PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปมร้อน การเมือง แก้ ไม่แก้ ‘รัฐธรรมนูญ’ ปม ‘อนาคตใหม่’

ปมร้อน การเมือง แก้ ไม่แก้ ‘รัฐธรรมนูญ’ ปม ‘อนาคตใหม่’


ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมถึง นายวิษณุ เครืองาม ออกมาแสดงความหงุดหงิดต่อคำประกาศที่จะ “รื้อ” รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของพรรคอนาคตใหม่
ยิ่งจะทำให้ปัญหา “รัฐธรรมนูญ” กลายเป็นประเด็น
ต่อกรณีที่ “นักการเมือง” จากบางพรรคออกมาแสดงความเป็น “ผู้อาวุโส” เตือน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ด้วยความรำคาญ
ราวกับว่า 2 คนนี้เป็นเด็ก
ก็จะนำไปสู่คำถามที่ว่า นักธุรกิจระดับ “หมื่นล้าน” อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือเป็นเด็กนักวิชาการระดับดอกเตอร์อังดรัวจากฝรั่งเศสอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือเป็นเด็ก
และคำถามก็จะย้อนกลับไปยังบรรดา “เฒ่าทารก” ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ
การเสนอประเด็นในเรื่อง “รื้อสร้าง” เพื่อนำไปสู่การสถาปนารัฐธรรมนูญ “ใหม่” โดยพรรคอนาคตใหม่ จึงกลายเป็นเรื่องร้อน
นับวันจะยิ่ง “ร้อน” และ “แหลมคม”
แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จะผ่านประชามติมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 แต่ถามว่าผู้คนมีความรู้สึกและตั้งข้อสังเกตอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
คำถามนี้ไม่เพียงแต่ตัว “รัฐธรรมนูญ”
หากแต่ยังย้อนกลับไปยาวไกลถึงกระบวนการในระหว่างการทำ “ประชามติ” ด้วยว่าดำเนินไปด้วยความโปร่งใสหรือไม่
คสช.จะตอบคำถามต่อ “คดี” ที่มีอยู่ใน “ศาล” อย่างไร
เพราะความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่อย่างทนโท่ก็คือ มีแต่ฝ่ายที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวได้
ตรงกันข้าม หากไม่ต้องการให้ผ่านก็จะประสบปัญหานานาประการ

รอยตำหนิและใฝฝ้าราคีอันเนื่องแต่ “ประชามติ” เช่นนี้แหละที่ไปสร้างความชอบธรรมโดยปริยายให้กับข้อเสนออันมาจากพรรคอนาคตใหม่
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นข้อเสนอตามบทบัญญัติของ “รัฐธรรมนูญ” อีกด้วย
ถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะใช้คำว่า “ฉีก” ต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แต่ความเป็นจริงก็คือ เขาต้องการแก้ไข และยืนยันเป็นการแก้ไขตามหลักแห่งกฎหมายที่มีอยู่
นั่นก็คือ ตามหลักที่กำหนดไว้ใน “รัฐธรรมนูญ” เอง
เพียงแต่ว่าเมื่อเป็นพรรคการเมือง กระบวนการรณรงค์และเคลื่อนไหวก็ต้องสร้างความเห็นร่วมเพื่อให้ได้รับ “ฉันทานุมัติ” จากประชาชน
พรรคอนาคตใหม่มิได้ทำแบบที่ “นักรัฐประหาร” ชอบทำกัน
ขั้นตอน 1 คือ ความเห็นชอบจากประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง หากประชาชนเห็นด้วยก็เลือกพรรคอนาคตใหม่ หรือเลือกพรรคที่มีแนวทางเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่
ขั้นตอน 1 คือ นำเอา “ฉันทานุมัติ” นี้เข้าสู่กระบวนการทางรัฐสภา
นี่คือแนวทางที่เป็น “อารยะ” ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทาง “อนารยะ” โดยการลากปืนและรถถังออกมาทำรัฐประหารแล้วฉีกทิ้ง
ตรงนี้ต่างหากคือ “วิธีการ” ตรงนี้ต่างหากที่ “สำคัญ”
เชื่อได้เลยว่า นับแต่นี้เป็นต้นไปประเด็นอันเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญ” จะกลายเป็นเรื่องราวซึ่งถกเถียงกันในหมู่ประชาชนและพรรคการเมือง
แต่ละพรรคจะมี “ท่าที” อย่างไรต่อ “รัฐธรรมนูญ”
แน่นอน ท่าทีนั้นย่อมจะแตกออกไปเป็น 2 แนวทาง นั่นก็คือ แนวทาง 1 เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีความยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องไปแตะ อีกแนวทาง 1 เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา จำเป็นต้องแตะ
ท่าที 2 ท่าทีนี้แหละจะอยู่ในสายตาประชาชน

