PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

'เจ๊หน่อย'เผยเมื่อก่อนตัวไม่อยู่แต่'ทักษิณ'จัดการพรรคได้ ยอมรับจำนำข้าวเป็นบาดแผลเพื่อไทย



13 ก.พ.62- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย คำถามที่น่าสนใจเช่น หากสามารถแก้ไขภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยได้หนึ่งอย่างเพื่อสร้างการยอมรับในกลุ่มประชาชนที่ไม่นิยมเพื่อไทย อยากแก้ไขเรื่องใด ระหว่างการอยู่ใต้เงานายใหญ่, ระบบพรรคครอบครัว, ประชานิยมพ่นพิษ?
คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่าทั้งหมดนี้เกิดจากมันสมองและการคิดนอกกรอบของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นรากของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แต่ขณะนี้มาสู่บทบาทใหม่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่อนุญาตให้ ทักษิณ หรือครอบครัวบริหารจัดการพรรคแบบในอดีต
"แต่ก่อนคุณทักษิณอาจเข้ามาบริหารจัดการพรรคได้ถึงแม้ว่าตัวไม่อยู่ แต่ในปัจจุบันนี้กฎหมายได้ห้ามแล้ว ดังนั้นคุณทักษิณก็ไม่อยากทำอะไรที่ทำให้พรรคเกิดความเสียหายแน่"
ทว่าทัศนะของคุณหญิงสุดารัตน์ อาจขัดต่อภาพจำ-ความรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยต้องโทษจำคุกในคดีทุจริต ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
คุณหญิงหน่อย ขอให้แยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนหลักการ เธอบอกว่าคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ชี้ว่าหลักการไม่ผิด
"ไม่ได้เป็นโครงการที่เสียหายหรือเป็นประชานิยมแบบมอมเมา มันคือการลงทุนแล้วได้ข้าว แล้วมาชะลอขายข้าวต่อ" แต่พอเกิดรัฐประหาร ทำให้ข้าวที่ค้างอยู่ขายไม่ได้ กว่าจะขายได้ก็ผ่านมาหลายปีและถูกตีเป็นราคาข้าวเน่า ทั้งที่เจ้าของโรงสี/ผู้เก็บข้าวบอกว่ายังเป็นของที่มีคุณภาพดี จึงเกิดการขาดทุนมหาศาลและบอกว่าเป็นความผิดของรัฐบาลในชุดนั้น
"ตรงนี้ถ้าพิสูจน์จริง ๆ ก็สามารถพิสูจน์ได้ และระบบที่เป็นอยู่ที่มีการรัฐประหารมันอาจจะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าในระบบยุติธรรมปกติน่าจะพิสูจน์ได้นะคะ"
ส่วนที่สองคือส่วนปฏิบัติที่เกิดการรั่วไหล ในทุกโครงการมีทั้งนั้น ไปดูว่าผู้ปฏิบัติในแต่ละระดับมีปัญหาอย่างไร แต่ขอให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ได้มาตรฐาน
เมื่อถูกถามย้ำว่า ไม่ได้คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นบาดแผลของพรรคเพื่อไทย?
"เป็น ๆ ๆ ค่ะ แน่นอน" คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบ แต่ย้ำว่าขบวนการที่เธอร่ายมาข้างต้นทำให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกันไป.
อ่านฉบับเต็ม บีบีซีไทย

ด่วน!!!ศาลฎีกาจำคุก8เดือน!6แกนนำพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯปี51



13 ก.พ. 62 - ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 หมายเลขดำ อ.4925/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน หรือกลุ่มการเมืองสีเขียว และอดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กรณีบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 362, 365
อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2551 ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งมีจำเลยดังกล่าวเป็นแกนนำได้จัดปราศรัยชักชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เพื่อกดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำเนียบรัฐบาลและกระจายกำลังปิดล้อมสถานที่ราชการ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียง กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2551 เวลากลางวันจำเลยกับพวกก็ได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลโดยปิดล้อมทางเข้าออกทำเนียบทุกด้าน ได้ใช้เครื่องมือทำลายกุญแจประตูทำเนียบ และทำลายแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมดูแลความสงบในทำเนียบ จนถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2551 พวกจำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาตได้ร่วมกันรื้อทำลายสิ่งกีดขวางแล้วปีนรั้วเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลรวมทั้งนำรถยนต์ 6 ล้อที่ติดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ไปจอดหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลแล้วผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยและช่วงวันที่ 26 ส.ค. 2551 – 3 ธ.ค. 2551 ระหว่างที่พวกจำเลยจัดเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก เหยียบสนามหญ้าและต้นไม้ประดับจนตาย และยังทำให้ระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติ ระบบไฟสนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้าและหน้าตึกสันติไมตรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับความเสียหายรวม 5 ล้านบาท อีกทั้งเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำฝนซึมเข้าขังในถุงดำที่ห่อหุ้มกล้องวงจรปิด ทำให้ระบบอิเล็กโทรนิกส์ของกล้องเสียหายรวม 10 ตัว ค่าเสียหายอีก 1,766,548 บาท โดยจำเลยทั้ง 6 คนให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2558 เห็นว่า จำเลยทั้งหกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 การกระทำของจำเลยผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ จำคุกคนละ 3 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาวันที่ 24 ก.ค. 2560 แก้เป็นจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จำเลยได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกา ยกเว้นนายสนธิซึ่งถูกคุมขังในคดีทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ต่อมาจำเลยทั้งหกยื่นฎีกา โดยในวันนี้ ศาลได้เบิกตัว นายสนธิ จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำกลางคลองเปรม ส่วน พล.ต.จำลอง, นายพิภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส เดินทางมาศาล โดยมีผู้สนับสนุนและญาติเดินทางมาให้กำลังใจเต็มห้องพิจารณาคดี
ศาลพิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งหกแล้วเห็นว่า ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามที่จำเลยอ้าง เพราะพฤติการณ์ของจำเลยและผู้ชุมนุมได้ปีนรั้วเข้าทำเนียบรัฐบาลที่ล็อกไว้ และอยู่ต่อเนื่อง ทำลายทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหกฐานร่วมกันบุกรุกทำให้เสียทรัพย์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังไม่ขึ้น 
ส่วนที่จำเลยทั้งหกฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่าเมื่อการกระทำของจำเลยทั้งหกและพวก ได้บุกเข้าทำเนียบซึ่งแม้เป็นสาธารณสมบัติ แต่ก็เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์รวมหน่วยงานราชการหลายแห่ง มีการทำลายทรัพย์สินหลายรายการ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งหกเป็นเวลา 8 เดือน ไม่รอลงอาญานั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัว พล.ต.จำลอง, นายพิภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์, นายสุริยะใส ซึ่งเคยได้รับการประกันตัว ไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไปเช่นเดียวกับนายสนธิ.

'บิ๊กแดง'ยอมรับหากทษช.ถูกยุบ คาดการณ์ว่าจะมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรง


13ก.พ.62-  พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเป็นนายกรัฐมนตรีว่า มีพระราชโองการออกมาแล้ว ตนไม่อยากพูดอะไรอีก ซึ่งต้องยกไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม 
"ในเมื่อมีพระราชโองการออกมาแล้วก็ขอให้น้อมนำไปปฏิบัติ"

เมื่อถามว่าหากมียุบพรรคไทยรักษาชาติ จะดูแลสถานการณ์อย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มความเคลื่อนไหวของคนหัวรุนแรง ผบ.ทบ.ตอบว่า เป็นการคาดการณ์กันว่าผลจะเป็นแบบนั้น ซึ่งทุกอย่างมีกระบวนการและระเบียบการปฏิบัติอยู่แล้ว ต้องให้เป็นเรื่องของทางการเมือง ตนคงไปพูดอะไรไม่ได้ หากพูดไปก็จะนำไปโยงเป็นเรื่องการเมืองอีก ตนถึงย้ำว่าเราต้องวางตัวเป็นกลาง
“ในสิ่งที่พูดวันนี้ ผมยังยืนยันในความเป็นกลางอยู่ กกต.ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ผมไม่สามารถไปพูดอะไรกับกกตงได้ และทุกวันนี้ผมก็ยังไม่อยากพูดกับใคร ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน หน้าที่ใครทำอะไรก็ทำไป และสุดท้ายหากมีการล้ำเส้นกันจะทำอย่างไรนั้น ผมคิดว่าขณะนี้ยังไม่มี และถ้ามีก็ค่อยคิดกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรก็ต่อไป แต่เชื่อว่าคงไม่มี เพราะทุกวันนี้คนมองไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้เป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องของการเลือกตั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่มีเหตุการณ์อะไร”
ถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการปลอมราชกิจจานุเบกษา พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า มีคนทำเพื่อสร้างสถานการณ์ เพราะฉะนั้นการรับข้อมูลจากโซเชียลมีเดียต้องใช้วิจารณญาณ ทั้งนี้ได้ให้ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก (ศซบ.ทบ.)ติดตาม ซึ่งคงจะมีคนคิดอะไรแปลกๆ และไปดำเนินการ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่กำลังหาตัวอยู่และคิดว่าน่าจะได้ตัวแล้วกับขบวนการที่พยายามสร้างความสับสนให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวสาร ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเอกสารปลอมดังกล่าวเผยแพร่มาจากต่างประเทศนั้นตนไม่ทราบ 

ใช้ ม.93 ไม่รอไต่สวน ชงยุบพรรคไทยรักษาชาติ ส่งศาลรัฐธรรมนูญฟั


กกต.ถกเครียดทั้งวัน พรรคสู้-ขอทวงสิทธิ ยื่นเท็จจริงก่อนมีมติ ‘จอดำ’วอยซ์ทีวี15วัน! ผู้บริหารลั่นฟ้องศาล

