PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

“อีทูดี้” ถอนทัพจากไทยแล้ว.. ใครจะเป็นรายต่อไป ?

“อีทูดี้” ถอนทัพจากไทยแล้ว.. ใครจะเป็นรายต่อไป ?

กรณีศึกษา เมื่อแบรนด์ที่เคย ดังและปังอย่าง “อีทูดี้” ยังต้องปิดฉากธุรกิจในไทย สะท้อนตลาดเคาน์เตอร์แบรนด์เมืองไทยโจทย์ยาก (ระดับเดียวกับแอดมิดชั่นเข้าแพทย์จุฬา) ในไทย
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว บ้านเราเกิดปรากฏการเกาหลีฟีเวอร์ อันเป็นผลมาจากซีรีย์เกาหลีสุดฮิตระดับวาระแห่งชาติอย่าง Autumn in my heart รักนี้ชั่วนิรันดร์และแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง แถมมาด้วยการเข้ามาของ K-POP กระแสหลักอย่าง Baby Vox, เรน, ดงบังชินกิ, ซูเปอร์จูเนียร์ (Super Junior) เรียกได้ว่าวันนั้นอะไรก็ตามที่เป็นเกาหลีในประเทศไทย ต่างขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ร้านปิ้งอย่างสไตล์เกาหลีผุดขึ้นทุกหัวระแหงบิมบัม หรือข้าวยำเกาหลี กลายเป็นของอินที่วัยุร่นไทยจะต้องกิน คนไทยต่างหลั่งไหล
ด้วยกระแสสินค้าเกาหลีกำลังบูมติดลมบนในตลาดประกอบกับเครื่องสำอางเกาหลีเริ่มที่จะบุกตลาดโลกมากขึ้น อีทูดี้นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท คอสเมกก้า จำกัด นับเป็นแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีแบรนด์แรกที่มาเปิดเคาเตอร์ในประเทศไทย  ย้อนกลับไปในเวลานั้น อีทูดี้ นับเป็นเครื่องสำอางเคาเตอร์แบรนด์ที่ล้ำและนำเครื่องสำอางเคาเตอร์แบรนด์จากฝั่งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นไปมาก ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามใหม่ตามฉบับเกาหลี
แต่ที่ดังและปังที่สุดของอีทูดี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นตอนที่เปิดตัว BB ครีมของแบรนด์ เรียกได้ว่า สร้างความฮือฮา ในตลาดเครื่องสำอางบ้านเราในเวลานั้นอย่างมาก ด้วยนวัตกรรมที่แปลกใหม่และยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อนแถมยังตอบโจทย์ชีวิตอันเร่งรีบของสาวในเมืองใหญ่ ครีมเดียวที่รวมเอา ครีมบำรุงผิว เมคอัพเบส และครีมกันแดดในหนึ่งเดียว ทำให้ BB ครีมของอีทูดี้ นั้นได้รับการตอบสนองจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม และในเมื่อขายดีขนาดนั้นจึงให้มีธุรกิจรับหิ้วสินค้าเข้ามาขาย เพื่อตอบสนองกลุ่มคนไทยที่มีเงินแต่ไม่อยากรอ!
จุดเริ่มต้นของหายนะของอีทูดี้ อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าปัจจุบันมีแม่ค้าในอินเตอร์เน็ตจำนวนมากรับที่หิ้วและพรีออดอร์อีทูดี้มาขาย ประกอบกับเริ่มมีผู้เล่นรายอื่นๆเข้ามาแชร์ตลาดเครื่องสำอางมากขึ้นทั้ง สกินฟู้ด , โรจูคิส, เดอะเฟซช้อป, มิชชา หรือแม้กระทั้ง กลุ่มทุนใหญ่อย่างไมเนอร์กรุ๊ป ก็ยังลงมาเล่นในตลาดเครื่องสำอางเกาหลี โดยทำการนำเข้าแบรนด์เครื่องสำอางลาเนจ มาจัดจำหน่ายในประเทศไทย กลุ่มทุนใหญ่เกาหลีเองอย่างกลุ่มอมอร์ แปซิฟิค เองก็ได้ส่งโซลวาซู และมาม่อนลงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของเครื่องสำอางเคาเตอร์แบรนด์ในไทย แต่ที่แลจะดูสร้างผลกระทบและแย่งชิงกลุ่มลูกค้าของอีทูดี้ไปเต็มๆ นั้นก็คือ การถือกำเนิดขึ้นของ คาร์มาร์ท เครื่องสำอางแบรนด์ไทยสัญชาตเกาหลี ที่เรียกได้ว่า Brand Image แทบจะไม่ต่างจากอีทูดี้
แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดแตกหัก ระหว่าง อีทูดี้กับผู้บริโภคนั้นก็คือ สายการบินหลายๆ แห่ง เริ่มตัดราคากันเผื่อแย่งชิงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการไปเที่ยวเกาหลี ทำให้การไปเที่ยวเกาหลีไปได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมากขึ้น วีซ่าไม่ต้องใช้ ตั๋วเครื่องบินก็แสนถูก 8,900 บาท ก็ไปเกาหลีได้แล้ว และเมื่อคนไทยส่วนใหญ่คนพบความจริงที่ว่า เครื่องสำอางอีทูดี้ที่เกาหลีนั้นถูกกว่า ที่ขายบนเคาเตอร์ในประเทศไทยถึง “10 เท่าตัว” 
ราคาและความคุ้มค่าในมุมมองของผู้บริโภคนั้น  ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์ทางการตลาดได้ให้คำนิยามของราคาไว้ว่า  ราคา คือ “มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงออกมาในรูปจำนวนเงิน” ในเมื่อสิ่งที่จ่ายไปและสิ่งที่ได้มา สิ่งที่จ่ายไปมันต่างกันราวสิบเท่าตัว แถมยังซื้อหาได้ง่ายดายช่องทางออนไลน์ และร้านขายเครื่องสำอางนำเข้าทั่วไป จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า สินค้าของเคาเตอร์ไทยนั้นไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายออกไป ประกอบกับ Positioning ทางการตลาดของอีทูดี้เองก็ไม่ได้จัดเป็นแบรนด์ ไฮเอนด์ ที่จะต้องจ่ายราคาแพงเพื่อให้ได้มา แถมยังสามารถซื้อหาสินค้าได้ไม่ยากทั้งต่างๆ  
คอสเมกก้าเองในฐานะนำเข้าและจัดจำหน่ายอีทูดี้ในประเทศไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งปรับราคาสินค้าลงถึง 20-35% แล้วก็ตาม จัดโปรโมชั่นลด 20% แทบจะทุกเดือน ออกกวาดล้างผู้นำเข้าเครื่องสำอางอีทูดี้มาจำหน่ายในประเทศไทยแบบหนีภาษี  แต่นั้นก็แทบจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยราคาของอีทูดี้บนเคาเตอร์ในประเทศไทยยังคงแพงกว่าที่เกาหลี 5-6 เท่า ยังคงมีสินค้าของอีทูดี้ขายบนอินเทอร์เน็ต การพรีออร์เดอร์อีทูดี้จากเกาหลียังคงมีอยู่ ร้านเครื่องสำอางนำเข้าหนีภาษียังคงมีสินค้าของอีทูดี้จัดจำหน่าย
นอกจากราคาที่ดูไม่สมเหตุสมผลในสายตาผู้บริโภค วิธีการขายแบบฮาร์ทเซลล์ของ BA ไม่เป็นที่ประทับใจของลูกค้า จนกลายเป็นกระทู้แนะนำห้องโต๊ะเครื่องแป้งของพันทิปดอทคอม! อย่างที่เราทราบกันดีว่า สินค้าและบริการถ้าใช้ดีผู้บริโภค 1 คนจะบอกต่อผู้บริโภคอีก 4 คน แต่ถ้าสินค้าและบริการใช้ไม่ดี ผู้บริโภคก็จะบอกต่อเช่นกัน แต่คราวนี้เป็นผู้บริโภค 1 คนจะบอกต่อ ผู้บริโภคคนอื่น ถึง 25 คน  แต่ถ้าระดับได้เป็นกระทู้แนะนำในพันทิพแล้วนี่บอกเลยว่าหนึ่งกระทู้ สามารถเรียกแขกได้ต่ำกว่าพันคนเลยทีเดียว
ปรากฏการหน้าโล่ง หลังรั่ว ลูกค้าใหม่ไม่มีเข้ามา เพราะว่าราคาสินค้าไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายออกไป แถมจะเข้าไปดูสินค้าที่เคาเตอร์ก็กลัวที่จะเจอ BA ระดับตำนานบนกระทู้แนะนำ ยัดเยียดขายของ แถมฐานลูกค้าเดิมก็ถูกแบรนด์เกาหลีอื่นๆแย่งชิงไป ทำให้อีทูดี้จึงต้องทำใจถอนทัพกลับเกาหลีใต้ไป (อาจจะชั่วคราว)
แต่การที่เคาเตอร์แบรนด์เจ้าใหญ่ต้องถอนทัพออกจากประเทศไทยพูดเลย! อีทูดี้ไม่ใช่เจ้าแรก เพราะก่อนหน้านี้เองก็มีทั้ง Philosophy , Smashbox และ Stila ที่ถอนทัพออกจากประเทศไทย ไปชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็กลับมาเปิดเคาเตอร์ใหม่ภายใต้ชายคาบริษัทใหม่ ครั้งนี้สาวกคงต้องคอยลุ้นกันว่า อีทูดี้ จะกลับมาเปิดเคาเตอร์แถมไฉไลกว่าเดิมไหม ?

