PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผลงานองค์กรอิสระ

สาระ+ภาพ: ย้อนผลงาน ‘องค์กรอิสระ’ ฮีโร่ผ่าทางตันการเมืองไทย

คลิ๊กดูรูปขนาดใหญ่

บทบาทขององค์กรอิสระเป็นที่จับตาอย่างยิ่งในช่วง ‘เดทล็อก’ ทางการเมือง จนดูเหมือนทิศทางประเทศอยู่ในมือคนกลุ่มนี้อย่างสำคัญ ประกอบกับจุดหักเหทางการเมืองหลายต่อหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ทำให้ ‘คนกลาง’ อย่าง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายอยู่ในจุดสูงสุดของการถูกตั้งคำถาม

รายงานชิ้นนี้รวบรวมคำวินิจฉัยสำคัญๆ ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีต่อสถาบันทางการเมืองอย่างพรรคการเมือง รัฐบาล และนโยบายภาครัฐ เพื่อทวนความจำ รวมถึงรายละเอียดที่มาของผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองไทยกลุ่มนี้ ซึ่งหลายคนอาจลืมไปแล้ว

 

วันที่ตัดสิน

ประเด็น

ผู้ร้อง

องค์กรผู้พิจารณา

สถานะ

3 ส.ค.44

ร้องให้ตัดสินให้ทักษิณ ชินวัตร รองนายกฯ ขณะนั้น พ้นจากตำแหน่งและไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี กรณีจงใจแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ

ป.ป.ช.

ศาล รธน.

มติ 8:7 ยกคำร้อง

8 พ.ค. 49                                                         

การเลือกตั้ง 2 เม.ย.49 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ?

ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

ศาล รธน.

มติเสียงข้างมาก ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ให้จัดเลือกตั้งใหม่ เหตุกำหนดวันเลือกตั้งไม่เป็นธรรม, จัดคูหาหันหลัง ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ

30 พ.ค. 50

ทรท.จ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง ผิด พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่

ปชป.ยื่น กกต.

กกต.ยื่น อสส.

ตลก.รธน.

ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย, พัฒนาชาติไทย,แผ่นดินไทย + เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี

30 พ.ค. 50

ปชป.จ้างพรรคเล็กใส่ร้าย ทรท. และล้มล้างประชาธิปไตย ผิด พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่

ทรท. .ยื่น กกต.

กกต.ยื่น อสส.

ตลก.รธน.

วินิจฉัยว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความผิดในทุกข้อกล่าวหา/ ตัดสินยุบพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า + เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เหตุส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่มีสิทธิ

1 พ.ค. 51

พรรคพลังประชาชนเป็นตัวแทนพรรคไทยรักไทยหรือไม่

วีระ สมความคิดและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กกต.

เสียงข้างมาก ยกคำร้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอเอาผิด /

สามเสียงเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอว่า พลังประชาชนเข้าข่ายเป็นตัวแทน ทรท. แต่ไม่เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วยพรรคการเมือง

9 ก.ย. 51

สมัคร สุนทรเวช นายกฯขณะนั้น จัดรายการชิมไปบ่นไปและยกโขยงหกโมงเช้า เข้าข่ายเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนหรือไม่ ผิด รธน.?

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา และพวก

ศาล รธน.

วินิจฉัยให้ สมัคร สุนทรเวช สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี พ้นตำแหน่งนายกฯ

2 ธ.ค. 51

พรรคพลังประชาชน, ชาติไทย, มัชฌิมาธิปไตย ทุจริตเลือกตั้ง ผิด พ.ร.บ.ประกอบ รธน. ว่าด้วยพรรคการเมือง?

กกต.ยื่น อสส.

ศาล รธน.

สั่งยุบพรรคพลังประชาชน, ชาติไทย, มัชฌิมาธิปไตย + เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี

29 พ.ย.53

ร้องให้ยุบพรรค กรณีปชป.ใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์?

กกต.

ศาล รธน.

ยกคำร้อง เนื่องจากกระบวนการยื่นขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

9 ธ.ค. 53

ร้องให้ยุบพรรค กรณีปชป.รับเงินบริจาค 258 ล้าน จาก บ.ทีพีไอโพลีน ในการเลือกตั้งปี 48 เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบ รธน. ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่

ดีเอสไอ ส่ง กกต. ส่ง อสส.

ศาล รธน.

ยกคำร้อง เนื่องจากกระบวนการยื่นขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

8 ม.ค. 57

การแก้มาตรา 190 ให้จำกัดอำนาจรัฐสภาในการเห็นชอบกรณีฝ่ายบริหารทำสนธิสัญญาต่างประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่


 

ปชป.

ศาล รธน.

ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการรวบรัดการอภิปรายในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ และเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหาร เข้าข่ายล้มล้างการปกครองและลิดรอนอำนาจการตรวจสอบ  

20 มี.ค.57

การแก้ไขรธน.ประเด็นที่มาส.ว. ขัดมาตรา 68 ของรธน.หรือไม่



 

ส.ว. สรรหา+ ตัวแทนปชป.

ศาล รธน.

มติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าขัดมาตรา 68  

20 มี.ค. ป.ป.ช ชี้มูลให้นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา มีความผิด ฐานตัดสิทธิ์ผู้แสดงความคิดเห็นในการอภิปราย 57 คน / ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่และรอวุฒิสภาถอดถอน

ส.ส. +ส.ว.308 คน รอป.ป.ช. ชี้มูล

24 ม.ค.57

ขอให้วินิจฉัยว่าการกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่สามารถทำได้หรือไม่ และเป็นอำนาจขององค์กรใด

กกต.

ศาล รธน.