จุดพลุรวมขั้วเฉพาะกิจ

จุดพลุรวมขั้วเฉพาะกิจ



อ่านสัญญาณเฉพาะหน้า โรดแม็ปก็ไม่น่าจะพลิกโปรแกรมจากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ประกาศไว้ ปี 2562 คืนอำนาจสู่การเลือกตั้ง
หลังเงื่อนไขที่ค้างเติ่งคลี่คลาย ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รอกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้
พร้อมๆกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ได้ไฟเขียวไปก่อนหน้า
จะเหลือก็แค่การตีความคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่าด้วยการดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวันที่ 5 มิ.ย.นี้
กฎหมายลูกสำคัญๆ 4 ฉบับ ต่อแถวรอประกาศใช้เกือบครบแล้ว ถ้าหากไม่กรณีพิเศษ ปัจจัยสำคัญอื่นในบ้านเมืองทำให้พลิกผันอีก ก็พอจะฟันธงได้ คิวเลือกตั้งน่าจะเป็นไปตามที่ขึ้นกระดานไว้
รูปการณ์ก็คงจะเป็นไปอย่างที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม การันตีล่าสุด มั่นใจ “บิ๊กตู่” คงไม่ต้องออกคำสั่งมาตรา 44 ร่นเวลา “อย่างไรก็ทันเดือนกุมภาพันธ์ 2562”
หรือ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล นับนิ้วบวกเงื่อนเวลา สรุป 11 เดือนสู่เลือกตั้ง
ดีเดย์กาบัตรลงคะแนน จะขยับไปก็ไม่กี่เดือน
เท่านี้สัญญาณตอบรับกระหึ่ม แต่อีกทางก็เพิ่มดีกรีป่วนจากขั้วการเมือง กระแทกแผนต่อตั๋ว “บิ๊กตู่”
ในห้วงที่ทีมงานแผน “ต่อตั๋วผู้นำ” เครื่องชักอืด ถึงแม้จะระดมเครือข่ายกองหนุนได้เนืองแน่น แต่ในที่สุดก็ยังแก้ไม่ตกกับเงื่อนปมสมการตัวเลข ยากจะปั่นยอดเข้าสูตรคณิตศาสตร์
รวมแต้มหนุน “บิ๊กตู่” ทะลุครึ่งสภาฯ ยังเป็นงาน “เข็นครก” ของทีมสร้าง
ล่าสุดยังมึนตึ้บเข้าไปอีก กับการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศในวันเปิดตัวนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะผลักดันเรื่องนิรโทษกรรมล้างชนักผู้ที่ติดคดีในห้วงรัฐบาล คสช. รวมทั้งชูธงแก้กฎกติกาใหม่
จุดกระแส “รื้อรัฐธรรมนูญปี 2560”
แน่นอน คิวนี้ลำพังพรรคเพื่อไทยโดดร่วมวง “เอาด้วย” ไม่เท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่มั่นใจเครือข่ายแนวร่วมที่ถึงแม้วันนี้จะเข้าร่วมภารกิจหนุนแผนชู “บิ๊กตู่” ก็จริง แต่ในปมรัฐธรรมนูญมีโอกาสพลิ้วพลิกเหมือนกัน
รวมทั้งที่ไม่ชัวร์เอาเลย กับค่ายประชาธิปัตย์ มีโอกาสเกี่ยวจังหวะโหนกระแส
ยิ่งล่าสุด คนกลางๆอย่าง “เดอะป๋อง” สัญญา สถิรบุตร นักการเมืองเก๋าประสบการณ์ ทั้งเคยร่วมปลุกปั้นพรรคประชากรไทยยุครุ่งเรือง เคยร่วมค่าย ปชป. นั่งแท่น ผอ.พรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว รวมทั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีมาหลายยุค
อีกปรมาจารย์การเมืองระดับซือแป๋ที่คนในวงการคุ้นเคย ออกมาขายไอเดีย “ทางออกประเทศไทย”
ทั้งเสนอระบบ “ลูกขุนสภา” มีที่มาจากทุกองค์กรในบ้านเมือง เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาขัดแย้งในระบบ และตัดสินโดยประชาชน สูตรล้างวิกฤติลุกลามสู่การชุมนุมบนท้องถนนแบบช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุด “เดอะป๋อง” ชูแนวคิดกับขั้วฝ่ายต่างๆมาหลายเดือน กับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎกติกาประเทศ ที่หลายฝ่ายมองว่ายังไม่เป็นประชาธิปไตย
ปลุกสูตรพิเศษ พรรคเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ พักรบชั่วคราว รวมตัวในรายการ “รวมการเฉพาะกิจ”
2 ค่ายใหญ่จับมือ “แก้รัฐธรรมนูญ”
เวลานี้เสียงตอบรับเริ่มดังเข้าหูทุกขั้วอำนาจ
โดยเฉพาะในห้วงที่ฝ่ายถือดุลท็อปบูตชักแกว่ง จากปัจจัยที่ขั้วการเมืองเริ่มคอนโทรลไม่นิ่ง และมีการโยนสูตรแชร์อำนาจ โมเดลรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ รัฐบาลเฉพาะกาล ออกมาถี่ในห้วงนี้
อีกทางก็เลยมองเป็นสารพัดสูตรแก้ทาง-แก้ลำเกมท็อปบูต “รวบยาว”
ทำเอาขั้วอำนาจพิเศษ อาจต้องปรับหมากเหมือนกัน.
ทีมข่าวการเมือง

แก้ปัญหาวินvsแก๊ปไบร์ท

(31พ.ค.)ทหาร หย่าศึก "วิน จยย" กับ Grab Bike ...ชี้ต้อง ป้ายเหลือง เท่านั้น รับผู้โดยสารได้....ให้ "พี่วิน" เข้า App ให้ลงทะเบียน 1กค.นี้ แต่ วิน หลายวิน ไม่ง้อ App ใช้ group Line แทน ชี้ ผู้โดยสาร คุ้นหน้า ไว้วางใจ และ อยู่ในพื้นที่

“ทหาร-ตำรวจ-กรมการขนส่งทางบก-วินจยย.-แกร็บไบค์” เปิดเวทีแก้ปัญหาจัดระเบียบวินจยย.รับจ้างสาธารณะระยะที่ 3 กรมขนส่งทางบก เตรียมเปิดรับลงทะเบียนรอบใหม่เริ่ม 1 กค.นี้ ด้านตัวแทนวินจยย.รับจ้างเปิดใจรับแอพพลิเคชั่น แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนแกร็บไบค์ ไฟเขียววินจยย.เข้าร่วม ส่วนสมาชิกเดิมต้องใช้ป้ายเหลือง รับผู้โดยสารตามกฎหมาย ขณะที่ป้ายขาวใช้ส่งของ-ส่งอาหารเท่านั้น/ วิน จยย. ยันไม่ต้องพึ่ง แอพ

ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) พร้อมด้วยนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และพ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ระยะที่ 3 

นายสนิท กล่าวว่า คณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย มทบ.11 กรมการขนส่งทางบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร มีการประชุมเพื่อเตรียมการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ระยะที่ 3 

ในส่วนของกรมการขนส่งทหารบกเตรียมเปิดรับลงทะเบียน สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ พร้อมยื่นเอกสารได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- 31 ส.ค.61 ที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครที่วินตั้งอยู่ 

ทั้งนี้แต่ละเขตจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์และออกหนังสือรับรองใช้รถจักรยานยนต์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค.61โดยจะตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัด และคำนึงถึงความเหมาะสมรอบด้าน
โดยเฉพาะการจัดตั้งวินใหม่ที่ต้องไม่ทับซ้อนเส้นทางวินเดิม 

ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามขั้นตอนภายใน 120 วัน และเมื่อได้รับหนังสือรับรองการใช้รถฉบับใหม่แล้วให้เร่งดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะก่อนเดือนก.พ.62

ด้าน พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่าในพื้นที่กทม.มีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่จัดระเบียบไปแล้ว 5,800 วิน มีสมาชิก จำนวน 87,179 คน และในพื้นที่ปริมณฑล 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ รวมจำนวนวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่จัดระเบียบไปแล้ว 2,688 วิน มีสมาชิก จำนวน 63,944 คน 

นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบบริการขนส่งสาธารณะด้วยการเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นคู่ขนานเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่นในความปลอดภัย และความสะดวกในการเรียกใช้บริการ จึงขอความร่วมมือประชาชนเลือกใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องตามกฏหมาย

ด้าน ตัวแทนวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ระบุว่า เราไม่ได้ปฏิเสธแอพพลิเคชั่น แต่ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องใช้รถจักรยานยนต์ป้ายเหลืองสำหรับบริการประชาชนเท่านั้น 

นอกจากยอมรับว่าในส่วนของผู้ขับวินเองก็ต้องปรับตัวให้ได้ และดึงผู้โดยสารให้มาอยู่กับเรามากที่สุด เพราะเราสนิทกับผู้โดยสารมากกว่าแอพพลิเคชั่น

ขณะที่ตัวแทนแอพพลิเคชั่นแกร็บไบค์ กล่าวว่า ทางบริษัทได้ให้ความสำคัญกับ วินรถจักรยานยนต์สาธารณะ และผู้โดยสาร ซึ่งเราต้องหาช่องทางที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และพร้อมเดินหน้าแก้ไขไปด้วยกัน 

โดยยินดีให้วินรถจักรยานยนต์สาธารณะมาเข้าร่วมสมัครกับแอพพลิเคชั่น โดยจะมีสิทธิพิเศษให้ด้วย 

ส่วนสมาชิกเดิมที่ต้องการรับผู้โดยสารก็ต้องดำเนินการเป็นป้ายเหลืองตามกฎหมาย 

ส่วนผู้ที่ให้บริการโดยใช้รถป้ายขาวนั้นก็จะให้ส่งของและอาหาร เท่านั้น ไม่สามารถรับคนได้

เลนส์วินจักรยานยนต์ย่านสุขุมวิทกล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการจะต้องเข้าไปอยู่ในแอพพลิเคชั่นเพราะเรามี LINE กลุ่มกับลูกค้ากลุ่มใหญ่อยู่แล้ว และเป็นคนในพื้นที่ที่ใช้กันอยู่เป็นประจำรู้จักหน้ากันไว้วางใจกันไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในแอพให้เสียเงินเพิ่ม

วิน จยย. เราอยู่คู่ประเทศไทยมา 40 -50 ปีแล้ว อีกทั้งคสช. ก็ได้จัดระเบียบและลงทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์มาแล้วถึงสองครั้งก็ถือว่าดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งแอพพลิเคชั่นที่เปรียบเสมือน นายทุน
/

ยังเร็วไป

ปรับ ครม.?

"วิษณุ" บอก ยังเร็วเกินไป ที่จะพูด เรื่อง ปรับคณะรัฐมนตรี หลัง "ดอน" รมว.ต่างประเทศ โดน กกต.ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุ ภริยาถือหุ้นเกิน เผื่อมีคนอื่น โดนอีก... ส่วนตัวเอง รอดแล้ว ไม่ขาดคุณสมบัติ กรณีเป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่เป็นหนึ่งใน 9 รัฐมนตรี ที่ถูกยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ว่า กกต.ได้แจ้งผลมาที่ตนนานแล้ว โดยระบุว่าตนหลุดจากข้อร้องเรียนและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการถือหุ้นเพราะไม่มีหุ้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน แต่ที่ถูกร้องเพราะดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยที่ห้ามรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง ส่วนกรณีของนายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ที่ถูกร้องนั้น คิดว่ากกต.คงแจ้งให้นายดอนทราบเอง ทั้งนี้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญยกเว้นไว้ให้ ข้าราชการ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เป็นรัฐมนตรีได้ เป็นปกติเป็นไม่ได้

เมื่อถามถึงข้อสังเกตมติของกกต. 3ต่อ2 เสียง ชี้ว่านายดอน ขาดคุณสมบัติ แต่กกต.ขณะนี้เหลือเพียง 4 คน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ให้ไปถามจากกกต.ต่อข้อถามว่าแสดงว่ากกต.พิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่ที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยังเป็นกกต. อยู่ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ แต่แจ้งผลให้ตนทราบมานานแล้วตั้งแต่สมัยที่นายสมชัย ยังอยู่ในตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่านายดอน ควรแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง หรือต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน นายวิษณุ กล่าวว่า รอสักพักให้ชัดเจนก่อน หากพูดไปแล้วกกต.ระบุว่ายังไม่มีมติจะยุ่ง ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ากกต.มีมติหรือยังไม่มี ต้องไปถามกกต.ไม่ใช่มาถามรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่าหากกกต.มีมติชี้ว่านายดอนขาดคุณสมบัติจริง จะต้องปรับครม.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เร็วไปที่จะพูด

เมื่อถามว่ากรณีของนายดอน ซึ่งภรรยาเป็นผู้ถือหุ้น จะถือว่ามีความผิดในการปกปิดบัญชีทรัพย์สินด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ถึงขนาดว่าเป็นความผิด”

“แต่หากถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ต้องทำหนังสือโอนหุ้นให้คนอื่นดูแลและต้องแจ้งให้ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รับทราบ หากไม่แจ้งก็ผิด ส่วนรายละเอียด ให้ถามกกต. หรือนายดอนเอง” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่าหากนายกรัฐมนตรี สอบถามจะให้คำแนะนำข้อกฎหมายอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า จะตอบเหมือนที่ตอบกับสื่อ เมื่อถามย้ำว่าจะถึงขั้นต้องปรับครม.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวย้ำว่า เร็วไปที่จะพูด รอให้ม้วนเดียวจบแล้ว

ปรับครม.

ตีความกันเอาเอง!!

