาสาจะลงสมัครรับเลือกตั้ง
ครั้งนี้การต่อสู้ระหว่างทีมของนายอภิสิทธิ์กับทีมของ นพ.วรงค์ดุเดือดมากเป็นลำดับ สถานการณ์อาจจะบานปลายหลังการเลือกหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บอกว่า เป็นการลบข้อครหาว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นปาหี่
ข้อเท็จจริงก็ปรากฏให้เห็นว่า แข่งขันกันเต็มที่ตามประสาคนของพรรคที่มีเลือดนักสู้เต็มตัว
คอการเมืองจับตาดูความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคน 2 พรรค ทั้งในบทบาทผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และบทบาทสนับสนุน นพ.วรงค์ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บอกว่า อาจจะส่งกำลังใจเชียร์บ้างก็เป็นปกติธรรมดาเพราะอยู่ด้วยกันมานาน รักใคร่ชอบพอกันและกัน
ขอย้ำความแตกแยกภายในพรรคหลังเลือกหัวหน้าพรรค ไม่กังวลมากนัก โดยเฉพาะผู้แข่งขันหัวหน้าแต่ละคนสัญญาไว้กับคนในพรรค และยังเป็นคำมั่นสัญญาไปถึงคนที่สนใจการเมือง
แต่ขาเชียร์เป็นคนหนุ่มเลือดร้อน กังวลว่าอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้จากการต่อสู้ขับเคี่ยวกัน
ถ้าจะเกิดขึ้นคงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้งหมดเป็นบทเรียนที่ขาเชียร์และผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะสรุป
ในที่สุดผมว่าไม่มีอะไรน่าวิตก เนื่องจากได้ยินคนที่พูดในพรรค เป็นการเตือนสติซึ่งกันและกันอยู่เสมอว่า
ขนาดเราไม่ค่อยแตกกันยังสู้เขาไม่ค่อยได้ ยิ่งมาแตกกันเองจะสู้เขาได้อย่างไร
ทีมข่าวการเมือง ถามว่ามีกระแสข่าว คสช.วางยุทธศาสตร์ต้องการทุบพรรคประชาธิปัตย์ให้แตกหรือได้จำนวน ส.ส.เป็นอันดับที่ 3 เพื่อให้สะดวกต่อการจัดตั้งรัฐบาลต่อท่ออำนาจ
หลังเลือกตั้ง ข้อเท็จจริงความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปตามกระแสข่าวนี้อย่างไร นายบัญญัติ บอกว่า...
“...ข่าวนี้จะจริงหรือไม่ ผมไม่ยืนยัน”
แต่การวิเคราะห์ทางการเมืองจะดูตั้งแต่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดบ่งบอกให้เห็นว่าคนส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการมีอำนาจรัฐ
ไม่ประสงค์เห็นพรรคการเมืองเติบโต ใหญ่โตมากนัก
แตกต่างกับความเห็นของพวกเราอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดอยู่เสมอว่า ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งต้องมีพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เมื่อเข้มแข็งแล้วเกิดใช้อำนาจเบี่ยงเบนไปเพื่อประโยชน์ของตน ของพรรคพวก หรือไปสร้างปัญหา รัฐธรรมนูญหรือกลไกของรัฐต้องสร้างการถ่วงดุล
ไม่ใช่ทำให้พรรคการเมืองใหญ่กลายเป็นพรรคการเมืองเล็ก ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง แบบนี้ไม่ใช่นิมิตหมายที่ดีของประชาธิปไตย ส่วนจะมีการลงไม้ลงมืออย่างที่ถามหรือไม่ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
ต่อมาก็มีการพูดถึงท่าที 2 พรรคการเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะจับมือกันหรือไม่ ถ้ามี ส.ส.รวมแล้วได้มากเกินครึ่งของจำนวน ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองที่ทำการเมืองโดยอาศัยเสียง 250 ส.ว. เป็นฐานรองรับอำนาจก็ลำบาก ทั้งการผลักดันนายกฯคนนอก จะต้องมีเสียงในรัฐสภาเกินกว่า 2 ใน 3 ถึงจัดตั้งรัฐบาลได้
นายกฯคนนอกก็บริหารประเทศลำบาก จากจุดอ่อนตรงนี้มีคนพูดเยอะเหมือนกันว่าเริ่มมียุทธศาสตร์สำคัญทำให้สองพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะจับมือกันหรือไม่ อย่าให้ได้ ส.ส.ถึง 250 เสียง
