PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ไม้นี้ ‘รวบรัด’ เบรกป่วน

ถอดความเบื้องต้นจากคำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่ออกมาล่าสุด เกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง
ใช้ “กระบองยักษ์” มาคลี่คลายสถานการณ์การเมือง เลือกตั้ง “ส่อป่วน”
ตามเหตุผลของคำสั่ง ม.44 รอบนี้ เป็นเรื่องของประเด็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง
ที่เลยเดดไลน์ต้นเดือน พ.ย.ที่กำหนดให้ กกต.ต้องทำให้แล้วเสร็จ ก่อนกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ 11 ธ.ค.ที่จะถึงนี้
จึงงัดอำนาจพิเศษมาใช้ ผ่อนผัน ขยายเวลาให้ กกต.ทำหน้าที่ให้ทัน
ตามกำหนดที่ยืดออกไป ให้เรียบร้อยทันเดดไลน์สุดท้าย
ถึงแม้อีกทางจะอ่านได้เหมือนกันว่า “รวบรัด” กับกระบวนการในการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญต้องการให้พรรคการเมืองต่างๆ มีส่วนร่วม
โดยยกเหตุผลต่างๆนานา เรื่องการรับฟังความคิดเห็น ข้อท้วงติงต่างๆ
แต่ก็มีทิ้งท้ายเอาไว้ชัดเหมือนกัน “กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆของ กกต.ที่ออกไว้ ก็ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย”
จัดให้ กกต.มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในคิวแบ่งเขตเลือกตั้ง
นั่นก็พอเข้าใจได้ ในสถานการณ์ที่เริ่มส่อวุ่น ป้อมค่ายการเมืองน้อยใหญ่เริ่มขยับแรง เกี่ยวกับปมแบ่งเขตเลือกตั้ง โยงไปถึงโรดแม็ปเข้าคูหากาคะแนน ที่ปักธงไว้ 24 ก.พ.2562
ทั้งดักคอดักทาง ที่แบ่งเขตไม่จบ เป็นสัญญาณตุกติก “ยืดเลือกตั้ง” อีกหรือไม่
ขณะเดียวกัน พรรคเล็กค่ายน้อย เริ่มมีก่อหวอดเปิดประเด็นขอให้ขยับโรดแม็ปออกไป เพื่อให้กระบวนการของพรรคการเมืองต่างๆทำได้ทันกำหนดและเรียบร้อย
ยิ่งขยายกระแส “เลื่อนเลือกตั้ง” เข้าไปใหญ่
และส่อว่าจะวุ่นหนัก หากเดินตามกระบวนการแบ่งเขตไปตามปกติ ข้อท้วงติงสารพัดคงออกมาจากพรรคการเมืองต่างๆกันเป็นพรวน และคงต้องใช้เวลาแก้ไขหลายรอบ
เคลียร์ให้ทุกฝ่ายพอใจ ยากจะจบ
ประเมินแล้ว จึงถึงคิวที่ “บิ๊กตู่” ต้องงัดมาตรา 44 ออกมาทำให้ชัด ให้อำนาจ กกต.เบ็ดเสร็จ แบ่งเขตให้ทันเส้นตาย เพื่อเดินไปสู่ขั้นตอนต่อไป
ถึงเวลานี้ ถ้าไม่มีคิวซ่อนกลแฝงเกม โยนลูกให้ กกต.รับผิดชอบหากโปรแกรมสะดุด
ผู้เล่นจากพรรคต่างๆ เตรียมแต่งตัวรอลงสนามกันได้
นอกจากนี้ ที่ต้องถอดความ มาตรา 44 ล่าสุด ยังมีประเด็นแก้ปัญหากระบวนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ข้อ 4 ที่ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน มาทำหน้าที่แทนการหยั่งเสียงแต่ละเขตแต่ละพื้นที่
ใช้อำนาจพิเศษ แก้ปมไพรมารีโหวตมารอบนึงแล้ว รอบนี้เป็นคิวของการ “ยืดเวลา” ให้กระบวนการสรรหาผู้สมัคร เดินหน้าได้ถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
ส่วนโปรแกรมบังคับ วันที่ 26 พ.ย.นี้ ต้องสังกัดพรรคให้เข้าเงื่อนไข 90 วัน สรุปว่ายังอยู่เหมือนเดิม
ทั้งหมดทั้งปวง สรุปว่า “กระบองยักษ์ ม.44” เที่ยวนี้ ไม่ยืด ไม่หด
และไม่น่าจะมีลูกตุกติก ส่อว่าจะเบี้ยว
และเมื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวม ทั้งกฎ กติกา กระบวนการจัดตั้งเปิดค่าย ความคึกคักของฝ่ายต่างๆในการแต่งตัวลงสนาม โดยเฉพาะจากขั้วอำนาจพิเศษที่โยงไปถึงแผนตีตั๋วไปต่อของ “นายกฯลุงตู่”
ถ้าหากไม่มีอะไรพลิกผัน ฟ้าถล่มดินทลายแทรก โปรแกรมประชาธิปไตยน่าจะเป็นไปตามกำหนด
ตามสัญญาณแรง เปิดฉากประชาธิปไตยคืนเมือง.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เงาทักษิณทาบ

เลือกตั้งใหญ่ 24 ก.พ.62 คงจะสู้กันหมดหน้าตักไม่มีใครยอมใคร พรรคไหนได้เสียงข้างมาก โอกาสจะเป็นรัฐบาลมีมาก แต่จะทำได้ถึงเป้าหรือไม่ “พรรคกองหนุน” คงต้องให้ “ลุงตู่” ขับเคลื่อน

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ในเมื่อกำหนดให้นักการเมืองทุกคนต้องเข้าสังกัดพรรคการเมืองให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 28 พ.ย.61

การที่นักการเมืองเคลื่อนไหวอย่างเป็นระลอกเพื่อเข้าสังกัดพรรค ไม่ต่างไปจากมวลคลื่นกระทบเข้าหาฝั่ง

ใครจะไปขึ้นฝั่งไหนก็ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเมื่อเลือกจะไปอยู่ตรงไหนก็เป็นที่แต่ละคนต่างก็คิด ไม่มีใครห้ามใครได้ ไม่ต้องยึดถืออุดมการณ์ ก็ได้

อย่างน้อยตัวเองต้องได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ต้องให้พรรคชนะเลือกตั้ง จากนั้นก็เป็นรัฐบาล

อีกช็อตหนึ่งก็คือ การได้รับ ตำแหน่งทางการเมือง

นี่เป็นความปรารถนาของนักการเมืองแทบทุกคน อยู่ที่ว่าจะผลักดันตัวเองให้ไปได้ไกลแค่ไหนก็แล้วแต่ฝีมือของแต่ละคน

พรรคใหญ่ที่เห็นและเป็นอยู่นั้น ประชาธิปัตย์คงไม่มีอะไรมาก แม้จะมีโผล่เข้ามาแจมใหม่ๆ แต่ที่ไหลออกไปก็ไม่น้อย

พรรคนี้คงหวังแค่ได้เป็น “ตัวแปร” ทางการเมืองมีอำนาจต่อรองสูงไม่ใช่น้อย

จะไปข้างไหนก็มีทางเลือกหลายทาง ทางหนึ่งก็อาจจะไปร่วมกับเพื่อไทย แต่หนทางนี้ตีบตัน หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้

เมื่อเงื่อนไขสำคัญก็คือจะต้องไม่มี “เงาทักษิณ” มาทาบ

ไปอยู่กับพรรคกองหนุนก็มีความเป็นไปได้ เพียงแต่จะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไร ขัดกับอุดมการณ์ที่ประกาศเอาไว้หรือไม่

จำไว้อยู่อย่างว่า นักการเมืองนั้นสามารถใช้คำพูดมาเป็นเหตุผลได้เสมอ

อีกทางก็อยู่ตรงกลางไม่ไปข้างไหน แต่ขืนทำแบบนั้นคงจะต้องมีการรื้อจอกันใหม่ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้

ทางเดียวก็คือ “ยุบสภา” เลือกตั้งกันใหม่...จะเอาอย่างนั้นหรือ?

“ทักษิณโพล” เปิดเผยตัวเลขจากการจ้างฝรั่งสำรวจพบว่าเพื่อไทยกับเครือข่ายจะได้ 290 เสียง แบบนี้ก็ตั้งรัฐบาลได้แน่

แต่ก็ต้องเริ่มต้นจากการเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน

แต่ตัวเลขนี้พรรคคู่แข่งไม่เชื่อว่าจะมีความเป็นไปได้ เนื่องจากเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป และเงื่อนไขต่างๆก็เปลี่ยนไปแล้ว ล่าสุดได้เคลื่อนตัวมาที่สิงคโปร์แล้ว

มีข้อมูลอีกชุดหนึ่งบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคคือ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ

จะได้ ส.ส.รวมกันราว 400 เสียง จาก 500 เสียง

ที่เหลืออีก 100 ที่นั่งจะเป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กไปแบ่งกัน

ตัวเลขนี้ก็เช่นกันว่าไม่น่าจะเป็นไปอย่างนั้น เพราะด้วยกติกาใหม่ บริบททางการเมืองใหม่โอกาสของพรรคเล็กน่าจะมีมากกว่า 100 เสียง

ท่าจะให้ดีคงต้องรอการแบ่งเขตและการจัดผู้สมัครของแต่ละพรรคว่ามีใครเป็นใครบ้าง ลงพื้นที่ไหนกันบ้าง

ถึงที่สุดแล้วการต่อสู้ในเกมเลือกตั้งที่ต้องสู้กันแบบถึงไหนถึงกัน ทุ่มหน้าตักเต็มพิกัด วางแผนกลยุทธ์ที่ชิงความเหนือ

ว่าก็ว่าเถอะ...คนที่จะแคนดิเดตคนหนึ่งคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการไปต่อในตำแหน่งนายกฯ

คงจะต้องช่วยตัวเองเพื่อเพิ่มคะแนนให้พรรคกองหนุน

เพราะการจะชนะเลือกตั้งคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ!!!

