PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

เขี่ยปูซัวเถาพ้นปธ.

    "หน่อย" อยู่เป็น เล่นหน้าฉาก ไม่กล้าหือตระกูลชินวัตร พร้อมหลีกทางชัชชาติชิงนายกฯ "ปู" รีบแจงไม่เกี่ยววางแผนสกัดสุดารัตน์ ลือไทยรักษาชาติทาบ ดร.โกร่ง อดีตหัวหน้าทีม ศก.ยุคป๋าเปรมร่วมโผ 3 ชื่อ นายกฯ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปไตยแต่เปลือก โวยเผด็จการ ดันเด็กเจ๊ลงส.ส.กทม. ถีบส่ง "ลีลาวดี-ค่ายธรรมกาย" ยิ่งลักษณ์ หลบฉาก ไม่นั่งประธานบริษัทท่าเรือที่ซัวเถา
    ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเครือข่ายเพื่อไทย ที่เริ่มมีกระแสข่าวความขัดแย้งในระดับแกนนำพรรคเรื่องการผลักดันแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขณะที่พรรคเครือข่ายอย่างพรรคไทยรักษาชาติ ก็มีกระแสข่าวจะมีการทาบทาม ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตทีมเศรษฐกิจรัฐบาลบ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าร่วมงาน 
    แหล่งข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติเปิดเผยว่า ในส่วนของบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ได้ 2 แคนดิเดตของพรรคแน่นอนแล้ว ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมา ดร.โกร่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยทาบทาม ดร.วีรพงษ์ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอนปี 2551 แต่นายวีรพงษ์ได้ปฏิเสธไปเพราะมีสัญญาณจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่เห็นด้วย ทำให้นายทักษิณไปดึงนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาทำหน้าที่แทน อีกทั้งก่อนหน้านี้นายวีรพงษ์ก็เคยไปช่วยงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว ด้วยการเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. หลังประเทศผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ขณะที่อีกหนึ่งรายชื่อมีความเป็นไปได้สูงจะเป็นของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค เพื่อตอบโจทย์ตามสโลแกนของพรรค โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน ที่เน้นภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ 
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยหลังมีกระแสข่าวกลุ่มตระกูลชินวัตร ที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยและไทยรักษาชาติ โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณไม่หนุนหลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง หากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง โดยจะหนุนนายชัชชาติแทน
    ข่าวดังกล่าวทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าผลักดันให้นายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้สื่อสารผ่านทวิตเตอร์ทันทีว่า "ตามที่มีข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าดิฉันสนับสนุนและเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ดิฉันขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องกิจการของพรรคที่ต้องไปคัดสรรผู้เหมาะสมกันเอง และปัจจุบันดิฉันก็มีงานอื่นที่ต้องทำและรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสิ่งที่ดิฉันได้รับในอดีตที่ผ่านมาก็ถูกกระทำเจ็บช้ำมากพอแล้วค่ะ"
    ด้าน    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวสนับสนุนนายชัชชาติ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหากัน นายชัชชาติมีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็นผู้จัดการทีม คอยวางแผน หรือ เจเนรัลเบ๊ ทำทุกเรื่อง ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี จะชัดเจนต่อเมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา 
    ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีข่าวไม่ลงรอยกับคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีนายชัชชาติจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทยว่า "เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคที่จะพิจารณาว่าคนใดเหมาะเป็นเบอร์ 1, 2, 3 เพราะผมไม่มีตำแหน่งในพรรค หากผู้ใหญ่ตัดสินใจมาอย่างไรทุกคนก็ต้องยอมรับ"
    เช่นเดียวกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ที่ว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้สนับสนุนและชี้นำนั้น เป็นการแสดงนัยซ่อนเร้นทางการเมืองเพื่อให้เกิดเงื่อนไขการโต้แย้งอันนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงแต่อย่างใด เป็นการแสดงถึงความพยายามที่จะกล่าวหาว่าพรรคถูกครอบงำและนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการยุบพรรคในที่สุด การสื่อสารข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความสับสน แตกแยก และใช้เป็นประเด็นยั่วยุในการทำลายพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย รวมทั้งถือเป็นการเสี้ยมเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแตกแยกในพรรคเพื่อไทย 
    "บุคลากรในทีมเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในระดับแนวหน้าของการเมืองไทย ที่มากประสบการณ์ และมีความสามารถที่หลากหลายในงานการเมืองและการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตนักบริหารมืออาชีพจากองค์การเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย รวมทั้งยังมีบุคลากรที่เป็นทีมงานมืออาชีพอีกหลายท่าน แม้ว่าปัจจุบันจะมีกลุ่มผู้มีอำนาจบางคนและกลุ่มบุคคลบางฝ่าย พยายามที่จะเสี้ยมหรือสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่าความพยายามดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ" เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
โผ กทม.เพื่อไทยป่วน 
    ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในการเตรียมความพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. 30 เขต ใกล้แล้วเสร็จ เป็นส่วนผสมของทั้งคนรุ่นใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครอย่างค้านสายตา จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มสมาชิกภาค กทม. เช่น ในเขตเลือกตั้งที่ 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เขตบางซื่อ ที่เป็นพื้นที่เดิมของ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลับถูกผู้มีอำนาจในพรรคบางคนทุบโต๊ะดันให้คนสนิทของตัวเองคือ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองให้ลงสมัครแทน แล้วโยก น.ส.ลีลาวดีให้ไปลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) ซึ่งจะต้องเจอกับอดีต ส.ส.พื้นที่เดิมในพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงแข็งแกร่งมาก
    “แม้จะมีคำชี้แจงจากแกนนำพรรคบางคนตามมาว่าเป็นเพราะผลโพลภายในที่ทำออกมาแล้วเขต 1 รอบนี้ เพื่อไทยมีโอกาสชนะคู่แข่งขันเดิมจากประชาธิปัตย์ แต่ในส่วนกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรจะให้เกียรติคนในพื้นที่เดิมก่อน เขตดุสิต ซึ่งเป็นพื้นที่ทหาร น.ส.ลีลาวดีไปสร้างฐาน จนผลักดันให้ตัวเองและทางพรรคได้มีที่นั่งใน กทม. การทำเช่นนี้ ทุบโต๊ะเอาคนตัวเองมาลง ไม่ถูกต้อง เท่ากับผลักอดีต ส.ส.เดิมไปสอบตก แล้วให้คนตัวเอง ที่ไม่เคยมีความนิยมทางการเมืองเลย มาคว้าโอกาสที่จะได้เป็น ส.ส. เพราะเจ้าของพื้นที่เดิมสร้างเอาไว้ให้มานาน ส่วน น.ส.ลีลาวดีนั้น แม้จะไม่เห็นด้วย ก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกทุบโต๊ะ มีรายการคุณขอมา” รายงานข่าวระบุ
    รายงานข่าวเผยอีกว่า ในการเลือกตั้ง กทม. 30 เขต ภาค กทม.พรรคเพื่อไทยมีการวางยุทธศาสตร์ไว้ 2 สูตร คือเพื่อไทยส่งครบทั้ง 30 เขต เพื่อป้องกันข้อครหา ฮั้วกันทางการเมืองกับพรรคในซีกฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคไทยรักษาชาติ และสูตร 2เพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเพียง 22 เขต ที่หวังผลได้ จากการทำโพลภายใน โดยปล่อยให้พรรคพันธมิตรอย่าง ไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร 8 เขต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสอบตกสูง แต่ต้องส่งไปเพื่อเก็บคะแนนรวม เพื่อนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
    อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจภายในพื้นที่ กทม. พบว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคนตื่นตัวต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ประกอบกับอดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงพบปะพื้นที่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้ทางพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากถึง 12-15 ที่นั่งใน กทม. สูงกว่าในการเลือกตั้ง 2554 ที่ได้มา 10 ที่นั่ง
"ปู"ไม่ตกเป็นเป้า หลบนั่งปธ.บ.ท่าเรือ
    ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ จากกรณีหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ในฮ่องกงนำเสนอข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการจดทะเบียนเป็นกรรมการเพียงผู้เดียวของ พี.ที. คอร์ปอเรชั่น (P.T. Corporation Company) บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อ 24 ส.ค.2560 หรือเกือบหนึ่งปี หลังจากหนีออกจากไทยก่อนคำตัดสินคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ บริษัท ซ่านโถว (อ่านแบบจีนแต้จิ๋ว คือ ซัวเถา) อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัลส์ (Shantou International Container Terminals) หรือ SICT ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับท่าเรือที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งของจีนด้วยนั้น 
    ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เผยแพร่ข่าวว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวในฮ่องกง ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์บริษัท ซ่านโถว ได้เผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนตัวประธานกรรมการใหม่ จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นชาวจีนที่ชื่อว่า เฉิน อุยตง เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2561 นับรวมระยะเวลาไม่ถึงเดือน
    อนึ่งก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิง โพสต์ในฮ่องกง ระบุในรายงานข่าวว่า บริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชั่นฯ ได้เปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2561 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หลบหนีการถูกดำเนินคดีจำนำข้าวไปยังประเทศกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ถือครองหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาแล้ว แต่ข้อมูลเอกสารดังกล่าวนั้นกลับแสดงข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำชี้แจงของรัฐบาลกัมพูชาโดยสิ้นเชิง
    ข่าวชิ้นนี้ยังระบุว่า เอกสารในการเข้าบริหารบริษัทดังกล่าวถือเป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกที่แสดงถึงการทำธุรกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นับตั้งแต่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หนีคดีไป จนถึงบัดนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมาว่าบริษัทดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทอะไรกันแน่ แต่หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าวเพียงแค่ 4 เดือน ก็มีรายงานออกมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปนั่งเป็นประธานบริหารบริษัท ซ่านโถว คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล บริหารท่าเรือซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
    เมื่อสำนักข่าวเซาธ์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลบริษัท ตามที่อยู่คือ ชั้น 66 ตึก K11 Atelier ในย่านจิมซาจุ่ย พบว่าขณะนี้ออฟฟิศดังกล่าวนั้นมีผู้ถือครองคือบริษัท Pacific International Capital และมีผู้อำนวยการบริษัทคือ Chen Huaidan ซึ่งเคยใช้ชื่อ Celine Tang โดยพนักงานของบริษัทให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธว่าไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับบริษัท P.T. Corporation และความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาก่อน
    ต่อมา สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า ผู้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท  P.T. Corporation ในฮ่องกง คือ  บริษัท P.T. Corporation ซึ่งเป็นธุรกิจของคนในครอบครัวชินวัตรในประเทศไทย และยังเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวของบริษัทด้วย นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังแจ้งที่อยู่ส่วนตัวคือ บ้านเลขที่ 10 ถนน Severn 8 ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงด้วย
    ขณะที่ในช่วงบ่ายวันที่ 14 ม.ค.2562 เว็บไซต์เดอะพนมเปญโพสต์ สื่อในประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ข่าวกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาและหน่วยงานด้านความร่วมมือนานาชาติ ได้มีท่าทีร่วมกันว่าจะมีการยกเลิกการออกหนังสือเดินทางทางการทูตให้กับบุคคลที่ไม่ได้เกิดในประเทศกัมพูชา โดยนักวิเคราะห์ได้แสดงความเห็นว่าท่าทีดังกล่าวนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้น ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาเพื่อจดทะเบียนบริษัทในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง.