หลายคนยังอธิบายลงลึกไปอีกว่าสังเกตการดูดอดีต ส.ส.บ้างหรือไม่ว่า มีความพยายามดูดจากพรรคใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกดูดไปมาก
คงเป็นไปตามยุทธศาสตร์ไม่ให้ 2 พรรคใหญ่ได้ถึง 250 เสียง
บางทีความเจ็บปวดขมขื่นจากเรื่องเหล่านี้ ยิ่งเป็นปฏิกิริยาให้คนในพรรคเข้มแข็งที่จะต่อสู้ในทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ จะทำอย่างไรก็สุดแท้
แต่วันนี้เราประมาทความคิดอ่านของประชาชนไม่ได้ ถึงเวลาอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ผมเข้าใจว่าบัดนี้ผู้มีอำนาจรัฐคงคิดอยู่เหมือนกัน จากเนื้อเพลงประเทศกูมี หลังจากแสดงอาการเหมือนจะเข้าไปจัดการ ก็เกิดปฏิกิริยาจากประชาชนเข้ามาดูยอดทะลุกว่า 20 ล้านวิวไปแล้ว
ฉะนั้น ความสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องทำให้ประชาชนเข้าใจสาระทั้งในด้านนโยบายของพรรค ซึ่งจะเป็นคำตอบแก้โจทย์ปัญหาของประเทศได้
ไม่ใช่ปิดหูปิดตา ให้เวลารณรงค์หาเสียงเพียงไม่กี่วัน สุดท้ายจะกลายเป็นการเลือกตั้งที่ไร้คุณภาพ ประชาชนตัดสินใจด้วยความไม่แน่ใจว่าจะสนับสนุนพรรคไหนหรือเลือกผู้สมัครคนไหน
ทำให้รัฐบาลถูกมองในแง่ร้ายว่าไม่อยากให้หาเสียงยาว คงกลัวว่าถ้านักการเมืองขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงจะพูดถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งมันไม่เป็นผลดี
ความจริงรัฐบาลมีกลไกชี้แจงทำความเข้าใจผลงาน วันนี้ก็ทำเต็มที่แล้ว เมื่อมั่นใจทำอะไรที่เป็นประโยชน์มาเยอะ จะกลัวถูกใส่ความทางการเมืองทำไม ใครพูดเกินเหตุก็เข้าข่ายหมิ่นประมาท ในทางตรงกันข้ามการปิดกั้นเวลาหาเสียง ก็อดไม่ได้จะทำให้คนมองในทางร้ายว่า กลัวพูดถึงความล้มเหลว อะไรต่างๆซึ่งไม่เป็นมงคล
ปกติหลังยึดอำนาจและตั้งรัฐบาล คณะรัฐประหารจะต้องสลายตัวไป แต่ครั้งนี้ คสช.ยังอยู่และมีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ นายบัญญัติ บอกว่า วันนี้คุณมีเครื่องไม้เครื่องมือมากกว่าอำนาจรัฐในทุกยุคทุกสมัย
ในขณะที่ผู้มีอำนาจในทุกยุคทุกสมัยเปิดโอกาสให้หาเสียงตามสมควร ตกลงว่าคุณกลัวอะไร
หลังมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะเริ่มเคลื่อนไหวเรียกร้อง คสช.เป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรต่อไป นายบัญญัติ บอกว่า เราเรียกร้องจนไม่อยากเรียกร้องแล้ว ยิ่งปิดกั้นกันไปนานๆเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อตัวเขา
ยิ่งปิดกั้นมากเท่าไหร่ ความอึดอัดยิ่งแผ่กว้างครอบคลุมไปทั่ว
ยิ่งปิดกั้นมากก็ยิ่งรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ
การปรองดองในอนาคตจะยุ่งยากมากขึ้น
คิดบ้างหรือไม่ว่า เพลงประเทศกูมี เนื้อหาบางตอนอาจจะดูรุนแรง แต่แง่มุมหนึ่งทั้งหมดเกิดจากการปิดกั้น ไม่ให้คนแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ เลยสะท้อนเป็นบทเพลงบ้าง ศิลปะบ้าง ความจริงถ้าต้องการให้ประชาธิปไตยพัฒนาไปข้างหน้า
ต้องเล่นอย่างตรงไปตรงมา กติกาต้องสร้างความเป็นธรรม
ทุกอย่างกำลังนำไปสู่การตั้งรัฐบาลต่อท่ออำนาจ ถ้าเกิดขึ้นแบบนั้นจริง จะเกิดอะไรขึ้นต่อสังคมไทย นายบัญญัติ บอกว่า ไม่ดีต่อระบอบประชาธิปไตย อาจก่อให้เกิดแรงต้านมากขึ้น
ตามหลักถ้ามีการปิดทับปัญหาต่างๆเอาไว้ ย่อมมีแรงกดดันมาก ก็ต้องมีการต่อต้านมากขึ้น
ปัญหาเหล่านี้สังคมไทยไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นอีก.
ทีมการเมือง