"บิ๊กตู่" ยังไม่ตอบ ปรับ ครม.มั้ย หลัง กกต.ฟัน "ดอน"ขาดคุณสมบัติ แค่ ยกนิ้วโป้ง โชว์สื่อ คุย "สมคิด-วิษณุ" หาทางออก/ ชี้ยังทำหน้าที่ต่อได้ แต่จะลาออกหรือไม่ แล้วแต่"ดอน"เพราะ  มี รมช.กต. อยู่ และ "สมคิด" คุม กต.

  
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณี กกต.มีมติเห็นว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ขาดคุณสมบัติจากการเป็นรัฐมนตรี เพราะภริยาถือหุ้นเกิน5%แต่ไม่แจ้ง

 พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม แต่ได้โบกมือให้ 

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่ยกนิ้วโป้งให้ผู้สื่อข่าว ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตีดภักดีบดืนทร์

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเช่นกัน พร้อมกับได้โบกมือ และ ทำสัญลักษณ์3 นิ้ว ไอเลิฟยูให้กับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.อนุพงษ์ โดยนายวิษณุ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบด้วย ว่า นาย
ดอน ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่จะแสดงสปิริต ลาออกหรือไม่ แล้วแต่ นายดอน แต่ มี รมช.กต. อยู่ และ นายสมคิด ก็ดูแล กต.

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ลูกจ้างสธ.เฮ คลังชะลอระเบียบจ้างงาน-ม็อบหมอพอใจยุติชุมนุม

ลูกจ้างสธ.เฮ คลังชะลอระเบียบจ้างงาน-ม็อบหมอพอใจยุติชุมนุม


ลูกจ้างสธ.เฮ เมื่อกระทรวงการคลัง ยอมชะลอระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างงานด้วยเงินนอกงบประมาณ
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. ให้สัมภาษณ์หลังประชุมร่วมกับรมว.คลัง เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างงานด้วยเงินนอกงบประมาณ ซึ่งฝั่งสาธารณสุขมี 5 ฝ่าย คือตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) และโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) รวมทั้งชมรมแพทย์ชนบทว่า ที่ประชุมเห็นว่าเมื่อระเบียบนี้ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอระงับการใช้ระเบียบไปก่อน โดยบ่ายวันนี้ รมว.คลังเชิญทุกฝ่ายทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้ มาทำประชาพิจารณ์ ฟังความเห็น ถือว่าดี จะได้ทราบแผนบริหารจัดการชัดเจน ส่วนระเบียบเงินบำรุงนั้น ต้องหารือว่าสิ่งใดทำให้เกิดความคล่องตัวและตรวจสอบได้ ก็สามารถปรับได้ตามหลักการ
“ระเบียบนี้ไม่ได้ตั้งใจไปคุมใคร แต่ทำให้เกิดวินัยในการจ้างบุคลากร มีการวางแผนบุคลากรจะทำให้คล่องตัว ไม่ใช่ขัดข้อง ดังนั้น เมื่อไม่ใช้ระเบียบนี้ก็ใช้ของเดิมต่อไปและจ้างงานได้ตามเดิม” นพ.ปิยะสกล กล่าว
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดสธ. กล่าวถึงการปรับแก้ระเบียบเงินบำรุงของสธ.ว่า จะมีการหารือร่วมกันว่าจะปรับแก้อย่างไรให้เหมาะสม จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด จากนี้ขอให้บุคลากรสบายใจได้ เรื่องการจ้างงานไม่กระทบแน่นอน
ที่กระทรวงการคลัง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกระทรวงการคลังว่า กระทรวงการคลังประกาศว่าจะแขวนระเบียบดังกล่าว ซึ่งหมายถึงชะลอการใช้ เนื่องจากรับทราบผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทางชมรมฯมองว่าก็ต้องให้เกียรติรมว.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อมีการชะลอระเบียบดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้น วันที่ 1 มิ.ย. เราจะไม่มากระทรวงการคลัง แต่รอดูว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการปรับแก้ระเบียบเงินบำรุงของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องตัดข้อที่ 10 ที่เป็นปัญหาออกไป เราคิดว่าใช้เวลาปรับส่วนนี้แค่ 1 เดือนก็เพียงพอ หากสุดท้ายไม่แก้ไขอีก พวกเราจะไปร้องเรียนต่อนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนการขึ้นป้ายคัดค้านระเบียบกระทรวงการคลังที่หน้าโรงพยาบาลจะยุติลงหรือไม่ นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ตนคงไปสั่งแต่ละโรงพยาบาลไม่ได้ ขึ้นอยู่กับพวกเขา เมื่อทราบข่าวแล้วน่าจะทยอยเอาลง
นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ยขณะนี้ยังมีหมอและหน่วยงานอื่นๆ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่มาก จึงให้เลื่อนการใช้ประกาศระเบียบดังกล่าวออกไปก่อนจนกว่าจะมีประกาศใหม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเร่งทำหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยงานได้รับทราบเป็นการด่วน อย่างไรก็ตาม จากการเชิญทุกหน่วยงานมาทำความเข้าใจ จะพยายามเขียนระเบียบด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วทุกหน่วยงานสบายใจ คาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่เดือนออกระเบียบใหม่
“ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการจ้างพนักงานและลูกจ้างชั่วคราวไม่มีมาตรฐาน บางหน่วยงานมีเงินไม่พอ ต้องจ้างพนักงานปริญาตรี 2 คน ตามจริงต้องได้เงินเดือนคนละ 1.5 หมื่นบาท แต่จ่ายจริงให้คนละ 7,500 บาท ซึ่งอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง ทำให้ ครม.ต้องการจัดระเบียบเรื่องนี้ให้มีมาตรฐานและมีข้อมูลเพื่อใช้กำหนดนโยบายและบริหารเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สุเทพ-ธานี-เอนก-ประสาร-สุริยะใส” เตรียมแถลงเปิดตัวพรรคพลังประชาชาติไทย 3 มิ.ย.นี้

“สุเทพ-ธานี-เอนก-ประสาร-สุริยะใส” เตรียมแถลงเปิดตัวพรรคพลังประชาชาติไทย 3 มิ.ย.นี้