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

"วิษณุ"คาด พรฎ.ประกาศ23ม.ค.

#เลือกตั้ง62 : ถ้าเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ทำอย่างช้าสุดตามรัฐธรรมนูญ จะตั้งรัฐบาลใหม่ได้หลังพระราชพิธีฯ
.
วันนี้ (18 มกราคม 2562) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง ส.ส. คาดว่าจะประกาศใช้ภายในวันที่ 23 มกราคม จากนั้นภายใน 5 วัน กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเป็นที่ยุติแล้วว่าวันเลือกตั้งคือ “24 มีนาคม 2562” ส่วนวันเปิดรับสมัคร ส.ส. มี 5 วัน ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ เท่ากับว่ามีเวลาหาเสียงประมาณ 44-48 วัน ก่อนการเลือกตั้ง
.
ไอลอว์ชวนดูความเป็นไปได้ ถ้าเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 กำหนดการต่างๆ จะเป็นอย่างไร และจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ช่วงไหนบ้าง
.
เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เงื่อนไขกำหนดการเลือกตั้ง มีดังนี้
.
1. รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้จัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้ง เริ่มมีผลบังคับใช้ (วันที่ 11 ธันวาคม 2561) ฉะนั้น เส้นตายต้องไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562 
.
2. ปกติแล้ว การเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ทำให้วันเลือกตั้งที่จะจัดได้วันสุดท้ายตามปฏิทิน คือ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562
.
3. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ 4-6 พฤษภาคม 2562 และจะมีกิจกรรมพระราชพิธีฯ อย่างน้อย 15 วันก่อนหน้า-หลัง สรุปคือ จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนครอบคลุมเวลาตั้งแต่ ช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคม 
.
4. กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ให้ได้มากกว่า 95% ไม่ช้ากว่า 60 วันหลังการเลือกตั้ง
.
5. พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ก็ได้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
.
ถ้าจัดการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้ว กกต. ประกาศผลเลือกตั้งอย่างช้าสุดภายใน 60 วัน ก็คือ 23 พฤษภาคม 2562 และเปิดประชุมสภาครั้งแรกอย่างช้าสุดภายใน 75 วัน (15 วันหลังหลังประกาศผลเลือกตั้ง) 
.
ทำให้กิจกรรมเลือกตั้งทั้งหมดเสร็จสิ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2562 คือ หลังพระราชพิธี 18 วัน หรือประมาณสองอาทิตย์ (20 พฤษภาคม 2562 กิจกรรมที่ประชาชนและรัฐบาลจัดให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดท้ายของพระราชพิธี) 
.
สำหรับภาพรวม การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อนกิจกรรมพระราชพิธีฯ แล้วเมื่อกิจกรรมพระราชพิธีฯ เริ่มขึ้น กิจกรรมการเมืองจะหยุดลงชั่วคราว เพื่อให้กิจกรรมพระราชพิธีฯ เสร็จก่อน จึงค่อยกลับมาทำกิจกรรมหลังการเลือกตั้งต่อให้เสร็จสิ้น เท่ากับว่า เราจะได้รัฐบาลใหม่ที่มาจาการเลือกตั้งหลังพระราชพิธีฯ 
.
ดังนั้น หากเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้วมีการประกาศผลเลือกตั้ง หลัง 9 พฤษภาคม 2562 ยังมีข้อกังวลว่าจะสุ่มเสี่ยงต่อการ "ขัดรัฐธรรมนูญ" และส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่? เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 268 กำหนดว่า ต้องจัด "การเลือกตั้งแล้วเสร็จ" ภายใน 150 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ คือไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีข้อถกเถียงกันว่า “การเลือกตั้งแล้วเสร็จ" นั้นหมายถึง “วันเลือกตั้ง” เท่านั้น หรือหมายถึง “เลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ” 
.
ซึ่งถ้าตีความว่า หมายถึง “เลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ” วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ และทำให้การเลือกตั้งเป็น "โมฆะ" ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำรงอยู่ต่อไป และไม่แน่ใจว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อไหร่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุเหตุการณ์กรณีเช่นนี้ไว้
.
อย่างไรก็ดี วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ไม่ใช่ทางเลือกเดียว แต่ยังมีทางเลือกอื่นอีกที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่ทับซ้อนกับพระราชพิธีฯ อย่างเช่น ถ้ากำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วง “24 กุมภาพันธ์/ 3 มีนาคม/ 10 มีนาคม” แล้วทำตามธรรมเนียมปฏิบัติของการเลือกตั้งที่ผ่านมา 3 ครั้งล่าสุด ปี 2548 ปี 2550 และปี 2554 ใช้เวลาตั้งแต่วันเลือกตั้ง-การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เสร็จสิ้นเฉลี่ยเวลาเพียง 33 วัน เท่านั้น 
.
หากเลือกใช้วันดังกล่าว จะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ก่อนพระราชพิธีฯ เริ่มเสียอีก
.
อ่านบทความ เลือกตั้งวันไหนดี? 24 ก.พ./ 3 มี.ค./ 10 มี.ค. ทำเร็ว ได้รัฐบาลใหม่ก่อนพระราชพิธีเริ่ม ได้ที่ https://ilaw.or.th/node/5099

เผย ศาลฎีกา พร้อมเปิดช่อง! รับพิจารณา ‘คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม’ ผิดจริยธรรมหรือไม่?



เลขาฯศาลยุติธรรม เผย ศาลฎีกาพร้อมพิจารณาคดี นาฬิกาหรู ละเมิด มาตรฐานจริยธรรมฯนักการเมือง ร้ายเเรงหรือไม่ หาก ปปช.ยื่นร้องมา เผยช่องทางนี้ เป็นเรื่องใหม่ ยังไม่ค่อยมีคนทราบ

ศาลฎีกา นาฬิกาบิ๊กป้อม – เมื่อเวลา 10.45 น.ที่ชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนในการเเถลงข่าวผลการดำเนินงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศและสำนักงานศาลยุติธรรม ปี 2561
ในประเด็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก ตีตกคดีที่การกล่าวหา การไม่ยื่นหรือเเสดงบัญชีทรัพย์สิน อันเป็นเท็จ จากการครอบครองนาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จะเข้าข่ายการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายเเรงของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระหรือไม่
หากมีการยื่นร้องกล่าวหา ป.ป.ช. ในส่วนของคดีอาญาในเรื่องปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วย ว่าขั้นตอนตามกฎหมายถ้าหากมีการร้องเข้ามาสนช.ก็จะพิจารณาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกานำเข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเเต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ เหมือนคราวที่เมื่ออดีต คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยโดนร้องเรื่องขึ้นเงินเดือนตัวเอง ซึ่งขั้นตอนการร้องคดีเเละการพิจารณาจะมีระเบียบของศาลฎีกาที่ได้เผยเเพร่
วันนี้ตนได้รับเอกสารข้อมูลในการพิจารณาคดี ของศาลฎีกา เเผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ในปี 2561 มีคดีที่เข้าพิจารณา 351 มีค้างเก่า119คดี เเละศาลฎีกาฯพิจารณาเเล้วเสร็จในป 234 ค้างมาปีนี้236คดี ซึ่งส่วนใหญ่คดีที่ค้างจะเป็นคดีจงใจไม่เเสดงหรือนื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ส่วนฐานกระทำความผิดอื่นๆมีเเค่กว่า10คดี ซึ่งทางศาลฎีกาก็พร้อมที่จะมีการพิจารณาคดีให้เเล้วเสร็จภายในกรอบที่ประธานศาลฎีกากำหนดใน 1ปี
เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระมีการร้องขึ้นสู่การพิจารณา เเล้วหรือไม่
นายสราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีคดีละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายเเรงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเนื่องจาก เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่เเละไม่ค่อยมีคนทราบ
ถามต่อว่า เมื่อวาน ป.ป.ช.มีการเเถลงชี้เเจงเรื่อง นาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร ในส่วนที่มีการตีตกในส่วนของคดีอาญา ในประเด็นเรื่องการรับของที่มูลค่าเกิน3พันบาท ตรงนี้จะถือว่าเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายเเรง ของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองหรือไม่
นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ตนจึงไม่สามารถที่จะให้ความเห็นได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการให้ความเห็นของการทำงานของหน่วยงานอื่นๆ“เเต่ในส่วนของศาลเองถ้ามีการยื่นเรื่องเข้ามาทางศาลมีความพร้อมที่จะมีการพิจารณาคดี”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เเละผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ได้ถูกบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญฉบับ 60 โดยกำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับประกอบด้วย ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ หรือ กสม.
ซึ่งรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้มีจริยธรรมบังคับใช้ควบคุมกับผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระเพื่อเน้นเเละตรวจสอบเข้มข้นมากกว่าวิธีการทางอาญาเพียงอย่างเดียว โดยการพิจารณาคดีผู้ที่ละเมิดมาตราฐานจริยธรรมฯจะให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขึ้นมาหากมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาคดี โดยมีประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ที่ผ่านมา

แจงคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะคนร้ายที่จะแนะ คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะคนร้ายที่จะแนะ คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายบริเวณเทือกเขาบ้านตือกอ หมู่ 7 อ. จะแนะ จ. นราธิวาส คาดว่าเตรียมลงมาก่อเหตุในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้วางแผนร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมนราธิวาสสนธิกำลังเข้าไปทำการตรวจสอบในบริเวณดังกล่าวซึ่งหน่วยได้มีการจัดกำลังเข้าไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ผลจากการดำเนินการเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 07:00 ได้มีการปะทะกับกลุ่มคนร้าย ผลจากการปะทะนะเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืน ak47 ได้1กระบอกกระบอกคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย ลักษณะจุดปะทะเป็นเพิงพักชั่วคราวของกลุ่มคนร้ายพบที่พักชั่วคราว 6 หลังมีโรงครัว 1 หลัง คาดว่าคนร้ายน่าจะล่าถอยขึ้นไปบนภูเขา
ขณะที่ทางท่านแม่ทัพภาคที่4ได้สั่งการให้เพิ่มเติมกำลัง ทั้งการบินลาดตะเวนตรวจการณ์ทางอากาศและการเพิ่มกำลังในพื้นราบการสกัดกั้น ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางรองในหมู่บ้านพร้อมทั้งได้มีการแจ้งเตือนกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รอบๆบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันสอดส่องดูแลถ้าพบว่าคนร้ายเข้ามาหลบซ่อนเพื่อพักรักษาตัวในหมู่บ้านหรือหลบซ่อนมาในเขตของหมู่บ้านก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้รับทราบเพื่อที่จะเข้าไปดำเนินการต่อไปขณะนี้ยังไม่จบภารกิจ

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?

"บิ๊กป้อม" อ่วมอรทัยอีกแล้ว!
    วันก่อน นักข่าวไปถาม..........
    "ทำไมกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับจากโซมาเลีย จึงเลือกก่อเหตุโรงแรมในเครือของประเทศไทย ที่ประเทศเคนยา?"  
    บิ๊กป้อมตอบว่า
    "ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง?" 
    เท่านั้นแหละ ดังทั่วโลก สื่อใน-สื่อนอก ทั้งไทย-จีน-ฝรั่ง-ญี่ปุ่น กระทั่งสื่อในเคนยา โค้ดประโยคเด็ดนี้ไปยำกันเละ
    แต่ผมชอบนะ......
    ผมว่าบิ๊กป้อมมีอย่างที่เขาเรียกว่า sense of humor เข้าท่าดี  
    แม้บางเรื่องจะกระเดียดทาง wicked sense of humor คือ "ตลกร้าย" ไปบ้างก็ตาม อย่างกรณีนี้ 
    แต่ก็โอเคนะ!
    อดีตกาล เคยรับประทานอาหารกับนักการทูตบางท่าน ช่วงหลังอาหาร ท่านจะหาเรื่องโจ๊กมาเล่าสลับการสนทนาให้ได้หัวเราะเป็นการละลายความเกร็งในบรรยากาศคบหา 
    ผมรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง..........
    เห็นเขาหัวเราะกัน ก็จับจังหวะผสมหัวเราะไปกับเขา ทำเป็นว่าเข้าถึง
    เจอแบบนี้ซัก ๒-๓ ครั้ง พอจับสังเกตได้ว่า
    อ้อ..นี่ เป็นทั้งวัฒนธรรมและทั้งเคล็ดลับสร้างเสน่ห์ของบุคคลระดับนักบริหารและการทูต     
    คือ อารมณ์ขัน 
    นอกจากเป็นเพชฌฆาตละลายเครียดแล้ว ยังเป็นตัวสร้างความเป็นกันเอง เปลี่ยนมลพิษทางอารมณ์คนให้เป็นพลังงานสะอาดได้
    เคยอ่านประวัติไอน์สไตน์ เขาบอกว่า ไอน์สไตน์เป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน
    มาอ่านพบในเว็บ salika อีก เขาพูดเรื่องงานวิจัยด้านอารมณ์ขันไว้ จะยกบางส่วนมาให้อ่าน เขาบอกว่า
    "งานวิจัยฟันธง คนมีอารมณ์ขัน ฉลาด สมองดี กว่าคนอื่น"
    หากมีใครตั้งคำถามกับอัจฉริยะโลกไม่ลืมอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่าทำไมเขาถึงฉลาด 
    ไอน์สไตน์จะตอบโดยยกความดีความชอบให้กับลักษณะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนมีอารมณ์ขัน มองโลกแง่บวก ที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก 
    ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ สอดคล้องกันเป็นอย่างดีกับข้อค้นพบในงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ ที่ระบุว่า มีความเกาะเกี่ยวกันอย่างแน่นอน 
    ระหว่างความเฉลียวฉลาดทางสมอง กับความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ ที่แสดงออกมาผ่านอารมณ์ขันของแต่ละบุคคล
    เริ่มจากงานวิจัยที่ทำขึ้นในประเทศออสเตรีย ซึ่งค้นพบว่า คนที่มีความตลกขบขัน มีความสุขกับการฟังเรื่องตลกโปกฮา (Dark humor) แล้วหัวเราะอยู่เป็นประจำ 
    จะมี IQs สูงกว่าผู้ที่ไม่ค่อยชอบรับฟังเรื่องตลกทำนองนี้ และมีบุคลิกที่เคร่งเครียดตลอดเวลา 
    ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนมีอารมณ์ขันนี้ อธิบายทางการแพทย์ได้ว่า 
    เป็นปฏิกิริยาที่ต้องอาศัยประสาทการรับรู้ และความสามารถทางอารมณ์ร่วมกัน จึงจะเกิดอารมณ์ขันนี้     
    งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้ อธิบายต่อด้วยว่า........
    คนมีอารมณ์ขันจะมีทักษะด้านอารมณ์ที่เฉียบคม ที่จะรับรู้ทั้งการสื่อสารในรูปแบบของการบอกเล่าและภาษากายที่ไม่มีคำพูด (verbal and non-verbal intelligence) ในเรื่องตลกขบขัน 
    ขณะที่ผลการทดสอบปัจจัยด้านลบ อย่างระดับการได้รับการกระทบกระทั่งทางอารมณ์ และความก้าวร้าว เกรี้ยวกราด จะมีคะแนนต่ำมากสำหรับคนที่มีอารมณ์ขัน
    ไม่ใช่แค่ความเฉลียวฉลาดที่เป็นข้อค้นพบในตัวคนที่มีอารมณ์ขันเท่านั้น 
    เพราะนักวิจัยยังพบว่า ความมีอารมณ์ขันนี้ ส่งผลดีกับคนรอบข้างและในการทำงานของบุคคล 
    เพราะผลการเก็บข้อมูลจากคนรอบข้างที่ทำงานร่วมกับคนมีอารมณ์ขัน พูดตรงกันว่า 
    คนร่ำรวยอารมณ์ขันนี้ เมื่อทำงานด้วยแล้ว สัมผัสได้ถึงความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ขั้นสูง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 
    โดยนักจิตวิทยายังอธิบายเพิ่มเติมว่า อารมณ์ขัน หรือ "Sense of Humor" นี้ เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้
    ครับ...
    อยากรู้เพิ่มเติม คลิกไปหาอ่านในเว็บ salika ผมยกมาชี้ให้เห็นเท่านั้นว่า 
    บิ๊กป้อม...ที่ว่า พูดทีไร เป็นประเด็นให้ได้นำไปเมาธ์ ไปฮา เหมือนว่า ท่านพูดไม่คิด หรือคิด แต่หน่อมแน้ม บ้องตื้น หางานเข้ารัฐบาลเป็นประจำนั้น
    ในมุมมองผม ถ้าท่านเป็นคนหน่อมแน้ม บ้องตื้นจริง ถึงขึ้นมาเป็น ผบ..ทบ.ได้ 
    นั่นก็ไม่แปลก
    การที่สามารถส่งต่อให้ลูกน้องซ้าย-ขวาอย่างพลเอกอนุพงษ์และพลเอกประยุทธ์ขึ้นนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.อีกสองคน
    นั่นก็ไม่แปลก
    การเข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศของพลเอกประยุทธ์ ๒๒ พฤษภา.๕๗ 
    ทุกอย่าง สมูธ แอส สิล์ค เป็นรัฐบาล คสช.วันนี้ได้ ก็เพราะ "พี่ใหญ่" จัดเต็มให้
    นั่นก็ยังไม่แปลก
    โดยธรรมเนียมรัฐบาลทหาร หอมอยู่ได้ปี-สองปีก็เก่งแล้ว แต่นี่รัฐบาล คสช.ด้วย "อาจารย์ป้อม" ลงยันต์
    เข้าปีที่ ๕ ใครก็ยิงไม่ออก-ฟันไม่เข้า 
    ชนิดที่น่าต้องทำ "เหรียญ คสช." ให้อาจารย์ป้อมปลุกเสก แจกฉลองรัฐบาลปฏิวัติ "แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"
    ประเด็นนี้ ไม่เพียงแปลก แต่ทึ่งด้วย!
    รัฐบาล คสช.โดยพระอาจารย์ป้อมนั่งปรกคุมความมั่นคง พวกสัมภเวสี ผีกินบ้าน-กินเมือง หะแรก นึกว่าหวานหมู "อาป้อม" จะหลิ่วตาพ่อยอดรักให้แหวกวงสายสิญจน์กลับเข้ามาได้ง่ายๆ
    แต่ที่ไหนได้ อาจารย์ป้อม "ตีตะปู" ปิดผาโลง 
    สัมภเวสีตัวนอก นอกจากกลับเข้ามาไม่ได้ เว้นแต่เข้าคุกแล้ว 
    ยังจะมีเป็นสัมภเวสีตัวใน "หนีคดี-หนีคุก" ตามออกไปอีกเป็นระลอก...ในมิช้า!
    มันอกหัก ถึงขั้นประดิษฐ์คำด่า "ยุติธรรมแบบป้อมๆ"
    แบบป้อมๆ เป็นแบบไหน?
    คนที่ถางถากกันว่า "พูดจาปัญญาอ่อน" สวนแบบอ่อนน่วมกลับไปว่า
    ".....ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ"!
    จบบริบูรณ์เรื่องตระกูล "โคตรโกง" จะกลับเข้ามา นับจากกรกฎา.๔๙ ที่เป็นสัมภเวสี ถึง ณ ๑๘ มกรา.๖๒ วันนี้
    "บิ๊กป้อม" หนึ่งเดียวคนนี้.......
    เฉลิมยศนำหน้าให้สัมภเวสีตนนั้น ว่า "ไอ้ทักษิณ"!
    ก็จะเห็นว่า บิ๊กป้อม ที่ดูเหมือนหน่อมแน้ม พูดจาอะไรไม่ฉลาด 
    เป็นเหยื่อให้นักข่าวต้อนซ้าย-ต้อนขวา ตั้งคำถามนำยัดปากให้ตอบ เพื่อเอาไปพาดหัวด่าหรือเสียดสีประจำนั้น
    พิศกันให้ถึงสะดือ แล้วจะเห็น 
    ที่ดูเหมือน "แป๊ะยิ้ม" แต่ละเคลื่อนไหวนุ่มนิ่ม ดูน่าตลก กึ่งสมองกร่อนนั่นน่ะ
    "จิวแปะทง" เฒ่าทารกผู้ไร้เดียงสา ๑ ใน ๕ เจ้ายุทธจักร ผู้ไร้เทียมทานแห่งยุค 
    "ป้อม-แป๊ะยิ้ม" ก็ประมาณนั้นเลยเชียว!
    การเป็นคนที่นักข่าวหรือใครๆ "คาดไม่ถึง" หรือ "มองไม่ถึง" นั่นแหละ
    ในสถานการณ์วิกฤติ คนอื่นต้องรบทัพจับศึก แต่บิ๊กป้อม ท่าทางเขาดูซื่อบื้อ
    ใช้คำพูด "คำ-สองคำ" เหมือนไม่ตั้งใจ เท่านั้น กลับผลักภูเขาเป็นทางน้ำไหล
    บิ๊กตู่ ถูสบู่ ขัดขี้ไคล แช่อ่าง สบายยยย มา ๕ ปี
    ทำท่าจะต่ออีก ๕ อยู่รอมมะร่อ!
    ปากกา นาฬิกา แว่นตา ตู่-น้องเล็ก รับเพลิน
    แต่ป้อม-พี่ใหญ่ ทั้งซ่งตีง ทั้งก้อนอิฐ หัว-หูโนแทนอยู่คนเดียว!
    นั่นไม่เพราะปัญญาอ่อนแบบ "ป้อม-จิวแปะทง" ดอกหรือ?
    "ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง?"
    นี่ก็เช่นกัน........
    เมื่อถามบ้องตื้น บิ๊กป้อมก็ตอบบ้องตื้น แต่บ้องตื้นนั้น กลบพวกอยากเลือกตั้งไปเลย!
    เหตุเกิดปุบปับที่บ้านเขา ในอีกซีกโลกที่เคนยา ยังยิงกันตุงไป-ตุงมา นักข่าวดันถาม 
    "ทำไมเกิดเหตุจึงเกิดที่โรงแรมเครือคนไทย?"
    ใครจะไปตรัสรู้ได้เดี๋ยวนั้น ที่ท่านตอบ จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่การตอบ 
    หากแต่เป็นการพูดคุยเล่นในหมู่คนกันเอง ไม่ได้หวังให้เป็นข่าว-เป็นคำตอบอะไรจริงจัง
    แต่ทีนี้ก็อย่างว่า อะไรข่าว อะไร sense of humor มันอยู่ที่ตัวนักข่าวและตัวสื่อจะนำเสนอแบบไหน ด้วยทัศนคติไหนเท่านั้น
    แต่ยังไงๆ ผมก็มองว่า "น้ำกลั่น" ปลาอาศัยอยู่ไม่ได้ "น้ำในคลองหลอด" ปลาอาศัยอยู่ได้
    "รัฐบาลพลเอกประยุทธ์" ก็เช่นนั้น
    ต้องอาศัย "คลองหลอด" หลังกลาโหมไปอีกซักพัก ถึงจะว่ายออกเจ้าพระยาได้!.