ลิขิต จงสกุล

ไทยรัฐ:หลายพรรคร่วมประสานเสียง ถล่ม คสช.อ่วม!

ใช้ ม.44 เปิดทางให้ กกต.ขยายเวลาการแบ่งเขตส่อแววว่าจะยื้อเลือกตั้ง

พรรคการเมืองดาหน้าถล่มคำสั่ง หน.คสช. ขยายประกาศแบ่งเขต ส่อยื้อเลือกตั้ง เอื้อพรรคพวกพ้องแต่งตัวไม่ทัน “เจ๊หน่อย” ฉะแทรกแซง กกต.ไม่เห็นหัวประชาชน รับป่วนภายในจัดคนหลบพื้นที่ซ้ำซ้อนวุ่นไม่จบ “ชวลิต” เฉ่งเหมือนปฏิวัติอีกครั้ง ออกคำสั่งฉาวอยู่เหนือ รธน.-ก.ม.ลูก “วรชัย” สับเปิดทางนอมินีดูดต่อ “จาตุรนต์” จวกช่วยพรรคหนุนสืบทอดอำนาจ ใช้พรรคเล็กเป็นเครื่องมือร้องยืดหย่อนบัตร เด็ก ปชป. สับ คสช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต เล่นมุกเดิมยืดกาบัตร ปูดขาใหญ่เมืองสุโขทัยล็อบบี้รื้อแบ่งเขตใหม่ “สุวิทย์” ปัดเอื้อประโยชน์ พปชร. “สมศักดิ์” ป้อง “บิ๊กตู่” ถูกใส่ร้าย พีเน็ตจับตาเลือกตั้งไม่เป็นธรรม “สมชัย” แฉดิ้นแก้ปมพรรคหนุน คสช.พื้นที่ทับซ้อนอื้อ “เทือก” ไปตรังเข้าบ้าน “ชวน” กราบรูปแม่ถ้วน เหน็บทำเป็นเรื่องใหญ่ “มาร์ค” ตั้งกรรมการสอบ “ถาวร” เปิดบ้านที่สงขลาให้ รปช.ล่าสมาชิก

พรรคการเมืองพร้อมใจกันโจมตีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ให้ กกต.ขยายเวลาประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง และให้พรรคการเมืองสรรหาผู้สมัครได้จนถึงวันรับสมัคร รวมถึงการใช้พรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี เป็นข้ออ้างเรียกร้องให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป เป็นความพยายามของรัฐบาล คสช.ที่จะเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช. ให้ได้เปรียบคู่แข่งให้มากที่สุด


“เจ๊หน่อย” ฉะแทรกแซงไม่แคร์ ปชช.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยมหิดล จ.นครปฐม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ คสช.มีคำสั่งที่ 16/2561 ให้อำนาจ กกต. เปลี่ยนแปลงแบ่งเขตเลือกตั้ง ขยายเวลาประกาศเขตได้จนกฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้ และให้พรรคการเมืองสรรหาผู้สมัครได้จนถึงวันรับสมัครนั้น เป็นการใช้อำนาจแทรกแซงอย่างเห็นได้ชัด ต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ทั้งที่ กกต.ได้รับฟังเสียงจากประชาชนมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจใช้คำสั่งเพื่อไปลบความเห็นคิดจากประชาชน ทำให้ความเห็นประชาชนไม่มีความหมาย คิดว่าจะใช้คำสั่งไปกำกับควบคุม ว่า กกต.จะแบ่งเขตแบบใดก็ได้ จะขัดรัฐธรรมนูญ ขัดความรู้สึกประชาชนก็ทำได้ ไม่รวมถึงการเสียเวลาและเสียงบประมาณ ที่ดำเนินการไปในช่วงนั้น

รับทำ พท.ปั่นป่วนจัดคนหลบทับซ้อน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยว่า แค่เริ่มต้นเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ยังเกิดปัญหาการใช้อำนาจรัฐ และการเอารัดเอาเปรียบ แล้วช่วงเลือกตั้งจะไม่เกิดปัญหาวุ่นวายมากขึ้นกว่านี้หรือ โดยเฉพาะการซื้อเสียง ดังนั้น จึงฝาก กกต.ให้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เอื้อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง และเชื่อว่าการออกคำสั่งครั้งนี้ทำเพื่อพรรคการเมืองที่อยู่ข้างตนเองได้ประโยชน์ เป็นเรื่องน่าห่วงใยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ยอมรับว่าคำสั่งนี้กระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกับทุกพรรค แม้ก่อนหน้านี้อาจมีบางเขตที่ซ้ำพื้นที่กัน แต่เป็นเรื่องภายในพรรคที่ต้องแก้ปัญหาต่อไป ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เหมือนกับคำสั่ง มาตรา 44 ขอให้ประชาชนตื่นตัวช่วยกันเฝ้าระวังการเลือกตั้ง นอกเหนือจากองค์กรอื่นที่มาร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง


โวยออกคำสั่งเหมือนปฏิวัติอีกครั้ง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี คสช.ออกคำสั่งที่ 16/2561 ว่า คำสั่ง คสช.ดังกล่าวส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เห็นชัดเจนว่า คสช.ก้าวก่าย แทรกแซง ครอบงำ การทำหน้าที่ของ กกต. เพราะไม่ใช่หน้าที่ของ คสช.จัดการเลือกตั้ง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต.โดยตรง ที่สำคัญ คสช.ตัดสินใจแทน กกต.ได้อย่างไรว่า กกต.ไม่ได้รับฟังการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทราบมาว่ามีการรวบรวมบัตรประชาชนไปสมัครสมาชิกพรรคหนึ่ง และแอบแฝงร้องเรียนการแบ่งเขตเลือกตั้งด้วยโดยประชาชนไม่ได้รับรู้เรื่องการร้องเรียน เป็นการใช้มาตรา 44 นิรโทษกรรมให้ คสช.ที่กระทำผิดกฎหมายหรือละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดระเบียบ กกต.ที่ออกตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมทั้งนิรโทษกรรม กกต.และเจ้าหน้าที่ การออกคำสั่ง คสช.นี้เปรียบเหมือนการปฏิวัติอีกครั้ง เพราะคำสั่ง คสช.อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ อยู่เหนือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คสช.ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง


“ชัยเกษม” เชื่อมีคำสั่งแบบนี้อีกแน่

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวน่าจะเป็นเอื้อให้คนที่จะลงเลือกตั้ง ส.ส.ในค่ายตัวเองที่เตรียมตัวได้ทัน เลยขยายเวลาให้ กกต.รื้อแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ขยายเวลาเพื่อสรรหาผู้สมัครได้ทัน เพราะเดิมทีกำหนดผู้ที่จะลงเลือกตั้ง ส.ส.ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคภายในวันที่ 26 พ.ย.เมื่อเขียนแบบนี้เท่ากับขยายเวลาสรรหา แสดงถึงความไม่พร้อมของบางพรรค และรับรองจะมีคำสั่งลักษณะแบบนี้ออกมาเรื่อยๆเมื่อคิดอะไรออก พอถึงเวลาก็มาบอกว่าทำตามกฎหมายสามารถออกคำสั่งได้มีรัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ถึงจะเลิกใช้ ไปคาดหวังอะไรไม่ได้ ใช้สิทธิเต็มที่ เมื่อคนที่ดำเนินการมีอำนาจอยู่ในมือ แต่คงยังไม่กระทบโรดแม็ปใหญ่ที่ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป อย่าไปซีเรียสกับมัน มาอย่างไรสู้ไปอย่างนั้น


จี้ใจดำ กกต.ร้องขอหรือยื่นมือไปเอง

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าทำไมการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ กกต.ได้จัดทำไว้แล้วตามกระบวนการและผ่านการกลั่นกรองจากประชาชนมาแล้วไม่ดีอย่างไร หรือไม่ได้ดังใจพรรคที่ คสช.สนับสนุนหรือไม่ เลขาธิการ กกต.ระบุว่าสรุปการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังจะเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่อยู่ๆ นายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง อยากถามนายกฯ ว่าการออกคำสั่งครั้งนี้ กกต.ร้องขอมาหรือไม่ ถ้า กกต.ไม่ได้ร้องขอจะออกคำสั่งนี้มาเพื่ออะไร ทำให้สงสัยถึงเบื้องหลังของคำสั่งและจะยิ่งทำให้ประชาชนหวั่นเกรงต่อการใช้อำนาจรัฐ เพื่อผลประโยชน์ทาง การเมืองของคนบางกลุ่มที่ถืออำนาจ


สับเปิดทางนอมินี คสช.ดูด–ดึง–ดัน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ได้ทำประกาศแบ่งเขตไว้เสร็จแล้วเตรียมออกประกาศ แต่มีการร้องเรียนและมีบางคนที่ลงไม่ได้ จึงมีการออกคำสั่งเพื่อจัดแบ่งเขตใหม่ เอื้อประโยชน์ของพรรคที่สนับสนุนผู้มีอำนาจ พยายามบังคับให้ กกต.จัดใหม่ ถ้าต้องรื้อใหม่ทำไม่ทัน ต้องเลื่อนการเลือกตั้ง และยังคลุมเครือเรื่องให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคการเมือง หาผู้สมัครได้ถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง แต่ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.กำหนดให้สังกัดพรรคใน 90 วัน ตามคำสั่งนี้เท่ากับไม่ต้องสังกัดพรรคใน 90 วันใช่หรือไม่ เป็นการเปิดทางให้ทั้งดึง ดูด ดัน คนที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งจากท้องถิ่น ท้องที่ให้เข้าพรรคที่สนับสนุนผู้มีอำนาจ

ยื้ออีกไม่มี ลต.แล้วเหตุ พปชร.ไร้กระแส

นายวรชัยกล่าวอีกว่า การร่างคำสั่งครั้งนี้ก็ทุลักทุเล เร่งรีบ สับสน ทำให้สงสัยว่ามันคืออะไร ต้องการยื้อเลือกตั้งใช่หรือไม่ กกต.มีความพร้อมแล้ว ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ต้องเลื่อนอีก ทำแบบนี้ถามประชาชนแล้วหรือไม่ ทำเพื่ออะไร เพื่อใคร เป็นเกมการยื้อเลือกตั้ง สนองผู้มีอำนาจ กกต.ต้องยืนหยัดตามหลักการตามไทม์ไลน์ ต้องสู้บนพื้นฐานความถูกต้อง เพราะผู้มีอำนาจพยายามหาวิธีเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ถึงแม้กำหนดวันเลือกตั้งจะยืดออกไปได้ถึงวันที่ 9 พ.ค. 2562 แต่ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น เรื่องสำคัญคือคนหมดความเชื่อถือ ขนาดวางกรอบชัดแล้ว ประกาศชัดเจนแล้วทั้งจาก กกต.จาก พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แต่หาเหตุเลื่อนได้ตลอด ถ้าครั้งนี้เลื่อนอีกเชื่อว่าคงไม่มีการเลือกตั้งแล้ว เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่มีกระแส


ซัดยัดไส้นิรโทษกรรม กกต.

