PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ลาลับวัย100ปี

#คนวงการหนังสือลาลับไปอีก

ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
(21 มีนาคม 2462 - 7 พฤษภาคม 2562)
ประธานคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย ปรมาจารย์ในด้านไทยศึกษา คณิตศาสตร์ สถิติ ประวัติศาสตร์ไทย ปฏิทินไทย ภาษาไทย จารึก ศิลปวรรณคดี วัฒนธรรม ผู้สูงอายุแห่งชาติ ฯลฯ
- นักเขียน รางวัลนราธิป
- นักแปลดีเด่น รางวัลสุรินทราชา ฯลฯ
ข่าวจากคุณ Anuthep ์์Norboonyong ในกลุ่ม‎เวียงวังและคลังประวัติศาสตร์ ซึ่งบอกเพิ่มเติมว่า "ก่อนหน้านี้ อ.ประเสริฐ ได้เข้ารับรักษาตัวที่ รพ.วิภาวดี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต จนอาการดีขึ้น ก็กลับบ้าน เมื่อเช้านี้ (ราว ๙.๐๐ น.) สิ้นไปด้วยอาการสงบ หลับไปไม่ตื่นครับ"

------------------------------------
#พิธีศพ ที่ศาลา 14 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
- รดน้ำ วันที่ 11 พ.ค. 62
- สวด วันที่ 11-17 พ.ค. 62 (ราว 18.00 น.)
- เก็บศพไว้ 100 วัน

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2680138555335639&set=gm.2601030653301240&type=3&theater
////////////////////////
ปีติ วิริยะ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2354666557919202&set=a.102929669759580&type=3&theater
//////////////////////////////////
Chaiyachak Thawayutthanonรู้สึกเศร้า
7 ชม.
บันทึกไว้ว่าวันนี้ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลาประมาณ ๙ นาฬิกา ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อายุ ๑๐๐ ปี ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา

ผมได้รับความเมตตาจากท่านหลายครั้ง ตั้งแต่ยังเป็นนักวิจัยในโครงการวิจัยกฎหมายตราสามดวง ของ สกว. เมื่อเกือบ ๒๐ ปีก่อน ท่านและอาจารย์ผู้ใหญ่อีกหลายท่านล้วนให้ความรู้แก่พวกเราโดยไม่หวงวิชา

ความทรงจำของ ศ.ดร.ประเสริฐ ดีมาก ใครสอบถามสิ่งใด ถ้าท่านตอบได้ตอนนั้น ท่านก็จะตอบทันที หากไม่มั่นใจหรือยังต้องค้นเพิ่ม ท่านจะบอก แล้วในคราวต่อมาที่พบกัน ท่านก็จะเตือนเราว่าที่ถามเมื่อคราวก่อน ท่านไปค้นมาแล้ว ได้ความว่าอย่างไร บางครั้งเรื่องนั้นเราลืมไปแล้ว แต่ท่านจำได้แม่นยำ ทั้งเรื่องราวและผู้ถาม

ตลอดเวลาที่เราทำวิจัย เราประจักษ์ว่าท่านมีความรู้ทางภาษาโบราณ การอ่านจารึก วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ตลอดจนการใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์และสถิติมาช่วยในการศึกษาประวัติศาสตร์ เหลือคณานับโดยเฉพาะการเสนอผลการคำนวณวันทำยุทธหัตถีและวันสวรรคตในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นอกจากนี้ท่านยังถ่ายทอดวิชาการคำนวณศักราช วันเถลิงศก และการเทียบวันทางจันทรคติเป็นวันทางสุริยคติให้พวกเราผู้ขอฝากตัวเป็นศิษย์รุ่นหลังด้วยความเมตตา

แม้ในชั้นหลังเมื่อปี ๒๕๖๐ ผมมีโอกาสขอความกรุณาจากท่านเพื่อนำกองบรรณาธิการ นิตยสาร "บรรดาเรา" ของสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ ไปสัมภาษณ์ท่านที่บ้านพัก เกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙ ท่านเมตตาให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดี สีหน้า แววตา น้ำเสียงของท่านในวันนั้น ผมยังจดจำได้ดี หลังการสัมภาษณ์เราถามท่านเกี่ยวกับการเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบในอดีต ท่านตอบเราเหมือนเหตุการณ์เหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ทั้งยังเล่าเรื่องเกร็ดอีกหลายอย่างที่เด็กรุ่นหลังอย่างเราไม่เคยรู้มาก่อน

