PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แ ถ ล ง ก า ร ณ์ ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน(ข้อมูล)

แ ถ ล ง ก า ร ณ์
ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน


การยึดอำนาจของคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นั้น ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจับกุมคุมขังผู้แสดงออกทางการเมืองที่ไม่ยอมรับต่อการรัฐประหาร การลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่ง คสช. เชื่อว่าเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม จนมีบุคคลถูกประกาศเรียกเข้ารายงานตัวกว่า 600 ราย และมีการจับกุมอีกกว่า 200 คน อันประกอบด้วย นักวิชาการ สื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม และประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหรือเสวนาทางวิชาการที่ถูกแทรกแซงไม่ให้จัดหรือควบคุมเนื้อหาอีกจำนวน 33 กิจกรรม ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกอยู่ภายใต้บรรยากาศหวาดผวาและอำนาจอันไม่เป็นธรรมตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา โดยไม่อาจแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ได้

ยังไม่พูดถึงว่าในช่วงต่อมาได้มีการบังคับใช้กฎอัยการศึกไปดำเนินการจับกุมรังแกชาวบ้านผู้ยากจนให้ออกจากพื้นที่ทำกิน (แต่กลับไม่ดำเนินการอันใดต่อนายทุนที่เข้าไปบุกรุกจับจองพื้นที่ป่า) อาทิ ไล่รื้อบ้านเรือนชาวบ้านโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านคอนสาร จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านคลองไทรพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานีและอีกหลาย ๆ ชุมชนแทบทุกภาคของประเทศ รวมทั้งจับกุมกลุ่ม ‘ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน’ในกรณีเดินเรียกร้องเพื่อปฏิรูปพลังงาน ควบคุมตัวผู้ร่วมลงชื่อร่วมกับ 12 องค์กรภาคอีสานที่ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูป จับกุมชาวบ้านและนักวิชาการที่เดินรณรงค์เพื่อเรียกร้องให้หยุดแผนแม่บทฯป่าไม้ แทรกแซงคุกคามและปิดกั้นสื่อมวลชนไม่ให้นำเสนอข่าวด้านลบของรัฐบาล คสช. ไม่อนุมัติการจัดงานทอล์คโชว์เรื่อง ‘ที่ดิน’ ตลอดจนปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นปัญหาของประชาชนมาเนิ่นนานเป็นปัญหาปากท้องที่มิอาจปล่อยให้มีการปฏิรูปโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

กระทั่งล่าสุดได้มีการจับกุมนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นจำนวน 5 คน ภายหลังจากการแสดงออก ‘ไม่เอารัฐประหาร’ ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร ทั้งที่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหากับชาวบ้านภาคอีสาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้ เราในนามของบุคคล นักวิชาการ นักเขียน นักกิจกรรมทางสังคม และตัวแทนองค์กรทางสังคมต่าง ๆ ที่ปรากฏนามข้างล่าง ขอประกาศแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังนี้

1. ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดปล่อยสิทธิและเสรีภาพในการเคลื่อนไหวประเด็นปัญหาของประชาชน

2. เราเชื่อมั่นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน อำนาจอื่นใดที่เข้ามาแย่งชิงอำนาจของประชาชนเราไม่ขอยอมรับอำนาจนั้น

3. ขอให้กำลังใจต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายต่าง ๆ ของ คสช. การดำเนินคดีต่อนักศึกษาและประชาชนด้วยกฎอัยการศึก เป็นเรื่องที่เราไม่อาจยอมรับได้
ป ร ะ ช า ช น คื อ เ จ้ า ข อ ง อํ า น า จ อ ธิ ป ไ ต ย