จับตาเคาะโผ 200 เก้าอี้ สภาขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ



07092558 จับตาเคาะโผ 200 เก้าอี้ สภาขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ
และแต่งตั้งกรรมการยกร่าง 21 คน
1. เมื่อวันที่ 6 ก.ย. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โหวตไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การดำเนินการต่อไปคงเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราว คือ
คือ คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จำนวน 21คนภายใน 30 วัน โดยคณะกรรมการยกร่างฯชุดใหม่ จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใน 180 วัน
จากนั้นเป็นขั้นตอนทำประชามติภายใน 45 วัน....

2. และภายหลังจาก สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ  สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือการแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีอำนาจในการแต่งตั้งไม่เกิน 200 คน ภายในไม่เกิน 30 วัน นับแต่ 6 ก.ย. โดยต้องประกาศรายชื่อไม่เกิน 6 ต.ค.นี้ท่ามกลางกระแสข่าวว่า 

ฝ่าย คสช.เริ่มมีการจัดทำโผรายชื่อไว้บ้างแล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมพิจารณาส่งโผให้แกนนำ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณารอบสุดท้ายในเร็วๆ นี้ 
หลังก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่า จะมีการแต่งตั้งอดีต สปช.ที่หมดวาระไปแล้วจำนวนหนึ่งกลับเข้ามาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ ในสัดส่วน 1 ใน 3 ขณะที่บางกระแสบอกว่าอาจเข้ามาเกือบ 160 คน
ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า จะมีการแต่งตั้งข้าราชการที่จะเกษียณในเดือน ก.ย.เข้ามาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ รวมถึงอดีตข้าราชการที่มีสายสัมพันธ์กับ คสช. ซึ่งไม่เป็น สนช.และไม่มีตำแหน่งการเมืองเข้ามาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตเลขานุการวิป สปช.กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  การทำงานของสภาขับเคลื่อนฯ ควรมีความเชื่อมโยงกับสภาปฏิรูปฯ ในเรื่องของ
1.การนำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศที่ สปช.ทำเสร็จแล้วมาพิจารณาต่อยอด
2.การเชื่อมโยงโดยตัวบุคคล
"อย่างน้อยควรมีอดีตสมาชิก สปช.ที่เป็นตัวแทนจาก 18 คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่างๆ เข้าไปสานต่อเชื่อมโยง เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจและไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสภาขับเคลื่อนฯ ที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

โดยผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนควรมาจากทุกภาคส่วน ควรมีนักบริหารมืออาชีพจากทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, การเมือง, วิชาการ, สภาขับเคลื่อนฯ เปรียบเสมือนเวอร์ชันที่ 2 ของ สปช.ในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ" นายอลงกรณ์กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีอดีตสมาชิก สปช. 168 คนมานั่งในสภาขับเคลื่อนฯ โดยแลกกับการโหวตไม่รับร่างนั้น เขากล่าวว่า "คงไม่เป็นความจริง เพราะนายกฯ ได้ยืนยันชัดเจนว่า การลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นอิสระ จะเห็นชอบหรือไม่ก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจ ดังนั้นจึงไม่ได้มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับรายชื่อของสภาขับเคลื่อนฯ แต่อย่างใด".

โชว์โผลับ! เบื้องหลัง สปช.คว่ำ รธน.ป้อง คสช.ล้ม-จับตา กก.ร่างฯชุดใหม่?

โชว์โผลับ! เบื้องหลัง สปช.คว่ำ รธน.ป้อง คสช.ล้ม-จับตา กก.ร่างฯชุดใหม่?