ครั้งหนึ่งท่านจะมอบหนังสือสารนิพนธ์ ประเสริฐ ณ นคร ฉบับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พิมพ์เมื่อปี ๒๕๔๑ ให้ผม แต่ท่านบอกว่าขอเวลาสักหน่อย จะแก้ไข เพิ่มเติม ข้อความในหนังสือเล่มนั้น เนื่องจากเมื่อตอนตีพิมพ์มีจุดที่คลาดเคลื่อนอยู่หลายแห่ง ท่านนั่งเงียบ ๆ เขียนด้วยลายมือทีละหน้า ๆ ท่านจำได้หมดว่าจุดที่ต้องแก้ให้ถูกต้องอยู่ที่ใดบ้าง และต้องแก้ไขเป็นอย่างไร ผมยังเก็บหนังสือเล่มนั้นไว้จนบัดนี้

ครูเจริญก้าวหน้าในราชการจนก้าวสู่ตำแหน่งวิชาการสูงสุด ทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต ให้เกียรติแก่วงศ์ตระกูลและลูกศิษย์ทุกคน

วันนี้ครูได้พักผ่อนแล้ว ศิษย์ปลายแถวผู้นี้ได้แต่รำลึกถึงพระคุณครู แม้จะได้รับความกรุณาเป็นเวลาไม่นานนัก แต่ผมรับปากว่าจะนำความรู้ที่ได้รับทำประโยชน์ตามโอกาสต่อไป

กราบครูด้วยความอาลัย
๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
////////////////////
Sarakadee Magazine
5 ชม. ·
ขอรำลึกและแสดงความอาลัยมา ณ โอกาสนี้
.
ชีวิตคนเราที่จะอยู่ยืนถึง ๑๐๐ ปี ถือว่าหาได้ยาก และที่ยากยิ่งกว่าคือคนวัย ๑๐๐ ปี ที่ยังทำงานอยู่ทุกวัน
.
ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นหนึ่งในนั้น อาจเป็นหนึ่งในล้านคนที่ยังออกจากบ้านมาทำงานทุกวันราชการเช่นที่เคยเป็นมาหลายสิบปี ท่านกล่าวว่าเป็นการทำงานให้ประเทศชาติ
.
เป็นคนอายุ ๑๐๐ ปีที่ยังทำงานและใช้ชีวิตตามปรกติ ตอนโทรฯ ไปที่บ้านเพื่อขอสัมภาษณ์ รวมทั้งเมื่อยืนยันนัดหมาย อาจารย์ประเสริฐรับโทรศัพท์เองทุกครั้ง
.
ท่านนัดเจอที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ตอน ๗ โมงเช้า มีเวลาคุยกันก่อนท่านเข้าประชุมตอน ๙ โมง
.
ชายชราร่างสมส่วน ไม่อ้วน และหลังไม่ค่อม ก้าวลงจากประตูรถเก๋งด้านข้างคนขับ สวมสูทสีเข้ม เน็กไทสีเหลืองลาย ผมดกขาวหวีเรียบร้อย ก้าวตามขั้นทางเดินขึ้นอาคาร ๓-๔ ขั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยในป้อมยามวิ่งมาช่วยจับแขนประคอง เขาคงช่วยด้วยใจอยากช่วยแม้รู้ว่าอาจารย์เดินเองได้
.
อาจารย์เดินไปที่ห้องสมุด หยิบหนังสือพิมพ์รายวันในไม้คีบที่พาดเรียงหลั่นกันอยู่มานั่งที่โต๊ะ พอเข้าไปแนะนำตัวว่าเรามาตามนัดสัมภาษณ์ อาจารย์ก็ลุกจะเอาหนังสือพิมพ์ไปเก็บโดยยังไม่ได้เปิดอ่าน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนเดินมาช่วยรับหนังสือพิมพ์ไปเก็บ อาจารย์เดินนำเราไปอีกห้อง เปิดสวิตซ์ไฟสว่าง แล้วบอกให้เราช่วยเปิดแอร์ฯ
.
เพียงการเคลื่อนไหวที่เนิบช้ากว่าคนหนุ่ม กับการได้ยินที่คู่สนทนาต้องพูดดังกว่าธรรมดาสักหน่อย นอกนั้นไม่ว่าสายตา ความคิด ความจำ น้ำเสียง ล้วนยังแจ่มใส และคำพูดจาของท่านมักมี “ครับ” ต่อท้ายเสมอ
.
“เนื่องจากคุณแม่ผมเป็นนักร้องส่งประจำวงข้าราชการที่จังหวัดแพร่ ฉะนั้นเมื่อผมอยู่ประถมฯ ๑ ก็รู้จักเพลงไทยเดิมสองชั้นสามชั้น ร้อยสองร้อยเพลงแล้วครับ”
.
ราชบัณฑิตวัย ๑๐๐ ปี เล่าชีวิตช่วงปฐมวัยในบ้านเกิด

บทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งจาก Small Talk
ชีวิตเพื่อหน้าที่ ๑๐๐ ปี นักปราชญ์ ประเสริฐ ณ นคร
นิตยสารสารคดี ฉบับที่ ๔๐๓ กันยายน ๒๕๖๑

เรื่อง : วีระศักร จันทร์ส่งแสง
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

สหประชาชาติเตือนอีก12ปีหายนะโลกร้อน

#มอร์มูฟเป็นข่าว ก็แปลก ... เพราะนี่ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ แต่หลายคนไม่ให้ความสนใจ เป็นผลกระทบอย่างยิ่งต่อตัวเรา ณ ปัจจุบันตลอดถึงลูกหลานเหลนโหลนอีกหลายชั่วอายุคนจนกว่าโลกจะถึงกาลอวสาน สำหรับเรื่องของ ‘ภัยพิบัติโลกร้อน’
โดยล่าสุด รายงานจากสหประชาชาติเตือนเรื่องภัยพิบัติจากโลกร้อนในอีก12ปี ชี้ชัดในปี พ.ศ.2573 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องหายนะจากธรรมชาติ เช่น ภาวะแล้งจัดไฟป่า น้ำท่วมใหญ่ รวมทั้งการขาดแคลนอาหารสำหรับผู้คนนับล้านๆ คนทั่วโลกได้ การจำกัดปัญหาสามารถทำได้ในทางวิทยาศาสตร์แต่ที่สำคัญกว่าคือความตั้งใจทางการเมือง
โดยเรื่องนี้ รายงานจากคณะกรรมการของสหประชาชาติด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (IPCC) คาดการณ์จากระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศของโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ระบุ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามเป้าจะต้องอาศัยความเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางทั้งในรูปแบบการใช้พลังงาน การคมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม และการอยู่อาศัยในเขตเมือง
"เห็นได้ชัดว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change นั้นกำลังเกิดขึ้นให้เห็นกับตา หากไม่มีมาตรการแก้ไขและรับมืออย่างเร่งด่วนจะยิ่งส่งผลเสียหนักมากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างที่เห็นได้จากภาวะแล้งจัดที่ทำให้ขาดน้ำในเมืองเคปทาวน์ของแอฟริกาใต้ คลื่นความร้อนจัดในทวีปยุโรป และฝนที่ตกอย่างหนักจากพายุเฮอร์ริเคน Harvey กับพายุเฮอร์ริเคน Florence ในสหรัฐฯ เป็นต้น" รายงานของ IPCC ระบุ
📌 ภัยพิบัติโลกร้อนส่งผล (แล้ว) ต่อแนวปะการังรวมทั้งแนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef ของออสเตรเลีย โดยคาดว่าปะการังของโลกจะตายลง 70% ถึง 90% จากภาวะโลกร้อนหากไม่มีการเร่งแก้ไข.