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 อาจเป็นเหตุนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ รวมถึงให้พรรคการเมืองและประชาชนร้องเรียนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้มีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้จากผู้มีอำนาจหรือไม่ อีกทั้งคำสั่งนี้จะเป็นการนิรโทษกรรม กกต.ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศหรือมติใดๆ ที่ผ่านมา เพราะเขียนชัดว่าผู้ใดจะนำเหตุนี้ไปฟ้องร้องมิได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม กกต.ควรทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ปราศจากการแทรกแซง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งจะไม่ได้รับการยอมรับ


“อ๋อย” จวกช่วยพรรคหนุนสืบอำนาจ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 เจตนาต้องการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากวันที่ 24 ก.พ.62 และยังทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้สมัคร เปิดช่องแบ่งเขตได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย ระเบียบใดๆทั้งสิ้น หลายคนมองได้ว่าเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคที่สนับสนุนตัวเองสืบทอดอำนาจ เพื่อต้องการความพร้อม ใครโต้แย้งฟ้องร้องก็ไม่ได้ เพราะชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เป็นคำสั่งที่แทรกแซงการเลือกตั้ง คสช.จะออกคำสั่งแบบนี้อีกเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่สุจริต และไม่เป็นธรรม จึงทำให้เป็นห่วงว่าจะมีคำสั่งลักษณะเช่นนี้ออกมาอีกมากจนถึงวันเลือกตั้ง ส่งผลขาดความเชื่อถืออย่างร้ายแรงทั้งในประเทศและสังคมโลก เพราะต่างประเทศไม่ได้แค่สนใจวัน เวลาแต่เขาสนใจจะเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมหรือไม่ มีการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจรัฐมากน้อยแค่ไหน

ใช้พรรคเล็กเครื่องมือร้องยืด ลต.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคเล็กพรรคใหม่ออกมายื่น กกต.เพื่อขอให้เลื่อนวันเลือกตั้งจากกำหนดไว้เดิมวันที่ 24 ก.พ.62 ออกไปนั้นความจริงต้องดูสาเหตุที่ทำไม่ทัน ล่าช้าเพราะ กกต.หรือล่าช้าเพราะตัวเอง แต่พอมามีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2561 ออกมาแบบนี้อย่างกะทันหัน ทั้งที่จากก่อนหน้านี้การแบ่งเขตของ กกต.ที่กำลังจะเสร็จอยู่แล้ว ทำให้มองได้ว่าเรื่องเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกัน เมื่อคสช.ออกคำสั่งมาลักษณะไม่ต้องทำตามระเบียบและกฎหมายใดๆเลย จะกลายเป็นว่าใครไม่พอใจร้องได้อีกเรื่อยๆ ถ้าร้องไปที่รัฐบาล ร้องไปที่ คสช. แล้วส่งมา กกต.ก็อาจต้องมาพิจารณาอีก เพราะไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ สิ้นสุดได้เมื่อไหร่ หาข้อยุติอย่างไร กลายเป็นใครจะทำอย่างไรอีกก็ได้

คน ปชป.อัด คสช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ด้านนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส. สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนี้ คสช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยเฉพาะการอ้างเหตุผลว่าพรรคการเมืองใหม่ไม่พร้อมหาสมาชิกและผู้สมัครลงรับเลือกตั้งไม่ทัน เหตุผลที่แท้จริงน่าจะเป็นการยื้อการจัดการเลือกตั้งออกไป เพราะก่อนหน้านี้เคยใช้ สนช.เป็นเครื่องมือเสนอเพื่อเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดใหม่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อกระแสสังคมคัดค้านจึงต้องงดเรื่องนี้ไป มาครั้งนี้เปิดหน้าเล่นใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งให้ต่อเวลาประกาศเขตเลือกตั้งอ้างความไม่พร้อมของพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งหลายพรรคยังไม่ได้จดแจ้งขอตั้งพรรคอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับรับลูกอ้างจึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

ขาใหญ่สุโขทัยล็อบบี้รื้ออีกแบ่งเขต

“นอกจากนี้ ยังทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บางพรรคที่เสนอการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นแบบที่ 4 เพื่อทำให้ผู้สมัครของบางพรรคได้เปรียบคู่ต่อสู้ เช่นจ.สุโขทัย กกต.ได้แบ่งเขตเป็น 3 แบบ ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมประชาคมของชาวบ้านทุกตำบลในจังหวัดไปแล้ว แต่กลับมีนักการเมืองอาวุโสบางคนแอบล็อบบี้เสนอให้แบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 4 เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขันใช่หรือไม่ โดยไม่ได้ผ่านขั้นตอนการทำประชาคม รับฟังความเห็นจากประชาชน และผู้สมัคร” นายสัมพันธ์กล่าว


“สุวิทย์” ปัดคำสั่ง หน.คสช.เอื้อ พปชร.

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ให้อำนาจ กกต.ขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้งว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมทำตามกติกามาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการเอื้อให้กับพรรคเพื่อเตรียมความพร้อม เพราะเตรียมตัวไม่ทันเป็นการคาดเดามากกว่า เมื่อถามถึงกรณีที่มีพรรคเล็กรวมตัวยื่นกกต.ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากวันที่ 24 ก.พ.62 นายสุวิทย์กล่าวว่า เป็นความคิดของพรรคเล็กๆ แต่ตนคิดว่าการเลือกตั้งควรจะต้องเดินหน้าต่อไป เมื่อกำหนดไว้วันไหนก็ควรจะเป็นวันนั้น และพรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมมาก ถ้าประกาศว่าพรุ่งนี้จะเลือกตั้งเราก็พร้อมที่เลือกตั้งแล้ว


“สมศักดิ์” ฉะคนใส่ร้าย “บิ๊กตู่” เผด็จการ

เมื่อเวลา 11.39 น. ที่ถนนสุขเกษม เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร เปิดศูนย์ประสานพรรคพลังประชารัฐ ประจำ จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ใช่เผด็จการอีกต่อไปแล้ว แต่คือ “ลุงตู่” ผู้เดินเข้าหาประชาชนต้องการช่วยเหลือประชาชนแท้จริง พยายามทำให้ประเทศชาติสงบปราศจากความวุ่นวายทางการเมือง นักการเมืองจากการเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้น ที่เรียก พล.อ.ประยุทธ์ว่าเผด็จการ แต่นั่นคือการใส่ร้าย แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์เคยยึดอำนาจ แต่บุคคลที่เป็นเผด็จการตัวจริงคือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะนักการเมืองในอดีตที่พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อให้นายทักษิณกลับบ้าน


โต้ยืดเวลารอ พปชร.–สามมิตรลงตัว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ลงรอยกับกลุ่มสามมิตร ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ต้องขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้งออกไปว่ายืนยันไม่เป็นความจริง กลุ่มสามมิตรไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพรรคพลังประชารัฐและจะเข้าไปร่วมงานกับพรรควันที่ 18 พ.ย. แบบชุดใหญ่ ไฟกะพริบ เราเป็นเนื้อเดียวกัน และผู้สมัครในกลุ่มชัดเจนไม่ทับซ้อน ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยดี นายสาธิตคงเป็นโรคซึมเศร้า กลัวจะแพ้เลือกตั้ง จึงมโนไปเอง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐ ท่านมีเจตนาบริสุทธิ์ที่ต้องการให้ทุกพรรคมีเวลาเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง และให้ กกต.ดำเนินการเลือกตั้งด้วยความเรียบร้อย เสมอภาคและเป็นธรรม มีเวลาแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเหมาะสม อย่าพยายามสาดโคลนให้เกิดความขัดแย้งอีกเลยและอย่าจิตตกว่าจะเลื่อนเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ปอยู่แล้ว


ชทพ.เด็กดีพร้อมปฏิบัติตาม

นายยุทธพล อังกินันทน์ โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ขยายเวลาประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ไปไม่เกินวันที่ 11 ธ.ค. และการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้งว่าเป็นกติกาที่พรรคต้องปฏิบัติตาม ยอมรับว่าทำให้พรรคขลุกขลักจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ให้เหมาะสม เพราะเขตเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน ต้องปรึกษากันอีกครั้งว่าจะกำหนดทิศทางอย่างไร แต่เชื่อว่าจากประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้การเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ต้องเลื่อนแน่นอน เห็นใจ กกต.ที่มีข้อร้องเรียนการแบ่งเขตเลือกตั้งเยอะ ต้องทำให้รอบคอบ ไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ทุกพรรคพร้อมส่งผู้สมัครแน่นอน นักการเมืองเหมือนผู้เล่นที่รอฟังกติกาเขตแดน เส้นแบ่งจะอยู่ตรงไหน ขณะที่ความพร้อมเต็มที่