นายกทำใจเป็นนักการเมือง?

เตรียมทำหน้าให้ด้าน !!

“เขาบอกว่าเป็นนักการเมือง ต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

“ผมเป็นทหาร ด่าผมมากๆผมก็โมโห ทหารมันด่ากันไม่ได้ “

“นายกฯบิ๊กตู่” เผย.  ผมกินยาเยอะเพราะไม่อยากป่วย ก็กินเอง ส่วนใหญ่ก็เป็นโรคเก่าๆ ปวดหัว เครียด ก็แก้ด้วยตัวเอง 

"อย่าไปเครียด เครียดมากๆ มันไม่ไหว ทรมาน 

แต่ก่อนผมก็หงุดหงิดเรื่องนี้เรื่องโน้น ผมเป็นทหาร ด่าผมมากๆผมก็โมโห ทหารมันด่ากันไม่ได้ 

แต่ผมก็ต้องปรับตัว เพราะเขาบอกว่าเป็นนักการเมืองต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ไม่จำเป็นต้องหน้าด้านหน้าทน 

แต่ผมเอาความดีเข้ามาสู้ อย่าไปเขียนว่าผมว่านักการเมือง ไม่เกี่ยวนะ 

สิ่งที่พูดมาทั้งหมดไม่พาดหัวข่าวหรอก เขาเอาแค่ตรงนี้กันแหละ ไม่อย่างนั้นไม่มีข่าวจะเขียน ข่าวสาระเขียนกันไม่ได้ ถ้าข่าวนายกฯพูดนิดนึงไปขยายต่อกันได้เรื่อยๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก ออกไปต่างประเทศเขาชอบผม เขียนไปเถอะเขียนไปจะว่าผมแบบนี้ก็ว่าไป เวลาไปต่างประเทศ ทุกประเทศเขาจับมือกับผมจนเจ็บมืออยู่แล้ว แล้วบอกว่าไม่มีคนคบ เจ็บมือยังไม่หายเลย 

เดี๋ยวกำลังจะไปอีกก็โดนจับมืออีก ถ้าเขาไม่อยากคบผม เขาจะจับมือกับผมทำซากอะไร" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว  
               
“ผมเป็นนายกฯมา 4 ปี เขาบอกให้พูดเพราะๆยิ้มหวานๆ แต่ผมเป็นทหารมา 40 ปีก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก 

แต่ก็ขอโทษถ้า ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้ดั่งใจ ไม่สุภาพเรียบร้อย แต่ตนทำงาน “

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมหย่อนบัตรปี 62 ส.ส. ลด 23 จังหวัด อีสานหด 10 ที่นั่ง

วันนี้ (19 ก.ย.) ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด 

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวน ส.ส. 1 คน จังหวัดใดมีจำนวน ส.ส. ได้ไม่เกิน 1 คน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีจำนวน ส.ส. ได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวนเท่ากับจำนวน ส.ส. ที่พึงจะมี 

 

ทั้งนี้ ใช้จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 60 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

 

โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คน ต่อ ส.ส. 1 คน หมายความว่า จังหวัดใดมี ส.ส. 1 คน ก็นับจังหวัดนั้นทั้งจังหวัดเป็น 1 เขตเลือกตั้ง

 

ส่วนจังหวัดใดมี ส.ส. มากกว่า 1 คน ให้แบ่งจังหวัดนั้นเป็นหลายเขตเลือกตั้งตามจำนวน ส.ส. เช่น กรุงเทพฯ มี ส.ส. ได้ 30 คน ก็แบ่งกรุงเทพฯ ออกเป็น 30 เขตเลือกตั้ง เป็นต้น