“บิ๊กป๊อก”เหน็บสื่อ “ถามหาสวรรค์วิมานอะไร” หลังถูกถาม “สุธี” ลาออกรมช.ไปเป็นส.ว.หรือไม่

“บิ๊กป๊อก”เหน็บสื่อ “ถามหาสวรรค์วิมานอะไร” หลังถูกถาม “สุธี” ลาออกรมช.ไปเป็นส.ว.หรือไม่



“บิ๊กป๊อก” เหน็บสื่อ “จะถามผมหาสวรรค์วิมานอะไร” หลังถูกถาม “สุธี” ลาออกรมช.มท.ไปนั่งส.ว.หรือไม่ บอก ให้ไปถามเจ้าตัวเอาเอง ชี้ ประชาชนต้องการบ้านเมืองเรียบร้อย-เศรษฐกิจดี การเมืองหลังจากนี้ไม่เข้มข้น ทุกอย่างธรรมดา-เป็นไปตามกลไก

เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่านายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) หากเป็นจริง จะกระทบต่องานในกระทรวงหรือไม่ ว่า เรื่องนี้สื่อต้องไปถามจากนายสุธีเอง ไม่น่ามาถามตน เพราะตนไม่ทราบ แต่ธรรมดาก็เป็นสิทธิ์ของนายสุธี ไม่เห็นจะแปลกอะไร

“ผมเข้าใจว่าจะต้องมีการแจ้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ไปถึง เพื่อให้มาทำหน้าที่ ถ้าใครที่ผ่านการพิจารณาจากคสช. ก็ต้องทำคุณสมบัติให้ครบถ้วน ตามลักษณะที่จะต้องไม่เป็นข้าราชการหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็คงต้องเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคล แม้กระทั่งหากคสช. แจ้งไปแล้ว จะลาออกหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวบุคคล ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้มาลาออกกับผม แต่ต้องลาออกต่อนายกฯ และโดยมารยาท ผมคงตอบไม่ได้ เพราะไม่เห็นหนังสือและไม่ได้ถามนายสุธี ซึ่งวันนี้ นายสุธีก็มาประชุมครม. สื่อก็ไปถามนายสุธี มาถามผมทำไม มาถามเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของผม” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุธีได้มาเรียนให้ทราบ หรือมาหารือด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ยังครับ ต้องลาออกใน 1-2วันนี้ แล้วต้องมาเรียนผมด้วยหรือ ผมไม่ทราบ ท่านสุธีอยู่ตรงนี้จริงๆ เดี๋ยวผมจะเชิญมาให้ถาม คุณจะถามผมให้เกิดสวรรค์วิมานอะไรขึ้นมา ถามเรื่องอื่นดีกว่า เดี๋ยวพอรัฐมนตรีท่านอื่นมา ก็ถามอีกสิ”


ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะเข้าสู่โหมดการเมืองที่เข้มข้นขึ้นแล้ว กระทรวงมหาดไทยต้องรับมืออย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่เข้มหรอก ธรรมดา ตอนนี้แจ่มชัด ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้แนวทางแล้วอย่างที่ทุกคนได้ทราบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงรับสั่งและรัฐบาลก็ได้รับมาเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการทั้งหมดในกิจต่างๆตามอำนาจหน้าที่ ข้าราชการทุกคนต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยใช้แนวทางรักษา สืบสาน ต่อยอด เพราะฉะนั้น ต้องเร่งทำงานกัน ส่วนเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะเข้มข้นหรือไม่เข้มข้น ก็ว่าไปตามนั้น หากมีการมาร้องก็สอบ แล้วแจ้งผลออกมา ตนไม่ถือว่าเข้มข้น ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เป็นไปตามกลไก

เมื่อถามว่า จากการข่าวในแต่ละพื้นที่ จะต้องเตรียมรับสถานการณ์อย่างไร รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่มี ประชาชนอยู่ดีหมด เขาต้องการความเรียบร้อย เขาให้ทำอย่างไรก็ได้ แต่ให้เสร็จให้จบสิ้นแล้วทำให้ประเทศชาติเจริญ เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนเขาคิดแค่นั้น เขาไม่มานั่งเข้มข้นด้วยหรอก

เมื่อถามว่า จะได้รัฐบาลใหม่ภายใน 1-2 เดือนนี้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ หัวเราะแล้วกล่าวสั้นๆว่า “ถามเรื่องอะไรอีกไหม มีอะไรอีกไหม” ก่อนเดินขึ้นห้องประชุมไป