“ธนาธร” เฉ่ง คสช.ทำชาติเสียหาย

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สยามสแควร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงาน ร่วมทำกิจกรรม กรุงเทพฯขยับครั้งที่ 4 เดินหาสมาชิกพรรคที่สยามสแควร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจจากวัยรุ่นหนุ่มสาวที่มาเรียนพิเศษและซื้อของอย่างมาก ทั้งเข้ามาพูดคุยสอบถามและขอถ่ายภาพเซลฟี่ ทั้งนี้นายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่ คสช.จะมีอำนาจเหนือ กกต.ในฐานะผู้มีอำนาจและหน้าที่ต่อการจัดการเลือกตั้งรวมถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ดังนั้น เพื่อให้การเลือกตั้งสง่างาม คสช.ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องดังกล่าว ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคำสั่งดังกล่าวอาจเป็นเหตุที่นำไปสู่เงื่อนไขเลื่อนการเลือกตั้งเพราะความไม่พร้อมของบางพรรคการเมือง ขอยืนยันพรรคอนาคตใหม่มีความพร้อมต่อการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 กฎหมายที่เขียนเอง ประกาศใช้เองและใช้มาตรา 44 แก้ไข ทำให้ประเทศชาติเสียหายและทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ยาก สร้างปัญหาให้พรรคการเมือง แต่แม้จะมีอุปสรรค แต่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะเล่นตามกติกานั้น


“ไพบูลย์” ยังหนุนกาบัตร 24 ก.พ.62

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) พร้อมกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่ จ.ชัยนาท เพื่อประชุมสมาชิกพรรคและจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูป จ.ชัยนาท ที่สุวรรณาริเวอร์ไซด์รีสอร์ท อ.เมืองชัยนาท นายไพบูลย์เผยว่า ที่ประชุมลงมติเลือกนายบุรินทร์ จิรวัฒน์จรรยา เป็นประธานสภาประชาชนปฏิรูปประจำ จ.ชัยนาท พรรค ปชช. มุ่งจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปให้ครบทั้ง 77 จังหวัด จะเป็นระบบประชาธิปไตยทางตรง เพิ่มอำนาจให้ประชาชน ส่วนความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 พร้อมจะส่งคนลงเลือกตั้ง 320 คน จาก 350 เขต ยังเหลือเวลารับสมัครสมาชิกพรรควันที่ 26 พ.ย. มั่นใจว่าจะส่งสมัครครบทั้ง 350 เขต ยืนยันพรรคพร้อมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดเดิมคือวันที่ 24 ก.พ.62 รัฐบาลปัจจุบันอยู่ในอำนาจมานานเกินไป ควรให้ประเทศขับเคลื่อนด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตย กลไกของประเทศจะได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ต่อไปได้แล้ว


พีเน็ตจับตาแบ่งเขต ลต.ไม่เป็นธรรม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ปรึกษามูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ให้ความเห็นว่า จากการที่ หน.คสช.มีคำสั่งที่ 16/2561 ให้ กกต.สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ต้องยึดระเบียบและไม่จำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชนนั้น ถือเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งทำให้ กกต.ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น อีกด้านหนึ่ง กกต.ต้องรับหน้าเต็มๆ หากการแบ่งเขตดังกล่าวเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แม้ว่าจะมีคำสั่งมาตรา 44 รองรับว่าชอบด้วยกฎหมายและถือเป็นที่สุด แต่หากดำเนินการโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม เข้าข้างพรรคใดพรรคหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้า กกต.คงไม่พ้นผิด ขณะนี้มีข่าวมาว่าหลายพื้นที่ที่ผู้สมัครบางพรรคมีผู้สมัครพรรคเดียวกันทับซ้อนพื้นที่แย่งคะแนนเสียงกันเอง เช่น กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา นครพนม และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน และมีความพยายามผลักดันให้ กกต.ประกาศแบ่งเขตใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายตน จึงเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องระวังให้มาก เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เพื่อให้การแบ่งเขตเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม พีเน็ตจึงพร้อมเป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียนว่าการแบ่งเขตใดมีปัญหา แจ้งมาได้ที่ตัวแทนพีเน็ตในทุกจังหวัด หรือส่วนกลางที่บ้านมนังคศิลา หรือจะแจ้งมาที่ตนโดยตรงก็ได้

คนรุ่นใหม่เลือกเองตั้งใจไปใช้สิทธิ

วันเดียวกัน กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “วัยใสจะไปเลือกตั้ง” เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก อายุ 18-24 ปี จำนวน 1,202 คน เมื่อวันที่ 7-12 พ.ย. พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 85.8 จะใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและพรรค การเมือง ร้อยละ 36.5 ติดตามผ่านทีวี ร้อยละ 20.8 ติดตามผ่านเว็บไซต์ ทั้งนี้ ร้อยละ 57.9 อยากให้ ลงคะแนนเลือกตั้งผ่านแอปพลิเคชัน ร้อยละ 39.6 อยากให้มีแอปพลิเคชันแสดงข้อมูล ส.ส. และร้อยละ 33 อยากให้มีแอปพลิเคชันแจ้งเตือน วันเวลา สถานที่เลือกตั้ง

ส่วนการเลือกตั้งที่คาดว่าจะจัดขึ้นวันที่ 24 ก.พ.2562 ร้อยละ 66.6 คิดว่าจะคึกคักมาก เพราะห่างหายการเลือกตั้งมานาน ร้อยละ 19 คิดว่าอาจมีการสร้างเหตุความไม่สงบ เมื่อถามถึงเกณฑ์หลักในการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนใหญ่ร้อยละ 91.8 จะตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง ร้อยละ 60.9 จะเลือกผู้มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก ร้อยละ 46.1 เลือกผู้มีผลงานแก้ปัญหาของชุมชน ร้อยละ 43.5 เลือกผู้ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต ขณะที่ร้อยละ 7 จะเลือกตามญาติพี่น้อง คนในครอบครัว ร้อยละ 0.4 เลือกตามเพื่อนและเลือกตามกระแสโซเชียล เมื่อถามว่า จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.6 ตั้งใจว่าจะไป และร้อยละ 15.1 ตั้งใจว่าจะไม่ไป


“ปรีชาพล” รอผู้ใหญ่เปิดตัวร่วมงาน

ด้านความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมาชิกพรรคการเมือง และเตรียมพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้งวันเดียวกัน นายปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจย้ายมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติแล้วว่าทราบข่าวแล้วว่านายจาตุรนต์จะมาร่วมงานด้วย แต่รอประสานวันเวลามาสมัครสมาชิกพรรค แล้วจะแจ้งสื่อมวลชน 1-2 วันนี้น่าจะทราบความชัดเจน เพราะเวลานี้ยังไม่ได้ประสานพูดคุยกันเลยว่าจะเป็นวันไหน ส่วนรายละเอียดเหตุผลการย้ายมาร่วมงานพรรคขอพูดครั้งเดียวในวันที่มาสมัคร เมื่อถามว่ายังมีอดีต ส.ส.และแกนนำพรรคเพื่อไทย ทยอยเข้ามาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติอีกหรือไม่ นายปรีชาพลตอบว่ามีการพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายท่าน แต่ละคนไม่ได้ตัดสินใจพร้อมๆกัน ณ ขณะนี้เท่าที่ทราบยังมีเท่านี้


“จาตุรนต์” คิดรอบคอบโบกมือลา พท.

เมื่อเวลา 11.30 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าวมาตลอดตนจะไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลังจากได้พิจารณาเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง ปรึกษาหารือกับเพื่อนและผู้ร่วมงาน ได้คิดอย่างรอบคอบแล้ว ได้ตัดสินใจและได้ไปลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว เมื่อวันที่ 16 พ.ย. และวันที่ 19 พ.ย. จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนไปสมัครจะเข้าไปลาหัวหน้า พรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โดยเหตุผลและวัตถุประสงค์การลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปเป็นสมาชิกไทยรักษาชาติ จะขอชี้แจงหลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ส่วนการไปช่วยงานในฐานะคณะผู้บริหารพรรคด้วยหรือไม่ คงต้องรอสมัครสมาชิกพรรคเรียบร้อยก่อน


“โปรช้าง–น้องเนย” โดดสวมเสื้อ ทษช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติว่าวันที่ 18 พ.ย. พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จะมีการเปิดตัวบุคคลที่มีชื่อเสียงและไม่เคยผ่านเวทีการเมืองมาก่อนจากหลากหลายวงการ เข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาทิ นายธงชัย ใจดี หรือโปรช้างโปรกอล์ฟชื่อดังของไทย และ น.ส.ณหทัย เล็กบำรุง หรือเนย ดารานางแบบชื่อดัง อดีตมิสเอเชียแพเจนท์ ปี 2004 และมิสโกลบอล บิวตี้ควีน ปี 2006 ซึ่งจัดการประกวดที่ฮ่องกง และเป็นอดีตผู้อำนวยการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2016

พท.ประเมินแทบไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าขณะนี้ยุทธศาสตร์การจัดตัวผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรคชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะเน้น ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง ให้แนวร่วมคือพรรคไทยรักษาชาติ เน้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ครบทั้ง 350 เขต ทำให้ต้องเกลี่ยผู้สมัครไม่ให้ทับซ้อนกันมาก และให้อดีตผู้สมัครที่แพ้การเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ไปลงสมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติ เก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เพื่อเปลี่ยนเป็นคะแนนบัญชีรายชื่อ จากยุทธศาสตร์นี้ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อน้อยมากหรือแทบไม่ได้เลย บรรดาแกนนำหลักของพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีเขตเลือกตั้งลง จึงต้องย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ไปลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อจะได้เป็น ส.ส.เข้าไปทำงานในสภาฯ ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยจะขาดแกนนำในการหาเสียง และอีกปัญหาที่เจอคือไม่มีใครอยากไปลงสมัครในนามพรรคอื่น เพราะการลงเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงได้ง่ายกว่า และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งดีกว่าไปเก็บคะแนนให้พรรค โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็น ส.ส.

