PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

เลี่ยงม็อบชนม็อบ กลุ่มอยากเลือกตั้งย้ายวิกชุมนุม "โบว์" ผวาถูกลอบปาบึม


ผบ.สส.ยันเลือกตั้งแน่ พลังประชารัฐแจงโต๊ะจีน 90 ล้าน

“บิ๊กกบ” ป้อง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กแดง” ทำเพื่อ ส่วนรวม ยันมีเลือกตั้งแน่ไม่โมฆะ เบรกกลุ่มเห็นต่าง เลิกชุมนุม ชี้ “บิ๊กแดง” แค่เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ “เต้น” เตือนรุ่นน้องเหตุไม่ปกติกลุ่มอวตาร โผล่จัดม็อบประชัน กลุ่มอยากเลือกตั้งแก้เกม “โบว์” ถอนตัว “จ่านิว” ย้ายวิกเข้า มธ.ท่าพระจันทร์ เลี่ยงปะทะ “บิ๊กตู่” ฝากครูติวชาวบ้านนโยบายใครทำได้จริง ภท.-ปชป.แลกหมัดรัวๆ “อนุทิน” ท้าเปิดชื่อลูกทีมซื้อเสียงคนพัทลุง ลั่นไม่จับมือพรรคสร้างความขัดแย้งแย่งอำนาจ “ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นผวากระแสตก ย้อนรอง หน.ปชป.ใส่ร้ายผู้อื่นถูกยุบพรรคได้เช่นกัน “นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน ขู่ หน.พรรค-กก.บห.รับรู้ระวังถูกยุบพรรค-ยึดทรัพย์ พปชร.แจงทุนโต๊ะจีนเข้าบัญชี 90 ล้าน

จากกรณีฝ่ายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ล่าสุด พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ได้ออกมาเน้นย้ำยืนยันว่าคนไทยจะได้เลือกตั้งแน่นอน รอเพียงมีประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งลงมา พร้อมแนะให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งยุติการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ เพื่อไม่ให้สังคมตื่นกลัวจะเกิดเหตุความไม่สงบ

ผบ.เหล่าทัพพรึบวันกองทัพไทย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานงานวันกองทัพไทย พร้อม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ร่วมถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 บวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พร้อมวางพวงมาลาสักการะดวงพระวิญญาณพระบูรพกษัตริย์และดวงวิญญาณนักรบไทย เพื่อบำเพ็ญ กุศลรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทย

ให้มั่นใจทหารส่งผ่านบ้านเมืองสู่ ปชต.

พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ทุกวันนี้โอกาสใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนผ่านประเทศในการเลือกตั้งไปสู่ระบอบประชาธิปไตย กองทัพยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ส่งผ่านในสิ่งที่ได้ดำเนินการมา ปัจจุบันเรามีทหารเก่า เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หรือทหารในราชการอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มีจิตวิญญาณความเป็นทหาร เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน อยากให้สังคมตระหนักเห็นถึงความจริงจัง ตั้งใจของทหารและขอกำลังใจ ขอให้ประชาชนอุ่นใจมั่นใจว่ากองทัพไม่ว่าทหารในหรือนอกราชการ ยังคงรับใช้ชาติ มุ่งมั่นในเจตนาที่ดี มุ่งหวังว่าประเทศชาติต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างถาวร

“บิ๊กกบ” ยัน ลต.แน่ควรเลิกชุมนุม

พล.อ.พรพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้ข้อมูลทุกอย่างชี้ชัดไปแล้วการเลือกตั้งมีขึ้นแน่นอน ผู้เกี่ยวข้องพยายามจะควบคุมจัดการให้มีการเลือกตั้งและประกาศผลในกรอบเวลาที่กำหนด ยืนยันว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เพียงรอ พ.ร.ฎ.จะโปรดเกล้าฯลงมาเมื่อไหร่ จากนั้นจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและจะได้รัฐบาลใหม่หลังเสร็จงานพระราชพิธีราชาภิเษก ขณะนี้มองไม่เห็นสิ่งที่น่ากังวล อยากฝากถึงกลุ่มต่างๆที่มีข้อสงสัยข้อกังวลน่าจะคลายกังวลและเบาใจได้

ชี้ ผบ.ทบ.เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ

ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวอีกว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ระบุไปแล้วขอให้แต่ละกลุ่มที่อยากแสดงออกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ อยู่ในเส้นของตัวเอง ควรเป็นเช่นนั้น กิจกรรมที่จะทำให้ไม่สงบ ทำให้สังคมตื่นกลัวควรจะงดหรือเลิกไป คนไทยส่วนใหญ่อยากอยู่ในบรรยากาศสงบ เตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้ง อยากฝากคนไทยการตัดสินคนว่าดีหรือไม่ ควรพิจารณานโยบายของพรรคว่าทำได้จริง ไม่อยากให้หมกมุ่นหรือสนใจการให้ร้ายมองโลกแง่ร้าย เอาเรื่องไม่ดีของอีกฝ่ายมาโจมตี เป็นการเมืองแบบเดิมๆ ควรก้าวข้ามเลิกพูดได้แล้ว ช่วยกันวางอนาคตของชาติเลือกคนที่เหมาะสม เลือกพรรคที่ถูกต้อง อยากให้เลือกตั้งแบบผู้ใหญ่สนใจสาระนโยบาย มากกว่าใส่ร้ายกัน เมื่อถามว่ามีการตีความคำพูดของ ผบ.ทบ.ไม่ให้ล้ำเส้นอาจนำสู่การรัฐประหาร พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า อย่ามองไปไกลขนาดนั้น ผบ.ทบ.ไม่ได้พูดถึงเรื่องปฏิวัติ เพียงแต่ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ท่านพูดเป็นกลางอย่างรัดกุมแล้ว ถ้าการชุมนุมขออนุญาต ทำในเวลาที่กำหนดก็จบไป ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย

“เต้น” แฉกลุ่มอวตารต้านเลือกตั้ง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 19 ม.ค. ว่า พรรคไทยรักษาชาติสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกโดยสันติ ไม่ว่าเป็นกลุ่มอยากเลือกตั้งหรือกลุ่มไม่อยากเลือกตั้ง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่กี่วันที่ผ่านมามีการก่อตั้งเพจ “สามัคคีก่อนการเลือกตั้ง” ขึ้นมา ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพจเฟซบุ๊กอวตาร หรือไม่มีตัวตนอยู่จริง เตรียมจัดกิจกรรมในสถานที่และวันเวลาเดียวกันกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเผชิญหน้าได้ ขอให้เคลื่อนไหวด้วยความรอบคอบรัดกุมหูตาไว ตัดสินใจตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และอย่าได้ตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง

“เพนกวิน” บุกทำเนียบฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณประตู 4 นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม กำหนดการเลือกตั้งที่ชัดเจนพร้อมแนบรายชื่อ สนท. 727 ชื่อ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยเจ้าหน้าที่เชิญตัวไปพูดคุยที่ศูนย์บริการประชาชนบริเวณสำนักงาน ก.พ. แต่นายพริษฐ์ ระบุว่าทางกลุ่มไม่ได้ต้องการมาร้องทุกข์กับข้าราชการ จากนั้นไปปักหลักอยู่ที่บริเวณประตู 3 ของทำเนียบฯ นำเอกสารที่จะยื่นและกระดาษเอ 4 ข้อความ “เลื่อนแม่มึงซิ” พับเป็นจรวดร่อนเข้าไปในทำเนียบฯเกือบ 20 แผ่น อีกส่วนก็นำไปติดข้างรั้ว ยืนชูสามนิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านการรัฐประหารและตะโกนว่า“ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” ก่อนจะแยกย้าย

ลูกพ่อขุนโผล่เบรกกลุ่มอยาก ลต.

ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเครือข่ายนักศึกษารามคำแหงพิทักษ์สถาบันและประชาชน นำโดยนายกิตติพงษ์ แทนคุณ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มอยากเลือกตั้งหยุดสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ระบุว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือเพื่อกำหนดวันไม่ให้กระทบต่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้กลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหว และกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังหยุดพฤติกรรมดังกล่าวและขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันแสดงออกผ่านช่องทางต่างๆอย่างสงบ

เด็ก มช.แถลงจุดยืนจี้กาบัตรโดยเร็ว

ที่บริเวณสันเขื่อนอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กลุ่มนักศึกษา มช. รวม 200 คน รวมตัวกันพร้อมชูป้ายไม่เลื่อนเลือกตั้งและป้าย Walk To Vote แต่งกายเป็นตัวละครชื่อ “มานี” มาถือหีบบัตรเลือกตั้งจำลอง ทำจากกล่องกระดาษ พร้อมมีตัวแทนกลุ่มนักศึกษาสับเปลี่ยนกันมาแถลงจุดยืน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เรียกร้องรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดวันอย่างชัดเจน เพื่อที่พวกเราจะสามารถทำหน้าที่ เลือกกำหนดอนาคตของสังคมของพวกเรา ให้กลายเป็นสังคมที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครอง มีสิทธิแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรี

กลุ่มสามัคคีฯยื่นขอชุมนุม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายพานสุวรรณ ณแก้ว แกนนำกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางไปยื่นขอแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 15.00 น. ที่บริเวณ โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ สน.ชนะสงคราม นายบัญชา ปานนิวัฒน์ กลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ ยื่นขอจัดการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนให้สังคมอยู่ในความสงบและไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ในวันที่ 19 ม.ค.

โบว์” ถอนตัวหนีบึม–จ่านิวย้ายเข้า มธ.

จากนั้นนายอนุรักษ์ เจนตวนิช หรือฟอร์ดเส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมออกหน้าเอง ขอประกาศย้ายสถานที่ จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ จากหน้าแมคโดนัลด์เป็นร้านศรแดง เวลา 15.00-17.00 น. อยากเห็นเหมือนกันว่าพวกคุณจะมีมาสักกี่คน พรุ่งนี้จะไปแจ้งชุมนุมด้วยตัวเอง อย่าหนีนะมึง” ทำให้นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง รีบโพสต์ตัดขาดไม่ให้นายอนุรักษ์เข้าร่วมกับกลุ่มฯ ระบุนายอนุรักษ์พยายามมาเกาะขบวนฝ่ายประชาธิปไตย ล่าสุดประกาศไปปะทะกับคนที่เผด็จการขนมายั่วยุ

ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ กล่าวว่า ได้ประกาศถอนตัวจากการชุมนุมแล้ว เป็นห่วงว่าจะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้ ห่วงจะมีม็อบชนม็อบ จัดหามาแฝงสร้างความปั่นป่วน เสี่ยงจะถูกปาระเบิด ส่วนนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากความพยายามจัดชุมนุมของกลุ่มสามัคคีก่อนการเลือกตั้งเสี่ยงต่อการปะทะ จึงเปลี่ยนไปชุมนุมที่ลานหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“บิ๊กป้อม” งอนปิดปากงดจ้อสื่อ

เมื่อเวลา 09.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ทีมงาน พล.อ.ประวิตรประสานเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ให้มาแจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประวิตรจะไม่ให้สัมภาษณ์ ขอความร่วมมือสื่อให้ไปยื่นฝั่งตรงข้ามทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เมื่อ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึงก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์แต่ พล.อ.ประวิตรไม่สนใจ รีบเดินขึ้นตึกบัญชาการไปประชุมอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะงดให้สัมภาษณ์หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรหลายเรื่อง ทั้งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ให้รออีก 3 ปีให้สร้างรถไฟฟ้าเสร็จก่อน หรือประเด็นเหตุลอบวางระเบิดโรงแรมดุสิตเคนยา เพราะอาหารอร่อย ต่อมาเวลา 12.00 น. หลังการประชุม สื่อมวลชนดักรอสัมภาษณ์อีก พล.อ.ประวิตรเดินลงจากห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 แล้วฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

“อนุทิน” ท้าเปิดชื่อคน ภูมิใจไทยซื้อเสียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า กรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีกระบวนการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านและจ่ายเงิน 500 บาท จากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในพื้นที่ภาคใต้ว่าขอให้เปิดเผยชื่อออกมา กล้าๆหน่อย พูดมาเลยว่าใครที่เป็นผู้กระทำ เป็นนางนาที รัชกิจประการ กรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เอ่ยชื่อมาเลยไม่ต้องมาบอกใบ้ คนออกมาเปิดเผยต้องรับผิดชอบคำพูดด้วย

