PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว17ต.ค.57

ถอดถอน

สนช. เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับ ก่อนเข้าวาระขอมติเห็นชอบถอนถอน "นิคม-สมศักดิ์" หรือไม่

บรรยากาศที่รัฐสภาเช้านี้ การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด เนื่องจาก ในเวลา 10.00 น. จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเร่งด่วนที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยพิจารณาต่อจากวานนี้อีก 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เพื่อกำหนดให้ทายาทของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเมื่อเสียชีวิตภายหลังจากที่ได้บำนาญพิเศษ เพราะเหตุพิการ ทุพพลภาพ มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จตกทอด และร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ... เพื่อเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน

โดยสมควรเปลี่ยนชื่อจาก ราชบัณฑิตยสถาน เป็น ราชบัณฑิตยสภา รวมถึงการปรับปรุงอำนาจหน้าที่และการบริหารงานวิชาการให้แพร่หลายมากขึ้น

จากนั้น จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาขอมติที่ประชุมว่าเห็นชอบให้มีการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หรือไม่

สมาชิก สนช. ทยอยเข้าห้องประชุมแล้ว ขณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เปิดรับการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ของ สนช. 28 คน

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทยอยเข้าห้องประชุม เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายต่ออีก 2 ฉบับ ส่วนวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา
ส.ว.ว่า การกระทำส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้น จะพิจารณาช่วงบ่าย โดยวานนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. ได้แจกสำนวนการถอดถอน นายสมศักดิ์ และ นายนิคม ที่ ป.ป.ช. ส่งมาแจกให้ สนช. ทุกคนเพื่อนำไปศึกษาและประกอบการพิจารณาลงมติ

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ เวลา 09.00-16.00 น. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เปิดรับแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิก สนช. ที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเพิ่มเติม จำนวน 28 คน
กรณีเข้ารับตำแหน่ง
-----------
"พีระศักดิ์" ย้ำ ไม่หนักใจ พิจารณารับถอดถอน "สมศักดิ์-นิคม" หรือไม่ ขณะ สนช. อภิปรายได้เต็มที่ ยัน ไร้ล็อบบี้

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 เปิดเผย สำนักข่าว INN ย้ำว่า ไม่หนักใจ ที่วันนี้จะมีการประชุมพิจารณาเรื่องการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ นายนิคม ไวยรัชพานิช ว่าจะรับหรือไม่ ซึ่งอยู่ในวาระเรื่องอื่นของการประชุม สนช. และตามข้อบังคับการประชุม มีหากมีการลงคะแนนจะต้องกระทำอย่างเปิดเผย เว้นแต่สมาชิกอยากให้ประชุมลับ จะต้องมีผู้รับรอง ซึ่งต้องเป็นมติของที่ประชุม และการอภิปรายในเรื่องดังกล่าว สมาชิกมีอิสระ สามารถแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ส่วนระยะเวลาในการอภิปราย ต้องดูจากผู้ขออภิปรายก่อน หากมีไม่มาก อาจจะไม่กำหนดเวลา ทั้งนี้ สมาชิก สนช. ได้รับสำนวนเรื่องดังกล่าวเมื่อวานที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า เป็นการพิจารณาจากหลักกฎหมายทั้งสิ้น ยืนยันว่า ไม่มีการล็อบบี้อย่างแน่นอน
-----------
สนช. มีมติให้ประชุมลับ 175:1 เสียง เพื่อพิจารณาปมถอดถอน "สมศักดิ์-นิคม" เหตุ มีผลกระทบหลายฝ่าย

บรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ล่าสุด อยู่ในช่วงการประชุมลับ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาว่าจะรับสำนวนถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. ว่า การกระทำส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้ นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. เสนอขอความเห็นที่ประชุมว่าให้การประชุมลับ เนื่องจากกังวลงว่าระหว่างการพิจารณา อาจมีการอภิปรายกระทบหรือพาดพิงไปยังบุคคลที่ 3 ซึ่ง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานการประชุมในขณะนั้น ได้ขอมติที่ประชุม ว่าจะเห็นตามที่ นายสมชาย ร้องขอ หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 175 เสียง ต่อ 1 เสียง ให้เป็นการประชุมแบบลับ

--------
สนช. ยังประชุมลับ ขณะ ประสาร มฤคพิทักษ์ เผย บ่ายนี้ สปช. ถกแนวทางการทำงาน แย้มมีชื่อ คำนูณ-ไพบูลย์ ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยังอยู่ในช่วงการประชุมลับ เพื่อพิจารณาว่าจะรับสำนวนถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. ว่า การกระทำส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่

ขณะเดียวกัน นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันนี้จะมีการประชุมนอกรอบระหว่างสมาชิก สปช. ตามคำเชิญของ พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิก สปช. ด้านการเมือง เพื่อกำหนดกรอบการทำงานของ สปช. ร่วมกัน ซึ่งอาจรวมไปถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย พร้อมคาดการณ์ถึงตัวแทน สปช. ใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์
---------
สนช. ยังไร้ข้อสรุปถอดถอน นิคม, สมศักดิ์ มีมติเลื่อนออกไปก่อน รอบรรจุวาระใหม่ - สมาชิกขอศึกษาสำนวน ป.ป.ช.

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ซึ่งเป็นการประชุมลับได้ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อรับพิจารณาถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ นายนิคม ไวยรัชพานิช ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป โดย นายพีระศักดิ์ พอจิตร รองประธาน สนช. คนที่ 2 ระบุว่า สาเหตุที่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ เพราะเอกสารที่สมาชิก สนช. ได้รับจาก ป.ป.ช. ไม่ครบ สมาชิกจึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพราะไม่สามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาได้

เช่นเดียวกับ นายวิทวัส บุญญสถิตย์ สมาชิก สนช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติ 165 เสียง ให้งดเว้นข้อบังการประชุมที่ต้องพิจารณาภายใน 30 วัน ซึ่งวันนี้เป็นเพียงการหารือกันเท่านั้น เพราะยังไม่ได้บรรจุเป็นวาระส่วนจะหยิบยกนำกลับมาพิจารณาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับประธาน สนช.
----------
"พล.อ.สกนธ์" ยอมรับ สนช.ทหาร หารือถอดถอน "นิคม-สมศักดิ์" ขณะ "พล.อ.ปรีชา" ปัดล็อบบี้ ด้าน "พล.อ.วรพงษ์" ยัน อิสระในการลงมติ

บรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ล่าสุดเข้าสู่การพิจารณาร่างกฎหมาย 2 ฉบับแล้ว ทั้งนี้ ก่อนการประชุมสมาชิก สนช. สัดส่วนทหาร ระบุถึงการพิจารณารับหรือไม่รับการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่ง

โดย พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับกลุ่ม สนช.สายทหารถึงเรื่องการถอดถอนในวันนี้ ซึ่งจะมีสมาชิกเสนอให้การประชุมเป็นการประชุมลับ ส่วน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ระบุว่า ไม่มีการล็อบบี้อย่างแน่นอน ด้าน พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ยืนยัน สนช. เป็นอิสระในการลงคะแนนโหวตว่า สนช. จะมีอำนาจพิจารณาถอดถอนหรือไม่
///////////
สปช.-รธน.

"วิษณุ" ย้ำ ปลาย ก.ย.-ต.ค. 58 รธน.ฉบับถาวรจะแล้วเสร็จ คาดต้นปี 59 เลือกตั้งได้ ดึงคนพลาด สปช. ร่วมทำงาน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษในเรื่อง “ทิศทางการปฏิรูปประเทศไทย” ว่า ในขณะนี้การปฏิรูปหนึ่งปีไม่อาจสำเร็จโดยง่าย เพราะไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดเห็นเหมือนกันได้ ที่สุดแล้วการปฏิรูปต้องทำตามความต้องการเสียงข้างมาก

ทั้งนี้ คาดว่าภายในปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนตุลาคมในปี 2558 การร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จและอาจประกาศใช้ได้ และคาดว่า 3 เดือน หลังจากนั้นหรือในช่วงต้นปี 2559 จะสามารถเกิดการเลือกตั้งได้ ส่วนการทำประชามตินั้นจะต้องใช้เวลา 3 -6 เดือนและแม้รัฐธรรมนูญขชั่วคราวไม่ได้ระบุไว้แต่ไม่ขัดข้องหากเสียงส่วนใหญ่มีความต้องการจะทำประชามติ

นอกจากนี้ ยังจะมีการจะจัดเวทีคู่ขนานสำหรับสภาปฏิรูป โดยการนำคณะกรรมาธิการสรรหา สปช. และบุคคลที่ไม่ได้รับคัดเลือกเข้าไปเป็นสมาชิก สปช. 250 คน เข้าร่วมปฏิรูป ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะเปิดเวทีร่วมของรัฐบาล เช่น ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
----------------
"วิษณุ" แนะ สปช. ต้องนำ ม.35 ใน รธน.ชั่วคราว เข้าสู่กระบวนการปฏิรูป เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย 4 ด้าน ต้องรีบทำงานอย่างเร่งด่วน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ ทิศทางการปฏิรูปประเทศไทย ว่าการปฏิรูปยังมีโจทย์อีกหลายข้อที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องกลับไปคิด
และหาเหตุผลในการปรับแก้ โดยจะต้องนำมาตรา 35 ในรัฐธรรมนูญชั่วเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปด้วยเพื่อน่างรัฐธรรมนูญด้วย

พร้อมเน้นย้ำว่า การร่างรัฐธรรมนูญควรร่างให้สั้น ระวังในการเขียน เพราะหากติดขัดจะแก้ไขลำบาก ดังนั้นควรจะไปใส่รายละเอียดในกฎหมายลูก พ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่แก้ไขได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้มองว่า สปช. จำนวน 4 ด้านคือ ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน การปกครองส่วนท้องถิ่นและด้านกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นงานที่ต้องทำงานอย่างเร่งด่วนในการเสนอแนวทางการปฏิรูป เพราะจะต้องนำข้อเสนอเขียนลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ทัน ส่วนด้านอื่น ๆ ที่เหลือ สามารถค่อย ๆ คิดไปได้ โดยเมื่อได้ข้อสรุปไม่จำเป็นต้องรีบนำมาใส่ในรัฐธรรมนูญ แต่จะเข้าที่ประชุม สนช. เพื่อออกเป็นกฎหมายอื่นแทน
----------------
"สมบูรณ์" ยื่น ปธ.สนช. ตั้ง คกก.ตรวจสอบ "บวรศักดิ์" อ้าง ใช้ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ บ.ถ่านโค้ก เรียกร้อง ลาออก สปช.

นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ส.พรรคพลังธรรม เดินทางยื่นหนังสือต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในฐานะประธานสถาบันพระปกเกล้า ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติกรรม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. กรณีที่ นายบวรศักดิ์ ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ไทยเจนเนอรัลไนซ์โคล แอนด์ โค้ก จำกัด ซึ่งเป็นกิจการโรงงานผลิตถ่านโค้ก ที่ จ.ระยอง โดยโรงงานอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนก่อให้เกิดมลพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพอนามัยของประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายบวรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนสำนักหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริง ถึงโรงงานดังกล่าวว่า สามารถควบคุมมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้า เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับธรรมาภิบาล จึงมองว่าเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ของบริษัทดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ นายบวรศักดิ์ ลาออกจากการเป็นสมาชิก สปช.
/////////////
ภารกิจนายกฯ

นายกฯ หารือ "ฮุนเซน" ขอบคุณ หนุน รบ.ไทย ย้ำสัมพันธ์ จ่อตั้งเขต ศก.พิเศษ ขณะเตรียมเยือนกัมพูชา 30 - 31 ต.ค.

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโดย นายกรัฐมนตรี ขอบคุณไมตรีจิตและมิตรภาพ รวมทั้งการสนับสนุนที่ให้กับรัฐบาลไทย ซึ่งทั้งสองประเทศจะกระชับความสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้น โดยจะไม่ให้ปัญหาชายแดนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการการค้าการลงทุนระหว่างกัน ขณะเดียวกันฝ่ายไทย จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน ตรงข้ามปอยเปตของกัมพูชา เพื่อให้กัมพูชาข้ามเข้ามาทำงานได้สะดวกใกล้บ้าน ซึ่งกัมพูชาอาจพิจารณาจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ติดกันด้วยได้ ซึ่งไทยจะดูแลแรงงานกัมพูชาให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นพ้องกับไทย ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้า เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว และเสนอให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีของไทย จะเดินทางไปเยือนกัมพูชา วันที่ 30 - 31 ตุลาคม นี้
-----
นายกฯ หารือสิงคโปร์ ยินดี สัมพันธ์ราบรื่น เร่งผลักดันทวิภาคี กระชับความร่วมมือการค้า-ลงทุน พร้อมเชิญเยือนไทย 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับ นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระหว่างการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 10 โดย นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สิงคโปร์ มีความใกล้ชิดและราบรื่นในทุกระดับโดยเฉพาะในด้านการทหาร ทั้งสองประเทศ มีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน และกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ในด้านความร่วมมือทวิภาคี ไทย-สิงคโปร์ เห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันกลไกทวิภาคีระหว่างกันที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยประสงค์อยากจะกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับสิงคโปร์ ให้มากขึ้น และอยากเห็นภาคเอกชนของสิงคโปร์ เข้ามาลงทุนในไทย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบรับด้วยความยินดี รวมทั้งเชิญชวนให้สิงคโปร์ ร่วมลงทุนในด้านการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงภายในประเทศและอาเซียน
///////////////////////////////

PePe B Lucky
34 นาที

การประชุม ASEM ที่อิตาลีผ่านไปด้วยดี หลายชาติชื่นมื่น ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะไทยเรา มีแต่คนรุมจีบ

สื่อญี่ปุ่นถีงกับโปรยหัวว่า "Thailand's coup leader works to win over EU's diplomats"
ยอมรับเลยว่าฝ่าย ตปท ของรัฐบาลนี้ทำงานได้ดีเยี่ยม สร้างอำนาจต่อรองได้ดีทั้งฝั่งตะวันตก - ตะวันออก มะกันและอียูเดินเกมส์ ตปท กับไทยพลาด ตอนนี้เริ่มกลับลำ เพราะเสียหายมาก เริ่มจากมนุษย์ป้าคริสตี้ที่ถูกย้ายกลับ ตามด้วยขายเครื่องบินเพิ่มให้ไทย กลุ่มยูโรขณะนี้ เจอพิษเศรษฐกิจรุนแรงมาก

และยังโดนรัสเซียทิ่มรายวันเพราะหลงลมตดมะกัน ถ้ารัสเซียเอาจริง ยูโรวินาศแน่ ต้องรีบกลับลำ
ขณะนี้ เศรษฐกิจโลกเริ่มมีตัวเลขไม่ดีออกมาเป็นระยะๆ แต่ฝั่งอาเชียนของเรา มีเปิด AEC เต็มรูปแบบซัพพอร์ตในปีหน้า

อยากบอก ทรพีแดงยุคจูราสิคว่า ไอ้ที่นึกว่าล้มเจ้าแล้วเท่ห์ ปชต แบบแม้วๆไพร่ อำมาตย์บ้าๆบอๆน่ะ แมร่งโครตล้าหลังสุดๆ โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว
เห็นผู้นำทั้งในระบอบสังคมนิยม - ปชต ในอาเชียนเขาจับมือกันไหม
ทุกคนเขาทำเพื่อผลประโยชน์ของคนในชาติที่เห็นได้เป็นรูปธรรมทั้งนั้น
ม๊อบกระจุกหมีแม้ว คงได้แค่ทำป้ายหลอกฝรั่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แบบทุยทูทุย ต่อไป
------------------
"ประยุทธ์" กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมASEM เสนอเพิ่มบทบาทหุ้นส่วน"เอเชีย-ยุโรป" บริหารจัดการความเสี่ยง


เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ Milan Congress พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 10 อย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถ้อยแถลงระหว่างการประชุมเต็มคณะ ในหัวข้อ “การส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินและเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างยุโรป-เอเชีย” ณ นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยเป็นสถานที่จัดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 1 และยังคงมีส่วนร่วมในการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองภูมิภาคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จากสถานการณ์โลกที่มีความซับซ้อน จึงต้องมีการทบทวนยุทธศาสตร์ที่จะส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางด้านการเงินและเศรษฐกิจ โดยพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างเอเชีย-ยุโรปให้มากยิ่งขึ้น

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า การขยายความเชื่อมโยงระหว่างเอเชีย-ยุโรป ต้องอาศัยภาวะความเป็นผู้นำทางการเมือง ยึดมั่นพันธกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งความรู้ความเชี่ยวชาญ ทั้งด้านทรัพยากรและการลงทุน โดยเสนอยุทธศาสตร์การดำเนินการ 3 ด้านหลัก คือ ประการแรก การเพิ่มบทบาทความเป็นหุ้นส่วนกับเอเชีย สร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นหนึ่งเดียว มีการร่วมระดมทุน การร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เอเชีย การถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และเทคโนโลยี ซึ่งไทยเองก็มีโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าบริการและแรงงาน เพื่อเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ รองรับประชาคมอาเซียนและความร่วมมือเอเชีย-ยุโรปในอนาคต พร้อมพัฒนายุทธศาสตร์เส้นทางการค้าใหม่ๆ

ประการที่สอง การบริหารจัดการความเสี่ยง ที่อาจเกิดจากความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค โดยมีการพัฒนากระบวนการยุติธรรมและกฏหมายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความเจริญ
เติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคง เพื่อการพัฒนาและความร่วมมือที่ยั่งยืน

ประการที่สาม การขยายความตกลงการค้าเสรีระหว่างเอเชียและยุโรป เช่นเดียวกับการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก โดยให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจได้มีการหารือกัน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำต่อที่ประชุม ให้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนอาหารและพลังงานในอนาคต จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความต้องที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียและอาเซียน เป็นแหล่งผลิตอาหารและพลังงานที่สำคัญ ดังนั้น ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ คือ เกษตกร ต้องได้รับการดูแล ทั้งรายได้ ราคาสินค้าเกษตร ลดความ

เหลื่อมล้ำสร้างความมั่นคงในอาชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมการวิจัยด้วย

เริ่มมีการตั้งคำถามถึง สนช.


 และพิจารณา กฏหมาย ไปทีเดียวม้วนเดียวจบ ทำหน้าที่ ทั้ง สส สว ในตัวมันเอง คือสภาเดียว เน้นในเรื่อง กฏหมาย หรือตรวจสอบกลั่นกรอง งานรัฐบาล (ฝ่ายบริหาร) เสมือนหน้าที่.ของ สส สว ตามรัฐธรรมนูญ ปี 40 -50 

/ สมาชิก สนช ไม่มีความรู้เรื่องกฏหมาย จริงๆ หรือพูดเล่น หากไม่มีความรู้เรื่อง กฏหมาย ในหน้าที่ของตน มันก็งง ไปเลยว่า มี สนช ไว้ทำไม ให้สิ้นเปลืองแอร์ เงินเดือน ภาษีประชาชน เบี้ยเลี้ยง ในการประชุมทำไม มันเสียเวลา

 / และเขาแต่งตั้งมา หากไม่ตรงกับงานหรือความถนัด ลาออกได้ ครับ เขาจะได้แต่งตั้งคนใหม่ ไม่รู้ เรื่อง ไม่มีความรู้ แล้วเป็น สนช ทำไมล๊ะ ลาออกไป ก็จบ เขาจะได้ ตั้งคนอื่นแทน 

/ มันอันแรก สนช มันต้องมีความรู้ เรื่องกฏหมาย ก่อน ส่วนท่านจะเห็นด้วย หรือไม่ ลงมติอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่มันต้องมี ความรู้ เรื่องกฏหมาย ไม่มีความรู้ เรื่องกฏหมาย แล้วจะไป เป็นตัวแทน คนทั้งชาติ เป็น สนช พิษจารณา ออกกฏหมาย กลั่นกรองกฏหมาย ได้ อย่างไร (อย่างนี้มันผิด ฝั่งผิดฝา คนเสนอแต่งตั้ง หรือผิดฝั่งผิดฝา คนที่ได้รับแต่งตั้ง นึกคิดแล้วก็มึน จริง เอาคนไม่มีความรู้ ทางกฏหมาย แถมยอมรับ เองอีกว่า ไม่ความรู้ทางกฏหมาย ไปเป็น สมาชิก สนช . งานหนักไม่ใช่เล่น ต้องแม่นข้อกฏหมาย เพราะทำหน้าที่ ควบ ทั้ง สส สว เดิม มาเป็น สนช รับผิดชอบสูงนะครับ 

/ ผมยังตกใจ ไม่น่าเชื่อครับ ไม่มีความรู้ ทางกฎหมาย แล้วเป็น สมาชิก สนช เพื่อะไร มันน่าตกใจ และ งง ครับ ไปนั่งเป็นเพื่อนคนอื่น ในที่ประชุม เออออห่อหมก ตามๆ คนอื่น เพราะไม่มีความรู้ ด้านกฎหมาย 