กกต.ถกเครียดตั้งแท่นยุบ ทษช. ตกบ่ายข่าวสะพัดนายทะเบียนพรรคการเมืองใช้ทางลัด ม.93 ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบทิ้งไม่รอตั้งกรรมการไต่สวน “อิทธิพร” แจงผ่านไลน์ยังไม่เสร็จเบรกสื่อรอฟังจากปากหรือเลขาฯ กกต.แถลงข่าว ตกค่ำร่อนเอกสารข่าวชี้อยู่ระหว่างพิจารณายังไม่จบ “ปรีชาพล” พร้อมพวกยิ้มสู้เข้าพรรคส่งข้อเท็จจริงให้ 7 เสือก่อนลงมติ “อ๋อย” ลั่นอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ประกาศสู้จนคนสุดท้าย ทษช.จับตาส่อขยายผลลามถึง “เพื่อไทย” หรือไม่ องค์กรชาวพุทธฯยื่นสอบยุบพรรคของ “ไพบูลย์” นำพุทธศาสนามาหาเสียง ขัด รธน. ม.67 และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ม.14 “บิ๊กตู่” จวกไม่มีสาระ “เรืองไกร” ร้องสอบ ฝากประชาชน เสพข่าวอย่างมีสติ อะไรจบแล้วอย่าปลุกขัดแย้งอีก กสทช.แบนวอยซ์ทีวีจอดำ 15 วันชี้นำเสนอข่าวยั่วยุ ปลุกปั่นผิดซ้ำซาก ผู้บริหารดิ้นสู้ฟ้องศาลปกครอง

ทุกฝ่ายรอฟังมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ชัดเจนหลังการประชุมพิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอบัญชีนายกรัฐมนตรีขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 เพื่อนำส่งเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ขณะเดียวกัน ก็มีการจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการขยายผลลุกลามไปถึงพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่

กกต.เเจงดึงคนนอกร่วมไต่สวน ทษช.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ เพื่อเตรียมการจัดการเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่จาก 77 จังหวัด เข้าร่วมรับฟังแนวทางเรื่องการเบิกจ่าย และใช้งบประมาณ จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีพรรคไทยรักษาชาติเสนอชื่อนายกฯว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 11 ก.พ.มีการพูดคุยเรื่องนี้ในประเด็นข้อกฎหมายอยู่บ้าง แต่ตนไม่ได้เข้าประชุม เพราะติดภารกิจ ทราบแต่เพียงว่าประธาน กกต.จะเป็นคนให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า จะมีการตั้งคนนอกร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าทราบจากข่าวคงต้องขอการประชุม กกต.ก่อน แต่แนวทางเดิมเคยมีการตั้งคนนอกมาร่วมและ กกต.จะเป็นผู้เสนอรายชื่อผู้มาทำหน้าที่กรรมการไต่สวน ในขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง เมื่อมีการร้องเข้ามาจะสอบสวนเบื้องต้นว่าคำร้องมีมูลดำเนินการได้หรือไม่ หากมีมูลจะเสนอ กกต.ตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อสอบสวน ซึ่งใช้คนนอกเข้ามาร่วมได้

ด้านนายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ยอมรับว่าในการประชุม กกต.วันที่ 12 ก.พ.จะมีการพิจารณาเรื่องตั้งคณะกรรมการไต่สวนดังกล่าว

สะพัดมติ กกต.ส่งศาล รธน.ยุบ ทษช.ทันที

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะกรรมการ กกต. โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เป็นประธาน เพื่อพิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอบัญชีนายกฯ ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 โดยที่ประชุมใช้เวลาประชุมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลา 15.00 น.ได้มีกระแสข่าวอ้างแหล่งข่าว กกต.เผยแพร่สะพัดไปทั่วตามสื่อทุกแขนงว่า กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติแล้วโดยเลขาธิการ กกต.ใช้มาตรา 93 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้เลย จะส่งเรื่องไปทันที

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอความชัดเจน จากทั้งประธาน กกต.และเลขาธิการ กกต. แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย รวมทั้งมีกระแสข่าวว่าสำนักงาน กกต.ประสานไปยังสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้รอรับคำร้องดังกล่าวที่จะไปยื่นในช่วงเย็น แต่กระทั่งเวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งผู้สื่อข่าวที่ไปรอทำข่าวว่า เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงาน กกต.แล้วได้รับแจ้งว่ายังจะไม่มีการยื่นคำร้องอะไรในวันที่ 12 ก.พ.

ปธ.กกต.เบรกสื่อให้รอฟังจากปาก

เวลา 17.20 น.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ชี้แจงผ่านไลน์มายังผู้สื่อข่าวประจำ กกต.ว่า “ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ”

แถลงด่วนพิจารณายังไม่เสร็จ

ต่อมาเวลา 19.00 น. สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาของ กกต. กรณียุบพรรคการเมืองระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อบางฉบับว่ามติ กกต.สั่งยุบพรรคไทยรักษาชาตินั้น สำนักงาน กกต.ขอเรียนว่า ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกต.และเมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณาแล้ว กกต.จะแถลงข่าวให้รับทราบต่อไป

องค์กรพุทธฯร้องฟัน “ไพบูลย์”

บ่ายวันเดียวกัน นายเอกภพ เหล่าลาภะ เลขาธิการศูนย์ประสานงานองค์กรชาวพุทธแห่งชาติ ได้เดินทางมายังสำนักงาน กกต. เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กกต. ขอให้ตรวจสอบนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กรณีใช้คำว่า “น้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาทุกข์ร้อนให้กับประชาชน คือ งานของพรรคประชาชนปฏิรูป” การระบุคำว่าพระพุทธเจ้าสื่อความหมายได้ว่าเป็นการนำเอาพระพุทธศาสนามาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง

ชงยุบพรรคขัด รธน.ม.67–ม.14 ก.ม.ลูก

“กรณีนี้อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ที่กำหนดป้องกันไม่ให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 14 เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ดังนั้นเพื่อระงับยับยั้งป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ ผมและเครือข่ายขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคประชาชนปฏิรูปว่ากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจริง ขอให้ตัดสิทธิทางการเมืองและส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค” นายเอกภพกล่าว

ตร.บุกตรวจโต๊ะหมู่ที่ทำการ ทษช.

อีกด้าน เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถึงความเคลื่อนไหวของพรรค ทษช.ว่า พ.ต.ต.มงคล ทองเนื้อห้า สารวัตรป้องกันการปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ปริญญา เหลืออุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ให้เดินทางมายังพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อมาตรวจสอบความเรียบร้อย ภายหลังนายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความว่าจะมีการแก้ไขการตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ ที่มีความผิดพลาด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น โดย พ.ต.ต.มงคลกล่าวว่า วันนี้มาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในห้องที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เป็นเหตุให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากโลกโซเชียลว่าเป็นการตั้งไม่ถูกต้อง โฆษกพรรคแจ้งว่าเป็นการจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาและปรับปรุงสถานที่ของพรรค จึงได้เดินทางมาตรวจว่ามีการปรับปรุงหรือไม่ เบื้องต้น พบว่าพรรคไทยรักษาชาติได้เคลื่อนย้ายโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ออกจากห้องแถลงข่าวแล้ว พร้อมปรับปรุงแก้ไขสถานที่ตั้งให้เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ห้องล็อก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้

“สุธรรม” ให้ใจเย็นมืดมิดยังมีแสงสว่าง

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสุธรรม แสงประทุม สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้เดินทางมาที่พรรค ระบุว่า ต้องการให้กำลังใจกรรมการบริหาร พรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่อาจไม่มีประสบการณ์ทำงาน การเมืองในไทย พวกตนผ่านงานการเมืองทั้งในและนอกสภาฯ ต้องติดคุกติดตะรางมาแล้ว โบราณมีคำกล่าวว่าไฟฟ้าดับ อย่าเพิ่งรีบวิ่ง ไม่อย่างนั้นจะชนโต๊ะและเหยียบกันตาย รออีก 2 นาทีเราจะเห็น แสงรำไร เพราะความมืดมีแสงสว่างอยู่ วันนี้มืดไม่มืดมิด ไฟดวงนิดยังมีแสง ขอเพียงลมพัดมาแรง ถ้ามอดแดงก็จะลาม ทุกคนใน ทษช.ต้องใจเย็น มีสมาธิและมองให้เห็นแสงสว่างให้ได้ วันนี้ ทษช.ยังเป็นพรรคที่ถูกต้องตามกฎหมาย กระบวนการยุบพรรคต้องใช้เวลา พรรคพลังประชารัฐก็ถูกกล่าวหายังไม่ตกใจ ของเรายังไม่มีข้อกล่าวหา หากมีต้องต่อสู้กันไป ยืนยันว่า ทษช.จะเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการเลือกตั้ง จากการลงพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ประชาชนให้การต้อนรับอยากให้ช่วยแก้ปัญหา

“ปรีชาพล” ยิ้มแย้มโผล่เข้าพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 13.10 น. ที่พรรคไทยรักษาชาติ กรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา รองเลขาธิการพรรค น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค รวมตัวนั่งรถยนต์มาคันเดียวกันเดินทางมาเข้าที่ทำการพรรค ทั้งหมดต่างยิ้มแย้มทักทายพร้อมยกมือไหว้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวที่พรรคจำนวนมาก ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกตั้งแต่ตั้งพรรคไทยรักษาชาติไปยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯต่อ กกต. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ท่ามกลางกระแสข่าวว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมตัวไปสอบสวน

ตั้งหลักเดินหน้าลุยเลือกตั้งต่อ

โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ก่อนอื่นพวกเราขอเรียนว่า พวกเรากรรมการบริหารพรรค รวมถึงสมาชิกพรรค ทษช. ขอน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์ทุกพระองค์ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวพร้อมยกมือไหว้ถวายบังคมเหนือศีรษะ แล้วกล่าวอีกว่า หลังจาก กกต.มีมติเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ไม่ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรค ทษช. เป็นที่ยุติไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะเราได้แถลงน้อมรับพระราชโองการไปเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปต้องเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งหาเสียง วันนี้มาเพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค วางแผนกำหนดท่าทีเดินหน้ากิจกรรมของพรรค ในฐานะพรรคการเมืองมีภาระหน้าที่สำคัญต่อประชาชนและสมาชิกของพรรค ผู้สมัครของพรรค การทำงานการเมืองไม่สามารถหยุดนิ่งได้เราจึงต้องเดินหน้า เพื่อไปสื่อสารนโยบาย และขออาสารับใช้ประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ขอเรียนว่าพวกเราทุกคนดำเนินการทุกอย่างไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจดีที่อยากเห็นบ้านเมืองไปในทิศทางที่ดี และมีอนาคตที่ดีให้กับประชาชน โดยพรรคจะเริ่มลงพื้นที่หาเสียงเร็วที่สุด

ไม่หวั่นยุบพรรคทำทุกอย่างตาม ก.ม.