ลั่นไม่จับมือพวกก่อขัดแย้งแย่งอำนาจ

นายอนุทินกล่าวถึงนโยบายหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคทุ่มเทสร้างนโยบายแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ไม่คิดเรื่องการเมืองหรือการแก้รัฐธรรมนูญ คิดอย่างเดียว จึงเชื่อว่านโยบายของพรรคจะได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนพรรคจะจับมือกับพรรคการเมืองใดตั้งรัฐบาลนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ถือว่าเราได้เปรียบ ไม่เคยเป็นศัตรูหรือขัดแย้งกับใคร ส่วนจะจับมือกับพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่ผลการเลือกตั้งเช่นกัน แต่พรรคเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เพียงคนเดียว หากประชาชนไม่ตอบรับ ต้องดูสูตรทางการเมืองขณะนั้นอีกที แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลต้องเคารพในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และพรรคจะไม่สนับสนุนพรรคที่สร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะพรรคที่สร้างความขัดแย้ง เพื่อแย่งชิงอำนาจ

“ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นขาสั่นกระแสตก

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ระบุมีปลัดจังหวัดเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านและจ่ายหัวละ 500 บาทจากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในภาคใต้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงเขตเดียวกับนายนิพิฏฐ์ เป็นปลัดจังหวัดพัทลุง ซึ่งจะยื่นลาออกจากราชการในวันที่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ขอเรียนว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้กระทำการใดที่นายนิพิฏฐ์กล่าวหา วิธีการพูดของนายนิพิฏฐ์เป็นวิธีการเดิมๆ ใช้อักษรย่อ พูดเป็นปริศนาแล้วขู่ว่าทำผิดถึงขั้นยุบพรรค เป็นการใส่ร้ายป้ายสีโดยลืมไปว่าท่านเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง การใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้เช่นกัน อยากเรียกร้องให้ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ถ้าเห็นว่าผิดร้องเรียนให้ดำเนินคดี อย่าใช้วิธีการแบบที่เคยๆทำ ความจริงเห็นใจ เท่าที่ทราบไม่เคยมีคู่แข่งที่กระแสความนิยมสูงเท่านี้มาก่อน หรืออาจทางกลับกันว่าท่านไม่เคยกระแสตกเท่านี้ อย่าได้กังวลใจ เพราะประชาชนวันนี้เข้าใจการเมืองดี ย่อมตัดสินใจอย่างมีสติได้

นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีนายอนุทินออกมาท้าให้เปิดเผยชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บบัตรประชาชนโดยให้หัวละ 500 บาทให้ชัดเจนว่า พร้อมให้นายอนุทินดูหลักฐานทั้งหมดว่าใครเป็นผู้สั่งการ แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เตรียมนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดยื่นให้ กกต.ตรวจสอบสัปดาห์หน้า การที่นายอนุทินพูดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่านายอนุทินรับทราบแล้วว่ามีการเก็บบัตรประชาชน ถือว่าตนประสบความสำเร็จแล้ว เพราะต้องการให้เปิดปากพูดแบบนี้

ขู่ กก.บห.จะถูกยึดทรัพย์–ยุบพรรค

“ขอเตือนนายอนุทินระวังเรื่องการยุบพรรคและถูกยึดทรัพย์ ความผิดซื้อเสียงเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ที่มีการแก้ไขเพิ่มมูลฐานความผิดนี้ด้วย ถ้ามีการจับการกระทำความผิดเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียงล่วงหน้า หรือเพื่อทำบัตรสมาชิกพรรคการเมือง โดยมีอามิสสินจ้างถือว่าเข้าข่าย แม้จะทำแค่รายเดียว แต่ภาคใต้บางจังหวัด แต่ละเขตเลือกตั้งมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านหลายหมื่นใบ เพื่อแลกกับการเป็นสมาชิกพรรค การเมือง ถ้าคนทำเป็นกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการบริหารที่ร่วมด้วยอาจถูกยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบด้วยว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ที่สำคัญอาจถูกยุบพรรค แทนที่จะออกมาท้าผมให้เปิดรายชื่อ นายอนุทินควรต้องเรียกคนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบถามว่าได้ทำจริงหรือไม่จะดีกว่า” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ตอก “ศุภชัย” กินปูนร้อนท้อง

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายศุภชัยต้องถามว่ารู้พิกัดการทำความผิดได้อย่างไร เพราะตนไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร จังหวัดไหน พรรคใดที่เตรียมการทุจริตเลือกตั้ง ไม่เคยแม้แต่ระบุอักษรย่อหรือว่ากินปูนร้อนท้อง ยืนยันว่ารังเกียจการทุจริตทุกพื้นที่ เหมือนที่เคยเกิดในบางจังหวัดที่เย็บแบงก์ร้อยติดกับแบงก์ยี่สิบเพื่อซื้อเสียงน่ารังเกียจ ที่บอกว่าตนกระแสตกจนกลัวและคนที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมส่งกระแสแรง อยากให้คิดถึงความหลังครั้งที่ว่าที่ผู้สมัครรายนี้อยู่พรรคเพื่อไทย เคยเกิดปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว เชื่อว่าคนพัทลุงจะสอนบทเรียนนักการเมืองซื้อเสียง ต้องขอบคุณ กกต.ที่จะส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปตรวจสอบ ขอบคุณปลัดกระทรวงมหาดไทยที่กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้วางตัวเป็นกลาง แต่ขอฝากให้คาดโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนที่วางตัวไม่เป็นกลางด้วยการไม่ต่ออายุในตำแหน่ง

กกต.รอข้อมูลแจกเงินเก็บบัตรพัทลุง

ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องปลัดจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้รวบรวมบัตรประชาชน พร้อมให้เงิน 500 บาท สนับสนุนผู้สมัครพรรคหนึ่งให้ตรวจสอบว่า ทุกเรื่อง กกต.จะรวบรวมข้อมูล ขอทราบรายละเอียดก่อน

“วิษณุ” ชี้เก็บบัตร ปชช.โยงใบแดงได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีปลัดจังหวัดแห่งหนึ่งสั่งเก็บบัตรประชาชน โดยให้เงินเจ้าของบัตร 500 บาท ถือเป็นการซื้อเสียงหรือไม่ว่า ถ้ามีการกระทำเช่นนั้นจริงถือเป็นความผิดอยู่แล้ว ต้องดำเนินคดี กกต.จะแจ้งความหรือสอบสวนเองว่าเป็นการกระทำของใคร แยกเป็น 2 ทางคือคดีเลือกตั้งและคดีอาญา เจ้าหน้าที่ของรัฐถ้าได้รับเรื่องร้องเรียนหรือมีเบาะแสต้องเข้าไปดำเนินการ แม้เกิดก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งอาจโยงไปถึงการให้ใบเหลืองและใบแดงได้ถ้าทำคดีเป็น เพราะแม้จะทำก่อนแต่ผลก็ไปตอนมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในประเทศไทยแล้ว เพราะเคยเกิดมาเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ตอนเลือกตั้งกึ่งพุทธกาล ถือว่าเป็นความผิด หากมีการร้องไปยัง กกต.จังหวัด สามารถเก็บเรื่องไว้รอให้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ไม่เชิงเป็นการเอาผิดย้อนหลัง เพราะมีผลต่อเนื่องกัน

ตร.เคลียร์เผาบัตรที่สงขลาแค่ขยะ

ส่วนกรณีพนักงานรถเก็บขยะเทศบาลนครสงขลา พบบัตรประชาชน 82 ใบ ในถุงดำถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณกองขยะริมกำแพงโรงเรียนอนุบาลสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา ก่อนแจ้งความตำรวจช่วยสืบสวนหาที่มา เนื่องจากเกรงว่าอาจเชื่อมโยงประเด็นการเมืองช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ต่อมาวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ปรีชา พรหมสิทธิ์ รอง สว.สส.สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าบัตรประชาชนทั้งหมด เป็นของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ย้ายร้านไปจุดอื่นและนำขยะในร้าน รวมทั้งบัตรประชาชนที่ลูกค้านำมาทำธุรกรรมหรือถ่ายเอกสารแล้วลืมนานแล้วเลยเอาไปทิ้ง ทั้งนี้ น.ส.ชยามร บูรพาพงศ์ เจ้าของร้านฝากขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและเข้าใจผิด

ยันอำนาจเคาะวัน ลต.อยู่ที่ กกต.

ส่วนการเตรียมพร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ กทม. จัดกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตยรณรงค์การเลือกตั้ง ส.ส. สถานศึกษาสังกัด กทม. มี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ คาดว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์หน้าว่า เมื่อประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา กกต.จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าวันที่ 24 มี.ค. เป็นวันที่เหมาะสมจัดการเลือกตั้ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นของคณะกรรมการ กกต.

มาร์ค” คาใจระเบียบหาเสียงคลุมเครือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.อาจกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ว่า พรรคไม่มีความกังวลว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ ทุกคนทำงานเต็มที่เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนการใช้ป้ายโฆษณาหาเสียง สอบถามไปยัง กกต.แล้วบางเรื่อง แต่ กกต.ยังไม่ชัดเจนบางเรื่อง เช่น วิธีการนับจำนวนป้าย กรณีหากติดป้ายไป 100 ป้าย แต่ถูกทำลายไป 30 ป้าย หาทำป้ายทดแทน 30 ป้ายจะนับเป็นป้ายใหม่ด้วยหรือไม่ ที่น่าเป็นปัญหาคือการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ วิธีปฏิบัติที่เขียนมายังไม่ชัดเจน อาทิ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องเขียนชื่อผู้ผลิตและจำนวนที่ผลิตไว้ด้านหน้าชัดเจน กรณีข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส หรือแบนเนอร์ ต้องทำอย่างไร

“สงคราม” สับพรรคสืบอำนาจ 20 ปี

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายอารี ไกรนารา รองหัวหน้าพรรค และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สนับสนุนเดินสายพบประชาชนในพื้นที่ กทม.ครั้งแรก เริ่มที่เขตบางเขน หลักสี่จตุจักร ห้วยขวาง โดย นายสงครามกล่าวว่า ชาวบ้านบ่นว่าลำบากยากจนทุกหย่อมหญ้า ยาเสพติดทุกวันนี้หาซื้อง่ายกว่าซื้อขนม เจ้าสัวไม่กี่คนร่ำรวย ความเหลื่อมล้ำของไทยติดอันดับ 1 เจ้าสัวธุรกิจเบียร์คนหนึ่งมีที่ดินมากกว่า 3 จังหวัดของประเทศไทย ที่ดินเจ้าสัวทั้งหมดรวมกันมีเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทยหรือประมาณ 12 จังหวัด คนทั่วไปยากจน ค้าขายลำบาก ขณะที่เผด็จการพยายามสืบทอดอำนาจ พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้ทำประชาชนลำบากไปอีก 4 ปี แต่จะลำบากไปถึง 20 ปี ของยุทธศาสตร์ 20 ปี เงินบัตรสวัสดิการรัฐให้รับได้เป็นภาษีประชาชน เหมือนรับเงินตัวเองไม่เป็นบาปแน่นอน วันนี้ประชาชนจนพอแล้ว อย่าจนกันไปอีก 4 ปีหรือ 20 ปีเลย

พลังประชารัฐโวมีดีพร้อมเป็นแกนนำตั้ง รบ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค มีกรรมการบริหารและกรรมการยุทธศาสตร์ กรรมการรณรงค์หาเสียงเข้าร่วม จากนั้นเวลา 14.00 น. นายอุตตมแถลงว่าได้คัดสรรผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต สัปดาห์หน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย นโยบายพรรคเรียบร้อยแล้ว จะเปิดเผยได้เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศแล้ว ส่วนจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคหรือไม่ ต้องผ่านกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคก่อน ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะเชิญใครมา จะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งไม่ได้ตั้งเป้าแต่จะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอให้สูตรคณิตศาสตร์ลงตัวก่อน ประเมินพื้นที่ทุกวันทุกเวลา กระแสความนิยมของพรรคมีมาต่อเนื่อง มีศักยภาพเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนการลาออกจากตำแหน่งของ 4 รัฐมนตรี ยืนยันว่าจะลาออกในเวลาเหมาะสม เคลียร์งานเกือบหมดแล้ว

ณัฐพล” แจงเงินระดมทุน 90 ล้าน

นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งรายงานการระดมทุนพรรคให้ กกต.แล้ว มีผู้แสดงเจตจำนงสนับสนุนพรรค 622,347,950 บาท แต่จะบันทึกเข้าบัญชีการระดมทุน 90 ล้านบาท 24 รายการ ที่เหลือจะเอาเข้าบัญชีผู้บริจาค เนื่องจากส่วนที่เหลือเป็นการบริจาคหลังวันที่ 19 ธ.ค.61 ตามที่ กกต.กำหนด จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้น พรรคได้คืนเช็คบางส่วนที่อาจร่วมระดมทุนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 1 ราย เพราะเป็นนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้จะติดประกาศการรายงานต่อ กกต.วันที่ 21 ม.ค.เป็นต้นไป ณ ที่ทำการพรรค พร้อมติดประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคต่อเนื่อง ยืนยันว่าไม่มีหน่วยงานราชการร่วมระดมทุนในงานด้วย สื่อมวลชนตรวจสอบได้

เผยเครือคิง เพาเวอร์บริจาค 24 ล.