/ ยังคงหวัง สปช (สภาปฎิรูป) ที่จ้อรายวัน หน้าสื่อ อยากดัง หน้าสื่อโชว์ตัว แต่ไม่รู้จักคุยในที่ประชุม/ ยืดยาด อืดอาด ยิ่งกว่า เรือเกลือ แค่ตำแหน่ง ประธาน ก็เรื่องมากกันแล้ว งานนี้ ชักไม่ค่อยสวย แล้วละ แต่ยังหวัง ให้พอได้เรื่องได้ราว บ้าง ไม่รัฐประหาร เสียของ เสียเวลาเปล่า เหมือน ปี 49 /
ตอนนี้ คงคาดหวัง เอาพอผ่าน จัดระเบียบเลือกตั้ง ให้เสร็จ จบเร็ว ฟ ก็พอแล้ว ดูรูปการณ์ ยิ่งอยู่ยาว คงยิ่งขัดแย้ง หนัก จาก สนช หรือ สปช ที่ คสช. จับใส่มาเอง เสนอแต่งตั้ง เองนั่นแหละ สนช บางคนถึง ขนาดพพูดว่า นี่ ไม่ได้ อยากเป็น แต่เขาจับใส่ ชื่อมา อย่างนี้ มันไม่ไหว แล้วล๊ะครับ มันชักไม่มีอนาคต คงทำงานลำบาก ในเมื่อ ทั้งไม่มีความรู้ และไม่เต็มใจ จิตอาสา ตั้งแต่ต้น มีคนเต็มใจอาสา อีกเยอะ ใครไม่เต็มใจ ควรลาออก ไปซะ/
สปช +สนช บางคนบอกว่า ขอจ้อกับสื่อ รายวันตามปกติ เพราะไม่ได้ มาเป็น ขีข้านายก แล้วใครบอ ใครตั้ง คุณมาเป็น สปช ขี้ข้านายกฯ มโนตีกิน ในมุ้งแล้ว (ใช้คำแรง วาทกรรมทางการเมือง งง ไปเลย เหมือนคนละเรื่อง สปช ประชุมยังไม่ประชุม ขอจ้อหน้าสื่อ หามวลชน ตีกิน รายวันกันเอง. แล้วมันจะได้ ข้อสรุปไหม ให้คนชมทีวี กดคะแนนเสียงโหวตหรือไง บางเรื่อง งง ถึง งงมาก 

/ สปช + สนช คือ คนมีความรู้จริงหรือ ดูท่ามันน่าจะต้องปฎิรูป สมาชิก สปช + สนช ก่อนที่ จะปฎิรูปประเทศ แล้วครับ)

ป๋าเปรม ปรากฏตัว เปิดสานใจไทย สู่ใจใต้ ยังเป๊ะ...ยิ้มแย้ม กับ "พล.อ.อุดมเดช-ไพบูลย์"

ป๋าเปรม ปรากฏตัว เปิดสานใจไทย สู่ใจใต้ ยังเป๊ะ...ยิ้มแย้ม กับ "พล.อ.อุดมเดช-ไพบูลย์"
ป๋าเปรม พลเอกเปรม. ติณสูลานนท์. ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่22
โดยมีืพลเอกอุดมเดช สีตบุตรรมช.กลาโหมและ ผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองผบสส./รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จาก3 เหล่าทัพ ร่วมด่วย ที่ สโมสรทหารบก เทเวศร์
โดยโครงการนี้เกิดขึ้น จากดำริของฯพณฯ พลเอกเปรม. ติณสูลานท์ ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ และได้รับการสนับสนุน จากมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม. ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรูวิชั่น และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมกันสนับสนุนและจัดกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้. และทัศนศึกษาสนานที่ต่างๆ ซึ่งมีเยาวชนที่นับถือ ศาสนาอิสลาม จาก 5 จังหวัดชายแดนใต้หระกอบด้วย. จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส. สงขลา และสตูล รวม240 คน
ซึ่งเมื่อเสร็จจากการพิธีเปิดโครงการในวันนี้ เยาวชน จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ใน 10. จังหวัดภาคกลาง สำหรับการใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์. นั้นเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ. เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนการ.ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทั้งนี้เยาวชนจะได้เดินทางไปเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม. ณ อุทยานเขาใหญ่ ร่วมทั้งได้ไปทัศนศึกษา เรือหลวงจักรีนฤเบศร สถาบันวิทยาศาสตรฟ์ทางทะเล มหาวิทยาวัยบูรพาและค่ายการเรียนรู้เปิดโลกวิทยาศาสตร์

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว 16ต.ค.57

ถอดถอน

"สุรชัย" ยัน สนช. ทำตาม กม. ไม่กังวลโดนฟ้องกลับ ขณะเสียงแตก เป็นสิทธิ์ คาดได้ 5 กมธ.ยกร่าง รธน. ในสิ้น ต.ค. 

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผย สำนักข่าว INN ว่า ในวันนี้ ประธาน สนช. จะขอหารือกับรองประธาน กรณีสำนวนคดีถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุ
รนนท์ และ นายนิคม ไวยรัชพานิช โดยคาดว่า จะเป็นการหารือถึงรูปแบบการประชุม และการให้สิทธิ์สมาชิกอภิปราย เนื่องจากจะมีการนำเข้าที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ ที่จะเป็นพิจารณารับเรื่องหรือไม่
เท่านั้น ซึ่งหากรับขั้นตอนหลังจากนี้จะอยู่ในกรอบประมาณ 25 วัน ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องที่สมาชิกเสียงแตกในประเด็นดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสมาชิกต่างมีสิทธิ์คิด
เห็นต่างกันได้

ส่วนกรณีอาจถูกฟ้องกลับนั้น ไม่กังวลใจ ขอให้มั่นใจว่า สนช. จะทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และรอบคอบมากที่สุด รวมถึงสำนวนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีจำนำข้าวเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้
เห็นต่างถือเป็นสิทธิ์ แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิรูป อยากให้พูดคุยกันให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายสุรชัย กล่าวอีกว่า สนช. จะคัดเลือก 5 บุคคล เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังเปิดการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ นัดแรก โดยคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้
-----------
ที่ประชุม สนช. ผ่านร่าง พรบ. 10 ฉบับ พรุ่งนี้พิจารณษต่ออีก 2 ฉบับ ก่อนเข้าวาระถอดถอน "นิคม-สมศักดิ์"

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีการประชุมเพื่อพิจาราณาร่างกฏหมายเรื่องด่วนจำนวน 10 ฉบับ โดยผ่านวาระการประชุมทั้งหมด ทั้งนี้ มีร่างกฏหมายค้างอยู่ที่

ประชุมอีกจำนวน 2 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา ซึ่งจะนำมาพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ (17 ต.ค. 2557) คือ ร่างพระราชบัญญัติ กองอาสารักษาดินแดน (ฉบับที่...) พ.ศ. และ ร่างพระพระราชบัณฑิตย์

สภา พ.ศ. ...

อย่างไรก็ตาม วาระการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชยพาณิช ออกจากสมาชิกวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาเป็นวาระสุดท้าย หากที่ประชุมมีมติ

รับหลักการ ในสัปดาห์หน้าก็จะมีการแถลงเปิดคดี โดยคู่กรณีต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง
-------
ป.ป.ช. พร้อมรับ 28 สนช.ใหม่ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ที่รัฐสภา ขณะ 10.00 น. ประชุมประจำสัปดาห์พิจารณา กม.ด่วน 12 ฉบับ

บรรยากาศที่รัฐสภาเช้านี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทยอยเข้าทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาบริการรับแบบบัญชีรายการทรัพย์สิน และ

หนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพิ่มเติม จำนวน 28 คน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ที่ ห้อง113 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 ขณะที่เวลา 10.00 น. มีการประชุม
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เรื่องด่วน จำนวน 12 ฉบับ

ทั้งนี้ เวลา 13.30 น. นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติศุลกากร แถลงข่าวเกี่ยวกับการนำพระราชบัญญัติศุลกากรไปใช้บังคับ ที่ห้องโถง ชั้น 1

อาคารรัฐสภา 1 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร รักษาความปลอดภัยบริเวณประตูเข้า-ออกอย่างเข้มงวด
ป.ป.ช. ประชุม 10.00 น. คาด พิจารณาคดีถอดถอน 39 ส.ว. - สปช. ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่
----------
ปปช. เตรียมเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สนช.ที่ตกค้าง 24 ต.ค.นี้ ส่วน ครม. พล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 31 ต.ค.

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า ทางป.ป.ช. จะเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมาคม รวมถึงอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 5 คน ในระหว่างวันที่24ตุลาคม ถึง

7พฤศจิกายนนี้

ส่วนรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น จะเปิดเผยในระหว่างวันที่ 31ตุลาคม ถึง วันที่ 14พฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ คณะกรรมการป.ป.ช. จะแถลงผลงานในรอบ8 ปีที่ผ่านมาของป.ป.ช.ต่อสื่อมวลชน ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคมนี้
-----------------
บรรยากาศที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วงเช้าวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่ 10.00 น. มีการประชุมประจำสัปดาห์ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คาด

ว่าจะมีการพิจารณาสำนวนคดีถอดถอน อดีตสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 39 ราย จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ ในประเด็นที่มาวุฒิสภา ว่า จะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาหรือ

ไม่ รวมถึงกรณีว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะต้องยื่น และแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องการส่งสำนวนคดีถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภานั้น ถูกเลื่อนการพิจารณาจากเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสรุปสำนวนคดีไม่แล้วเสร็จ
-----------
รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เผยถอดถอน สว. 38 คน ปมแก้ที่มา ส.ว. ให้เจ้าหน้าที่ดูเพิ่มเติมภายใน 2 สัปดาห์ 

บรรยากาศที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าสุด นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ในกรณีสำนวนคดีถอดถอนอดีต

สมาชิกวุฒิสภา 38 ราย จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ ในประเด็นที่มาของวุฒิสภา ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติให้ เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม ว่าการกระทำ

ของอดีตสมาชิกวุฒิสภาถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 อย่างเดียว หรือมีความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย พร้อมเปรียบเทียบกับสำนวนของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

และ นายนิคม ไวยรัชพานิช ว่ามีข้อกฎหมายแตกต่างอย่างไร ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ภายใน 2 สัปดาห์หน้าค่ะ

ส่วนกรณีที่ว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. จะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ทาง สปช. พิจารณาและเสนอความคิดเห็นเข้ามาให้

ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป
//////////////

สปช.