รายชื่อคณะบุคคล 102 คน แนบท้ายแถลงการณ์

1.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล รัฐศาสตร์ จุฬา
2.กฤช เหลือลมัย กวี
3.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา
4.เกษม สุวรรณะ ชมรมคนงานสูงวัย
5.ขวัญชัย กุลสันติธำรงค์
6.ขวัญระวี วังอุดม 
7.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ภาควิชาปรัชญา ม.ศิลปากร
8.คมสันติ์ จันทร์อ่อน
9.งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
10.จักรชัย โฉมทองดี
11.จักรพงษ์ บุริพา
12.จิรธร สกุลวัฒนะ นักศึกษาระดับปริญญาเอก SOAS University of London
13.จุติอร รัตนอมรเวช
14.เฉลิมศักดิ์ กิติตระกูล
15.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมาุนุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
16.ชวศรี โรจนวิภาต
17.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและความหลากหลายทางเพศ
18.ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
19.ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ
20.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
21.ตะวัน พงศ์แพทย์
22.ตะวัน วรรณรัตน์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
23.ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง 
24.ทองธัช เทพารักษ์ การ์ตูนนิสต์
25.เทวฤทธิ์ มณีฉาย
26.ธนศักดิ์ สายจำปา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
27.ธนาพล ลิ่มอภิชาติ
28.ธนาวิ โชติประดิษฐ นักศึกษาระดับปริญญาเอก Birkbeck College, University of London
29.ธัช ธาดา กวี
30.ธิวัชร์ ดำแก้ว
31.ธีรวรรณ บุญญวรรณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
32.นพพรรณ พรหมศรี
33.นพพล ผลอำนวย
34.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
35.นันทชาติ หนูศรีแก้ว
36.นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์
37.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
38.นิวัต พุทธประสาท นักเขียน
39.นิอับดุลฆอร์ฟาร โตะมิง
40.บารมี ชัยรัตน์
41.บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ ภาควิชาปรัชญา ม.ศิลปากร
42.บุณฑริก วงศ์โชติรัตน์
43.ประจักษ์ ก้องกีรติ รัฐศาสตร์ มธ.
44.ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
45.ประทีป มีคติธรรม ประชาชน
46.ประภาส ปิ่นตบแต่ง รัฐศาสตร์ จุฬาฯ 
47.ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ
48.ปรีดา ข้าวบ่อ นักเขียน
49.ปาริชาติ วงศ์เสนา
50.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
51.ปิยนุช ยอแสงรัตน์ เกตุจรูญ
52.พนิดา อนันตนาคม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
53.พรพนา ก๊วยเจริญ
54.พรพรรณ ภู่ขำ
55.พฤหัส พหลกุลบุตร
56.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
57.พัชราภา ตันตราจิน นักศึกษาปริญญาเอก มธ.
58.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
59.พิพัฒน์ สุยะ ภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยศิลปากร
60.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
61.ไพบูลย์ แก้วเพทาย ผู้นำแรงงานอาวุโส
62.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียน
63.ภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น
64.ภาสกร อินทุมาร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
65.ยงค์ ยโสธร นักเขียน
66.ยุกติ มุกดาวิจิตร สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
67.เยาวภา ดอนเส กลุ่มคนงานสตรีสู่เสรีภาพ (กสภ.)
68.วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเชียน นักทำสารคดี
69.วันรัก สุวรรณวัฒนา. นักศึกษาปริญญาเอก Oxford university
70.วิจักขณ์ พานิช
71.วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี องค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
72.วิโรจน์ อาลี คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
73.วีระพงษ์ ประภา นักพัฒนาสังคม
74.เวียงรัฐ เนติโพธิ์
75.เวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน
76.ศรีไพร นนทรี
77.ศักดิ์ ไชยดวงสิงห์ (แสงดาว ศรัทธามั่น) นักเขียน
78.ศิริพร ฉายเพ็ชร (มอส)
79.ศิริวัฒน์ คันธารส
80.ศุภวิทย์ ถาวรบุตร
81.สนั่น ชูสกุล นักกิจกรรมทางสังคม
82.สนานจิตต์ บางสพาน (นักเขียน)
83.สมบูรณ์ คำแหง องค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
84.สฤณี อาชวานันทกุล - นักเขียน นักวิชาการอิสระ
85.สาคร สงมา องค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือล่าง
86.สุขุมพจน์ คำสุขุม นักเขียน
87.สุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการช่อการะเกด
88.สุธิดา วิมุตติโกศล 
89.สุธิลา ลืนคำ
90.สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง องค์กรพัฒนาเอกชน
91.อธิคม คุณาวุฒิ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร WAY
92.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
93.อรรถพล อนันตวรสกุล ครุศาสตร์ จุฬาฯ
94.อรัญญา ศิริผล คณะสังคม วิทยา มช.
95.อากร ภูวสุนทร ชมรมคนงานสูงวัย
96.อานนท์ นำภา
97.อุเชนทร์ เชียงเสน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
98.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
99.เอกรินทร์ ต่วนศิริ
100.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา
101.ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์คณะรัฐศาสตร์
102.ปกรณ์ อารีกุล

วาะทะเด็ด"บิ๊กตู่"

“ผมอาจจะไม่ใช่ประชาธิปไตย100% แต่ผมถามว่าการที่เป็นประชาธิปไตย100% ทำอะไรให้กับประเทศไทยได้บ้าง”
ประยุทธ์ จันทร์โอชา 21พ.ย.57

“วัชระ” สับข่าวสด-มติชนเขียนข่าวล่วงหน้า จี้สอบคำพิพากษารั่ว ยันฎีกาหมิ่น “ตู๊ดตู่

“วัชระ” สับข่าวสด-มติชนเขียนข่าวล่วงหน้า จี้สอบคำพิพากษารั่ว ยันฎีกาหมิ่น “ตู๊ดตู่”
Cr:ผู้จัดการ
อดีต ส.ส.ปชป.โวย “ข่าวสด-มติชน” เขียนข่าวล่วงหน้าศาลอุทธรณ์ยืนคุก 2 เดือนคดีหมิ่น “จตุพร” แถมมโนต่อว่าอุทธรณ์ทั้งที่ไม่ได้จ้อสื่อใด ฉะสะท้อนถึงจริยธรรม-ความน่าสงสัยกระบวนการยุติธรรม เล็งชงสอบสื่อ จี้โฆษกศาลเคลียร์ วันจันทร์ร้องผู้พิพากษาเรียก บก.หนังสือพิมพ์สอบละเมิดอำนาจศาล และให้ตั้ง กก.สอบคำตัดสินรั่ว ยันฎีกาต่อ เชื่อคำว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” ไม่หมิ่น
วันนี้ (21 พ.ย.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำคุกตนเอง 2 เดือนรอลงอาญา 2 ปี ในคดีหมิ่นประมาทระหว่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช.กับตนเอง โดยได้นำหนังสือพิมพ์มติชน และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับลงวันที่ 21 พ.ย.มาแสดงพร้อมกับระบุว่า ในหนังสือฉบับเช้าของทั้งสองฉบับวันนี้ โดยหน้า 6 หนังสือพิมพ์มติชน และหน้า 10 ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด มีการนำเสนอข่าวว่าศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำคุกตนเอง 2 เดือน พร้อมกับข้อความระบุว่าตนเองให้สัมภาษณ์เตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วศาลได้นัดคู่ความฟังคำพิพากษาในวันนี้ซึ่งตนได้เดินทางไปศาลและผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ตัดซองคำพิพากษาในเวลา 10.00 น. และอ่านเสร็จสิ้นในเวลา 10.15 น. จากนั้นตนได้เดินทางกลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเปิดหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับดูกลับพบว่ามีการรายงานข่าวดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว และมีเนื้อหาสาระเหมือนกับที่ศาลได้อ่านให้ตนฟังในวันนี้
นายวัชระกล่าวว่า ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดสื่อทั้งสองฉบับจึงล่วงรู้คำพิพากษา ก่อนที่จะมีการอ่านให้กับตนซึ่งเป็นจำเลยในคดีได้รับทราบ อีกทั้งยังมีการระบุว่าตนให้สัมภาษณ์ว่าจะอุทธรณ์ทั้งที่เมื่อวาน (20 พ.ย.) ตนอยู่บ้านล้างจานและไม่ได้พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนสำนักไหนเลย กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงจริยธรรมของสื่อและความน่าสงสัยในกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่ทราบว่าผู้สื่อข่าว บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับรู้คำพาพิพากษาล่วงหน้าได้อย่างไร โดยจะทำหนังสือถึงสมาคมสื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมของหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับ และขอเรียกร้องให้โฆษกศาลยุติธรรมออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ตนในฐานะผู้เสียหายให้ทราบด้วย
อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย. ตนจะนำหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับไปยื่นร้องต่อองค์คณะผู้พิพากษาในคดีนี้เพื่อให้เรียกบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับมาสักถามว่าเหตุใดจึงมีการตีพิมพ์คำพิพากษาไปก่อนล่วงหน้า ไม่รู้ว่าจะเข้าข่ายล่วงละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ พร้อมกับจะขอให้ศาลตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าเหตุใดคำพิพากษาจึงหลุดรั่วออกมาก่อนทีจะอ่านให้คู่ความฟัง
ทั้งนี้ ในส่วนของคดีก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไป เพราะยังติดใจคำว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” ไม่ได้เข้าข่ายหมิ่นประมาทแต่อย่างใด