ช่วงบ่าย พรรคพลังประชารัฐ ได้นำรายชื่อผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมการระดมทุนวันที่ 19 ธ.ค.61 มาติดประกาศ มีทั้งหมด 24 ราย เป็นเงิน 90 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัทเอ็มไอที ซูลูชั่น จำกัด 2.บริษัท ทีทีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3.บริษัทรักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม เมเนจเมนท์ จำกัด 4.บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 5.บ.เอเซียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท อาร์ เอส เอส 2016 จำกัด 7.บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด 9.บริษัท ทีพีไอ 
โพลีน จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด 11.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ลำดับ 1-11 สนับสนุน บริษัทละ 3 ล้านบาท 12.บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 13.บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด 9 ล้านบาท 14.บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 9 ล้านบาท 15.บริษัท สกายไอ ซี ที จำกัด (มหาชน) 5 ล้านบาท 16.นายวีระพล ว่องไววิทย์ 3 ล้านบาท

หลาน “สุริยะ” เปย์ 5 ล้าน

17.บริษัท เก้า เอส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 2 ล้านบาท 18. น.ส.พิรานันต์ พิบูลสงคราม 1 ล้านบาท 19.บริษัทซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 20.สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย 3 ล้านบาท 21.บริษัท สยามโซล่า เจนเนอเรชั่น จำกัด 3 ล้านบาท 22.บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (มหาชน) 6 ล้านบาท 23.บริษัท ยูไนเต็ดสแตนดาร์ด เทอร์มินอล จำกัด 3 ล้านบาท 24.บริษัท สกายไฮ จำกัด 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้บริจาคในนามบุคคลธรรมดา ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.61 รวม 4 ราย ได้แก่ 1.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ล้านบาท 2.นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ 1 ล้านบาท 3.นายวิเชียร ชวลิต 1 ล้านบาท 4.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 5 ล้านบาท

“เรืองไกร” กัดติดบี้ทุนโต๊ะจีน

เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องขอให้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและพรรคพลังประชารัฐ จนถึงวันที่ 17 ม.ค.ในเว็บไซต์ 2 พรรค ยังไม่พบการประกาศให้ประชาชนทราบ จะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 106 และมาตรา 123 หรือไม่

“สุดารัตน์” นำทีม พท.ลุยกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคลงพื้นที่ พร้อมอดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ และคณะได้เข้ากราบนมัสการและร่วมงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร วัดป่าพุทธมงคล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปราศรัยว่ามาให้กำลังใจ ยังไม่รู้ว่าเลือกตั้งวันไหน แต่ให้สัญญาว่าหลังเลือกตั้งจะทำงานเต็มที่ ข้าวยางอ้อย สินค้าเกษตรอื่นๆตกต่ำ รัฐบาลช่วยแต่คนรวย เกษตรกรจนลง หนี้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำ

“ชัชชาติ” ปลุกรับเงินมากาเพื่อไทย

นายชัชชาติกล่าวปราศรัยว่า วันนี้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อก่อนบอกว่าเกลียด ด่านักการเมือง ทุกวันนี้ดูดนักการเมืองเหล่านั้นมายิ่งกว่าดูดส้วม บอกเกลียดคอร์รัปชันไม่ชอบนโยบายประชานิยม ทุกวันนี้คนใกล้ตัวมีแต่คอร์รัปชัน พอใกล้เลือกตั้งแจกเงินจนมีคนกล่าวว่ารับเงินหมากาเพื่อไทย ไม่ควรไปดูถูกหมาที่ซื่อสัตย์ ให้ใช้คำว่ารับเงินมากาเพื่อไทยแทน พรรคเพื่อไทยใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ กระจายโอกาสทำได้จริงมาตลอด ทั้งนี้หลังปราศรัยเสร็จคุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ ลงจากเวทีไปถ่ายรูป สวมกอด ร่วมเต้นเพลงพรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อเธอกับประชาชนอย่างคึกคัก แล้วไปปราศรัยต่ออีก 3 จุด

รปช.ไม่เสนอชื่อคนชิงนายกฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะ อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสำราญ ยอดเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคและนายธนินทร์ แก่นอินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 1 และนายสมพร ปานเพ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ร่วมเดินแนะนำตัวที่ตลาดเทศบาล 3 จากนั้นเข้าสักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก และเดินตลาดคลองโพธิ์ โดยนายสุเทพกล่าวว่า ชาวอุตรดิตถ์ตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าที่คาด เราอาจได้ ส.ส. พรรคได้ปรึกษากันแล้วจะไม่เสนอชื่อใครเป็นนายกฯ รู้ว่าเราไม่ใช่พรรคที่จะชนะจนมีคะแนนเป็นที่หนึ่ง จะชูสนับสนุนใครเป็นนายกฯต้องดูก่อนว่าพรรคต่างๆเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ วันนี้ยังไม่สมัครตอบไม่ได้ ต้องดูผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร แล้วใครคุมเสียงข้างมากได้ วันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนไม่เกี่ยง อย่างไรต้องมีเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วนที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น ไม่ขอวิจารณ์คนต่างจิตต่างใจ

ศาลฎีกาพร้อมรับมือคดีเลือกตั้ง

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของศาลฎีกาในคดีเลือกตั้งว่ามีความพร้อม 100% ศาลฎีกาออกระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทั้งข้อกฎหมาย บุคลากร กฎระเบียบ ห้องพิจารณาไว้รองรับ จำนวนผู้พิพากษาที่จะมาร่วมองค์คณะมีกว่า 100 คน เชื่อว่ารับมือกับคดีเลือกตั้งได้ไม่มีปัญหา แม้มีกรอบเวลาจำกัด ปีที่ผ่านมาพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ว.ไป 27 คดีเสร็จทันกรอบเวลา ส่วนกรณีคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หากมีการยื่นร้องกล่าวหาคณะ กรรมการ (ป.ป.ช.) เสียงข้างมากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตีตกคดีดังกล่าว ถ้ามีการยื่นเรื่องมาศาลพร้อมจะพิจารณาคดี

“บิ๊กตู่” คืนเก้าอี้ อบจ.พี่ “วราเทพ” เฮ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้ลงนามคำสั่งนายกฯ ที่ 1/2562 ให้บุคคลกลับไปดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่เดิม หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.พักงานเจ้าหน้าที่รัฐ เปิดทางให้ศูนย์ อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ จนยุติเรื่องแล้วจึงให้บุคคลต่อไปนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม 9 คน ได้แก่ นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม นายสุรศักดิ์ ปรีชาผล ผอ.กองคลัง อบจ.สมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุณยเกียรติ ผอ.กองแผนและงบประมาณ อบจ.สมุทรปราการ นายวิชัย จันทร์จำรูญ ผอ.กอง การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.สมุทรปราการ นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร นายไพฑูรย์ สัตยวงศ์ทิพย์ ปลัด อบจ.กำแพงเพชร นายบำรุง ผลทวี นายก อบต.มะลุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ว่าที่ ร.ต.กมล เสถียรดี ปลัดเทศบาลสำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่นักการเมืองที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เช่น อบจ.กำแพงเพชร พี่ชายของนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ




แถลงการณ์เพื่อไทย

คำแถลงจากเลขาธิการพรรคเพื่อไทย 

จากกระแสข่าวที่มีการรายงานว่าภายในพรรคเพื่อไทย มีมุมมองที่แตกต่างกันในการสนับสนุนบุคคลที่จะมาเป็น ”แคนดิเดท นายกรัฐมนตรี” ในนามของพรรคเพื่อไทยนั้น…

ขอเรียนยืนยันว่าขณะนี้ คณะกรรมการสรรหาตัวผู้สมัคร และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้มีการพิจารณาประเด็นดังกล่าว และยังมิได้มีการลงมติตัดสินใจเรื่องนี้แต่อย่างใด ที่สำคัญตามรายงานข่าวที่ไม่ปรากฏแหล่งข่าวที่ชัดเจน ได้อ้างถึง “…การเข้ามามีบทบาท ในการกำหนดตัว ว่าที่แคนดิเดทผู้นำของพรรค ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้” ว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ท่านหนึ่งเป็นผู้สนับสนุนและชี้นำนั้น” เป็นการแสดงนัยยะซ่อนเร้นทางการเมืองเพื่อให้เกิดเงื่อนไขการโต้แย้งอันนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของสังคมต่อพรรคเพื่อไทย

ผมในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับเป็นการแสดงถึงความพยายามที่จะกล่าวหาว่าพรรคถูกครอบงำและนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการ”ยุบพรรค”ในที่สุด การสื่อสารข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความสับสน แตกแยก และใช้เป็นประเด็นยั่วยุในการทำลายพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย รวมทั้งถือเป็นการเสี้ยมเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแตกแยกในพรรคเพื่อไทย

ผมอยากเรียนยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย ได้เคยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะเผชิญกับสถานการณ์ถูกยั่วยุ หรือ เสี้ยมชน ในทางการเมืองในห้วงเวลานี้ได้ทุกขณะ ตราบใดที่เราแสดงออกให้เห็นว่าเรามีความพร้อม และเรามีความมั่นใจสูงสุดที่จะรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ การส่งสารที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงจึงเป็นเครื่องมือที่เราคาดหวังไว้แล้วในสถานการณ์การต่อสู้เช่นนี้ 

สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามประเมินความเข้มแข็งของพวกเราต่ำไป คือ ข่าวสารอันไม่เป็นความจริงนี้ไม่ได้ส่งผลให้เกิดอคติต่อเรา แต่กลับจะยิ่งกระชับความเข้าใจและความมั่นคงของพวกเราที่มีต่อพรรคเพื่อไทยมากขึ้น ความพยายามใดๆที่มุ่งหวังจะทำลายพรรคเพื่อไทยและะมุ่งหวังจะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย…จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะพรรคเพื่อไทยเราทำงานเป็นทีม และ “ทีมเพื่อไทย” เราสู้เพราะหัวใจของเราคือผลประโยชน์ของประชาชน  เรื่องเสี้ยมชนที่หวังว่าจะลดทอนกำลังของเรา กลับกลายเป็นการเปิดให้เห็นถึงความกลัวของฝ่ายตรงข้าม และทำให้เรามั่นใจกับพรรคและประชาชนมากขึ้น

แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยวันนี้เราพร้อมทั้งการเตรียม “ทีมเพื่อไทย” และนโยบาย เพื่อนำพาประเทศออกจากปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานานหลายปี โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นความหวัง เป็นประตูสู่ทางออกของการแก้ไขปัญหา เป็นต้นทางของการหลุดพ้นออกจากความมืดมน และความล้มเหลวถดถอยต่างๆ ที่กำลังคุกคามชีวิตของพี่น้องคนไทยในปัจจุบัน

พรรคเพื่อไทยวันนี้  มี “ทีมเพื่อไทย” ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง มีประสบการณ์การบริหารประเทศ มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก และมีความรู้ ที่หลากหลาย  บุคลากรใน “ทีมเพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย… ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในระดับแนวหน้าของการเมืองไทย ที่มากประสบการณ์ และมีความสามารถที่หลากหลายในงานการเมืองและการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน  

เรามีคุณชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีตนักบริหารมืออาชีพจากองค์การเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย รวมทั้งยังมีบุคลากรที่เป็นทีมงานมืออาชีพอีกหลายท่าน ซึ่งพร้อมจะร่วมกันเปิดตัวหลังมีการประกาศกฤษฎีกาการเลือกตั้งที่ชัดเจน…ทุกท่านเหล่านี้พร้อมที่จะเข้ามาช่วยกันทำงาน พร้อมลงไปคลุกคลี พบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ  อย่างคนเคยทำงานที่สร้างความสำเร็จในผลงานมาแล้ว 
วันนี้พรรคเพื่อไทย ยึดเอาการรับฟังปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานและยกระดับนโยบายให้ถูกใจและโดนใจประชาชนอีกครั้ง พวกเราทุกคนตระหนักดีว่าภารกิจนี้ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ การมีส่วนร่วมของทุกคน ที่มีหัวใจเป็นทีมเดียวกัน จึงจะสามารถนำพาสังคมไทยให้ก้าวข้ามภาวะถดถอย สิ้นหวัง และฟื้นตัวได้โดยเร็ว

แม้ว่าปัจจุบัน จะมีกลุ่มผู้มีอำนาจบางคนและกลุ่มบุคคลบางฝ่าย พยายามที่จะเสี้ยมหรือสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความแตกแยก ในพรรคเพื่อไทย  ผม ไม่เชื่อว่าความพยายามดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ ตามที่มุ่งหวัง 
เพราะวันนี้…… ทีมเพื่อไทยทุกคน เรามั่นคงและก้าวไกลกว่าที่พวกเขาคิด 

ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย / 20 มกราคม 2562

ส่งสัญญาน

ส่งสัญญาณ !!