วินิจฉัยว่าสามารถกำหนดขึ้นใหม่ได้  และเป็นอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบร่วมกันของนายกฯ - ประธาน กกต.

12 ก.พ. 57

การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะหรือไม่ จากการไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร และจากการประกาศพ.ร.บ.ฉุกเฉินทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

ปชป. ยื่นตามมาตรา 68

ศาล รธน.

ไม่รับคำร้อง

12 มี.ค. 57

พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีเสียบัตรลงคะแนนแทนกัน, ไม่ต้องนำเงินรายได้ส่งคลัง

ปชป.

ศาล รธน.

ตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญ  

?
 

อภิสิทธิ์ และพวก ทุจริตต่อหน้าที่กรณีโครงการระบายข้าวหรือไม่ และร้องขอให้ถอดถอน พรทิวา นาคาศัย อดีต รมว. พาณิชย์  

เพื่อไทย

ป.ป.ช.

รอ ป.ป.ช.มีมติ

?

ยิ่งลักษณ์ มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 หรือไม่ กรณีไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าว ทั้งๆ ที่มีการทักท้วงว่าทุจริต

ปชป.

ป.ป.ช.

รอป.ป.ช. มีมติ

หาก ป.ป.ช.มีมติว่าเป็นการกระทำความผิด นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา

?
 

การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะหรือไม่เนื่องจากมีการนับคะแนนหลังการเลือกตั้ง ขัดต่อหลักความเสมอภาคที่การลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ

รวมทั้งการประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ศาล รธน.

รอตัดสิน 21 มี.ค.

 ?
 

สามารถออกพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ สำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง ใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง

กกต.

ศาล รธน.

รอวินิจฉัย


 

ที่มาองค์กรอิสระ

 

คณะกรรมการการเลือตั้ง (กกต.)

 

รัฐธรรมนูญ 2550

กกต. มีวาระ 7 ปี มีจำนวน 5 คน มาจากการสรรหาแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกให้คณะกรรมการสรรหาจำนวน 7 ทำหน้าที่สรรหา กกต. 3 คน แล้วเสนอต่อประธานวุฒิสภา ส่วนที่สองให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาสรรหา กกต. อีก 2 คน แล้วเสนอต่อประธานวุฒิสภา

ให้มีคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระชุด 7 คนประกอบด้วยประธานศาลฏีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และบุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา และที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกมาฝ่ายละหนึ่งคน โดยต้องไม่ใช่ผู้พิพากษา หรือกรรมการสรรหาองค์กรอิสระอื่น

 

รัฐธรรมนูญ 2540

กกต. มีวาระ 7 ปี มีจำนวน 5 คน มาจากการสรรหาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้คณะกรรมการสรรหาจำนวน 10 คนสรรหาผู้สมควรเป็น กกต. 5 คน และส่วนที่สอง ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาผู้สมควรเป็น กกต. จำนวน 5 คน เพื่อให้วุฒิสภาเลือกเหลือ 5 คน

คณะกรรมการสรรหา กกต.ในส่วนแรก 10 คนประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิการบดีของสถาบันอุดมการศึกษาของรัฐเลือกกันเองให้เหลือสี่คน ผู้แทนพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เลือกกันเองให้เหลือสี่คน


 

ศาลรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญ 2550

ศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 9 ปี ประกอบด้วยตุลาการ 9 คน มาจาก

1.ผู้พิพากษาในศาลฏีกาซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา จำนวน 3 คน และตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 คน

2.คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำการสรรหา ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ จำนวน 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารราชการแผ่นดินจำนวน 2 คน (ม.204)

คณะกรรมการสรรหาศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ประธานศาลฏีกา ประธานศาลปกครองสูงสุดประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งเลือกกันเองให้เหลือ 1 คน

 

รัฐธรรมนูญ 2540

ศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 9 ปี ประกอบด้วยตุลาการ 15 คน มาจาก

1.ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 5 คน และตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 คน

2. คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำการสรรหา ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์จำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ จำนวน 3 คน

คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา คณะบดีคณะนิติศาสตร์ของรัฐเลือกกันเอง 4 คน คณะบดีรัฐศาสตร์ของรัฐเลือกกันเอง 4 คน ผู้แทนพรรคการเมืองในสภาพรรคละหนึ่งคนเลือกกันเองเหลือ 4 คน

****รอยต่อช่วงรัฐประหาร 2549

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 มาตรา 35 ให้ตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน, ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นรองประธาน, ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา โดยวิธีลงคะแนนลับ จำนวน 5 คน เป็นตุลาการ และตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยทีประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดโดยวิธีลงคะแนนลับ จำนวน 2 คน เป็นตุลาการ โดยให้ทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แล้ว ได้จัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นอีกครั้ง และในบทเฉพาะกาล มาตรา 300 ให้คณะตุลาการดังกล่าวทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการชั่วคราว จนกว่าตุลาการคณะใหม่จะเข้ารับหน้าที่

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ปี 2549-ปี 2553

แต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549
 

รัฐธรรมนูญ 2550

การสรรหาและการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะต้องคัดสรรโดยให้มีคณะกรรมการสรรหาจำนวน 5 คนประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุดประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานวุฒิสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

****ข้อความในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ กกต. ป.ป.ช. และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ดังกล่าว ดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดวาระ

าชกิจจานุเบกษา คำสั่งของกอ.รมน.ที่ 110/2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