กุมขมับผู้สมัครสอบตกไม่ยอมย้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอดีตผู้สมัครที่ไม่อยากย้ายพรรค ได้เข้าพูดคุยกับแกนนำพรรคขอลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลว่าต้องการขอแก้ตัวจะเอาชนะให้ได้ ทำให้กรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานปวดหัวกับการหาทางออก นอกจากอดีต ส.ส.ไม่ยอมออกไปแล้ว การแบ่งเขตใหม่ยังไม่ชัดเจน อาจทำให้อดีต ส.ส.พื้นที่ใกล้เคียงกัน ต้องมีคนหนึ่งอยู่คนหนึ่งไป คนที่ไม่ได้ตามความต้องการจำเป็นต้องย้ายไปอยู่พรรคอื่น


“สงคราม” ชี้ ปชช.อยาก ลต.ก่อนอดตาย

ที่อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล จ.ชัยภูมิ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเข้าสักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ชัยภูมิ จากนั้นได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับ นายสงครามกล่าวว่า วันนี้มาเชิญชวนสมัครสมาชิกพรรค ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีรู้สึกอบอุ่นและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เคยมา จ.ชัยภูมิเมื่อหลายปีก่อน แต่วันนี้เห็นคนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดน้อย เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ชาวบ้านไม่มีเงินมาจับจ่ายใช้สอย รู้สึกเห็นใจ สิ่งที่ได้รับการสะท้อนจากประชาชนเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ อย่าเลื่อนไปอีก เพราะถ้ายังมีการเลื่อนการเลือกตั้งอีก ปัญหาเศรษฐกิจจะไม่ได้รับการแก้ไขเสียที คนจนจะอดตายกันหมดแล้ว

“ตู่” ขอให้ชัดไม่ต้องสังกัดพรรค 90 วัน

ขณะที่นายจตุพรกล่าวถึงกรณี คสช.ออกคำสั่งที่ 16/2561 ว่า คำสั่งที่ออกมามีใจความให้พรรคการเมืองสามารถหาผู้สมัครได้ถึงวันรับเลือกตั้ง ถึงอยากฝากให้ กกต.และ คสช.ช่วยขยายความว่าจากนี้จะไม่มีเรื่องการสังกัดพรรค 90 วันอีกใช่หรือไม่ เพราะว่าเป็นการตีความกัน ถ้าเป็นไปตามกฎหมายปกติ ผู้สมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรคภายใน 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต้องหาสมาชิกให้เสร็จสิ้นในวันที่ 26 พ.ย. แต่คำสั่งที่เกิดขึ้น อนุญาตให้ทุกพรรคการเมืองสามารถหาผู้สมัครได้จนถึงวันรับสมัคร เพราะฉะนั้นเมื่อประกาศคำสั่งนี้ออกมาแล้วอยากให้ช่วยขยายความให้เกิดความชัดเจนด้วย ส่วนประเด็นเรื่องเลื่อนหรือไม่เลื่อนวันเลือกตั้งนั้น เชื่อว่าขณะนี้พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าพรรคใหม่ เขาไม่มีทางเลือกว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ถ้าจะตัดสินใจอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น กกต.หรือ คสช.ควรชี้แจงออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ ให้พรรคการเมืองได้เตรียมตัว


อดีต ส.ส.จันทบุรี ปชป.ซบ พปชร.

ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงมีบรรดาอดีต ส.ส. ศิลปิน นักวิชาการ ทยอยเข้าสมัครสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ช่วงเช้า รวมถึงนายธวัชชัย อนามพงษ์ และนายแสนคม อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และนายอิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา หรือเวสป้า อาร์สยาม อดีตนักร้องเจ้าของเพลงดัง “100 เหตุผล” และนักธุรกิจกลุ่มคนรุ่นใหม่ของสถาบันปัญญาประชารัฐมาสมัครเช่นกัน มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคคอยต้อนรับ นายสุวิทย์ กล่าวว่า มีผู้สนใจสมัครสมาชิกพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ สัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น รับสมัครสมาชิกและพบปะประชาชน

เคือง “มาร์ค” อ้างโพลไม่ส่งลงสนาม

นายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุผลที่นำทีมอดีต ส.ส.จันทบุรีที่มีตน นายแสนคม และนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ที่มาสมัครก่อนหน้านี้มาเข้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะประชาชนอยากให้มาอยู่พรรคนี้ ตนเป็น ส.ส.จันทบุรีมา 8 สมัย จนมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านบ่อย ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ไม่เต็มที่ ขณะนี้กระแสพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ลดหรือไม่ตนไม่อยากพูด กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เกลียดอะไร เพียงแต่ไม่เข้าใจที่ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.บอกทำโพลว่าจะไม่ได้รับเลือก ถามว่าทำไปเมื่อไหร่ บอกเมื่อปี 60 แล้ว ตนเป็น ส.ส.มาถึง 8 สมัย หลานลงบัญชีรายชื่อได้ถึง 140,000 คะแนนทำไมต้องทำโพล เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ลาออก ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจได้ยกทีม


“สุเทพ” เข้าบ้าน “ชวน” กราบรูปแม่ถ้วน

เมื่อเวลา 06.55 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะลงพื้นที่หาสมาชิกพรรคในโครงการเดินคารวะแผ่นดินที่ จ.ตรัง เริ่มต้นจากบ้านแม่ถ้วน หลีกภัย มารดาของนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายระลึก หลีกภัย น้องชายนายชวนมาต้อนรับพร้อมแจ้งว่า นายชวนยังอยู่ที่กรุงเทพฯ ต้องไปลอกตาเป็นต้อตามที่แพทย์ประจำตัวนัด โดยพูดคุยราว 15 นาที แล้วนายสุเทพได้เข้าไปกราบรูปแม่ถ้วน หลีกภัย ก่อนเดินเท้าไปพบประชาชนที่ตลาดสดเทศบาล นายสุเทพกล่าวว่ามา จ.ตรัง เมื่อไรจะแวะมาบ้านนี้ มาหาแม่ถ้วน สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ ตนเป็นเลขาฯนายชวน ตั้งแต่ปี 2523 ติดตามมากินมานอนที่บ้านนี้ แม่ถ้วนเลี้ยงข้าว อบรมให้ความคิด ถือเป็นสถานที่ที่ตนเคารพ มากราบเพื่อเป็นมงคล นายชวนเองเหมือนปรมาจารย์การเมืองของตน ไม่ใช่การมาขออนุญาต แต่เป็นความเคารพ

เหน็บดีไม่เจอ “ชวน” ไม่งั้นคงโดนด้วย

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะสั่งสอบนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา ที่เปิดบ้านให้รับสมัครสมาชิก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนกับนายถาวรเป็นเพื่อนกัน ทำงานร่วมกันมา ผูกพันกันมากเหมือนสหายร่วมรบ ทิ้งกันไม่ได้ เมื่อไปถึงหาดใหญ่ ที่จริงมีการจัดให้ไปตั้งแคมป์ที่ค่ายลูกเสือ บังเอิญนายถาวรชวนไปทานข้าวที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปมา สนามบ้านนายถาวรกว้างขวางให้ตนตั้งแคมป์ที่นั่น เมื่อไปตั้งแคมป์แล้วตนก็เปิดรับสมัครสมาชิกประชาสัมพันธ์ไปว่าถ้าใครที่ อ.หาดใหญ่ จะสมัครสมาชิกให้มาที่บ้านนายถาวร คนเขารู้จักกันทั้งนั้นมีเท่านั้น ไม่น่าต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย คนไทยมันต้องมีพรรคมีพวกมีเพื่อน โดยเฉพาะคนปักษ์ใต้ ความเป็นเพื่อนสำคัญมาก “ไม่เข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์สอบคุณถาวรทำไม ถ้าจะสอบคุณถาวร ก็ต้องสอบ อีก 3 คน อดีต ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เอาขนมเอาปาท่องโก๋ไปเลี้ยงที่แคมป์ อดีต ส.ส.สมชาย โล่สถาพรพิพิธ เอาหมูย่างไปเลี้ยง และอดีต ส.ส.สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เอาขนมเค้กจากกันตังไปเลี้ยง แล้วนั่งทานข้าวกับผมก็พูดคุยกัน เพราะเราเป็นเพื่อนกัน โชคดีเมื่อเช้าผมไปบ้านคุณชวน หลีกภัย แต่คุณชวนไม่อยู่เจอ ไม่งั้นคุณชวนคงถูกสอบด้วย”


“นิพิฏฐ์” ให้ “มาร์ค” ชี้ขาดสอบ “ถาวร”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบภาคใต้ กล่าวว่าทราบว่าวันที่ 18 พ.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช.พร้อมคณะจะพบปะประชาชนที่ จ.พัทลุง ขอประกาศจุดยืนว่าจะไม่ไปต้อนรับ แยกแยะความสัมพันธ์ส่วนตัวออกจากงานส่วนรวมได้ ที่สำคัญจะไม่ทำให้ประชาชนสับสน ตนนักเลงพอ ขอเป็นนักเลงที่ตรงไปตรงมา ไม่ขอเป็นนักเลงประเภทมือขวาถือดอกไม้ แต่มือซ้ายถือมีด ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เปิดบ้านให้คณะของนายสุเทพใช้สมัครสมาชิกพรรค รปช.และมีการปราศรัยพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ ตนทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและหลักฐาน พยานข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ รวมทั้งคลิปบันทึกภาพและเสียงต่างๆที่มีคนร้องส่งมาให้ เพื่อรายงานและเสนอความเห็นต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเพื่อพิจารณาเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรคเห็นควรจะตั้งใครทำหน้าที่ตรวจสอบ