4รมต.จ่อลาออก! 'กอบศักดิ์'ลุยการเมืองเต็มตัว/24มี.ค.เหมาะกาบัตร

      
      “24 มีนาคม 2562” เต็งหามวันเลือกตั้งใหม่ “เนติบริกร” ชี้หาก กกต.บริหารจัดการได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ติดพระราชพิธี สอดรับพระราชกฤษฎีกาที่ “บิ๊กป้อม” บอกจะคลอดสัปดาห์หน้า “กอบศักดิ์” ประกาศแล้วพร้อมไขก๊อกเพื่อลงการเมืองเต็มตัว รออีก 3 รมต.ก่อนออกพร้อมกัน วัฒนาโพสต์รูปพ่วงอัดทหารคุกคามบ้านรองเลขาธิการ พท. “วินธัย” สวนกลับบิดเบือน แค่ไปรับฟังปัญหาตามวงรอบ “ภูมิใจไทย” เปิดตัวยิ่งใหญ่สนามช้าง “เสี่ยหนู”ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ผุดนโยบายกัญชาเสรีหรือแคลิฟอร์เนีย 
      เมื่อวันพฤหัสบดี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนวันเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. อาจทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถรับรอง ส.ส.ได้ทันวันเปิดประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่ถ้า กกต.เชื่อว่าทำได้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. รัฐบาลหรือใครๆ ไม่สามารถไปเกี่ยวข้องได้ แต่การประกาศวันเลือกตั้งวันใดนั้นมีความหมายมาก เพราะถือเป็นการนับหนึ่งที่จะกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสภาภายใน 15 วันหลังจากนั้น 
      “ที่เกรงกันคือเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อนแล้วนับ 15 วัน จะไปอยู่ในช่วงพระราชพิธี จึงได้พูดคุยกันว่าให้ยึดวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก และหากวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 มี.ค. ก็ห่างอยู่ประมาณ 45-47 วัน ซึ่งถ้า กกต.คิดว่าทำได้ทัน และดูแล้วก็ไม่ติดพระราชพิธีใดๆ และจะให้อยู่ในกรอบวันที่ 9 พ.ค.ก็อยู่ที่ กกต.บริหารจัดการ ทั้งนี้ รัฐบาลเป็นห่วงอยู่เพียงเรื่องที่จะไปทับซ้อนกับพระราชพิธีเท่านั้น” นายวิษณุกล่าวและว่า ส่วนที่กลัวกันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ หากประกาศผลเลือกตั้งไปก่อนแล้วมาสอยทีหลังนั้น ถ้าหากมีกรณีที่เป็นปัญหามากๆ อยู่หลายรายก็อาจเกิดปัญหาจริงในการจัดตั้งรัฐบาล โดยอาจเกิดสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยในอนาคตได้
      นายวิษณุยืนยันว่า ตนเองและนักกฎหมายทั้งหลาย หรือแม้แต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เองเคยชี้แจงในสภาว่า ในการประกาศผลการเลือกตั้งช่วง 60 วัน เป็นคนละเรื่องกับ 150 วัน แต่ถ้า กกต.คิดว่าเพลย์เซฟ แล้วเอามาเป็นเรื่องเดียวกันก็แล้วไป ไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอให้บริหารจัดการให้ได้เท่านั้น แต่หากไม่เสร็จจริงก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าจะมีคนเถียงหรือท้วงว่าไม่ได้ อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ท้วงมาตลอดนั้น ค่อยไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปหารือในวันนี้ อย่าตีตนไปก่อนไข้ ไม่ทันเห็นน้ำแล้วตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกก็จะโก่งหน้าไม้ เพราะเลือกก็ยังไม่เลือก แล้วไปคิดก่อนว่ามันจะไม่เสร็จ มันจะไม่ทัน แล้วจะเกินเวลา แล้วจะโมฆะ คิดอย่างนั้นจินตนาการมากไป
      เมื่อถามว่า เห็นว่า 24 มี.ค.เหมาะเป็นวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ กกต.เห็นว่าเหมาะอย่างไร โดยตนเองเห็นหลายจุดว่า 3 และ 10 มี.ค.อาจกระชั้นไปเมื่อเทียบกับวันที่จะประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่รู้จริงว่าจะประกาศเมื่อไหร่ จึงอาจทำให้เหลือระยะเวลาหาเสียงสั้น ถ้าเป็น 17 มี.ค.อาจมีปัญหากับเด็กที่สอบ TCAS จำนวนเป็นแสนคน และเป็นวัยมีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเหลือวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งก็น่าจะเหมาะที่สุด และพระราชกฤษฎีกาก็น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้าอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมบอกไว้
      เมื่อถามว่า 24 มี.ค. เหมาะสมสามารถประกาศในนามรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่ตอบ เพราะสื่อถามนำว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งมี 3 ทางในการเลือกตอบ คือ 1.ไม่เหมาะสม 2.เหมาะสม และ 3.เฉย โดยความเห็นส่วนตัว การตอบไม่เหมาะสมมันก็เท็จ จะบอกว่านิ่งเฉยเสียก็อาจดีที่สุด แต่เมื่อเผลอตอบไปแล้วก็ตอบว่าเป็นไปได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเหมาะสมเลย โดยวันที่ 3 มี.ค. ไม่เหมาะสมเอาเลย แต่ 10 มี.ค. มีความเป็นไปได้ แต่เมื่อยังไม่รู้ว่าพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะมีวันไหน จะเหลือเวลาหาเสียงน้อยไป บางพรรคอาจไม่บ่น บางพรรคบอกเลือกเร็วๆ ดีแล้ว แต่ต้องคำนึงถึงเวลาหาเสียงที่เพียงพอ เมื่อจะขยับวันเลือกตั้ง วันหาเสียงก็ไม่ควรน้อยกว่ากำหนดเดิมคือ 52 วันจึงจะเป็นธรรม
บี้แจงวันเลือกตั้งให้ชัด
      ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุระบุว่าอาจจะประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งภายในสัปดาห์หน้า ว่าเท่าที่ติดตามน่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ คงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนอย่างไร และอยากให้รัฐบาลทำความชัดเจนให้มากที่สุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งและการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนวันเลือกตั้งนั้น ควรให้ กกต.มีอิสระเต็มที่ เพราะเงื่อนเวลาที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ
      คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การจะเลือกตั้งเมื่อใดก็เป็นสิ่งที่เราอยากรู้เหมือนประชาชนที่ต้องรอความชัดเจน ขอให้ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด
      ส่วน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคพร้อมตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.แล้ว ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. เพื่องานสำคัญก็เข้าใจ แต่อยากเรียกร้องให้ กกต.ประกาศชัดเจน เนื่องจากพรรคการเมืองต้องเตรียมความพร้อม 
      ขณะที่นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า กกต.จำเป็นต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าโรดแมป ไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แม้จะยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ. แต่ กกต.ควรคาดการณ์ไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่กำลังรอการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคการเมืองในการเตรียมตัว หรือ กกต.ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงในการเลือกตั้ง ถ้าเช่นนั้น กกต. คสช. และรัฐบาลควรมาคุยกันเพื่อสร้างความชัดเจนเสียที
      “เป็นห่วง กกต.ชุดนี้ หากฟังตามที่นายวิษณุชี้นำถึงวันเลือกตั้งว่าควรเป็นวันที่ 24 มี.ค. เพราะอาจประกาศผลเลือกตั้งไม่ทัน และเมื่อถึงที่สุดแล้วมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะขึ้นมา ผู้ที่จะได้รับผลไม่ใช่รัฐบาลหรือ คสช. แต่เป็น กกต.ที่อาจต้องถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา เช่น อดีต กกต.ที่ต้องถูกจำคุกมาแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจว่าการเลือกตั้งควรเป็นวันใดนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะตัดสินใจ อย่าให้ใครมาชี้นำ”
      ส่วนเฟซบุ๊กแฟนเพจ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. กกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไม่ให้เกินวันที่ 9 พ.ค. ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา ซึ่งเส้นตายจริงจะอยู่ที่ 24 มี.ค. ขยับไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะมีคนเกรงว่าถ้า กกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้ในวันที่ 24 มี.ค. และประกาศผลไม่ได้ในวันที่ 9 พ.ค. พวกท่านก็จะอยู่ยาว ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ได้ขู่
      ขณะที่นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวได้ไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.เร่งกำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วภายในวันที่ 18 ม.ค. แม้ พ.ร.ฎ.จะยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ตาม เพราะเชื่อว่ามีการตกลงเป็นภายในระหว่าง กกต.กับ คสช.ไว้แล้วว่าจะเป็นวันที่ 24 มี.ค. จึงต้องการให้รัฐบาลและ กกต.ประกาศออกมาให้ชัดเจน
กอบศักดิ์พร้อมไขก๊อก
      สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้พร้อมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เพราะภารกิจงานต่างๆ ในความรับผิดใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด ส่วนจะลาออกวันใดนั้น ต้องรออีก 3 รัฐมนตรี เพราะต้องลาออกพร้อมกัน เพื่อไปทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว เพราะที่ผ่านมามีความเสียเปรียบทางการเมือง เพราะไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ในเวลาราชการ ซึ่งหลังลาออกจะทำให้ไปทำงานการเมืองได้เต็มที่
      ด้านนายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ไปร่วมงานกับพรรค พปชร.ในการออกรายการเดินหน้าประเทศไทย ว่ายังสามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเหมือนกับรัฐมนตรี โดยเฉพาะเนื้อหาการแถลงชี้แจงต่างๆ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีสั้นๆ ว่าขอเลิกพูด เพราะเขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าควรต้องทำอย่างไร
      วันเดียวกัน ยังคงมีผลพวงจากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ออกมาเตือนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย พร้อมนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ได้เดินทางมาเรียกร้องขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ยุติคุกคามผู้เห็นต่าง ซึ่งนายเอกชัยได้ยืนชูป้ายข้อความ "มึงเก่งเฉพาะคนไม่มีทางสู้" ที่บริเวณหน้าป้ายกองทัพบก พร้อมกล่าวโจมตีการทำหน้าที่ของ ผบ.ทบ. และพยายามเดินเข้ามาภายใน บก.ทบ. แต่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้เชิญตัวออกมาด้านนอก เพราะเป็นสถานที่ราชการ และนายเอกชัยพร้อมพวกไม่ได้มาติดต่องาน ซึ่งนายเอกชัยได้ตะโกนต่อว่า ผบ.ทบ.ประมาณ 10 นาที ก่อนเดินขึ้นรถยนต์นิสสัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน พพ 8102 กทม. ขับออกไป
      ขณะเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปภาพระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายธวัชชัย สุทธิบงกช รองเลขาธิการพรรค พท. ได้ส่งข้อความว่ามีคนมาเยี่ยม พร้อมแชร์ภาพทหารในชุดพราง 4 นายมาพบที่บ้าน ซึ่งได้พยายามติดต่อนายธวัชชัย แต่ติดต่อไม่ได้ จึงขออนุญาตทำโดยพลการเผยแพร่วีรกรรมของทหารไทยที่ ผบ.ทบ.เพิ่งออกมาคำรามว่านักการเมืองอย่าล้ำเส้น ทหารไม่ได้คุกคาม แต่เป็นการติดตามดูการหาเสียงของทุกพรรคไม่ได้เว้นพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่นี่มันคือการคุกคามคนของพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
ซัดวัฒนาโพสต์บิดเบือน
      ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. ชี้แจงเรื่องนี้ว่า เป็นการนำภาพไปสร้างเรื่องที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ในเชิงกล่าวหา เพราะข้อเท็จจริงเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือนของกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย (ชป.กกล.รส.) พื้นที่เขตบางนาและพระโขนง เดินทางเข้าพบปะประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ซึ่งเป็นไปตามวงรอบปกติ และเมื่อผ่านบ้านนายธวัชชัยก็ได้เดินเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการทำไร่ที่ จ.กาญจนบุรี คุยกันเพียง 3 นาที บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง  
      ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค พท.กล่าวถึงกรณีมีชื่อในสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในประเด็นอนุมัติงบการบริการจัดการน้ำ และการจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ว่าก็ทำไปตามกระบวนการ ไม่มีอะไร มันเป็นเรื่องเก่า ไม่กังวล ไม่เป็นอะไร ขอให้ยุติธรรม โดนกันหลายคน ไม่ใช่แค่ตนคนเดียว
      นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงกรณีที่ กกต.สอบอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่บินไปพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปมครอบงำพรรคการเมืองว่า เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคไม่ได้เกี่ยวข้องเลย กรรมการบริหารพรรคก็ไม่มีใครไป ไม่รู้จะไปทำไม ซึ่งเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว แต่พอเริ่มหาเสียงก็ไปถามเขา ก็ไม่รู้เจตนาว่าเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าอะไรที่คิดว่าถูกต้องผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายก็ทำไป แต่อย่าคิดแกล้งกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวในการลงพื้นที่และหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ได้หารือกับ กกต.ถึงแนวทางการหาเสียงของแต่ละพรรคผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์แล้ว โดยกรมพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่จะเปิดเวทีเพื่อให้แต่ละพรรคการเมืองมาแสดงวิสัยทัศน์และหาเสียง ซึ่งใครขอความร่วมมือมากรมก็ยินดีสนับสนุน แต่การวางผังในการออกอากาศนั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะแต่ละพรรคต้องติดต่อมายัง กกต.ก่อน และต้องรอดูว่าจะมีการจัดหลักเกณฑ์ ระเบียบ และเวลาที่จะเผยแพร่อย่างไร ซึ่งเมื่อใดที่ กกต.มีความพร้อมก็จะแจ้งมายังกรมอีกครั้ง
    ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดงานเปิดตัวว่าผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 150 ชื่อ และนโยบายพรรค มีประชาชนกว่า 30,000 คนมาร่วม โดยนายอนุทินประกาศว่า พรรคจะใช้บุรีรัมย์โมเดลไปสร้างความเจริญให้กับคนทั้งประเทศ และพัฒนาประชาชนให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยประกาศเจตนารมณ์พรรคว่า “จะลดอำนาจ เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน”
ผุดนโยบายกัญชาเสรี
     “พรรคจะส่ง ส.ส.เขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากเลือกพรรคภูมิใจไทย 375 เสียง เป็นพรรคอันดับ 1 ผมก็พร้อมเป็นนายกฯ แล้ว มันต้องเป็นแล้ว หมูไม่กลัวน้ำร้อนแล้ว และผมจะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน" นายอนุทินประกาศ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. ได้แถลงนโยบายพรรค ซึ่งมีทั้งข้าวระบบกำไรแบ่งปัน, การพักหนี้ กยศ. และระบบการเรียนออนไลน์ โดยแคมเปญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการปลูกกัญชาเสรี โดยใช้โมเดลของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจ 
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าเตรียมไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการเรื่องต่างๆ โดยวันที่ 21 ม.ค. จะเปิดตัวทีมเพื่อไทย ที่จะวางบุคคลในการทำงานด้านต่างๆ ก่อน ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ขอให้ทราบก่อนดีกว่าว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด 
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสานพรรค พปชร. พร้อมคณะ ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค จ.ขอนแก่น ทั้ง 10 เขต โดยขอให้ชาวขอนแก่นเลือกคนของพรรคทั้ง 10 เขต เพราะจะได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งบุคคลนั้นก็จะเป็นรัฐมนตรีของชาวขอนแก่นด้วย
     นายสุริยะยังกล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องซีทีเอ็กซ์ว่า เรื่องนี้ได้ชี้ไปแล้ว และเป็นเรื่องที่นายทักษิณเป็นประธานการประชุม และเป็นคนที่อนุมัติโครงการเอง อีกทั้งเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้ออกมายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีแล้ว จึงขอให้จบเรื่องนี้ลงแต่โดยดี
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงคุณหญิงสุดารัตน์ที่อยากแจกบัตรคนรวย ไม่แจกบัตรคนจน ว่าน่าเศร้าใจที่คิดแบบนี้ คงอยู่กับความรวยจนชิน ไม่เห็นหัวคนจน อยากจะบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่าท่านไม่เคยจน จึงไม่เคยรู้สึกถึงความลำบากของพี่น้องคนยากคนจน เพราะบัตรคนจนนั้นมีเป้าประสงค์ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งวันนี้เรามีพี่น้องผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ส่วนจะแจกคนรวยแล้วกระเป๋าตุงหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ให้ระวังกระเป๋าแบนแฟนทิ้งด้วย เพราะพี่น้องประชาชนจะทิ้งพรรคเพื่อไทยมารักพรรคพลังประชารัฐหากคิดแบบนี้ 
    ส่วนนายอภิสิทธิ์นำคณะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะสมาชิกและประชาชนในพื้นที่ โดยกล่าวถึงจำนวน ส.ส.ที่คาดว่าจะได้ในนครราชสีมา ว่าขอรอดูคู่แข่งทั้งหมดก่อน แต่ ปชป.ตั้งใจเต็มที่ ส่วนจำนวน ส.ส.ทั่วประเทศนั้น มั่นใจว่าเราได้มากกว่าพรรคอื่นแน่นอน.ฟๆ