“สุเทพ-ธานี-เอนก-ประสาร-สุริยะใส” เตรียมเปิดแถลงเปิดพรรครวมพลังประชาชาติไทย 3 มิ.ย.นี้ พร้อมประกาศนโยบาย-ตั้งคกก.ทำงาน
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) จะประชุมเปิดตัวผู้ก่อตั้งพรรคและผู้สนับสนุนของพรรคว่าจะมีใครบ้าง โดยเบื้องต้นจะมีตน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) และผู้ร่วมก่อตั้งอื่นๆเข้าร่วมด้วย เป็นต้น

ด้านนายประสาร กล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะเปิดตัวผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรคประมาณ 400-500 คน และจะมีการตั้งคณะทำงานชั่วคราวขึ้นมา 4 ชุดเพื่อให้การทำงานของพรรคมีความสมบูรณ์ขึ้น คือ 1.คณะทำงานร่างข้อบังคับพรรคและวินัยของพรรค 2.คณะทำงานดำเนินการจัดตั้งพรรค 3.คณะทำงานดำเนินการยกร่างธรรมนูญพรรคและวินัยของพรรค และ 4.คณะทำงานจัดตั้งสโมสรเยาวชนของพรรค โดยคณะกรรมการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสาร ปลูกฝังเยาวชนในการทำงานการเมืองกับเยาวชน
นายประสาร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจะมีการประกาศนโยบายของพรรคด้วย และบอกถึงขั้นตอนการดำเนินการของพรรคจากนี้ว่าจะทำอะไรต่อไปบ้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 3 มิถุนายนนี้ พรรคจะระดมสมาชิกทั่วประเทศ เมื่อได้สมาชิกพรรคทั่วประเทศแล้ว จะจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)จำนวน 9 คนและให้กก.บห.เลือกหัวหน้าพรรคและเลขาฯ คาดว่าจะประชุมใหญ่ประมาณต้นเดือนกันยายนนี้

ไม่รับรัฐธรรมนูญ มิใช่คสช.สะท้าน ปชป.ก็สะเทือน

ไม่รับรัฐธรรมนูญ มิใช่คสช.สะท้าน ปชป.ก็สะเทือน


คําประกาศอย่างชัดเจนของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ไปจนถึงบรรดาแกนนำ-สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า
หลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากได้เป็นรัฐบาล ภารกิจเร่งด่วนประการแรกๆ
ก็คือการขอประชามติจากประชาชนเพื่อยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญ 2560 และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ไม่เพียงสร้างความสะท้านสะเทือนให้รัฐบาล หรือ คสช. ต้นตอของแม่น้ำ 5 สาย ที่ทำคลอดรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาเองกับมือ
ยังเป็นกระจกส่องสะท้อนพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน
ว่ามีจุดยืนอยู่ที่ใด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม
ถึงกรณีประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนิรโทษกรรมคดีการเมืองในยุค คสช. โดยนายธนาธร ว่าเป็นเรื่องที่ คสช.จะติดตามว่าการดำเนินการใดๆ เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
“จะทำอะไรก็ขอให้ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ
ทุกพรรคก็ไม่ได้ออกมาพูดจาให้ใครเสียหาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการประชุมพรรค จัดหาสมาชิกพรรคก็ว่ากันไป
แต่การที่จะมาติติง ให้ร้ายอะไรต่างๆ มันสมควรหรือไม่
ก็ต้องไปดูในประเด็นข้อกฎหมาย”
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุว่า การพูดดังกล่าวเป็นการหาเสียง
การฉีกรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ จะไปฉีกได้อย่างไร
เมื่อถามว่า การประกาศนโยบายแบบนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเช็กบิล คสช.หลังจากลงอำนาจ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า
“คสช.ทำอะไรผิด คสช.ไม่ได้ทำอะไรผิดสักเรื่อง”
ในการขึ้นเวทีของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศร่วมกับตัวแทนพรรคเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา และอนาคตใหม่
ที่เห็นต้องตรงกันว่า แม้จะเป็นรัฐบาลเพียงวันเดียว ก็ต้องเสนอให้ยกเลิกการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เลือกที่จะแตกต่าง
ด้วยการระบุว่า สามารถอยู่ได้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้

แต่สิ่งที่จะทำอย่างเร่งด่วนคือการกระจายอำนาจ
คล้ายคลึงกับท่าทีของ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ประชันกับพรรคการเมืองอื่น ว่า
ประเทศไทยมีประชาธิปไตย 80 กว่าปี เราเสียเวลาร่างรัฐธรรมนูญ แก้รัฐธรรมนูญ มากกว่าเวลาใช้
รัฐธรรมนูญมี 20 ฉบับแก้อีกนับไม่ถ้วน เรากำลังครุ่นคิดอยู่กับรัฐธรรมนูญแบบใหม่
แบบนี้ไม่ดี ทหารมาฉีกทิ้ง แล้วก็เอาใหม่ หรือของทหารไม่ดี ฉีกทิ้ง แล้วก็เอาใหม่ จะสาละวนอยู่กับเรื่องนี้
“ฉะนั้น ผมไม่ติดยึดว่ารัฐธรรมนูญ เมื่อเข้ามาแล้วต้องฉีกทิ้ง
รัฐธรรมนูญ 2560 มองอีกมุมหนึ่ง เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเสียงการประชามติ 15.5 ล้านเสียง
ผมว่าเราลองใช้ แต่ถ้าไม่ดีแก้แน่”
ขณะที่ นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า
คนที่ฉีกรัฐธรรมนูญมีแต่คนที่ทำการปฏิวัติเท่านั้น เมื่อฉีกรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้ตัวเองให้ไม่มีความผิดอีก
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการทำประชามติจากเสียงคนส่วนใหญ่
ดังนั้น ถ้าจะฉีกก็แสดงว่า คนที่พูดไม่ได้คำนึงหรือคิดถึงเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ แต่ก็เข้าใจนัยยะได้เพราะเป็นพรรคการเมืองเกิดใหม่
ในพรรคดังกล่าว มีคนที่เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยหลายคน แต่เหตุใดจึงไม่คิดอะไรให้ลึกซึ้งและรอบคอบก่อนที่จะพูด
หรือจะเป็นแค่การพูดแบบมันปากเพื่อสร้างกระแส ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
ผู้ทำคลอดเอง ปกป้องของที่ฟูมฟักมาไม่น่าแปลก
ผู้ที่เคยแสดงท่าทีอย่างชัดเจน ว่าให้รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ในช่วงระหว่างการทำประชามติ
จะออกมาปกป้องจุดยืนเดิมของตนก็ไม่แปลกอีก
ทั้งหมดเสมอเป็นเพียงการประมวลผลข้อมูลให้ประชาชนบันทึก
เพื่อใช้สำหรับตัดสินใจในอนาคต

