PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

"ชัชชาติ" เล็งติดตั้งกล้องวงจรปิดในรถแท็กซี่


18 กันยายน 2556 เวลา 16:55 น. | อ่าน 91
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดติดตั้งกล้องวงจรปิดในรถแท็กซี่ รวมทั้งกำหนดกล้องวงจรปิดให้เป็นอุปกรณ์ประจำรถตามกฎหมาย เช่นเดียวกับมิเตอร์ เพื่อติดตามดูพฤติกรรมของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการเก็บหลักฐาน เพื่อดำเนินคดี ปรับ และจับกุม กรณีที่มีการทำผิดกฎหมายเกิดขึ้นในรถ 

ขณะที่ กรมการขนส่งได้ตั้งทีมงานศึกษาความเป็นไปได้ การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในตัวรถแท็กซี่ เช่น ค่าใช้จ่ายการติดตั้งอุปกรณ์ ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการติดอุปกรณ์ จะให้ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย รวมถึงศึกษาเปรียบเทียบกับผลการใช้งานในระบบจีพีเอส ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งมีคำสั่งให้ติดตั้งบนรถโดยสารประจำทางไปแล้วกว่า 400 คัน 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีรถแท็กซี่ที่ให้บริการจริง 70,000 คัน แต่มีการยื่นขอจดทะเบียนจำนวน 100,000 คัน 
 
ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวการเมือง

"สั่งอดีตซี 8 ช่วย “หญิงอ้อ” โกงภาษีกลับรับราชการ โกยเงินเดือนย้อนหลัง 7 ปี".

ปลัดคลังลงนามคำสั่งให้ “โมรีรัตน์ บุญญาศิริ” อดีตซี 8 กรมสรรพากร คดีช่วย “หญิงอ้อ” หนีภาษีโอนหุ้นชินฯ กลับเข้ารับราชการ เปิดตำแหน่งเฉพาะ ผอ.สำนักนิติกร 9 รับเกือบ 7 หมื่นต่อเดือน มีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 49

วันที่ 17 ก.ย. สำนักข่าวอิศราเผยแพร่เอกสารคำสั่งกระทรวงการคลัง เรื่องให้ น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อายุ 53 ปี อดีตนิติกร 8 ว. กรมสรรพากร ซึ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลกรณีร่วมกันละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากรคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษต้องคำพิพากษาศาลจำคุก 2 ปี คดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ โอนหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในชื่อของ น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี คนรับใช้ จำนวน 4.5 ล้านหุ้น มูลค่า 738 ล้านบาท ให้แก่ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม โดยไม่มีค่าตอบแทน ล่าสุดได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งแล้วคำสั่งดังกล่าวระบุว่า...

“ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ ๑๑๓๐/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพิกถอนคำสั่งลงโทษข้าราชการ ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ ๖๕๘/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ลดโทษเป็นปลดนายศิโรฒน์ สวัสดิ์พาณิชย์ นายวิชัย จึงรักเกียรติ นางสาวสุจินดา แสงชมภู และนางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ เป็นต้นไป นั้น

บัดนี้ อ.กพ.กระทรวงการคลังในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ได้มีมติอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งเพื่อแต่งตั้ง นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (นิติกร ๙ บส.) ตำแหน่งเลขที่ ๑๙๖๐๔ (ฉ) สังกัดส่วนกลาง กรมสรรพากร และมีเงื่อนไขว่า “กำหนดเพื่อแต่งตั้ง นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ เป็นการเฉพาะรายและให้ยุบเลิกตำแหน่งนี้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นไป”

ฉะนั้น อาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา ๕๗(๕) มาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๑๕๕๑ คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ หนังสือสำนักงาน ก.พ.ด่วนที่สุด ที่ นร.๑๐๐๘.๓.๒/๑๓๖ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ และมติ อ.กพ.กระทรวงการคลัง ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ จึงให้ นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (นิติกร ๙ บส.) ตำแหน่งเลขที่ ๑๙๖๐๔ (ฉ) สังกัดส่วนกลาง กรมสรรพากร รับเงินเดือนในอันดับ ท.๙ ขั้น ๔๗,๘๕๐ บาท และให้ยุบเลิกตำแหน่งนี้เมื่อ นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ พ้นไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙”