19 มีนาคม 2557 มีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา คำสั่งของกอ.รมน.ที่ 110/2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)
ศอ.รส. มีจำนวนคนรวมทั้งหมด 60,711 คน แบ่งเป็น
1.คณะที่ปรึกษา จำนวน 24 คน
2.บก.ศอ.รส. จำนวน 2,850 คน แยกย่อยเป็น ส่วนข่าวรวม (สขร.) จำนวน 370 คน ส่วนบริหารงานกลาง (สบก.) จำนวน 1,800 คน ส่วนยุทธการ (สยก.) จำนวน 180 คน ส่วนกิจการพลเรือน (สกร.) จำนวน 70 คน หน่วยแพทย์ จำนวน 200 คน และส่วนติดตามสถานการณ์และประสานงาน คือ ตำรวจ 50 คน กับ กอ.รมน. 120 คน
3.ส่วนระวังป้องกัน จำนวน 1,774 คน ในส่วนนี้กำลังทั้งหมดจะคอยดูแลระวังภัยให้กับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นที่ตั้งของศอ.รส.เท่านั้น
4.ศปก.ศอ.รส. จำนวน 55,456 คน แบ่งเป็น 4.1 ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (บก.ศปก.ศอ.รส.) จำนวน 300 คน 4.2 กำลังตำรวจ จำนวน 43,309 คน 4.3 กำลังทหาร จำนวน 10,792 คน 4.4 กำลังกอ.รมน. จำนวน 1,055 คน
5.บก.ติดตามสถานการณ์ จำนวน 600 คน แบ่งเป็น 5.1 ศปก.กห. จำนวน 30 คน 5.2 ศบท. จำนวน 100 คน 5.3 ศปก.เหล่าทัพ จำนวน 470 คน
ในส่วนของรายนามที่ปรึกษาศอ.รส. ยังปรากฏชื่อของเลขาธิการสมช.อยู่ แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นใคร ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมศอ.รส. ภายหลังที่ศาลปกครองสูงสุดมีมติให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม คืนตำแหน่งเลขาธิการสมช. ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ที่ผ่านมาการจัดตั้งศอ.รส. และศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ยังไม่เคยระบุถึงกำลังพลไว้ในราชกิจจานุเบกษา
แหล่งข่าวจากศอ.รส. ระบุว่า เหตุที่ศอ.รส.ต้องใส่ตัวเลขกำลังพลในการดูแลการชุมนุม เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ การอนุมัติงบประมาณจึงไม่สะดวก เพราะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากระบุตัวเลขกำลังพลทั้งหมดไว้ก่อน จึงไม่คิดว่าจะทำให้เห็นถึงความโปร่งใส แต่หากต้องใช้กำลังพลเพิ่มจะแจ้งในประกาศเพิ่มเติม และจะระบุว่าเพิ่มมาเท่าไร
** จำนวนกำลังพล 60,711 คน ของ “ศอ.รส.” จะควบคุมดูแลการชุมนุมของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือ“กปปส.” ได้ทั่วถึงหรือไม่ต้องติดตาม
- ISRANEWS


ระเบิด๔ ลูกบึ้มใกล้ซอยบ้าน๑ใน๙ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"จรัญ ภักดีธนากุล"

20มี.ค.2557-23.30น. เกิดเหตุลูกระเบิดตกบนหลังคา บ้านเลขที่ 43 ซ.เอกมัย 30 แยก 3 มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คน เพศชาย นำส่ง ร.พ.ปิยะเวช ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัด
เบื้องต้นผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า มีวัตถุทะลุหลังคาลงมาแล้วเกิดระเบิด และได้ยินเสียงระเบิดตามมาอีก 2 - 3 ครั้ง
ทั้งนี้ที่เกิดเหตุสามารถทะลุ ซ.ปรีดีพนมยงค์ 45 ใกล้บ้านพัก จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาล รธน.
//
21มี.ค.57ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัย ว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2551 ก็เคยเกิดเหตุ กับบ้าน"นายจรัญ มมาแล้ว

มือมืดสร้างสถานการณ์ ลอบปาระเบิดใส่บ้าน “จรัญ ภักดีธนากุล” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ย่านคลองตัน ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์-กระจกแตก เจ้าตัวและครอบครัวปลอดภัย 
       
       วันนี้ (30 ต.ค.2551) เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ร.ต.ท.สมชาย สารเกษ ร้อยเวร สน.คลองตัน ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายได้ปาระเบิดใส่บ้านของนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ภายในบ้านเลขที่ 92/37 ซอยปรีดีพนมยงค์ 45 แขวงคลองตันเหนือ เขตคลองตัน กทม. โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่สวนต้นไม้ภายในบ้าน แรงระเบิดทำให้ดินเป็นหลุมกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 25 เซนติเมตร นอกจากนี้ แรงระเบิดทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ได้รับความเสียหาย กระจกบานเกล็ดและกระจกเลื่อนแตกกระจาย เศษดินกระจายไปทั่ว
       
       ร.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์วิ่งเข้ามาแล้วก็มีเสียงระเบิดขึ้น ซึ่งขณะเกิดเหตุนายจรัญกำลังพักผ่อนพร้อมบุตรสาวและคนในบ้านรวม 6 คน จากนั้นขณะนายจรัญกำลังอาบน้ำภายในห้องน้ำของบ้านก็ได้ยินเสียงวัตถุมีน้ำหนักตกลงบนหลังคาบ้าน ถัดมาประมาณ 2 นาทีก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณสนามหญ้าข้างบ้าน ทำให้พื้นสนามหญ้าเป็นหลุมลึก กระจกและคอมเพรสเซอร์แอร์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย เบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดชนิดแรงดันต่ำ คนร้ายน่าจะประสงค์เพียงข่มขู่ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.พงษ์สัน เรียมอ่อน รอง ผบช.น.ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 และตำรวจสายตรวจ สน.คลองตัน คอยดูแลความปลอดภัยแล้ว