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ –สุณัย ผาสุข -หมอสุภัทร-สุดแดน-ศรีประภา สมทบเข้าชื่อ102นักวิชาการร่วมแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึก

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ –สุณัย ผาสุข -หมอสุภัทร-สุดแดน-ศรีประภา สมทบเข้าชื่อร่วมแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึก

ภายหลังจากแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึกจากกลุ่มนักวิชาการ นักเขียน และนักกิจกรรม 102 คน ได้ถูกเผยแพร่เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการนักเขียนร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก อาทิ เช่น สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ, อธิคม คุณาวุฒิ บก.นิตยสาร WAY,  ภัควดี วีระภาสพงษ์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, วิจักขณ์ พานิช, สนานจิตต์ บางสพาน, สฤณี อาชวานันทกุล, เวียง-วชิระ บัวสนธ์, ปรีดา ข้าวบ่อ
ในด้านวิชาการมีก็นักวิชาการจากหลายมหาวิทบาลัยร่วมลงชื่อ เช่น ประภาส ปิ่นตบแต่ง,  เดชรัต สุขกำเนิด, คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง (เชฟหมี) ประจักษ์ ก้องกีรติ, ประทับจิต นีละไพจิตร, กนกรัตน์ เลิศชูสกุล, นฤมล ทับจุมพล, โอฬาร ถิ่นบางเตียว นอกจากนี้ยังนักพัฒนาเอกชน หรือ NGO ร่วมลงชื่อ เช่น วิโชคศักดิ์ รณรงค์ นพพรรณ พรหมศรี และ สนั่น ชูสกุล เป็นต้น
ทั้งนี้ได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ ยกเลิกกฎอัยการศึก ใน Change.org โดยล่าสุดเมื่อเวลา 12.40 น. (21 พฤศจิกายน 2557 ) ได้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 2,300 คน 
และยังมีการอัพเดตรายชื่อเพิ่มเติม อีก 50 ชื่อ โดยมีนายชื่อที่น่าสนใจ เช่น วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ นักพัฒนาเอกชน, นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ/กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน, อ.สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ ม.ธรรมศาสตร์ร, ศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล ม.มหิดล, อ. ศรีประภา เพชรมีศรี  สถาบันสิทธมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์, นิมิตร เทียนอุดม มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, ผศ.ดร.จาตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ไชยันต์ รัชชกูล, เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์, ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรศ. ดร. สุธี ประศาสน์เศรษฐ 
โดยมีการอธิบายในหน้ากิจกรรม change.org ว่า “ขอเน้นยำว่าแถลงการณ์ฉบับนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์การมีอยู่ของกลุ่มบุคคล ที่มีจุดยืนตามแถลงการณ์ หากท่านต้องการณ์แสดงเจตนารมณ์เช่นเดียวกับเราสามารถร่วมลงชื่อได้โดยที่รายชื่อที่กดเข้าร่วม ใน Change.org จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หากไม่ได้รับอนุญาต”
ทั้งนี้รายชื่อที่มีการอัพเดตบนหน้าเว็บทั้งหมด เป็นรายชื่อที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่แล้ว สำหรับรายชื่อที่ถูกอัพเดตเพิ่มเติมได้แก่

