PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

'กกต.' สรุปตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ รายจังหวัด อึ้ง!ว่าที่ส.ส.ชัยภูมิพท.แพ้โหวตโน 2 เขตคือเขต 3 และ 7

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557

อึ้ง!ว่าที่ส.ส.ชัยภูมิพท.แพ้โหวตโน2เขต

'กกต.' สรุปตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ รายจังหวัด อึ้ง!ว่าที่ส.ส.ชัยภูมิพท.แพ้โหวตโน 2 เขตคือเขต 3 และ 7


                     3 ก.พ. 57  นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป 2 กุมภาพันธ์ แบบไม่เป็นทางการรวมทั้งสิ้น 45.84% แบ่งตามจังหวัด
ดังนี้
                     1. กรุงเทพมหานคร  มีผู้มีสิทธิ จำนวน4,369,120 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน1,143,667 คน คิดเป็น 26.18 เปอร์เซ็นต์
                     2. กาญจนบุรี  มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 599,147 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน 149,786 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00
                     3. จันทบุรี มีผู้มีสิทธิ จำนวน 400,849 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน 137,184 คน คิดเป็นร้อยละ34.22
                     4. ฉะเชิงเทรา  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 522,929 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 247,241 คน คิดเป็นร้อยละ 47.28
                     5. ชลบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 1,001,146 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 283,010 คน คิดเป็นร้อยละ28.27
                     6. ชัยนาท มีผู้มีสิทธิ จำนวน 262,953 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 127,084 คน คิดเป็นร้อยละ48.33
                     7. ตราด มีผู้มีสิทธิ จำนวน 165,398 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 49,620 คน คิดเป็นร้อยละ30.00
                     8. นครนายก มีผู้มีสิทธิ จำนวน 198,271 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 87,219  คน คิดเป็นร้อยละ43.99
                     9. นครปฐม  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 680,624 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 272,250 คน คิดเป็นร้อยละ40.00
                     10. นนทบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 904,394 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 406,977 คน คิดเป็นร้อยละ45.00
                     11. ปทุมธานี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 801,561 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 360,702 คน คิดเป็นร้อยละ 45.00
                     12. ปราจีนบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 355,606 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 178,066 คน คิดเป็นร้อยละ 50.07
                     13. พระนครศรีอยุธยา  มีผู้มีสิทธิ จำนวน614,410 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 314,183คน คิดเป็นร้อยละ 51.14
                     14. เพชรบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 334,192 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 97,883 คน คิดเป็นร้อยละ29.29
                     15. ระยอง มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 456,066 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 118,900 คน  คิดเป็นร้อยละ26.07
                     16. ราชบุรี มีผู้มีสิทธิ จำนวน 651,223 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 293,050 คน คิดเป็นร้อยละ45.00
                     17. ลพบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 571,245 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 281,307 คน คิดเป็นร้อยละ49.24
                     18. สมุทรปราการ มีผู้มีสิทธิ จำนวน 944,294คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 330,502 คน คิดเป็นร้อยละ 35.00
                     19. สมุทรสงคราม มีผู้มีสิทธิ จำนวน 153,883คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 37,650 คน คิดเป็นร้อยละ 24.47
                     20. สมุทรสาคร มีผู้มีสิทธิ จำนวน 385,863 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 131,095 คน คิดเป็นร้อยละ 33.97
                     21. สระแก้ว มีผู้มีสิทธิ จำนวน 405,558 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 202,779 คน คิดเป็นร้อยละ50.00
                     22. สระบุรี มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 476,275 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 238,138 คน คิดเป็นร้อยละ50.00
                     23. สิงห์บุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 168,864 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  83,565 คน คิดเป็นร้อยละ 49.49
                     24. สุพรรณบุรี  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 644,940 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 360,873 คน คิดเป็นร้อยละ55.95
                     25. อ่างทอง  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 222,503 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  132,185 คน คิดเป็นร้อยละ59.41
                     26. อุทัยธานี  มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 252,946 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 109,375 คน คิดเป็นร้อยละ 43.24
                     27. กำแพงเพชร  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 548,674คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 202,798 คน คิดเป็นร้อยละ 36.96
                     28. เชียงราย มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 889,889 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 507,419 คน คิดเป็นร้อยละ 57.02
                     29. เชียงใหม่  มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 1,251,590คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 684,591 คน คิดเป็นร้อยละ 54.70
                     30. ตาก มีผู้มีสิทธิ จำนวน 356,504 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 213,902 คน คิดเป็นร้อยละ60.00
                     31. นครสวรรค์ มีผู้มีสิทธิ จำนวน 827,193 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 339,560 คน คิดเป็นร้อยละ 41.05
                     32. น่าน มีผู้มีสิทธิ จำนวน 377,101 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 194,935 คน คิดเป็นร้อยละ51.69
                     33. พิจิตร  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 443,447 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 172,442 คน คิดเป็นร้อยละ38.89
                     34. พิษณุโลก มีผู้มีสิทธิ จำนวน 666,427 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 299,892 คน คิดเป็นร้อยละ 45.00
                     35. เพชรบูรณ์  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 761,981 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 329,111 คน คิดเป็นร้อยละ 43.19
                     36. แพร่ มีผู้มีสิทธิ จำนวน372,858 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 233,114คน คิดเป็นร้อยละ 62.52 คน
                     37.พะเยา มีผู้มีสิทธิ จำนวน 394,041 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 244,792 คน คิดเป็นร้อยละ62.12
                     38. แม่ฮ่องสอน มีผู้มีสิทธิ จำนวน 160,829คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 103,863 คน คิดเป็นร้อยละ 64.58
                     39.ลำปาง  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 619,215 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 393,062 คน คิดเป็นร้อยละ63.48
                     40. ลำพูน  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 331,343 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 241,209 คน คิดเป็นร้อยละ72.80
                     41. สุโขทัย  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 438,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 220,834 คน คิดเป็นร้อยละ50.31
                     42. อุตรดิตถ์  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 363,116 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 182,878 คน คิดเป็นร้อยละ50.36
                     43. กาฬสินธุ์  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 756,333 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน  428,437 คน คิดเป็นร้อยละ 56.65
                     44. ขอนแก่น มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 1,381,002คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 757,640 คน คิดเป็นร้อยละ 54.86
                     45. ชัยภูมิ มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 867,363 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 478,822 คน คิดเป็นร้อยละ55.20
                     46. นครพนม มีผู้มีสิทธิ จำนวน 530,501 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 305,048 คน คิดเป็นร้อยละ57.50
                     47. นครราชสีมา  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 1,994,802คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 1,112,469 คน คิดเป็นร้อยละ 55.77
                     48. บึงกาฬ  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 305,182 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 213,627 คน คิดเป็นร้อยละ70.00
                     49. บุรีรัมย์  มีผู้มีสิทธิ จำนวน 1,164,126 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 581,603 คน คิดเป็นร้อยละ49.96
                     50. มหาสารคาม มีผู้มีสิทธิ จำนวน 714,450คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 411,501 คน คิดเป็นร้อยละ 57.60
                     51. มุกดาหาร มีผู้มีสิทธิ จำนวน 257,799 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 167,569 คน คิดเป็นร้อยละ65.00
                     52. ยโสธร  มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 419,524 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 244,708 คน คิดเป็นร้อยละ58.33
                     53. ร้อยเอ็ด มีผู้มีสิทธิ จำนวน 1,017,852 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 539,024 คน คิดเป็นร้อยละ 52.96
                     54. เลย มีผู้มีสิทธิ จำนวน 483,969 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 296,431 คน คิดเป็นร้อยละ61.25
                     55. ศรีษะเกษ  มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 1,098,960คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  589,344 คน คิดเป็นร้อยละ 53.63