ระเบิดไม่ทราบชนิดลง เอกมัย30แยก3

ภาพกรณีเหตุระเบิดยังไม่ทราบชนิด ในซอยเอกมัย 30 แยก 3 ผู้บาดเจ็บ 1 ราย กู้ภัยป่อฯ รพ.เพชรเวช /เครดิตภาพกู้ชีพวิภา 344

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตร.จับคลังแสงญาติเมียร.ต.อ.เฉลิม

ข่าวใหญ่ ... ผอ.รส เจอแฉเรื่องใต้จมูก ญาติครูลำเนา เมียรัก โดนจับ มีคลังแสงใหญ่ กองปราบนำกำลังบุกจับ ตามหมายจับศาลตลิ่งชัน ยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนรวมทั้งระเบิดได้กว่า 10 รายการ อ้างซื้ออาวุธปืนมา จากอดีตนายทหาร เพราะชอบสะสมอาวุธ .... เป็ดเหลิม น่าจะมีการตั้งโต๊ะแถลง เรียกสื่อต่างชาติ และในประเทศ จะได้ออกข่าวใหญ่โต คราวนี้ดังแน่ เพราะไม่ใช่จับหนังสติ๊ก และ เรือใบ เหมือนครั้งบุกจับอาวุธ คปท.
ในคลังแสง มี อาวุธปืนขนาด .38 รวม 4 กระบอก อาวุธปืนขนาด 11 มม.อาวุธปืนขนาด .22 รูเดอร์ ปืนลูกซอง ปืนขนาด 9 มม.แมกกาซีนขนาด .45 มม.3 อัน ซองบรรจุกระสุนปืนลูกซอง ซองกระสุนปืนอาก้า ซองกระสุนปืนคาร์บิน เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ กว่า 500 นัด ระเบิดควัน 2 ลูก โดย นายไชยพร ธีมะสถิตย์ รับเป็นเจ้าของอาวุธทั้งหมด(คราวนี้เป็ดเหลิมจะทำอย่างไรล่ะ?)


ประชุม สขร.ศอ.รส. 20 มี.ค.57

ประชุม สขร.ศอ.รส. 20 มี.ค.57
1) พล.ต.อ.วรพงศ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในครั้งแรก เปลี่ยนเวลาจาก 1300 เป็น 0800 และ เปลี่ยนสถานที่ประชุมจาก บก.ส.1 เป็น บช.ปส. สโมสร ตร. ถ.วิภาวดี
2) ยกระดับ สขร.ฯ ขึ้นกับ ศอ.รส. โดยตรง จะเน้นงานข่าวมากขึ้นโดยเฉพาะยุทธวิธีและเพิ่มผู้แทนจาก กต. DSI และ ฝ่าย กม.
3) ผู้ชุมนุม กปปส.ในทุกเวทียังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เวทีสวนลุม 3,700 คน เวทีอื่นๆ มียอดคงที่
4) นปช.ยังคงจัดชุมนุมในพื้นที่นอก กทม. แต่ใน 24 มี.ค.มีข่าวสารว่าจะมาชุมนุมที่ ปปช.สนามบินน้ำ
5) วันนี้เวลา 1230 กลุ่มชาวนาจากจังหวัด ราชบุรี เพชรบุรี รวมตัวที่วังมะนาว จ.ราชบุรี เพื่อเดินทางมาศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทวงเงินค่าข้าว
6) การตัดสินการเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล รธน.ที่จะใช้ยึดหลักนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์
7) นายอภิสิทธิ์ฯ มีท่าทีว่าการปฏิรูปการเมืองอาจต้องทำควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง
แนวโน้ม/ภาพรวม:
1) คำตัดสินของ ศาล รธน. กรณี การเลือกตั้ง 2 ก.พ.หากไ่ม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายจะทำให้ปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ถ้าให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ มีการเลือกตั้งใหม่และพรรค ปชป.จะกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่จะทำให้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลไม่พอใจเพิ่มมากขึ้น
2) การเข้ามาชุมนุมที่ ปปช.ที่ สนามบินน้ำ ของ กลุ่ม กวป. (เสื้อแดงอิสระ) อาจมีการยั่วยุให้มีการเผชิญหน้ากันได้
3) เหตุผลที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะน่าจะได้แก่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในห้วงเลือกตั้งเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาล
4) ตร.จะเร่งดำเนินการในคดีหมิ่นสถาบันฯมากขึ้นเพื่อแก้ภาพพจน์เลือกปฏิบัติ
5) การทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมืองด้วยการปฎิวัติเพื่อให้มี นรม.ตาม ม.7 กระทำได้ยากในขณะนี้เพราะสถานการณ์ยังไม่สุกงอม
6) การยั่วยุให้มีการเผชิญหน้าระหว่างกองทัพกับ นปช. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งข่าวมา™ณ ที่นี้
:::: สำนักข่าวโอไอเอ็น ::::