1.    วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ         นักพัฒนาเอกชน
2.    นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ        ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ/กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน
3.    สุดแดน วิสุทธิลักษณ์     คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4.    รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล    มหาวิทยาลัยมหิดล
5.    สุณัย ผาสุข         ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์
6.    อ. ศรีประภา เพชรมีศรี     สถาบันสิทธมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
7.    นิมิตร เทียนอุดม         มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
8.    ผศ.ดร.จาตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร     ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
9.    ไชยันต์ รัชชกูล             นักวิชาการ
10.    เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์     นักวิชาการ
11.    ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ         คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
12.    วนิดา วินิจจะกูล
13.    วิไลพร จิตรประสาน         กลุ่มเพื่อนประชาชน
14.    กฤตยา อาชวนิจกุล
15.    ชาญชัย ชัยสุขโกศล
16.    ประกาศ เรืองดิษฐ์             องค์กรพัฒนาเอกชน
17.    สุภา ใยเมือง            นักพัฒนาเอกชน
18.    ฝ้ายคำ หาญณรงค์            นักพัฒนาเอกชน
19.    กิตติกาญจน์ หาญกุล
20.    ทวีศักดิ์ เผือกสม
21.    เบญจพร อินทร์งาม
22.    วิภาวดี พันธ์ยางน้อย
23.    ภัทรพร ภู่ทอง              Rotary Peace Center at Chulalongkorn University
24.    ศิรินันต์ สุวรรณโมลี          NIDA
25.    ปรีชาญา ชาวกัณหา 
26.    ปัญญา พราหมณ์แก้ว 
27.    ดวงพร มากศิริ         ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ
28.    ฒาลัศมา จุลเพชร         ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ
29.    สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล     สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ
30.    ธงชัย ร่มเย็นเป็นสุข 
31.    เอี่ยวเร่ง ตะวันทัศนัย
32.    ณรงค์ วัจรินทร์   สหภาพแรงงานไทยซูซูกิ
33.    ทวีศักดิ์ เกิดโภคา 
34.    อนุพงษ์ จันทะแจ่ม   สภากาแฟ มหาวิทยาธรรมศาสตร์
35.    บุญญฤทธิ์ ร่องบอน 
36.    ศศิประภา ไร่สงวน 
37.    จุฑามาส. ศรีหัตถผดุงกิจ 
38.    ธีระยุทธ สิมหลวง
39.    อิสระพงศ์ เวียงวงษ์ 
40.    สมานฉันท์ พุทธจักร 
41.    วศินี บุญที
42.    รัฐศาสตร์ บาทชารี
43.    ปฏัก หนุนชู
44.    อภิวัฒน์ สุนทรารักษ์
45.    จิรวิชญ์ ฉิมมานุกูล
46.    จิรัชญา หาญณรงค์
47.    ธนัชชนม์ ธนาธิป - ปริพัฒน์ (นักเขียน)
48.    วัฒนชัย วินิจจะกูล
49.    พัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
50.    ธีรธรรม  วงศ์ษา

ดัชเชสแห่งอัลบา สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระชันษา 88 ปี

ดัชเชสแห่งอัลบา สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระชันษา 88 ปี
ดัชเชสแห่งอัลบา หนึ่งในสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในสเปน สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระชันษา 88 ปี
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 มีรายงานว่า เจ้าหญิงมาเรีย เดล โรซาริโอ คาเยทานา ฟิตซ์-เจมส์ สจ็วร์ต หรือ ดัชเชสแห่งอัลบา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระชันษา 88 ปี ที่พระราชวังดูเอ็นญาสในเมืองเซวิลล์หรือเซบียา ทางตอนใต้ของสเปน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังกลับมาจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบ
ทั้งนี้ ดัชเชสแห่งอัลบา เป็นดัชเชสที่มีชื่อเต็มยาวที่สุด โดยชื่อของพระองค์ที่ได้รับการบันทึกไว้ ใน กินเนสส์ เวิลด์ เร็คคอร์ด คือ
“เจ้าหญิงมาเรีย เดล โรซาริโอ คาเยทานา อัลฟอนซา วิคตอเรีย ยูจีเนีย ฟรานซิสกา ฟิตซ์-เจมส์ สจ็วร์ต อี เดอ วิลวา”
และยังนับว่าพระองค์เป็นสตรีผู้มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งในประเทศสเปน รวมทั้งพระองค์ยังมีบรรดาศักดิ์มากกว่า 40 ตำแหน่งด้วย

ไทกร พลสุวรรณ : เข้าสู่ภาวะคับขัน..!!!

เข้าสู่ภาวะคับขัน..!!!
สถานการณ์ตอนนี้มีการเตรียมการต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ในมหาวิทยาลัยต่างๆ
โดยใช้ม๊อตโต้ว่า"ต้านเผด็จการทหาร" หรือ ร่วมกัน
"โค่นเผด็จการทหาร"
ในประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของไทย
-รัฐบาลเลือกตั้งจะพ่ายแพ้คนชั้นกลาง
-รัฐบาลทหารจะพ่ายแพ้นักศึกษา
สถานการณ์ขณะนี้จึงเริ่มเข้าสู่ภาวะคับขัน เมื่อพิจารณาสัญลักษณ์ของการต่อสู้แล้ว ถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่างการต่อสู้ในยุคสมัยใหม่กับยุคสมัยเก่า
-การชูสามนิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้จากภาพยนต์ Hunger game
-การใช้เพลง Do you hear the people sing มาเป็น เพลงปลุกขวัญกำลังใจในการต่อสู้
โดยสัญลักษณ์ทั้งสองใช้สำหรับการต่อสู้เพื่อเอาชนะการกดขี่ เพื่อปลดปล่อยความเป็นทาส และเพื่อโค่นล้มการปกครองรูปแบบเดิมสร้างการปกครองรูปแบบใหม่
ดังนั้นจึงไม่อยากให้มีการดูถูกดูแคลนนักศึกษาเหล่านี้ โดยเฉพาะกองเชียร์พลเอกประยุทธ์ทั้งหลาย ที่รุมกระหน่ำโจมตี ดูถูกเหยียดหยาม เพราะการทำเช่นนั้นจะเป็นการเพิ่มพลังการต่อสู้ให้อีกฝ่าย ถือเป็นแนวร่วมมุมกลับชั้นดี เป็นโทษต่อพลเอกประยุทธ์มากกว่าเป็นคุณ เป็นความปรารถนาดี แต่ประสงค์ร้าย
หนทางแก้ไขที่พลเอกประยุทธ์ต้องทำมีเพียงหนทางเดียวคือ เอาชนะทางการเมืองต่อเผด็จการทักษิณให้ได้
เท่านั้น ซึ่งได้บอกวิธีการไปแล้ว...
ถ้าท่านทำ ก็รอด
ถ้าไม่ทำ ก็แล้วแต่...ว๊ะ...!!!
cr.ภาพ จากอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สมคิด มธ/สนช.บินดูงานแข่งบอลอังกฤษ