                     56. สกลนคร มีผู้มีสิทธิ  จำนวน  849,835 คน มีผู้มาใช้สิทธิ   จำนวน  467,409 คน คิดเป็นร้อยละ 55.00
                     57. สุรินทร์ มีผู้มีสิทธิ  จำนวน 1,031,137 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  520,525 คน คิดเป็นร้อยละ 50.48
                     58. หนองคาย มีผู้มีสิทธิ จำนวน 386,073 คน ผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  219,289 คน คิดเป็นร้อยละ 56.80
                     59. หนองบัวลำภู มีผู้มีสิทธิ  จำนวน   382,095คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  277,018 คน คิดเป็นร้อยละ 72.50
                     60. อำนาจเจริญ มีผู้มีสิทธิ  จำนวน  285,095คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน 142,413 คน คิดเป็นร้อยละ 49.95
                     61. อุดรธานี มีผู้มีสิทธิ จำนวน  1,169,246 คน ผู้มาใช้สิทธิ จำนวน  637,438 คน คิดเป็นร้อยละ 54.52
                     62. อุบลราชธานี มีผู้มีสิทธิ จำนวน 1,360,684 ผู้มาใช้สิทธิ จำนวน  754,554 คน คิดเป็นร้อยละ 55.45
                     63. นครศรีธรรมราช มีผู้มีสิทธิ  จำนวน1,153,060 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน 1,292คน คิดเป็นร้อยละ 0.11
                     64. นราธิวาส มีผู้มีสิทธิ  จำนวน  509,604 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน   232,790 คน คิดเป็นร้อยละ 45.68
                     65. ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้มีสิทธิ  จำนวน389,471 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  55,818คน คิดเป็นร้อยละ 14.33
                     66. ปัตตานี มีผู้มีสิทธิ จำนวน 447,270 คน ผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 182,614 คน คิดเป็นร้อยละ40.83
                     67. ยะลา มีผู้มีสิทธิ จำนวน  311,603 คน มีผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  101,604 คน คิดเป็นร้อยละ32.61
                     68. สตูล มีผู้มีสิทธิ  จำนวน  35,318 คน ผู้มาใช้สิทธิ  จำนวน  10,966 คน คิดเป็นร้อยละ  31.05
                     ขณะที่ กระบี่ ชุมพร ตรัง พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี งดการลงคะแนน

อึ้ง!ว่าที่ส.ส.ชัยภูมิพท.แพ้โหวตโน2เขต


                    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดชัยภูมิ มีผู้สมัครส.ส.ครั้งนี้รวม 28 คน  ใน  7 เขตเลือกตั้ง คือ  เขตเลือกตั้งที่ 1  นายแพทย์โอชิษฐ์  เกียรติก้องชูชัย จากเพื่อไทยได้คะแนนชนะไป 29,212 คะแนน  และนายวิทยา  จันดาเขียว จากพรรคชาติพัฒนาได้ไปเพียง 1,809 คะแนน แต่มีบัตรโหวตโนสูงกว่า 21,952 คนและบัตรเสียสูงอีก 5 %

                    เขตเลือกตั้งที่ 2  นายมานะ  โลหะวณิชย์  อดีตส.ส.เพื่อไทยหน้าเดิมมีคะแนนชนะไปได้ 48,815 คะแนน  แต่มีบัตรโหวตโนรวม 10,037 ใบ และบัตรเสียสูงมากอีกกว่า 10 %

                    เขตเลือกตั้งที่ 3  นางสาวปาริชาติ  ชาลีเครือ  อดีตส.ส.เพื่อไทยได้ 28,578 คะแนน  แต่มีบัตรโหวตโนสูงมากกว่าคะแนนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในเขตนี้กว่า 42,505 ใบ และบัตรเสียอีกสูงกว่า 5 %

                    เขตเลือกตั้งที่ 4 นายอนันต์  ลิมปคุปตถาวร อดีตส.ส.เพื่อไทยหน้าเดิมชนะไป 36,335 คะแนน

                    เขตเลือกตั้งที่ 5   นายเจริญ  จรรย์โกมล  อดีตรองประธานสภา และส.ส.พท. ได้ 33,632 คะแนน

                    เขตเลือกตั้งที่ 6   นางพรเพ็ญ  บุญศิริวัฒนกุล อดีตส.ส.พท.หน้าเดิมชนะไปได้ 36,549 คะแนน                   
                    เขตเลือกตั้งที่ 7  นายสุรวิทย์  คนสมบูรณ์  อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยหน้าเดิมชนะได้ 34,961 คะแนน  และมีบัตรโหวตโนสูงกว่าคะแนนผู้สมัครรวม 36,955 ใบ และบัตรเสียมีอีกมากกว่า 5 %

 

"ลูกหมี"ท้า ตร.ยิงแกณสน้ำตา จะได้โดนทหารเล่น

3/2/57 -16.50น.สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ลูกหมี ท้าตำรวจยิงแก๊สน้ำตามาเลย จะได้โดนทหารด้วย ทหารที่ยืนหน้ารถแกนนำแหงนมองลูกหมีแล้วทำตาเคืองเล็กน้อย 


สหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจธนาคารกรุงไทยค้านปล่อยกู้ให้รัฐจ่ายจำนำข้าว

3ก.พ.57 สหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจธนาคารกรุงไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านผู้บริหารธนาคารกรุงไทยในการพิจารณาปล่อยกู้ให้โครงการรับจำนำข้าว



"สุเทพ"เตือนธนาคารอย่าปล่อยกู้ให้รัฐบาลที่กำลังดิ้นจันทร์อังคารนี้

พี่น้องทั้งหลายนี่เห็นได้ข่าวว่าวันจันทร์ อังคาร นี้เป็นต้นไป จะไปบีบบังคับธนาคารพาณิชย์ให้ปล่อยกู้ เพื่อที่จะนำไปใช้หนี้ชาวนาเพราะว่ารัฐบาล บ่จี้ ไม่มีตัง ถังแตกแล้ว!

เราจึงขอเตือนไปยังธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายว่า คิดหน้าคิดหลังให้ดี เพราะการที่รัฐบาลกู้เงินแบบบีบบังคับครั้งนี้อาจจะกระทำไปโดยไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับอยู่ก็ได้เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่น่าจะมีอำนาจที่จะไปก่อหนี้ผูกพันกับรัฐบาลต่อไป เพราะฉะนั้นหนี้ส่วนนี้อาจจะไม่ได้คืน หรือ กว่าจะได้คืนก็หนวดหงอกแน่ๆ เพราะฉะนั้นหากธนาคารพาณิชย์แห่งใด กลัวรัฐบาลเอาเงินให้รัฐบาลกู้ เงินกู้นี้ก็อาจจะมีปัญหา อาจกระทบสภาพคล่องธนาคารในอนาคต เกิดเค้าแห่ไปถอนเงินที่เค้าฝากไว้ในธนาคารนั้นๆ ทีนี้แหละธนาคารทั้งหลายก็จะเกิดปัญหาเร็วกว่าที่คาดไว้

นี่ผมเตือนธนาคารไว้ก่อน วันก่อนพี่น้องพนังงานธนาคารกรุงไทย ส่งตัวแทนมาติดต่อกับพวกเราบอกว่า คอยเฝ้าดูให้ด้วย ถ้าเมื่อไหร่ บอร์ดหรือคณะกรรมการกรุงไทย จะตัดสินอนุมัติเงินกู้ให้รัฐบาลขอให้พวกเรารีบไปปิดธนาคารกรุงไทยให้ด้วยนี่เค้าขอร้องเอาไว้

พวกเราไม่อยากทำอย่างนั้นเพราะเดี๋ยวจะหาว่าการกระทำของเราเป็นเหตุให้บรรดาพ่อค้าแม่ขาย นักธุรกิจที่เป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทยเบิกเงินไม่ได้ เราจึงต้องคิดพิจารณาพี่น้องพนักงานธนาคารกรุงไทยถ้าได้ยินเสียงนี้ ขอให้ปรึกษาหารือแล้วบอกทางหนีทีไล่ จะเรียกร้องให้เรายกกำลังไปปิดธนาคารกรุงไทยเหมือนไปปิดออมสินเราต้องคิดมากหน่อย แต่ถ้าท่านมีเหตุผลมีข้อมูลดีจะรับไว้พิจารณา และจะดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส.


ชุดธงชาติจาก กระเหรี่ยงพะเต๊ แม่สอด

กระเหรี่ยงพะเด๊ที่แม่สอดทอฝากมาให้กำนัน

Fongsanan Chamornchan


บิ๊กตู่ ฉุน โกตี๋ กล่าวหาทหารสั่งฆ่า เตือนระวังคำพูด

(3 ก.พ.57) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีที่ นาย วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำ นปช.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ ทาง Spring News ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ สั่งฆ่า นั้นว่า อยากให้นายวุฒิพงศ์ หรือ โกตี๋ ระมัดระวังในการใช้คำพูดที่มีลักษณะพาดพิง ผบ.ทบ.ถือเป็นการให้ร้ายด้วยข้อความรุนแรง ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆของกองทัพบกในช่วงที่ผ่านมาอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และไม่เคยมีการปฎิบัตินอกกฎหมาย

คำกล่าวอ้างเป็นคำพูดลอยๆของนายโกตี๋ ที่ คิดเอง เออเอง โดยไร้เหตุผล พยานหลักฐาน ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และความเสื่อมเสียให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก และขอให้หยุดกระทำพฤติกรรมดังกล่าว โดยกองทัพบกกำลังศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฏหมาย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีนโยบายอย่างชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยมองว่าทหารจะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกฝ่าย โดยไม่มีการแบ่งแยก และต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง การใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันนี้ได้

พร้อมทั้งให้สังคมย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของนายโกตี๋ ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร กองทัพบกไม่อยากให้ค่ากับคนแบบนั้น เพียงแต่คำพูดดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กองทัพและ ผบ.ทบ.ตลอดจนสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม

กอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ : เลือกตั้งเป็นโมฆะไหม?


ไม่มีใครกล้าตอบแบบฟันธง ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลเท่านั้น

แต่อยากคุยหลักคิดสำคัญที่เขาใช้เพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการนับคะแนนครับ

เราเข้าใจกันดี ไม่ต้องอธิบายให้มากความ วันเลือกตั้งต้องกำหนดให้เป็นวันเดียว เลือกพร้อมกันทั่วประเทศ มีการเปิดช่องไว้นิดนึงเพื่อช่วยคนที่อยู่นอกเขตรวมทั้งผู้ที่อยู่ต่างประเทศ ให้ได้เลือกตั้งล่วงหน้า

เลือกตั้งล่วงหน้าเสร็จไม่มีการนับคะแนนจากบัตรเหล่านี้นะครับ เขาจะส่งบัตรเลือกตั้งมารวมไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพื่อรอนับคะแนนพร้อมกันในวันเลือกตั้งทั่วประเทศ

ปัญหาปวดหัวสำหรับกกต.คือ

ในวันที่ 2 ที่มีการนับคะแนนหลังปิดหีบเมื่อเวลาบ่ายสามโมง ไม่ได้มีการนับคะแนนของผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้งล่วงหน้า ประมาณ 2.1 ล้านคน ( เพราะยังไม่ได้เลือก ) หรือแม้กระทั่งการนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาจากต่างประเทศ (ส่วนนี้ไม่แน่ใจ )

แล้วกกต.จะทำไงต่อดี

ดูเหมือนจะใช้ในแนวนี้ครับ กำหนดวันเลือกตั้งใหม่สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า ช่วงนี้ยังไม่ประกาศคะแนนของผู้ชนะเลือกตั้ง ถ้าไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ ไม่มีการรวมคะแนนจากทุกเขต อาจแปลความได้ว่า ยังไม่ได้นับคะแนน

แต่ผมว่าไม่เวิร์คนะ

เพราะถ้ามีการเลือกตั้งล่วงหน้า ( คำนิยามนี้คงใช้ไม่ได้แล้ว ) โดยกกต.ได้นับคะแนนจากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศไปแล้ว ยากที่จะอ้างว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริตและเที่ยงธรรม

มีตัวอย่างผลการเลือกตั้งของที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาให้ดูเล่นๆ สำหรับเพื่อนๆที่อยู่แม่ฮ่องสอน แล้วกำลังจะไปเลือกตั้งล่วงหน้า ที่นั่นเขากาบัตรเสีย 20,026 ใบ vote NO อีก 18,760 ใบ แม้จะอยู่ไกลลิบจากเมืองหลวง แต่พี่น้องที่นั่นไม่เชยเลย

รู้ข้อมูลอย่างนี้แล้ว จะเลือกตั้ง ( ล่วงหน้า ) อย่างไรให้เที่ยงธรรมดีละ


3ป.บูรพาพยัคฆ์ ยันต์กันผี ให้หลวงปู่พุทธอิสระ

รู้จัก"ลูกศิษย์"ของ หลวงปู่พุทธอิสระ แล้วหรือยัง ภาพถ่าย "3 ป."(บิี๊กป้อม,บิ๊กป๊อก,พล.อ.ประยุทธิ์)แห่ง บูรพาพยัคฆ์ ที่ มีบทบาทในการยึดอำนาจ"ทักฺษิณ"ตั้งแต่ปี ๔๙ คุมขุมกำลังกองทัพ ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ นะหน้าทอง ขางๆหลวงปู่ กันถ้วนหน้า.../นี่เองที่ทำให้ ทำไมหลวงปู่ถึงยันอยู่ได้ที่ชายแดนกรุงเทพ ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ


"หลวงปู่พุทธอิสระ" ยืนยัน ปักหลักต่อสู่ร่วมกับมวลชนแจ้งวัฒนะต่อ ไม่ยุบเวที

"หลวงปู่พุทธอิสระ" ยืนยัน ปักหลักต่อสู่ร่วมกับมวลชนแจ้งวัฒนะต่อ ไม่ยุบเวทีแน่นอน ขณะช่วงบ่ายเจรจา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กรณีเปิดศูนย์ราชการ

วันนี้ ( 3 ก.พ.57 ) หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ยืนยันว่า จะไม่ยุบเวทีแจ้งวัฒนะไปรวมกับเวทีอื่นเพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ให้อิสระในการตัดสินใจ หากสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมได้ ดังนั้นจะปักหลักต่อสู้ร่วมกับมวลชน ที่เวทีแจ้งวัฒนะ

แม้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเข้าขอคืนพื้นที่ศูนย์ราชการภายในวันนี้ ซึ่งหากมีการสลายการชุมนุม หรือบุกเข้าจับกุม รวมทั้งออกหมายจับในข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง ได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว

cr Atirutj Saelim


สุชาติ ศรีสังข์ " สหายชัย"แก่ง กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย

"สุชาติ ศรีสังข์" อดีตสส. 5 สมัย ขวัญใจประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ผู้หันหลังให้กับทุนนิยมสามานย์อย่างไม่ใยดี จนสร้างความเคียดแค้นให้กับทั้งนายใหญ่และเหล่าขี้ข้ากันถ้วนหน้า

ในฐานะแกนนำกปปส. คนสำคัญที่ดูแลพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด รวมทั้งเวทีห้าแยกลาดพร้าวซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุด ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมมานานนับเดือน จนประชาชนผู้ชุมนุมเห็นกันชินตาในฐานะ "ลุงหน้าดุผู้ใจดี"

แต่น้อยคนนักจะทราบว่า สุชาติ ศรีสังข์ หรือ" สหายชัย" คือ สหายนำคนสำคัญของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย - ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ กองทัพคอมมิวนิสต์ดาวแดงในอดีตเมื่อสมัยสงครามเย็น ซึ่งทำการสู้รบกับทหารของรัฐบาลในสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์มาอย่างโชกโชน

"สหายปัญญาชน" อดีตนักศึกษาที่เข้าป่าในช่วงปี 19 นั้นมีมากมายที่หันไปเข้าร่วมกับนายทุนในปัจจุบันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ "สหายชาวบ้าน" ตัวจริงเสียงจริงส่วนใหญ่นั้นยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เพื่อประชาชนอย่างไม่เสื่อมคลาย

ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของในหลวงซึ่งทรงมีต่อ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" เมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในอดีต สหายดาวแดงเหล่านี้จึงยึดมั่นในแนวทางเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ใช้ชีวิตอย่างสงบตามอัตภาพสืบมา

กระทั่งเมื่อชาติต้องการ เพราะนายทุนสามานย์กำลังยึดครองประเทศ สหายดาวแดงเหล่านี้จึงออกมาอีกครั้ง โดยทั้งแสดงตัวและไม่แสดงตัว ร่วมมือกับประชาชนผู้รักชาติ และ "เหล่าชายชุดเขียว" ซึ่งเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในยุคสงครามเย็น แต่กลับประสานกำลังกันอย่างกลับตาลปัตรในยุคปัจจุบัน เพื่อช่วยกันดูแลคุ้มครองประชาชน ทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย ในทุกพื้นที่การชุมนุมตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

เมื่อขบวนผู้ชุมนุมกปปส. ลาดพร้าว ซึ่งนำโดย "สหายนำดาวแดง" กำลังมุ่งหน้าผ่านแยกหลักสี่ และถูกดักซุ่มโจมตีโดย "กองกำลังชุดดำขี้ข้าไม่ทราบฝ่าย"

เสียงข้าวโพดคั่วจึงดังสนั่นเพื่อเปิดทางคุ้มครองป้องกันชีวิตประชาชน ร่วมกันปรุงรสชาติสุดอร่อย โดย "ชายไม่แสดงสี" และ "สหายไม่แสดงตน" จนทำให้จิ๊กโก๋ขี้ข้าแห่งเมืองปทุมฯ ถึงกับทิ้งพื้นที่ และหลบหนีไม่คิดชีวิตกระทั่งบัดนี้

Cr. Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya
"สุชาติ ศรีสังข์" อดีตสส. 5 สมัย ขวัญใจประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ผู้หันหลังให้กับทุนนิยมสามานย์อย่างไม่ใยดี จนสร้างความเคียดแค้นให้กับทั้งนายใหญ่และเหล่าขี้ข้ากันถ้วนหน้า

ในฐานะแกนนำกปปส. คนสำคัญที่ดูแลพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด รวมทั้งเวทีห้าแยกลาดพร้าวซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุด ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมมานานนับเดือน จนประชาชนผู้ชุมนุมเห็นกันชินตาในฐานะ "ลุงหน้าดุผู้ใจดี"

แต่น้อยคนนักจะทราบว่า สุชาติ ศรีสังข์ หรือ" สหายชัย" คือ สหายนำคนสำคัญของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย - ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ กองทัพคอมมิวนิสต์ดาวแดงในอดีตเมื่อสมัยสงครามเย็น ซึ่งทำการสู้รบกับทหารของรัฐบาลในสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์มาอย่างโชกโชน

"สหายปัญญาชน" อดีตนักศึกษาที่เข้าป่าในช่วงปี 19 นั้นมีมากมายที่หันไปเข้าร่วมกับนายทุนในปัจจุบันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ "สหายชาวบ้าน" ตัวจริงเสียงจริงส่วนใหญ่นั้นยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เพื่อประชาชนอย่างไม่เสื่อมคลาย

ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของในหลวงซึ่งทรงมีต่อ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" เมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในอดีต สหายดาวแดงเหล่านี้จึงยึดมั่นในแนวทางเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ใช้ชีวิตอย่างสงบตามอัตภาพสืบมา

กระทั่งเมื่อชาติต้องการ เพราะนายทุนสามานย์กำลังยึดครองประเทศ สหายดาวแดงเหล่านี้จึงออกมาอีกครั้ง โดยทั้งแสดงตัวและไม่แสดงตัว ร่วมมือกับประชาชนผู้รักชาติ และ "เหล่าชายชุดเขียว" ซึ่งเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในยุคสงครามเย็น แต่กลับประสานกำลังกันอย่างกลับตาลปัตรในยุคปัจจุบัน เพื่อช่วยกันดูแลคุ้มครองประชาชน ทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย ในทุกพื้นที่การชุมนุมตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

เมื่อขบวนผู้ชุมนุมกปปส. ลาดพร้าว ซึ่งนำโดย "สหายนำดาวแดง" กำลังมุ่งหน้าผ่านแยกหลักสี่ และถูกดักซุ่มโจมตีโดย "กองกำลังชุดดำขี้ข้าไม่ทราบฝ่าย"

เสียงข้าวโพดคั่วจึงดังสนั่นเพื่อเปิดทางคุ้มครองป้องกันชีวิตประชาชน ร่วมกันปรุงรสชาติสุดอร่อย โดย "ชายไม่แสดงสี" และ "สหายไม่แสดงตน" จนทำให้จิ๊กโก๋ขี้ข้าแห่งเมืองปทุมฯ ถึงกับทิ้งพื้นที่ และหลบหนีไม่คิดชีวิตกระทั่งบัดนี้

Cr. Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya

นิด้า ออกข้อเสนอทางออกในสถานการณ์วิกฤติ



(3ก.พ.57)นิด้า ออกข้อเสนอทางออกในสถานการณ์วิกฤติ



รถขนเงิน รถขนปืน จากหน้าหลักสี่ถึงสำนักปลัดกห.เมืองทองธานี?

ว่าด้วยที่มาของ รถขนเงิน ที่ นำมาขนอาวุธ และถูกพบ ในเหตุการณ์ ปะทะแยกหลักสี่(1/2/57) ที่มีการพบรถคันดังกล่าว ที่บริเวณใกล้อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานีแจ้งวัฒนะ(3/2/57) ขณะที่ มีผู้โพส ว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีผู้(ฟ้า พรทิวา)นำภาพของ รถคันดังกล่าวมาโพสไว้ ว่า รถคันดังกล่าวเจ้าของมีน้ำใจ เอามาไว้ให้น้องๆอาชีวะใช้เป็นเกราะป้องกัน





        อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ในคลิปเหตุการณ์ช่วงหนึ่งมีการถ่ายภาพไว้ได้ว่ามีการลำเลียงอาวุธ ทั้งเสืื้อเกราะ และ อาวุธปืนจากรถคันดังกล่าวแจกจ่างกับทีมยิง ซึ่ง ในภาพมีภาพ ชายที่ใส่ถุงปุ๋ยคลุมอาวุธปืนยาวพร้อมทีมงาน ทำการยิงแบบชำนาญการรบ  รวมอยู่ในกลุ่มอาชีวะดังกล่าวด้วย...



คลิป เหตุการณ์ข้างห้างไอทีสแควร์ หลักสี่ "เอาปืนยาวเก็บขึ้นรถ"
http://www.youtube.com/watch?v=mKK0x8qmL0Y

(คลิป) วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระVsอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทน ปชป





"การเมืองหลังเลือกตั้ง" : วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระ กับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทน ปชป

ปชป.ยื่นศาลรธน.พรุ่งนี้ให้เลือกตั้งโมฆะ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 18:30
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ทีมกม.ปชป.เผยยื่นศาลรธน.พรุ่งนี้ ให้เลือกตั้ง2ก.พ.เป็นโมฆะ-ยื่นยุบ-ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ให้ใบแดง 18 รมต.ที่ลงเลือกตั้ง

 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา และหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และให้ใบแดงแก่ 18 รัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในกรณีโมฆะเนื่องจากมาตรา 108 ของรธน. ระบุว่า การเลือกตั้งต้องจัดให้มีขึ้นทั่วประเทศ ส่วนกรณีล่วงหน้าต้องจัดก่อนหรืออย่างช้าในวันเลือกตั้งทั่วไป เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 บังคับว่า คะแนนเลือกตั้งจะมาถึงหน่วยก่อน

หัวหน้าทีมกฎหมายฯ กล่าวว่า แปลว่าคะแนนล่วงหน้านอกเขตต้องมาถึงหน่วยก่อนเวลา 15.00 น. หากมาถึงช้าแปลว่าคะแนนเป็นโมฆะ ถึง 2 ล้านคะแนน ตรงนี้ทำให้ประชาชนที่ตั้งใจจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่กลับมาเป็นเลือกตั้งล่วงหลังนอกเขต มีคะแนนเป็นโมฆะ ทำให้เกิดความไม่เสมอภาค เพราะเสียสิทธิโดยเปล่าประโยชน์

นายวิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับกรณียุบพรรคตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เพราะมีการตั้งใจประกาศเขต พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพราะต้องการสกัดกั้นชาวนาที่จะมาชุมนุม และป้องกันสื่อมวลชน ไม่ให้เผยแพร่หรือเสนอข่าวด้านลบต่อรัฐบาล ซึ่งการประกาศดังกล่าว ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบที่เกิดจากพรรคการเมือง ทั้งนี้ มาตรา 237 ระบุว่า ถ้าเป็นการกระทำของพรรคการเมือง ให้ถือว่า เป็นการได้มาซึ่งอำนาจนอกวิธีที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญซึ่งผลก็คือยุบพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เคยไปยื่นพร้อมกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา คล้ายกันหรือไม่ หัวหน้าทีมกฎหมายฯ กล่าวว่า ทำนองนั้น โดยจะรวมบางส่วนเข้ามาในคำร้องพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) เวลา 14.00 น. อย่างไรก็ตาม พรรคได้มอบหมายให้ตนเป็นตัวแทนไปยื่นเรื่องดังกล่าว เพราะในฐานะผู้ทราบเหตุแห่งการกระทำผิดดังกล่าวและในฐานะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งนี้ ตนได้ไปยื่นกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อศุกร์ที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นตามมาตรา 245 แต่ถ้ายังไม่ยื่น ตนก็จะยื่นโดยตรงตามมาตรา 68 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

(คลิป)- หลังจากหยุดยิง5นาที ที่หลักสี่

" โกตี๋"แฉ ออกอากาศ Spring News อ้างโดน "พล.อ.ประยุทธ์ "สั่งเก็บ ต้องหนีไปเขมร แบบไม่มีเงินติดตัว

"โกตี๋ กะ บิ๊กตู่"

" โกตี๋"แฉ ออกอากาศ Spring News อ้างโดน "พล.อ.ประยุทธ์ "สั่งเก็บ ต้องหนีไปเขมร แบบไม่มีเงินติดตัวเลย รอทางบ้านส่งเงินมา เพราะมาเอง เผย ผบทบ.สั่งตาย ก่อนเลือกตั้ง 2 กพ. แต่รอดมาได้ ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องเหตุปะทะหลักสี่ โยนแกนนำแดงวันนั้น คือลุงนวย และจ่าเปี๊ยก ยอมรับ แวะมาหลักสี่ เพราะ มาให้สัมภาษณ์ นักข่าว อัลจาซีร่า และมาบอกมวลชน ว่า ตนเองอยู่ร่วมไม่ได้ เพราะ ติดให้ปากคำตำรวจ แฉ มีคนไปดักรอ ที่ สถานีวิทยุ เรดการ์ด ยันโดนสั่งฆ่า เพราะหวั่นวุ่นวายกว่า นี้ ร้องขอความเป็นธรรม

"โกตี๋" นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ในรายการ อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ถึงเหตุปะทะที่หลักสี่ โดยปฎิเสธอยู่เบื้องหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าคืนก่อน 1 กพ. คือเมื่อ31มค.ชาวบ้านย่านหลักสี่30 คน ไปขอความช่วยเหลือ ว่า อยากจะเลือกตั้ง และขอให้โกตี๋ พาขึ้นออกรายการวิทยุ เรดการ์ด เพื่อพูดเชิญชวนขอให้ทุกคนไปยึดคืนพื้นที่เขตหลักสี่ที่ถูกยึดจาก กปปส. และให้โกตี๋ ออกหน้า และนำกำลังไปขอคืนสถานที่ด้วย

"จึงอนุญาตให้นำรถโมบายที่มีเครื่องเสียงไป แต่ตอนเองไม่ได้เดินทางร่วมไปด้วย เพราะติดการสอบปากคำเพิ่มเติม กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีเหตุการณ์คลอง 5 อยู่ภายในสถานีตำรวจนครบาลดอนเมืองตั้งแต่เที่ยง แต่ได้ขออนุญาต ตำรวจออกไปพบกับมวลชนที่วัดหลักสี่ จริง แต่ไปเพื่อพูดคุยกับมวลชน ว่า ตนเองติดภารกิจ และไม่สามารถอยู่ร่วมในการเดินขบวนของกลุ่มได้ เพราะต้องกลับไปสอบปากคำต่อ ก่อนจะเดินทางกลับมาที่สน.ดอนเมือง และ เมื่อสอบปากคำเสร็จก็เดินทางออกจาก สน. ดอนเมือง ซึ่ง แกนนำมวลชนที่ออกไปปะทะกับกลุ่ม กปปส . มีชื่อดาบเปี๊ยก กับ ลุงนวย

โกตี๋ ยืนยันว่า ตอนไปถึงเวทีตรงหน้าอนุสรณ์สถาน ตอนเวลาประมาณ 17.00 น และมีผู้สื่อข่าวไทยรัฐเป็นพยาน แต่บังเอิญพบว่าในระหว่างที่อยู่ เวที ตรงหน้าอนุสรณ์สถานตอนเย็น

"รับทราบข่าวจากผู้ใหญ่ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งฆ่าผมในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งระหว่างนั้นผมอยู่ระหว่างการปราศรัยบนเวที และผู้ใหญ่ได้โทรมาสั่งให้ลงจากเวทีด่วน เพราะผบ ทบ สั่งทหารไล่ล่า ผมจึงลงเวทีและนั่งรถหนีในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ทันที จนถึงวันนี้ก็ยังอยู่นอกพื้นที่ และยืนยันว่าถุกทหารไล่ฆ่า" โกตี๋ ระบุ

เมื่อถามว่าใครเป็นคนบอกว่า ทหารจัดชุดไล่ล่า โกตี๋ ตอบว่า คนของตนเองที่สถานี ที่รู้เพราะมีการมาดักที่สถานี วิทยุเรดการ์ด ของตนเอง พร้อมทั้งโยนปะทัดยักษ์ ใส่ 2 ลูก

เมื่อถามว่าทำไมทหารถึงต้องสั่งไล่ฆ่า นายโกตี๋ ตอบว่า เพราะทหารคิดว่า ตนเองนำกำลังคนไปปะทะตรงบริเวณแยกหลักสี่ ทั้งๆ ที่ผมไม่รู้เรื่องไม่ได้อยู่ในเหตุการรณ์ ที่การที่กลับไปวัดหลักสี่ ในช่วงเย็นวันที่ 1 ก็เพราะนักข่าวอัลจาซิร่า ขอนัดสัมภาษณ์ตนเองไว้ที่หลักสี่ ด้วย

โกตี๋ เล่าว่า ก่อนการปะทะ ดาบเปี๊ยก และ ลุงนวย ได้ประกาศบนเวที ว่าหากเกิดการปะทะ ทั้งสองคนนี้ได้ประกาศแล้วว่า จะขอรับผิดชอบเอง เหตุใด ทุกคนไม่ไปสอบถามทั้งสองคนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร

โกตี๋ ระบุว่า หากตนเองนำมวลชนในวันที่ 1 กพ. คงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า ในวันดังกล่าวมี พันเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์อยู่ในพื้นที่ แล้วไม่ได้รายงานให้ผู้บัญชาการทหารบกทราบหรือว่า โกตี๋ไม่ได้เกี่ยวข้อง นายโกตี๋ ตอบว่า ทหารเขาน่าจะรายงานว่า ตนเองเกี่ยงข้องกับเหตุการณ์ปะทะ เพราะในวันเกิดเหตุ มีมวลชนหลายคนใส่เสื้อที่ ตนเองเคยแจกให้ เกือบ 1 พันตัว ซึ่งมีข้อความว่า เรารักประชาธิปไตย ไปในวันเกิดเหตุด้วย

โกตี๋ กล่าวว่า ผมต้องการขอความเป็นธรรม เพราะตอนนี้ผมหนีหัวซุกหัวซุน

ส่วนการที่ มัลลิกา บุญมีตระกูล บอกว่า ผมหนี ไปกัมพูชา ผมยืนยันว่า ผมหนีมาเอง และผมนั่งรถทัวร์มา เงินก็ไม่มี และตอนนี้รอคนที่บ้าน เอาเงินมาให้ เพราะไม่มีอะไรติดตัวมา แม้แต่บัตรATM
" ผมถูกไล่ฆ่า ไล่ยิงจริงๆ และมีการออกคำสั่งโดยผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่งว่า ต้องยิงโกตี๋ ให้ได้ ในวันที่ 1 กพ. เพราะหากถึงวันที่ 2 กพ. จะวุ่นวายกว่านี้อีก เพราะตอนนี้ผมพยายามพลางตัว และยังเอาตัวไม่รอด" โกตี๋ กล่าว
(ข่าวจาก Spring News)

จากเพจ วาสนา นาน่วม

http://www.youtube.com/watch?v=avoFyalJcc8#t=37
946

"มัลลิกา" เชื่อ "อดุลย์" ไร้อำนาจสั่งการตำรวจ ปูดนายจ่า ยิงเอ็ม 79 ใส่ม็อบ เผย "โกตี๋" หนีซุกบ้านเขยเขมร

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันเดียวกันนี้จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. แต่คดีการลอบยิงนายสุทินที่วัดศรีเอี่ยม ยังไม่คืบหน้า ทั้งที่สำนักโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งหลักฐานทั้งคลิปภาพ เหตุการณ์ และชื่อผู้ต้องสงสัยไปให้ ศรส.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)แล้ว แต่ล่าสุดผู้ต้องสงสัยดังกล่าวยังไปปรากฎตัวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าไอที สแควร์หลักสี่ มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มารอนายโกตี๋ที่ห้างดังกล่าว ดังนั้นจึงถือว่าตัวละครที่วัดศรีเอี่ยมมีความเชื่อมโยงกับตัวละครที่ห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ควบคุมตัว ปล่อยให้พวกนี้มาทำผิดซ้ำซากสะท้อนการทำงานของ ศรส.และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.

น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า จากการรวบรวมข้อมูลการยิงระเบิด เอ็ม 79 จะพบว่าในปี 50 มีการยิง 1 ครั้ง ปี 51 ยิง 6 ครั้งใส่ม็อบพันธมิตรฯ และปี 53 ยิงถึง 33 ครั้ง โดยข้อมูลปี 53 พบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นทีมนอกราชการรับค่าจ้าง 3-4 หมื่นบาทต่อครั้ง และสังเกตได้ว่าเป็นการยิงใส่ม็อบพันธมิตรฯ กปปส. พรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงกลาโหม วัดพระแก้ว โดยที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 53 กลับไม่เคยโดนเลย จึงสงสัยว่าคนใช้อาวุธนี้เป็นฮาร์ดคอเสื้อแดงหรือไม่ ซึ่งตนจะสรุปข้อมูลส่งให้ สตช.อีกครั้งหนึ่ง

“จากการประสานงานผ่านทีมงาน จ.ปทุมธานีทราบว่านายโกตี๋ถูกส่งตัวไปเขมร เมื่อวันที่ 2 ก.พ.หลังจากที่โฆษก บช.น.แถลงว่านายโกตี๋ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งที่พนักงานสอบสวนยังเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไม่เสร็จเลย อีกทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ระบุว่า ได้หารือกับพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.แล้ว ถึงเหตุการณ์ที่หลักสี่ว่านายโกตี๋ไม่เกี่ยวข้อง จึงอยากถามร.ต.อ.เฉลิมว่าได้ถามบุคคลทั้งสองหรือไม่ว่าเอานายโกตี๋ไปไว้ที่บ้านเขยคนไหน หรือเก็บไว้ในจุดที่เคยฝึกนักรบชายชุดดำที่เขมร และเป็นการสร้างสถานการณ์เก็บตัวนายโกตี๋หรือไม่ จึงมีการเร่งแถลงตัดตอนนายโกตี๋ออกไป ขอเรียกร้องไปยังผบ.ตร.ว่า อายุราชการที่ยังเหลือ 7 เดือน ควรทำหน้าที่ได้แล้ว”รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว.
"มัลลิกา" เชื่อ "อดุลย์" ไร้อำนาจสั่งการตำรวจ ปูดนายจ่า ยิงเอ็ม 79 ใส่ม็อบ เผย "โกตี๋" หนีซุกบ้านเขยเขมรhttp://bit.ly/1k27COa

@เสธ น้ำเงิน:ผ่าแผน..ตลบหลังโกตี๋หลักสี่นึกว่ากินหมู แต่ดันเจอสิงห์โตขย้ำจังเบอ

แฉ..ความลับ
2 hours ago · 

3 ก.พ.57 
ผ่าแผน..ตลบหลังโกตี๋หลักสี่นึกว่ากินหมู แต่ดันเจอสิงห์โตขย้ำจังเบอ 

จากเหตุการณ์ปะทะหลักสี่เมื่อ 1 ก.พ.57 นั้น เพื่อให้เห็นแผนชั่วของแก๊องค์อั้งยี่รัฐแดงกับชายดูใบ จึงจะแฉ ดังนี้

1. ระยะเตรียมการ

- วันที่ 31 ม.ค.57 เวลา 22.30 น.สายส่งกลิ่นมาว่า โกตี๋ได้รับคำสั่งให้ก่อสถานการณ์จงใจให้มีเหตุ เข้าปิดล้อมปะทะกับหลวงปู่พุทธอิสระ ที่ สนง.เขตหลักสี่ กทม. โดยนัดรวมพลแดงปทุม แดงดอนเมือง แดงหลักสี่ แดงสะพานใหม่ และแดงอิสระ และยังมีบังโกวิท นำแดงลาดกระบังร่วมด้วย ณ เวทีหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11.00 น.และเคลื่อนพลไปรวมกันอีกจุดที่เคหะทุ่งสองห้องเวลาเที่ยง ทำให้ทีมชายนิรนามไร้สีเตรียมหน่วยจัดหนัก และหน่วยสังหารโจรดำ พร้อม BB Gun ทันที
- วันที่ 1 ก.พ.57 สายลับได้พบชายดูใบ นั่งกินอาหารกับหญิงสาวกิ๊กคนใหม่นั่งกินอาหารที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณยืนยันทันทีว่าจะเกิดเหตุร้ายเร็ว ๆ นี้

2. ระยะดำเนินการ

- ตามเวลากำหนด 11.00 – 12.00 น. โกตี๋ และ ยิ้มตาสว่าง นำเคลื่อนพลเสื้อแดงและเสื้อขาว มุ่ง สนง.เขตหลักสี่ พร้อมอาวุธและท่อนไม้ติดกระดาษ โดยมีชายชุดดำสวมหมวกโม่ง เป็นกองกำลังคุ้มกัน 
- เวลา 11.40 น. แก๊งค์โกตี๋ถึงวัดหลักสี่และขึ้นปราศรัยพูดปลุกเร้ามวลชนมวลชน กุข่าวชายชุดเขียวปฏิวัติ หลอกแดงบ้าคลั่ง วรัญชัย หัววิกโผล่ร่วมปลุกระดมด้วย และมีการผูกริบบิ้นสัญลักษณ์ผ้าสีแดง-ผ้าสีขาว 
- แก๊งค์โกตี๋ พร้อมไม้+เหล็กแป๊ป ประมาณ 500 คน เคลื่อนถึงหน้าหลักสี่พลาซ่า
- ผู้ชุมนุม กปปส. ปักหลักอยู่รอบสำนักเขตหลักสี่ สนง.เขตหลักสี่สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้หญิงกลับบ้านเพราะอั้งยี่มาใกล้แล้ว

- โกตี๋ประกาศเคลื่อนพลรบ ขณะทีมงานแจกท่อนไม้ขนาดเหมาะมือติดกระดาษเขียนด้วยมือว่าไปเลือกตั้ง และเยาะเย้ยว่าพุทธอิสระ จีวรปลิวแน่
- ชายชุดดำราว 400 คน ประจำ 3 จุด คือ ซอยแจ้งวัฒนะ 10 , หน้าไอทีสแควร์ จำนวน 100 คน , หน้าวัดหลักสี่จำนวน 100 คน แต่กลับปล่อยมวลชนโกตี๋ผ่านออกมาอย่างสบายๆ
- เวลา 14.30 น. ชายชุดเขียวราบ11 รอ.จำนวน 150 นายได้รับคำสั่งให้มาคุ้มครองพระ ผู้หญิงและมวลชน กปปส.ถึง สนง.เขตหลักสี่
- เวลา 15.17 น. หลวงปู่พุทธอิสระ เรียกผู้หญิงและเด็กขนของอพยพเข้าไปในสำนักงานเขตหลักสี่เพื่อความปลอดภัยจากโจรแดง
- เวลาเดียวกันมวลชนแยกลาดพร้าว เคลื่อนสมทบพุทธะอิสระเพื่อช่วยเหลือ และนำรถมา 10 คันโดนแก๊งค์โกตี๋ยิงตัด หลุดเข้ามาได้ 3 คัน
- เวลา 15.55 น. ชายชุดเขียวประกาศย้ำให้ผู้ชุมนุม กปปส. เข้าไปหลบอยู่ในสำนักเขตหลักสี่ แล้วจัดทัพพร้อมรอกลุ่มโกตี๋ 
- โกตี๋อยู่บนรถตู้ โดยมีชายชุดดำในเครื่องแบบคุยโทรศัพท์กับอีกคนหนึ่งของพรรคเผาไทย วางแผนแบ่งงานกันโดยชายชุดดำไปบุกชิงอุปกรณ์เลือกตั้งที่ สนง.เขตหลักสี่ ส่วนโกตี๋จะโจมตีประชาชนด้วยอาวุธ ระหว่างชายชุดดำปฏิบัติการ
- ต่อมามีชายชุดดำจำนวนมาก และมวลชนโกตี๋มาล้อมเจรจาขอหีบบัตร 
- ชายชุดเขียวตรงเข้ามาขับไล่ชายชุดดำออกไป ลั่น !! “เพราะมีชายชุดดำก็เหมือนไม่มี และชายชุดเขียวกล้าอย่างพวกผมจะคุ้มกันประชาชนเอง” ทำให้ชายชุดดำล่าถอยไป 
** ทุกวินาทีของแก๊งค์โจรแดงตั้งแต่เช้า หารู้ไม่ว่าพวกนี้กำลังถูกดมกลิ่นตามทั้งภาพ และพิกัดตลอดเวลา อีกทั้งล็อคเป้า หมายหัว คนที่มีอาวุธปืนของโกตี๋ไว้หมดทุกคน 