บิ๊ก ปชป.ให้รักษาพรรคหวั่นถูกร้องยุบ

“ผมได้รายงานด้วยวาจาให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคทราบเรื่องแล้ว ได้กำชับให้รักษาพรรคให้ถึงที่สุด เพราะเป็นเรื่องส่วนรวม เนื่องจากคาดว่าจะมีบางคนบางฝ่ายยกเรื่องนี้ไปร้องเรียนว่าฮั้วทางการเมืองมีโทษถึงยุบพรรค เรายืนยันตามข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรค ถามว่าถ้าพรรคถูกยุบใครจะ รับผิดชอบ ส่วนใครที่เหน็บแนมผมหรือหัวหน้าพรรคทางสื่อโซเชียลว่าเราใจแคบ ไม่เอาพวกพ้อง นั่นมันคนละเรื่อง สาระอยู่ที่การรับสมัครสมาชิกกับการปราศรัย ใครจะเอาอย่างไม่เป็นไร เพราะใครทำอะไร ต้องรับผลที่จะตามมาด้วย นี่คือข้อเท็จจริง” นายนิพิฏฐ์กล่าว


“วรงค์” บอกอยู่ที่หัวหน้าเคลียร์ให้จบ

เมื่อเวลา 09.30 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีเดียวกันว่า “ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับท่านอภิสิทธิ์ ต่อปัญหาความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นในพรรค อยากให้มีการบริหารจัดการทุกอย่างให้จบด้วยดี เพื่อให้พวกเราเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ไม่ต้องมากังวลอะไรเกี่ยวกับพวกผม ทุกคนแยกย้ายลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคและประชาชน ยังบอกด้วยว่าเราต้องช่วยกัน และพร้อมสนับสนุนท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ แต่ทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการของท่านว่าบริหารให้ทุกอย่างลงตัวหรือไม่”


ปชป.ตั้งศูนย์ตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งศูนย์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชน กรณีถูกข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข้าราชการจำนวนมากสนองต่อ คสช.ไปเชิญชวนให้ประชาชนให้สมัครสมาชิกพรรคของ คสช. ซึ่งผิดกฎหมาย จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรมและไม่เป็นกลาง ศูนย์นี้มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และตนเป็นคณะทำงาน จะเปิดรับข้อมูลเบาะแสข้อมูลต่างๆจากประชาชน เพื่อตรวจสอบคนที่แอบอ้างเป็นข้าราชการ และจะส่งข้อมูลที่ได้ให้นายกฯ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึง กกต.เพื่อให้ดำเนินตามกฎหมายต่อไป


“สุวัจน์” ดัน “เทวัญ” ขึ้นนั่ง หน.ชพน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรคชาติพัฒนาที่เตรียมจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคและกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในวันที่ 21 พ.ย. โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ล่าสุดพรรคชาติพัฒนาเตรียมเลือกนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต ส.ส.นครราชสีมา น้องชายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพราะนายสุวัจน์ไม่อยากลงเล่นการเมืองตอนนี้ ส่วน พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก ที่สนิทสนมนับถือเป็นพี่น้องกับนายสุวัจน์ ถูกวางตัวเป็นรองหัวหน้าพรรค เนื่องจากมีคอนเนกชันที่ดีกับหลายกลุ่ม


ภท.เปิดสาขาแรก จ.พัทลุง

ช่วงสาย ที่โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท อ.ควนขนุน นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยและนายนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย จัดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคภูมิใจไทย จ.พัทลุง เป็นสาขาแรก ที่ประชุมได้เสนอนายสมใจ ด้วงทอง นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง เจ้าของโรงงานลูกชิ้นใน จ.ชายแดนภาคใต้ เจ้าของโรงแรมร้อยทองรีสอร์ท และอดีตเลขานุการนายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีตนายก อบจ.พัทลุง เป็นประธานสาขาพรรคภูมิใจไทย จ.พัทลุง นายศุภชัยกล่าวว่า ยินดีที่พรรคได้รับการตอบรับจากพี่น้องชาวพัทลุงเกินความคาดหมาย มีชาวพัทลุงสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว 2,135 คน จากนี้จะเปิดสาขาพรรคที่ จ.บุรีรัมย์ ปทุมธานีและนครสวรรค์


“ประยุทธ์” ถกนักธุรกิจเอเปก

สำหรับภารกิจการเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำ เขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 26 ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เมื่อเวลา 13.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง) ที่เอเปกเฮาส์ นายกฯได้เข้าร่วมหารือเต็มคณะระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก (ABAC) จากนั้นร่วมหารือกลุ่มย่อยกลุ่มที่ 2 กับผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และพบปะกับสมาชิก ABAC ผู้แทนธุรกิจจากอีก 7 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ปาปัวนิวกินี รัสเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและย้ำว่าไทยจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อรับมือกับความท้าทายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และยินดีแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำประมงอย่างยั่งยืน กระทั่งเวลา 20.00 น.โรงแรมฮิลตัน นายกฯเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับผู้นำที่เข้าร่วมประชุม

แดงพัทยารณรงค์ประเทศกูมี คนอยาก ลต.

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล บีช ริมถนนสายชายหาดพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กลุ่มเส้นทางสีแดง นำโดยนายวันเฉลิม กุนเสน นางจิดาภา ธนหัตถชัย (ซ้อโอ่ง) และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นำผู้สนับสนุนสวมเสื้อมีสัญลักษณ์ “คนอยากเลือกตั้ง” ร่วมชุมนุมถือป้ายรณรงค์นำรถมาแห่ป้ายโฆษณา ปราศรัยเชิญชวนประชาชนร่วมกันผลักดันให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 ให้ออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ โดยกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมเปล่งเสียงตะโกนเรียกร้องให้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยเร็ว ระบุว่า “ประเทศกูมี คนอยากเลือกตั้ง” ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสันติบาล ฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง ตำรวจนอกเครื่องแบบ เทศกิจเมืองพัทยาและอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 นาย ดูแลใกล้ชิด

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชำแหละ5ขั้วการเมือง จำแนกกลุ่มใครฝักใฝ่'ทักษิณ'-หนุน'บิ๊กตู่'นั่งเก้าอี้นายก?