“ผู้การไก่”เขาพระวิหาร  ออกโรง เรียกร้อง คนไทย และ นักการเมือง พร้อมใจกันหนุน เลื่อนเลือกตั้ง เพื่อจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ให้สมพระเกียรติ ...ยันไม่ได้พูดเอาใจ”นาย” หวังเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง แต่ในฐานะ นายทหารไทย และคนไทย คนหนึ่ง

“ผู้การไก่” พลตรี ธนศักดิ์ มิตรภานนท์  ผู้ทรงคุณวุฒิทบ. อัดคลิป ลงYoutube  ในฐานะทหารไทย ที่ผ่านมาหลายสมรภูมิ ปกป้องแผ่นดินไทย  เรียกร้อง ประชาชน คนไทยที่รักบ้านเมือง รักพระมหากษัตริย์  และ นักการเมือง พร้อมใจกันหนุนเลื่อนเลือกตั้ง เพื่อจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ให้สมพระเกียรติ ไม่ใช่ฉุกละหุก แบบนี้ ชี้เลือกตั้ง เลือกเมื่อใดก็ได้ จะช้าหรือจะเร็ว แต่ต้องเลือกตั้งแน่นอน เพราะระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่เลือกตั้ง ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย  แต่ปีนี้เป็นปีสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” จะมีพิธีพระบรมราชาภิเศก  ซึ่งจะมีครั้งเดียวในแผ่นดินรัชกาลนี้ ดังนั้นจึงต้องจัดให้สมพระเกียรติ และเกี่ยวข้องกับทูตานุทูต และพระมหากษัตริย์จากประเทศต่างๆ
ที่สำคัญงานนี้จะต้องเกิดขึ้นจากการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เตรียมการแบบฉุกละหุกหรือ แบบไม่มีความพร้อม 

พลตรีธนศักดิ์ ยืนยันว่า การออกมาพูดในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเอาใจนาย หรือผู้บังคับบัญชา เพราะอยากเลิ่อนยศเลื่อนตำแหน่ง  แต่พูดในฐานะ ทหารไทย ที่ปกป้องแผ่นดินและสถาบันฯมาตลอด และในฐานะคนไทย คนหนึ่ง 

ทั้งนี้ พลตรี ธนศักดิ์ ถูกมองว่า เป็น มือขวาน้องรัก บิ๊กเยิ้ม พลเอกธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาค2 เพื่อนเตรียมทหาร12  ของ พลเอกประยุทธ์ นายกฯและหัวหน้าคสช.

https://youtu.be/ydbAubufdSs

ฝ่ามลพิษการเมือง “กระพือ” เชื้อขัดแย้งเก่า : ลุ้นเลือกตั้ง ล็อกโรคแทรก

วิกฤติฝุ่น PM2.5 ปกคลุมกรุงเทพฯและปริมณฑล

สร้างความแตกตื่นในหมู่ประชาชน ตามสภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพ เบื้องต้นคือระคายเคืองจมูก แสบคอ ไอ มีเสมหะ เสี่ยงเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ ร้ายสุดคือมะเร็งปอด

จากฝุ่นเล็กๆที่กลายเป็นปัญหาระดับชาติ

บรรยากาศแบบที่ผู้นำประเทศอย่าง “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ต้องเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลไม่มีแผนกู้สถานการณ์

กระแสโซเชียลมีเดียพาลด่านายกฯที่ทำได้แค่สวดมนต์

เข้าเหลี่ยมคนฝ่ายตรงข้ามลากเป็นปมทางการเมือง ดิสเครดิต “ลุงตู่” ในเกมเลือกตั้ง

โดยสถานการณ์ฝุ่นปกคลุมกรุงเทพฯและปริมณฑล บดบังทัศนียภาพ อากาศขมุกขมัว ล้อกันเลยกับบรรยากาศสถานการณ์การเมือง

โหมดเลือกตั้งที่ยังอึมครึมคลุมเครือ

ในอารมณ์ที่ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่ง รวมถึงนักการเมืองและมวลชนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล คสช.พากันไม่เชื่อ และแกล้งไม่เชื่อ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เบอร์หนึ่งเบอร์สอง คสช.แท็กทีมประสาน เสียงรายวัน

ยืนยันอย่างไรก็ต้องเลือกตั้งภายในกำหนด 150 วัน

ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ นับจากวันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับบังคับใช้ครบ ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2561 ต้องจัดกระบวนการกาบัตรให้เสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เบี้ยวไม่ได้

และก็เป็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นอีกระดับ กับการที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ยอมรับในความคิดส่วนตัว วันที่ 24 มีนาคม เหมาะสมที่สุดในการจัดการเลือกตั้ง

โดยพระราชกฤษฎีกาน่าจะประกาศในสัปดาห์หน้านี้

เอาเป็นว่า ปักหมุดวันที่ 24 มีนาคม 2562 ตามความน่าจะเป็นมากสุด

ซึ่งนั่นก็สอดคล้องกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยืนยัน กกต.คุยกันเป็นการภายใน ถ้ามีการเลือกตั้งภายในวันที่ 24 มีนาคม ระยะเวลาการประกาศผลภายใน 150 วัน คือวันที่ 9 พฤษภาคม เชื่อว่า กกต.สามารถทำได้

พร้อมๆกับมีการแจกแจงกฎกติกา ตามราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. และประกาศ กกต.9 ฉบับเกี่ยวข้องกับวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเลือกตั้ง ที่จะมีผลบังคับใช้เมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง

อาทิ ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สมัคร ส.ส.เขตไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อคน ห้ามผู้สมัคร ส.ส.ช่วยซองงานบุญ งานบวช หรืองานศพ แม้แต่ส่งพวงหรีด

กดไลค์ กดแชร์ข้อมูลป้ายสีในโซเชียลมีเดียเสี่ยงโดนใบแดง

กกต.ฝ่ายปฏิบัติแสดงความพร้อมในการจัดมหกรรมกาบัตรเลือกตั้ง

หันไปทางฝั่งพรรคการเมืองก็ลุยหาเสียงกันขาขวิด ออกตัวไปไกลแล้ว แบบที่พรรคประชาธิปัตย์ทำการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม.ครบทั้ง 30 เขต ขณะที่พรรคภูมิใจไทยจัดโหมโรงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ

แม้แต่ลูกข่าย “ทักษิณ” ที่ตีปี๊บโวยวายดักคอ ประจานเลื่อนเลือกตั้งตีกินกระแส

แต่อีกทางก็แบ่งทีมขึ้นเหนือล่องใต้ แยกย้ายเดินสายหาเสียงกันฝุ่นตลบ ทั้งสาขาหลักพรรคเพื่อไทย ทีมบียี่ห้อไทยรักษาชาติ และทีมซีพรรคเพื่อชาติ

แย่งส่วนแบ่งการตลาดกันเองในกลุ่มผู้บริโภคยี่ห้อ “ทักษิณ”

และนั่นก็ไม่ต้องพูดถึงน้องใหม่อย่างค่ายพลังประชารัฐ ที่จัดคิวเก็บคะแนนต่อเนื่อง ถึงจังหวะมวยหลักทีมนักเลือกตั้งอาชีพอย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นำขบวนเดินสายปักธงในภาคอีสาน ภาคเหนือ ลุยหาเสียงแบบ “ฟูลไทม์”

ลุยเจาะฐานอดีต “นายใหญ่” แบบได้เนื้อได้หนัง

ในจังหวะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ “ทีม 4 กุมาร” ยังสวมหมวกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ได้แค่ “พาร์ตไทม์” แบบนอกเวลาราชการ

ทุกพรรคทุกป้อมค่ายต่างอยู่ในโหมดลุยหาเสียง

ต่างฝ่ายต่างเร่งเครื่องเดินหน้า ไม่มีเวลาลังเลๆเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่

กกต.ฝ่ายคุมเกมพร้อม ผู้เล่นทุกพรรคออกตัวทำคะแนน บรรยากาศสถานการณ์ไหลตามธรรมชาติ

ทุกอย่างยังเดินหน้าไปตามกระบวนการโดยอัตโนมัติ

นั่นหมายถึงทุกฝ่าย รวมไปถึงประชาชนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจกับปัจจัยในการขยับวันเลือกตั้งให้สอดคล้องกับพระราชพิธีสำคัญในรอบกว่า 70 ปีของราชอาณาจักรไทย

ที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ที่สำคัญทุกขั้นตอนก็ยังอยู่ใน “ไทม์ไลน์” โรดแม็ปเลือกตั้งที่ล็อกไว้ในรัฐธรรมนูญกำหนด 150 วัน

แต่ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจากเกมเขย่ากระแสตีกินของนักเลือกตั้งอาชีพ

บีบกดดันรัฐบาล คสช.ตามเหลี่ยมเกมการเมือง

เรื่องของเรื่อง “ปัจจัยเลื่อน” กับ “ปัจจัยแทรก” เลือกตั้ง มันเลยแยกกันไม่ออก

ตามแรงกระฉอกไปถึงการปั่นกระแสม็อบ กับอาการขยับของมวลชนต้านเลื่อนเลือกตั้ง นำโดย “น้องโบว์” น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำคนดังกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำมวลชนเคลื่อนไหวกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์

ปักหลักแยกราชประสงค์ ยื่นคำขาดให้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก่อนวันที่ 18 มกราคม

ไม่เช่นนั้นจะยกระดับการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ขีดเส้นตาย “ล้ำเส้น” บังควร มิบังควร

โดยมี “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กับ “เดอะอ๋อย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เป็นกองหนุน

ดันหลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ให้ชนกับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.ที่ส่งสัญญาณคลื่นความถี่สูงเตือนม็อบต้านเลื่อนเลือกตั้ง

หงุดหงิดกับพฤติกรรมเดิมๆของคนหน้าซ้ำๆที่รับคำสั่งมาป่วน

จ้องทำประเทศวุ่นวาย โดยไม่มององค์ประกอบเลื่อนเลือกตั้ง

ในจังหวะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และกระบอกเสียง คสช.ออกมาพูดถึงการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

คนกลุ่มนี้วุฒิภาวะทางประชาธิปไตยบกพร่อง

กองทัพแปรรูปขบวนรบ ประจันหน้าม็อบต้านเลื่อนเลือกตั้ง

ท่ามกลางเกมแห่กระแส แนวร่วมฝ่ายต้านเลือกตั้งก็ตีปี๊บให้เลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ อีกฝั่งก็เบิ้ลกลับ วุ่นวายมาก ไม่ต้องเลื่อน แต่ให้ยกเลิกเลือกตั้งไปเลย

พวก “สุดโต่ง” ผสมโรงปั่นดีกรีเร้าชนวนวุ่นวาย

และก็โผล่มาได้จังหวะพอดิบพอดี

ตามปรากฏการณ์ที่ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ส่งข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย นัดกองเชียร์และประชาชนทั่วไปให้ติดตาม บล็อกเกอร์ “Good Monday” ทุกแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์ ทุกวันจันทร์

กับเหลี่ยมโชว์วิชันทางด้านเศรษฐกิจ ฟอร์มเก่งของอดีตผู้นำ

เปิดเกมชิงกระแส ต่อเนื่องกับการแห่ข่าว “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โกอินเตอร์ นั่งแท่นประธานบอร์ดท่าเรือสินค้าเมืองซัวเถา จีนแผ่นดินใหญ่

“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ตีธง ส่งสัญญาณรุกทวงคืนเกมอำนาจ

เร้าบรรยากาศขมุกขมัวจากฝุ่น เจือมลพิษการเมือง

หัวเชื้อไฟขัดแย้งปะทุกลับมา

นี่ต่างหากสถานการณ์สุ่มเสี่ยง โอกาสเกิด “โรคแทรก” มาก่อนปัจจัยเลื่อนเลือกตั้ง

เพราะประเมินตามเงื่อนไขสถานการณ์ ถ้าบ้านเมืองยังเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อม ภายใต้ห้วงเวลาคาบเกี่ยวที่การเลือกตั้งต้องตีคู่ไปกับพระราชพิธีสำคัญทางประวัติศาสตร์รอบ 70 ปีของไทย

และทุกปรากฏการณ์ล้วนผูกติดกับ “ความมั่นคง”

ไม่มีทางที่กองทัพจะปล่อยให้ไปลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงายแน่.


“ทีมการเมือง”

เขี่ยปูซัวเถาพ้นปธ.