เมื่อแห่กระแสสู้ไม่ได้

เมื่อแห่กระแสสู้ไม่ได้



ปั๊ม ปตท.คงไม่โดนรวมหัวบอยคอตแล้ว
จากแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงต่อเนื่องทุกวัน ตามกลไกอุปสงค์อุปทานที่ทำให้ระบบกลับคืนสู่ความสมดุล และนั่นก็ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลงตามโดยอัตโนมัติ
สังเกตได้ว่า เสียงด่า เสียงโหวกเหวกโวยวายน้ำมันแพงเริ่มซา
เรื่องของเรื่อง ตามวัฏจักรก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง แต่ที่เป็นปัญหาลุกลามใหญ่โต เพราะพวกที่หวังผลทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทำบ้านเมืองปั่นป่วน ตีปี๊บข่าวลวง ข่าวปล่อย สร้างเพจจริง เพจปลอม โหมกระแสในโลกโซเชียลฯ ปั่นหัวชาวบ้านที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องราคาน้ำมัน
หวังผลแค่เจาะยางรัฐบาล คสช.ที่ตกเป็นรองสงครามชิงกระแส
ตีจุดอ่อนทหารที่เสียเปรียบแนวรบ “cyber warfare” เกมสัประยุทธ์ในโลกโซเชียลมีเดีย
ตามอาการแบบที่ล่าสุด “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ต้องสั่งกลางวงประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ให้ระมัดระวังการถูกบิดเบือนข้อมูลในโลกโซเชียลมีเดีย รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องรวมถึงทุกภาคส่วนของรัฐต้องรีบชี้แจงทันที
อย่าให้เรื่องเท็จกระทบความไว้วางใจของประชาชนต่อภาครัฐ
สะท้อนระดับความซีเรียสของสถานการณ์ที่รัฐบาล คสช.ต้องเผชิญกับแนวรบข่าวเท็จ เพจปลอม ในสมรภูมิโซเชียลมีเดีย ลามถึงขั้นส่งผลกระทบความมั่นใจการบริหารงานของรัฐบาล
โดยเฉพาะการลากโยงมาขย่มปมเศรษฐกิจ
ตามท้องเรื่องแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องออกแรงเหนื่อยสาหัส ในการลากสถานการณ์ที่กำลังดิ่งเหวกลับมาตั้งลำได้
กำลังปลื้มกับการโชว์ตัวเลขขาขึ้น ทั้งจีดีพี การส่งออก ฯลฯ
แต่กลายเป็นว่า พื้นฐานดีๆที่รัฐบาลกำลังวางฐานรองรับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศในระยะยาว ต้องมาโดนหักลบด้วยกระแสฉาบฉวยเฉพาะหน้า
นักการเมืองกระตุกอุปาทานหมู่ชาวบ้านโวยวายปัญหาปากท้อง
เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ช่วยกันแห่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลมองแต่ภาพรวมระดับบน เอื้อเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ ไม่สนฐานราก ชาวบ้านกำลังอดอยากปากแห้ง
เศรษฐกิจขาขึ้น แต่เป็นยกขาขึ้นก่ายหน้าผากมากกว่า
และนั่นก็เป็นมุกตลกร้าย นำไปขยายผลในโซเชียลมีเดีย เบิ้ล บลัฟ กดแชร์ กดไลค์ เกรียนคีย์บอร์ดด่ากันโขมงโฉงเฉง บรรเลงอารมณ์เดือดดาลใส่รัฐบาลเต็มที่
โดยที่ส่วนใหญ่ เกือบร้อยทั้งร้อย ไม่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างถ่องแท้
กระโดดแห่ตามกระแส แค่เอามัน เอาสะใจ
ทั้งหมดทั้งปวง ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่กำลังไหลเข้าทาง “นายใหญ่” ได้ทีขี่กระแสไล่ คสช.
ด้านหนึ่งก็คุมแนวรบสงครามโซเชียลมีเดียไว้ได้ อีกด้านก็เป็นการรุกชิงพื้นที่ในสนามเลือกตั้ง
ตามจังหวะการออกตัวแรงๆของผู้เล่นตัวหลักในแนวร่วมทวงคืนอำนาจจากทหาร อย่าง “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่อาศัยจังหวะเรตติ้งกำลังกระฉูด
ประกาศโละทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
นิรโทษกรรมคดีการเมืองที่เกิดในยุคอำนาจพิเศษ คสช.
ตามเหลี่ยมที่พรรคเพื่อไทยรีบกระโจนเข้าใส่ อาการแบบที่ “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำสายตรงดูไบ ประกาศเอาด้วยช่วยตามแห่เกมล้มรัฐธรรมนูญ คสช.
แถมโวลั่น ต้องไล่เช็กบิลเผด็จการด้วยถึงจะสาแก่ใจ
กระตุกอาการเทกแอ็กชันขู่กลับแรงๆแบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม บอกเรื่องนี้ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบดูว่าผิดหรือถูกอย่างไร
กับมุกพูดหาเสียงล่วงหน้าของนายธนาธร
ยืนยันการฉีกรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ รวมทั้งการเช็กบิล คสช.ที่ไม่ได้ทำผิดอะไร
เริ่มปล่อยหมัดโต้ ตามสภาพรัฐบาล คสช.เหมือนมวยโดนต้อนเข้ามุม
แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับสัญญาณแปร่งๆ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ส่งซิกการนัดพบระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองเพื่อพูดคุยเรื่องการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ ส่อต้องเลื่อนออกไป
เหมือนว่า บรรยากาศสถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดพลิกผัน
มันเป็นอะไรที่ประเมินได้ ทหารต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชัดเจน ถ้ารู้ว่าแพ้จะออกรบทำไม
เมื่อแนวรบกระแสยังเป็นรอง เลือกตั้งไปก็เสียของเท่านั้น.
ทีมข่าวการเมือง