เมื่อถามถึงข้อกังวลกรณียุบพรรค ทษช. ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ความจริงแล้วไม่กังวล เพราะเราทำตามระเบียบขั้นตอน ข้อบังคับและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ผู้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบคือ กกต.ถ้าเห็นว่าอะไรเป็นที่น่าสงสัย พวกเราพร้อมจะสู้ตามกระบวนการตรวจสอบ ส่วนกรรมการบริหารพรรคที่ลาออกเท่าที่ทราบเป็นปัญหาส่วนตัวและปัญหาครอบครัวของท่าน เราเดินเป็นองค์กร วันนี้ เราและสมาชิกพรรคยังมีกำลังใจและความพร้อมเต็มที่ที่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เพื่อเป็นความหวังให้ประชาชน เมื่อถามว่ามีเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารพรรคลาออก เหตุใดเป็นเหตุผลที่ทำให้เดินหน้าทำงานต่อ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า เราตั้งใจดี ปรารถนาดี เชื่อว่าคนไทยทุกคนรักประเทศ เราคิดว่านี่คือทางออกของประเทศ แต่เมื่อมีพระราชโองการลงมาพวกเราทุกคนต้องน้อมรับ เพราะเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพวกเราคือ สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์

นัด 13 ก.พ. กำหนดแนวหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคไทยรักษาชาติได้หารือร่วมกัน โดยนัดหมายประชุมกรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในวันที่ 13 ก.พ. เวลา 10.30 น. เตรียมความพร้อมการดำเนินกิจกรรมหาเสียงจากนี้ต่อไป โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคจะเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ แกนนำพรรค ทษช.บางคนยังจับตามองด้วยว่านอกจากการยุบพรรค ทษช.แล้วจะมีความพยายามขยายผลไปถึงพรรคเพื่อไทย ที่ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันและมีการฮั้วกันในการส่งผู้สมัคร ส.ส.ด้วยหรือไม่

ใช้สิทธิยื่นข้อเท็จจริงก่อน กกต.ลงมติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายหลังมีกระแสข่าว กกต.ยื่นเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช. บรรดาแกนนำพรรคและฝ่ายกฎหมายของพรรคทษช. ทยอยเดินทางเข้าพรรคมาอย่างหนาตา อาทิ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายพิชิต ชื่นบาน นายวิญญัติ ชาติมนตรี คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค กระทั่งมีกระแสข่าวยืนยันอีกครั้งว่าที่ประชุม กกต.ยังไม่ได้มีมติอย่างเป็นทางการออกมา คณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคต่างสงวนท่าที ไม่ยอมชี้แจงรายละเอียดใดๆ กระทั่งเวลา 19.00 น. นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติเปิดเผยว่า สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติติดตามสถานการณ์จาก กกต.จนถึงเวลานี้ ยังไม่มีการแถลงจาก กกต. ดังนั้นวันที่ 13 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคจะไปยื่นหนังสือขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ชี้แจงแสดงเหตุผลข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมายและใช้สิทธิในการอ้างพยานหลักฐานต่อ กกต.

เรียกหารือ คกก. 3 ชุดสรุปท่าที

นายพงศ์เกษมกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน เวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.พ. พรรคได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหา คณะ กรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ประสานไปยัง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนกระแสข่าวจากฝั่ง กกต.ที่แพร่สะพัดออกมาขอยังไม่ให้รายละเอียดใดๆรอให้ กกต.เคาะออกมาจริงๆ ก่อน เข้าใจว่า กกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ เมื่อถามว่า พรรคหวังจะให้ผู้ถูกอ้างอิงไปเป็นพยานหรือไม่ นายพงษ์เกษมกล่าวว่าขอให้ฝ่ายกฎหมายตอบดีกว่า

“อ๋อย” ลั่นอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

ช่วงเช้า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ทวิตเตอร์ข้อความว่า “ผมไม่ได้ไปร่วมในเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. และ ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์วันนั้น มาเห็นข่าวเพื่อนนักการเมืองพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า “ยิ่งกว่ามีความสุข” แล้ว ผมไม่สบายใจเลย ไม่สบายใจจริงๆครับ” พร้อมกันนี้ยังได้ตอบผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ ว่า เด็กรุ่นใหม่เชื่อมั่นในตัวและอุดมการณ์นายจาตุรนต์ ขอให้ยืนหยัดกับพวกเราต่อไปว่า “อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ยังเข้มแข็งและยืนหยัด ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน กำลังคิดว่าควรทำอะไรอย่างไร จึงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ” ต่อมาเวลา 13.00 น. นายจาตุรนต์ ทวีตข้อความอีกครั้งว่า “รู้สึกวาทกรรมเห็บกระโดด ตอนหมาจะตายทำท่าจะฮิต อยากจะบอกแบบสบายๆว่า ผมไม่คิดว่า ทษช.จะถูกยุบง่ายๆ แต่ถ้าถูกยุบจริงๆ ผมจะอยู่จนถึงวันยุบเป็นคนสุดท้าย เหมือนที่เคยทำมาแล้วที่ไทยรักไทยครับ เห็บกระโดดที่ไหนกัน”

“อุตตม” ซิ่งตุ๊กๆเปิดนโยบาย กทม.

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สวนเบญจสิริ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขับรถตุ๊กๆไฟฟ้า มาพร้อมกับนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคที่ขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้านำขบวนคณะพร้อมผู้สมัคร ส.ส. กทม.มาเปิดนโยบายสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร “ทำจริง ทำได้ ทำทันที” นายอุตตมแถลงว่า นโยบายพรรคพลังประชารัฐทำได้ทันที ไม่ลังเลและทำได้จริง ไม่ว่าเพิ่ม 50 สวน 50 เขต ให้ปอดสะอาด ลาขาดฝุ่น รณรงค์ให้รถขนส่งสาธารณะเป็นรถไฟฟ้า หรือ EV ให้หมดเพื่อลดมลพิษ นโยบายพักกรุงเทพฯ 5/2 คือ ก่อสร้าง 5 วัน หยุด 2 วัน ให้ กทม.เป็นหนึ่งในมหานครแนวหน้าที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และนโยบายรถเก่าแลกรถไฟฟ้าใหม่รับส่วนลดทันที 1 แสนบาท

ด้านนายพุทธิพงษ์กล่าวว่า พรรคได้ตั้ง ครม. กทม.ของพรรค เพื่อเปิดนโยบายให้คน กทม.ทุกวันอังคาร ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

ไม่สน “เรืองไกร” ยื่นสอบ “บิ๊กตู่”

นายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องต่อกกต. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. บัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล ฝ่ายกฎหมายพรรคดูแลเรื่องนี้ ไม่มีอะไรขัดระเบียบและกฎหมาย ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ฐานะของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ไม่มีประเด็น ส่วนแนวทางที่นายกฯจะมาช่วยหาเสียงนอกเวลาราชการ ผู้เกี่ยวข้องกำลังหารืออยู่ แต่ยืนยันจะทำตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าได้เปรียบเสียเปรียบ ขณะที่ปัญหาการเสนอชื่อนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติ เรื่องที่เกิดกับพรรคอื่นไม่ขอให้ความเห็น ขอทำงานต่อไปไม่วอกแวก ส่วนกรณีที่หลายพรรคกังวลว่าจะมีการรัฐประหารและจับดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดช่วงสัปดาห์นี้ ยังเชื่อมั่นว่ากระบวนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยยังดำเนินไป การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.แน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่คนไทยอยากเห็นไม่ใช่บรรยากาศการทำลายล้างหรือความขัดแย้ง

“สุวิทย์” ปลุกเลือก “บิ๊กตู่” ขจัดวงจรนอมินี

เมื่อเวลา 13.30 น. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “เลือก พล.อ.ประยุทธ์ หยุดการเมืองนอมินี” ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นว่าที่นายกฯคนใหม่ เพื่อหยุดยั้งวงจรการเมืองนอมินี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอดีต ผบ.ทบ. เป็นนายกฯตัวจริงเสียงจริง มีภาวะ ผู้นำสูง ตัดสินใจบริหารราชการเพื่อประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องรับใช้ใครที่อยู่หลังฉากจากแดนไกล สถานการณ์การเมืองล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความเลวร้ายของการเมืองระบบนอมินี ที่จะทำลายระบบการเมืองไทย สร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ ขอเรียกร้องให้คนไทยผู้รักชาติ ช่วยกันหยุดระบบนอมินีให้หมดจากประเทศไทย ขอให้เชื่อใจไว้ใจ มั่นใจเลือกพรรคพลังประชารัฐ เลือก พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯขจัดระบบนอมินีให้สิ้นด้วยกัน