"สมคิด เลิศไพฑูรย์"บินดูแข่งบอลที่อังกฤษ นำมาใช้ประโยชน์ฟุตบอลเพณี มธ.-จุฬาฯ ตั้ง"นครินทร์"รักษาการ

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เวลา 20:33:36 น.




 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่เอกสาร คำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ 2390/2557 ลงวันที่ 17 พ.ย. 2557 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี โดยข้อความในคำสั่งระบุว่า

http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14164738851416473926l.jpg

ด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มีกำหนดการเดินทางไปราชการต่างประเทศ โดยได้รับเชิญจากสมาคมธรรมศาสตร์  ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ไปดูงานจัดการแข่งขันฟุตบอลของประเทศสหราชอาณาจักร เพื่อนำประสบการณ์ จัดการแข่งขันมาใช้ประโยชน์กับการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระหว่างวันที่21-24พฤศจิกายน2557ณ ประเทศสหราชอาณาจักร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2531 จึงแต่งตั้งให้ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ รักษาราชการในตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป จนกว่าผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีจะกลับมาปฏิบัติราชการตามปกติ

โดยหนังสือคำสั่งดังกล่า;ลงนามโดย ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ รักษาราชการแทนอธิการบดี 

อย่างไรก็ตาม สำหรับ ศาสตราจารย์ สมคิด ปัจจุบัน นอกจากจะดำรงตำแหน่ง รักษาราชการแทนอธิการบดีแล้ว ยังเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ด้วย 

สถานการณ์20พ.ย.57

กมธ.ยกร่าง

กมธ. 18 คณะ ของ สปช. เร่งทำงานเต็มที่ตามกรอบเวลา เบื้องต้น ยังไม่พบปัญหา เรื่องประชามติ ยังไม่หารือ    


รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 2 เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ว่า ขณะนี้ คณะกรรมาธิการ ทั้ง 18 คณะของ สปช. ซึ่งครอบลุมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน นั้น ได้มีการ

เร่งมือในการทำงาน รวบรวมข้อมูลอย่างเต็มที่ เพื่อสรุปความเห็นให้กับสภา ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่ามีเวลาน้อย ต้องทำให้แล้วเสร็จ ตามกรอบเวลาที่มี

กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในเบื้องต้น ยังไม่พบปัญหาหรือข้อติดขัดในการทำงานแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รองประธาน สปช. ยังกล่าวถึงเรื่องประชามติ หลังยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จว่า ในส่วนของ สปช.ยังได้มีการหารือในเรืองนี้ ว่าจะมีการเสนออย่างไรหรือไม่ และในการประชุมร่วม 5 ฝ่าย นายก

รัฐมนตรีก็ได้พูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้วว่า ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจ รอฟังเสียงประชาชนก่อน รวมถึง รอดูการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอความเห็นในขั้นตอนการยกร่าง ด้วยนั่นเอง
-----
พรรคมาตุภูมิ ส่งตัวแทนเข้าเสนอความเห็น กมธ.ยกร่าง รธน. ไร้เงา "พล.อ.สนธิ" ขณะพรรครักประเทศ ยังไม่ตอบรับคำเชิญ

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด ทางพรรคมาตุภูมิ โดยไม่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรค เดินทางมาเข้าร่วม แต่ได้ส่ง ดร.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรค และ พล.ต.วีระศักดิ์ นาทะสิริ รอง

เลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนเข้าให้ข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ เสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำร่าง โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้อำนาจประชาชนและรัฐต้องยึดโยงกัน และกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม พรรครักประเทศไทย ยังไม่ตอบรับตามคำเชิญ แต่ในเวลา 11.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย จะมาทำกิจกรรมบริเวณหน้ารัฐสภา
----------
บวรศักดิ์ บอกเดินหน้ายกร่างรัฐธรรมนูญหลังปีใหม่ ย้ำ รัฐบาลไม่ล้วงลูก ขณะ มีชัย แค่ช่วยติดตามงาน

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ คณะกรรมาธิการจะติดตามงานของคณะอนุกรรมาธิการทั้ง 11 คณะ และนัดประชุมเพื่อดูราย

ละเอียดในวันที่ 2-9 ธันวาคม จากนั้นรอรายงานสรุปจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะส่งมายังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เกินวันที่ 19 ธันวาคม และคาดว่าปลายเดือนธันวาคมจะได้

ภาพรวมข้อเสนอทั้งหมด ทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มเห็นต่าง สภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมถึงภาคประชาชน

โดยสามารถเริ่มดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญหลังเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยให้มีการทำประชามติ ส่วนเรื่องการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่มีการหารือแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวย้ำอีกว่า รัฐบาลไม่มีการล้วงลูกอย่างแน่นอน ซึ่งการแต่งตั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นกรรมการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญนั้น