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

ประกาศแล้ว!ระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด



ประกาศแล้ว!ระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด
17 ม.ค 62 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดพ.ศ. ๒๕๖๑
โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาดพ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อให้การดําเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยชี้ขาดเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา๕ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙และมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๖๐มาตรา ๒๐ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๔มาตรา ๑๓๒ มาตรา ๑๓๓ มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๓๘ และมาตรา ๑๔๐แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติพ.ศ. ๒๕๕๒มาตรา ๕๖ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๔ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่ ๗๙/๒๕๖๑ (๔๓) เมื่อวันที่ ๒๖ธันวาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ดังนี้ อ่านทั้งหมด

อย่าเพิ่งเบื่อ 'ประยุทธ์' บอกเราคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพัก

อย่าเพิ่งเบื่อ 'ประยุทธ์' บอกเราคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพัก


16 ม.ค.62 - ที่คุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีงานวันครู ปี 2562 ว่าโลกวันนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นส่วนใหญ่ อำนาจประชาชนจะมากขึ้น ส่วนอำนาจรัฐจะลดลง ซึ่งเราต้องยอมรับ โดยแนะนำให้ประชาชนอยู่กันอย่างสันติ การเดินทางไปพบชาวบ้าน ไม่ได้เพื่อต้องการอะไรทั้งสิ้น แต่เพื่อไปอธิบายให้ชาวบ้านได้เข้าใจ เพราะชาวบ้านไม่เข้าใจในสิ่งที่คนพูดเกิน 5 นาที ชาวบ้านจับประเด็นได้อย่างเดียว คือจะได้หรือเสีย ซึ่งคืออันตรายของประเทศ ทั้งนี้ จะไม่มีใครได้ทั้งหมดและเสียทั้งหมด แต่อยู่ที่ว่าจะได้มากหรือเสียน้อย  
ส่วนในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะตนไม่อยากเห็นบ้านเมืองเดือดร้อน สับสนอลหม่านอีกครั้ง เพราะปัญหาต่างๆควรได้รับการยุติในวันนี้ ซึ่งเราควรสงบเรียบร้อยได้ด้วยตัวเอง ด้วยคนไทยและระบอบประชาธิปไตยที่เป็นปกติ
“เราคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพัก ขออย่าเพิ่งเบื่อ เพราะผมมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษา วันนี้รัฐบาลต้องดูแลคนหลายกลุ่ม รัฐบาลมีรายได้ 3 ล้านล้านต่อปี แต่ทุกกระทรวงของบประมาณมา 7-9 ล้านล้านต่อปี เวลาทำงบประมาณก็ปวดหัวไปหมด ซึ่งผมก็บีบให้ตรงตัวให้ได้ เพราะทุกกระทรวงอยากได้มาก แผนงานต่างๆที่เสนอจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ว่าจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ยึดคืนทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส จะได้ไม่มีครหา ไม่ได้จะไปไล่บี้อะไรใคร ซึ่งบางอย่างต้องฟังหูไว้หู เพราะถ้าไม่ฟังเลยก็โง่ แต่ถ้าฟังทุกอย่างก็จะบ้า” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

ผลเลือกตั้งทัน9พ.ค. กกต.แจงยิบกฎเหล็กหาเสียง/พท.ข่มแจกบัตรคนรวย

ผลเลือกตั้งทัน9พ.ค. กกต.แจงยิบกฎเหล็กหาเสียง/พท.ข่มแจกบัตรคนรวย

เลขาฯ กกต.แจงยิบระเบียบ-ประกาศ กกต. 9 ฉบับ เตือนผู้สมัครระวังกดไลค์-แชร์ข้อความใส่ร้ายเสี่ยงใบแดง พิมพ์หรือติดป้ายเกินเจอโทษคุก 6เดือน ช่วยซองงานบุญสุ่มเสี่ยงถูกตีความซื้อเสียง ระบุหากเลือกตั้ง 24 มี.ค. ประกาศผล 45 วันก่อน 9 พ.ค. "บิ๊กตู่" ย้ำเลือกตั้งมีแน่ก่อน 9 พ.ค. ยื้อไม่ได้ ไม่อย่างนั้นต้องแก้ รธน. ขอให้บ้านเมืองสงบระหว่างมีพระราชพิธี "บิ๊กป้อม" ให้รอประกาศ พ.ร.ฎ.เร็วๆ นี้ "ปิยบุตร" ย้อนหากอยากรู้คนอยากเลือกตั้งมีจำนวนเท่าไหร่ ต้องรีบจัดเลือกตั้ง "นิพิฏฐ์" ปูดปลัด จว.ซื้อเสียง 500 "หน่อย" ฟุ้งแจกบัตรคนรวยแทนบัตรคนจน 

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 16 มกราคม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวชี้แจงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. และประกาศ กกต. จำนวน 9 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเลือกตั้งว่า ระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)ให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ การออกระเบียบดังกล่าว กกต.คำนึงถึงเรื่องการที่กฎหมายกำหนดให้การหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งกฎหมายยังกำหนดให้รัฐสนับสนุนการหาเสียงให้พรรคการเมือง จึงทำให้ กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขตไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และแบบบัญชีรายชื่อไม่เกิน 35 ล้านบาท 

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในเรื่องโซเชียลมีเดียกำหนดให้ผู้สมัครหาเสียงได้ทั้งในเฟซบุ๊ก ไลน์ และแอปพลิเคชันต่างๆ โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งผู้สมัครต้องแจ้งต่อ กกต.ก่อนการหาเสียง เพื่อป้องกันการแอบอ้าง อวตาร หรือการสวมรอยสวมชื่อเฟซบุ๊กแล้วนำไปใช้หาเสียงโจมตีผู้อื่น ซึ่งหาก กกต.ตรวจสอบพบ จะได้แจงไปยังผู้สมัครให้ลบทิ้ง ถ้าไม่ยอมลบ กกต.จะดำเนินการเอง กรณีหาตัวไม่ได้ก็ลบออกจากโซเชียลมีเดียเช่นกัน เพราะกรณีเช่นนี้ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งทำให้เสียหาย ซึ่งประธาน กกต.ให้ความสำคัญจะลงมาดูแลเอง สำนักงาน กกต.จะตั้งวอร์รูมตรวจสอบ และทำความตกลงกับเจ้าของเว็บไซต์ เว็บเพจ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ เมื่อพบมีการโพสต์ข้อความไม่ถูกต้อง ใส่ร้ายป้ายสี จะประสานให้ผู้โพสต์ลบทิ้ง 

    "หากไม่ลบจะประสานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการ กรณีเป็นการโพสต์มาจากต่างประเทศ จะประสานตัวแทนในประเทศไทยให้ลบ หากเป็นเว็บใต้ดินหาที่มาไม่ได้ก็จะลบเลย แต่จะเตือนไปยังผู้สมัครให้ระวังการกดแชร์ กดไลค์ กองเชียร์ กองแช่งมีเยอะ เพราะถ้าเป็นการกดแชร์หรือไลค์ข้อความใส่ร้าย นอกจะผิดอาญาข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ยังจะมีความ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษใบแดง” พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว 

    ผู้สื่อข่าวถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร จะจัดรายการ “กู๊ดมันเดย์” ซึ่งอาจมีเนื้อหาช่วยหาเสียงให้กับบางพรรค สามารถทำได้หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ หลีกเลี่ยงที่จะตอบโดยอ้างว่า ถ้าเป็นเรื่องของการกระทำว่าอย่างนี้แล้วผิดหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับการตีความ จะให้มาตอบในขณะนี้คงไม่ได้ ยกเว้นเป็นคดีขึ้นมาเราก็จะไปตรวจสอบ

    เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การติดป้ายประกาศหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครสามารถจัดทำป้ายขนาดเอ 3  ไม่เกิน 10 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือประมาณ 2,700แผ่น ต่อเขตเลือกตั้ง ส่วนป้ายขนาด 130X245 ซม.  ติดได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือ 540 แผ่นต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งป้ายทั้ง 2 แบบดังกล่าวจะติดได้ในสถานที่ที่ ผอ.กกต.เขตกำหนดเท่านั้น ส่วนแผ่นป้ายหาเสียง ขนาด 400X750 ซม. ติดได้ที่หน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค เขตเลือกตั้งละ 1 ป้าย และขอให้พึงระวัง อย่าพิมพ์หรือติดป้ายเกิน เพราะมีโทษอาญา ซึ่งอาจถูกคู่แข่งไปแจ้งความ เนื่องจากมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

    ส่วนป้ายติดรถหาเสียงและเวทีหาเสียงจะถูกควบคุมด้วยค่าใช้จ่าย สำหรับเนื้อหาและรูปภาพในป้ายหาเสียง เช่น คำขวัญ นโยบาย รูปของผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรค และผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าและสมาชิกพรรคเท่านั้น ส่วนการหาเสียงทางวิทยุ และโทรทัศน์ ผู้สมัครจะดำเนินการเองไม่ได้ โดย กกต.จะจัดสรรเวลาออกอากาศให้ พรรคละไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้กฎหมายยังเพิ่มเติมการดีเบตนโยบายหรือประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยจัดเป็นกลุ่มพรรคการเมือง 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300-350 เขต, กลุ่มที่ 2 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200-299 เขต และกลุ่มที่ 3 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 199 เขตลงมา  ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาหรือองค์กรวิชาชีพต่างๆ ก็สามารถจัดดีเบตได้ แต่ต้องยึดหลักความเท่าเทียมกันดังกล่าว

    เมื่อถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีเครือข่ายเป็นเจ้าของสื่อโทรทัศน์ จะให้น้ำหนักในการนำเสนอข่าวให้กับบางพรรค พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า หากมีการร้องเข้ามา กกต.ต้องไปตรวจสอบ สำหรับเจ้าของสื่อกฎหมายเขียนห้ามไว้แล้วการนำเสนอข่าวต้องเท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง ทำข่าวได้ หาเสียงไม่ได้ ห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองใช้ผู้ประกอบอาชีพ เจ้าของกิจการวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา เอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้กับตน เว้นแต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นผู้สมัครสามารถใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตนเองในการหาเสียงได้ แต่ต้องไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง 

เลือก 24 มี.ค.ประกาศผล 45 วัน

    สำหรับกรณีการช่วยซองงานบุญ งานบวช หรืองานศพ แม้จะเป็นงานตามประเพณีนิยมหรือเป็นจารีตประเพณีปกติ ก็ไม่สามารถทำได้ แม้แต่การวางพวงหรีดก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตีเป็นมูลค่าได้ อาจเข้าลักษณะหาเสียง และเป็นพฤติการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ส่วนการขอใช้สถานที่ราชการในการหาเสียงของพรรคการเมือง สามารถทำได้ แต่เจ้าของสถานที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเท่าเทียมกัน และยังต้องวางตัวเป็นกลาง และมีจิตสำนึกว่าตัวเองเป็นข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ไปเดินช่วยแจกใบปลิวหรือขึ้นเวทีหาเสียง

    เมื่อถามถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น มาเตรียมความพร้อมในเรื่องการจัดการเลือกตั้ง เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า กอ.รมน.ได้ประสานมายัง กกต.หรือไม่ แต่ กกต.ไม่มีอำนาจจะเข้าไปดูตรงนี้ และโดยปกติ กกต.ก็มีหน้าที่จัดอบรมให้ความรู้กับหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว แต่ลักษณะดังกล่าวจะเป็น กอ.รมน. กกต.ก็มีการให้ความรู้กับหลายหน่วยงานอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่จูงใจให้เลือกพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการยกร่างคำร้อง 4 รัฐมนตรีถือครองหุ้นสัมปทานรัฐขัดรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งยกร่างคำร้อง อย่างช้าไม่น่าเกินสัปดาห์หน้าจะเสนอให้ประธาน กกต.พิจารณาได้ ส่วนกรณีการตรวจสอบโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐนั้น ขณะนี้ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลา 30 วันที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในวันที่ 19 ม.ค.นี้ พรรคจึงยังไม่ได้ส่งรายงานมา

     "ขณะนี้ กกต.ยังรอการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไร ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ประสานมา มีเพียงการประสานถึงงานพระราชพิธีว่าจะมีในวันใดบ้าง ในส่วนของ กกต. ได้พูดคุยกันว่าจะจัดการเลือกตั้งและประกาศผลภายใน 150 วัน นับแต่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับ ภายใน 9 พ.ค. ส่วนถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. ระยะเวลาการประกาศผลก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือรวมแล้ว 45 วัน ก็น่าเชื่อว่า กกต.สามารถทำได้ แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวค่อนข้างจะบีบและกฎหมายยังกำหนดให้ กกต.ต้องรับฟังความเห็นของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ด้วย" พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณากำหนดวันเลือกตั้ง

    ที่คุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีงานวันครูปี 2562 ว่าในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะตนไม่อยากเห็นบ้านเมืองเดือดร้อน สับสนอลหม่านอีกครั้ง เพราะปัญหาต่างๆควรได้รับการยุติในวันนี้ ซึ่งเราควรสงบเรียบร้อยได้ด้วยตัวเอง ด้วยคนไทยและระบอบประชาธิปไตยที่เป็นปกติ
    “เราคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพัก ขออย่าเพิ่งเบื่อ เพราะผมมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษา วันนี้รัฐบาลต้องดูแลคนหลายกลุ่ม รัฐบาลมีรายได้ 3 ล้านล้านต่อปี แต่ทุกกระทรวงของบประมาณมา 7-9 ล้านล้านต่อปี เวลาทำงบประมาณก็ปวดหัวไปหมด ซึ่งผมก็บีบให้ตรงตัวให้ได้ เพราะทุกกระทรวงอยากได้มาก แผนงานต่างๆ ที่เสนอจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ว่าจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ยึดคืนทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส จะได้ไม่มีครหา ไม่ได้จะไปไล่บี้อะไรใคร ซึ่งบางอย่างต้องฟังหูไว้หู เพราะถ้าไม่ฟังเลยก็โง่ แต่ถ้าฟังทุกอย่างก็จะบ้า” 

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ถึงอย่างไรก็จะมีการเลือกตั้งแน่นอน ไม่สามารถที่จะดึงอะไรต่อไปได้ การเลือกตั้งจะขยับไปมา ก็แล้วแต่เหตุผล ซึ่งจะยังอยู่ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทำไม่ได้ เพียงแต่จะขยับไปมาอยู่ภายในกรอบ ถึงอย่างไรก็เลือกตั้งก่อน 9 พฤษภาคม และช่วงนี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งวันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวเดินขบวนกันไปกันมา 

    "ผมอยากให้ช่วงเวลาสำคัญนี้นิ่งสงบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีการประกาศผล ตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน โดยช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่มีความนิ่ง เพราะไม่มีการหาเสียงแล้ว การเลือกตั้งไม่ควรจะพันกับช่วงเวลาสำคัญ เหตุผลผมมีแค่นั้น เพื่อมุ่งหวังที่จะได้การเมืองที่มีเสถียรภาพ มีประเทศไทยที่เจริญก้าวหน้า" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

รอประกาศ พรฎ.เร็วๆ นี้

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมือง หลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาปรามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ให้ชุมนุมล้ำเส้นกระทบงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า คงไม่ต้องปราม เพราะกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็รู้อยู่แล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ว่าต้องช่วยกันอยู่ในกรอบของกฎหมาย แม้จะมีความเห็นต่าง ก็รู้กันอยู่แล้วว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เพราะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.ก็ต้องออกมาอยู่แล้ว

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมลากยาวออกไปจะส่งผลกระทบต่อการเชิญแขกคนสำคัญมาร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ลากยาว เพราะลากไม่ได้ และไม่มีการลากแน่นอน ซึ่งหากจะมีการชุมนุมก็จะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน เรามีกฎหมายอยู่ ไม่ต้องห่วง 

    "อย่างไรก็ตาม ก็มีกลุ่มคนที่อยากให้มีการเลือกตั้งหลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็มีคนคิดแตกต่างกัน มีทั้งสองฝ่าย เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เป็นไปไม่ได้ที่จะนานกว่านั้น เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งลงราชกิจจาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จากนั้น กกต.ก็จะไปดูว่ามีการทับซ้อนอะไรหรือไม่ ต้องให้เวลา กกต.ทำงานด้วย ซึ่งเราก็รออยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ที่จะประกาศในเร็วๆ นี้"

    เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ภาคเหนือมีเสียงสนับสนุนรัฐบาลอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดี ไม่เห็นมีอะไร รวมถึงยังมีเสียงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อด้วย โดยวัดจากประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนจะสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้หรือไม่นั้น ไม่ทราบ ส่วนการลงพื้นที่ทั้งฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ของภาคเหนือยังไม่มีรายงานอะไรเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้เราไม่มีเสื้อสีอะไรทั้งนั้น

    ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรระบุว่าคนที่ต้องการเลือกตั้งมีอยู่แค่นิดเดียว จากคนไทย 70 ล้านคนว่า ตนและทีมงานพรรคอนาคตใหม่เพิ่งกลับมาจากกิจกรรมคาราวานแนะนำพรรค อนค.และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในเขตภาคอีสานตอนบน ไล่มาตั้งแต่ จ.หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยทุกที่ที่เราไป พบว่ามีประชาชนเข้ามาพูดคุย เล่าให้ฟังถึงปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สินค้าราคาเกษตรตกต่ำ และสอบถามเรื่องวันเลือกตั้งกันเยอะมาก อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนที่อยากเลือกตั้งได้หรือไม่