เพื่อชาติไล่ทหารกลับเข้ากรมกอง

นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการรัฐประหารซ้อนว่า 5 ปีที่ผ่านมาประชาชนเข็ดขยาดการรัฐประหาร อยากเลือกตั้งเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยเร็ว พอมีกระแสข่าวรถถังจำนวนมากเคลื่อนตัวจึงกลัวเจอแบบที่ผ่านมาอีก แม้จะชี้แจงว่าเป็นการฝึกแต่ทำให้เกิดกระแสรัฐประหารหนักกว่าครั้งอื่นกลัวจะไม่ได้เลือกตั้ง จึงขอเตือนกองทัพขอให้พวกท่านเตรียมตัวกลับสู่กรมกองโดยไว วันเลือกตั้งใกล้มาถึงหวังว่าเราจะได้เลือกตั้งกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซง และได้ รัฐบาลใหม่มาจากประชาชนเป็นมืออาชีพเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ หวังว่ามือสมัครเล่นจะยอมละวางมือ ยอมรับขั้นตอนตามระบอบประชาธิปไตย ปล่อยให้คนที่มาจากประชาชนทำงานลบล้างผลพวง จากการรัฐประหารให้หมดสิ้น ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ลาออกจากหัวหน้า คสช. เนื่องจากใช้มาตรา 44 ได้จนถึงมีรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้เป็นผู้แข่งขันคนเดียวที่มีอำนาจเหนือกรรมการคือ กกต.

“มาร์ค” จิกมาตรฐาน พปชร.เอาทุกเม็ด

เมื่อเวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดลุงเพิ่ม (หลังการบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต) ช่วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 6 หาเสียง จากนั้นช่วงเย็น นายอภิสิทธิ์ไปลงพื้นที่ตลาดสำโรง ตลาดราชาและตลาดปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อช่วยหาเสียงให้นายกวีฉัฏฐ ศีลปพิพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 และ น.ส. สรชา วีรชาติวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมหาเสียงว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่เกิดความขัดแย้ง อะไรอยู่ในกรอบควรปฏิบัติจะได้ไม่มีปัญหา เรื่องใหญ่ทำอย่างไรให้คนมั่นใจจะไม่ใช้อำนาจแทรกแซงการเลือกตั้ง อยู่ที่นายกฯจะแสดงออกมาว่าจะใช้วิธีไหนเพราะมาตรฐานของ พปชร.ดูเหมือนว่าหากอะไรที่กฎหมายไม่ห้ามก็จะทำ ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่หวั่นไหว มั่นใจว่าเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่จะมาทำอะไร เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง

ชทพ.ขอแบ่งแต้มหนองคาย–บึงกาฬ

ที่ จ.หนองคาย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ นายนิกร จำนง ผอ.พรรค ชาติไทยพัฒนา เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และเดินทางมากราบสักการะหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระคู่บ้านคู่เมืองของ จ.หนองคาย ก่อน นำทีมผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขต แนะนำตัวขอคะแนนจากประชาชนในตลาดแจ้งสว่าง ต.หนองกอมเกาะ และตลาดอินโดจีน จากนั้นเดินทางต่อไป จ.บึงกาฬ เข้าสักการะเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด พบปะประชาชนในตลาดสดเทศบาลบึงกาฬ ก่อนเปิดเวทีปราศรัย โดย น.ส.กัญจนากล่าวตอนหนึ่งว่า ถึงเป็นผู้หญิงก็ใจสู้ พร้อมนำพาพรรคชาติไทยพัฒนาสู้ศึกเลือกตั้ง หากได้ผู้แทนใน จ.บึงกาฬ จะมาพบ อีกครั้ง เพื่อนำปัญหาทั้งเรื่องราคาข้าวและยางพาราที่ต้นทุนสูง ปัญหาหนี้สินกลับไปแก้ให้ได้

นายกฯชวนทำบุญเพื่อสังคมสงบ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นาย วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะมาประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 15-20 ก.พ. ณ พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และทุกวัดทั่วราชอาณาจักร รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการศึกษาศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ นายกฯได้หยอกล้อเล่นกับผู้แต่งกายเป็น “โต” สัตว์ในป่าหิมพานต์ในวรรณคดี มีตัวเหมือนสิงโตหัวเหมือนกวางในร่างเดียว ตามความเชื่อและศิลปะการฟ้อนรำของชาวไทใหญ่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่โตไปสถานที่ใดที่นั้นจะเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ พร้อมพูดกับเด็กๆที่ร่วมกิจกรรมว่าอยากให้ทำบุญตั้งแต่เด็กๆ ลด ละ เลิก อบายมุข และหันมาหยอกนักข่าวว่าตรงกันข้ามกับผู้ใหญ่ตรงหน้า ไม่ค่อยทำบุญ การทำบุญคือการทำให้สังคมสงบเรียบร้อย

เตือนคนไทยเสพข่าวอย่างมีสติ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังการประชุม ครม.ว่า ช่วงนี้ที่มีการปล่อยข่าวเท็จและข่าวลือจำนวนมาก ขอทุกฝ่ายอย่าไปหลงเชื่อทันที คิดถึงความถูกต้องและประเทศชาติให้มากขึ้น มีสติรับรู้ข่าวสาร เพราะการบิดเบือนทำประเทศเสียหาย สื่อขอความกรุณาเผยแพร่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ว่าวันนี้รัฐบาลได้แก้ปัญหาไปแล้วอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเกิดหลักคิดที่ถูกต้อง มีเหตุผลในการเลือกตั้ง มากกว่าการเลือกตั้งแบบเดิมๆ จากความใกล้ชิดส่วนตัว มองประเด็นใหญ่ๆด้วย เมื่อได้ ส.ส.ได้รัฐบาลที่ดีมา มีธรรมาภิบาลจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำปัญหาที่ทุกคนอยากให้แก้มาดำเนินการเป็นขั้นตอน ไม่ใช่ทำนี่มากเกินไป ทำนั่นน้อยเกินไป

คำท้าดีเบตขอดู ก.ม.รอบคอบก่อน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรณีหลังพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกฯบัญชีพรรค ทำให้กลายเป็นตัวเต็งนายกฯคนต่อไป ไม่รู้สึกกดดันอะไร ทุกวันนี้ยังทำงานเต็มที่ฐานะนายกฯและหัวหน้าคสช.เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของพรรคดำเนินการ นับจากนี้ต้องระมัดระวังการวางตัวให้มากที่สุด ปฏิบัติทุกอย่างตามกฎหมาย กกต.และกฎหมายอื่น กิจกรรมต่างๆของรัฐบาลดำเนินการต่อไป อย่านำไปเป็นประเด็นทางการเมืองคนละเรื่องกัน การเลือกตั้งเป็นเรื่องอนาคต ส่วนที่ประชาชนอยากเห็นตนร่วมหาเสียงนั้นพบตนได้ทุกช่องทางอยู่แล้ว ทำงานทุกวัน ส่วนเสียงเรียกร้องอยากเห็นตนร่วมดีเบตกับแคนดิเดตนายกฯพรรคอื่น การดีเบตเป็นเรื่องของพรรค การเมือง กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนทำได้หรือไม่ ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน ขอฝากข้อคิดการดีเบตอย่าเชื่อหรือฟังคนที่พูดเก่งอย่างเดียวแต่ความจริงกลับปฏิบัติไม่ได้ พูดให้นั่นให้นี่ดูตัวเลขด้วย ทำได้หรือไม่ภาษีทั้งนั้น ตนไม่ได้เข้าข้างใคร

ฝาก ปชช.อะไรจบแล้วอย่าปลุกอีก

เมื่อถามว่า เหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. ควรมีผู้รับผิดชอบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีความคิดเห็น เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คนไทยทุกคนต้องระลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่าน ทรงให้แนวทางลงมายังรัฐบาล พระราชทานพระราโชบาย มาว่า รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีความสุขมีทางออก มีทางเลือก ทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น การแก้ปัญหาสังคมต้องสร้างระเบียบวินัยคนในชาติ เคารพกฎหมาย คำนึงถึงชาติพันธุ์ ร่วมโครงการจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ตนมอบนโยบายให้นำโครงการนี้ไปขับเคลื่อนให้ได้มากที่สุด ฝากถึงประชาชนอะไรที่จบแล้ว ขอให้จบกันไป อย่าให้มีปัญหาต่อไปอีกเลย แต่วันนี้ยังมีคนโพสต์เรื่องต่างๆในโซเชียล เราต้องลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด ฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกสำนักด้วย นักการเมือง พรรคการเมืองทุกพรรคต้องปรับตัว ตนไม่ได้บอกว่าใครทำดีทำเลว แต่ต้องปรับตัวเพื่อให้ประเทศเดินหน้า วันนี้ขอร้องคนทั้งประเทศแม้มีเลือกตั้ง แต่ประเทศชาติต้องปลอดภัย ประชาชนมีความสุข