 

สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่นี้ ได้เปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส. ลดลง เมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ประกอบด้วย

กรุงเทพมหานคร เดิม 33 คน เหลือ 30 คน 

กระบี่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน 

กาฬสินธุ์ เดิม 6 คน เหลือ 5 คน 

ชัยภูมิ เดิม 7 คน เหลือ 6 คน 

เชียงใหม่ เดิม 10 คน เหลือ 9 คน 

ตรัง เดิม 4 คน เหลือ 3 คน 

นครราชสีมา เดิม 15 คน เหลือ 14 คน 

นครศรีธรรมราช เดิม 9 คน เหลือ 8 คน 

นนทบุรี เดิม 7 คน เหลือ 6 คน 

บุรีรัมย์ เดิม 9 คน เหลือ 8 คน 

พระนครศรีอยุธยา เดิม 5 คน เหลือ 4 คน 

เพชรบูรณ์ เดิม 6 คน เหลือ 5 คน 

แพร่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน 

ร้อยเอ็ด เดิม 8 คน เหลือ 7 คน 

เลย เดิม 4 คน เหลือ 3 คน 

สกลนคร เดิม 7 คน เหลือ 6 คน 

สระบุรี เดิม 4 คน เหลือ 3 คน 

สุพรรณบุรี เดิม 5 คน เหลือ 4 คน 

สุรินทร์ เดิม 8 คน เหลือ 7 คน 

อ่างทอง เดิม 2 คน เหลือ 1 คน 

อุดรธานี เดิม 9 คน เหลือ 8 คน 

อุตรดิตถ์ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน 

อุบลราชธานี เดิม 11 คน เหลือ 10 คน

 

ขณะที่ 54 จังหวัดที่เหลือ มีจำนวน ส.ส. เท่าเดิม 

 

แต่เอาเข้าจริง หากใช้จำนวนประชากร 189,110 คน ต่อ ส.ส. 1 คน เป็นฐานคำนวณ จะมี 41 จังหวัด ที่ต้องได้จำนวน ส.ส. เพิ่มขึ้น 

 

แต่เหตุที่ทำให้ยังมี ส.ส. เท่าเดิม เนื่องจาก ส.ส. แบบแบ่งเขตตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (พ.ศ. 2560) กำหนดให้มี 350 คน ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และ 2557 ที่มี ส.ส. แบบแบ่งเขต 375 คน

 

ขั้นตอนต่อจากนี้ ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดให้ ผอ.กกต. จังหวัด แบ่งเขตแต่ละจังหวัดตามจำนวน ส.ส. ในสามรูปแบบภายใน 14 วัน และภายใน 10 วัน รับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชน จากนั้นภายใน 3 วัน ผอ.กกต. จังหวัด ประมวลความคิดเห็นว่า จะมีการปรับปรุงหรือไม่ รายงานต่อ กกต. โดย กกต. มีเวลา 20 วันในการพิจารณาเพื่อเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด เพื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง

 

รวมใช้เวลา 50 วัน ตามระเบียบของ กกต. แต่ กกต. คาดการณ์ว่า กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 ก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 จากนั้นจะเริ่มนับถอยหลัง 150 วันสู่การเลือกตั้ง

 

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน

 

การแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จำนวนประชากร 189,110 คน ต่อ ส.ส. 1 คน เป็นฐานคำนวณ โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มี ส.ส. มากที่สุด คือ 30 คน ลดลงจากเดิมที่มี ส.ส. 33 คน 

 

 

ภาคเหนือเดิมมี ส.ส. 36 คน จะลดเหลือ 33 คน เชียงใหม่ แพร่ และอุตรดิตถ์ ส.ส. ลดลงจังหวัดละ 1 ที่นั่ง

 

 

ภาคกลางเดิมมี ส.ส. 82 คน ลดเหลือ 76 คน เพชรบูรณ์ อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนนทบุรี ส.ส. ลดลงจังหวัดละ 1 ที่นั่ง

 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่จำนวน ส.ส. หายไปมากที่สุด เดิมมี ส.ส. 126 คน ลดเหลือ 116 คน หายไป 10 คน สกลนคร อุดรธานี เลย กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี หายไปจังหวัดละ 1 ที่นั่ง

 

 

ภาคตะวันออกมี ส.ส. 26 คน เป็นภาคที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง

 

 

ภาคตะวันตกมี ส.ส. 19 คน เท่าเดิม เป็นอีกภาคที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

 

ภาคใต้เดิมมี ส.ส. 53 คน ลดเหลือ 50 คน นครศรีธรรมราช กระบี่ และตรัง หายไปจังหวัดละ 1 ที่นั่ง

 

ภาพประกอบ: Pichamon W.