"บิ๊กป้อม" ยัน เลือกตั้ง กพ.62 โรดแมพไม่เคลื่อน เมย.62

ไม่เลื่อน ไม่เคลื่อน
"บิ๊กป้อม" ยัน เลือกตั้ง กพ.62 โรดแมพไม่เคลื่อน เมย.62 เอาน่ะ ทันแล้วกันน่า ไม่ต้อง ใช้ "ม.44" ช่วย ชี้ พรป.สส. ผ่าน อย่างที่บอก เผย คสช.สบายแล้ว เข้าสู่โรดแมพ เตรียมหมดหน้าที่ หวังให้เลือกตั้ง เรียบร้อย เผยเตรียมนัด คุยพรรคการเมือง ปลาย มิย.นี้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง ความกังวล ที่ว่า เลือกตั้งจะเคลื่อนไป เมย.62 เพราะกรอบเวลา150 วัน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.ป.ด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่เลื่อน และไม่เคลื่อน
ยืนยันว่า โรดแมพ การเลือกตั้ง ไม่เลื่อน และทัน เดือนกุมภาพันธ์ 2562
เมื่อถามว่า กรอบเวลา150 วันก่อนการเลือกตั้ง จะปรับเวลาเป็น 90 วัน เพื่อให้ทัน กุมภาพันธ์ 62 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ปรับ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย 150 วันก็ต้อง150 วัน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถ้ากำหนดแบบนั้น จะไม่ทัน กุมภาพันธ์ 2562 พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า “ เอานะ เขาพยายามจะทำให้ทัน ก็แล้วกันน่า"
ส่วนจะใช้มาตรา44 หรือไม่ หากเกิดติดขัด เรื่องกรอบเวลา พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องใช้
เมื่อถามว่า เป็นมิมิตรหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมคิดว่าโอเค.
เพราะที่หวั่นเกรงว่า จะไม่ผ่าน แล้วจะเลื่อนเลือกตั้ง ก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวาดเกรงกันก่อนหน้านี้ บอกแล้วว่า ไม่เลื่อนเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ในฐานะ คสช.เบาใจ หรือไม่ ที่ทุกอย่างเคลื่อนมาถึงจุดนี้แล้ว ใกล้หมดหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็สบายแล้ว โอเค ถ้าคสช.หมดหน้าที่ ก็หมดหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามโรดแมพ
เมื่อถามว่า เป็นห่วงอะไรหรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนหวังให้เลือกตั้งเรียบร้อย
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการหารือพรรคการเมือง ก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง ว่า เชื่อว่าไม่เลื่อน คาดว่าจะหารือประมาณปลายเดือนมิถุนายน
ส่วนที่หลายพรรคย้ำจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมการหารือ ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า สื่อก็รู้อยู่แล้ว ยังมาถามอีก ก็ต้องไปถามนักการเมือง เองแล้วกันว่า จะมาหรือไม่ แต่เราก็จะหารือกับพรรคการเมือง เท่าที่มา แล้วกัน

โล่ง สบายแล้ว!!‬

โล่ง สบายแล้ว!!‬
‪"บิ๊กป้อม" ยิ้มแย้ม !! เปรย บอก แล้วว่า ผ่าน กม.ลูก ไม่ขัดรธน. เผย โล่ง บอก สบายแล้ว เข้าสู่โรดแมพ สู่เลือกตั้ง คสช.เตรียมหมดหน้าที่ ตามโรดแมพ ยัน เลือกตั้ง กพ.62 ไม่เคลื่อน เป็น เมย.62 ขอแค่ ให้เลือกตั้งเรียบร้อย‬

Return to Democracy, pls

Return to Democracy, pls
"Sen.Gardner" ประธานกมธ.Cyber Security สว.สหรัฐฯ พบ"บิ๊กป้อม" หวัง ไทยมีเสรี Return to Democracy มีเลือกตั้ง เพื่อความร่วมมือในทุกๆด้าน ชี้มี บิ๊กทหารไทย ไปเยือนสหรัฐ เสมอๆ ชี้ Fake newsเป็นปัญหา ใหม่ ทางCyber สหรัฐฯก็มี
นาย Coly Gardner ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านเอเชียตะวันออก แปซิฟิก และนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ ระหว่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย Glyn T. Davies เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าพบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมที่ กลาโหม
Sen.Gardner หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยกับ นักข่าว แฮปปี้ มาเมืองไทยครั้งแรก และไปเที่ยวเชียงใหม่ มา ประทับใจ
นาย Cory Gardner กล่าวว่า อยากให้ประเทศไทยรุ่งเรือง และมีเสรี และ หวังจะเห็นประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง เพื่อที่จะพัฒนาความร่วมมือกันสองประเทศต่อไป
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐฯยาวนานกว่า 200 ปี และแน่นแฟ้นขึ้น พลเอกประวิตร ก็เพิ่งไปเยือน กลาโหมสหรัฐฯ มา ซึ่งตนเอง ก็ได้ไปพบปะพูดคุย ต้อนรับด้วย อีกทั้ง มี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และคณะต่างๆ ก็เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ
นอกจากนี้ มีการพูดคุยเรื่อง ปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอมfake news ที่เกิดขึ้น ในโลกcyber เพราะ ไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยที่เดียว ที่สหรัฐฯก็เกิดปัญหานี้เช่นกัน
แต่สิ่งสำคัญจะต้องมีข่าวน่าเชื่อถือ เพื่อให้คนรับรู้ข่าวสารได้ถูกต้อง ทั้งนี้ต้องส่งเสริมให้เกิดข่าวโปร่งใส่ เชื่อถือได้
ส่วนความร่วมมือ ด้านCyber securityนั้นตนเองในฐานะคณะอนุกรรมฯด้านcyber ก็จะไปร่วมประชุมShangri la dialogue ที่ประเทศสิงคโปร์ ทั้งยังหวังว่าผู้นำในเอเชียจะหารือกันในประเด็นนี้
และหวังว่าจะเข้าใจร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบการใช้กฎหมายเป็นพื้นฐานร่วมกัน
รวมทั้งปัญหา cyber terrorism การก่อการร้ายด้านไซเบอร์ ความมั่นคงทางดิจิตัล เป็นเรื่องใหม่มีความสำคัญ
Gardner กล่าวว่า จะคุยเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับภูมิภาคIndo Asiapacific ที่เขียนถึงกรอบความมั่นคง และเศรษฐกิจ รวมถึงการค้าการลงทุน ทั้งพหุภาคี และทวิภาคี ตลอดจนหลักนิติรัฐ

ถามปลดล้อค แล้ว ยังไม่ได้ประชุมพรรคการเมืองกันเลย .