ซัดไม่มีสาระ “เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ยุติจัดรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ชั่วคราว เพื่อไม่เอาเปรียบทางการเมืองว่าเนื้อหารายการเกี่ยวกับการบริหารราชการ ไม่มีพูดถึงการเมือง หรือหาเสียงให้ใครเลย ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย จำเป็นต้องให้ประชาชนได้เรียนรู้ รับรู้ปัญหาต่างๆ รัฐบาลแก้ไขกันอย่างไร วิธีการที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร 4 ปีที่ผ่านมา บางเรื่องใช้เวลาถึง 4 ปีแก้ปัญหา ไม่ได้แก้ด้วยคำพูด เมื่อถามว่า นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ร้อง กกต.ให้ตรวจสอบคุณสมบัติในฐานะแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ตอบระหว่างเดินออกจากวงสัมภาษณ์ว่า “ไม่มีสาระ”

“บิ๊กป้อม” ส่ายหน้าข่าว รบ.แห่งชาติ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปีเดือน เม.ย.ว่า “ยังๆ ยังไม่เสร็จ ยังพอมีเวลา” เมื่อถามถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประวิตรตอบเพียงว่า ไม่รู้ พร้อมส่ายหน้า และขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

ตำรวจล่ามือปล่อยข่าวปลด ผบ.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการปลอมแปลงเอกสารสั่งย้าย ผบ.เหล่าทัพว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้สืบสวนติดตามออกหมายจับภายใน 7 วัน ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นฝีมือคนที่อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ แต่เชื่อเป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดี ส่วนกระแสข่าวลือตำรวจสันติบาลควบคุมแกนนำคนสำคัญของพรรค ทษช. เรื่องนี้ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.สราวุฒิ การพาณิชย์ ผบช.ส. ว่า ไม่ได้มีคำสั่งควบคุมตัวแต่อย่างใด ส่วนการเข้าไปตรวจสอบที่ทำการพรรค ทษช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ ออกคำสั่ง น่าเป็นเรื่องของตำรวจในพื้นที่หรือเป็น เรื่องเฉพาะหน้า

ย้ำมือโพสต์แชร์มั่วเจอคุก

พ.ต.ท.เนติ วงศ์กุหลาบ รอง ผกก.4 บก.ป.ช่วยราชการ กก.สนับสนุน บก.ป. โพสต์ข้อความในเพจกองปราบปรามเตือนนักโพสต์และแชร์ตามกระแสการเมืองในโลกโซเชียลระบุว่า การเลือกตั้งขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ ทำให้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มพยายามสร้างความปั่นป่วนให้สังคม เพื่อผลประโยชน์ของบางกลุ่ม นำข้อมูลบิดเบือนมาเผยแพร่จนประชาชนสับสนหรือเข้าใจผิด มีการแชร์ข้อมูลผิดๆออกสู่สังคมวงกว้าง การนำข้อมูลปลอมข่าวปลอม ไม่ว่าปลอมทั้งหมดหรือแค่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การแชร์หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ ล้วนมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่สามารถยอมความได้ หากส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากส่งผลต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการหมิ่น ประมาท หรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กสทช.สั่งวอยซ์ทีวีจอดำ 15 วัน

วันเดียวกัน พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.มีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลช่อง 21 บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 -27 ก.พ. เนื่องจากนำเสนอรายการข่าวหลายรายการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างความแตกแยก จึงห้ามมิให้ออกอากาศตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557 เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของ คสช.และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ทั้งยังขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือกระทำลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

ผิดซ้ำซากเตือนแล้วไม่ปรับปรุง

พล.ท.พีระพงษ์กล่าวว่า วอยซ์ทีวีไม่ได้ทำผิดครั้งแรก กสทช.เรียกมาตักเตือนหลายครั้ง และเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 2560 ยังกระทำผิดอีกหลายครั้ง ครั้งนี้จำเป็นต้องสั่งพักใบอนุญาต กสทช.พิจารณาด้วยความเป็นกลางตามกฎหมายทุกประกาศ ไม่มีใครสั่งไม่มีใครมีอิทธิพลต่อการตัดสินของ กสทช. เพราะพิจารณาผ่านคณะอนุกรรมการถึง 2 ชุด นำเสนอบอร์ด กสทช.ตัดสิน หลายช่องถูกตักเตือนได้ปรับปรุงรายการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่วอยซ์ทีวีมีความผิดสะสม ไม่ปรับปรุงทำให้ต้องมีมติให้จอดำ 15 วัน

พท.อัดผู้มีอำนาจกดทับสื่อ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี กสทช.สั่งระงับวอยซ์ทีวีออกอากาศ 15 วันว่า หน้าที่สื่อคือการนำเสนอความจริงทุกบริบทของสังคม ยิ่งใกล้เลือกตั้งมากเท่าไหร่ สื่อยิ่งต้องมีเสรีภาพ ผู้มีอำนาจพึงตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ การพยายามปิดบังข้อเท็จจริงเอาอำนาจมากดทับยิ่งสร้างปัญหา นอกจากจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คนในสังคมแล้ว ยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือในสายตาสังคมโลก ขอเป็นกำลังใจให้วอยซ์ทีวีและสื่อแขนงอื่นๆ ทำหน้าที่สะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้เลือกตั้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยจะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องในทุกด้าน เพื่อประกอบก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง

“เมฆินทร์” สู้ยื่นฟ้องศาล ปค.

ต่อมานายเมฆินทร์ เพชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด แถลงกรณีถูก กสทช.สั่งพักออกอากาศ 15 วันว่า เราทำหน้าที่สื่อมวลชนตามหลักวิชาชีพ มุ่งนำเสนอข้อมูลรอบด้านเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ แต่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจาก กสทช.จะเห็นได้จากถูกเรียกชี้แจงและแทรกแซงการทำงานในฐานะสื่อมวลชนมาตลอดตั้งแต่มีการยึดอำนาจปี 57 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้อำนาจกำกับวอยซ์ทีวีเป็นพิเศษ อาจตีความและบังคับใช้กฎหมายไม่เสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน การออกคำสั่งระงับการออกอากาศเข้าข่ายลุแก่อำนาจแทรกแซงการเสรีภาพของสื่อมวลชน ถึงเวลาที่ต้องปกป้องเสรีภาพและสร้างมาตรฐานการใช้อำนาจของ กสทช.ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ดังนั้นเราจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองโดยทันที


ภาพที่เห็นแย้งข่าวลือ

ฉากระทึกบีบหัวใจ กระตุกต่อมเสียวกันในที

ตามปรากฏการณ์ช่วงสายของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ต.ต.มงคล ทองเนื้อห้า สารวัตรป้องกันการปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ปริญญา เหลืออุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ให้เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ถนนแจ้งวัฒนะ

ภายหลังจากนายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียว่าจะมีการแก้ไขการตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ ที่มีความผิดพลาด

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ปมความไม่เหมาะสม

ถัดมาอีกไม่กี่ชั่วโมง ช่วงบ่ายพระเอกตามท้องเรื่องอย่าง “เสี่ยป๋อม” ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ก็โผล่มาปรากฏตัว หลังหายหน้าไปตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์

ในบทยกมือไหว้ น้อมรับพระราชโองการ

ยืนยัน จะต้องเดินหน้าสู้สนามเลือกตั้ง ลงพื้นที่หาเสียงให้เร็วที่สุด

ตามจังหวะที่นักข่าวลอบสังเกตอาการเพื่อนร่วมพรรค ทษช.สะดุ้ง ส่งสายตามองหน้ากันเป็นนัย

ซ่อนอารมณ์หวั่นไหวไว้ไม่มิด

ที่แน่ๆในสถานการณ์ที่พวกระดับเซียนก็อาศัยใช้วิชา “กำบังกาย” จับทางมวยเก๋าอย่าง “เดอะอ๋อย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ “เด้งเชือก” อ้ำๆอึ้งๆ ย้ำไม่ได้ร่วมในเหตุการณ์วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่อยู่ในสถานะพูดอะไรได้

ในจังหวะที่ “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ มือเศรษฐกิจคนดังของทีมดูไบ ก็กระโดดเกาะขบวน “เดอะอ๋อย” ออกตัวล้อฟรี ไม่ได้ไปร่วมแจม “ช็อตอันตราย” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์เหมือนกัน

ขาใหญ่ มวยเก๋า เด้งเชือก ตีกรรเชียงกันฝุ่นตลบ

โดยมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมชงให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯบัญชีพรรคขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (2)

ค่าย “ทักษิณชัวร์” เหมือนมวย “โดนนับ” ไม่อยู่ในอาการที่จะชกต่อ

ลุ้นโดนน็อก “ยุบพรรค” มากกว่าลุ้นเลือกตั้ง

โดยอาการ “เมาหมัด” ยังลามไปถึง “สาขาหลัก” อย่างพรรคเพื่อไทย ที่ต้องออกแถลงการณ์ ในนาม “สำนักเลขาธิการพรรค” ขอให้นักการเมืองและผู้สมัครของพรรคงดการแสดงความเห็นใดๆเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง รวมทั้งเรื่องของพรรคการเมืองอื่นๆ

ในทุกรูปแบบของการสื่อสาร

ทีมเอ “นายใหญ่” ก็ต้อง “ก้มหลบต่ำ” ซ่อนปลายคาง

อาการ สู้ไป ลุ้นไป เสียวไป

สถานการณ์ “ลูกผีลูกคน” ของมวยค่ายดูไบ ไม่มีเซียนพนันกล้าแทง

เปรียบเทียบกับคู่แข่งชิงแชมป์อย่างค่ายพลังประชารัฐที่คึกเหมือนมวยได้น้ำ

ตามลีลาไม่บุกผลีผลาม นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ต้องคิดหลายตลบ กับการดึง “นายกฯลุงตู่”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปช่วย “เชียร์แขก” หาเสียงนอกเวลาราชการ