เพียงติดตามงาน ไม่ได้มาแนะนำต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
------------
พล.อ.เลิศรัตน์ บอก ปชป. เลื่อนถก 24 พ.ย. ไปก่อน, กปปส. มา 25 พ.ย. คาด พท. นปช. งดร่วม

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เชิญพรรคมาตุภูมิ มาให้ข้อเสนอแนะถึงการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้เสนอถึงกรอบที่ควรบรรจุไว้หลาย

ประเด็น อาทิ ทำให้สังคมเชื่อมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง สร้างกลไกป้องกันทุจริตแบบจริงจัง รวมถึงการสร้างความปรองดอง ไม่อคติฝ่ายใด

นอกจากนี้ พล.อ.เลิศรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเลื่อนการเข้าเสนอแนะความคิดเห็นจากวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ออกไปก่อน เนื่องจากหัวหน้าพรรคเพิ่งกลับจากต่างประเทศ จึงขอเวลา

เตรียมข้อมูล ส่วนในวันที่ 25 พฤศจิกายน ตัวแทนจากกลุ่ม กปปส. จะเข้าพบคณะกรรมาธิการ เพื่อเสนอความคิดเห็น

ทั้งนี้ คาดว่า พรรคเพื่อไทย กลุ่ม นปช. และกลุ่มพันธมิตรฯ คงไม่เข้าร่วมแล้ว เนื่องจากยังมีทัศนคติที่ไม่ตรงกัน
---------
"ชูวิทย์" นำตะเกียงจุดไฟแสดงสัญลักษณ์เป็นทางสว่าง ซัด การเชิญพรรคการเมืองคู่ขัดแย้งแสดงความเห็นเป็นประชุมเถื่อน ปัดเข้าร่วม

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย นำตะเกียงจุดไฟแสดงสัญลักษณ์เป็นทางสว่าง เนื่องจากมองว่าบ้านเมืองในขณะนี้ค่อยข้างมืดมิด ประชุมพรรคการเมืองก็ไม่สามารถทำได้ เนื่อง

จากติดการประกาศใช้กฎอัยศึก

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เชิญพรรคการเมืองและคู่ขัดแย้งทางการเมือง เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายชูวิทย์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเถื่อน

เพราะพรรคการเมืองไม่ได้มีการประชุมหารือกันภายในพรรคมาก่อน ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่ก็จะมีการฉีกทิ้งทุกครั้ง พร้อมปฏิเสธเข้าร่วมเสนอความคิดเห็นดังกล่าวและให้ฉายาร่างรัฐ

ธรรมนูญฉบับนี้ว่า "หน้าขาว ฟันเหยิน"

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึกในขณะนี้ เพราะเชื่อว่ายังมีคลื่นใต้น้ำ และหากยก

เลิกจะมีความวุ่นวายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ไม่มีปัญหากับการทำรัฐประหาร แต่ตั้งข้อสังเกตของโรดแมป คสช. ที่ตรงกับ กลุ่ม กปปส. ร่างเอาไว้
////////

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เตรียมพิจารณาวาระเร่งด่วน 13 เรื่อง ขณะพรรคมาตุภูมิ เข้าเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เช้านี้

บรรยากาศที่รัฐสภา วันนี้ เวลา 10.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติยัญญัติแห่งชาติ มีคำสั่งนัดสมาชิกประชุม เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วน 13 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีเสนอ 2

เรื่อง คือ พิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน และการพิจารณาภาคผนวก 10 เงื่อนไขการขนส่ง ตามความตกลงว่าด้วย

การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารข้ามพรมแดนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า ราช

อาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รวมถึงร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จจำนวน 11 ฉบับ
----------------
สนช. เห็นชอบร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการแล้ว 178 ต่อ 1 

บรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ในร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ด้วยคะแนน 178:1 เสียง พร้อมเห็นชอบพิธีการเพื่ออนุมัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย

บริการของอาเซียน ด้วยคะแนน 179:0 เสียง และให้ความเห็นชอบภาคผนวก 10 เงื่อนไขการขนส่ง ตามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารข้ามพรมแดน

ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ด้วยคะแนนเสียง

เห็นด้วย 179:0 เสียง

ล่าสุด อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอมา โดย นายแพทย์เจตน์ ศิรธานนท์ กล่าวว่า

ไม่ใช่แค่กรณีจัดศูนย์รับคำอนุญาตให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเดียว ควรให้มีศูนย์กลางในการรับร้องขอตามกฎหมาย ในการทำเอกสารในกระทรวงต่าง ๆ ด้วย

///////////
นายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงทำเนียบแล้ว หลังเสร็จภารกิจ บรรยายหัวข้อวิชา บทบาทของภาครัฐและเอกชนในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ วปอ.

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ภายหลังจากเป็น

ประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 ประจำปีการศึกษา 2557-2558 และบรรยายหัวข้อวิชา บทบาทของภาครัฐและเอกชนในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ณ

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน)
-----------
พล.อ.ประยุทธ์ บรรยาย วปอ.รุ่น 57 ความมั่นคงไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน อึดอัดใช้ กม.พิเศษนาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการบรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ว่า ปัจจุบันความมั่นคงไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่

รัฐเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งในส่วนของความมั่นคงทางทหารขณะนี้ การเสริมสร้างอำนาจของกองทัพก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง แต่ต้อง

ระมัดระวังในการใช้กำลังมากขึ้น เพราะอาจไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมโลกปัจจุบัน

ส่วนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาความขัดแย้งและสงครามทั่วโลก แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดูแลการออกแบบกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

และการลงทุนเท่าที่ควร ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาทหารจึงจำเป็นต้องเข้ามาจัดการเพื่อลดความรุนแรง ทั้งนี้ การที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพราะสถานการณ์ในประเทศไม่มั่นคง โดยส่วนตัวตนเป็น