เจาะ 5 ขั้วการเมืองล่าสุด ก่อนเลือกตั้งต้นปี’62 กลุ่มเพื่อไทยใต้ปีก ‘ทักษิณ’ ลำบากโดน ‘พลังดูด’ อื้อ หัวหน้ายังไม่ชัด ‘คุณหญิงหน่อย’ ถูกคลื่นใต้น้ำต้านอยู่มาก กลุ่ม ปชป. รอยร้าว ‘นายหัวชวน’ vs ‘กำนันสุเทพ’ ยังลึก กลุ่มพลังประชารัฐ-รวมพลังประชาชาติไทย ชัดดัน ‘บิ๊กตู่’ นั่งเก้าอี้อีกสมัย ‘ภูมิใจไทย’ ร่วมด้วย
 PIC firegovernment 26 6 61 1
พลันที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ‘มือฉมังกฎหมาย’ แห่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับกลุ่มการเมือง ที่เชิญมาพูดคุยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมาที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดี-รังสิต ว่า การเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นได้ในวันที่ 24 ก.พ. 2562 และช้าที่สุดคือวันที่ 5 พ.ค. 2561 โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพระราชพิธีสำคัญ ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองโดยรวม การเปลี่ยนผ่านของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รอร่างกฎหมายลูก ส.ส. และ ส.ว. ประกาศใช้ และการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นเมื่อไหร่
นับเป็นความชัดเจนครั้งแรกในการกำหนดวันเลือกตั้ง นับตั้งแต่ คสช. ยึดอำนาจรัฐประหารรัฐบาล ‘นารีขี่ม้าขาว’ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 หรือกว่า 4 ปีที่แล้ว
ดีกรีการเมืองที่กำลังร้อนแรงด้วยเรื่อง ‘พลังดูด’ ของกลุ่มพรรคการเมือง-ขั้วอำนาจทั้ง ‘เก่า’ และ ‘ใหม่’ จึงอาจร้อนแรงขึ้นไปอีก เพราะเท่ากับว่า รัฐบาลชัดเจนที่จะจัดการเลือกตั้งขึ้นอย่างแน่นอนแล้วในปี 2562 หลังจาก ‘ลึกลับดำมืด’ มายาวนาน
ภายใต้คำสั่ง คสช. หลายฉบับ และ ‘กฎหมายลูก’ ฉบับใหม่ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการจัดตั้งพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 รวมถึงร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับ ที่เพิ่งทูลเกล้าฯถวาย ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 
ส่งผลให้การเลือกตั้งที่ (อาจ) เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2562 มีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบรรดานักการเมืองอาชีพ เล็งเห็นว่า มีความยุ่งยากซับซ้อนหลายอย่าง โดยเฉพาะการทำ ‘ไพรมารีโหวต’ ที่มีหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคขนาดกลาง-เล็ก ไม่พร้อม ประสานเสียงขอให้ ‘งดเว้น’ จะใช้ในการเลือกตั้งคราวนี้ไปก่อน (อ่านประกอบ : อธิบายสูตร 3-3-5 ฉบับ‘วิษณุ’ เปิด 5 ปัจจัยนำไปสู่การเลือกตั้ง, ม.44ปลดล็อคประชุมพรรค-เลือกตั้งช้าสุด พ.ค.62 นักการเมืองต้านไพรมารีโหวต) 
อย่างไรก็ดีสิ่งที่น่าสนใจคือ ‘กลุ่มการเมือง’ ในห้วงเวลานี้ มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นกว่าการเลือกตั้งในช่วง 10 ปีหลังของเหตุการณ์วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา
ใครเป็นใครกันบ้าง ? สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เรียบเรียงได้ ดังนี้
กลุ่มแรก กลุ่มพรรคเพื่อไทย และอดีตนักการเมืองใต้ปีก ‘ทักษิณ ชินวัตร’ 
แน่นอนว่า พรรคเพื่อไทย คือแคนดิเดต ‘เสียงข้างมาก’ ในสภา เนื่องจากยังได้บารมีทางการเมืองจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้อื้อฉาวที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยกลุ่มนี้มีการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจรุ่นเก่าหน้าเดิมตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกุมอำนาจในพรรคไทยรักไทย สืบทอดมาถึงช่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวนายทักษิณ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 
บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายราย ยังคงเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้ ส.ส. เป็นเสียงข้างมาก เนื่องจากฐานเสียงสำคัญในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ทางพรรคยังกุมไว้ได้ ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ โดยใช้ ‘บัตรเดียว สองระบบ’ คือกาบัตรเดียว แต่เป็นการเลือก ส.ส. พ่วงพรรคการเมือง ระบบนี้ค่อนข้างซับซ้อน โดยผลชี้ขาดคะแนนเสียงจะกระจุกตัวอยู่ที่ ส.ส. เขตเป็นหลัก ก่อนจะนำคะแนนทั่วประเทศมาเฉลี่ยกันเพื่อจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
แน่นอนว่า หากมองผิวเผินจะส่งผลกระทบต่อพรรคเล็ก แต่เมื่อพิจารณาจากพรรคเพื่อไทย ที่กุมฐานเสียงส่วนใหญ่แค่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และตอนบน รวมถึงภาคกลางบางส่วน ดังนั้นการส่ง ส.ส. ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งในภาคกลาง และภาคใต้ ที่ไม่ใช่ฐานเสียงพรรคตัวเอง จึงเป็นเรื่องยากลำบากมากที่จะชนะ และได้คะแนนนำมาคิดคำนวณในระบบเลือกตั้งแบบใหม่นี้ 
มีสูตรคาดคะเนกันว่า พรรคเพื่อไทย อาจใช้ ‘คอนเนคชั่น’ กับบรรดา ‘พรรคขนาดกลาง-ขนาดเล็ก’ ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยึดกุมฐานเสียงตามจังหวัดใหญ่ ๆ เพื่อช่วยเพิ่มฐานที่มั่นในสภา แต่สูตรนี้ ปัจจุบันมีการคุยกัน ‘หลังไมค์’ หรือไม่ ยังไม่ปรากฏข้อมูลออกมา
อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน บรรดากลุ่มทุนบางแห่ง และอดีต ‘บิ๊กเนม’ นักการเมืองที่เคย ‘ซุกตัว’ อยู่ใต้ปีก ‘ทักษิณ’ มาก่อน ได้เริ่มถูก ‘พลังดูด’ จาก พรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง เพื่อมาฐานค้ำยันการต่อท่ออำนาจให้รัฐบาลทหารชุดนี้แล้ว ดังนั้นต้องรอดูผลต่อไปว่า ‘พลังดูด’ ครั้งนี้ จะสามารถดึงนักการเมืองออกจากพรรคเพื่อไทยไปกี่ราย และจะเหลือนักการเมืองที่ยังจงรักภักดีต่อพรรคกี่ราย 
ส่งผลให้ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ต้องเปิดปากกับบรรดาลูกพรรคว่า ไม่กังวลที่อดีต ส.ส. บางรายถูก ‘พลังดูด’ นัยว่าได้เปิดทางคนรุ่นใหม่เข้ามา แต่ในใจลึก ๆ เชื่อได้ว่า ‘ทักษิณ’ ย่อมหวั่นไหวไม่น้อย เพราะอดีต ส.ส. ที่ถูกดูดไปต่างเป็น ‘บิ๊กเนม’ ในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญเกือบทั้งสิ้น ?
ประเด็นสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือ ยังคงไม่มีบุคคลใดขึ้นมาการันตีตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่แบบ 100% แม้ว่าที่ผ่านมา ‘คุณหญิงหน่อย’ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยยุครัฐบาลนายทักษิณ และเป็นนักการเมืองอีกรายที่นายทักษิณไว้วางใจ จะออกมามีบทบาทนำพรรค แต่ยังต้องเสี่ยงเผชิญกับความแตกแยกภายในพรรคอีก
เพราะมีนักการเมืองหลายราย ยังไม่ไว้ใจฝีมือ ‘คุณหญิงหน่อย’ นอกจากนี้ในช่วงที่พรรคระส่ำระส่ายและมีปัญหา ‘คุณหญิงหน่อย’ กลับไม่เคยมาสนใจใยดีพรรค ปล่อยให้เชิญชะตากรรมอย่างเดียวดาย แทบจะเคยพลิกขั้วไปอยู่กับ ‘ลายพราง’ ด้วยซ้ำ แต่กลับอยากมากุมบังเหียนพรรคในช่วงที่สถานการณ์ ‘นิ่ง’ แล้ว ?
กลุ่มที่สอง พรรคประชาธิปัตย์ และรอยร้าวความสัมพันธ์ในพรรค
พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองทางการเมืองเมื่อปี 2475 กำลังคุกรุ่นไปด้วย ‘ศึกภายใน’ แบ่งเป็น 2 ขั้วใหญ่ ๆ ได้แก่ ขั้วของ ‘นายหัวชวน’ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ที่มี ‘เด็กในคาถา’ อย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ อดีตนายกรัฐมนตรี กับกลุ่มนักการเมือง ‘ชนชั้นธุรกิจ’ เป็นแนวร่วม 
เปิดหน้าชนกับ ‘ขั้วกำนันสุเทพ’ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคฯ แม้จะลาออกจากพรรคไปตั้งแต่ปี 2556 และขณะนี้เปิดตัวเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยแล้วก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘อิทธิพล’ ของ ‘ลุงกำนัน’ ยังคงมีอยู่เยอะ โดยเฉพาะนักการเมือง ‘บิ๊กเนม’ ในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ต่างอยู่ใต้กำกับดูแลของ ‘ลุงกำนัน’ เป็นจำนวนมาก
ข้อเท็จจริงนี้เห็นได้จาก แม้ ‘หน้าม่าน’ นายสุเทพ จะทำทีหันหลังให้กับ ‘พรรคสีฟ้า’ ไปแล้วก็ตาม และยืนยันว่าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับพรรคอีก แต่ในช่วง 2 ปีหลังสุด เต็มไปด้วยข่าวซุบซิบว่า ‘ลุงกำนัน’ ต้องการ ‘ฮุบพรรค’ ออกมาเป็นระลอก แต่ไม่มีใครกล้ายืนยันข้อเท็จจริงใด ๆ อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งนายสุเทพออกมาจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า รวมพลังประชาชาติไทย โดยรวมอดีต ‘บิ๊กเนม’ ทางการเมืองมาไว้หลายราย เช่น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นต้น 
และการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยของ ‘ลุงกำนัน’ และเครือข่าย ‘ซูเปอร์คอนเนคชั่น’ นี้ เชื่อเหลือเกินว่า จะสร้างความปั่นป่วนให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นแน่แท้ เพราะพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์มาทุกยุค ทุกสมัย จะต้องถูกพรรครวมพลังประชาชาติไทยแย่งโควตาเก้าอี้ ส.ส. ไปหลายตัวแน่นอน 
สำคัญที่สุดกลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. ที่เปิดหน้าร่วมสู้กับ ‘ลุงกำนัน’ ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จนนำไปสู่การรัฐประหารโดย คสช. เกือบทุกรายต่างไม่ลาออกมา ‘ล่มหัวจมท้าย’ กับนายสุเทพ แต่ยืนยันอยู่พรรคประชาธิปัตย์ต่อ ตรงนี้มีการวิเคราะห์กันว่า เพื่อเป็นฐานให้ ‘ลุงกำนัน’ ที่ยังเหลืออิทธิพลในพรรคไว้ชี้ขาดตอนเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป 
เพราะพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่จัดเป็นพรรคการเมืองขนาดกลาง และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นพรรคการเมืองที่อาจสนับสนุน ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และหัวหน้า คสช. ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย การมีฐานเสียงทั้งจากพรรคเอง และบางส่วนในพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมการันตีเก้าอี้ให้ ‘บิ๊กตู่’ ได้ค่อนข้างแน่นอน
และอาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ‘แห้ว’ อีกสมัยก็เป็นไปได้สูง แม้ว่าอาจวางตัวนายกรัฐมนตรีให้ชื่อ ‘นายหัวชวน’ อีกคำรบก็ตาม ? 
กลุ่มที่สาม พรรคพลังประชารัฐ การรวมตัวของอดีตกลุ่มทุนใต้ปีกทักษิณ ในนาม ‘สามมิตร’ 
พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคที่กำลังโดดเด่นมากในขณะนี้ เพราะมีการเปิดประเด็นว่าเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ‘3 ส.’ ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายทักษิณเช่นกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตบิ๊กรัฐมนตรียุคนายทักษิณ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา และอดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยมในพรรคไทยรักไทย ซึ่งทั้งหมดล้วนเคยเป็น ‘ทุนใหญ่-บิ๊กเนม’ ใต้ปีก ‘ทักษิณ’ ทั้งสิ้น
และพรรคนี้เองที่ถูกนักการเมืองจากฝ่ายพรรคเพื่อไทย เปิดโปงว่าใช้ ‘พลังดูด’ บรรดาอดีต ส.ส. ชื่อดัง ของพรรคเพื่อไทยไปเข้าร่วม โดยอาศัย ‘ซูเปอร์คอนเน็คชั่น’ ในอดีตของกลุ่ม 3 ส. หรือ ‘สามมิตร’ เบื้องต้นมีการเปิดเผยชื่ออดีต ส.ส. ที่ ‘พลิกขั้ว-ย้ายข้าง’ แล้วกว่า 50 ราย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลางตอนบน ไม่เว้นแม้แต่ใจกลางจังหวัดเสื้อแดงอย่าง ‘เชียงใหม่’ ก็ถูกพรรคนี้ ‘ดูด’ ไปแล้วเช่นกัน ?
พรรคพลังประชารัฐ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกเช่นกันว่า เป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายฐานอำนาจมาค้ำยันให้รัฐบาลทหาร และเปิดช่องต่อท่อให้ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย อย่างไรก็ดีฝ่ายรัฐบาลออกมายืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 
กลุ่มที่สี่ พรรคอนาคตใหม่ ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ แตก 2 ขั้ว สลัดภาพ ‘ทักษิณ’ สร้างความก้าวหน้า
พรรคอนาคตใหม่ เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่น่าจับตาเป็นอย่างมากในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เพราะหัวหน้าพรรคคือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน ‘กลุ่มไทยซัมมิท’ ที่บริหารงานโดยคนตระกูล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ โดยเชิญนักวิชาการหัวก้าวหน้าอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตนักวิชาการด้านกฎหมายกลุ่ม ‘นิติราษฎร์’ มาเข้าร่วม พ่วงด้วยนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว-นักกิจกรรม รวมถึงอดีตสื่อมวลชน ฟอร์มทีม ‘คนรุ่นใหม่’ มาเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายใหม่ ๆ ที่ดูก้าวหน้า 
ภารกิจแรกของพรรคอนาคตใหม่คือต้องการ ‘สลัดทิ้ง’ ภาพของนายทักษิณ ที่ผูกโยงกับตระกูล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ ออกไปให้ได้ เห็นได้จากนายธนาธร ที่ลาออกจากกรรมการบริษัทในเครือ ‘ไทยซัมมิท’ เพื่อกระโจนลงสนามการเมือง ท่ามกลางกระแสข่าวว่ากันว่า เกิดรอยร้าวขึ้นระหว่างนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร กับ ‘คุณอา’ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ด้วย ทำให้ ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ จำเป็นต้อง ‘เดินคนละทาง’
นายธนาธร จึงจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตามความฝันที่เป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ส่วนนายสุริยะ ไปร่วมกับ ‘สามมิตร’ ตามการ ‘ดีล’ ของคนใน ‘บิ๊กรัฐบาล’
ประเด็นที่น่าสนใจคือ หากพรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส. จำนวนหนึ่ง จะ 'จับมือ' กับพรรคใด จัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พรรคอนาคตใหม่จะได้เก้าอี้ ส.ส. ข้างมาก และไม่ต้องร่วมมือกับพรรคใดเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยที่ผ่านมาแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ยัง 'แบะท่า' ไม่ปริปากพูดประเด็นนี้ บอกแค่เพียงว่าจะสนับสนุนนายธนาธร เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ?
กลุ่มที่ห้า พรรคขนาดกลางอื่น ๆ 
พรรคขนาดกลางที่หลงเหลือในปัจจุบัน เหลือไม่กี่พรรค ที่มีบทบาทความเคลื่อนไหวในทางการเมือง เช่น พรรคพลังชล ที่ว่ากันว่าการเลือกตั้งคราวหน้าอาจโหวตตามใจ ‘ลายพราง’ เนื่องจากผู้บริหารในพรรคมาทำงานร่วมกับรัฐบาลทหารแล้ว 
ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่ฉากหน้าอยู่ในการกำกับดูแลของ ‘เสี่ยหนู’ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคฯ และบิ๊กบอส ‘ซิโนไทย’ ส่วนหลังฉากเชื่อกันว่ายังอยู่ในการกำกับดูแลของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดัง เบื้องต้นมีการปล่อยข่าวในแวดวงการเมืองว่า หากยังคงมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ ‘เสี่ยหนู’ พร้อมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ‘คนกลาง’ ให้ และมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ค่อย ๆ เงียบหายไป แต่มีประเด็นใหม่ซุบซิบกันว่า พรรคภูมิใจไทย อาจโหวตเลือก ‘บิ๊กตู่’ ให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย จากการดีลกันระหว่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ และ ‘สุเทพ’ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2551 ‘เนวิน’ ยอมโผจากอ้อมอก ‘นายใหญ่’ จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ดันนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมาจากการ ‘ซูเปอร์ดีล’ ของนายสุเทพทั้งนั้น
ส่วนพรรคขนาดกลางที่เหลือ ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าจะผลักดันใครเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา หรือพรรคชาติพัฒนา แต่ที่ผ่านมาบทบาทของพรรคเหล่านี้ มักเป็นรอดูท่าทีก่อนว่าใครมีวี่แววเป็น ‘ผู้ชนะ’ เพื่อจะได้เข้าไปร่วมงานได้อย่าง ‘ถูกจังหวะ’ และรอ ‘หารตำแหน่ง’ รัฐมนตรี เหมือนอย่างในอดีตที่แล้วมา ?
ยังไม่นับพรรคเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ เช่น พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นแกนนำ รวมถึงพรรคพลังธรรมใหม่ นำโดย นพ.วีระ มาศฉมาดล ร่วมกับอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯรุ่นแรกบางส่วน และอดีตสมาชิกพรรคพลังธรรมยุค พ.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรคฯ ส่วนพรรคเพื่อนไทย ที่อยู่ระหว่างการยื่นจัดตั้งโดยแกนนำคนเสื้อแดง จ.สกลนคร อย่าง นายสิระ พิมพ์กลาง ที่คาดว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวตามพรรคเพื่อไทย
นี่คือ 5 ขั้วการเมืองล่าสุด ก่อนที่จะเกิดการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2562 มีการสนับสนุนบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 5 ราย ได้แก่ 
กลุ่มพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อนไทย กลุ่ม นปช. และนักการเมืองสายเสื้อแดง สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ 100% 
กลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ บางส่วนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ หรือนายชวน เป็นนายกรัฐมนตรี บางส่วนจากกลุ่ม กปปส. เก่าอาจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
กลุ่มพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคประชาชนปฏิรูป จุดยืนชัดเจนว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
กลุ่มพรรคอนาคตใหม่ สนับสนุนนายธนาธร เป็นนายกรัฐมนตรี 
กลุ่มพรรคขนาดกลาง-เล็กที่เหลือ รอดูท่าทีว่าฝั่งไหนจะชนะ และร่วมสังฆกรรมทางการเมืองกับฝั่งนั้น
กล่าวให้ถึงที่สุดคือ 5 ขั้วการเมืองข้างต้น แยกเป็น 2 ฝ่ายได้ชัดเจน คือ กลุ่มหนึ่งไม่เอาทักษิณ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อีกกลุ่มนิยมทักษิณ ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เว้นแต่พรรคอนาคตใหม่ ที่ยังแบะท่า บอกเบื้องต้นแค่ว่า จะสนับสนุนนายธนาธรเป็นนายกฯเพียงรายเดียว แต่ไม่ปริปากพูดว่า จะร่วมกับพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลบ้าง ?
ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะ ต้องรอดูเกมกันต่อไป ยาว ๆ ? 