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

สูตรนี้ลงตัวที่สุด

สัญญาณเลือกตั้ง (ถ้ามี) ชัดเจนโดยไม่ต้องถามไถ่กันให้เจ็บคออีกแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะพร้อมเข้าสู่เวที แกะรอยว่าบุคคลไหนจะถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯปริศนา พปชร.-ปชป. ตั้งรัฐบาล

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้รับลมหนาวคลายร้อนแรงการเมือง เป็นอีกมิติหนึ่งของสภาพสังคมไทย

หลังกระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนสอบ “GAT-PAT” จากปฏิทินที่กำหนดระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ. ปี 62 ซึ่งคาบเกี่ยวกับวันเลือกตั้ง 24 ก.พ. ปี 62

มาเป็นวันที่ 16-19 ก.พ. ปี 62 ไม่มีปัญหาการไปใช้สิทธิของเด็กนักเรียน

อันเป็นการส่งสัญญาณว่า 24 ก.พ.62 ได้เลือกตั้งแน่

อีกจุดหนึ่งคือการที่ กกต.นัดหมายพรรคการเมืองส่งตัวแทนมาฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการส่งผู้สมัคร จัดทำไพรมารีโหวต การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนด 22 พ.ย.61

รอประกาศเขตเลือกตั้งทั่วประเทศก็น่าจะลงตัว

ที่น่าจะเป็นการพบกันนัดสุดท้ายจากนั้นก็ไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง นักการเมืองล้วนต้องเตรียมพร้อมกันให้เรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คสช. จะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาพบปะชี้แจงรายละเอียดราวปลายเดือน พ.ย.–ต้นเดือน ธ.ค.

เท่ากับเป็นการ “ปลดล็อก” การเมืองให้ทุกพรรคโชว์นโยบายได้ทันที

และคาดว่า 25 ธ.ค.61 จะเสนอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. แต่จะมีผลวันที่ 4 ม.ค.62 นั่นแหละจะได้รู้กันว่ามีพรรคการเมืองทั้งหมดกี่พรรค นักการเมืองกี่คนอยู่ในพื้นที่เขตไหน จังหวัดไหน

ที่สำคัญจะได้รู้ว่าพรรคการเมืองไหนจะส่งชื่อใครเพื่อเข้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สิทธิสามารถ

เลือกนายกฯด้วยมือของตัวเองอีกด้วย

ว่าไปแล้วรายชื่อที่แต่ละพรรคจะเสนอให้รัฐสภาลงมติเพื่อเลือกให้เป็นนายก-รัฐมนตรีนั้นว่าไปแล้วน่าจะมี 2 พรรคได้รับความสนใจ

คือเพื่อไทย เพราะเป็นคู่แข่งสำคัญ

อีกพรรคคือ “พลังประชารัฐ” ซึ่งเป็น กองหนุน “นายกฯลุงตู่”

เพราะประชาธิปัตย์นั้นยังต้องรอให้การเลือกหัวหน้าพรรคก่อนว่าจะเป็นใคร แต่เท่าที่ประเมินเสียงแล้วน่าจะเป็น “คนเก่า” เหมือนเดิม ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯไม่มีปัญหา

แต่ 2 พรรคที่ว่ามานั้นยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ก็พอจะเห็นหน้าเห็นตาได้ก่อนหลังการประกาศวันเลือกตั้ง

ยังไงเสียเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปต่ออย่างแน่นอนและจะมีชื่อในฐานะตัวแทนพรรคให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ปัญหาว่าเมื่อประกาศชัดเจนแล้วแน่นอนว่ายังมีอำนาจตาม ม.44 เพราะเป็นหัวหน้า คสช.อีกตำแหน่งหนึ่ง

แต่หากยังเป็นนายกฯอยู่จะเหมาะหรือไม่?