เดินไป บ่นไป ตอบไป 555
เจอนักข่าว ดักสัมภาษณ์ทั้ง ตอน ขาขึ้นห้อง รมว.กลาโหม ... เรื่อง การเมือง เลือกตั้ง...หลังศาลรธน.ชี้กม.ลูก สส.ไม่ขัดรธน.
และตอนขาลง โดนถามเรื่อง จะปลดล็อค พรรคการเมือง เมื่อไหร่ เพราะ เตรียมนับถอยหลังสู่เลือกตั้ง แล้ว
บิ๊กป้อม เลยบ่นอุบ ถามปลดล้อค แล้ว ยังไม่ได้ประชุมพรรคการเมืองกันเลย ...
เดินบ่นจนขึ้นรถ และหันมาบ่น อีก. แต่ก็ ตอบไป บ่นไป ตามประสา ลุงป้อม !!

อเมริกา ยินดี ไทยจะมีเลือกตั้ง ก.พ.62

อเมริกา ยินดี ไทยจะมีเลือกตั้ง ก.พ.62
"สว.Gardner"คุย บิ๊กป้อม ชื่นชม แก้ค้ามนุษย์ เดินหน้าร่วมมือยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้อนรับ นาย Cory Gardner ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านเอเชียตะวันออก แปซิฟิก และนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ระหว่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา และคณะ ที่ ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่าย ได้หารือร่วมกันถึง การเสริมสร้างความสัมพันธ์ในโอกาสครบ 185 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ไทย - สหรัฐฯ ไปสู่ยุคใหม่ ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ทั้งด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงของภูมิภาค ความร่วมมือทางทหาร ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ
รวมทั้งความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในด้านต่อต้านการค้ามนุษย์ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
นาย Cory Gardner กล่าวว่า สหรัฐฯให้ความสำคัญกับ ไทยในฐานะพันธมิตรที่เก่าแก่ของภูมิภาค และพร้อมให้การสนับสนุนไทยทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันที่ผ่านมา เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างกัน
พร้อมกันนี้ ได้ชื่นชมถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และยินดีที่ไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้งใน ก.พ.62
โดยยืนยันที่จะทำงานร่วมกันต่อไป
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวในตอนท้าย แสดงความขอบคุณ นาย Cory Gardner และย้ำว่า ไทยพร้อมให้การสนับสนุนทำงานร่วมกับสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงและสันติสุขของภูมิภาค

เราจะทำตามสัญญา

ทำตามสัญญา
"ทีมโฆษก คสช."ยัน ทำตามสัญญา เดินหน้า เลือกตั้ง กพ.62 ขอรอ อีกไม่กี่เดือน ยันกรอบเวลา ที่วางไว้ เหมาะสม แล้ว เมื่อมีความสงบ บ้านเมืองสงบ ทุกอย่างก็เดินไปได้ เตือน หากเคลื่อนไหว ต้องในกรอบกม. ยัน คสช.ต้อง ดำเนินคดี 21 แกนนำ 41 มวลชน"กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" เพราะทำผิด แม้ Amnesty เรียกร้อง ให้ ยุติคดี
พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 และ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า เมื่อ ศาล รธน.ชี้ว่า พรป.สส. ไม่ชัดรธน. แล้ว เราก็เตรียมเดินตามโรดแมพ สู่เลือกตั้ง ที่เรายังยืนยันว่า เป็น กพ.2562 เพราะ คสช.เราไม่สามารถบอกเป็นอย่างอื่นได้ แต่เป็นไปตามโรดแมพ ตอนนี้ เรามีคำตอบเดียว คือ กพ.62
"จะเห็นได้ว่า คสช. ทำตามสัญญา แล้ว นำสู่เลือกตั้ง. ส่วนคนที่คิดว่า เลือกตั้งช้า. และเรียกร้อง เลือกตั้งปีนี้ เราก็ชี้แจง ให้คนไทย ส่วนใหญ่ มีความเข้าใจ"
บ้านเมืองเราเดินไปได้ เมื่อเลือกตั้ง แล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่. คสช . ที่สนับสนุนรัฐบาล. ในการบริหารราชการแผ่นดิน และหมดอำนาจ ไปตามรธน.ปี 60
ดังนั้น หากกลุ่มใดจะเคลื่อนไหว ก็ขอให้ยึดตามกรอบ ถ้าทำผิด จนท.ก็ต้องดำเนินคดี
ทั้งนี้ยืนยันว่า กรอบเวลา ที่วางไว้ นั้นเหมาะสม แล้ว เมื่อมีความสงบ บ้านเมืองสงบ ทุกอย่างก็เดินไปได้ แต่ไม่ต้องมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าแบบนี้ ก็เดินไปได้
และ ยังเป็นไปตาม โรดแมพ เลือกตั้ง นามกำหนดเดิม ไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลง ไปจากจังหวะเวลาที่วางไว้
ยืนยันว่า การดำเนินคดี ต่อ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นไปตาม กรอบกม.
ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ ไม่ได้ลือก ปฎิบัติ หรือก
ลั่นแกล้ง
การที่ Amnesty Int. ตัองการ ให้ยุติการดำเนินคดี กับ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นั้น เพราะความต้องการ ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เราก็ต่องชี้แจง แต่ไม่ได้หนักใจอะไร เราเรายึดหลักการทำงาน ตามกรอบกม. ตามอำนาจหน้าที่
พลตรี ปิยพงศ์ กล่าวว่า คสช.ติดตาม "พรรคอนาคตใหม่" ประเมิน และติดตามทุกความเคลื่อนไหว ก็ดูว่า คำพูด คำแถลง มีอะไรที่เข้าข่ายผิดกม.หรือไม่