แหยงเสียงโห่ฮาข้อหาเอาเปรียบ เสี่ยงเสียมากกว่าได้

แต่จุดสำคัญมันอยู่อีกด้านหนึ่ง โฟกัสไปที่จังหวะการวิ่งสู้ฟัดของ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ที่ถอยฉากดัน “ลุงตู่” โชว์เดี่ยว” ในลิสต์นายกฯพลังประชารัฐ

พร้อมๆกับปฏิบัติการใส่เกียร์ห้า ถอดทิ้ง “เกียร์ว่าง”

เดินสายไล่ขันนอตกระทรวงคมนาคม เร่งเครื่องประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ เพื่ออัดเม็ดเงินดันพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ต่อเนื่องกับก่อนหน้านี้ก็ไล่ขันนอตหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งเครื่องหนีประเทศเวียดนาม

ไล่ตรวจการบ้านกระทรวงการคลัง เร่งการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สั่งกระทรวงพาณิชย์ให้เตรียมความพร้อม ในการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกในความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

บินไปญี่ปุ่น โรดโชว์โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

“สมคิด” ในบทกัปตันทีมเศรษฐกิจ เดินสายทั้งนอกทั้งในประเทศ ขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ สร้างความมั่นใจ “นักลงทุน” กลไกสำคัญสุดในการวางพื้นฐานการพัฒนาประเทศระยะยาว

ตอกย้ำ “มุมบวก” การไปต่อของทีม “นายกฯลุงตู่” เพื่อความต่อเนื่อง

เรื่องของเรื่อง เทียบน้ำหนักกับข่าวลือปฏิวัติ กระแสล้มกระดานเลือกตั้ง ที่สวนทางโดยสิ้นเชิงกับจังหวะทีมหนุน “ลุงตู่” กำลังเร่งโกยแต้มที่ “ทักษิณ” ทำหล่นจากเซอร์ไพรส์ใหญ่

ได้เหลี่ยมขี่คอทีมดูไบที่พลาดล้มหัวคะมำ

ถ้าอำนาจคุมเกมอยู่กับผู้นำ คสช. ไม่เลือกตั้ง 24 มีนาคม ก็เมาแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แผนสู้ทษช.

มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แต่กระนั้นจนถึงช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ. ก็ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจาก กกต. ท่ามกลางการวิเคราะห์ทางการเมือง
    มีโอกาสที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรค ทษช.ค่อนข้างสูง!!!
    สำหรับเรื่องดังกล่าว กกต.ได้มีการพิจารณาคำร้องว่า การที่กรรมการบริหารพรรค ทษช.มีมติเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกฯ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 92 (2) หรือไม่ และต่อมามีข่าวตลอดทั้งวันที่ 12  ก.พ. ว่า กกต.ส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรค ทษช.จากกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากสำนักงาน กกต.ออกมา
    กระแสข่าวดังกล่าวที่แพร่สะพัดอย่างหนัก จนเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองตามมาตลอดทั้งวัน ทำให้ ”อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.” ต้องชี้แจงผ่านไลน์ถึงสื่อมวลชนประจำ กกต.ว่า "ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ"
    อย่างไรก็ตาม วิเคราะห์ไปในอนาคต หากสุดท้าย กกต.มีมติให้ยุบพรรค ทษช.และส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัย
    สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปในทางรูปคดีก็คือ ทางฝ่ายกฎหมายของพรรค ทษช.จะสู้คดีในชั้นศาล รธน.อย่างไร เพื่อไม่ให้ ทษช.ถูกยุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์การเมือง ตามมาตรา 92 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า “เมื่อศาล รธน.ดําเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทําการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น”
    ในทางกฎหมาย การที่มาตรา 92 วรรคท้ายดังกล่าว ไม่เขียนกำหนดเวลาไว้ว่าถูกเพิกถอนสิทธิ์กี่ปี นั่นหมายความว่า หากพรรค ทษช.ถูกยุบ และศาล รธน.ชี้ว่า กรรมการบริหารพรรค ทษช.มีความผิดด้วย ทั้งหมดต้องถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต
    ซึ่งถึงขณะนี้ต้องยอมรับว่า ในทางการเมืองและทางรูปคดี มีโอกาสที่พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร จะเจอ ”แฮตทริก” ถูกยุบพรรคเป็นพรรคที่ 3 คือ ไทยรักไทย-พลังประชาชน และไทยรักษาชาติ  
    เพียงแต่ที่ยังไม่ชัดก็คือ เงื่อนไข-กรอบเวลา ความเป็นไปได้ที่พรรค ทษช.จะถูกยุบ ว่าจะเกิดขึ้นช่วงไหน?
    เพราะหากดูตามขั้นตอน หากสุดท้าย กกต.มีมติให้ยุบพรรค ทษช.จริง แล้วส่งเรื่องไปยังศาล รธน. กระบวนการกว่าที่ศาล รธน.จะรับคำร้อง-ไต่สวนพยาน ทางศาล รธน.ก็น่าจะวินิจฉัยเสร็จหลังวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. แต่กระนั้นก็เป็นไปได้เช่นกัน ที่ศาล รธน.จะวินิจฉัยเสร็จก่อน 24 มี.ค. ที่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ทว่าพูดกันตามจริง หากออกมาแบบนี้ ก็ไม่ค่อยดูดีนัก เพราะศาล รธน.จะถูกมองว่าเร่งเครื่องเร็วผิดปกติ เหมือนกับมีธงไว้ในใจอยู่แล้ว ว่าต้องยุบ ทษช.ในช่วงก่อน 24 มี.ค.ให้ได้ เพื่อให้พรรคเครือข่าย ทษช.เสียขบวน

ประเมินแล้วจึงมีความเป็นไปได้ ที่หากสุดท้าย ทษช.ไม่รอด การยุบพรรคก็น่าจะเกิดหลัง 24 มี.ค. เพียงแต่ว่าจะเกิดตอนไหน
    โดยหากศาล รธน.สั่งยุบพรรค ทษช.ในช่วง กกต.กำลังพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ตามกฎหมาย กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 60 วันหลังเลือกตั้ง 24 มี.ค. ที่ก็คือจะเสร็จหมดในช่วงปลายเดือน พ.ค. แล้วเกิด ทษช.ถูกยุบพรรคช่วงนั้น ที่คือช่วงที่ยังไม่มีการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก โดยที่หลังเลือกตั้ง ได้เห็นตัวเลข ส.ส.ที่แต่ละพรรคได้กันเบื้องต้นแล้ว และหากพรรค ทษช.เกิดสมมุติว่าได้ ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์มาสักจำนวนหนึ่ง เช่น 20-30 คน และเตรียมรวมเสียงกับเพื่อไทยเพื่อชิงตั้งรัฐบาล แต่ระหว่างนั้นศาล รธน.เกิดยุบพรรค ทษช.ขึ้นมา ทำให้พรรค ทษช.สิ้นสภาพ
    ก็มีการระบุจากนักวิชาการว่า หากเกิดสภาพเช่นนี้ เมื่อ ทษช.สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองก่อน กกต.รับรองผลคนของ ทษช. พวกผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรค ทษช.ที่ชนะการเลือกตั้ง ก็ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ส่วนคะแนนของผู้สมัคร ทษช.ที่แพ้ในทุกเขตที่ ทษช.ส่งลงสมัคร ต้องไม่ถูกนำมาคำนวณเป็นเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ของ ทษช.
    นักวิชาการบางส่วนระบุว่า หากเป็นเช่นนี้เท่ากับเก้าอี้ ส.ส.ของ ทษช.จะหายไปทันทีในช่วงชิงการตั้งรัฐบาล
    ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ก็ทำให้แผนของทักษิณ-เพื่อไทย ในการใช้พรรค ทษช.เป็นพรรคเครือข่าย ตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เกิดสภาพรวน-เสียศูนย์ทันที แต่หากศาล รธน.ยุบพรรค ทษช.หลังเปิดสภาฯ ไปแล้ว แบบนี้ทักษิณยังพอมีเวลาแก้เกม โดยให้คนของ ทษช.ทั้งหมดที่เป็น ส.ส.ย้ายไปพรรคอื่น เช่น เพื่อไทย หากเป็นแบบหลัง ยังพอมีเวลาจัดกระบวนทัพได้ทันบ้าง
    ดังนั้นในความไม่แน่นอนดังกล่าว หากฝ่ายทักษิณไม่ชัวร์ เกรงแผนการจะพลาด ทษช.ถูกยุบในช่วงกำลังชิงตั้งรัฐบาล ก็อาจเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจใช้วิธีให้ผู้สมัคร ส.ส.เข ตทษช.-หัวคะแนน ทษช. ขอให้ประชาชนที่จะเลือก ทษช.หันไปลงคะแนนให้พรรคเครือข่ายอื่นๆ อย่าง ”พรรคเพื่อชาติ-ประชาชาติ” แทน เพื่อให้ 2 พรรคดังกล่าวมี ส.ส.ให้มากที่สุด จะได้รวมเสียงกับเพื่อไทย ชิงตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ก็เป็นไปได้. 

ยังไม่ส่งศาลรธน.ยุบทษช.