ฝ่ายตรงข้ามทักษิณ แสดงแสนยานุภาพกำลัง นักรบของพระราชา

ประกาศถึงนักรบของพระราชาทุกท่าน โอกาศสุดท้ายของขี้ข้าทรราชย์
รอชมผลงาน ครับ
กองทัพบกเอาจริ...ง แน่ๆ ไอ้พวกที่เนรคุณประเทศชาติ พวกมึงเจอทหารอย่างพวกกูเอาจริงแน่ ๆคราวนี้กูมากันอยู่กันครบทุกเหล่า ไม่สนใจหน้าอินทร์ หน้าพรหมพวกมึงจะรวยล้นฟ้าแค่ไหน ถ้าพวกมึงทำลายให้ประเทศชาติเสียหายเดือดร้อนพวกมึงคือศัตรูของแผ่นดิน
“ผู้การแดง” พลตรี อภิรัชต์ คงสมพงษ์ นายทหารจู่โจม(RANGER)ของแท้ เสือคาบของกองทัพบกตัวจริง เสียงจริง การเข้ามารับตำแหน่ง ผบ.พล.๑ รอ.เป็นกำลังหลักใหญ่ในกรุงเทพ มีหน่วยรบครบ (ราบ ม้า ปืนใหญ่ ช่าง สื่อสาร) เต็มสูตรเลย ประกอบไปด้วย
กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 4 รักษาพระองค์
กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์
กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-กองพันทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์
กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์
-กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 รักษาพระองค์
-กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 31 รักษาพระองค์
กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์
กองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์
กองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์
ฯลฯ
โจรแดง โจรอั่งยี่ ทั้งหลาย จงคิดให้หนัก ถ้าคิดจะทำลายบ้านเมือง.
Cr : กองพัน1 ทหารเอกพระราชา

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ :เตือนพท.ระวังถูกหลอกจากข้อเสนอใหม่ฝ่ายตรงข้าม

ตอนนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนกลับหันไปสนับสนุนศาลรธน.ให้วินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ เพราะไปได้รับ "สัญญาณไฟเขียว" (อีกแล้ว!) ว่า "เขา" เห็นม็อบเทือกไปไม่รอดและทหารก็ไม่ยอมยึดอำนาจให้สักที "เขา" จึงเสนอประนีประนอมให้เรื่องจบ โดยจะให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งภายใน 60 วัน ให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกม็อบเทือก กลับมาลงเลือกตั้ง เล่นการเมืองในสภาภายใต้กติกาตามเดิม
แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือ ให้นายกฯยิ่งลักษณ์ "ลาพักร้อน" ให้รมต.คนอื่นขึ้นมารักษาการแทน จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ มีสภาชุดใหม่ และเลือกนายกฯคนใหม่มาแทนต่อไป! ทุกอย่างจึงยังเป็นไปในกรอบรธน.50 เหมือนเดิม
แกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนก็เป็นนักการเมืองประเภท "หนังหนา" ถูกฝ่ายน้ัน "ส่งสัญญาณ" หลอกให้สนตะพาย แล้วเอาปฏักทิ่มแทงหลังมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ก็ไม่เคยเก็บรับบทเรียน ก็ยังคงเห็นฝ่ายนั้นเป็น "เจ้านาย" ที่ต้องเอาใจ หาทางเจรจา และร้องขอความเมตตาไม่รู้จักจบจักสิ้น พอเห็นฝ่ายน้ั้น "ส่งสัญญาณไฟเขียว" ทีไร ก็ดีใจกระโดดออกไปตอบรับทุกที และทุกครั้งก็สร้างความเสียหายหนักและผิดหวังให้กับประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยและสนับสนุนพรรคเพึ่อไทย
ครั้งล่าสุด กรณีนิรโทษกรรมเหมาเข่ง นี่ก็โดนหลอกให้สนตะพายแล้วลากเข้าไปโรงเชือด จนถึงขณะนี้ ก็ยังดิ้นไม่หลุดจากขื่อคา ยังไม่เห็นทางรอดชัดเจน ถ้าคราวนี้ กระทำผิดซ้ำ ไปรับงานมาจากพวกนั้น ให้เขาหลอกสนตะพายอีก ก็คือจุดจบของพรรคเพื่อไทยและของตระกูลชินวัตร!

เมษา ต้องระวังระเบิดหนักๆทั่วกทม.รวมทั้งพวกลอบวางเพลิงเรื่องไฟ คาร์บอมและระเบิดถังแก๊ส

เตือนภัยด่วนอีกครั้ง!!!
...เริ่มเมษา ต้องระวังระเบิดหนักๆทั่วกทม.รวมทั้งพวกลอบวางเพลิงเรื่องไฟ คาร์บอมและระเบิดถังแก๊ส ตอนนี้มือระเบิดมาจากนราธิวาสโดนยิงตายไปหนึ่งเหลืออีกหกคน และจับคาร์บอมที่มาจอดข้าง คปท.ได้อีกสองคันรวมแล้วมาจอดทิ้งไว้ที่คปท. 3คันตำรวจมาเอาไปคันหนึ่งแล้ว ระเบิดมีสามแบบถังแก๊ส มอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ทางที่ดีต้องจัดตั้งชุมชนระวังภัยเตรียมทีมและอุปกรณ์ดับไฟเอาไว้ในทุกๆชุมชนด้วยค่ะ ... งานนี้แม้วรับสมัครคนไทยบังหน้าสุพรเล่นละคร กองกำลังรับจ้างมาจากเขมรน่าจะมีประมาณ1,000-1,500คนเป็นทหารเขมรเก่า เพราะแม้วคงใช้มวลชนเสื้อแดงยาก...
...ตอนนี้มีคนอ้างเป็นทหารเยอะทางทีมของแม้วสร้างเพจทหารมาหลอกให้ทะเลาะกันน่าจะเกินสิบเพจที่เสี้ยมให้ทะเลาะกันโดยให้ข้อมูลที่ยุให้แตกแยกลดทอนกำลัง ทหารจะอยู่ช่วยปชช.และไม่จริงที่จะไม่ช่วย น้องๆ คปท.ที่มีข่าวว่าชอบให้คนขึ้นด่าทหาร. คปท. ดูแลทหาร ทหารดูแล คปท.ค่ะ พี่น้องมวลชนต้องระวังด้วยนะค่ะต้องเสพข่าวอย่างมีสติอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ...
...เวทีแจ้งวัฒนะน่าห่วงที่สุดเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์หลวงปู่ท่านสละแล้วดังนั้นจึงไม่มีทางเจรจากับหลวงปู่ได้ยิ่งหลวงปู่แตะเรื่องผลประโยชน์พลังงานและการค้าผูกขาดหลายเรื่อง หัวใจของแม้วเลยท่านแทงตรงกลางหัวใจแม้วเลย เพราะถ้าทำตามหลวงปู่ต่อไปก็ไม่มีนักการเมืองคนไหนจะมาหลอกชาวบ้านด้วยประชานิยมได้นักการเมืองจะหมดความหมายทันทีเพราะทุกคนพึ่งตัวเองได้และมีความรู้ ... สุดท้าย ปชช.จะชนะประเทศต้องชนะ เพราะพระบารมีของในหลวงพระอรหันต์พระอริยสงฆ์คุ้มครองค่ะ.
Posted by : สายลมที่หวังดี20/03/57
Cr.ภาพคาร์บอมจากอินเทอร์เน็ต ภาพหลวงปู่พุทธะอิสระจากเพจ Buddha Isaraค่ะ.