เขียนวันที่
วันอาทิตย์ ที่ 06 กันยายน 2558 เวลา 16:00 น.
เขียนโดย
isranews
“…มีเอกสารที่อ้างว่า เป็นโผที่จัดทำมาล่วงหน้า เพื่อใช้ในการเช็คเสียงโหวต "คว่ำ" รัฐธรรมนูญ สปช. โดยแจกให้กับ สปช. สายทหาร ทั้งทหารประจำการและนอกประจำการ สปช.อดีตข้าราชการประจำ-อดีตข้าราชการฝ่ายปกครอง และ สปช.จังหวัดซึ่งในแถบสีน้ำตาลคือรายชื่อของคนที่ “โหวตคว่ำ”…”
 PIC spchhh 6 9 58 11
ปิดจ๊อบไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการทำหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ภายหลังลงมติ “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับเรือแป๊ะ” ด้วยมติไม่เห็นชอบ 135 เสียง เห็นชอบ 105 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง
ส่งผลให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ จำนวนไม่เกิน 21 คน มีประธาน 1 คน และกรรมการ 20 คน ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภายในระยะเวลา 180 วัน (6 เดือน) ตามมาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2558
เพื่อสรุปข้อเท็จจริงให้ชัดขึ้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รวบรวมเบื้องลึก-เบื้องหลัง-ไทม์ไลน์ร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้
ช่วงโค้งสุดท้ายของการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างฯ มีการถกประเด็นใหญ่ และมีมติให้ใส่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดอง (คปป.) ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
ซึ่งการใส่ คปป. ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ค้านสายตา” หลายฝ่ายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย-พรรคประชาธิปัตย์ 2 พรรคใหญ่ ออกมาค้านกันอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” เป็นการให้อำนาจ คปป. เหนือคณะรัฐมนตรี 
นอกเหนือจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องของ ที่มานายกรัฐมนตรี “เปิดช่อง” ให้ “คนนอก” เข้ามานั่งเก้าอี้ได้ รวมถึงที่มา ส.ว. ที่ให้มาจากการ “แต่งตั้ง” 123 คน และเมื่อรัฐธรรมนูญบังคับใช้ คณะรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถเลือกกรรมการสรรหาฯ ให้สรรหา ส.ว.แต่งตั้ง 123 คน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปีอีกด้วย
ประกอบกับ สปช. บางส่วน เริ่มออกมาเคลื่อนไหว “คัดค้าน” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นได้จากช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลงมติรับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มี สปช. หลายราย ออกมาแถลงข่าวขู่ “คว่ำ” กันชนิดรายวัน
ท่ามกลางกระแสข่าวที่สะพัดกันในหมู่ สปช. ว่า มี “บิ๊กทหาร” ยศพลเอกในคณะรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” อยู่เบื้องหลังในการ “ล็อบบี้” ผ่าน สปช.สายทหาร ให้ สปช. โหวต “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้ คสช. อยู่ต่อ
เนื่องจากเห็นว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ผ่าน” ออกไปจนถึงขั้นประชามติ ประชาชนจำนวนมากย่อมไม่เอาด้วยแน่ และหากเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่า สถานะของ คสช. ย่อมสั่นคลอนได้ ?
เพื่อป้องกันไม่ให้ คสช. ล้ม ก่อนลงจาก “หลังเสือ” !
รวมถึงการที่หัวหน้า คสช. ออกมาใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ถอดยศ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ก่อนหน้าวันโหวตร่างรัฐธรรมนูญเพียง 1 วัน 
เป็นนัยว่า “ซื้อใจ” สร้างฐานเสียงให้ คสช. ในกลุ่มที่ไม่เอา “ทักษิณ” ให้ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย ?
ขณะเดียวกันในการโหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว มีเอกสารที่อ้างว่า เป็นโผที่จัดทำมาล่วงหน้า เพื่อใช้ในการโหวต "คว่ำ" รัฐธรรมนูญ สปช. โดยแจกให้กับ สปช. สายทหาร ทั้งทหารประจำการและนอกประจำการ สปช.อดีตข้าราชการประจำ-อดีตข้าราชการฝ่ายปกครอง และ สปช.จังหวัด
ซึ่งในแถบสีทึบคือรายชื่อของคนที่ “โหวตคว่ำ” 
แต่ที่น่าสนใจคือมี “บางราย” โหวตสวนโผดังกล่าวด้วย !
PIC โผ สปช 1
PIC โผ สปช 2
PIC โผ สปช 3
PIC โผ สปช 4
PIC โผ สปช 5
สอดคล้องกับเมื่อผลคะแนนอย่างเป็นทางการออกมา พบว่า สปช.สายทหาร จำนวนมาก ต่างโหวต “คว่ำ” รวมไปถึง สปช.จังหวัดจำนวนไม่น้อย รวมถึง สปช. สาย “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” สปช.การเมือง อีกบางส่วน 
แม้กระทั่ง พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ สปช. ที่เป็นหนึ่งใน กมธ.ยกร่างฯ แท้ ๆ ยัง "งดออกเสียง" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ !
ที่น่าสนใจคือ ในขณะเดียวกันที่ สปช.สายทหาร กำลังล็อบบี้ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ “บิ๊กทหาร” ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ “ลิสต์รายชื่อ” คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ 21 คน เรียบร้อยโรงเรียน คสช. แล้ว ! 
มีเสียงซุบซิบมาด้วยว่า มี กมธ.ยกร่างฯ เข้าร่วมวงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่อยู่ด้วย 3-4 คน และขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือก “ประธาน” เท่านั้น
แต่แน่นอน ไม่ใช่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธาน กมธ.ยกร่างฯ แน่ เพราะภายหลัง สปช. โหวตคว่ำ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า แม้จะได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เข้าร่วมอีกต่อไป เพราะรู้สึกเสียดายในสิ่งที่ให้พลเมืองเป็นใหญ่ ให้ความสำคัญกับผู้หญิง คนยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และการปฏิรูปดี ๆ ที่จะไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
“จากนี้จึงอยากให้ประชาชนจับตาดูการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะนำเรื่องของประชาชน และการปฏิรูปเข้าร่วมหรือไม่” เป็นคำยืนยันที่น่าสนใจของ “บวรศักดิ์” ก่อนจะหันมาแจก “พระเครื่อง รุ่นไม่รับร่าง” แก่สื่อมวลชน
ทั้งหมดคือ “หมาก” ทางการเมืองที่ถูก “ปูพรม” ไว้ก่อน สปช. จะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับเรือแป๊ะ” 
ที่น่าสนใจคือ หากกางรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2558 มาตรา 8 ที่ระบุถึงการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ซึ่งจะมองเห็น “ไทม์ไลน์” ใหม่ของ คสช. ด้วย
โดยมาตรา 8 ระบุว่า ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ สิ้นสุดลง หรือนับแต่วันที่ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ให้ คสช. ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 คน เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 180 วัน 
นอกจากนี้ในร่างจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความคิดเห็นของ คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชาชน ด้วย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำหนด 
เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้แจ้งคณะรัฐมนตรีทราบ และให้คณะรัฐมนตรีแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบโดยเร็ว โดยให้เป็นหน้าที่ของ กกต. ในการจัดทำการออกเสียงประชามติภายใน 45-60 วัน และให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำกฎหมายลูกต่อไป
และนี่ยังไม่นับเวลาหากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ใช้มาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ที่จะพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมของ คสช. คณะรัฐมนตรี สนช. ประชาชน ภายใน 60 วัน และหากเห็นว่าเสร็จไม่ทันให้เพิ่มอีก 30 วัน รวมเป็น 90 วัน ได้อีก
หากพิจารณา “ไทม์ไลน์” ดังกล่าวแล้ว จะเห็นว่า ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 30+180+90+45 หรือ 60 วัน หรือ 11 เดือน 15 วัน หรือ 12 เดือน ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ !
ทั้งหมดคือ เบื้องลึกเบื้องหลัง-ทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญต่อจากนี้ ภายหลัง สปช. โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
แต่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ใครจะเข้ามานั่ง "เก้าอี้ร้อน" คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ต่อจากนี้ ?