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โต้แย้งคำแถลงสิทธิบัตรกัญชา

คำแถลงของกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.2561) ซึ่งยืนยันว่าจะไม่อนุญาตให้มีการจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา และขณะนี้ยังไม่มีการออกสิทธิบัตรกัญชานั้น ได้ละเลยเรื่องสำคัญคือ การที่กรมทรัพย์สินฯได้ดำเนินการให้มีการ "ประกาศโฆษณา" สิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชาไปแล้ว อย่างน้อย 8 คำขอสิทธิบัตร
ใน 8 คำขอสิทธิบัตรนั้น มีคำขอสิทธิบัตรจำนวนหนึ่ง เช่น คำขอสิทธิบัตร "ไฟโตแคนนาบินอยด์ในการรักษามะเร็ง" ของบริษัท GW Pharma และ Otzuka Pharmaceutical หมายเลขคำขอสิทธิบัตร 1201004672
ระบบ PCT โดยได้มีการประกาศโฆษณาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 นั้น ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการขอรับสิทธิบัตร "สารสกัดต้นแคนนาบิส (cannabis plant extract)" ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืช อันเป็นข้อห้ามตามมาตรา 9(1)
ใน พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 28(1)เขียนอย่างชัดเจนว่า "ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ถูกต้องตามมาตรา 17 หรือการประดิษฐ์นั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรนั้น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือโดยวิธีการ
อื่นที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง
การประกาศโฆษณาจะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นคำขอสิทธิบัตรที่ถูกต้องเท่านั้น ดังระบุไว้ใน มาตรา28(2) ว่า " ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรถูกต้องตามมาตรา 17 และการประดิษฐ์นั้นได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 ให้อธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง"
การประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตรดังกล่าวจะมีผลในการขัดขวางนักวิจัยไทยในการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับสารสกัดดังกล่าว แม้ว่าจะยังไม่มีการรับจดทะเบียนหรือออกสิทธิบัตรก็ตาม เนื่องจาก ในมาตรา 35(ทวิ) ได้ให้การคุ้มครองชั่วคราวผู้ยื่นขอสิทธิบัตรและได้ประกาศโฆษณาไว้ดังนี้
" การกระทำที่ขัดต่อมาตรา 36 ก่อนวันออกสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร เว้นแต่จะเป็นการกระทำต่อการประดิษฐ์ ที่ขอรับสิทธิบัตรและได้มีการประกาศโฆษณาคำขอดังกล่าวตามมาตรา 28 แล้ว โดยบุคคลผู้กระทำรู้ว่าการประดิษฐ์นั้นได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วหรือได้รับคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการประดิษฐ์นั้นได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้ว"
ยังมีคำขอสิทธิบัตรที่ขัดต่อกฎหมายแต่ได้มีการประกาศโฆษณาโดยไม่ชอบโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆอีกในจำนวน 8 คำขอสิทธิบัตรดังกล่าว โดยไบโอไทยจะทยอยนำมาเผยแพร่เป็นลำดับต่อไป

ปปช.ยืดเวลา

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 นี้ ต่อมามีกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ให้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่เนื่องจาก เป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวจะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า แต่ไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ  ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มกราคม 2562 เพื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณา ในรายละเ