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บรรจุวาระ 21 ตุลาคม ประชุม สปช.นัดแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธาน

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำหนังสือเชิญสมาชิก สปช. ประชุม ครั้งที่ 1/2557 วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เวลา 09.30 น. ภายหลังจากมี

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศแต่งตั้งสมาชิก สปช. จำนวน 250 คน และสมาชิกได้เข้ามารายงานตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาปฏิรูปแห่ง

ชาติ เริ่มจากการรับทราบพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้ง จากนั้น สมาชิกรับพระบรมราชโองการและกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม จึงเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกประธานและรองประธาน โดยมี

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เนื่องจากเป็นผู้อาวุโสสูงสุด อย่างไรก็ตาม การประชุมใช้ระเบียบข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไปพลางๆ ก่อนในนัด

แรก
////////////
เคลื่อนไหวนายกฯ

นายกฯ เตรียมหารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ ก่อนร่วมประชุมอาเซม ที่อิตาลี กำหนดประเด็นโลก 

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีกำหนดเข้าหารือทวิภาคีกับผู้นำหลาย

ประเทศ ประกอบด้วย นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี

สิงคโปร์ จากนั้น จะร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรือ อาเซม ครั้งที่ 10 อย่างเป็นทางการ ก่อนจะรับฟังผลการประชุมสภาเอเชีย-ยุโรป การประชุมเวทีประชาชนเอเชีย-ยุโรป
สภาธุรกิจเอเชีย-ยุโรป และร่วมประชุมเต็มคณะ ในหัวข้อการส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินและเศรษฐกิจ ผ่านการเชื่อมโยงระหว่างเอเชีย-ยุโรป การเป็นหุ้นส่วนระหว่างเอเชีย-ยุโรป เพื่อกำหนด

ประเด็นโลกภายใต้โลกที่มีความเชื่อมโยงกัน
------------
"ม.ล.ปนัดดา" เผย นายกฯ เป็นห่วงสาวเผาตัวเอง โทรติดตามสถานการณ์ ขณะผู้ป่วยอาการดีขึ้น ยัน รบ. มีนโยบายช่วยอยู่แล้ว

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้า อาการบาดเจ็บของ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร จากเหตุจุดไฟเผาตัวเอง หลังมายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชนชั่วคราว

ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุม สุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป ที่อิตาลี ได้แสดงความเป็นห่วงและโทรศัพท์

สอบกลับมาเพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และให้ความร่วมมือกับแพทย์เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว โดยกระทรวงการคลังได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน และกระทรวง

มหาดไทยมีศูนย์ดำรงธรรมที่รับเรื่องร้องเรียน เพื่อส่งข้อมูลให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ปัญหาในพื้นที่ ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มงบประมาณให้ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าว ได้ส่งผลสรุปรายงานให้นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอการประชุมคณะ

กรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. หลังนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากอิตาลีแล้ว
-------------
นายกฯ ลุยปฏิรูปให้สัมฤทธิ์ผลใน 1 ปี ปัดหวังอยู่ยาว บอก จำเป็นใช้ กม.พิเศษ ยัน ช่วยเหลือ ปชช. ต้องไม่มีทุจริต

ภารกิจของนายกรัฐมนตรี ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี เอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง

ปัญหาด้านความมั่นคง ว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษควบคุมสถานการณ์เพื่อลดความขัดแย้งและเดินหน้าสู่การปฏิรูปประเทศให้สัมฤทธิ์ผลใน 1 ปี หากไม่จบ รัฐบาลใหม่ต้องรับไปดำเนินการ

พร้อมย้ำว่า ไม่ต้องการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกินกว่ากรอบเวลาที่วางไว้

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่าง ๆ ขณะนี้ ว่า ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายคณะ เพื่อเข้าไปศึกษาและต้องมีผลงานให้เห็น ที่

สำคัญต้องลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน และตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ได้เร่งแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ซึ่งหลายประเทศเข้าใจ และยังคงเข้ามาสานต่อด้านการค้าการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ต้องเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ พร้อมวางยุทธศาสตร์การทำงานให้ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งรัฐบาลก็จะเตรียมงบประมาณรองรับการดำเนินการ และจะไม่ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน

เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน จะให้โอกาสทุกฝ่ายในการต่อสู้คดี
-----------
นายกฯ หารือทวิภาคี ผู้นำญี่ปุ่นบอกไม่ต้องกังวล เดินหน้าสู่ ปชต. เต็มที่ ตามโรดแมป "อาเบะ" ชมความเป็นผู้นำ พร้อมเชิญไปเยือน

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือทวิภาคี กับ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดย นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แสดง

ความยินดีในโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหวังว่าจะมีโอกาสให้การต้อนรับในการเดินทางเยือนญี่ปุ่น

พร้อมกันนี้ ยังยกย่องความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีไทยที่พยายามแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างรวดเร็ว และยกย่องความพยายามในการปฏิรูปของไทย โดยขอให้ปฏิรูปและสร้างความ

ปรองดองสำเร็จ เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว และต้องรับฟังเสียงประชาคมโลกไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังขอให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยของไทย เพราะเวลานี้ ไทยอยู่ในช่วงโรดแมป ระยะที่ 2 แล้ว และพร้อมรับฟังคำแนะนำจาก

ประเทศต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ไทยจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เร่งการค้าการลงทุน พัฒนาระบบสาธารณูปโภค และที่สำคัญจะเร่งเดินหน้าเรื่องการลงทุนกับญี่ปุ่น ทั้งเรื่องระบบราง ดาวเทียม และการ

บริหารจัดการน้ำ


----------
ยาง

หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เป็นประธานประชุม กนย. ครั้งที่ 3 แล้ว หารือเครือข่ายถึงแนวทางช่วยยางทั้งระบบ 

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ครั้งที่ 3 พร้อมนายอำนวย ปะติเส ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เพื่อหารือกับตัวแทนภาครัฐและเครือข่ายต่างๆ ในการหาแนวทางช่วยยางพาราทั้งระบบ

ทั้งนี้ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธรกล่าวในที่ประชุมว่า มีข่าวดีรายงานต่อที่ประชุม เนื่องจากรายงานสถิติของสต๊อกยางโลกและของไทยมีปริมาณยางลดลง หลังปีที่แล้วปริมาณยางโลกอยู่ที่ 2ล้าน 9

แสนตัน ขณะที่ปีนี้ปริมาณอยู่ที่ 2 ล้าน 3 แสน ถึง 2 ล้าน 5 แสนตัน เช่นเดียวกับปริมาณยางของประเทศไทยปีที่แล้ว อยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่นตัน จนถึงเดือนกันยายน ปริมาณลดลงเหลือเพียง 4 แสน 4

หมื่นตัน ทำให้เชื่อได้ว่าราคายางของประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากขณะนี้ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย  มีปริมาณความต้องการยางสูงขึ้น
------------
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร ยันดึงราคายางพาราขึ้นกิโลกรัมละ 60 บาท 1-2 เดือน พร้อมช่วยเกษตรกรอีกเหลือไร่ 1,000 บาท

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ครั้งที่ 3 ว่า ในขณะนี้สถานการณ์สต๊อกยางพาราทั้งโลกมี

จำนวนลดลง จึงถือจังหวะนี้เพื่อดึงราคายางให้สูงขึ้นให้ได้ราคากิโลกรัมละ 60 บาท ภายใน 1-2 เดือน โดยจะใช้วงเงิน 20,000 ล้านบาท ในการซื้อยางแผ่นมาเก็บไว้ในสต๊อก พร้อมกันนี้ได้ติดต่อ

ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง เพื่อขอสินเชื่อในการรับซื้อน้ำยางข้นจากเกษตรกร รวมถึงยังได้มีแผนช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากราคายางตกต่ำ ด้วยการให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท สำหรับ
เกษตรกรที่มีสวนยางไม่เกิน 25 ไร่ ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาทต่อครัวเรือน

นอกจากนี้ ทาง กนย. ยังได้มีแผนระยะยาวในการช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการให้สินเชื่อปรับปรุงสวน ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่มีสวนยางไม่เกิน 15 ไร่ ในการประกอบอาชีพ

เสริมบนพื้นที่ที่มีอยู่ ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งหน้า
/////////
ป๋าเปรม

"พล.อ.เปรม" เปิดโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่น 22 ขณะ "พล.อ.สุรยุทธ์ - พล.อ.อุดมเดช - พล.อ.ไพบูลย์" พร้อมร่วม

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 22 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมตรีช่วย

ว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จาก 3 เหล่าทัพ ณ สโมสรทหารบก เทเวศร์

ทั้งนี้ โครงการนี้เกิดขึ้น จากดำริของ พล.อ.เปรม และได้รับการสนับสนุน จากมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทัพบก กองทัพเรือ

กองทัพอากาศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมกันสนับสนุนและจัดกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนที่นับถือ ศาสนาอิสลาม จาก 5 จังหวัด
ชายแดนใต้ เข้าร่วมกิจกรรม ได้เรียนรู้ และทัศนศึกษาสถานที่ต่าง ๆ และได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ใน 10 จังหวัดภาคกลาง เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนการ

ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
-------
"พล.อ.เปรม" ภูมิใจ มีสานใจไทย สู่ใจใต้ ช่วย จชต. สงบ ยัน ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ขอร่วมดูแลชาติ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวให้โอวาทกับเยาวชนในโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ปีที่ 22 ว่า  มีความภาคภูมิใจและชื่นใจมากที่มีโอกาสได้ทำโครงการนี้ ซึ่งอยากให้

เยาวชนทุกคนเข้าใจว่าทุกคนก็เป็นเจ้าของประเทศ และจะต้องได้รับความเป็นธรรม พร้อมกันนี้ ทุกคนก็จะต้องรักษาประเทศให้อยู่กับเราไปจนกว่าจะตายจากไป ซึ่งได้ย้ำว่า จะต้อง
สอนเรื่องความเป็นไทยและความเป็นธรรมกับให้กับเยาวชน ให้เรียนรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร และความไม่จริงเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ได้กล่าวว่า โครงการนี้จะสามารถช่วยทำให้เกิดความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้
---------------
"พล.อ.เปรม" ให้กำลังใจนายกฯ ดูแลประเทศให้สงบสุข พร้อมคำแนะนำส่วนตัว ขณะเป็นห่วง เหตุเผา ร.ร.ใต้

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้สัมภาษณ์ถึงการให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขอให้ช่วย

กันดูแลชาติบ้านเมืองให้มีความสงบสุขร่มเย็น ซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษที่จะแนะนำ เพราะที่ผ่านมาเวลาที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้คำแนะนำไปมากแล้ว แต่สื่อมวลชนไม่ทราบกัน

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ยังกล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์เผาโรงเรียนนั้น มีความเป็นห่วงทุกคนที่อยู่ในพื้นที่
-----------------

///////////
วิจารณ์ คสช.