วิษณุ:คสช.จะตั้ง 'คกก.ร่างรธน. ชุดใหม่' เอง


07092558 คสช.จะตั้ง 'คกก.ร่างรธน. ชุดใหม่' เอง
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"วิษณุ" แจง คสช. พิจารณาตั้ง "คกก.ร่างรธน. ชุดใหม่" จ่อถกครม.ถึงโรดแม็พย่อย พร้อมสูตร "6-4-6-4" ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09.00 น.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ 21 คน เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะพิจารณาแต่งตั้ง ซึ่งตอนนี้ตนไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแต่ต่อไปก็ไม่ทราบ
ซึ่งเข้าใจว่าคสช.คงยังไม่ได้มีการเตรียมการแต่อย่างใด เพราะยังมีเวลาอีก 30 วัน และบุคคลที่จะเข้ามาก็ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ
ส่วนจะมีการทาบทามบุคคลในคณะกรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเดิมหรือไม่นั้นตนยังไม่ทราบ

อย่างไรก็ตามการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่  ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการร่างฯชุดใหม่ว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญเดิมที่เพิ่งถูกสปช.คว่ำมาแก้ไขหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการร่างฯ คงจะมีการประชุมกำหนดแนวทางว่าจะใช้วิธีใดเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เขาเป็นคนพูดก่อนดีกว่า
ถ้าเราพูดตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นใบสั่งอีก แต่วันนี้เสียงบางพวกที่ออกมาต้องการให้นำ รัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ หรือบางพวกบอกให้นำปี 2550 มาใช้ หรือแม้แต่เสนอให้นำร่างล่าสุดซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียมาแก้ไข ก็สามารถเสนอได้

นายวิษณุ กล่าวว่า เท่าที่ทราบตนยังไม่เห็นคสช.เรียกประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว เพราะยังถือว่าเร็วไป
เนื่องจากสปช.เพิ่งโหวตไม่รับร่างไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา
แต่จากวันนี้ไปอาจจะมีการขยับซึ่งตนเข้าใจว่าน่าจะมีการหารือเรื่องนี้ในการประชุมครม.ถึงแนวทางซึ่งตนจะสรุปและชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบอีกครั้ง ว่าโรดแม็พย่อยๆ หลังจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร
โดยเฉพาะจะได้ขมวดให้ทราบในเรื่องการตั้งคณะกรรมการร่างฯชุดใหม่21 คน หรือการตั้งสภาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ 200 คน หรือการบริหารเวลาที่มีต่อจากนี้ ซึ่งทุกอย่างจะใช้สูตร 6-4-6-4 คือ 

1.ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 6 เดือน
2. จากนั้นเตรียมการทำประชามติ 4 เดือน ถ้าผ่านประชามติก็ทำกฎหมายลูกและเสนอต่อสนช.
3.รวมถึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ใช้เวลา 6 เดือน
4.จนกระทั่งใช้เวลารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอีก 4 เดือน

รวมแล้วระยะเวลาหลังจากนี้ประมาณ 20 เดือน 

เพราะของอย่างนี้มันจัดการให้สั้นลงได้ แต่เราพูดให้มันยาวไว้ก่อน
อย่างที่พูดไว้ว่าขั้นตอนที่ใช้เวลา 6 เดือน 
จริงๆ อาจจะใช้เวลาสั้นกว่านั้นก็ได้
ยกเว้นบางเรื่องที่ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เช่นการหาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญในอดีต ก็ไม่เห็นจะมีความวุ่นวายหรือมีคณะกรรมการต่างๆ ตั้งขึ้นตามมาเลย
นายวิษณุกล่าวว่า อันที่จริงก็ไม่เคยวุ่นวาย ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้วุ่นวาย
ส่วนที่มีการระบุว่าให้มีการตั้งสภาขับเคลื่อนฯ นั้น   มันทำงานขับเคลื่อนของมันไป  คนละเส้นทางกันเพราะสภาขับเคลื่อนฯทำเฉพาะเรื่องปฏิรูป โดยสานต่อจากแผนแม่บทของสปช.ทั้ง 37 ด้าน

“สภาขับเคลื่อนฯเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทำเรื่องปฏิรูป
อย่าออกมายุ่งเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมการร่างฯ ก็ก้มหน้าก้มตาร่างของเขาไป เป็นแนวทางมาตั้งแต่ปี 2475 ไม่ได้มีปัญหาอะไร” นายวิษณุกล่าว และว่า
ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)ที่ถูกบัญญัติในร่างเดิม และมีหลายฝ่ายไม่พอใจนั้น จะกลับเข้ามาอยู่ในร่างฉบับใหม่หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เรื่องอย่างนี้คนที่เป็นกรรมการร่างฯ เขาคงจะต้องใส่ใจแล้วนำมาพิจารณา 