พร้อมระบุหมายเหตุในท้ายคำสั่งว่า : นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ๑๐,๐๐๐ บาท และเงินค่าตอบแทนรายเดือนเท่ากับเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ตามหนังสือ สำนักงาน ก.พ.ด่วนที่สุดที่ นร. ๑๐๐๘.๓.๒/๑๓๖ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖


http://astv.mobi/Asci3A8


เจ้าคณะอำเภอกะปงลาสิกขาแล้ว หลังมีข่าวดังและคลิปว่อนในสังคมออนไลน์

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 กันยายน 2556 ที่วัดประชุมโยธี(พระอารามหลวง) พระเทพปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดพังงา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้( 18 กันยายน ) พระครูบุญญาภินันท์ หรือ อาจารย์หรีด เจ้าคณะอำเภอกะปง ได้เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ ต.ท่านา อ.กะปงและลาออกจากเจ้าคณะอำเภอกะปง พร้อมกับให้ตนเองทำการลาสิกขาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากลาสิกขาแล้วได้สวมใส่ชุดขาวและมีลูกศิษย์มารับออกไปจากวัดโดยไม่ได้แจ้งว่าเดินทางไปไหน โดยเมื่อวานนี้(17 กันยายน) ในช่วงค่ำ หลังจากมีข่าวดังออกไป ทางฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ของจังหวัดพังงาได้ดำเนินการสอบสวน พร้อมขอหลักฐานจากฝ่ายต่างๆมาตรวจสอบดู และได้สอบถามไปยังเจ้าตัว ซึ่งก็นิ่งไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ ต่อมาในช่วง21.00 น.ได้แจ้งว่า จะเดินทางมาพบกับเจ้าคณะจังหวัด หลังจากนั้นก็ได้เข้าพบในในช่วงเวลา 04.00 น. พร้อมกับกล่าวเพียงว่า ตนเองได้หมดวาสนาจะได้อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป พร้อมกับได้ฝากปัจจัยและงานต่างๆของวัดที่ยังค้างอยู่ ให้คณะสงฆ์ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป

อาจารย์หรีด วัดป่าโมกข์ หรือ พระครูบุญญาภินันท์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองใต้ ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ พระเครื่องและเครื่องราง พระอาจารย์หรีดเป็นที่นิยมมากมา
ประวัติ พระครูบุญญาภินันท์ หรือพระอาจารย์หรีด ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดคีรีเขต อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเมื่อ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ณ วัดศรีนิคม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยพระครูพิริยพงษ์พิทักษ์ เจ้าคณะอำเภอกะปง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโสภณวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ เป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูอินทรคุณูปถัมป์ วัดอินทภูมิ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาพระอาจารย์หรีดได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนได้นักธรรมเอกแล้ว ได้เดินทางไปศึกษาด้านสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่วิเวกอาศรม ในสำนักวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพมหานคร โดยมีพระอาสภมหาเถระ เจ้าคุณพระพิมลธรรม พระเทพสิทธิมุนี (โชดก) เป็นพระอาจารย์ด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน หลังจากนั้นได้ธุดงค์วัตรไปอยู่ตามภูเขาเลาเนาไพรทางภาคเหนือ แถบอำเภอจอมทอง อำเภอ ฝาง จำพรรษากับพระอาจารย์บุญช่วย ประมาณ 7 ปี ได้ไปศึกษาเล่าเรียนและเจริญสมาธิภาวนากับ ครูบาธรรมจักรสังวร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน เป็นต้น

ต่อมาพระอาจารย์หรีดได้เดินทางกลับภาคใต้ ไปเล่าเรียนวิชากับ พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ วัดถลุงทอง พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนครูบาอาจารย์สายเขาอ้อ ทั้งบรรพชิตและฆราวาส จากนั้นได้มาจำพรรษาอยู่ที่ วัดปาโมกข์ กับพระครูโสภณวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาส และเมื่อเจ้าอาวาส มรณภาพลง พระ อาจารย์หรีดได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในลำดับต่อมา ได้ใช้วิชาความรู้สร้างและพัฒนาวัดป่าโมกข์ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูบุญญาภินันท์” และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอกะปงเมื่อ ปี 2554..........


วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

แถลงการณ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราชปช.


แถลงการณ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช
พรรคประชาธิปัตย์

เหตุการณ์ที่มีกำลังตำรวจปราบจลาจลกว่า 1,000 นายบุกเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช เมื่อเช้าวันที่ 16 กันยายนนี้ เพื่อเปิดทางถนนสายเอเชีย 41 ก่อนจะเข้าสลายการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ทะยอยกันมาสมทบมากขึ้นในเวลาต่อมา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นับเป็นสถานการณ์รุนแรงที่สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนทั่วไปว่า จะลุกลามบานปลายจนเกิดความสูญเสียมากขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่นำไปสู่ความรุนแรง หากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบของรัฐมีความละเอียดรอบคอบ และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่ใช้อำนาจหักหาญ หรือมุ่งแต่จะยุติการชุมนุมแสดงออกของพี่น้องประชาชนเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา กำหนดอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบด้านอยู่แล้ว