คงเป็นคำถามไม่ต่างไปจาก 4 รัฐมนตรี ที่เข้าไปรับตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกเรียกร้องให้ “ลาออก” ไม่ต้องการให้สวมหมวก 2 ใบในเวลาเดียวกัน

ก็มาถึง พล.อ.ประยุทธ์อีกคนรวมเป็น 5 คน

ล่าสุดมีข่าวว่าทั้ง 5 คนกำลังจะตัดสินใจ “ลาออก” พร้อมๆกันเลยทีเดียว เพื่อไม่ให้รัฐบาลถูกโจมตีจนเกิดปัญหาได้

เวลาที่เหลือ “บิ๊กตู่” คงเดินหน้าหาเสียงได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องหลบเลี่ยงไปมาจนไม่สามารถหาเสียงได้เต็มพิกัด

หลังเลือกตั้งผลคะแนนทุกคะแนนไม่ว่าพรรคไหนก็ตามล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้นอยู่ที่ว่าเมื่อรวบรวมกันแล้วได้เสียงมากที่สุดหรือไม่?

ถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเป็นรัฐบาลหรือไม่?

หากร่วมรัฐบาลคนเป็นนายกฯก็ต้องหน้าเก่า!!!

“ลิขิต จงสกุล”

น.3 หมดอารมณ์ม็อบ มุ่งหน้าเข้าสภา

จับสัญญาณ “เปลี่ยนผ่าน” สถานการณ์ประเทศ

คนไทยที่โลกจดจำ

กับเหตุการณ์สูญเสียนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจเจ้าของอาณาจักรธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จากเหตุโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตกข้างลานจอดรถสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์

เป็นปรากฏการณ์ช็อกโลกที่สร้างความโศกเศร้า ไม่ใช่แค่มวลหมู่มิตรสหาย คนรู้จักในประเทศไทย

แต่บรรยากาศความเสียใจยังรวมไปถึงที่ประเทศ อังกฤษ ภาพข่าวประชาชนชาวเมืองเลสเตอร์และแฟนบอลในเมืองผู้ดีพากันมาวางดอกไม้แสดงความไว้อาลัย “เจ้าสัววิชัย” ผู้สร้างตำนานทำให้ทีมฟุตบอล “จิ้งจอกสยาม” ขึ้นแท่นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเซอร์ไพรส์

คนสำคัญระดับเจ้าชายวิลเลียม แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงมีแถลงการณ์แสดงความเสียพระทัย นายกฯเทเรซา เมย์ แห่งสหราชอาณาจักร ก็ชื่นชมนายวิชัยที่อยู่ในหัวใจคนมากมาย

ชาวเมืองผู้ดีไม่ยอมรับคนต่างชาติง่ายๆถ้าไม่ใช่เพราะคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์

สถานการณ์พิสูจน์ว่า “เจ้าสัววิชัย” คือตัวอย่างที่ดีของคนที่มีเหลือแล้วเผื่อแผ่กับเพื่อนมนุษย์ ทำคุณประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ไม่เลือกชาติเขาชาติเรา

อานิสงส์ของการให้ด้วยใจ เลยได้ใจคนทั้งในประเทศรวมถึงทั่วโลก

ตัวจากไปแต่ยังจารึกชื่อไว้ในความทรงจำตลอดกาล

ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสูญเสียนายวิชัยไปอย่างกะทันหัน ได้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อวงการธุรกิจและการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ในฐานะทุนใหญ่ติดอันดับท็อปไฟว์ของประเทศ

“เจ้าสัววิชัย” คือมือวางอันดับต้นๆของคนที่มีคอนเนกชันกับป้อมค่ายการเมืองแทบทุกพรรค

รู้จักกันหมดทั่วทั้งวงการอำนาจ นักการเมือง ขุนทหาร

การขาด “นายทุนใหญ่” ในห้วงเข้าโหมดเลือกตั้ง ต้องมีบางพรรคกระอักกระอ่วนแน่

แต่อย่างไรก็ดี การเมืองก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ตามเงื่อนไขสถานการณ์โรดแม็ปที่กระชั้นเข้ามา

ทุกขณะ ตามสัญญาณล่าสุดจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เตรียมนัดหารือเพื่อทำการปลดล็อกการเมืองในปลายเดือนพฤศจิกายน หรือไม่ก็ต้นเดือนธันวาคมนี้

“ปล่อยผี” ให้ลุยเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ

ล้อกับจังหวะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แพลมไต๋เป็นนัย คนที่จะลงรับสมัคร ส.ส. จะต้องมีสภาพสมาชิกพรรค 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง ถ้าวันเลือกตั้งคือ 24 ก.พ.62 ก็จะต้องเป็นสมาชิกภายในวันที่ 26 พ.ย.61