อย่างไรก็ตาม ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า ถ้าไม่เอาคปป.แล้ว ปัญหาที่มันยังอยู่ซึ่งเริ่มต้นมาจากกมธ.ยกร่างฯชุดเดิม ได้หยิบยกปัญหากรณีที่บ้านเมืองจะเกิดปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วจะมีมาตรการใดมารองรับ 

บัดนี้เมื่อมาตรการดังกล่าวปรากฏว่าคนไม่ยอมรับ จึงเป็นปัญหาต่อว่าปัญหาที่กลัวว่าจะเกิดขึ้นนั้น ยังกลัวกันอยู่หรือไม่ ถ้าไม่กลัวก็ไม่ต้องมีมาตรการแต่ถ้ากลัวก็ต้องคิดมาตรการอื่น ถือเป็นเรื่องธรรมดา สุดแต่สติปัญญาของคณะกรรมการร่างฯนายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ธรรมนูญการปกครอง โดยเฉพาะมาตรา 44 ก็จะหมดไป แม้แต่คำสั่งคสช.ที่อาศัยมาตรา 44 ก็อาจจะหมดไปด้วยซ้ำ 

และเกิดรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งไม่มีมาตราอะไรให้ กมธ.ยกร่างฯชุดเดิมจึงคิดให้มีคปป.ขึ้นมาแทนมาตรา 44 เพราะฉะนั้นจึงต้องมีอะไรมารองรับต่อ 

ส่วนจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการมองว่าสืบทอดอำนาจนั้น ทุกฝ่ายคงต้องช่วยกันจะไปโยนให้กรรมการร่างฯชุดใหม่ไม่ได้แต่กรรมการร่างฯชุดใหม่ต้องเป็นพระเอกที่จะนำให้เห็นว่าไม่ได้สร้างกลไกสำหรับการสืบทอดอำนาจ 

ขณะเดียวกันคสช. ครม. นักการเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องแสดงให้เห็น โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งอะไรก็ต้องแสดงให้เห็นว่า จะไม่สืบทอดภารกิจหรือความประพฤติแบบเก่าที่เคยทำถ้าทำได้สังคมก็เกิดความไว้วางใจ
ถ้าต่างฝ่ายต่างลดาวาศอก แล้วยอมรับว่าประเทศบอบช้ำมามาก ควรจะตั้งใจทำอะไรให้มันดี
การที่จะหันหน้าเข้าหากัน สมานฉันท์ปรองดองกันมันก็จะเกิด แม้ตอนนี้จะดูกั๊กๆ กันอยู่

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่มีคปป.หรือนายกรัฐมนตรีคนนอกบัญญัติไว้
นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการร่างฯ จัดการ

เมื่อถามว่า ครม. และคสช. จะนำข้อวิพากษ์วิจารณ์ในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งข้อดีข้อเสียของทุกฝ่ายมาพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงกำลังรวบรวมอยู่ แล้วคงกำลังคิดว่าสิ่งที่ถูกวิจารณ์จะรวบรวมในลักษณะใด วัดจากอะไรได้บ้าง หากจะมาสะท้อนจากฝั่งรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่ได้
ต้องสะท้อนจากหลายฝั่ง หลายที่ เช่นจากผลสำรวจต่างๆ ด้วย

เมื่อถามถึงเหตุผลการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายวิษณุ กล่าวว่า มีหลายสาเหตุ ตนขอไม่ตอบ เพราะตนไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง มีแต่เดาเอาทั้งนั้น

ส่วนหากใช้สูตร 6-4-6-4 แล้วร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านประชามติอีกจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า คงต้องหาวิธีการกันต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น หากจะคิดจริงๆ คงต้องคิดไปอีกหลายยกเลยว่าหากประชามติครั้งแรกไม่ผ่านจะทำอย่างไรกันต่อไป
ส่วนร่างใหม่พอร่างใหม่เสร็จก็ทำประชามติ แต่หากมันไม่ผ่านอีกจะทำอย่างไรมันก็เลยต้องคิดยาวๆ
ซึ่งวันนี้รัฐบาลไม่คิดในแง่ร้ายขนาดนั้น แต่หากมาถึงจุดหนึ่งก็คงต้องคิดกันต่อไป

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายระบุว่าการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพราะร่างฯนี้ไม่ชอบธรรม นายวิษณุ กล่าวว่ามันมีหลายสาเหตุตั้ง 5-7 สาเหตุด้วยกัน แต่ตนบอกไม่ได้ เอาไว้ค่อยๆ ประเมินกันต่อไป  เดี๋ยวสื่อก็คงทราบเพราะอีกไม่นานคนนั้นคนนี้ก็ออกมาพูดเรื่องเหตุผลการโหวต เพราะคนโหวตมีถึง 247 คน คนรับก็มีสาเหตุที่รับแตกต่างกันไม่มีคนเหมือนกันหมด