    "หน่อย" อยู่เป็น เล่นหน้าฉาก ไม่กล้าหือตระกูลชินวัตร พร้อมหลีกทางชัชชาติชิงนายกฯ "ปู" รีบแจงไม่เกี่ยววางแผนสกัดสุดารัตน์ ลือไทยรักษาชาติทาบ ดร.โกร่ง อดีตหัวหน้าทีม ศก.ยุคป๋าเปรมร่วมโผ 3 ชื่อ นายกฯ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปไตยแต่เปลือก โวยเผด็จการ ดันเด็กเจ๊ลงส.ส.กทม. ถีบส่ง "ลีลาวดี-ค่ายธรรมกาย" ยิ่งลักษณ์ หลบฉาก ไม่นั่งประธานบริษัทท่าเรือที่ซัวเถา
    ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเครือข่ายเพื่อไทย ที่เริ่มมีกระแสข่าวความขัดแย้งในระดับแกนนำพรรคเรื่องการผลักดันแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขณะที่พรรคเครือข่ายอย่างพรรคไทยรักษาชาติ ก็มีกระแสข่าวจะมีการทาบทาม ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตทีมเศรษฐกิจรัฐบาลบ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าร่วมงาน 
    แหล่งข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติเปิดเผยว่า ในส่วนของบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ได้ 2 แคนดิเดตของพรรคแน่นอนแล้ว ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมา ดร.โกร่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยทาบทาม ดร.วีรพงษ์ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอนปี 2551 แต่นายวีรพงษ์ได้ปฏิเสธไปเพราะมีสัญญาณจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่เห็นด้วย ทำให้นายทักษิณไปดึงนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาทำหน้าที่แทน อีกทั้งก่อนหน้านี้นายวีรพงษ์ก็เคยไปช่วยงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว ด้วยการเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. หลังประเทศผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ขณะที่อีกหนึ่งรายชื่อมีความเป็นไปได้สูงจะเป็นของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค เพื่อตอบโจทย์ตามสโลแกนของพรรค โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน ที่เน้นภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ 
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยหลังมีกระแสข่าวกลุ่มตระกูลชินวัตร ที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยและไทยรักษาชาติ โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณไม่หนุนหลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง หากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง โดยจะหนุนนายชัชชาติแทน
    ข่าวดังกล่าวทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าผลักดันให้นายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้สื่อสารผ่านทวิตเตอร์ทันทีว่า "ตามที่มีข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าดิฉันสนับสนุนและเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ดิฉันขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องกิจการของพรรคที่ต้องไปคัดสรรผู้เหมาะสมกันเอง และปัจจุบันดิฉันก็มีงานอื่นที่ต้องทำและรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสิ่งที่ดิฉันได้รับในอดีตที่ผ่านมาก็ถูกกระทำเจ็บช้ำมากพอแล้วค่ะ"
    ด้าน    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวสนับสนุนนายชัชชาติ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหากัน นายชัชชาติมีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็นผู้จัดการทีม คอยวางแผน หรือ เจเนรัลเบ๊ ทำทุกเรื่อง ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี จะชัดเจนต่อเมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา 
    ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีข่าวไม่ลงรอยกับคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีนายชัชชาติจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทยว่า "เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคที่จะพิจารณาว่าคนใดเหมาะเป็นเบอร์ 1, 2, 3 เพราะผมไม่มีตำแหน่งในพรรค หากผู้ใหญ่ตัดสินใจมาอย่างไรทุกคนก็ต้องยอมรับ"
    เช่นเดียวกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ที่ว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้สนับสนุนและชี้นำนั้น เป็นการแสดงนัยซ่อนเร้นทางการเมืองเพื่อให้เกิดเงื่อนไขการโต้แย้งอันนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงแต่อย่างใด เป็นการแสดงถึงความพยายามที่จะกล่าวหาว่าพรรคถูกครอบงำและนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการยุบพรรคในที่สุด การสื่อสารข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความสับสน แตกแยก และใช้เป็นประเด็นยั่วยุในการทำลายพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย รวมทั้งถือเป็นการเสี้ยมเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแตกแยกในพรรคเพื่อไทย 
    "บุคลากรในทีมเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในระดับแนวหน้าของการเมืองไทย ที่มากประสบการณ์ และมีความสามารถที่หลากหลายในงานการเมืองและการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตนักบริหารมืออาชีพจากองค์การเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย รวมทั้งยังมีบุคลากรที่เป็นทีมงานมืออาชีพอีกหลายท่าน แม้ว่าปัจจุบันจะมีกลุ่มผู้มีอำนาจบางคนและกลุ่มบุคคลบางฝ่าย พยายามที่จะเสี้ยมหรือสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่าความพยายามดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ" เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
โผ กทม.เพื่อไทยป่วน 
    ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในการเตรียมความพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. 30 เขต ใกล้แล้วเสร็จ เป็นส่วนผสมของทั้งคนรุ่นใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครอย่างค้านสายตา จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มสมาชิกภาค กทม. เช่น ในเขตเลือกตั้งที่ 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เขตบางซื่อ ที่เป็นพื้นที่เดิมของ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลับถูกผู้มีอำนาจในพรรคบางคนทุบโต๊ะดันให้คนสนิทของตัวเองคือ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองให้ลงสมัครแทน แล้วโยก น.ส.ลีลาวดีให้ไปลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) ซึ่งจะต้องเจอกับอดีต ส.ส.พื้นที่เดิมในพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงแข็งแกร่งมาก
    “แม้จะมีคำชี้แจงจากแกนนำพรรคบางคนตามมาว่าเป็นเพราะผลโพลภายในที่ทำออกมาแล้วเขต 1 รอบนี้ เพื่อไทยมีโอกาสชนะคู่แข่งขันเดิมจากประชาธิปัตย์ แต่ในส่วนกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรจะให้เกียรติคนในพื้นที่เดิมก่อน เขตดุสิต ซึ่งเป็นพื้นที่ทหาร น.ส.ลีลาวดีไปสร้างฐาน จนผลักดันให้ตัวเองและทางพรรคได้มีที่นั่งใน กทม. การทำเช่นนี้ ทุบโต๊ะเอาคนตัวเองมาลง ไม่ถูกต้อง เท่ากับผลักอดีต ส.ส.เดิมไปสอบตก แล้วให้คนตัวเอง ที่ไม่เคยมีความนิยมทางการเมืองเลย มาคว้าโอกาสที่จะได้เป็น ส.ส. เพราะเจ้าของพื้นที่เดิมสร้างเอาไว้ให้มานาน ส่วน น.ส.ลีลาวดีนั้น แม้จะไม่เห็นด้วย ก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกทุบโต๊ะ มีรายการคุณขอมา” รายงานข่าวระบุ
    รายงานข่าวเผยอีกว่า ในการเลือกตั้ง กทม. 30 เขต ภาค กทม.พรรคเพื่อไทยมีการวางยุทธศาสตร์ไว้ 2 สูตร คือเพื่อไทยส่งครบทั้ง 30 เขต เพื่อป้องกันข้อครหา ฮั้วกันทางการเมืองกับพรรคในซีกฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคไทยรักษาชาติ และสูตร 2เพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเพียง 22 เขต ที่หวังผลได้ จากการทำโพลภายใน โดยปล่อยให้พรรคพันธมิตรอย่าง ไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร 8 เขต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสอบตกสูง แต่ต้องส่งไปเพื่อเก็บคะแนนรวม เพื่อนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
    อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจภายในพื้นที่ กทม. พบว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคนตื่นตัวต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ประกอบกับอดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงพบปะพื้นที่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้ทางพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากถึง 12-15 ที่นั่งใน กทม. สูงกว่าในการเลือกตั้ง 2554 ที่ได้มา 10 ที่นั่ง
"ปู"ไม่ตกเป็นเป้า หลบนั่งปธ.บ.ท่าเรือ
    ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ จากกรณีหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ในฮ่องกงนำเสนอข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการจดทะเบียนเป็นกรรมการเพียงผู้เดียวของ พี.ที. คอร์ปอเรชั่น (P.T. Corporation Company) บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อ 24 ส.ค.2560 หรือเกือบหนึ่งปี หลังจากหนีออกจากไทยก่อนคำตัดสินคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ บริษัท ซ่านโถว (อ่านแบบจีนแต้จิ๋ว คือ ซัวเถา) อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัลส์ (Shantou International Container Terminals) หรือ SICT ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับท่าเรือที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งของจีนด้วยนั้น 
    ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เผยแพร่ข่าวว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวในฮ่องกง ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์บริษัท ซ่านโถว ได้เผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนตัวประธานกรรมการใหม่ จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นชาวจีนที่ชื่อว่า เฉิน อุยตง เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2561 นับรวมระยะเวลาไม่ถึงเดือน
    อนึ่งก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิง โพสต์ในฮ่องกง ระบุในรายงานข่าวว่า บริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชั่นฯ ได้เปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2561 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หลบหนีการถูกดำเนินคดีจำนำข้าวไปยังประเทศกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ถือครองหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาแล้ว แต่ข้อมูลเอกสารดังกล่าวนั้นกลับแสดงข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำชี้แจงของรัฐบาลกัมพูชาโดยสิ้นเชิง
    ข่าวชิ้นนี้ยังระบุว่า เอกสารในการเข้าบริหารบริษัทดังกล่าวถือเป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกที่แสดงถึงการทำธุรกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นับตั้งแต่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หนีคดีไป จนถึงบัดนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมาว่าบริษัทดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทอะไรกันแน่ แต่หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าวเพียงแค่ 4 เดือน ก็มีรายงานออกมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปนั่งเป็นประธานบริหารบริษัท ซ่านโถว คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล บริหารท่าเรือซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
    เมื่อสำนักข่าวเซาธ์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลบริษัท ตามที่อยู่คือ ชั้น 66 ตึก K11 Atelier ในย่านจิมซาจุ่ย พบว่าขณะนี้ออฟฟิศดังกล่าวนั้นมีผู้ถือครองคือบริษัท Pacific International Capital และมีผู้อำนวยการบริษัทคือ Chen Huaidan ซึ่งเคยใช้ชื่อ Celine Tang โดยพนักงานของบริษัทให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธว่าไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับบริษัท P.T. Corporation และความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาก่อน
    ต่อมา สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า ผู้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท  P.T. Corporation ในฮ่องกง คือ  บริษัท P.T. Corporation ซึ่งเป็นธุรกิจของคนในครอบครัวชินวัตรในประเทศไทย และยังเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวของบริษัทด้วย นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังแจ้งที่อยู่ส่วนตัวคือ บ้านเลขที่ 10 ถนน Severn 8 ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงด้วย
    ขณะที่ในช่วงบ่ายวันที่ 14 ม.ค.2562 เว็บไซต์เดอะพนมเปญโพสต์ สื่อในประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ข่าวกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาและหน่วยงานด้านความร่วมมือนานาชาติ ได้มีท่าทีร่วมกันว่าจะมีการยกเลิกการออกหนังสือเดินทางทางการทูตให้กับบุคคลที่ไม่ได้เกิดในประเทศกัมพูชา โดยนักวิเคราะห์ได้แสดงความเห็นว่าท่าทีดังกล่าวนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้น ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาเพื่อจดทะเบียนบริษัทในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง.

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

"วิษณุ"คาด พรฎ.ประกาศ23ม.ค.