    "คิดว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะไม่ค่อยได้เดินทางไปต่างจังหวัด หรือไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนด้วยตัวเองเท่าไหร่นัก เพราะถ้าได้ไปย่อมต้องเจอคำถามว่าเมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ ประชาชนคาดหวังไว้ว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่แล้วจู่ๆ ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน ไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เป็นธรรมดาที่ประชาชนจะแสดงออกและทวงถามถึงเรื่องนี้ และนี่คือประชาชนคนธรรมดาที่อยากเลือกตั้ง ไม่ใช่กลุ่มคนที่ พล.อ.ประวิตรมองว่าตั้งใจมากป่วน ถ้าอยากจะวัดว่าคนอยากเลือกตั้ง จากคน 70 ล้านคน ตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด ไม่ใช่การใช้ความรู้สึกแบบที่ พล.อ.ประวิตรใช้อยู่ในตอนนี้ ก็ต้องจัดการเลือกตั้ง แล้วจะเห็นว่าคนอยากเลือกตั้งมีจำนวนมากขนาดไหน” นายปิยบุตรกล่าว

     นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่มีคำสั่งใดๆ บอกว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิกิริยาจากฝ่ายผู้มีอำนาจหรือฝ่ายความมั่นคง ตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวนี้เกินกว่าความจำเป็น แสดงอารมณ์ความรู้สึกหรือวาทกรรมเกินพอดี ภาษาฝรั่งเขาบอกว่า Over react หรือไม่ ดังนั้นฝ่ายผู้เคลื่อนไหวก็ต้องรอบคอบ รัดกุม แล้วก็ใช้ความอดทนอดกลั้น เป้าหมายปลายทางไม่ทราบว่าคืออะไร จึงห่วงว่าจะมีใครต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ก่อนการประกาศวันเลือกตั้ง

จี้นายกฯ ทำสัญญาประชาคม

    ส่วนที่ฝ่ายความมั่นคงห่วงการชุมนุมกระทบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักรู้ว่าพระราชพิธีมหามงคลเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือ ให้ดำเนินการไปด้วยความสง่างาม สมพระเกียรติ แต่คือสอบถามวันเลือกตั้งที่ชัดเจนเท่านั้น ไม่มีปรากฏการณ์หรือสัญญาณใดๆ ที่จะไปเกี่ยวข้องกับการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าว เขาเพียงบอกว่าอย่าให้วันเลือกตั้งไกลเกินไปจนไปสุ่มเสี่ยงกับการตีความว่ากรอบเวลา 150 วัน เพราะจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถือว่าเป็นการถอย ไม่ใช่การรุก ไม่ใช่เป็นการกดดันจนผู้มีอำนาจกระดิกตัวไม่ได้ เป็นการแสดงความยืดหยุ่น และขอเพียงความชัดเจนเท่านั้นเอง ดังนั้นความเคลื่อนไหวของประชาชนกับการจัดงานพระราชพิธีสำคัญไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

    เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งรับได้ใช่หรือไม่ หากการเลือกตั้งไม่เกิดในวันที่ 24 ก.พ.นี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนพูดตามข่าวที่ปรากฏในแถลงการณ์ของการชุมนุมครั้งล่าสุด ซึ่งระบุว่าการเลือกตั้งไม่ควรจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 10 มีนาคม เมื่อผู้ชุมนุมแถลงมาเช่นนี้ ก็ตีความได้ว่าเข้าใจแล้วว่า 24 กุมภาพันธ์ อาจเป็นไปไม่ได้แล้ว ในวันนี้ก็ตีความตามเนื้อผ้าแถวนั้นเอง

    นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในกรอบเวลา 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมโยนให้ กกต. พิจารณาวันที่เหมาะสม ซึ่งคิดว่ายังไม่ชัดเจนและน่าจะมีหลักประกันที่มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมามีการเลื่อนเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง จนมีการกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นโมฆบุรุษไปแล้ว การสร้างหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งอีก นั่นคือการทำสัญญาประชาคมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนักการเมืองและประชาชนในภาคส่วนต่างๆ

          "อยากขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มคนและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะทุกวันนี้ประชาชนทุกภาคส่วน ต้องการที่จะใช้สิทธิขั้นพื้นฐานเลือกผู้นำที่จะมาบริหารประเทศด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นม็อบอาชีพ และไม่เป็นการล้ำเส้น ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  กล่าวหา" นางลดาวัลลิ์กล่าว 

    นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 15 ม.ค. นายไซมอน ลีเวอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ได้พูดคุยกับตนที่โรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อสอบถามสถานการณ์การเมืองก่อนจะมีการเลือกตั้ง เขาอยากเห็นการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงของประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นเพื่อให้ได้รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้จัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง หยุดพฤติกรรมที่ช่วยเหลือพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่ผ่านมา เพราะแบบนั้นการเลือกตั้งจะไม่ได้รับการยอมรับ 

    น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเรื่องวันเลือกตั้งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า และความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศ เห็นได้จากภายหลังวันที่ 2 ม.ค.62 ที่รัฐบาลไม่ประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเทขายหุ้น เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน ต่างชาติปฏิเสธที่จะลงทุนในประเทศไทย ในขณะที่การจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนที่มีสัญญาณว่าจะดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ภายหลังที่มีข่าวว่าเลื่อนวันเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรีบให้ความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง จะทำให้ประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อฟื้นคืนเศรษฐกิจ 

    ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่า ผบ.ทบ.เจตนาดี เป็นห่วงบ้านเมือง ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมาอีก ท่านเป็นคนรักชาติ รักบ้านเมือง รักประชาชน ประกอบกับกำลังจะมีพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศที่คนในชาติตั้งตารอ ดังนั้นพรรคการเมืองหรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งน่าจะเข้าใจ ไม่ใช่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อกดดัน คสช. ทั้งนี้ การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าต้องหากเลื่อนนิดหน่อยเพราะเหตุผลอะไร แต่ทำเหมือนพยายามไม่เข้าใจ ไม่รับฟัง และเลิกโจมตีว่าเลื่อนเลือกตั้งเพื่อช่วยพรรค พปชร.ได้แล้ว เพราะเราพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทุกเวลา

แจกบัตรคนรวยแทนคนจน

          "การเคลื่อนไหวของกลุ่มอยากเลือกตั้งมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งสังคมทราบดี เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งอีก ไม่ว่าจะเป็นการเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลางจังหวัด ชุมนุมปิดถนน ปิดสนามบิน คนไทยอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วนการเลือกตั้งก็ต่อสู้กันไปตามระบอบประชาธิปไตย ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็เป็นรัฐบาล ใครเสียงข้างน้อยก็เป็นฝ่ายค้าน ได้ยินว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ จะเอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมา เล่นเอาคนตกใจกันทั้งประเทศ เพราะเขากลัวความขัดแย้ง คนส่วนใหญ่ของประเทศอยากเห็นบ้านเมืองสงบเหมือนทุกวันนี้" นายธนกรกล่าว 

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความว่า ปลัดจังหวัดคนหนึ่ง เรียกกำนันคนหนึ่งไปบอกว่าให้ถ่ายบัตรประชาชนลูกบ้าน จะให้เงินลูกบ้านคนละ 500 บาท เป็นการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง เห็นข่าวท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ อปท.วางตัวเป็นกลาง ถ้าปลัดกระทรวงมหาดไทยสนใจอยากรู้ว่าปลัดจังหวัดคนไหนทำ โทร.หาผม ท่านมีเบอร์ผมอยู่แล้ว

     ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค สมาชิกพรรค รวมถึงว่าที่ผู้สมัครของพรรค ร่วมปราศรัย โดยนายชัชชาติกล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเราจะเร่งผลักดันเส้นพระราม 2 โดยยกระดับจากสะพานพระราม 9 ผ่านวงแหวน มาถึงยกระดับจากมหาชัย ไปวังมะนาว เพราะถนนพระราม 2 คือเส้นเลือดใหญ่ ถ้าเส้นเลือดไม่ดี สมุทรสาครก็ไปไม่ได้ หากเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาล เราจะสามารถทำให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง

    ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า มั่นใจว่าทีมผู้บริหารของเราจะทำให้พี่น้องลืมตาอ้าปาก และหาเงินเข้ากระเป๋าให้ตุงๆ ได้ มีคนถามว่า พท.จะทำให้พี่น้องกระเป๋าตุงได้จริงหรือ เราขอยืนยันว่า ถ้าเป็นเพื่อไทยทำได้แน่นอน ไม่เหมือนกับอีกคนที่ยิ่งทำพี่น้องประชาชนยิ่งจนลง แถมยังให้ประชาชนไปขึ้นทะเบียนคนจนอย่างภาคภูมิใจว่ามีคนจนเท่านั้นเท่านี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ พท.ทำไม่เป็น พรรค พท.อยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่แจกบัตรคนจน ไม่ว่าเลือกวันไหน เราก็พร้อมบอกเขาว่าเราจะกุมมือกันออกจากความทุกข์

    ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ตั้งสโลแกนว่า อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ นั้น ว่า "ผมไม่รู้ ต้องไปถามเขาดูเอง ว่าคนไหนตุง คนไหนแฟบ ให้ไปถามคนพูด" 

    ในเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ "มุมมองทางการเมือง ต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคม" ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ร่วมกับมติชน มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งส่วนใหญ่เสนอให้มีการกระจายอำนาจ กระจายรายได้ แก้ปัญหาการผูกขาด จัดระบบสวัสดิการ  สาธารณสุข  เพิ่มรายได้ เพิ่มแหล่งทุน พัฒนาการเกษตร การท่องเที่ยว และระบบขนส่งสาธารณะ.