"วุฒิสาร" ชี้รัฐบาลไม่มีความชัดเจนในเรื่องการกระจายอำนาจ หากวิจารณ์นโยบายต้องดูที่การจัดสรรงบประมาณ

รศ.วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวในงานเสวนา "จับตานโยบายสังคมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์" ในหัวข้อ จับตานโยบายการปกครองท้องถิ่น ว่า หากวิพากษ์วิจารณ์

นโยบายรัฐบาล ต้องดูที่การจัดสรรงบประมาณ และการแก้กฎหมาย นอกจากนี้มองว่ารัฐบาลไม่มีความชัดเจนในเรื่องการกระจายอำนาจ และที่มีประกาศ คสช. เรื่องการให้สรรหาสภาท้องถิ่นแทน

การเลือกตั้ง เป็นการขัดต่อการกระจายและคิดว่ารัฐบาลคงชะลอไว้จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น สปช. จะนำไปถกเถียงในสภาปฏิรูปอีกครั้ง ส่วนกรณีการ

กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษ แม่สอด สมุย แหลมฉบัง ได้มีการร่างกฎหมายไว้แล้ว และหากมีการหยิบมาสานต่อถือเป็นความก้าวหน้าก็ถือเป็นการกระจายอำนาจเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อยากเสนอแนวทางให้ สปช. ต้องทำงานโดยกลับไปคิด 3 เรื่อง คือ ออกแบบเชิงอำนาจ โครงสร้างสถาบัน และรัฐธรรมนูญชั่วคราว ต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออก

กฎหมายและวางรากฐานให้ประเทศไทยว่าจะเดินหน้าอย่างไร โดยเฉพาะวางรากฐานเรื่องการศึกษาและการวางโครงสร้างพื้นฐาน โดยห้ามไม่ให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ในเชิงหลักการ
---------
"วุฒิสาร" มองประชานิยมเรื่องปกติ แต่ต้องคำนึงเป็นประโยชน์หรือไม่ และต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น 

รศ.วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวในงานเสวนา "จับตานโยบายสังคมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์" ในหัวข้อ จับตานโยบายการปกครองท้องถิ่น ถึงกรณีนโยบายประชานิยม

โดยมองว่ารัฐบาลพยายามกำจัดขอบเขตของประชานิยม ซึ่งตนเองคิดว่าประชานิยมเป็นนโยบายปกติ เพียงแต่ต้องคำนึงว่าทำแล้วเป็นประโยชน์หรือไม่ รวมถึงต้องแยกนโยบายกับการคอร์รัปชั่นว่า

ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ดังนั้น ในทางการเมืองจึงไม่จำเป็นต้องสร้างกลไกในการควบคุม เพราะประชาชนถือเป็นกลไกหลัก และพรรคการเมืองย่อมมีเสรีภาพในการเสนอทางเลือกให้ประชาชน ส่วนเรื่องธรรมาภิบาลเป็น

เรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวด และทำงานอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ต้องจับตาเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคิดว่าการจัดเก็บภาษีต้องจัดเก็บภาษีทางตรงมากกว่าภาษีทางอ้อม

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์ร้องทุกข์ทำเนียบฯ

เปิดสำนักงาน กพ.ตรงข้ามทำเนียบฯ เป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องทุกข์ส่งมามากมาย เพราะได้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้อง

ทุกข์ของคสช.ด้วย โดยเราจะขยายไปใช้พื้นที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก ตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล เป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอีกส่วน ซึ่งคิดว่าจะทำให้การ

ต้อนรับประชาชนมีความสะดวกขึ้น ไม่ต้องมายืนกันอยู่ริมถนน ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ และกระทบต่อการสัญจร และห่วงในเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดได้ในไม่กี่วัน

ข้างหน้า ทั้งนี้ประชาชนต่างจังหวัดยังสามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ในทุกศาลากลางจังหวัดด้วย

4 กค. 2557 เวลา 15:53 น.
///////////
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.56 เวลา 15.00 น. ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นบริเวณใกล้กับทำเนียบรัฐบาล โดยมีชายสูงอายุ ได้ปีนต้นมะขามข้างสำนักงาน ก.พ.ถนนพิษณุโลก  ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทราบชื่อ

ภายหลังว่า นายทอง โพธิ์ดี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.หนองจิก อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ได้ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นมะขาม พร้อมเรียกร้องขอพบกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โดยต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อนของตนเอง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาให้นายทองลงมาพูดคุยกันก่อน แต่นายทองไม่ยอมลงมาจากต้นมะขาม พร้อมขู่ที่จะกระโดดลงมา เจ้า

หน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานนำเอารถกระเช้ามารอรับ และพยายามเจรจาเกลี่ยกล่อม นานกว่า 1 ชั่วโมง แต่เมื่อเห็นว่านายทองไม่ยอมลงมาแน่ จึงได้ติดต่อให้นายสุภรณ์ ออกมาพบ ซึ่งทันทีที่นายสุ

ภรณ์เดินออกมา นายทองก็ได้ปีนลงมาพร้อมเข้าไปโอบกอดนายสุภรณ์ด้วยอาการดีใจ  ทั้งนี้ นายทองให้เหตุผลที่อยากพบนายสุภรณ์ว่า ต้องการให้พาไปพบใครบางคน เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเอง นายสุ

ภรณ์ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายทองไปพูดคุยที่เรือนรับรองเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป..
//////////////
ในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2542 รัฐบาลสมัยนายชวนปล่อยสุนัขตำรวจ จำนวน 4 ตัว ไล่กัดม็อบสมัชชาคนจนที่มาเรียก

ร้องรัฐบาลนายชวนที่ทำเนียบ เพื่อให้รัฐบาลนายชวนช่วยเหลือพยุงราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำ ทั้งนี้ มีเกษตรกรจำนวน 13 ราย ถูกสุนัขตำรวจกัดได้รับบาดเจ็บ
//////////////
24ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนเดินทางมาร้องเรียนร้องทุกข์ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ช่วย

แก้ไขปัญหาให้จำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนรายหนึ่งระบุว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาร้องทุกข์มากกว่าปกติที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจากการสอบถาม

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าคสช.จะสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ และเนื่องจากจำนวนประชาชนที่มีเข้ามามากทุกวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแจกบัตรคิวจัดลำดับ เนื่องจากห้องของศูนย์บริการ

ประชาชนไม่สามารถรองรับได้พร้อมกันหลาย ๆ กลุ่ม

ชาวท่าปลาทวงเงินชดเชยสร้างเขื่อนสิริกิติ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มประชาชนที่เข้ามาร้องเรียนในวันนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นำโดย พันจ่าอากาศชำนาญ รอดพุฒ

นำชาวบ้านจากอ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มายื่นร้องเรียนจากคสช.ผ่านศูนย์บริการประชาชน เนื่องจาก 45 ปีที่ผ่านมาประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งแบ่งเป็นค่าชด

เชย(ค่าที่ดิน) 106,000บาท/ไร่ และค่าชดเชย(ค่าเสียโอกาส) 4,117.27บาท/ไร่/ปี

ขอหัวหน้าคสช.ปรับเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ2พัน

พร้อมกันนี้ พันจ่าอากาศชำนาญ ยังได้ยื่นข้อเรียกร้องถึงหัวหน้าคสช. ให้พิจารณาเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามพรบ.บำนาญประชาชนผู้สูงอายุ เนื่องจากเดือนละ600บาทน้อยเกินไป ขอให้เพิ่มเป็นเดือน

ละ2,000บาท

ชมรมมัคคุเทศก์จีนกลางหวังคสช.แก้ปัญหาไกด์เถื่อน

นอกจากนี้มี ชมรมมัคคุเทศก์จีนกลาง นำโดย นายแสงทอง ไพลินวิจิตร ประธานชมรม นำสมาชิกชมรม ยื่นให้หัวหน้าคสช.แก้ไขปัญหามัคคุเทศก์(ไกด์)ต่างชาติที่เข้ามาหากินในประเทศไทย ขัดต่อ

พรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่สงวนอาชีพมัคคุเทศก์ให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีไกด์ต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก อีกทั้งตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนิน

การจับกุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ขอเสนอให้หน่วยงาน อย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวลงพื้นที่ไปดูการทำงาน

ของตำรวจท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดด้วย

อบต.บ้านดงร้องจ่ายค่าภาคหลวงโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นธรรม

ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มประชาชนจาก ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จังหวัดลำปาง นำโดย นายศุกร์ ไทยธนสุกานต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง ร้องเรียนว่าอบต.บ้านดงไม่ได้รับคความเป็นธรรม

จากการจัดสรรค่าภาคหลวงแร่และค่าภาคหลวงปิโตรเลียม โดยตำบลบ้านดงได้รับการจัดสรรค่าภาคหลวงประมาณ 300,000 บาท ขณะที่ตำบลแม่เมาะได้รับประมาณ 92 ล้านบาท ทั้งตำบลบ้านดง

ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะโดยตรง เนื่องจากถูกใช้เป็นพื้นที่ทิ้งมูลดินทรายจากการขุดเปิดหน้าดินประมาณ10ล้านตัน/ปี ได้รับ

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน เพราะมีเสียงดังจากสายพานลำเลียงและรถบรรทุกขนาดใหญ่ตลอดทั้งวัน

///////
มอบคลังเป็นเจ้าภาพชี้เป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมมานาน ยึด 3 หลักการแก้ไข ให้ชุมชนมีส่วนร่วม ดึงแบงก์รัฐช่วยแก้ปัญหา คำนึงถึงความแตกต่างชุมชนเมือง-ชนบท 

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช. ครั้งที่12 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 ได้เห็นชอบในหลักการแนวทืางการแก้ไขปัญหาหนี้นองกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป้ฯหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินการ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กรมสรรพกร กรมบัญชีกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์กรมหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ให้ความร่วมมือด้วย

ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการ 3 ข้อในการดำเนินการ คือ ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาผ่านองค์กรการเงินชุมชน ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้แก่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. เข้าร่วมแก้ไขปัญหา และ ให้คำนึงถึงบริบทที่แตกต่างระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนในเขตเมือง

ในส่วนวิธีดำเนินการนั้น ให้ดำเนินการผ่านหน่วยงานและองค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบัน สร้างกลไกในการเจรจาประนอมหนี้ จัดให้มีกระบวนการในการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้ และกระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งผู้ประสบปัญหาหนี้นอกระบบสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ 2 ทางเลือก ได้แก่

องค์กรการเงินชุมชนที่สำรวจหนี้นอกระบบและจัดการแก้ไขหนี้ให้สมาชิก และ ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลูกหนี้ติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจในพื้นที่

สำหรับความจำเป็นในการออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐก็พยายามจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ขาดความชัดเจนในหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหา เจ้าหนี้เดิมไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ไม่มีคนกลางในการเจรจารวมถึงลูกหนี้ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันหัวหน้า คสช. ได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและให้เกิดผลทางปฏิบัติ และขอให้มีความเชื่อมโยงข้อมูลไปยังศูนย์ดำรงธรรมรวมถึงให้กระทรวงการคลังดูว่าจะมีการให้ความรู้กับประชาชนอย่างไร และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้จ่ายบัตรเครดิตแก่ประชาชนด้วยร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. ยังได้อนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินปี2557 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้หารือกันแล้วแต่ไม่ได้นำเข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดที่แล้วเนื่องจากมีการยุบสภาฯก่อน ดังนั้นจึงได้นำเข้าที่ประชุม คสช. ครั้งนี้ ซึ่ง คสช.อนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินโดยมีเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3% และให้ทั้ง 2 หน่วยงานหารือร่วมกันรายไตรมาส ซึ่งหากปรากฏว่าเงินเฟ้อได้เคลื่อนไหวออกจากเป้าหมายดังกล่าวก็ให้มีการรายงานต่อ ครม. ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช. ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยและพัฒนาการที่สำคัญ ในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งพบว่า ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.04% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยรวม 6.44 แสนล้านบาท และคาดว่า ในปี 57 ธุรกิจประกันภัยยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัว ประมาณ 7.4% และคาดว่าจะกลับมาขยายตัวตามปกติในระยะถัดไป

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชได้เร่งผลักดันกองทุนประกันภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว วงเงิน 200 ล้านบาท เนื่องจากใกล้เข้าฤดูกาลการท่องเที่ยวแล้ว เพื่อ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย

พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษก คสช. กล่าวว่าพลเอกประยุทธ์ ได้กำชับในที่ประชุม คสช.เกี่ยวกับการเร่งรัดการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ไม่เพียงจะแก้ไขปัญหาการไหลเข้าสู่ส่วนกลางของแรงงานต่างด้าวยังจะเป็นการเร่งเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมให้กว้างขวางขึ้น ลดต้นทุนด้านการขนส่ง และเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
////////////////////////////

สายสัมพันธ์กรณีทุจริตสนามฟุตซอล

โชว์ผังความสัมพันธ์เอกชน 5 ราย กวาดงานส.ฟุตซอล 37 แห่ง 133 ล.