#เลือกตั้ง62 : ถ้าเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ทำอย่างช้าสุดตามรัฐธรรมนูญ จะตั้งรัฐบาลใหม่ได้หลังพระราชพิธีฯ
.
วันนี้ (18 มกราคม 2562) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง ส.ส. คาดว่าจะประกาศใช้ภายในวันที่ 23 มกราคม จากนั้นภายใน 5 วัน กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเป็นที่ยุติแล้วว่าวันเลือกตั้งคือ “24 มีนาคม 2562” ส่วนวันเปิดรับสมัคร ส.ส. มี 5 วัน ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ เท่ากับว่ามีเวลาหาเสียงประมาณ 44-48 วัน ก่อนการเลือกตั้ง
.
ไอลอว์ชวนดูความเป็นไปได้ ถ้าเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 กำหนดการต่างๆ จะเป็นอย่างไร และจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ช่วงไหนบ้าง
.
เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เงื่อนไขกำหนดการเลือกตั้ง มีดังนี้
.
1. รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้จัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้ง เริ่มมีผลบังคับใช้ (วันที่ 11 ธันวาคม 2561) ฉะนั้น เส้นตายต้องไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562 
.
2. ปกติแล้ว การเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ทำให้วันเลือกตั้งที่จะจัดได้วันสุดท้ายตามปฏิทิน คือ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562
.
3. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ 4-6 พฤษภาคม 2562 และจะมีกิจกรรมพระราชพิธีฯ อย่างน้อย 15 วันก่อนหน้า-หลัง สรุปคือ จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนครอบคลุมเวลาตั้งแต่ ช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤษภาคม 
.
4. กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ให้ได้มากกว่า 95% ไม่ช้ากว่า 60 วันหลังการเลือกตั้ง
.
5. พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ก็ได้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
.
ถ้าจัดการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้ว กกต. ประกาศผลเลือกตั้งอย่างช้าสุดภายใน 60 วัน ก็คือ 23 พฤษภาคม 2562 และเปิดประชุมสภาครั้งแรกอย่างช้าสุดภายใน 75 วัน (15 วันหลังหลังประกาศผลเลือกตั้ง) 
.
ทำให้กิจกรรมเลือกตั้งทั้งหมดเสร็จสิ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2562 คือ หลังพระราชพิธี 18 วัน หรือประมาณสองอาทิตย์ (20 พฤษภาคม 2562 กิจกรรมที่ประชาชนและรัฐบาลจัดให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดท้ายของพระราชพิธี) 
.
สำหรับภาพรวม การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อนกิจกรรมพระราชพิธีฯ แล้วเมื่อกิจกรรมพระราชพิธีฯ เริ่มขึ้น กิจกรรมการเมืองจะหยุดลงชั่วคราว เพื่อให้กิจกรรมพระราชพิธีฯ เสร็จก่อน จึงค่อยกลับมาทำกิจกรรมหลังการเลือกตั้งต่อให้เสร็จสิ้น เท่ากับว่า เราจะได้รัฐบาลใหม่ที่มาจาการเลือกตั้งหลังพระราชพิธีฯ 
.
ดังนั้น หากเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แล้วมีการประกาศผลเลือกตั้ง หลัง 9 พฤษภาคม 2562 ยังมีข้อกังวลว่าจะสุ่มเสี่ยงต่อการ "ขัดรัฐธรรมนูญ" และส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่? เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 268 กำหนดว่า ต้องจัด "การเลือกตั้งแล้วเสร็จ" ภายใน 150 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ คือไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีข้อถกเถียงกันว่า “การเลือกตั้งแล้วเสร็จ" นั้นหมายถึง “วันเลือกตั้ง” เท่านั้น หรือหมายถึง “เลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ” 
.
ซึ่งถ้าตีความว่า หมายถึง “เลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ” วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ และทำให้การเลือกตั้งเป็น "โมฆะ" ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำรงอยู่ต่อไป และไม่แน่ใจว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อไหร่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุเหตุการณ์กรณีเช่นนี้ไว้
.
อย่างไรก็ดี วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ไม่ใช่ทางเลือกเดียว แต่ยังมีทางเลือกอื่นอีกที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่ทับซ้อนกับพระราชพิธีฯ อย่างเช่น ถ้ากำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วง “24 กุมภาพันธ์/ 3 มีนาคม/ 10 มีนาคม” แล้วทำตามธรรมเนียมปฏิบัติของการเลือกตั้งที่ผ่านมา 3 ครั้งล่าสุด ปี 2548 ปี 2550 และปี 2554 ใช้เวลาตั้งแต่วันเลือกตั้ง-การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เสร็จสิ้นเฉลี่ยเวลาเพียง 33 วัน เท่านั้น 
.
หากเลือกใช้วันดังกล่าว จะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ก่อนพระราชพิธีฯ เริ่มเสียอีก
.
อ่านบทความ เลือกตั้งวันไหนดี? 24 ก.พ./ 3 มี.ค./ 10 มี.ค. ทำเร็ว ได้รัฐบาลใหม่ก่อนพระราชพิธีเริ่ม ได้ที่ https://ilaw.or.th/node/5099

เผย ศาลฎีกา พร้อมเปิดช่อง! รับพิจารณา ‘คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม’ ผิดจริยธรรมหรือไม่?



เลขาฯศาลยุติธรรม เผย ศาลฎีกาพร้อมพิจารณาคดี นาฬิกาหรู ละเมิด มาตรฐานจริยธรรมฯนักการเมือง ร้ายเเรงหรือไม่ หาก ปปช.ยื่นร้องมา เผยช่องทางนี้ เป็นเรื่องใหม่ ยังไม่ค่อยมีคนทราบ

ศาลฎีกา นาฬิกาบิ๊กป้อม – เมื่อเวลา 10.45 น.ที่ชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนในการเเถลงข่าวผลการดำเนินงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศและสำนักงานศาลยุติธรรม ปี 2561
ในประเด็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก ตีตกคดีที่การกล่าวหา การไม่ยื่นหรือเเสดงบัญชีทรัพย์สิน อันเป็นเท็จ จากการครอบครองนาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จะเข้าข่ายการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายเเรงของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระหรือไม่
หากมีการยื่นร้องกล่าวหา ป.ป.ช. ในส่วนของคดีอาญาในเรื่องปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วย ว่าขั้นตอนตามกฎหมายถ้าหากมีการร้องเข้ามาสนช.ก็จะพิจารณาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกานำเข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเเต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ เหมือนคราวที่เมื่ออดีต คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยโดนร้องเรื่องขึ้นเงินเดือนตัวเอง ซึ่งขั้นตอนการร้องคดีเเละการพิจารณาจะมีระเบียบของศาลฎีกาที่ได้เผยเเพร่
วันนี้ตนได้รับเอกสารข้อมูลในการพิจารณาคดี ของศาลฎีกา เเผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ในปี 2561 มีคดีที่เข้าพิจารณา 351 มีค้างเก่า119คดี เเละศาลฎีกาฯพิจารณาเเล้วเสร็จในป 234 ค้างมาปีนี้236คดี ซึ่งส่วนใหญ่คดีที่ค้างจะเป็นคดีจงใจไม่เเสดงหรือนื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ส่วนฐานกระทำความผิดอื่นๆมีเเค่กว่า10คดี ซึ่งทางศาลฎีกาก็พร้อมที่จะมีการพิจารณาคดีให้เเล้วเสร็จภายในกรอบที่ประธานศาลฎีกากำหนดใน 1ปี
เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระมีการร้องขึ้นสู่การพิจารณา เเล้วหรือไม่
นายสราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีคดีละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายเเรงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเนื่องจาก เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่เเละไม่ค่อยมีคนทราบ
ถามต่อว่า เมื่อวาน ป.ป.ช.มีการเเถลงชี้เเจงเรื่อง นาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร ในส่วนที่มีการตีตกในส่วนของคดีอาญา ในประเด็นเรื่องการรับของที่มูลค่าเกิน3พันบาท ตรงนี้จะถือว่าเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายเเรง ของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองหรือไม่
นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ตนจึงไม่สามารถที่จะให้ความเห็นได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการให้ความเห็นของการทำงานของหน่วยงานอื่นๆ“เเต่ในส่วนของศาลเองถ้ามีการยื่นเรื่องเข้ามาทางศาลมีความพร้อมที่จะมีการพิจารณาคดี”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เเละผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ได้ถูกบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญฉบับ 60 โดยกำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับประกอบด้วย ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ หรือ กสม.
ซึ่งรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้มีจริยธรรมบังคับใช้ควบคุมกับผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองเเละองค์กรอิสระเพื่อเน้นเเละตรวจสอบเข้มข้นมากกว่าวิธีการทางอาญาเพียงอย่างเดียว โดยการพิจารณาคดีผู้ที่ละเมิดมาตราฐานจริยธรรมฯจะให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขึ้นมาหากมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาคดี โดยมีประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ที่ผ่านมา

แจงคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะคนร้ายที่จะแนะ คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะคนร้ายที่จะแนะ คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายบริเวณเทือกเขาบ้านตือกอ หมู่ 7 อ. จะแนะ จ. นราธิวาส คาดว่าเตรียมลงมาก่อเหตุในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้วางแผนร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมนราธิวาสสนธิกำลังเข้าไปทำการตรวจสอบในบริเวณดังกล่าวซึ่งหน่วยได้มีการจัดกำลังเข้าไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ผลจากการดำเนินการเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 07:00 ได้มีการปะทะกับกลุ่มคนร้าย ผลจากการปะทะนะเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืน ak47 ได้1กระบอกกระบอกคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย ลักษณะจุดปะทะเป็นเพิงพักชั่วคราวของกลุ่มคนร้ายพบที่พักชั่วคราว 6 หลังมีโรงครัว 1 หลัง คาดว่าคนร้ายน่าจะล่าถอยขึ้นไปบนภูเขา
ขณะที่ทางท่านแม่ทัพภาคที่4ได้สั่งการให้เพิ่มเติมกำลัง ทั้งการบินลาดตะเวนตรวจการณ์ทางอากาศและการเพิ่มกำลังในพื้นราบการสกัดกั้น ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางรองในหมู่บ้านพร้อมทั้งได้มีการแจ้งเตือนกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รอบๆบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันสอดส่องดูแลถ้าพบว่าคนร้ายเข้ามาหลบซ่อนเพื่อพักรักษาตัวในหมู่บ้านหรือหลบซ่อนมาในเขตของหมู่บ้านก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้รับทราบเพื่อที่จะเข้าไปดำเนินการต่อไปขณะนี้ยังไม่จบภารกิจ

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?