ขีดเส้น “เดดไลน์” ให้นักเลือกตั้งอาชีพหาสังกัดให้ทัน

และนั่นก็จะนำมาซึ่งบรรยากาศความโกลาหล ห้วงเวลาจากนี้จนถึงวันที่ 26 พ.ย.61 “นาทีทอง” เหลืออีก 20 กว่าวัน ตลาดสด ตลาดนัดการเมืองน่าจะคึกคัก

นักเลือกตั้งวิ่งย้ายพรรค ประมูลราคา โก่งค่าตัวกันฝุ่นตลบ

และนั่นยังหมายรวมถึงพวกที่ชิ่งหนีปัญหาเขต

ทับซ้อน ชนกันเองในพื้นที่ ต้องย้ายค่ายหนีไปหาโควตาลงพรรคใหม่ ไม่เว้นแม้แต่พวกที่เปิดหน้าแถลงข่าว

โชว์ตัวเข้าสังกัดแล้วก็อาจเปลี่ยนใจชิ่งหนีนาทีสุดท้าย

เพราะตามกติการัฐธรรมนูญใหม่ ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ได้รองรับการทับซ้อนพื้นที่ ระบบจัดสรรปันส่วนผสมไม่การันตีโซนปลอดภัยให้แม้แต่พวกเบอร์ต้นๆ ถ้าได้ ส.ส.เขตเต็มโควตาก็อาจไม่ได้ลุ้นบัญชีรายชื่อ

มันคือระบบนิเวศการเมืองแบบไทยๆ

ที่แน่ๆมาถึงตรงนี้ คำตอบจากพฤติกรรมการกระทำที่ชัดขึ้นตามลำดับ กับบทนิ่งของ “นายกฯลุงตู่”

“ขันนอตแน่น” ไม่หลุดง่ายๆ

โดยเฉพาะกับด่านทดสอบท้าทายสุดในจังหวะกระโดดเข้าร่วมโรมรันพันตูในโลกโซเชียลมีเดีย เผชิญกระแสแรงเสียดทานในสงครามไซเบอร์ที่ตัวเองไม่ถนัด

โดนรุมฟัด รุมอัด “เกรียนคีย์บอร์ด” ด่าแรงๆก็กัดฟันทนได้

ต่อเนื่องกับช็อต “ประเทศกูมี” ศิลปินแร็ปใต้ดินปล่อยเพลงเนื้อหาเสียดแทงใจผู้นำรัฐบาล “นายกฯลุงตู่” ก็แค่ส่ายหัว ไม่ต่อความยาวสาวความยืด

ผิดฟอร์ม ไม่ปรี๊ดแตกตามสไตล์ “ลุงฉุน” จุดเดือดต่ำ

แน่นอน มันคืออารมณ์ของผู้นำ คสช.ที่อยู่ในโหมดไฟต์บังคับ จำเป็นต้องตีตั๋วไปต่อ ทำได้ ยอมหมด

“ลุงตู่” อยู่ในโหมดแต่งตัวรอลงสนาม

ตามจังหวะตอกหมุดย้ำอีกช็อต กับคิวล่าสุดที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่งซิกบนเวที “ฟอร์บส์ โกลบอล ซีอีโอคอนเฟอเรนซ์” ต่อหน้านักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

สังหรณ์นายกฯคนต่อไปจะมีหน้าตาคล้ายๆคนเดิม

เสริมความมั่นใจ โครงการต่างๆของรัฐบาลที่ตอกเสาเข็มไว้ยังไงก็ไม่ล่มแน่

ปฏิบัติการ “ปูทาง” สเต็ปที่สอง หลังจากสเต็ปแรกที่นายสมคิดเป็นคนเปิดไพ่ ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำรัฐบาลต่อ เพราะทำบ้านเมืองสงบเอื้อต่อการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ

วางเกมเป็นระบบ “สมคิด” คุมจังหวะนำร่องให้ “ลุงตู่” เข้าเทียบท่า

ในสถานการณ์ที่ล้อกันกับการเดินหน้าขับเคลื่อนป้อมค่าย “พลังประชารัฐ” ที่รอคิว “4 กุมาร” อย่าง นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ว่าที่รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค ไขก๊อกจากตำแหน่งใน ครม.