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม 2557 เวลา 13:58 น.
เขียนโดย
isranews

"..หลักฐานสำคัญที่แสดงความเชื่อมโยง ของบริษัทเอกชนทั้ง 5 ราย คือ เอกสารการมอบอำนาจให้ "บุคคลกลุ่มเดียวกัน" เป็นตัวแทนติดต่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะที่กรรมการผู้ถือหุ้นบางบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน.."   

ppeeeeeeytreee

หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : เป็นแผนผังแสดงความสัมพันธ์ของบริษัทเอกชน 5 แห่ง ที่สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบว่ามีความเชื่อมโยง เป็นกลุ่มเดียวกัน และได้รับงานว่าจ้างก่อสร้างสนามฟุตซอล โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) 

1.บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา 3 แห่ง และ จ.อำนาจเจริญ 1 แห่ง รวมจำนวน 4 แห่ง 19,986,000 บาท 

2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด (GOOD LIMITED PARTNERSHIP) ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนใน จ.มุกดาหาร 5 แห่ง จ.น่าน 1 แห่ง และ อำนาจเจริญ 5 รวม 11 แห่ง วงเงิน 52,334,100 บาท

3. บริษัท แกรนด์สยาม 98 จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานี 7 แห่ง รวม 13,902,000 บาท

4. บริษัท วายอีอี จำกัด  ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลในจ.นคราชสีมา 10 แห่ง วงเงินรวม 24,995,000 บาท

5. หจก. เอ็มเอไอเอ็นเตอร์ไพร์ส เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอล จำนวน 5 แห่ง 22,497,500 บาท

รวมจำนวนสนามฟุตซอลที่ได้รับไปทั้งสิ้น 37 แห่ง วงเงิน 133,714,600 บาท   

ทั้งนี้ หลักฐานสำคัญที่แสดงความเชื่อมโยง ของบริษัทเอกชนทั้ง 5 ราย คือ เอกสารการมอบอำนาจให้ "บุคคลกลุ่มเดียวกัน" เป็นตัวแทนติดต่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะที่กรรมการผู้ถือหุ้นบางบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน

โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 11 ส.ค.46 ทุนเริ่มแรก 300,000 บาท มีผู้ลงหุ้น 3 รายคือ นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ นายชัยวิทย์ จิตเมตตา และนายจอมพล พลกัลป์ ถือหุ้นด้วยเงินคนละ 100,000 บาท ระบุสำนักงานที่ตั้ง เลขที่ 123/71 หมู่ที่ 2 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (ต่อมาระบุสำนักงานที่ตั้งเลขที่ 111/874 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านเฟิสท์โฮม รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ)

นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และมอบอำนาจให้ นายนิคม ขำรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 แขวงคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนกรุงเทพมหานคร

ขณะที่ บริษัท แกรนด์สยาม 98 จำกัด จดทะเบียนวันที่ 15 ตุลาคม 2551 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจก่อสร้าง จำหน่ายอุปกรณ์การเรียนการสอน หนังสือ ที่ตั้งเลขที่ 900/119 หมู่ที่ 12 ซอยอุดมสุข 26 ถนนสุขุมวิท 103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร (เลขที่เดียวกับที่อยู่ของนายชัยวิทย์ จิตตเมตตา) นาย ชัยวิทย์ จิตเมตตา นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ คนละ 40% นายสุรชัย วงศ์มณีรัตน์ ถือหุ้น 20% นายชัยวิทย์ จิตเมตตา นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ เป็นกรรมการ

จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด กับ บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด พบว่า ในการยื่นจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ต่อสำนักงานนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.53 น.ส.สุธาดา เรืองพูน กรรมการบริษัท ได้มอบอำนาจให้นายนิคม ขำรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 แขวงคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกัน

ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มเอไอ เอ็นเตอร์ไพร์ส จดทะเบียนวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ทุน 444,444 บาท ที่ตั้งเลขที่ 52 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร มีหุ้นส่วน 2 รายคือ

1.นายยี พณิชยา อยู่บ้านเลขที่ 123/18 ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ลงหุ้นด้วยเงิน 222,222 บาท
2.นายพิทูร มหานีรานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 242/55 หมู่ที่ 9 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ลงหุ้นด้วยเงิน 222,222 บาท

ขณะที่ บริษัท วายอีอี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ทุน 1 ล้านบาท (ต่อมา 20 มี.ค.55 เพิ่มทุนเป็น 5 ล้านบาท) ประกอบธุรกิจ ขายส่งและขายปลีกอุปกรณ์การเล่นกีฬา เครื่องสนามกีฬา สนามเด็กเล่น เครื่องออกกำลังกาย รวมทั้งลู่วิ่ง ที่ตั้งเลขที่ 77/242 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เฟส 5 ถนนพหลโยธิน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ( 10 เม.ย.57 ย้ายสำนักงานเลขที่ 44 หมู่ที่ 6 ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี) มีหุ้นส่วน 3 รายคือ

1. นายยี พณิชยา อยู่บ้านเลขที่ 128/2 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 ถนนจรัญสนิมวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 8,000 หุ้น (ต่างที่อยู่กัน)

2.นางสุเพ็ญ เอี่ยมอภิชาติ อยู่บ้านเลขที่ 123/48 หมู่ที่ 2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 1,000 1,000 หุ้น

3.นายชลอ ต่ายชาวนา อยู่บ้านเลขที่ 77/242 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เฟส 5 ถนนพหลโยธิน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (เลขที่เดียวกับที่ตั้งสำนักงาน)

นายยี เป็นผู้เริ่มก่อการ กรรมการผู้ขอจดทะเบียน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มเอไอ เอ็นเตอร์ไพร์ส และบริษัท วายอีอี จำกัด มี น.ส.ธัญญา พลเสน เป็น “ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยี ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและกรรมการบริษัทฯ ในการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน และจัดตั้งบริษัท ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพฯ (ดูเอกสาร) น.ส.ธัญญา ยังมีชื่อเป็นพยานในการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท วายอีอี อีกด้วย

และยังพบว่า ในการจดทะเบียนเพิ่มทุน บริษัท วายอีอี จำกัด จาก 1 ล้านบาทเป็น 5 ล้านบาท เมื่อ 20 มี.ค.55 นายเกรียงไกร พลเสน เป็น“ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยี ในการยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ธัญญา และ นายเกรียงไกร “ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยีทั้ง 2 คน มีชื่อ เป็นผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ที วี เอ็น เทคโนโยลี จำกัด ของ น.ส.ณัฐวรี ชาลีเครือ ในการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุน ของบริษัท ทีวีเอ็นฯ ด้วย 

ทั้งนี้ น.ส.ณัฐวรี ชาลีเครือ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท พี.อาร์.เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับ น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ และ น.ส.สุธาดา เรืองพูน

บริษัท วายอีอี จำกัด ยังใช้โทรศัพท์หมายเลข 02-54300…ซึ่งเป็นเลขหมายเดียวกับ บริษัท พี.อาร์.เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

จากข้อมูล เห็นได้ว่า ผู้รับเหมา 5 ราย มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน

อ่านประกอบ : 

บ.เก่านักการเมืองโผล่รับเหมาฟุตซอล 2 จว.“หุ้นใหญ่”อยู่บ้านเดียวกับ ส.ส.

หลักฐานมัด"หุ้นใหญ่"รับเหมาส.ฟุตซอล"ที่อยู่"เดียวอดีต ส.ส.-เจ้าตัวปัดเอี่ยว!

โผล่ 2 บริษัทโยงเครือข่ายอดีต ส.ส.ฟันรับเหมาสนามฟุตซอลอีก 4 จว. 66 ล.

3 ผู้รับเหมาสนามฟุตซอลโคราช“กลุ่มเดียวกัน” โยง บ.ใหม่ญาติอดีต ส.ส.   

ederfrfrgrgtgt

 

 

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว 14ต.ค.2557

สปช.