ไพศาล เตือนรัฐใช้พรบ.มั่นคงตั้งศอรส.อาจมีความผิด



การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงครั้งใหม่นี้ มีข้อสังเกตดังนี้
๑ กฎหมายความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นอำนาจหน้าที่ฝ่่ายทหาร มีเสนาธิการทหารบกเป็นเลขาธิการ มี ผบทบ เป็นรองผู้อำนวยการ ฝ่ายการเมืองมีนายกเป็นผู้อำนวยการ การกระกาศใช้กฎหมายนี้ต้องเป็น กอรมน เสนอ แล้วคราวนี้ใครเสนอ? 
๒ การตั้ง ศอรส ครั้งใหม่ ไม่มีผู้นำเหล่าทัพและเลขาธิการ สมช ร่วมด้วย มีแต่ตำรวจทั้งน้าน มันคงแย่กว่าเดิมอีกนะจ๊ะ
๓ การตั้ง ศอรส ครั้งนี้ยังคงผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องตั้งหน่วยงาน การใช้ทรัพยากรและการใช้เงิน ท่ี่ไม่ได้ขออนุญาต กกต ก่อน และปัญหานี้มีการไต่สวนในเรื่องเลือกตั้งโมฆะด้วย จับตาดูให้ดีจะติดคุกกันบานเบอะและโยมเอ๋ย ใครที่อนุมัติเงินและทำเรื่องเบิกจ่ายต้องตรวจสอบดูดีๆก่้อนนะครับว่า กกต อนุญาตหรือยัง
๔มีความพยามกดหัวทหาร ข่มทหารจนจะไม่มีที่ยืนถึงขาดไม่ให้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๗ ซึ่งทำไม่ได้ จึงหมดยุคที่ทหารยอมเป็น"ผู้ช่วยตำรวจ"แล้วและอำนาจหน่้าที่ที่ต้องสำเหนียก สำนึกให้ถูกคือ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและประชาชนคือผู้ช่วยของทหารต่างหาก
๕ สตง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ปปช ซึ่งรับเรื่องการตตั้งศอรส แล้ว ควรจะรีบตรวจสอบให้ทันท่วงที ไม่ใช่ปล่อยให้ทำผิดและใช้เงินและทรัพยากรผิดๆต่อไปแบบโครงการรับจำนำข้าวนะครับ

ผู้แต่ง "สามีตีตรา" ตอบกลับ คนโยง "ยิ่งลักษณ์" เหมือน "สายน้ำผึ้ง"

ผู้แต่ง "สามีตีตรา" ตอบกลับ คนโยง "ยิ่งลักษณ์" เหมือน "สายน้ำผึ้ง"

วันนี้(20 มี.ค.)เฟซบุ๊ค Aritaa Kanyamass ซึ่งเป็นเฟซบุ๊คของคุณทัศนีย์ คล้ายกัน เจ้าของนามปากกา อาริตา กันยามาส,นาวิกา และเป็นเจ้าของบทประพันธ์หนังสือนิยายสามีตีตราที่กำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในขณะนี้ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คว่า
“…ฉันขอประท้วงค่ะคุณไม่มีสิทธิ์เอาตัวละครที่ฉันเขียนไปเหน็บแนมพาดพิงบุคคลอื่นนะคะ ฉันไม่ได้ปกป้องคุณยิ่งลักษณ์ ถ้าคุณกาญจนาโดนแบบนี้ฉันก็จะปกป้องคุณ
ฉันเป็นเฟมินิสต์ และเชื่อมั่นในพลังผู้หญิง ฉันไม่ชอบการด่าแบบไร้เหตุผลอีกฝ่ายเจออุบัติเหตุ คุณก็ด่าเขาไม่มีความเห็นใจ คิดว่าเขาแกล้งทำอยากให้เกิดกับตัวคุณ และมีคนด่าคุณแบบนี้บ้าง
อย่าด่่ากันเอง แบบ “มโน” ลากโยงค่ะสำหรับฉันความคิดแบบนี้ คุณกาญจนาคือนางอิจฉา ฉันปกป้องตัวฉันด้วย อย่าเอาผลงานฉันไปเที่ยวด่ากระทบใครตามนี้นะคะ คุณกาญจนา…”
ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่อ้อย กาญจนา จินดาวัฒน์ นักแสดงรุ่นใหญ่โพสข้อความเหน็บแนมว่าอาการเจ็บข้อเท้าของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีเหมือนเป็นการแสดงคล้ายกับสายน้ำผึ้ง ในละครสามีตีตรา

แถลงการณ์ ป๊อบคอร์นรักชาติ ยืนยันว่าทุกนายอยู่ครบมิมีใครถูกจับกุม

กรณี นักรบป๊อปคอร์น โปรดใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าว
แถลงการณ์ ป๊อบคอร์นรักชาติ
ตามที่ได้มีการกล่าวอ้างว่ามีการจับกุมมือป๊อบคอร์น เพื่อพยายามโยงให้เกี่ยวข้องกับ กปปส. ทางป๊อบคอร์นรักชาติ ขอยืนยันว่าทุกนายอยู่ครบมิมีใครถูกจับกุม การดำเนินการของ ป๊อบคอร์นรักชาติ มิได้เกี่ยวข้องกับ กปปส. จึงเรียนมาให้พี่น้องผู้รักชาติเพื่อทราบ
ป๊อบคอร์นรักชาติ

ผลในทางกฎหมายถ้าการเลือกตั้ง ๒ ก.พ. เป็นโมฆะ?