"บิ๊กป้อม" อ่วมอรทัยอีกแล้ว!
    วันก่อน นักข่าวไปถาม..........
    "ทำไมกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับจากโซมาเลีย จึงเลือกก่อเหตุโรงแรมในเครือของประเทศไทย ที่ประเทศเคนยา?"  
    บิ๊กป้อมตอบว่า
    "ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง?" 
    เท่านั้นแหละ ดังทั่วโลก สื่อใน-สื่อนอก ทั้งไทย-จีน-ฝรั่ง-ญี่ปุ่น กระทั่งสื่อในเคนยา โค้ดประโยคเด็ดนี้ไปยำกันเละ
    แต่ผมชอบนะ......
    ผมว่าบิ๊กป้อมมีอย่างที่เขาเรียกว่า sense of humor เข้าท่าดี  
    แม้บางเรื่องจะกระเดียดทาง wicked sense of humor คือ "ตลกร้าย" ไปบ้างก็ตาม อย่างกรณีนี้ 
    แต่ก็โอเคนะ!
    อดีตกาล เคยรับประทานอาหารกับนักการทูตบางท่าน ช่วงหลังอาหาร ท่านจะหาเรื่องโจ๊กมาเล่าสลับการสนทนาให้ได้หัวเราะเป็นการละลายความเกร็งในบรรยากาศคบหา 
    ผมรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง..........
    เห็นเขาหัวเราะกัน ก็จับจังหวะผสมหัวเราะไปกับเขา ทำเป็นว่าเข้าถึง
    เจอแบบนี้ซัก ๒-๓ ครั้ง พอจับสังเกตได้ว่า
    อ้อ..นี่ เป็นทั้งวัฒนธรรมและทั้งเคล็ดลับสร้างเสน่ห์ของบุคคลระดับนักบริหารและการทูต     
    คือ อารมณ์ขัน 
    นอกจากเป็นเพชฌฆาตละลายเครียดแล้ว ยังเป็นตัวสร้างความเป็นกันเอง เปลี่ยนมลพิษทางอารมณ์คนให้เป็นพลังงานสะอาดได้
    เคยอ่านประวัติไอน์สไตน์ เขาบอกว่า ไอน์สไตน์เป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน
    มาอ่านพบในเว็บ salika อีก เขาพูดเรื่องงานวิจัยด้านอารมณ์ขันไว้ จะยกบางส่วนมาให้อ่าน เขาบอกว่า
    "งานวิจัยฟันธง คนมีอารมณ์ขัน ฉลาด สมองดี กว่าคนอื่น"
    หากมีใครตั้งคำถามกับอัจฉริยะโลกไม่ลืมอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่าทำไมเขาถึงฉลาด 
    ไอน์สไตน์จะตอบโดยยกความดีความชอบให้กับลักษณะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนมีอารมณ์ขัน มองโลกแง่บวก ที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก 
    ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ สอดคล้องกันเป็นอย่างดีกับข้อค้นพบในงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ ที่ระบุว่า มีความเกาะเกี่ยวกันอย่างแน่นอน 
    ระหว่างความเฉลียวฉลาดทางสมอง กับความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ ที่แสดงออกมาผ่านอารมณ์ขันของแต่ละบุคคล
    เริ่มจากงานวิจัยที่ทำขึ้นในประเทศออสเตรีย ซึ่งค้นพบว่า คนที่มีความตลกขบขัน มีความสุขกับการฟังเรื่องตลกโปกฮา (Dark humor) แล้วหัวเราะอยู่เป็นประจำ 
    จะมี IQs สูงกว่าผู้ที่ไม่ค่อยชอบรับฟังเรื่องตลกทำนองนี้ และมีบุคลิกที่เคร่งเครียดตลอดเวลา 
    ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนมีอารมณ์ขันนี้ อธิบายทางการแพทย์ได้ว่า 
    เป็นปฏิกิริยาที่ต้องอาศัยประสาทการรับรู้ และความสามารถทางอารมณ์ร่วมกัน จึงจะเกิดอารมณ์ขันนี้     
    งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้ อธิบายต่อด้วยว่า........
    คนมีอารมณ์ขันจะมีทักษะด้านอารมณ์ที่เฉียบคม ที่จะรับรู้ทั้งการสื่อสารในรูปแบบของการบอกเล่าและภาษากายที่ไม่มีคำพูด (verbal and non-verbal intelligence) ในเรื่องตลกขบขัน 
    ขณะที่ผลการทดสอบปัจจัยด้านลบ อย่างระดับการได้รับการกระทบกระทั่งทางอารมณ์ และความก้าวร้าว เกรี้ยวกราด จะมีคะแนนต่ำมากสำหรับคนที่มีอารมณ์ขัน
    ไม่ใช่แค่ความเฉลียวฉลาดที่เป็นข้อค้นพบในตัวคนที่มีอารมณ์ขันเท่านั้น 
    เพราะนักวิจัยยังพบว่า ความมีอารมณ์ขันนี้ ส่งผลดีกับคนรอบข้างและในการทำงานของบุคคล 
    เพราะผลการเก็บข้อมูลจากคนรอบข้างที่ทำงานร่วมกับคนมีอารมณ์ขัน พูดตรงกันว่า 
    คนร่ำรวยอารมณ์ขันนี้ เมื่อทำงานด้วยแล้ว สัมผัสได้ถึงความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ขั้นสูง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 
    โดยนักจิตวิทยายังอธิบายเพิ่มเติมว่า อารมณ์ขัน หรือ "Sense of Humor" นี้ เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้
    ครับ...
    อยากรู้เพิ่มเติม คลิกไปหาอ่านในเว็บ salika ผมยกมาชี้ให้เห็นเท่านั้นว่า 
    บิ๊กป้อม...ที่ว่า พูดทีไร เป็นประเด็นให้ได้นำไปเมาธ์ ไปฮา เหมือนว่า ท่านพูดไม่คิด หรือคิด แต่หน่อมแน้ม บ้องตื้น หางานเข้ารัฐบาลเป็นประจำนั้น
    ในมุมมองผม ถ้าท่านเป็นคนหน่อมแน้ม บ้องตื้นจริง ถึงขึ้นมาเป็น ผบ..ทบ.ได้ 
    นั่นก็ไม่แปลก
    การที่สามารถส่งต่อให้ลูกน้องซ้าย-ขวาอย่างพลเอกอนุพงษ์และพลเอกประยุทธ์ขึ้นนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.อีกสองคน
    นั่นก็ไม่แปลก
    การเข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศของพลเอกประยุทธ์ ๒๒ พฤษภา.๕๗ 
    ทุกอย่าง สมูธ แอส สิล์ค เป็นรัฐบาล คสช.วันนี้ได้ ก็เพราะ "พี่ใหญ่" จัดเต็มให้
    นั่นก็ยังไม่แปลก
    โดยธรรมเนียมรัฐบาลทหาร หอมอยู่ได้ปี-สองปีก็เก่งแล้ว แต่นี่รัฐบาล คสช.ด้วย "อาจารย์ป้อม" ลงยันต์
    เข้าปีที่ ๕ ใครก็ยิงไม่ออก-ฟันไม่เข้า 
    ชนิดที่น่าต้องทำ "เหรียญ คสช." ให้อาจารย์ป้อมปลุกเสก แจกฉลองรัฐบาลปฏิวัติ "แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"
    ประเด็นนี้ ไม่เพียงแปลก แต่ทึ่งด้วย!
    รัฐบาล คสช.โดยพระอาจารย์ป้อมนั่งปรกคุมความมั่นคง พวกสัมภเวสี ผีกินบ้าน-กินเมือง หะแรก นึกว่าหวานหมู "อาป้อม" จะหลิ่วตาพ่อยอดรักให้แหวกวงสายสิญจน์กลับเข้ามาได้ง่ายๆ
    แต่ที่ไหนได้ อาจารย์ป้อม "ตีตะปู" ปิดผาโลง 
    สัมภเวสีตัวนอก นอกจากกลับเข้ามาไม่ได้ เว้นแต่เข้าคุกแล้ว 
    ยังจะมีเป็นสัมภเวสีตัวใน "หนีคดี-หนีคุก" ตามออกไปอีกเป็นระลอก...ในมิช้า!
    มันอกหัก ถึงขั้นประดิษฐ์คำด่า "ยุติธรรมแบบป้อมๆ"
    แบบป้อมๆ เป็นแบบไหน?
    คนที่ถางถากกันว่า "พูดจาปัญญาอ่อน" สวนแบบอ่อนน่วมกลับไปว่า
    ".....ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ"!
    จบบริบูรณ์เรื่องตระกูล "โคตรโกง" จะกลับเข้ามา นับจากกรกฎา.๔๙ ที่เป็นสัมภเวสี ถึง ณ ๑๘ มกรา.๖๒ วันนี้
    "บิ๊กป้อม" หนึ่งเดียวคนนี้.......
    เฉลิมยศนำหน้าให้สัมภเวสีตนนั้น ว่า "ไอ้ทักษิณ"!
    ก็จะเห็นว่า บิ๊กป้อม ที่ดูเหมือนหน่อมแน้ม พูดจาอะไรไม่ฉลาด 
    เป็นเหยื่อให้นักข่าวต้อนซ้าย-ต้อนขวา ตั้งคำถามนำยัดปากให้ตอบ เพื่อเอาไปพาดหัวด่าหรือเสียดสีประจำนั้น
    พิศกันให้ถึงสะดือ แล้วจะเห็น 
    ที่ดูเหมือน "แป๊ะยิ้ม" แต่ละเคลื่อนไหวนุ่มนิ่ม ดูน่าตลก กึ่งสมองกร่อนนั่นน่ะ
    "จิวแปะทง" เฒ่าทารกผู้ไร้เดียงสา ๑ ใน ๕ เจ้ายุทธจักร ผู้ไร้เทียมทานแห่งยุค 
    "ป้อม-แป๊ะยิ้ม" ก็ประมาณนั้นเลยเชียว!
    การเป็นคนที่นักข่าวหรือใครๆ "คาดไม่ถึง" หรือ "มองไม่ถึง" นั่นแหละ
    ในสถานการณ์วิกฤติ คนอื่นต้องรบทัพจับศึก แต่บิ๊กป้อม ท่าทางเขาดูซื่อบื้อ
    ใช้คำพูด "คำ-สองคำ" เหมือนไม่ตั้งใจ เท่านั้น กลับผลักภูเขาเป็นทางน้ำไหล
    บิ๊กตู่ ถูสบู่ ขัดขี้ไคล แช่อ่าง สบายยยย มา ๕ ปี
    ทำท่าจะต่ออีก ๕ อยู่รอมมะร่อ!
    ปากกา นาฬิกา แว่นตา ตู่-น้องเล็ก รับเพลิน
    แต่ป้อม-พี่ใหญ่ ทั้งซ่งตีง ทั้งก้อนอิฐ หัว-หูโนแทนอยู่คนเดียว!
    นั่นไม่เพราะปัญญาอ่อนแบบ "ป้อม-จิวแปะทง" ดอกหรือ?
    "ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง?"
    นี่ก็เช่นกัน........
    เมื่อถามบ้องตื้น บิ๊กป้อมก็ตอบบ้องตื้น แต่บ้องตื้นนั้น กลบพวกอยากเลือกตั้งไปเลย!
    เหตุเกิดปุบปับที่บ้านเขา ในอีกซีกโลกที่เคนยา ยังยิงกันตุงไป-ตุงมา นักข่าวดันถาม 
    "ทำไมเกิดเหตุจึงเกิดที่โรงแรมเครือคนไทย?"
    ใครจะไปตรัสรู้ได้เดี๋ยวนั้น ที่ท่านตอบ จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่การตอบ 
    หากแต่เป็นการพูดคุยเล่นในหมู่คนกันเอง ไม่ได้หวังให้เป็นข่าว-เป็นคำตอบอะไรจริงจัง
    แต่ทีนี้ก็อย่างว่า อะไรข่าว อะไร sense of humor มันอยู่ที่ตัวนักข่าวและตัวสื่อจะนำเสนอแบบไหน ด้วยทัศนคติไหนเท่านั้น
    แต่ยังไงๆ ผมก็มองว่า "น้ำกลั่น" ปลาอาศัยอยู่ไม่ได้ "น้ำในคลองหลอด" ปลาอาศัยอยู่ได้
    "รัฐบาลพลเอกประยุทธ์" ก็เช่นนั้น
    ต้องอาศัย "คลองหลอด" หลังกลาโหมไปอีกซักพัก ถึงจะว่ายออกเจ้าพระยาได้!.