     “ทษช.” รอดไปอีกวัน “อิทธิพร” เผยที่ประชุมยังไม่สะเด็ดน้ำยุบพรรค แต่กระแสข่าวสะพัดเตรียมชงให้ศาลรัฐธรรมนูญลงดาบ “ปรีชาพล” โผล่พร้อมกรรมการบริหารพรรค ยกมือไหว้ท่วมหัวน้อมรับพระราชโองการ พร้อมลุยหาเสียงต่อ เตรียมดิ้นเฮือกสุดท้ายขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญยื่นหนังสือแจง “จาตุรนต์-คนไม่มีผม” ล้อฟรีทันควันบอกไม่ได้ร่วมเหตุการณ์ 8 ก.พ. สุธรรมแนะน้องอย่าตื่นเต้น เมื่อมีความมืดย่อมมีแสงสว่าง “อดีต กรธ.” เผยหากยุบและตัดสิทธิ์จริงยาวตลอดชีวิต
     เมื่อวันอังคาร พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ เพื่อเตรียมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป และให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการพิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ในบัญชีนายกรัฐมนตรี ว่าการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ได้พูดประเด็นข้อกฎหมายอยู่บ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม โดยทราบเพียงว่าประธาน กกต.จะเป็นคนให้ข่าวเรื่องดังกล่าว
     เมื่อถามว่า จะตั้งคนนอกร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนด้วย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ตอบว่า ทราบจากข่าว คงต้องขอการประชุมของ กกต.ก่อน แต่แนวทางเดิมที่เคยมีอยู่ก็เคยตั้งคนนอกมาร่วมเป็นกรรมการ และ กกต.จะเป็นผู้เสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นกรรมการไต่สวน 
ขณะที่นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ แต่ยอมรับว่าในการประชุม กกต.วันที่ 12 ก.พ. จะพิจารณาเรื่องตั้งคณะกรรมการไต่สวนดังกล่าว     
ทั้งนี้ การประชุม กกต.ได้เริ่มในเวลา 10.30 น. และต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. ก็เริ่มมีกระแสข่าวว่า กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรค ทษช. หลังพิจารณาคำร้องที่ขอให้ตรวจสอบว่า การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ขของพรรค ทษช. เข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (2)  

สำหรับมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองระบุว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ (1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
     และเวลา 16.15 น. แม้ยังไม่มีการยืนยันถึงมติ กกต.อย่างเป็นทางการ แต่ผู้สื่อข่าวจำนวนมากได้มารอรายงานข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกติจะปิดทำการในเวลา 16.30 น. แต่กลับยังเปิดทำการอยู่ โดยเหตุผลสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดระบบการทำงานแบบเหลื่อมเวลา มีทั้งกลุ่มที่เลิกงานในเวลา 16.30 น. และ 17.30 น.
ยุบพรรคยังไม่สะเด็ดน้ำ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวได้พยายามติดต่อขอความชัดเจน จากทั้งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย 
ขณะเดียวกัน ในเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวที่ไปรอทำข่าวว่า เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงาน กกต.แล้ว ได้รับแจ้งว่ายังจะไม่มีการยื่นคำร้องอะไรในวันที่ 12 ก.พ.
     ต่อมานายอิทธิพรได้ชี้แจงผ่านไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวประจำ กกต.ว่า "ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ"
ในช่วงค่ำ กกต.ได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาของ กกต.กรณีการยุบพรรคการเมืองระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อว่ามติ กกต.สั่งยุบพรรค ทษช.นั้น ขอชี้แจงว่าประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของ กกต. โดยเมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว กกต.จะแถลงให้ทราบต่อไป
     ส่วนนายอุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อธิบายกรณีหาก กกต.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.ว่า ทษช.ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ เพราะเป็นอำนาจในการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งหลังศาลได้รับหนังสือจาก กกต.แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะทำหน้าที่ไต่สวนว่าเป็นไปตามที่ กกต.ส่งเรื่องมาหรือไม่ 
     “พรรคการเมืองยังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่นั้น ตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลออกมาก็ยังทำได้ แต่หากพิจารณาตามมารยาทแล้ว ควรรอให้มีคำวินิจฉัยลงมาก่อน ซึ่งคาดว่าขั้นตอนการวินิจฉัยของศาลคงใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. ยิ่งวินิจฉัยช้า ก็จะเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก ไม่ว่าการตัดสินจะไปทางไหน” นายอุดมกล่าว
     นายอุดมกล่าวว่า การตัดสิทธิ์ทางการเมืองในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีเวลาระบุไว้ ก็เท่ากับว่าหากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง กก.บห.นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต และประเด็นที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่ กรธ.ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์ยุบพรรคก่อนจะมีการเลือกตั้ง
    สำหรับความเคลื่อนไหวที่พรรค ทษช. ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พ.ต.ต.มงคล ทองเนื้อห้า สารวัตรป้องกันการปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ปริญญา เหลืออุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เดินทางมายังพรรคภายหลังโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการโต๊ะหมู่บูชา และพระฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ที่มีความผิดพลาด
    พ.ต.ต.มงคลกล่าวว่า ได้เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในห้องที่มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่เป็นเหตุทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากโลกโซเชียลว่าเป็นการตั้งที่ไม่ถูกต้อง ทางโฆษกจึงแจ้งว่าเป็นการจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาและปรับปรุงสถานที่ของพรรค จึงได้โยกย้ายวัสดุอุปกรณ์และจัดวางโต๊ะหมู่บูชาเป็นการชั่วคราว จึงได้เดินทางมาตรวจว่ามีการปรับปรุงหรือไม่ เบื้องต้นพบว่าขณะนี้พรรค ทษช.ได้เคลื่อนย้ายโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ออกจากห้องดังกล่าวแล้ว พร้อมกับปรับปรุงแก้ไขสถานที่ตั้งให้ตั้งอย่างเหมาะสมเป็นที่เรียบร้อย เป็นการเข้าตรวจสอบสถานการณ์ตามปกติ ไม่ได้มีหมายค้นและไม่ได้มีข้อกฎหมายใดที่จะมาเอาผิดกับพรรค เพียงต้องการตรวจสอบว่ามีการปรับแก้ไขแล้วจริงๆ ตามที่มีการเสนอข่าวออกไปก่อนหน้านี้หรือไม่ และจะขอถ่ายรูปภายในพรรค เพื่อส่งไปรายงานยังผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนต่อไป 
ทั้งนี้ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ยังไม่มีแกนนำของพรรค ทษช.เดินทางมาถึง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ต้องขออนุญาตจากพรรคก่อนจึงสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ แต่เมื่อรออยู่สักพักใหญ่ ยังไม่มีแกนนำเดินทางมา พ.ต.ต.มงคลจึงได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาว่าสถานการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดี และมีการปรับแก้ไขแล้วจริงๆ เพราะมีภาพและข่าวปรากฏในสื่อมวลชนหลายสำนัก ซึ่งเป็นภาพที่เชื่อถือได้ 
    และในเวลา 13.10 น. กรรมการบริหารพรรค ทษช. ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค โดยใช้รถยนต์คันเดียวกัน โดยทั้งหมดต่างยิ้มแย้มทักทายพร้อมยกมือไหว้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวที่พรรคจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ กก.บห.พรรค ทษช. ตั้งแต่พรรคไปยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ท่ามกลางกระแสข่าวว่าถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง
ยกมือท่วมหัวน้อมรับ 
    โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ก่อนอื่นพวกเราขอเรียนว่า พวกเรากรรมการบริหารพรรค รวมถึงสมาชิกพรรค ทษช. ขอน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์ทุกพระองค์ (พร้อมยกมือถวายบังคมเหนือศีรษะ) ทั้งนี้ หลังจากที่ กกต.มีมติไม่ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ทษช. พวกเราถือว่า เมื่อมีมติออกมาแล้วก็ถือว่าเป็นที่ยุติ ซึ่งเราไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะเราได้แถลงน้อมรับพระราชโองการไปเรียบร้อยแล้ว 
     “หลังจากนี้ไปจะต้องเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง หาเสียง อย่างวันนี้ก็มาเพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อที่จะวางแผนและกำหนดท่าทีในการเดิน เราในฐานะพรรคการเมือง ก็มีภาระหน้าที่สำคัญต่อประชาชนและสมาชิกของพรรค ผู้สมัครของพรรค ซึ่งวันนี้การทำงานการเมืองไม่สามารถที่จะหยุดนิ่งได้ เราจึงต้องเดินหน้า เพื่อจะไปสื่อสารนโยบาย และขออาสารับใช้ประชาชนในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ ขอเรียนว่า พวกเราทุกคนดำเนินการทุกอย่างไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจดีที่อยากเห็นบ้านเมืองไปในทิศทางที่ดีและมีอนาคตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน” ร.ท.ปรีชาพลกล่าว
    เมื่อถามถึงข้อกังวลกรณียุบพรรค ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ความจริงแล้วไม่ได้กังวล เพราะเราทำตามระเบียบขั้นตอน ข้อบังคับ และกฎหมาย ทำอย่างตรงไปตรงมา ส่วนผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบคือ กกต. ก็มีอำนาจหน้าที่ของท่าน ถ้าเห็นว่าอะไรเป็นที่น่าสงสัย พวกเราก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ 
    ถามต่อว่า ในพรรคเกิดแรงกระเพื่อมจนทำให้มีคณะ กก.บห.ลาออก ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ในส่วน กก.บห.ที่ลาออก เท่าที่ทราบเป็นเรื่องปัญหาส่วนตัว และปัญหาครอบครัวของท่าน เราเดินเป็นองค์กร วันนี้เรือของเรา สมาชิกของเรายังมีกำลังใจและความพร้อมเต็มที่ที่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เพื่อเป็นความหวังให้กับประชาชน
    “เราตั้งใจดี เราปรารถนาดี ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนรักประเทศ เราคิดว่านี่คือทางออกของประเทศ แต่เมื่อมีพระราชโองการลงมาแล้ว ก็คือว่าพวกเราทุกคนต้องน้อมรับ เพราะเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพวกเราก็คือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์” ร.ท.ปรีชาพลกล่าวตอบข้อถามถึงเสียงเรียกร้องให้ กก.บห.ลาออก แต่ทำไมยังเดินหาเสียงต่อ
    เมื่อถามว่า พรรคจะลงพื้นที่หาเสียงเมื่อไหร่ ร.ท.ปรีชาพลตอบทันทีว่า เร็วที่สุด 
    ทั้งนี้ หลังมีกระแสข่าว กกต.จะยุบพรรค ทษช. ปรากฏว่าแกนนำพรรคและฝ่ายกฎหมายทยอยเดินทางเข้าพรรคมาอย่างหนาตา อาทิ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง, นายพิชิต ชื่นบาน และนายวิญญัติ ชาติมนตรี จนกระทั่งมีข่าวออกมาอีกครั้งว่า ที่ประชุม กกต.ยังไม่ได้มีมติอย่างเป็นทางการออกมา ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค ยังคงสงวนท่าทีไม่ยอมชี้แจงรายละเอียดใด 
     กระทั่งเวลา 19.00 น. นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ทษช. ออกมาเผยว่า สมาชิกพรรคติดตามสถานการณ์จาก กกต. ซึ่งจนถึงเวลานี้ ยังไม่มีการแถลงยืนยันออกมาจาก กกต. แต่ในวันที่ 13 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค จะไปยื่นหนังสือขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญชี้แจงแสดงเหตุผลข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมาย และใช้สิทธิ์ในการอ้างพยานหลักฐาน
     “ในวันที่ 13 ก.พ. เวลา 10.30 น. พรรคได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยได้ประสานไปยังนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนประเด็นกระแสข่าวจากฝั่ง กกต.ที่แพร่สะพัดออกมานั้น ขอยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ รอให้ กกต.เคาะออกมาจริงๆ ก่อน” นายพงษ์เกษมกล่าว
     ขณะเดียวกัน บรรดาแกนนำหลายคนของพรรค ทษช.ได้ใช้โลกออนไลน์รายงานตัวและชี้แจงเรื่องต่างๆ โดยนายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค ทษช. บุตรชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุเนื้อหาว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งผ่านมาทางข้อความ และขอโทษที่ไม่ได้รับสายหลายท่านเลยครับ  วันนี้ไม่สบาย ช่วงนี้ทีมงานพรรคไทยรักษาชาติก็ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บีกันหลายคน รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ”
    นายจาตุรนต์ทวีตข้อความลงในทวิตเตอร์มีเนื้อหาระบุว่า "ผมไม่ได้ไปร่วมในเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. และยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ในวันนั้น มาเห็นข่าวเพื่อนนักการเมืองพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นว่ายิ่งกว่ามีความสุขแล้ว ผมไม่สบายใจเลย ไม่สบายใจจริงๆ ครับ"
    ต่อมานายจาตุรนต์ทวีตอีกว่า "อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ยังเข้มแข็งและยืนหยัด ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน กำลังคิดว่าควรทำอะไรอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ"
    ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช.โพสต์เฟซบุ๊ก โดยได้แชร์คำพูดนายจาตุรนต์ พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ผมเองก็ไม่ได้ไปร่วมในเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. เหมือนกัน”    
    ต่อมา นายจาตุรนต์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chaturon Chaisang อีกครั้งว่า เห็บกระโดดที่ไหนกัน รู้สึกวาทกรรม "เห็บกระโดด ตอนหมาจะตาย" ทำท่าจะฮิต อยากจะบอกแบบสบายๆ ว่า ผมไม่คิดว่า ทษช.จะถูกยุบง่ายๆ แต่ถ้าถูกยุบจริงๆ ผมจะอยู่จนถึงวันยุบเป็นคนสุดท้าย เหมือนที่เคยทำมาแล้วที่ไทยรักไทยครับ
    ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรค ทษช. ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ทษช.ลำดับที่ 7 โพสต์เฟซบุ๊ก โดยยกเนื้อหาในนวนิยายกำลังภายในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร ผลงานของกิมย้ง ระบุว่า ฉากหนึ่งในยุทธภพพิรุณยังไม่ขาดสาย เพื่อนร่วมสำนักต่างหนาวเหน็บเปียกปอน ตั่วกอพวกข้าพเจ้าต้องกระทำสิ่งใดต่อไป เล่งฮู้ชงไม่มีคำตอบ ไม่มี แท้จริงมิใช่ไม่มี หากแต่มิทราบจะหาได้จากที่ใดในสำนักอีก อาจบางทีคำตอบต้องอยู่ที่ตัวเอง ในมือเล่งฮู้ชงไม่มีกระบี่ แต่ในใจกลับถูกทิ่มแทงด้วยปลายกระบี่
สุธรรมแนะน้องอย่าตื่น
    ขณะที่นายสุธรรม แสงประทุม สมาชิกพรรค ทษช. ซึ่งเดินทางเข้าพรรคระบุว่า มาเพื่อต้องการให้กำลังใจกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่อาจมีประสบการณ์ทำงานการเมืองในไทย แต่พวกตนเองผ่านงานการเมืองทั้งในและนอกสภา รวมถึงต้องติดคุกติดตะรางมาแล้ว โบราณมีคำกล่าวว่า ไฟฟ้าดับอย่าเพิ่งรีบวิ่ง ไม่อย่างนั้นจะชนโต๊ะและเหยียบกันตาย รออีก 2 นาทีเราจะเห็นแสงรำไร เพราะความมืดมีแสงสว่างอยู่ 
    "วันนี้มืดไม่มืดมิด ไฟดวงนิดยังมีแสง ขอเพียงลมพัดมาแรง เถ้ามอดแดงก็จะลาม ดังนั้นทุกคนในพรรคไทยรักษาชาติต้องใจเย็น มีสมาธิ และมองให้เห็นแสงสว่างให้ได้ วันนี้พรรคไทยรักษาชาติยังเป็นพรรคที่ถูกต้องตามกฎหมาย กระบวนการยุบพรรคต้องใช้เวลา พรรคพลังประชารัฐก็ถูกกล่าวหาเขายังไม่ตกใจ ของเรายังไม่มีข้อกล่าวหา หากมีก็ต้องต่อสู้กันไป ยืนยันว่าพรรคไทยรักษาชาติจะเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการเลือกตั้ง เพราะจากการลงพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ประชาชนให้การต้อนรับ และอยากให้พรรคไทยรักษาชาติเข้าไปแก้ปัญหา" นายสุธรรมกล่าว
    วันเดียวกัน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ โดยตั้งตัวเองเป็นเลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ผมขอคารวะจิตใจอันเด็ดเดี่ยวของคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ในยามคับขัน ไม่ทิ้งพรรค 1.ไทยรักไทย ปี 2549 2.ไทยรักษาชาติปี 2562 นับเป็นตัวอย่างที่นักการเมืองรุ่นหลัง ควรยึดเป็นเยี่ยงอย่างครับ”
    ส่วน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า ปิดวอยส์ และยุบพรรคการเมืองในวันเดียวกัน คือ ภาพของการกลัวเสียงของประชาชน กลัวการเลือกของประชาชน 
    จากนั้น น.ส.ณัฏฐาโพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอให้ประชาชนตระหนักในพลังของตัวเอง พร้อมสำหรับการต่อสู้รูปแบบใหม่ ฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมด เราต้องการชัยชนะเพียงครั้งเดียว.