เพื่อเดินเครื่องหาเสียงแบบฟูลไทม์ เต็มเวลา

จากนั้นก็เป็นทีมงานสามมิตรที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะนำกำลังอดีต ส.ส.ชุดใหญ่ เข้าร่วมสังกัดอย่างเป็นทางการ

ก่อนจบที่พระเอก “นายกฯลุงตู่” ประกาศตัว รับเทียบเป็นหนึ่งในบัญชีนายกฯพรรคพลังประชารัฐ

ประเมินจากการจัดระบบ เกมยุทธ์เปิดไพ่ทีละใบของทีมหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อ เร่งเครื่องออกตัวแรงบ้าง แตะเบรกผ่อนคันเร่งบ้าง ไม่ให้โดนดักเจาะยาง ระดมอดีต ส.ส.เกรดเอ บี ซี มาอยู่ในสังกัด ประกอบกับปัจจัยที่เอื้อทั้งอำนาจการบริหารที่ถืออยู่ในมือ ทุนน้ำเลี้ยงจากบริษัทยักษ์ขุมข่ายประชารัฐที่ตุนไว้เต็มคลังแสง

“พลังประชารัฐ” คือพรรคที่แฝงพลังขับเคลื่อนแรงสุด

เมื่อเทียบสถานการณ์กับแชมป์เก่าพะยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่อยู่ในสถานการณ์ “แตกพรรค” แฝง “แพแตก” แยกเป็นพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม เพื่อชาติ ฯลฯตัดคะแนนกันเอง

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ตะลุมบอนชิงติ้วหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม–อลงกรณ์ พลบุตร” ชกหลอกบ้าง ชกจริงบ้าง โดยอาการทางใจยังไงก็ไม่เป็นทีม

ตัวแปรอย่างพรรคภูมิใจไทยก็ “ใจแป้ว” กับการที่ “นายทุนใหญ่” จากไปอย่างกะทันหัน

ทุกป้อมค่ายต่างเต็มไปด้วยปัญหา ไม่มีพรรคไหนลงตัว

แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันคือบรรยากาศการเมืองที่เดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ห้วงเวลาเปลี่ยนผ่านประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตย

ยิ่งเป็นอะไรที่สังเกตได้ กับปรากฏการณ์ที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตหัวขบวนม็อบ กปปส.ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินสายเคลื่อนไหวตามยุทธศาสตร์ “คารวะแผ่นดิน”

เจอคนดักด่า รุมโห่สองข้างทาง อาเจ๊ อาม่าปิดร้านใส่หน้า ห้างหรูปิดประตูไม่ต้อนรับ

บรรยากาศผิดกันอย่างลิบลับกับตอนม็อบ กปปส.กำลังขึ้นหม้อ “ลุงกำนัน” เรตติ้งกระฉูด

ท่ามกลางเครื่องหมายคำถาม นายสุเทพออกมา “ล่อเป้า” เพื่ออะไร

แน่นอนว่า มุมหนึ่งเป็นเกมเขี้ยวของนักการเมืองเก๋าอย่างนายสุเทพที่ใช้การเคลื่อนไหวชิงกระแสพื้นที่ข่าวได้แบบรายวัน แลกกับการโดนด่า ดีดลูกคิดแล้ว ยังไงก็คุ้ม

หรือมุมของเกมแฝง เขี่ยไฟชนวนขัดแย้ง ก็มีคนระแวงเหมือนกัน

แต่ที่แน่ๆในมุมของภาพรวม ณ เบื้องนี้ ประเมินอารมณ์สังคมที่สะท้อนออกมาใส่หน้า “ลุงกำนัน”

มันคืออาการ “เหม็นเบื่อ” หัวโจกม็อบ

ผู้คนหมดอารมณ์กับเกมชุมนุมป่วนเมือง โหยหาการเลือกตั้ง

ซึ่งนั่นก็โยงได้กับเหตุที่นายสุเทพต้อง “กลืนน้ำลาย” ไปร่วมตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขณะที่อีกด้าน “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นปช. ที่เพิ่งออกจากคุก ก็หันไปร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อชาติเป็นฐานการเมืองของกลุ่มเสื้อแดง

ต้องดิ้นหาที่ยืนในสภา เพราะแรงมวลชนถดถอย.

“ทีมการเมือง”