เมื่อถามว่า กรรมการร่างฯ ชุดใหม่จะหาคนมาทำยากหรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่า “ยาก แต่ต้องหาจนได้ สเป็กง่ายๆ แค่ร่างรัฐธรรมนูญเป็น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย
อย่างในกมธ.ยกร่างฯ ชุดเดิม 36 คนก็มีนักกฎหมายอีกเพียง 2-3 คนเท่านั้นนอกนั้นก็ไม่ใช่ แต่ผมว่าเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้
ผมเข้าใจว่าคนที่เป็นแมวมองคงเมียงมองใครเอาไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงขนาดทาบทาม ดีไม่ดีอาจมองไว้เกิน 21 คนด้วยซ้ำไป
แต่พอถึงเวลาคสช.ทั้งคณะก็ต้องเอารายชื่อคนเหล่านี้มาพูดคุยกันอีกครั้งว่าคนเหล่านี้มีท่าทีไปอย่างไร จะว่างหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามันเคยมีปัญหาเรื่องการคัดคนเป็นคณะกรรมการร่างฯ ผมเคยเจอปัญหามาแล้ว
เช่นคนที่เหมาะสมน่าจะเอามาเป็นมากแต่เขาดันติดขัดเพราะทำหน้าที่อะไรบางอย่างอยู่ หากเขามาร่างฯ แต่ต้องลาออกจากตำแหน่งนั้นๆ ดังนั้นไม่เอาดีกว่า เหมือนหาคนมาเป็นรัฐมนตรีที่สื่อก็คิดและทราบว่าคนนี้น่าจะเข้ามาเป็น แต่เขาอาจติดภารกิจอะไรบางอย่างอยู่ แล้วไม่อาจจะเสียสละตำแหน่งนั้นมาได้ เพราะมีภาระที่ผูกมัดกันอยู่ ดีไม่ดีอาจทำให้ประเทศเสียหายในทางอื่นหากลาออกการหากรรมการร่างฯก็อาจจะเสียหายในลักษณะเดียวกัน 

แต่ในที่สุดก็ต้องหาจนได้ภายใน 6 ตุลาคมนี้ แต่จะภายในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้นผมไม่ทราบหรือใครจะมาเป็นประธานก็ยังไม่ทราบ และไม่มีชื่อใครในใจเลยเพราะไม่มีหน้าที่เรื่องนี้ และขณะนี้ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ช่วยเลือกเพราะยังเร็วไป”เมื่อถามว่าคนเป็นประธานกรรมการร่างฯ ต้องเป็นหัวหน้าคสช.เลยหรือไม่ 

นายวิษณุ กล่าวว่า “ถ้าจริงมันก็ดีน่ะสิ แต่มันเป็นไปไม่ได้จะได้รู้แล้วรู้รอด หมดเรื่องหมดราวกันไปเลย
แต่มันไม่จริงเพราะผมไปเป็นยังไม่ได้เลย เพราะเขาห้ามรัฐมนตรีไปเป็น”นายวิษณุ กล่าวว่า ความจริงไม่ต้องตั้งคณะกรรมการร่างฯถึง 21 คนก็ได้ เพราะข้อกฎหมายระบุว่าประธาน 1 คน กรรมการไม่เกิน 20 คน
เพราะฉะนั้นอาจไม่ถึง 20 คนก็ได้
ส่วนคุณสมบัติทั้ง 21 คนคือต้องมีความรู้ความสามารถในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย อาจเป็นนักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์หรือคนที่เข้าใจเรื่องการเมือง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย หรือที่สำคัญต้องเข้าใจสภาพบ้านเมืองไทยแบบทุกมิติ ทั้งมิติความมั่นคง มิติเสรีภาพ มิติการเมือง มิติภาคประชาชน

เมื่อถามว่าคนที่มาร่างต้องเป็นคนที่มีแนวคิดเป็นไปในทางเดียวกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่อาจเอาคนที่มีแนวคิดตรงกันข้าม แต่ประเภทที่ต้องมีแนวคิดเดียวกันคงหายากเพราะสุดท้ายเราไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่าส่วนหนึ่งที่จะร่างใหม่เราสามารถจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 หรือร่างที่คว่ำไปมาเป็นแนวคิดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า บางฝ่ายบอกให้เอารัฐธรรมนูญเป็น 2540 มาใช้ บางฝ่ายบอกอย่าเลยเอาปี 2550 มาใช้ดีกว่า แสดงว่าเขาเห็นไม่ตรงกัน
ส่วนหนึ่งก็บอกว่าส่วนดีๆ ของร่างฯ 2558 ยังพอมีอยู่ก็สามารถเอามาใช้ได้ทุกความเห็นถูกทั้งนั้น จนกระทั่งส่วนดีที่ไม่อยู่ในฉบับใดเลย แต่ไปอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2492 หรือปี 2517 หรือฉบับหลัง 14 ตุลาฯ
ก็ระดมความคิดกันมาจนตกผลึกไปแล้วระดับหนึ่งก็อาจจะเอามาใช้ได้หมดดังนั้นเราจะไม่ฟันธงลงไปแน่นอนว่าอะไรดีกว่ากันต้องให้คณะกรรมการร่างฯ เป็นคนพูดจะดีกว่า