"พล.อ.เลิศรัตน์" ปัดแสดงความเห็น ลต. นายกฯ โดยตรง มอง "เทียนฉาย" เหมาะ ปธ.สปช. คาด ร่างข้อบังคับ 1 ด. เสร็จ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า โครงสร้างทางการเมือง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการปฏิรูป แต่มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะแสดงความเห็น
เรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งต้องใช้เวลาออกแบบรูปแบบทางการเมืองของประเทศไทย ให้เดินหน้าไปด้วยความปรองดอง ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นประธานนั้น ต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ รอบรู้ เด็ดขาด เป็นผู้นำ และต้องเป็นที่ยอมรับ โดยมองว่า นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ก็มีความเหมาะสม

ขณะที่ กรอบเวลา 1 ปี ค่อนข้างจำกัด แต่ไม่กดดัน ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำร่วมกัน ฟังเสียงรอบข้าง เพราะการปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นบนความยอมรับของทุกฝ่าย ส่วนข้อบังคับการประชุม สปช. คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการร่าง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.เลิศรัตน์ สมัครมาในด้านพลังงาน และเห็นว่าความมั่นคงของพลังงานไทยในอนาคต เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรูปธรรม มีราคาที่เหมาะสม เพราะมีผลกระทบในหลายด้าน ทั้งนี้ จะ
ได้อยู่ด้านดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการแบ่งกรรมาธิการด้วย
----------
"เอนก" มอง ปธ.สปช. ต้องเป็นที่ยอมรับ ด้าน "ธวัชชัย" จ่อเสนอ กม.คอร์รัปชั่น ไม่มีหมดอายุความ ห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า สำหรับการปฏิรูปต้องมีการปฏิรูปตนเองด้วยเช่นกัน และประธาน สปช. ต้องเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน เข้มงวดตนเอง และให้อภัยผู้อื่น นอกจากนี้ หลังจากเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ สปช. จะต้องมีการพูดคุยเรื่องยุทธศาสตร์การปฏิรูปแบบองค์รวม

ขณะที่ ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านเศรษฐกิจ มองว่า กรอบระยะเวลาในการทำงานจะต้องทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีตามที่ได้กำหนดไว้ พร้อมเสนอกฎหมายการคอร์รัปชั่นต้องไม่มีอายุความ รวมถึงบุคคลที่เคยมีความผิดฐานคอร์รัปชั่น ต้องห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต รวมถึงเสนอรัฐบาลเพิ่มงบประมาณให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทั้งนี้ ในระหว่างการอภิปราย ได้มีนักศึกษาเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ปฏิรูปในส่วนของการปฏิรูปกองทัพอีกด้วย
------------
"กิติพงศ์" รายงานตัว สปช. คนที่ 10 ของวันนี้ ขณะวิป สนช. เริ่มพิจารณาถอดถอน "นิคม - สมศักดิ์" แล้ว

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 10 คน โดย นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ สมาชิก สปช. ลำดับที่ 10 มาเป็นคนที่ 10 ซึ่งขณะนี้ มีสมาชิก สปช. มารายงานตัวทั้ง 7 วัน รวมเป็น 246 คน จากจำนวน 250 คน ซึ่งเหลือสมาชิก สปช. ที่ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัวอีกเพียง 4 คน

ขณะที่ การประชุมคณะกรรมาธิการกิจการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ได้เริ่มแล้ว พร้อมพิจารณาถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง ซึ่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้เสนอให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มอบหมายให้พิจารณา
----------
"วิทยากร" ปาฐกถา 14 ตุลา แนะ เลือกนายกฯ ครม. โดยตรง มอง ผู้แทนราษฎร ไม่ควรทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร

รศ.วิทยากร เชียงกุล คณบดีกิตติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวปาฐกถางานรำลึก 41 ปี 14 ตุลา 2557 ในหัวข้อ “ขบวนการประชาชน ปัญหา และทางออกของประเทศไทย”
ตอนหนึ่ง ว่า สำหรับประชาธิปไตยแบบตัวแทน ขอเสนอแนะให้ควรเลือกนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนผู้แทนราษฎรควรเลือก 2 รอบ เพื่อให้ได้ผู้ชนะที่มีคะแนนเสียงมากกว่า
ร้อยละ 50 รวมถึงควรมีการเลือกผู้แทนจากกลุ่มอาชีพทำงานร่วมกับผู้แทนจากท้องที่ ทั้งนี้ ผู้แทนควรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพียงอย่างเดียว และไม่ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร
--
"วิทยากร" มอง 14 ตุลา ทำให้ ปชต. ตื่นตัว ขณะการปฏิรูปประเทศ ต้องเริ่มจากตัวเอง เปิดกว้างรับฟัง  

รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวปาฐกถางานลำรึก 41 ปี 14 ตุลาคม 2557 ในหัวข้อ “ขบวนการประชาชน ปัญหา และทางออกของประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า ขบวนการ 14 ตุลา ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าในบางเรื่องเช่นการตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย แม้คณะทหารจะทำรัฐประหารยึดอำนาจได้หลายครั้งแต่มักอยู่ได้แค่ระยะสั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ 14 ตุลา ทำลายการผู้ขาดอำนาจของทหารได้ระดับหนึ่ง แต่กลายเป็นการเปิดช่องทางให้ชนชั้นนำอื่น ๆ เช่น นายทุน ข้าราชการระดับสูงเข้ามามีอำนาจแทน ชนชั้นนำเหล่านี้ยอมรับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเป็นเครื่องมือในการจัดสรรแบ่งปันอำนาจ

สำหรับแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ประชาชนเริ่มจากการปฏิรูปตนเอง หากรับฟังอย่างใจกว้าง เปลี่ยนวิธีคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง ไม่ควรเข้าข้างชนชั้นนำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยอารมณ์ ศรัทธาแบบ
คับแคบ แต่ควรหาข้อมมูลเชิงประจักษ์ อย่างจำแนกเป็นเรื่อง ๆ
---------------
"คำนูณ" อภิปรายงาน 14 ตุลา หวังปฏิรูป 1 ปี ขจัดอำนาจนักการเมืองกลุ่มทุน ยัน ทำหน้าที่ สปช. ให้ดีที่สุด

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านกฎหมาย การอภิปราย หัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า วันนี้ประเทศไทย มีการตั้งคำถามและกำลังถกเถียงว่าอะไรคือประชาธิปไตย และพยายามหาคำตอบร่วมกัน ซึ่งตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญมีการบัญญัติว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องสังกัดพรรคการเมือง และต้องปฏิบัติตามมติพรรคการเมือง ไม่เช่นนั้น หากพรรคการเมืองถูกขับออกจากพรรคการเมืองจะทำให้พ้นสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบทบัญญัติที่ว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงคิดว่าบทบัญญัติดังกล่าวได้ทำลายสิทธิทางการเลือกตั้ง และสิทธิการสมัคร ส.ส. ซึ่งไม่แตกต่างจากการคัดสรรผู้แทนให้เข้ามาให้ประชาชนเลือกเช่นเดียวกับประเทศจีน และฮ่องกง

ดังนั้น มีความหวังว่า ภายในระยะเวลาการปฏิรูป 1 ปี ต้องขจัดอำนาจนักการเมืองกลุ่มทุน ขจัดการผู้ขาดอำนาจไว้ที่อำนาจรัฐส่วนกลาง เช่น การปฏิรูปตำรวจ และกระจายอำนาจการปกครอง อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ แต่หวังว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะทำให้ดีที่สุด
-------------
"เอนก" มอง สปช. ไม่ควรเป็นอาชีพทางการเมืองเพื่อหาโอกาสและผลประโยชน์ ขอใช้เหตุ 14 ตุลา เป็นบทเรียน

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า สปช. ต้องนำจิตวิญญาณของเหตุการณ์ 14 ตุลา มาใช้เป็นบทเรียน และ สปช. ไม่ควรเป็นอาชีพทางการเมืองเพื่อหาโอกาสและผลประโยชน์ รวมถึงการนำความทรงจำที่เกี่ยวกับ 14 ตุลาใช้และเชิญชวนประชาชนทั้งประเทศ ให้ลดความรู้สึกขมขื่นและลดการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ว่าการปฏิรูปจะล้มเหลว โดยต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่ายให้มากที่สุด ซึ่งจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ดังนั้น คิดว่าหากทำได้เพียงร้อยละ 25 จากเหตุการณ์ 14 ตุลา ถือว่าสามารถทำได้ดีมาก
----------
"มานิจ" เผย สปช. เป็นโอกาสที่ดีในการแก้ปัญหา หวัง ปชช. ช่วยผลักดันปฏิรูป แสดงความเห็น ตรวจสอบการทำงานสื่อ

นายมานิจ สุขสมจิตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อมวลชน กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า ที่ผ่านมา ในประเทศไทย ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นเลย ซึ่งเมื่อมีสภาปฏิรูปฯ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ ระบบทุนนิยม ระบบราชการ โดยเฉพาะด้านสื่อสารมวลชน ที่รัฐต้องไม่ใช้ภาษีอากรของประชาชนมาซื้อสื่อมวลชนและทำให้สื่อขาดเสถียรภาพจนทำให้ประชาชนขาดโอกาสและสิทธิในการรับรู้

ดังนั้น จึงหวังว่าประชาชนที่มีความสำคัญโดยตรงต้องช่วยผลักดันและแสดงความคิดความเห็น และช่วยกันตรวจสอบโดยเฉพาะการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
---------------
สปช. "ธวัชชัย" เผย ศก. คอร์รัปชันมากสุด "คำนูณ" ฝากนายกฯ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียม ด้าน "รสนา" ขอ ไร้ผูกขาดพลังงาน

ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า ในด้านเศรษฐกิจประสบกับความทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องมีการรวมตัวของเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น พร้อมเชื่อว่า หากมีกติกาชัดเจนภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้คิดว่าปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากนักวิชาการ จึงมองว่าหากแก้ปัญหาไม่ได้ขออย่าทำให้เกิดปัญหา

ขณะที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านกฎหมาย กล่าวว่า ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงการปฏิรูปพลังงาน ว่า ขอให้รอผลจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ก่อนเปิดการพิจารณาสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้าน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านพลังงาน กล่าวว่า หวังว่าการปฏิรูปไม่ใช่ทำเพียงแค่สมาชิก สปช. จำนวน 250 คน ในสภา พร้อมเสนอยกเลิกระบบสัมปทาน แต่ขอให้ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต โดยต้องไม่มีการผูกขาดพลังงาน

///////////
"สุรชัย" เผย วันนี้เลือก สนช. 5 คน เป็น กมธ.ยกร่าง รธน. ขณะยังไม่เห็นสำนวนถอนถอด "ยิ่งลักษณ์" จาก ป.ป.ช.