4รมต.จ่อลาออก! 'กอบศักดิ์'ลุยการเมืองเต็มตัว/24มี.ค.เหมาะกาบัตร

      
      “24 มีนาคม 2562” เต็งหามวันเลือกตั้งใหม่ “เนติบริกร” ชี้หาก กกต.บริหารจัดการได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ติดพระราชพิธี สอดรับพระราชกฤษฎีกาที่ “บิ๊กป้อม” บอกจะคลอดสัปดาห์หน้า “กอบศักดิ์” ประกาศแล้วพร้อมไขก๊อกเพื่อลงการเมืองเต็มตัว รออีก 3 รมต.ก่อนออกพร้อมกัน วัฒนาโพสต์รูปพ่วงอัดทหารคุกคามบ้านรองเลขาธิการ พท. “วินธัย” สวนกลับบิดเบือน แค่ไปรับฟังปัญหาตามวงรอบ “ภูมิใจไทย” เปิดตัวยิ่งใหญ่สนามช้าง “เสี่ยหนู”ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ผุดนโยบายกัญชาเสรีหรือแคลิฟอร์เนีย 
      เมื่อวันพฤหัสบดี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนวันเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. อาจทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถรับรอง ส.ส.ได้ทันวันเปิดประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่ถ้า กกต.เชื่อว่าทำได้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. รัฐบาลหรือใครๆ ไม่สามารถไปเกี่ยวข้องได้ แต่การประกาศวันเลือกตั้งวันใดนั้นมีความหมายมาก เพราะถือเป็นการนับหนึ่งที่จะกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสภาภายใน 15 วันหลังจากนั้น 
      “ที่เกรงกันคือเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อนแล้วนับ 15 วัน จะไปอยู่ในช่วงพระราชพิธี จึงได้พูดคุยกันว่าให้ยึดวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก และหากวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 มี.ค. ก็ห่างอยู่ประมาณ 45-47 วัน ซึ่งถ้า กกต.คิดว่าทำได้ทัน และดูแล้วก็ไม่ติดพระราชพิธีใดๆ และจะให้อยู่ในกรอบวันที่ 9 พ.ค.ก็อยู่ที่ กกต.บริหารจัดการ ทั้งนี้ รัฐบาลเป็นห่วงอยู่เพียงเรื่องที่จะไปทับซ้อนกับพระราชพิธีเท่านั้น” นายวิษณุกล่าวและว่า ส่วนที่กลัวกันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ หากประกาศผลเลือกตั้งไปก่อนแล้วมาสอยทีหลังนั้น ถ้าหากมีกรณีที่เป็นปัญหามากๆ อยู่หลายรายก็อาจเกิดปัญหาจริงในการจัดตั้งรัฐบาล โดยอาจเกิดสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยในอนาคตได้
      นายวิษณุยืนยันว่า ตนเองและนักกฎหมายทั้งหลาย หรือแม้แต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เองเคยชี้แจงในสภาว่า ในการประกาศผลการเลือกตั้งช่วง 60 วัน เป็นคนละเรื่องกับ 150 วัน แต่ถ้า กกต.คิดว่าเพลย์เซฟ แล้วเอามาเป็นเรื่องเดียวกันก็แล้วไป ไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอให้บริหารจัดการให้ได้เท่านั้น แต่หากไม่เสร็จจริงก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าจะมีคนเถียงหรือท้วงว่าไม่ได้ อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ท้วงมาตลอดนั้น ค่อยไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปหารือในวันนี้ อย่าตีตนไปก่อนไข้ ไม่ทันเห็นน้ำแล้วตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกก็จะโก่งหน้าไม้ เพราะเลือกก็ยังไม่เลือก แล้วไปคิดก่อนว่ามันจะไม่เสร็จ มันจะไม่ทัน แล้วจะเกินเวลา แล้วจะโมฆะ คิดอย่างนั้นจินตนาการมากไป
      เมื่อถามว่า เห็นว่า 24 มี.ค.เหมาะเป็นวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ กกต.เห็นว่าเหมาะอย่างไร โดยตนเองเห็นหลายจุดว่า 3 และ 10 มี.ค.อาจกระชั้นไปเมื่อเทียบกับวันที่จะประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่รู้จริงว่าจะประกาศเมื่อไหร่ จึงอาจทำให้เหลือระยะเวลาหาเสียงสั้น ถ้าเป็น 17 มี.ค.อาจมีปัญหากับเด็กที่สอบ TCAS จำนวนเป็นแสนคน และเป็นวัยมีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเหลือวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งก็น่าจะเหมาะที่สุด และพระราชกฤษฎีกาก็น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้าอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมบอกไว้
      เมื่อถามว่า 24 มี.ค. เหมาะสมสามารถประกาศในนามรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่ตอบ เพราะสื่อถามนำว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งมี 3 ทางในการเลือกตอบ คือ 1.ไม่เหมาะสม 2.เหมาะสม และ 3.เฉย โดยความเห็นส่วนตัว การตอบไม่เหมาะสมมันก็เท็จ จะบอกว่านิ่งเฉยเสียก็อาจดีที่สุด แต่เมื่อเผลอตอบไปแล้วก็ตอบว่าเป็นไปได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเหมาะสมเลย โดยวันที่ 3 มี.ค. ไม่เหมาะสมเอาเลย แต่ 10 มี.ค. มีความเป็นไปได้ แต่เมื่อยังไม่รู้ว่าพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะมีวันไหน จะเหลือเวลาหาเสียงน้อยไป บางพรรคอาจไม่บ่น บางพรรคบอกเลือกเร็วๆ ดีแล้ว แต่ต้องคำนึงถึงเวลาหาเสียงที่เพียงพอ เมื่อจะขยับวันเลือกตั้ง วันหาเสียงก็ไม่ควรน้อยกว่ากำหนดเดิมคือ 52 วันจึงจะเป็นธรรม
บี้แจงวันเลือกตั้งให้ชัด
      ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุระบุว่าอาจจะประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งภายในสัปดาห์หน้า ว่าเท่าที่ติดตามน่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ คงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนอย่างไร และอยากให้รัฐบาลทำความชัดเจนให้มากที่สุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งและการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนวันเลือกตั้งนั้น ควรให้ กกต.มีอิสระเต็มที่ เพราะเงื่อนเวลาที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ
      คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การจะเลือกตั้งเมื่อใดก็เป็นสิ่งที่เราอยากรู้เหมือนประชาชนที่ต้องรอความชัดเจน ขอให้ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด
      ส่วน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคพร้อมตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.แล้ว ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. เพื่องานสำคัญก็เข้าใจ แต่อยากเรียกร้องให้ กกต.ประกาศชัดเจน เนื่องจากพรรคการเมืองต้องเตรียมความพร้อม 
      ขณะที่นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า กกต.จำเป็นต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าโรดแมป ไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แม้จะยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ. แต่ กกต.ควรคาดการณ์ไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่กำลังรอการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคการเมืองในการเตรียมตัว หรือ กกต.ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงในการเลือกตั้ง ถ้าเช่นนั้น กกต. คสช. และรัฐบาลควรมาคุยกันเพื่อสร้างความชัดเจนเสียที
      “เป็นห่วง กกต.ชุดนี้ หากฟังตามที่นายวิษณุชี้นำถึงวันเลือกตั้งว่าควรเป็นวันที่ 24 มี.ค. เพราะอาจประกาศผลเลือกตั้งไม่ทัน และเมื่อถึงที่สุดแล้วมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะขึ้นมา ผู้ที่จะได้รับผลไม่ใช่รัฐบาลหรือ คสช. แต่เป็น กกต.ที่อาจต้องถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา เช่น อดีต กกต.ที่ต้องถูกจำคุกมาแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจว่าการเลือกตั้งควรเป็นวันใดนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะตัดสินใจ อย่าให้ใครมาชี้นำ”
      ส่วนเฟซบุ๊กแฟนเพจ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. กกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไม่ให้เกินวันที่ 9 พ.ค. ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา ซึ่งเส้นตายจริงจะอยู่ที่ 24 มี.ค. ขยับไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะมีคนเกรงว่าถ้า กกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้ในวันที่ 24 มี.ค. และประกาศผลไม่ได้ในวันที่ 9 พ.ค. พวกท่านก็จะอยู่ยาว ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ได้ขู่
      ขณะที่นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวได้ไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.เร่งกำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วภายในวันที่ 18 ม.ค. แม้ พ.ร.ฎ.จะยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ตาม เพราะเชื่อว่ามีการตกลงเป็นภายในระหว่าง กกต.กับ คสช.ไว้แล้วว่าจะเป็นวันที่ 24 มี.ค. จึงต้องการให้รัฐบาลและ กกต.ประกาศออกมาให้ชัดเจน
กอบศักดิ์พร้อมไขก๊อก
      สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้พร้อมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เพราะภารกิจงานต่างๆ ในความรับผิดใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด ส่วนจะลาออกวันใดนั้น ต้องรออีก 3 รัฐมนตรี เพราะต้องลาออกพร้อมกัน เพื่อไปทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว เพราะที่ผ่านมามีความเสียเปรียบทางการเมือง เพราะไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ในเวลาราชการ ซึ่งหลังลาออกจะทำให้ไปทำงานการเมืองได้เต็มที่
      ด้านนายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ไปร่วมงานกับพรรค พปชร.ในการออกรายการเดินหน้าประเทศไทย ว่ายังสามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเหมือนกับรัฐมนตรี โดยเฉพาะเนื้อหาการแถลงชี้แจงต่างๆ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีสั้นๆ ว่าขอเลิกพูด เพราะเขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าควรต้องทำอย่างไร
      วันเดียวกัน ยังคงมีผลพวงจากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ออกมาเตือนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย พร้อมนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ได้เดินทางมาเรียกร้องขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ยุติคุกคามผู้เห็นต่าง ซึ่งนายเอกชัยได้ยืนชูป้ายข้อความ "มึงเก่งเฉพาะคนไม่มีทางสู้" ที่บริเวณหน้าป้ายกองทัพบก พร้อมกล่าวโจมตีการทำหน้าที่ของ ผบ.ทบ. และพยายามเดินเข้ามาภายใน บก.ทบ. แต่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้เชิญตัวออกมาด้านนอก เพราะเป็นสถานที่ราชการ และนายเอกชัยพร้อมพวกไม่ได้มาติดต่องาน ซึ่งนายเอกชัยได้ตะโกนต่อว่า ผบ.ทบ.ประมาณ 10 นาที ก่อนเดินขึ้นรถยนต์นิสสัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน พพ 8102 กทม. ขับออกไป
      ขณะเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปภาพระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายธวัชชัย สุทธิบงกช รองเลขาธิการพรรค พท. ได้ส่งข้อความว่ามีคนมาเยี่ยม พร้อมแชร์ภาพทหารในชุดพราง 4 นายมาพบที่บ้าน ซึ่งได้พยายามติดต่อนายธวัชชัย แต่ติดต่อไม่ได้ จึงขออนุญาตทำโดยพลการเผยแพร่วีรกรรมของทหารไทยที่ ผบ.ทบ.เพิ่งออกมาคำรามว่านักการเมืองอย่าล้ำเส้น ทหารไม่ได้คุกคาม แต่เป็นการติดตามดูการหาเสียงของทุกพรรคไม่ได้เว้นพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่นี่มันคือการคุกคามคนของพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
ซัดวัฒนาโพสต์บิดเบือน
      ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. ชี้แจงเรื่องนี้ว่า เป็นการนำภาพไปสร้างเรื่องที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ในเชิงกล่าวหา เพราะข้อเท็จจริงเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือนของกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย (ชป.กกล.รส.) พื้นที่เขตบางนาและพระโขนง เดินทางเข้าพบปะประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ซึ่งเป็นไปตามวงรอบปกติ และเมื่อผ่านบ้านนายธวัชชัยก็ได้เดินเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการทำไร่ที่ จ.กาญจนบุรี คุยกันเพียง 3 นาที บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง  
      ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค พท.กล่าวถึงกรณีมีชื่อในสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในประเด็นอนุมัติงบการบริการจัดการน้ำ และการจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ว่าก็ทำไปตามกระบวนการ ไม่มีอะไร มันเป็นเรื่องเก่า ไม่กังวล ไม่เป็นอะไร ขอให้ยุติธรรม โดนกันหลายคน ไม่ใช่แค่ตนคนเดียว
      นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงกรณีที่ กกต.สอบอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่บินไปพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปมครอบงำพรรคการเมืองว่า เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคไม่ได้เกี่ยวข้องเลย กรรมการบริหารพรรคก็ไม่มีใครไป ไม่รู้จะไปทำไม ซึ่งเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว แต่พอเริ่มหาเสียงก็ไปถามเขา ก็ไม่รู้เจตนาว่าเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าอะไรที่คิดว่าถูกต้องผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายก็ทำไป แต่อย่าคิดแกล้งกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวในการลงพื้นที่และหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ได้หารือกับ กกต.ถึงแนวทางการหาเสียงของแต่ละพรรคผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์แล้ว โดยกรมพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่จะเปิดเวทีเพื่อให้แต่ละพรรคการเมืองมาแสดงวิสัยทัศน์และหาเสียง ซึ่งใครขอความร่วมมือมากรมก็ยินดีสนับสนุน แต่การวางผังในการออกอากาศนั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะแต่ละพรรคต้องติดต่อมายัง กกต.ก่อน และต้องรอดูว่าจะมีการจัดหลักเกณฑ์ ระเบียบ และเวลาที่จะเผยแพร่อย่างไร ซึ่งเมื่อใดที่ กกต.มีความพร้อมก็จะแจ้งมายังกรมอีกครั้ง
    ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดงานเปิดตัวว่าผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 150 ชื่อ และนโยบายพรรค มีประชาชนกว่า 30,000 คนมาร่วม โดยนายอนุทินประกาศว่า พรรคจะใช้บุรีรัมย์โมเดลไปสร้างความเจริญให้กับคนทั้งประเทศ และพัฒนาประชาชนให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยประกาศเจตนารมณ์พรรคว่า “จะลดอำนาจ เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน”
ผุดนโยบายกัญชาเสรี
     “พรรคจะส่ง ส.ส.เขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากเลือกพรรคภูมิใจไทย 375 เสียง เป็นพรรคอันดับ 1 ผมก็พร้อมเป็นนายกฯ แล้ว มันต้องเป็นแล้ว หมูไม่กลัวน้ำร้อนแล้ว และผมจะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน" นายอนุทินประกาศ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. ได้แถลงนโยบายพรรค ซึ่งมีทั้งข้าวระบบกำไรแบ่งปัน, การพักหนี้ กยศ. และระบบการเรียนออนไลน์ โดยแคมเปญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการปลูกกัญชาเสรี โดยใช้โมเดลของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจ 
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าเตรียมไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการเรื่องต่างๆ โดยวันที่ 21 ม.ค. จะเปิดตัวทีมเพื่อไทย ที่จะวางบุคคลในการทำงานด้านต่างๆ ก่อน ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ขอให้ทราบก่อนดีกว่าว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด 
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสานพรรค พปชร. พร้อมคณะ ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค จ.ขอนแก่น ทั้ง 10 เขต โดยขอให้ชาวขอนแก่นเลือกคนของพรรคทั้ง 10 เขต เพราะจะได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งบุคคลนั้นก็จะเป็นรัฐมนตรีของชาวขอนแก่นด้วย
     นายสุริยะยังกล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องซีทีเอ็กซ์ว่า เรื่องนี้ได้ชี้ไปแล้ว และเป็นเรื่องที่นายทักษิณเป็นประธานการประชุม และเป็นคนที่อนุมัติโครงการเอง อีกทั้งเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้ออกมายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีแล้ว จึงขอให้จบเรื่องนี้ลงแต่โดยดี
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงคุณหญิงสุดารัตน์ที่อยากแจกบัตรคนรวย ไม่แจกบัตรคนจน ว่าน่าเศร้าใจที่คิดแบบนี้ คงอยู่กับความรวยจนชิน ไม่เห็นหัวคนจน อยากจะบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่าท่านไม่เคยจน จึงไม่เคยรู้สึกถึงความลำบากของพี่น้องคนยากคนจน เพราะบัตรคนจนนั้นมีเป้าประสงค์ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งวันนี้เรามีพี่น้องผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ส่วนจะแจกคนรวยแล้วกระเป๋าตุงหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ให้ระวังกระเป๋าแบนแฟนทิ้งด้วย เพราะพี่น้องประชาชนจะทิ้งพรรคเพื่อไทยมารักพรรคพลังประชารัฐหากคิดแบบนี้ 
    ส่วนนายอภิสิทธิ์นำคณะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะสมาชิกและประชาชนในพื้นที่ โดยกล่าวถึงจำนวน ส.ส.ที่คาดว่าจะได้ในนครราชสีมา ว่าขอรอดูคู่แข่งทั้งหมดก่อน แต่ ปชป.ตั้งใจเต็มที่ ส่วนจำนวน ส.ส.ทั่วประเทศนั้น มั่นใจว่าเราได้มากกว่าพรรคอื่นแน่นอน.ฟๆ