ผลในทางกฎหมายถ้าการเลือกตั้ง ๒ ก.พ. เป็นโมฆะ?

สืบเนื่องมาจากการรับคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้ง ๒ ก.พ. เป็นโมฆะหรือไม่ และศาลนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ ๒๑ มี.ค. เราจะไม่คาดการณ์เหตุผลในทางกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราจะพิจารณาถึง “ผลสืบเนื่อง” จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ ๒ ก.พ. เป็นโมฆะ จะส่งผลที่น่าพิจารณาอย่างน้อย ๒ ประการ ดังนี้

ประการที่ ๑. กรณีนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานว่า หากผู้ที่ต่อต้านการเลือกตั้งรวมถึงผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง (ปฎิรูป หรือ ปฏิวัติก่อนเลือกตั้ง)อันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยปรารถนาจะทำลายการเลือกตั้งให้กลายเป็นโมฆะ ก็กระทำได้อย่างง่ายดายโดยวิธีการได้ปิดกั้น "ขัดขวาง"มิให้ “ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง” เข้าไปสมัครรับเลือกตั้งกับทาง กกต. ในบางเขตได้ เพื่อเป็นเหตุให้ “เขตเลือกตั้ง” นั้นไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดเหตุบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป และหาก กกต.จะจัดการเลือกตั้งโดยเปิดรับสมัครใหม่ในเขตเลือกตั้งที่บกพร่องนั้นให้แล้วเสร็จ ก็จะกลายเป็นข้ออ้างให้มีคนไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินหรือ ศาล รัฐธรรมนูญอีกว่า มีการจัดการเลือกตั้งมากกว่า ๑ วัน ส่งผลให้การเลือกตั้งทั้งประเทศเป็นโมฆะ ขัด รธน มาตรา ๑๐๘ เช่นนี้ สังคมนิติรัฐรัฐย่อมไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยสงบ เพราะเมื่อใดที่ ผู้ต่อต้านประชาธิปไตยไปปิดล้อมสถานที่รับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่งผลให้ กกต.ไม่อาจเปิดรับสมัครผู้สมัครฯได้ในบางเขตเลือกตั้ง ก็จะส่งผลให้การเลือกตั้งทั้งประเทศกลายเป็นโมฆะได้อย่างง่ายดาย เป็นการทำลายเจตจำนงของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย (และละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ยอมรับโดยสากลโลก) ในบางเขตพื้นที่เท่านั้น (ตามข้อเท็จจริงปัจจุบันคือมีเพียง ๒๘ เขตเลือกตั้งที่มีปัญหา)

ประการที่ ๒. ตามแนวคิด ของ อาจารย์ พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล(อาจารย์พิเศษ) ชี้ว่า หากการเลือกตั้ง ๒ ก.พ. เป็นโมฆะโดยผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ควรจับตาว่า กรณีจะซ้ำรอยคดี รศ ดร ไชยันต์ ไชยพร ซึ่งฉีกบัตรเลือกตั้ง ๒ เม.ย. ๔๙ อีกหรือไม่ คดีดังกล่าวเป็นขึ้นศาลจังหวัดพระโขนง ศาลพิพากษาว่า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ๒ เม.ย.เป็นโมฆะ ฉะนั้น จำเลย (ไชยันต์ฯ) ไม่มีความผิดฐานฉีกบัตรเลือกตั้งไปด้วย (ถือไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น) แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิด

นอกจากนี้เคยปรากฏข้อเท็จจริงลักษณะเดียวกันเหตุเกิดที่ภาคใต้ เป็นคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๘๕๐/๒๕๕๔) วางบรรทัดฐานว่า การฉีกบัตรเลือกตั้งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะก็ตาม บรรดาการกระทำผิดอันเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายนั้นหาถูกลบล้างไปด้วยไม่

จะเห็นได้ว่าสำหรับคดีไชยันต์แม้ว่าต่อมาศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดก็ตาม และแม้ว่าจะเคยมีคำพิพากษาฎีกาวางบรรทัดฐานไว้แล้วดังกล่าวข้างต้น ก็น่าจับตาดูพฤติกรรมต่อเนื่องของ “ศาลยุติธรรม” ภายหลังจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๒๑ มี.ค. พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แล้วศาลยุติธรรมจะนิรโทษกรรมให้ กปปส. (ที่ไปปิดคูหา ขวางการเลือกตั้ง ฯลฯ) โดยอ้างอิงผ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ เหมือนที่ศาลจังหวัดพระโขนงเคยทำ อีกหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะไม่มีใครมีความผิดใดๆในการล้มการเลือกตั้งทั่วไป อันเป็นอำนาจของประชาชนทุกคนที่บัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และ ประชาธิปไตยแบบไทยๆก็อาจไม่ต้องมีการเลือกตั้งก็ได้!