กลับมุ่งเน้นแก้ปัญหาในมิติเดียว คือ การพยายามเอาผิดกับผู้แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาของตนเอง และป้ายสีการเคลื่อนไหวของพี่น้องเกษตรกรว่ามีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลอยู่เบื้องหลังภาวการณ์เช่นนี้นอกจากจะทำให้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการเติมเชื้อไฟความขัดแย้งในบ้านเมืองให้ลุกลามบานปลายไม่มีที่สิ้นสุดด้วย

พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย รู้สึกเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่ดำรงอยู่ ขอเรียกร้องในเบื้องต้นดังนี้

1)ให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติการในพื้นที่ยุติการเผชิญหน้าทุกรูปแบบกับประชาชนและพี่น้องเกษตรกร เพื่อลดความตึงเครียดและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย

2)ให้รัฐบาลใช้ความพยายามทุกวิถีทางในทางสันติ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องให้สถานการณ์บริเวณที่เกิดเหตุเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

3)ให้รัฐบาลทบทวนท่าทีและกรอบแนวทางของตนเองต่อการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เพราะที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันในวิธีการที่เกษตรกรชาวสวนยางจำนวนมากไม่ยอมรับ อีกทั้งยังปิดกั้นหนทางการพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรเหล่านั้น ดังนั้นรัฐบาลต้องมีกลไกการเจรจาพุดคุยไว้ต่อไป เพราะมีแต่การพูดคุยทำความเข้าใจกันเท่านั้นที่จะพบทางออกและคลี่คลายปัญหาข้อขัดแย้งร่วมกันได้

4)ให้รัฐบาลยุติการใช้กลไกของตนเองในการใส่ร้ายป้ายสีการเคลื่อนไหวของพี่น้องเกษตรกรผู้เดือดร้อน โดยเฉพาะการกล่าวหาว่า มีนักการเมืองโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลัง เพราะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ฉวยโอกาสใส่ร้ายเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น

รัฐบาลควรทุ่มเทเวลาไปในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะนับวันปัญหานี้จะขยายขอบเขตออกไปมากขึ้น จากราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด ไปสู่ผลผลิตอื่นๆที่ภาวะราคาผลผลิตตกต่ำรอคอยการแก้ไขเยียวยาอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศต้องรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจากความผิดพลาดในการบริหารและกำหนดมาตรการของรัฐบาลเอง

พวกเราหวังว่า รัฐบาลจะเปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอแนะข้างต้น และทบทวนตนเองเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช
พรรคประชาธิปัตย์
16 กันยายน 2556

ปริศนา30ชายฉกรรจ์แทรกมวลชนเผาม็อบยางนคร

แฉกว่า 30 ชายฉกรรจ์แทรกมวลชนเผา และทุบรถตำรวจ เติมเชื้อไฟม็อบที่นครฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์16 กันยายน 2556 16:09 น.
        
       นครศรีธรรมราช สมรภูมิ “ควนหนองหงษ์” เดือด! เมื่อ จนท.สลายม็อบใช้ทั้งแก๊สน้ำตา และการยิงปืนข่มขู่ จนเกิดปะทะกับฝ่ายชุมนุมต่อเนื่องมีผู้บาดเจ็บหลายราย เผยมีผู้เห็นชายฉกรรจ์กว่า 30 คน แต่งตัวเลียนชาวสวนแทรกซึมมวลชนลงมือปฏิบัติการเผา และทุบรถตำรวจ ส่งผลให้สถานการณ์มีแนวโน้มยิ่งบานปลาย
       
       เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (16 ก.ย.) ที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมชาวสวนยางซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล โดยเหตุการณ์ได้เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเป็นวัยรุ่นจำนวนมากได้ยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่ และเหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ มีการยิงแก๊สน้ำตาเป็นระลอกๆ สลับกับกลุ่มวัยรุ่นก็ได้ฮือปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระลอกๆ เช่นกัน ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านจะพากันวิ่งหลบแก๊สน้ำตา ซึ่งเหตุการณ์ได้ชุลมุนวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ และมีชาวบ้านทราบชื่อคือ นายจรูญ ยศชู อายุ 40 กว่าปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชายสติไม่ดีได้ถูกตีที่ศีรษะจนบาดเจ็บ เนื่องจากเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว
       
       และการปะทะกันยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระลอกๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถอยร่นเข้าไปในสวนยางพาราของชาวบ้าน และล่าสุด ได้มีการเผารถยนต์ 6 ล้อ รถคุมขังผู้ต้องขัง และรถยนต์ 191 อีกหลายคัน โดยชาวบ้านระบุว่า การเผารถเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เผาเอง และสร้างสถานการณ์ว่าเป็นฝีมือของชาวบ้าน โดยมีการได้รับบาดเจ็บกันทั้ง 2 ฝ่าย
       
       ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน อัดเจ้าหน้าที่เป็นคนยิง
       
       อย่างไรก็ตาม ในช่วงเหตุการณ์ชุลมุนนั้น ได้มีการใช้อาวุธปืน และเข้าทำลายทรัพย์สิน โดยเป็นร้านเสริมสวยซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแยกควนหนองหงษ์ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทุบทำลายรถจักรยานยนต์ โดยมีกระบองปราบจลาจลหักทิ้งไว้เป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ นอกจากนั้น ยังมีการยิงปืนเข้าไปในร้านจนประตูร้าน และทรัพย์สินในร้านได้รับความเสียหาย โดยสามารถเก็บหัวกระสุนไว้ได้ และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสมนาม ราชรงค์ ถูกกระสุนปืนบริเวณต้นขา โดยผู้ชุมนุมได้เก็บหลักฐานเป็นปลอกกระสุนปืนไว้ได้เช่นเดียวกัน
       
       นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 30 คน ใช้ผ้าปิดหน้า และโพกศีรษะ แต่งกายเหมือนชาวสวนยาง ซึ่งกลุ่มลูกขวานลอยลมที่มาร่วมชุมนุม และทำหน้าที่ควบคุมสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ชุมนุมยืนยันว่าไม่รู้จัก โดยชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้เข้ามาก่อเหตุเผารถ จำนวน 3 คัน ที่จอดอยู่หน้าป้อมยาม ใกล้กับรถคันแรกที่ถูกเผา โดยได้เข็นรถคันดังกล่าวมาเผาบนถนน และหลังจากเผาเสร็จกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวก็แทรกซึมไปกับมวลชนในพื้นที่ และหายตัวไป
      
       

      
      
      
       

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาพ เหตุการณ์ ควนหนองหงษ์ 16 ก.ย.2556

ภาพ เหตุการณ์ ควนหนองหงษ์ 16 ก.ย.2556










ผู้ว่านครฯประกาศใช้ พ.ร.บ. บรรเทาป้องกันสาธารณภัย ห้ามม็อบยางเข้าพื้นที่ถึงเที่ยงพรุ่งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ. บรรเทาป้องกันสาธารณภัย ให้ควนหนองหงษ์เป็นพื้นที่อันตราย ห้ามประชาชนเข้า หลังม็อบ-ตำรวจ ปะทะเดือดวันนี้

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกแถลงการณ์ ห้ามประชาชนพื้นที่การชุมนุมประท้วงราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำในพื้นที่บริเวณแยกควนหนองหงษ์ และบริเวณใกล้เคียง ต.ควนหนองหงษ์ ดังนี้ ตามที่กลุ่มบุคคลชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ได้มีการประท้วงบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ได้ขยายการชุมนุมการประท้วงปิดถนนบริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรไปมาและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน โดยการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดสาธารณภัยและเกิดความเสียหายต่อชีวิต โดยอาศัยมาตรา 22, 27, 29 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันสาธารณภัย พ.ศ. 2550 จึงประกาศห้ามมิให้บุคคลใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปอาศัยหรือดำเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่บริเวณที่เกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ และพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างเวลา 12.00 น. ของวันที่ 16 - 17 ก.ย. 2556 เวลา 12.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

'นิวัฒน์ธำรง'ยันจีนเตรียมซื้อข้าวจากไทย 1.2 ล้านตันจริง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กันยายน 2556 17:43 น.  

       นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตนเองอ้างว่าได้ลงนามสัญญาขายข้าวให้จีนแล้ว 1.2 ล้านตัน แต่สำนักข่าวรอยเตอร์สกลับรายงานว่าทางจีนได้ปฏิเสธและยังไม่มีข้อตกลงซื้อขายข้าวกับไทยนั้น ว่า ขอยืนยันว่าได้เจรจาร่วมคู่ค้ากับจีน ที่เมือง Heilongjiang เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน ทางบริษัท Beidahuang ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ได้ให้ความสนใจที่จะซื้อข้าวขาวในสต็อกรัฐบาลไทยจริงจำนวน 1.2 ล้านตัน รวมถึงสนใจที่จะซื้อยางพาราอีก 2 แสนตัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างสัญญาซื้อขายและเจรจาระหว่างกัน โดยคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้จะมีการลงนามระหว่างกันได้ แต่ยังไม่สรุปจะลงนามกันที่เมืองไทยหรือประเทศจีน ส่วนราคาซื้อขายเป็นราคาที่ดี
        รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า ในการเจรจาซื้อขายข้าวกับจีนครั้งนี้ เป็นผู้เจรจาด้วยตนเองจึงไม่มีเหตุผลที่จะนำข้อมูลเท็จมาเปิดเผย