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันนี้จะมีการนำเรื่องการคัดเลือกบุคคลในสัดส่วนของ สนช. 5 คน เพื่อเข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติที่มีความรู้ทางกฎหมาย คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและเสียสละต่อประเทศชาติส่วนกรณีการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ขณะนี้ยังไม่ทราบจะเรื่องนำเข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่

นอกจากนี้ สำหรับกรณีการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกรณีโครงการรับจำนำข้าว ขณะนี้ ยังไม่เห็นสำนวนการถอดถอนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เผยจะส่งมายัง สนช. วันนี้
-----------
"พรเพชร" นำวิป สนช. ประชุมถอด "นิคม-สมศักดิ์" ก่อนเลือก กมธ.ยกร่าง รธน. ล่าสุด สปช. รายงานตัวแล้ว 247 คน 

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีวาระพิจารณากรณีการร้องขอให้ถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้เสนอเรื่อง และประธาน สนช. มอบหมายให้พิจารณา

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะหารือเรื่องการวางหลักเกณฑ์ที่จะให้ได้มาซึ่งบุคคลจากสมาชิก สนช. ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. มารายตัวแล้ว 11 คน รวม 247 คน จากทั้งหมด 250 คน และเหลือผู้ที่ยังไม่ได้มารายตัวเพียง 3 คน
------------
สนช. บรรจุวาระถอด "สมศักดิ์ - นิคม" 17 ต.ค. เปิดชื่อ กมธ.ยกร่าง รธน. 30 ต.ค. ขณะ สปช. รายงานแล้ว 248 คน

น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษก วิป สนช. กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ว่า ให้บรรจุวาระถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีกระทำผิดต่อหน้าที่ เข้าที่ประชุม สนช. ในวันศุกร์ที่ 17 ต.ค. นี้ โดยจะเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอญัตติว่า สนช. จะมีอำนาจในการถอดถอนหรือไม่ ตามความผิดที่เกิดตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ให้ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม

ส่วนการสรรหาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะมีการประชุมก่อน โดยคัดจากบุคคลในและนอก สนช. ให้ได้รายชื่อในวันที่ 30 ต.ค. นี้  โดยขณะนี้ มี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แสดงความจำนงแล้ว

ขณะที่ล่าสุด การรายงานตัวของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันที่ 7 มีสมาชิกมารายงานตัว 12 คน รวม 7 วัน 248 คน จาก 250 คน ทำให้ขณะนี้ มีสมาชิกที่ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัว 2 คน คือ นางทิชา ณ นคร ส่วน นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ซึ่งติดภารกิจที่ต่างประเทศ ได้แจ้งขอแสดงตนในวันที่ 18 ต.ค. 57
-------------
ป.ป.ช. เลื่อนพิจารณาถอด 39 ส.ว. ไป 16 ต.ค. พร้อมหารือ สปช. ยื่นทรัพย์สินหรือไม่ ยัน ส่งสำนวน "ยิ่งลักษณ์" ให้ สนช. แล้ว

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันนี้ ไม่มีการพิจารณาสำนวนคดีถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 39 ราย กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ ในประเด็นที่มาของวุฒิสภา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสรุปสำนวนคดีได้ทัน จึงขอเลื่อนการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคมนี้ ซึ่งในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่

ส่วนสำนวนคดีถอดถอนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีไม่ละงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว นายปานเทพ เปิดเผยว่า ได้ส่งสำนวนคดีถอดถอนดังกล่าวไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไปแล้ว เมื่อบ่ายที่ผ่านมา
///////////
ภารกิจนายกฯ

นายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงกรณีไมโครโฟนแพง หลังประชุม ครม. ขณะ ก.มหาดไทย เตรียมรายงานจัดโซนนิ่งปลูกข้าว

การประชุมคณะรัฐมนตรี ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุมแล้ว โดยก่อนประชุม สื่อมวลชนได้สอบถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชุดไมโครโฟนที่มีราคาแพง ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ตึกบัญชาการ 1 ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอชี้แจงภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย จะรายงานความคืบหน้าข้อมูลพื้นที่การจัดโซนนิ่งการปลูกข้าวทั้งในและนอกระบบชลประทาน โดยจะเน้นปลูกข้าวคุณภาพดีราคาสูง ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะนำรายงานข้อมูลพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งใน 2 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง และเสนอแผนการขุดลอก คูคลอง แผนสร้างแหล่งน้ำรวมถึงแผนการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค
---------
นายกฯ ย้ำ รัฐธรรมนูญยึดตามโรดแมป ขอ สปช. เสนอความเห็นปฏิรูปในที่ประชุม ยัน อังกฤษไม่ติดใจคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยว 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า จะต้องมีรัฐธรรมนูญตามโรดแมปปฏิรูปที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ได้ให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. แสดงความคิดเห็นให้น้อยลง โดยให้ไปเสนอความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปในที่ประชุม สปช.

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันว่า ประเทศอังกฤษไม่ได้เรียกอุปทูตไทย ไปชี้แจงกรณีจับกุมผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า แต่เจ้าหน้าที่ไทยได้เข้าชี้แจงเอง ซึ่งทางประเทศอังกฤษก็เข้าใจดี และไม่ได้ติดใจอะไร
เพราะการจับกุมเป็นไปตามหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนที่ตำรวจอังกฤษจะเข้ามาร่วมช่วยเหลือทางคดีนั้น ก็สามารถเข้ามาได้ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพนอกอาณาเขตด้วย
-----------
"พล.อ.ประวิตร" ตั้ง "ถวิล" นั่งที่ปรึกษาส่วนตัว ยัน "พล.อ.อักษรา" เป็น หน.พูดคุยสันติสุข เดินหน้าทุ่งยางแดงโมเดล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวการแต่งตั้ง นายถวิล เปลี่ยนสี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ว่า ตนได้แต่งตั้งให้มาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ซึ่งในส่วนหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขยังคงเป็น พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะนำทุ่งยางแดงโมเดล มาใช้ในทุกพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะก่อให้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืน ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียนนั้น ยังไม่มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แค่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
------------------
นายกฯ เผย ทุ่งยางแดงโมเดล เข้มปลอดภัย ตั้ง หน.สันติสุข หลังคุยมาเลย์ จ่อบินอิตาลีประชุมอาเซ็ม พร้อมหารือส่วนตัว 5 ปท.

พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งทุ่งยางแดงโมเดล ภายหลังเกิดเหตุลอบเผาโรงเรียนใน จ.ปัตตานี ว่า เป็นมาตรการกวดขันการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่โมเดลใหม่แต่เป็นการปรับให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการอย่างบูรณาการ ส่วนการกำหนดหัวหน้าชุดพูดคุยสันติสุขนั้น จะดำเนินการภายหลังเดินทางไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเดินทางไปประชุมผู้นำเอเชียยุโรป หรือ อาเซ็ม ครั้งที่ 10 ที่สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคมนี้นั้น จะพูดถึงความร่วมมือของประชาคมโลก ด้านการค้าเศรษฐกิจ เรื่องสภาพแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงอุหภูมิโลก ความแห้งแล้งของทรัพยากรน้ำ ทั้งนี้ จะมีโอกาสเข้าหารือส่วนตัวกับต่างประเทศ 5 ประเทศด้วย
----------------
รมว.กห. เผย ดูภาพรวมสันติสุขใต้ ขณะเรื่องความปลอดภัย เป็นหน้าที่ ผบ.ทบ. ปัดข่าวมาเลย์ เลื่อนให้นายกฯ เยือน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยังไม่ลงไปติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งหน้าที่ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะต้องไปติดตามในการให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งตนจะดูในภาพรวมในการขับเคลื่อนในการทำให้ภาคใต้เกิดสันติสุขในทุก ๆ ด้าน

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่ทางมาเลเซียขอเลื่อนไม่ให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนในขณะนี้ ว่าไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องการไปเยือนต่างประเทศนั้น เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่จะไปชี้แจงยังต่างประเทศถึงสถานการณ์ของประเทศไทยและความต้องการของประชาชนชาวไทย
//////////
นายกฯ เร่งแก้ราคายางตก ยัน ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไร้ทุจริต ขณะผลสอบไมโครโฟนแพง ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาควมมสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การแก้ไขปัญเรื่องผลผลิตทางการเกษตรว่า การแก้ปัญหาเรื่องข้าวนั้นมีมาตรการเร่งด่วนรองรับ ซึ่งมาตรการให้เงินช่วยเหลือชาวนา 1,000 บาทต่อไร่ ต้องไม่มีการทุจริต ซึ่งหากมีการทุจริตต้องมีผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ ได้มีการตั้งรองนายกรัฐมนตรีดูแลมาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ ไม่ให้มีการทุจริต

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้บังคับให้เกษตรกรเลิกทำนา ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารานั้น ต้องมีการหมุนเวียนสต๊อกยางพารา และจะต้องมีการส่งเสริมทั้งของภาครัฐและประชาชน ขณะเดียวกันจะ
ดำเนินการพูดคุยกับต่างประเทศเพื่อมาซื้อยางพารา

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบราคาไมโครโฟน โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ
คตร. ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว แต่ยังเหลือในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งจะต้อง
นำข้อมูลทั้ง 3 ส่วนมาประกอบกันเพื่อสรุปผลตรวจสอบอีกครั้ง
-----------
ครม. เห็นชอบออกกฎหมายควบคุมนำเข้าบารากุ - บุหรี่ไฟฟ้า ขณะเตรียมงดส่งน้ำปลูกข้าวนาปรัง รับมือน้ำแล้ง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้กรมการค้าต่างประเทศออกกฎหมายควบคุมการนำเข้าบารากุ รวมไปถึงบารากุไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้า (อี-ซิกาแรต) ภายใต้ พ.ร.บ.นำเข้า-ส่งออกสินค้า พ.ศ. 2522 เนื่องจากปัจจุบันมีการเผยแพร่ การซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า และบรากุ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการเชิญชวนกลุ่มเยาวชน ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติห้ามนำเข้ามาภายในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเหล้าปั่น ซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบการรายงานสถานการณ์น้ำ ประจำปี 2557-2558 โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้งดส่วน้ำปลูกข้าวนาปรัง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง รวม 26 จังหวัด เนื่องจากมีปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่น้อย และจะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
--------
นายกรัฐมนตรี ระบุ การเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บภาษีมรดก ต้องพิจารณารอบคอบ มั่นใจ ผ่านกฎหมายนี้

พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษคามสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า กล่าวถึงความคืบหน้า การเสนอ ร่างพรบ.จัดเก็บภาษีมรดก เข้าสู่การพิจารณาของสนช. ว่าจะต้องมีการพิจารณาให้รอบด้านเพราะกฏหมายนี้ถือว่ามีความสำคัญกับคนทุกกลุ่ม แม้หลายรัฐบาลที่ผ่านมาการผลักดันจะไม่สำเร็จ แต่เชื่อว่าร่างพรบ.ฉบับนี้ จะผ่านความเห็นชอบจากสนช. แน่นอน ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับผู้มีรายได้น้อย ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงดูแลเพื่อจัดสรรให้มีความเหมาะสมและถูกต้อง พร้อมวางโครงสร้างการจัดการใหม่ทั้งหมด
----
"ม.ล.ปนัดดา" เผย ตรวจข้าวในแล็บเสร็จ 15 ต.ค. นายกฯ กำชับทำงานเต็มรูปแบบ ขณะ ป.ป.ช. ยังไม่ประสานขอข้อมูล

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การตรวจสอบคุณภาพข้าวจากห้องปฏิบัติการ ว่า มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุด ห้องแล็บของได้กระทรวงพาณิชย์ ขอตรวจทานครั้งสุดท้ายเพื่อจำแนกเกรดของข้าวให้ถูกต้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม และจะรายงานคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) และนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะนำข้าวที่คัดแล้วที่มีคุณภาพเต็มร้อยนำมาจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทำรายงานแบบเต็มรูปแบบทุกขั้นตอนการทำงานเพื่อป้องกันความผิดพลาด ส่วนผลลัพธ์ตัวเลขความเสียหายจากปริมาณข้าว กระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้รายงาน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการขอข้อมูลความเสียหายจากคุณภาพข้าวเพื่อนำไปประกอบคดีรับจำนำข้าว