ปรากฏการณ์ลูกไฟสว่างบนท้องฟ้า วันที่ 7 กันยายน 2558


วรเชษฐ์ บุญปลอด (กรรมการวิชาการ)7 กันยายน 2558
จากกรณีปรากฏการณ์ลูกไฟสว่างบนท้องฟ้า วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลาประมาณ 08:40 น. ซึ่งมีรายงานว่ามองเห็นได้จากหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ อุทัยธานี กาญจนบุรี
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคลิปวิดีโอ ลักษณะที่ปรากฏโดยเห็นพุ่งเป็นทางยาวและมีความเร็วสูง เชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากที่เกิดจากสะเก็ดดาวหรือดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กพุ่งเข้าสู่บรรยากาศ ลักษณะคล้ายปรากฏการณ์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558 แต่ครั้งนี้น่าจะเกิดจากสะเก็ดดาวที่มีขนาดใหญ่กว่า เนื่องจากสว่างจนเห็นได้ในเวลากลางวัน
ดาวตกเกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนใหญ่ดาวตกที่เราเห็นในเวลากลางคืนเกิดจากสะเก็ดดาวขนาดเล็ก นาน ๆ จึงจะมีสะเก็ดดาวขนาดใหญ่เข้ามา ซึ่งยิ่งมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งสว่าง ประกอบกับการที่พื้นโลกเป็นพื้นน้ำถึง 3 ใน 4 และคนอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ไม่กระจายทั่วทั้งโลก ทำให้ดาวตกที่สว่างมากส่วนใหญ่เกิดในบริเวณห่างไกลจากผู้คน หากบังเอิญมาตกในเขตเมืองใหญ่ ก็ทำให้มีโอกาสที่คนจำนวนมากสามารถมองเห็นได้ ส่วนสาเหตุที่เห็นได้เป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากดาวตกอยู่สูงจากพื้นโลกราว 50-100 กิโลเมตร
ตำแหน่งและพลังงานที่เกิดจากการชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กในช่วง พ.ศ. 2537-2556 สีเหลืองคือที่เกิดในเวลากลางวัน สีน้ำเงินคือที่เกิดในเวลากลางคืน พลังงานแปรผันตามมวลและความเร็วของวัตถุ โดยดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งชนมีขนาดราว 1 เมตร ถึงเกือบ 20 เมตร เมื่อระเบิดในบรรยากาศ ทำให้เห็นเป็นดาวตกที่สว่างมาก เรียกว่าดาวตกชนิดระเบิด หรือโบไลด์ (bolide) ข้อมูลที่ได้นี้ส่วนหนึ่งได้จากเครือข่ายตรวจวัดคลื่นเสียงเพื่อเฝ้าระวังการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก (ภาพ - NASA)

คว่ำ รธน. ฝนตกขี้หมูไหล ประเทศไทย Win Win

Sutin Wannabovorn

คว่ำ รธน. ฝนตกขี้หมูไหล ประเทศไทย Win Win

ไม่ต้องเศร้าสลดใจจนอกแตกตาย หรือดีใจจนออกหน้าที่ ร่างรัฐธรรมนูญคว่ำไปเรียบร้อยโรงเรียน คสช แล้ว เพราะการคว่ำร่าง รธน ครั้งนี้เป็นเรื่อง ฝนตกขี้หมูไหล ประเทศไทย วิน วิน ที่ว่าขี้หมูไหลคือ สปช ชุดเป็นที่อดีตป้ายแดง เป็นที่สุมหัวของ “ผู้ร้อนวิชา เฒ่าทารก และ ชูชกการเมือง”

ทั้งผู้ร้อนวิชา เฒ่าทารก และ ชูชกการเมือง ต่างก็มีวาระของตัวเองตั้งสมัครเข้ามาเป็น สนช แล้ว ผู้ร้อนวิชา เห็นความเสียหายของประเทศที่ผ่าน พยายามที่จะใส่วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาก (แต่รู้น้อย) จากต่างประเทศเข้าไปในรัฐธรรมนูญที่กำร่าง ซึ่งไม่ต่างกับผู้ช่วยพยาบาลที่เคยไปดูในเมืองหนาว แล้วนำเอาความรู้ที่ได้มาใช้กับคนป่วยในเมืองร้อน 

ส่วน สนช เฒ่าทารก เล่นการเมืองมาตั้งนมแตกพานจนเฒ่างันงกแล้วยังต้องใช้อิทธิพลบารมีลูกวิ่งเต้นรับไม่รับ รธน ฝ่ายกลุ่มชูชกการเมือง เฝ้าคอยว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร นายใหญ่จะโยนเศษเนื้อข้างเขียงให้กิน

เพราะมีวาระต่างกัน ทั้งสามกลุ่มขัดแย้งกันมาตลอด แต่พยายามออมชอมปรับแต่งผลประโยชน์ให้พอไปกันได้ แต่จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อนายใหญ่ของชูชกการเมือง ประกาศว่ามาตรา 260-262 จะทำให้เฒ่าทารกและชูชกการเมืองอดเขมือบประเทศได้ตามอำเภอใจ

ฝนห่าใหญ่เลยตกใส่ สนช แต่อย่างไรก็ตามฝนห่าใหญ่นี้ทำให้ประเทศไทย Win Win เพราะถ้า รธน ผ่าน สปช แล้วถูกคว่ำในการลงประชามติ จะเสียทั้งเงินและเวลาเพิ่มไปอีก Win Win ที่ 2 คือการเลือกตั้งได้เลื่อนออกไปอีก คสช ได้มีโอกาสจัดการกับตระกูลคูผู้ปล้นชาติได้อีกอย่างน้อย 7 เดือน Win Win 3 คือได้จขัดพวกร้อนวิชา เฒ่าทารก ชูชกการเมืองออกไปจากแวดวงของผู้มีหน้าที่ปฏิรูปประเทศ