คนที่ไม่ชอบใช้อำนาจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็จำเป็นต้องใช้
------------------
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้ ไทยติดกับดักประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ ต้องเร่งปฏิรูปทันที ไม่โกรธกลุ่มต้านชู 3 นิ้วที่ขอนแก่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยติดกับดักประชาธิปไตยและกับดักเศรษฐกิจ จึงต้องเร่งปฏิรูปทันที แต่แม้รัฐบาลอาสามาทำก็ยังมีคนจำนวนมากไม่ยอม จึงขอให้คน

ไทยอดทนในคืนวันศุกร์เพื่อฟังตนเอง เพื่อทำให้ประเทศเดินหน้า ซึ่งตนได้ใช้โอกาสต่าง ๆ ในการทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้ทุกประเทศรัก

ไทยแล้ว

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า ไม่รู้สึกโกรธกับการประท้วงที่จังหวัดจอนแก่นเมื่อวาน แต่เป็นความจำเป็นที่ตนต้องเป็นผู้นำการเดินหน้าประเทศ และขอกำลังใจในการทำงานต่อจากไป

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตกนั้น ก็ถือเป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งเกิดกับกองทัพทุกประเทศก็เป็นกัน เพราะเฮลิคอปเตอร์แต่ละลำมีราคากว่า 4-5

ร้อยล้าน ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของกองทัพที่จะต้องพัฒนา
------------
ผบ.ทร. ไม่ห่วงคนเลียนแบบชู 3 นิ้ว ต้าน รบ. ชี้ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ยัน ร่าง รธน.ใหม่ ฟังเสียง ปชช. เชื่อ ฮ.ตก เป็นเหตุขัดข้อง

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น แล้วมีกลุ่มนักศึกษาแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านจะต้องทำ

ความเข้าใจกับประชาชนเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ว่า ทางกองทัพเรือได้ดูแลประชาชนพื้นที่ตามปกติ ทั้งนี้ มองว่าความเห็นต่างมีทุกที่แม้คนในครอบครัวยังมีความคิดไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องใช้เวลา
โดยคาดว่าสักระยะจะสามารถแก้ปัญหาไปได้ นอกจากนี้ ทางรัฐบาลเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับแนวทางที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่จึงขอให้เดินไปข้างหน้าเพื่อประเทศมากกว่าคิดถึงอดีต

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กลัวว่าจะมีคนเลียนแบบหรือไม่นั้น ตนเองไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะผลงานของรัฐบาลนั้น มีผลสำรวจมาว่าดีหมด รวมทั้งสื่อมวลชนต้อง

ช่วยอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ไกรสร ยังกล่าวถึงกรณีที่เฮลิคอปเตอร์รุ่น เบลล์ 212 ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกนั้น คาดว่ามาจากเหตุขัดข้อง ซึ่งกองทัพเรือได้ใช้งานเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวเช่นกัน และ

ขณะนี้ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจเช็กอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
------------
พล.อ.ประวิตร ประชุม คกก.นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ชี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2557 โดย

พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดการประชุมว่า เรื่องสภาพภูมิอากาศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศ เพราะเป็นพันธะสัญญาระหว่างประเทศให้ประเทศที่เข้าร่วมปรับประชาคมโลก ซึ่งไทยมีความ

พร้อมระดับนึง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของภาคราชการ ภาคเอกชน และส่วนต่าง ๆ ที่ต้องร่วมมือดำเนินงานให้เสร็จสิ้น  การประชุมในวันนี้ต้องพิจารณาหลายวาระที่สำคัญ ตั้งแต่นโยบายการเจรจาที่

ประเทศไทยต้องเข้าร่วมประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเดือน ธ.ค. นี้ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี่มี พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายมนัสวี ศรีโสดาพล รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ พร้อมผู้ทรง

คุณวุฒิจำนวน 9 คนที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เมื่อปลายปีที่แล้วเข้าร่วมประชุมด้วย
-----------------
พล.อ.อนุพงษ์ ยันคนเห็นต่างไม่มีผลต่อการลงพื้นที่ เร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจ 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีคนเห็นต่างจะมีผลต่อการลงพื้นที่อื่น ๆ ในครั้งต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่าคงเป็นไม่ได้ที่จะให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด

เพราะฉะนั้นการเห็นต่างจึงเป็นเรื่องปกติ การแสดงออกเล็กน้อยและอย่าไปถือสา ส่วนการลงพื้นที่นั้น ไม่น่าจะมีผล เพราะพื้นที่ไหนก็น่าจะมีคนเห็นต่างซึ่งร้อยคนย่อมเหมือนกันทั้งหมด แต่หน้าที่

เราต้องสร้างความเข้าใจว่าเราทำหน้าที่อะไรอยู่ เช่น ทำไปด้วยความมุ่งมั่นเพื่อจะให้ประชาชน ได้มีคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจที่ดี โดยไม่ได้ทำด้วยอคติ ตอนนี้ประเทศชาติจะต้องเดินตามโรดแมปเท่า

นั้น การเลือกตั้งก็เกิดไม่ได้เพราะยังไม่มีกฎหมาย ต้องรอให้คณะกรรมาธิการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญก่อน เสร็จแล้วจึงค่อยมาทำกฎหมายลูก จึงจะสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้

ส่วนกรณีที่คนที่เห็นต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการแสดงออกอย่างไรถึงจะยอมรับได้ เพราะการชู 3 นิ้วก็ยังไม่สามารถทำได้ นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับการชู 3