อ.เอกชัย ไชยนุวัติ
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย


ไพศาล เตือน รองปธ.วุฒิทำหน้าที่แทน"นิคม"


นายไพศาล พืชมงคล โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว วันนี้(20มี.ค.57)
ผมได้พูดและเขียนเตือนคุณนิคมหลายครั้งว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกทีจะพ้นเวลาพระจันทร์แรมเดือน ๔ หรือไม่ก็ไม่รู้ ให้รีบทำกรณียกิจอันพึงทำคือการนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ เพราะผมเห็นว่าเวลาของคุณยิ่งลักษณ์ก็นับถอยหลังมาระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งนานยิ่งบอบช้ำยับเยิน
ถึงขนาดแนะว่าจะตั้งใครให้ถามคุณทักษิณหรือใครต่อใครที่นับถือหรือมีหน้าที่ีก็ได้ ถึงขั้นกระซิบด้วยว่าจะเสนอตั้งคุณโภคิน หรือคุณพงษ์เทพ ก็เสนอไปสิ แต่ไม่ยอมทำหน้าที่ 

หลายคนมาด่าว่าผม ผมก็ไม่ว่าอะไรท่านหรอก บางท่านก็ท้าทายผมว่าคุณนิคมไม่ทำแน่ ผมก็สวนไปว่าก็ลองดูสิว่าการไม่ทำตามที่ผมแนะนั้นจะเป็นอย่างไร วันนี้ก็หมดโอกาสแล้ว

อันความเห็นทางกฎหมายนั้นแม้ผมจะมีความรู้น้อยแต่ผมไม่มีวันยอมให้ความเห็นนั้นเอนเอียงเบี่ยงเบนตามความต้องการของใครเป็นอันขาด จึงเป็นที่ชอบใจไม่ชอบใจของฝ่ายนั้นบ้างฝ่ายนี้บ้าง แล้วเอาความไม่ชอบใจมาด่าว่าผม ทั้งที่ผมก็ไม่ได้เสียอะไรกับใคร เพราะการออกความเห็นโดยเอนเอียงตามความต้องการของคนอื่นนั้นในที่สุดก็ฉิบหายหมด คือฉิบหายทั้งผู้ต้องการและผู้ออกความเห็นนั่นเอง
วันนี้ก็ขอเตือนรองประธานวุฒิสภาว่าถึงเวรท่านที่ต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภานำความกราบบังคมทูลแล้ว ท่านก็มีโอกาสครั้งเดียวนี้ในชีวิต จะสนองคุณแผ่นดินนำชาติออกจากวิกฤตหรือปล่อยไปตามยะถากรรมด้วยความไม่รับผิดชอบก็เป็นเรื่องของท่าน

นะโม ตัสสะ:4 เมษา 57 ฤา ประเทศจะเปลี่ยนไป


4 เมษา 57
ฤา ประเทศจะเปลี่ยนไป
********************
คือมันมีการข่าวมา ซึ่งตรงกับทาง พี่ๆ นปช. ได้รับทราบ
ว่า ..
ในวันพรุ่งนี้ 21 มีนาคม 2557
ศาล รธน. จะชี้ว่า การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภา เป็น โมฆะ !!!
ตามธงที่ฝั่งอำมาตย์ ได้ตั้งไว้
ถ้าเป็นดั่งการข่าว ที่มาจริงๆ
ในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน
ปปช. ก็จะชี้มูล ปลดนายกฯรัฐมนตรี เช่นกัน
เพื่อเล่นเกมส์ให้สอดคล้องกับ ศาล รธน.
ดึงคนเสื้อแดง ให้เข้าสู่เกมส์ ที่ อำมาตย์ วางไว้
อะไรคือ .. จุดสำคัญ ???
หลัง ปปช. ชี้มูลนายกฯ เป็นที่เรียบร้อย
ก็จะมีการประกาศ กฏอัยการศึก โดยทหารตามมา
ก็ฝากกราบไปถึง พี่ๆแกนนำ นปช. เจ้าค่ะ
จง .. ดึงเค้า ให้เข้ามาสู่ เกมส์ของเรา
ขอชัยชนะครั้งนี้ จงสถิตย์อยู่กับ คนเสื้อแดง
นะโม ( โม้ ... กามิ-กาเซ่ )


หนังสือลับ "สตง." โต้ “สุรนันทน์” จี้ทบทวนจ่ายเงินว่าจ้าง “มติชน-สยามสปอร์ต” จัดอีเวนต์ 240 ล.

หนังสือลับ "สตง." โต้ “สุรนันทน์” จี้ทบทวนจ่ายเงินว่าจ้าง “มติชน-สยามสปอร์ต” จัดอีเวนต์ 240 ล. โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ชี้กระบวนการคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีพิเศษไม่เปิดเผยโปร่งใสเป็นธรรม ราคาอาจสูงกว่าที่ควรจะเป็น ส่อฝ่าฝืน กม.ฮั้ว..
สตง. ได้ทำหนังสือ เลขที่ ตผ 0019/0822 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 เรื่องขอให้ทบทวนการจ่ายเงินในการดำเนินโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งไปถึงนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อยืนยันความเห็นให้ สลน.ทบทวนการจ่ายเงินว่าจ้างงานดังกล่าว
หลังจากที่นายสุรนันทน์ ได้ลงนามในหนังสือตอบกลับ สตง. มาเป็นทางการก่อนหน้านี้ ว่า ไม่สามารถทบทวนได้ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
โดย สตง.ระบุสาระสำคัญในหนังสือฉบับใหม่นี้ว่า การว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานนี้ โดยวิธีพิเศษ เป็นการดำเนินการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเปิดเผยโปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งอาจจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น และอาจเข้าข่ายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 อาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย.