บันทึกมอเตอร์ไซค์ เอร์เนสโต ‘เช’ เกวารา
บางส่วนของคำสรรเสริญ ‘บันทึกมอเตอร์ไซค์’ โดยสื่อมวลชน:
- - - - - - -
“นี่คือการเดินทางเพื่อค้นพบซึ่งกลายเป็นการค้นพบตนเองไปด้วยเรื่องนี้เกี่ยวกับการเลือกสรรทางอารมณ์หรือทางการเมืองเรื่องของการค้นหามิตรภาพเรื่องของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในที่สุดแล้วนี่คือการแสวงหาที่ทางของใครก็ตามในโลกนี้– ที่ทางที่มีคุณค่ามากพอแก่การต่อสู้เพื่อให้ได้มา”
–วอลเตอร์ซัลเลสผู้กำกับภาพยนตร์บันทึกมอเตอร์ไซค์
- - - - - - -
“ดาสคาปิตัล เจอกับอีซี่ ไรเดอร์”
– Times
- - - - - - -
“เจมส์ดีนภาคละตินอเมริกัน หรือ แจ็ค คาโรแอค”
– Washington Post
- - - - - - -
“เรื่องเล่าโดยประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่น่าสนใจยิ่งหากโลกรู้จักเชเกวาราในฐานะ‘คนใหม่’ อย่างที่เขาเป็นอยู่แล้วในบันทึกมอเตอร์ไซค์นี้เราจะได้รู้จักบุคคลนี้ขณะกำลังก่อร่างขึ้นมันช่วยเสริมภาพของเขาขึ้นอีกเท่าตัวส่อแสดงให้เห็นว่ามนุษยชาติมีแง่มุมอันหยาบกร้านมากพอเชิญชวนให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน”
– Los Angeles Times
- - - - - - -
“ในทุกๆการเผ่นหนีด้วยอาการตัวตลกแสบของคู่หูพเนจรเจ้าสำราญยังมีชั่วขณะแห่งการตาสว่างปะปนอยู่ด้วยอย่างสมน้ำสมเนื้อกันในพัฒนาการของอนาคตผู้นำการปฏิวัติคนนี้เมื่อจบสิ้นการระหกระเหินพเนจรเที่ยวนี้ลงเกวาราผู้ถูกการเมืองเข้าสิงก้าวปรากฏตัวออกมาพยากรณ์อนาคตอันเป็นตำนานของเขาเอง”
– Time
- - - - - - -
“มีลักษณะน่าเวทนาแทรกอยู่ในหน้าเหล่านี้– ความน่าเวทนาของเชเอง ซึ่งช่างครุ่นคิดไม่สร่างซายินดีจะสละทุกสิ่งอยู่ไม่คลายร้อนรุ่มอยู่ด้วยความผิดบาปต่อความมีอภิสิทธิ์ของตนเองและไม่เคยยอมให้ความทุกข์ร้อนของตนเองมาขวางกั้นหนทางของเขา”
– New Yorker
- - - - - - -
“นักปฏิวัติผู้ขายดีสุด... ใช่แล้ว บางทีพวกมาร์กซิสต์ก็อยากเล่นสนุกบ้าง”
– Guardian
- - - - - - -
“บันทึกมอเตอร์ไซค์ผสมผสานบทนิราศการผจญภัยของวัยเยาว์และการวิเคราะห์ทางการเมืองวิพากษ์จักรวรรดินิยมเข้าไว้ด้วยกัน... ข้อเขียนอันจริงใจเล่มนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการค้นพบตนเองส่วนหนึ่งเป็นงานฝึกภาคสนามเรืองรองอยู่ด้วยเค้าลางของอนาคตนักปฏิวัติ”
– Publishers’ Weekly
- - - - - - -
“สิ่งที่ทำให้บันทึกเหล่านี้โดดเด่น... คือมันเผยให้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์ของ‘เอลเช’ ซึ่งเป็นด้านที่พวกนักประวัติศาสตร์ได้กดทับมันไว้จนสำเร็จในหลายๆหน้าของบันทึกอันน่าทึ่งอย่างยิ่งนี้... ทำให้ใครก็ตามรู้สึกถึงความศรัทธาของ‘เอลเช’ ว่าความมุ่งมั่นและสำนึกหนักแน่นเป็นสิ่งเพียงพอเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองและผู้อื่น... บันทึกนี้คือความสุขหรรษาสำหรับการอ่านจากต้นจนจบ”
– Financial Times
- - - - - - -
“เห็นได้ชัดว่าการตระเวนครั้งนี้เป็นการก่อร่างอิทธิพลของแนวคิดแพนอเมริกันของเชขึ้นและเป็นพัฒนาการสำนึกแห่งนักปฏิวัติของเขา... เนื่องจากผลของความผิดบาปทางการเมืองมีอยู่ทุกหนแห่ง... หนังสือเล่มนี้น่ามีส่วนอย่างมากในการให้ภาพมนุษย์แก่ชายคนหนึ่งที่ถูกจับขึ้นแท่นบูชาเสมือนเทพเจ้าในฐานะรูปเคารพทางวัฒนธรรมระหว่างปลายทศวรรษที่60 และช่างบังเอิญเหลือเกินที่เป็นหนังสือท่องเที่ยวเกี่ยวกับอเมริกาใต้ที่ดีอีกด้วย”
–The Scotsman
- - - - - - -
“โลกทัศน์ของพวกนอกรีตในแบบสูงสง่า ไม่ว่าเป็นนักรบเพื่อเสรีภาพหรือนักมอเตอร์ไซค์... เติมความหวังให้แก่พวกเบื่อโลกทั้งที่เป็นนักปฏิวัติและไม่ได้เป็นพอกัน”
– Weekend Telegraph
- - - - - - -
“วีรบุรุษนักปฏิวัติด้านการเมืองที่ถูกควรน่ะหรือ?อาจเป็นได้แต่ต้องหลังจากนั้นหลายปีแต่โดยเนื้อหาเรื่องนี้เชเกวาราก็คือเจ้าหนุ่มน้อยคนหนึ่งในหมู่พวกเรา”
– Bike (จักรยานยนต์)
- - - - - - -
“แน่นอนว่าเชคือผู้สังเกตการณ์สายตาแหลมคมต่อสิ่งที่เขาเรียกว่าชาติพันธุ์มนุษย์ที่‘แปลกประหลาด’ อย่างยิ่ง... ความยิ่งใหญ่ของหนังสือนี้อยู่ตรงที่ว่า เช เกวาราไม่เคยทำตัวน่าเบื่อหน่าย มันสร้างความพึงใจให้ทั้งด้านเรื่องเดินทางท่องเที่ยวที่น่าเพลิดเพลินและตำนานหนึ่งที่แสดงถึงพัฒนาการของบุคคลสำคัญที่สุดแสนโรแมนติกคนหนึ่งในศตวรรษนี้”
– Literary Review

- - - - - - -
“นี่คือการเดินทางเพื่อค้นพบซึ่งกลายเป็นการค้นพบตนเองไปด้วยเรื่องนี้เกี่ยวกับการเลือกสรรทางอารมณ์หรือทางการเมืองเรื่องของการค้นหามิตรภาพเรื่องของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในที่สุดแล้วนี่คือการแสวงหาที่ทางของใครก็ตามในโลกนี้– ที่ทางที่มีคุณค่ามากพอแก่การต่อสู้เพื่อให้ได้มา”
–วอลเตอร์ซัลเลสผู้กำกับภาพยนตร์บันทึกมอเตอร์ไซค์
- - - - - - -
“ดาสคาปิตัล เจอกับอีซี่ ไรเดอร์”
– Times
- - - - - - -
“เจมส์ดีนภาคละตินอเมริกัน หรือ แจ็ค คาโรแอค”
– Washington Post
- - - - - - -
“เรื่องเล่าโดยประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่น่าสนใจยิ่งหากโลกรู้จักเชเกวาราในฐานะ‘คนใหม่’ อย่างที่เขาเป็นอยู่แล้วในบันทึกมอเตอร์ไซค์นี้เราจะได้รู้จักบุคคลนี้ขณะกำลังก่อร่างขึ้นมันช่วยเสริมภาพของเขาขึ้นอีกเท่าตัวส่อแสดงให้เห็นว่ามนุษยชาติมีแง่มุมอันหยาบกร้านมากพอเชิญชวนให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน”
– Los Angeles Times
- - - - - - -
“ในทุกๆการเผ่นหนีด้วยอาการตัวตลกแสบของคู่หูพเนจรเจ้าสำราญยังมีชั่วขณะแห่งการตาสว่างปะปนอยู่ด้วยอย่างสมน้ำสมเนื้อกันในพัฒนาการของอนาคตผู้นำการปฏิวัติคนนี้เมื่อจบสิ้นการระหกระเหินพเนจรเที่ยวนี้ลงเกวาราผู้ถูกการเมืองเข้าสิงก้าวปรากฏตัวออกมาพยากรณ์อนาคตอันเป็นตำนานของเขาเอง”
– Time
- - - - - - -
“มีลักษณะน่าเวทนาแทรกอยู่ในหน้าเหล่านี้– ความน่าเวทนาของเชเอง ซึ่งช่างครุ่นคิดไม่สร่างซายินดีจะสละทุกสิ่งอยู่ไม่คลายร้อนรุ่มอยู่ด้วยความผิดบาปต่อความมีอภิสิทธิ์ของตนเองและไม่เคยยอมให้ความทุกข์ร้อนของตนเองมาขวางกั้นหนทางของเขา”
– New Yorker
- - - - - - -
“นักปฏิวัติผู้ขายดีสุด... ใช่แล้ว บางทีพวกมาร์กซิสต์ก็อยากเล่นสนุกบ้าง”
– Guardian
- - - - - - -
“บันทึกมอเตอร์ไซค์ผสมผสานบทนิราศการผจญภัยของวัยเยาว์และการวิเคราะห์ทางการเมืองวิพากษ์จักรวรรดินิยมเข้าไว้ด้วยกัน... ข้อเขียนอันจริงใจเล่มนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการค้นพบตนเองส่วนหนึ่งเป็นงานฝึกภาคสนามเรืองรองอยู่ด้วยเค้าลางของอนาคตนักปฏิวัติ”
– Publishers’ Weekly
- - - - - - -
“สิ่งที่ทำให้บันทึกเหล่านี้โดดเด่น... คือมันเผยให้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์ของ‘เอลเช’ ซึ่งเป็นด้านที่พวกนักประวัติศาสตร์ได้กดทับมันไว้จนสำเร็จในหลายๆหน้าของบันทึกอันน่าทึ่งอย่างยิ่งนี้... ทำให้ใครก็ตามรู้สึกถึงความศรัทธาของ‘เอลเช’ ว่าความมุ่งมั่นและสำนึกหนักแน่นเป็นสิ่งเพียงพอเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองและผู้อื่น... บันทึกนี้คือความสุขหรรษาสำหรับการอ่านจากต้นจนจบ”
– Financial Times
- - - - - - -
“เห็นได้ชัดว่าการตระเวนครั้งนี้เป็นการก่อร่างอิทธิพลของแนวคิดแพนอเมริกันของเชขึ้นและเป็นพัฒนาการสำนึกแห่งนักปฏิวัติของเขา... เนื่องจากผลของความผิดบาปทางการเมืองมีอยู่ทุกหนแห่ง... หนังสือเล่มนี้น่ามีส่วนอย่างมากในการให้ภาพมนุษย์แก่ชายคนหนึ่งที่ถูกจับขึ้นแท่นบูชาเสมือนเทพเจ้าในฐานะรูปเคารพทางวัฒนธรรมระหว่างปลายทศวรรษที่60 และช่างบังเอิญเหลือเกินที่เป็นหนังสือท่องเที่ยวเกี่ยวกับอเมริกาใต้ที่ดีอีกด้วย”
–The Scotsman
- - - - - - -
“โลกทัศน์ของพวกนอกรีตในแบบสูงสง่า ไม่ว่าเป็นนักรบเพื่อเสรีภาพหรือนักมอเตอร์ไซค์... เติมความหวังให้แก่พวกเบื่อโลกทั้งที่เป็นนักปฏิวัติและไม่ได้เป็นพอกัน”
– Weekend Telegraph
- - - - - - -
“วีรบุรุษนักปฏิวัติด้านการเมืองที่ถูกควรน่ะหรือ?อาจเป็นได้แต่ต้องหลังจากนั้นหลายปีแต่โดยเนื้อหาเรื่องนี้เชเกวาราก็คือเจ้าหนุ่มน้อยคนหนึ่งในหมู่พวกเรา”
– Bike (จักรยานยนต์)
- - - - - - -
“แน่นอนว่าเชคือผู้สังเกตการณ์สายตาแหลมคมต่อสิ่งที่เขาเรียกว่าชาติพันธุ์มนุษย์ที่‘แปลกประหลาด’ อย่างยิ่ง... ความยิ่งใหญ่ของหนังสือนี้อยู่ตรงที่ว่า เช เกวาราไม่เคยทำตัวน่าเบื่อหน่าย มันสร้างความพึงใจให้ทั้งด้านเรื่องเดินทางท่องเที่ยวที่น่าเพลิดเพลินและตำนานหนึ่งที่แสดงถึงพัฒนาการของบุคคลสำคัญที่สุดแสนโรแมนติกคนหนึ่งในศตวรรษนี้”
– Literary Review
- - - - - - -
“หนังสือนี้ควรค่าแก่การอ่านมากกว่าเรื่องคุณสมบัติความแปลกใหม่ของมันระหว่างสัญจรไปทั่วละตินอเมริกาผ่านเทือกแอนดีสและป่าฝนหนาทึบบันทึกของเชเต็มไปด้วยการสังเกตการณ์ตามแบบฉบับของเขาเองความผิดพลาดที่น่าขันและความเข้าใจมนุษย์”
– Briefing
- - - - - - -
“เชเขียนหนังสือด้วยไหวพริบและทักษะสูงให้ความเห็นแจ้งแก่โลกที่ส่งอิทธิพลหล่อหลอมความเชื่อของเขา... ผู้อ่านสามารถมองเห็นเขาผสมผสานมโนทัศน์ด้านต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะก่อร่างอนาคตทางการเมืองของเขาในเวลาต่อมา”
– Impact
“หนังสือนี้ควรค่าแก่การอ่านมากกว่าเรื่องคุณสมบัติความแปลกใหม่ของมันระหว่างสัญจรไปทั่วละตินอเมริกาผ่านเทือกแอนดีสและป่าฝนหนาทึบบันทึกของเชเต็มไปด้วยการสังเกตการณ์ตามแบบฉบับของเขาเองความผิดพลาดที่น่าขันและความเข้าใจมนุษย์”
– Briefing
- - - - - - -
“เชเขียนหนังสือด้วยไหวพริบและทักษะสูงให้ความเห็นแจ้งแก่โลกที่ส่งอิทธิพลหล่อหลอมความเชื่อของเขา... ผู้อ่านสามารถมองเห็นเขาผสมผสานมโนทัศน์ด้านต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะก่อร่างอนาคตทางการเมืองของเขาในเวลาต่อมา”
– Impact



![รูปภาพ : วันเสาร์, กันยายน 06, 2557
ไทยสื่อความกดดันภายใต้การปกครองของทหาร
โดยรอน Corben
5 กันยายน 2014
เสียงของอเมริกา
กรุงเทพฯตั้งแต่ยึดอำนาจในเดือนพฤษภาคมรัฐบาลทหารของไทยได้เก็บจับ บริษัท บนสื่อข่าวท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะยึดลงบนความขัดแย้งทางการเมือง นักวิจารณ์กล่าวว่าขั้นตอนในการควบคุมสื่อที่มีการเดินทางมากขึ้นอย่างกว้างขวางและปราบปรามเป็นหน่วยดำเนินการมุ่งเป้าไปที่การขจัดความแตกแยกทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง
กองทัพไทยย้ายอย่างรวดเร็วหลังจากการทำรัฐประหารที่จะเรียกบรรณาธิการและผู้บริหารอุตสาหกรรมข่าวการประชุมตั้งกฎพื้นดินที่ยากลำบากสำหรับข่าวและการรายงาน
พิชัยชายชื่นสุขสวัสดิ์, บรรณาธิการของภาษาอังกฤษบางกอกโพสต์และสื่อที่มีประสบการณ์ที่เข้าร่วมการประชุมกับทหารกล่าวว่าข้อความเป็นหนึ่งในขรึมกับทีวีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและการออกอากาศข่าววิทยุ
"ภายใต้รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่พวกเขาวางบนความดัน [สื่อ] ที่แตกต่างกัน. แต่ที่นี่ก็ชัดเจน" เขากล่าวว่า "พวกเขาใช้การประกาศ. [แต่] พวกเขายินดีที่จะรับฟังในระดับหนึ่งและทำการเปลี่ยนแปลง. ความจริงผมคิดว่าสำหรับโทรทัศน์, วิทยุดาวเทียมที่พวกเขาอยู่ภายใต้ปืนมากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ที่แน่นอน. แต่เป็นจำนวนมากชัดเจน - ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งที่ดี - วาระการประชุมเป็นที่ชัดเจน. "
บางผ่อนคลาย แต่ยังคงมีข้อ จำกัด
ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่พรรคสภาแห่งชาติเพื่อสันติภาพและการสั่งซื้อสินค้า (NCPO) พยายามที่จะห้ามการวิจารณ์ของผู้นำทางทหารใด ๆ และลงโทษสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาที่ละเมิด สมาคมสื่อประสบความสำเร็จในการต่อต้านมาตรการและทหารถอยลง
แต่ยังคงมีข้อ จำกัด เช่นการห้ามการป้องกันท้องถิ่นทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์จากนักวิชาการการสัมภาษณ์และอดีตข้าราชการและนักวิเคราะห์ สูงโปรไฟล์ dissidents ทางการเมืองไทยและนักวิจารณ์ของระบอบการปกครองของทหารที่ได้หนีไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่อ้างโดยเฉพาะของสื่อต่างประเทศ
ฟิลโรเบิร์ตรองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียสำหรับนิวยอร์กตามสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าห้ามรายงานข่าวเน้นข้อความที่ชัดเจนไปสื่อท้องถิ่น
"มีการปราบปรามลึกของสื่อที่สำคัญนำออกมาจุดของมุมมองว่าทหารไม่เห็นด้วยกับเรื่อง. สิ่งที่เราเห็นจะเพิ่มขึ้นห้ามรายงานการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ออกคำเตือนให้สื่อทั้งสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ที่จะก้าวข้ามเส้น ว่ามีเพียงทหารจริงๆรู้ที่เส้นคือว่า "โรเบิร์ตกล่าวว่า
สื่อมวลชนไทยได้กลายเป็นที่คุ้นเคยกับการ "เงามวย" กับทหารที่มีประสิทธิภาพของไทย
ตั้งแต่กลายเป็นระบอบรัฐธรรมนูญในปี 1932 ประเทศไทยต้องเผชิญกับ 12 รัฐประหารและระยะเวลานานของรัฐบาลทหาร ในอดีตที่ผ่านมาผู้นำทหารปิดหนังสือพิมพ์ หลังจากที่มีการรัฐประหาร 1991 และในระหว่างการปราบปรามการประท้วงในประชาธิปไตยพฤษภาคม 1992 หนังสือพิมพ์หลายฉบับท้าทายความพยายามที่เซ็นเซอร์อย่างเป็นทางการ
ในทางตรงกันข้ามหลังจากที่ต่อต้านรัฐประหารรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณชินวัตรที่ตัวเองค่าใช้จ่ายของการแทรกแซงสื่อและปราบปรามต้องเผชิญกับปี 2006 ทหารได้รับการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีพลเอกสุรยุทธ์จุลานนท์สัญญากดฟรี
ตัวเซ็นเซอร์
แสดงความเห็นของไทยกล่าวว่าข้อ จำกัด ของวันนี้จะมีความตรงไปตรงมาและเหตุผลในการประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลทหารปกครอง พวกเขายังบอก backtracking NCPO เหนือเรย์แบนได้นำองค์กรข่าวด้วยตนเองตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารจากการควบคุมกระชับ
สุภิญญากลางณรงค์, กิจกรรมด้านสิทธิสื่อและการกระจายเสียงแห่งชาติคณะกรรมการ (กสทช) สมาชิกซึ่งในปี 2006 ชนะคดีที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในทางแพ่งและอาญาชุดกฎหมาย $ 10,000,000 กล่าวว่าสื่อที่มีความน่ากลัวในอนาคต
"บรรยากาศของความกลัวคือการแพร่กระจายในระดับชาติและระดับองค์กรเพราะการทำรัฐประหารและกฎอัยการศึกและทุก criminalization ของการกระทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นไปอย่างเป็นทางการได้ที่กสทช - บุคคลสาธารณะ - โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น ไว - พวกเขาไม่สามารถทนต่อการวิจารณ์ "เธอกล่าวว่า
ผู้สื่อข่าวปารีส-based ไม่มีพรมแดนอันดับที่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งในสังคมที่เสรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 130 จาก 180 ประเทศในดัชนีเสรีภาพสื่อในปี 2014
สายหนักของทหารที่มีอยู่แล้วรู้สึกโดยตรงจากนักข่าวบางคน
ชุติมา Sidasathan ผู้สื่อข่าวในบริการเว็บข่าวภูเก็ตตามที่มีการแก้ไขออสเตรเลีย [อลันมอริสัน], ใบหน้าค่าใช้จ่ายการหมิ่นประมาททางอาญาที่นำโดยกองทัพเรือหลังจาก republishing ส่วนของรอยเตอร์รายงานของกรกฎาคม 2013 อ้างว่าบุคลากรของกองทัพเรือถูกมัด การค้ามนุษย์ของชาวมุสลิมโรฮิงยาจากพม่า
ชุติมากล่าวว่าตั้งแต่การทำรัฐประหารที่เธอต้องเผชิญกับการคุกคามที่เพิ่มขึ้นโดยบุคลากรของกองทัพเรือในจังหวัดภูเก็ต
. "ในเวลานี้เมื่อกองทัพเอา [พลังงาน] ในประเทศไทยก็จะทำให้ชีวิตของฉันที่ยากมากขึ้นเมื่อทำงานฉันได้รับการข่มขู่จากเจ้าหน้าที่กองทัพเรือดังนั้นรบกวนมากเกี่ยวกับปัญหานี้และจากนั้นผมบอกพวกเขาให้. -. เพื่อให้เรามีนักข่าว - เราไม่สามารถเก็บเงียบ "เธอกล่าวว่า
บางกอกโพสต์พิชัยกล่าวว่ารัฐบาลยินดีที่จะฟังความกังวลสื่อเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลมีภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโลก แต่เขาจะเพิ่มทหารก็จะต้องมีปริปากเกี่ยวกับการดำเนินการใดถ้ามันเป็นไม่พอใจกับข้อความของสื่อ](https://scontent-a-nrt.xx.fbcdn.net/hphotos-xap1/v/t1.0-9/s526x296/10670071_706916279382718_5186314227841426124_n.jpg?oh=2a35a50d63b8a80bbb4b2fdb8c96c7b4&oe=549A471C)