นิ้ว นักข่าวไปลงกันเอง นัยที่เกิดขึ้น คือ นายกฯ ไปพบกับประชาชน ซึ่งประชาชนก็เรียบร้อยกันหมดทุกส่วน การมีคนเข้ามาจะให้ทำอย่างไร นอกจากการเอาตัวออกไป
----------------------
รัฐมนตรีมหาดไทย ประเมินลงพื้นที่ภัยแล้ง ทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา บอกนายกฯ พอใจเตรียมการ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง การประเมินการลงพื้นที่ในเรื่องภัยแล้งและตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมโดยว่าออกมาดีเห็นชัดว่าทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน นายก

รัฐมนตรีก็พึงพอใจในการเตรียมการ สถานการณ์ภัยแล้งจะค่อยเป็นไปทีละพื้นที่ ไม่ได้แล้งพร้อมกันหมด และสำหรับเรื่องศูนย์ดำรงธรรม โดยหลักการทำงานจะต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา ไม่ว่าจะ

เป็นการแก้ปัญหา การเชื่อมโยงข้อมูลปัญหาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องที่ได้ย้ำไปเมื่อวาน คือ เรื่องความสะดวก และสิ่งสำคัญคือต้องแก้ปัญหา พร้อมกับมีคำตอบให้กับประชาชนให้ได้

ดังนั้น การเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาร่วมกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมาร่วมมือกับเราให้มากขึ้น เพราะการที่จะให้มี

คนเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาในศูนย์ดำรงธรรมคงเป็นไปไม่ได้
---------
พล.อ.อนุพงษ์ บอกพอใจข้อหารือข้าราชการ ลั่นอยากใช้เวลา 1 ปี ทำให้ดีที่สุด คาดนายกรัฐมนตรีไปภาคเหนือ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการหารือข้อราชการในวันนี้ว่า ค่อนข้างพอใจและเข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถเร่งการทำงานได้ เช่น เรื่องผังเมือง ซึ่งก็ทำ

งานกันอย่างเต็มที่ แต่ติดที่เงื่อนไขเวลาที่ไม่สามารถทำเร็วกว่านี้ เพราะต้องทำตามขั้นตอน จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอุปสรรค อยากจะใช้เวลา 1 ปีที่มีทำให้เกิดผลที่สุด ซึ่งเงื่อนไขเวลาทำให้
ต้องเร่งในทุกเรื่อง บางเรื่องที่หนักใจ มักจะเป็นความซับซ้อนของปัญหา โดยเฉพาะเรื่องขยะ เพราะยากที่จะแก้ปัญหาโดยหน่วยงานเดียว ทั้งนี้ เมื่อถามว่า หลังจากลงพื้นที่ครั้งนี้แล้ว ทางกระทรวง

มหาดไทยเตรียมจะให้นายกรัฐมนตรี ลงไปดูแลความเรียบร้อย ที่ใดอีกบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าคงภาคเหนือ แต่โดยสรุปคงจะไปทั่วประเทศ จะเป็นช่วงใดต้องดูอีกครั้ง

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีงานวิจัยเรื่องคอร์รัปชั่นในระบบราชการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมจัดนั้น โดยกรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่มีการเรียกสินบนจากประชาชนมากที่สุดว่า

ขณะที่ตนเองเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ก็เคยคุยเรื่องนี้กับอธิบดี และได้ขีดเส้นใต้ไว้ว่า ต้องไม่มีการทุจริต หรือพูดง่าย ๆ คือ ไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ส่วนที่เป็นเรื่องเก่าก็ว่ากันไปตาม

กฎหมาย
----------------
พล.อ.ประวิตร ชี้ กลุ่มต้านมีเพียงส่วนน้อย เชื่อไม่บานปลาย ขอเวลารัฐบาลทำงานปฏิรูป 1 ปี 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนออกมาแสดงสัญลักษณ์ในเชิงต่อต้านนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเรื่อง

ปกติที่มีประชาชนเห็นต่าง ซึ่งกลุ่มเห็นต่างนั้นเป็นเพียงส่วนน้อย โดยตนไม่หนักใจและไม่กังวลว่าจะบานปลาย เพราะมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

และคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังทำอะไรอยู่ พร้อมยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ยังสามารถไปได้ทุกจังหวัด

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเวลาในการทำงาน 1 ปี ซึ่งหลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วางแนวทางในการปฏิรูปสำเร็จ ก็จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การคลัง ระบุว่า การหารือร่วมกันทั้ง 5 ฝ่าย สนับสนุนการทำประชามติในการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ซึ่งการทำประชามติไม่ได้ระบุไว้นั้น รัฐธรรมนูญชั่วคราว ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับสภา

นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สปช. แต่ส่วนตัวไม่ขอแสดงความคิดเห็น

ความหมายชูสามนิ้วในหนัง'ฮังเกอร์เกมส์'


ความหมายชูสามนิ้วในหนัง'ฮังเกอร์เกมส์' หมายถึงคำขอบคุณ ชื่นชม ให้เกียรติ และบอกลา
การชูสามนิ้วในภาพยนตร์และหนังสื่อเรื่อง 'The Hunger Games' เป็นสัญลักษณ์ของชาวเมืองเขต 12 หรือเขตที่'แคทนิส'หรือนางเอกอาศัยอยู่ ซึ่งแสดงถึงคำขอบคุณ ชื่นชม ให้เกียรติ และบอกลาแก่บุคคลอันเป็นที่รัก
ทั้งนี้การชูสามนิ้วในเวอร์ชั่นหนังสือและภาพยนตร์มีความแตกต่างกัน โดยในภาพยนตร์จะใช้มือขวาชูสามนิ้ว ขณะที่ในหนังสือจะใช้มือซ้ายแทน