3. ระยะปฏิบัติการปะทะ

- เวลา 15.40 น. กลุ่มโกตี๋ยิงปืนประมาณ 3 นัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะใส่กลุ่มผู้ชุมนุมลาดพร้าวแต่เนื่องจากอยู่ไกลกันมากจึงไม่มีใครเป็นอันตราย แต่ชายชุดดำในเครื่องแบบบางคนกลับบอกคนอยู่ใกล้ว่าแค่เสียงประทัดอย่าตกใจ 
- เวลา16.00 มวลชนโกตี๋เริ่มทุบรถและประชาชนที่มีสัญลักษณ์ธงชาติหน้าห้าง IT แสควร์ที่ห้างนี้มีความเกี่ยวพันกับลูกชายดูไบ
- รุมทุบรถโตโยต้าแคมรี่ โดยหารู้ไม่ว่าภายในเป็นชายชุดเขียวจาก มทบ.12. จังหวะนี้แจ๊ดโทรเข้ามือถือลูกน้อง ให้พาโกตี๋หนีเป็นคนแรกโดยโบกแท็กซี่ให้
- แก๊งค์แดงปาระเบิดลูกหนึ่งจากบนทางด่วน แต่หล่นใส่รถพวกเดียวกันเอง บางคนบาดเจ็บ 
- เวลา 16.01 น. ระเบิดลง 4 ลูกที่แยกหลักสี่ และมีคนบาดเจ็บ 4 คน ผู้บาดเจ็บเข้ามาหลบในป้อมจราจรแยกหลักสี่ 
- แก๊งค์แดงมีการยิงปืน ระเบิดปิงปอง ระเบิดขวด มาจากบนตึก บนสะพานลอย และบนโทลล์เวย์ 
- แก๊งค์แดงยิงใส่หนังสติ๊กระเบิดปิงปองข้ามสะพานมา แต่พลาดลงด้านหลังรถเครื่องเสียง กปปส.
- ชายชุดดำในเครื่องแบบลงรถตู้แล้วยิงใส่มวลชน กปปส. บางคนระดมยิงปืนลูกโม่ เพื่อช่วยโกตี๋ มีนักข่าวเห็นชัดเจน แล้วแอบอยู่หลังและข้างร้านขาย Pizza หน้าตึก IT Square ส่วนที่เหลือไม่กล้าเข้าไประงับเหตุแค่พูดว่า "กลัวโดนลูกหลง"
- เวลา 16.30 น. ชายไร้สีนิรนาม ( ไม่เกี่ยวกับ กปปส.) ซึ่งเตรียมการมาอย่างดี เข้าจุดที่กำหนดริมทางรถไฟ เกาะกลางถนน จัดวางรูปแบบกำลัง แบบซุ่มโจมตี มีหน่วยชี้เป้าพิกัด หน่วยจรยุทธ์ แล้วระดมยิง BB Gun ในถุงป๊อบคอนสวนไม่ยั้งด้วยความแม่นยำ และชำนาญกว่าจึงโดนแก๊งค์โกตี๋เจ็บราว 4 ราย
- การรัวปืน สลับการปาระเบิด ดังอย่างต่อเนื่อง เสมือนเลบานอน ประชาชนหมอบหลบ ห้างไอทีสแควร์ประกาศปิดห้าง 
- มีชายเสื้อขาวถูกยิง 2 คนถูกนำส่ง รพ.วิภาวดี และนักข่าวและมวลชนถูกสะเก็ดประทัดยักษ์โกตี๋ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
- เวลา 17.20 น. บนสะพานลอย และด้านล่างห้างฯ มีผู้หลบภัยดงกระสุนนับร้อยหลายคน
และมีผู้หญิงได้รับบาดเจ็บเข้าไปหลบภัยปฐมพยาบาล
- เวลา 17.45 น. ชายชุดดำชั่วมีพร้อมอาวุธปืนแฝงกายเข้ามาเหมือน กปปส.ทุกอย่าง ตรงเข้าทำร้ายหลวงปู่ฯ ระยะ 5 เมตร แต่สารวัตรชายชุดเขียวและการ์ดสามารถบล็อก ระดมสรรพสิ่งจากดนตรีไทยแบบน่วมตั้งหัวจรดเท้า และจับกุมตัวไว้ มีบัตรประจำตัวข้าราชการ มอบให้ชายชุดเขียวควบคุมตัวสืบสวนแบบจำไม่อยากลืมต่อไป
- แก๊งค์โกตี๋หลังโดนตลบหลังขย้ำซะเละไม่มีชิ้นดี ได้ล่าถอยออกมายังหน้าห้างไอทีสแคว์ และเริ่มสลายตัวแบบเสียฟอร์ม

4. ระยะควบคุมและเก็บรายละเอียด

- เวลา 17.54 น. เหตุการณ์ราว 1-2 ชั่วโมงชายชุดเขียวอาวุธเต็มพิกัดราบ 11 เคลียร์พื้นที่ปิดสะพานข้ามแยกหลักสี่ ไม่ให้รถสัญจรผ่าน โดยนำรถกระจายเสียงออกมาประกาศกันมวลชนออกว่า “ อย่าเข้าไปปะทะ ชายชุดเขียวจะดูแลประชาชนเอง ชายชุดเขียวจะจัดการพวกมันเอง “ และช่วยนักข่าวช่างภาพที่ติดอยู่ในป้อมตำรวจหลักสี่ออกจากจุดยิงปืน 
- เวลา 18.45 น. หลวงปู่ฯ และประชาชนปลอดภัย สวดมนต์เย็น ด้านนอกเสียงปืนสงบ ชายชุดเขียวราบ 11 คุมกำลังแน่นหนานอนเป็นเพื่อน
- เวลา 00.00 น. แก๊งโกตี๋ลอบส่งสมุนหมาลอบกัด 2 คน ยิงลงมาจากตึก IT square ใส่ผู้หญิงที่เดินผ่านใกล้ สนง.เขตหลักสี่ จนบาดเจ็บ และถูกชายชุดเขียวและการ์ดหลายสิบคนรุมประเคนด้าม BB Gun และสิ่งเทียมไม้ เท้า หมัด ใส่ไม่ยั้งจนสลบเหมือด ถูกจับตัวได้พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว และญาติคงไม่เจอหน้าชายชั่ว 2 คนนี้อีกแล้ว เพราะข่าวว่ามันจะลาไปเที่ยวทะเลยาว

ต่อมาชายชุดดำรองผู้ ผบ.นครบาล แถลงข่าวเหตุปะทะระหว่างกลุ่ม กปปส. กับคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกหลักสี่ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี...เออ..เอากะมันซิ

ถัดมาโฆษก ชายชุดเขียวสวนบ้างว่ากลุ่มผู้ใช้อาวุธคือโกตี๋ ที่รวมอยู่หน้าห้างไอทีสแควร์ และบริเวณหน้าวัดหลักสี่ เจ้าหน้าที่ระบุชัดเจนว่ามีการใช้อาวุธมาจากทางฝั่งหน้าไอทีสแควร์ จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธตอบโต้กันไปมา ที่เกิดเหตุพบร่อยรอยการใช้อาวุธมีมาจากหลายทิศทาง

ถ้าไม่มีชายไร้สีนิรนาม และหน่วยสังหารโจรดำ ปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ในวันนั้น คงตกเป็นเครื่องมือของชายดูไบ รัฐอั้งยี่แดง ชายชุดดำฝ่ายชั่ว และแก๊งค์โกตี๋ ใช้สร้างสถานการณ์สังเวยให้เกิดการเจ็บและตายจำนวนมาก เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติตัวเอง ล้มคดีความ และครองอำนาจต่อ แต่แผนทั้งหมดของโจรชั่วผิดพลาดไปหมด...ไม่มีคนตายเลยสักคน เจ็บแค่ 7 คน

“ ความโง่ของนกกระจอก หรือจะหยั่งรู้ความคิดพญาอินทรีย์ได้ ” ไม่พูดมากแต่เฉียบคม และไม่ชั่วเหมือนพรรคแดงที่เอาเขมรมาฆ่าคนไทยด้วยกันเอง 

สมัยโบราณพระพุทธเจ้ายังมีปัญจวัคคีทั้ง 5 ปกป้อง...แล้วทำไมประชาชนจะมีชายไร้สีนิรนามปกป้องบ้างไม่ได้ !!

หมายเหตุ เสธ ขอไม่แสดงภาพชายไร้สีนิรนาม เพราะหลายคนคงเคยเห็นแล้ว
@เสธ น้ำเงิน
https://www.facebook.com/topsecretthai — in ผ่าแผน..ตลบหลังโกตี๋หลักสี่นึกว่ากินหมู ดันเจอสิงห์โตขย้ำจังเบอ.