ทษช.งัดกฎหมายสู้อ้างยุบพรรคกระทบสมาชิกแต่งุบงิบเสนอชื่อนายกฯ



12 ก.พ.62 -  นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เหตุผลที่ให้ฝ่ายกฎหมายพรรคไปยื่นกกต.ในวันที่ 13ก.พ. เพราะตามมาตรา 92 เเห่งพรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กกต.เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเเละส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นควรดูมาตรา 93 เเห่งพรป.ฉบับนี้ประกอบด้วยว่าขั้นตอนที่ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรวบรมข้อเท็จจริงนั้นจะกระทำฝ่ายเดียยวมิได้ เพราะต้องยึดหลักสากลที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดย“มาตรา4ในรัฐธรรมนูญก็ให้สิทธินี้กับพรรค รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า…ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง
ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน เพราะการยุบพรรคนั้นกระทบต่อพรรคเเละสมาชิกพรรค ฉะนั้นต้องฟังทุกฝ่ายการจะสรุปของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ให้กรรมการกกต.มีมตินั้นจะเป็นการฟังความข้างเดียวต้องฟังทุกฝ่ายการจะสรุปของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ให้กรรมการกกต.มีมตินั้นจะเป็นการฟังความข้างเดียวเเละมีข้อสังเกตสำคัญในมาตรา 93 เเห่งพรป.พรรคการเมืองที่ระบุว่านายทะเบียนพรรคการเมืองต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเเละพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กกต.ระบุ เเต่กกต.ชุดนี้เพิ่งทำหน้าที่ถามว่ากกต.มีหลักเกณฑ์พิจารณาเรื่องนี้เเล้วหรือไม่ หรือใช้จะหลักเกณฑ์ใดมาใช้ยุบพรรค

พรรคจะใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อกกต.ให้คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิในรัฐธรรมนูญเเละเเจ้งให้กกต.ทราบถึงการใช้อำนาจด้วยความระมัดระวังคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิในรัฐธรรมนูญเเละเเจ้งให้กกต.ทราบถึงการใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรป.พรรคการเมืองมาตรา93 ระบุว่าเมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่นคำร้องเองหรือจะมอบหมายให้นายทะเบียนเป็นผู้ยื่นคำ ร้องและดำเนินคดีแทนก็ได้ และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือดำเนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจนกว่าจะเสร็จสิ้นก็ได้

ในกรณีที่เห็นสมควร ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทำใดไว้เป็นการชั่วคราวตามคำร้องขอของคณะกรรมการ นายทะเบียน หรืออัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี ก็ได้”.