PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

ไพศาล พืชมงคล:การรดน้ำป๋าเปรมวันนี้ของผบ.เหล่าทัพและรมช.กห.เป็นการลับกัน"ปู"รู้

เป็นแฟนเพลงกันก็ต้องบอกครับ งานขอพรสงกรานต์ป๋าเปรมวันนี้เป็นดังนี้ครับ
๑ กองบัญชาการกองทัพไทยและทุกเหล่่าทัพ รวมทั้งตำรวจนัดหมายกันเฉพาะและลับมีหนังสือขอเข้ารดน้ำอวยพรโดยไม่มีฝ่ายการเมือง ป่๋าอนุญาตและเนื่องจากคนมากจึงต้องไปจัดที่สโมสรทหารบกเก่าที่อยู่้ติดกันดังที่เห็น
๒ สมาคมชาวสงขลาบ้านเกิดป๋า และมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับป๋าและคนใกล้ชิด ขอรับพรและอวนพรป๋าที่บ้านสี่เสา

๓ รมช กลาโหม ขอเข้าอวยพรในนามของกรรมการโอลิมปิค 
เป็นอันว่าพลเอกยุทธศักดิ์ไม่ไปกับปู มาอวยพรป๋าแต่มาในฐานะเอกชนคือกรรมการโอลิมปิค
ดังนั้นบรรยากาศในท่ามกลางเหล่าทหารจึงชื่นมื่นและมีความหมายยิ่ง
ก็ดูกันเองว่าไผเป็นไผ ไผอยู่ข้างไหน "น่าเกรมขามแก่คนที่จะมาคิดค้ายต่อชาติบ้านเมืองของเรา" ไหมคร้าบเจ้านาย

(คลิป)ผบ.เหล่าทัพ รดน้ำป๋าเปรม เมษา 57





พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดโอกาสให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำผู้บัญชาการเหล่าทัพพร้อมดัวยผู้บัญชากา­รตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้ารดน้ำอวยพร เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย เมื่อ 11 เมษายน ที่สโมสรกองทัพบก สี่เสาเทเวศน์



26 สิงหาคม ปีนี้ ป๋าเปรม -พลอากาศเอก เปรม ติณสูลานนท์ อายุครบ 94 ปีแล้ว


ป๋าเปรม  จัดว่าเป็น แหล่งข่าว  ที่อายุมากที่สุด ในประวัติศาสตร์การทำข่าวการเมืองของนักข่าวไทย


เริ่มเป็นที่รู้จักเป็น แหล่งข่าว  ตั้งแต่ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า ยศพลตรี เมื่อ พ.ศ. 2511


ขยับเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลพื้นที่ภาคอีสานเมื่อ พ.ศ. 2517  เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง


ก่อนได้เลื่อนยศเป็นพลเอก ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2520


ถัดมา อีก 1 ปี  ก้าวขึ้นสู่ ผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ. 2521


บทบาท ป๋าเปรม  เริ่มจากยุคท็อปบู๊ต สู่ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ 

บทบาทของป๋าเปรม ยิ่งใหญ่สุด   เมื่อ ป๋าเปรม ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัย ระหว่างปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2531


ตลอด 8 ปี  บนเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี   ป๋าเปรม อยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์มาโดยตลอด


เพราะความที่ป๋า พูดน้อย  นักหนังสือพิมพ์เรียกพลเอกเปรมว่า  เตมีย์ใบ้


บางครั้ง ป๋าเปรม  ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์นักข่าว  ป๋าจะตัดบทแบบง่ายๆ ว่า กลับบ้านเถิดลูก 


และฉายาหนึ่งที่นักข่าวรุ่นใหม่ ไม่ค่อยรู้จัก คือ ฉายา  นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวายและกบฏ 9 กันยา


หลังพ้นตำแหน่งนายกฯ  ปี 2531  กับคำพูดที่ว่า "ผมพอแล้ว"


เมื่อพ้นตำแหน่ง ในกองทัพมา 30 ปี  ในตำแหน่งปัจจุบัน คือ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ


บารมีของ ป๋าเปรม ก็ยังไม่หมดไป


ทุกวิกฤตการเมือง ชื่อของ ป๋าเปรม โผล่ขึ้นมาเสมอ 


ทั้งในฐานะ รัฐบุรุษผู้รักชาติ หรือ มือที่มองไม่เห็น



ล่าสุด ชื่อของ ป๋าเปรม ติดรายชื่อสำนักโพล บุคคลสำคัญที่อยากให้ทำหน้าที่คนกลาง เจรจาระหว่าง"ยิ่งลักษณ์"กับ"กำนันสุเทพ"


นักข่าวที่ทำข่าวป๋าเปรม ตายไปก็เยอะ เกษียณไปก็มาก  แต่ป๋ายังคงอยู่


เปรียบเทียบกับ คุณยุวดี ธัญญสิริ  ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล ทำข่าวป๋าเปรม ตั้งแต่เป็นสาว

จนปัจจุบัน เจ๊ยุ เกษียณไปจากบางกอกโพสต์แล้ว 


วันนี้ ป๋ายังอยู่    เจ๊ยุ ก็ยังอยู่

จะว่าไป เจ๊ยุ  ทำข่าวป๋าเปรม มาตลอด ครึ่งศตวรรษ


ขณะที่นักข่าวรุ่นใหม่ ที่เข้าสู่วงการ อายุต่ำสุด  ประมาณ 22-23 ปี


วันนี้ ป๋าเปรมอายุ 93  นักข่าวรุ่นใหม่อายุยี่สิบกว่า  ต้องเรียกว่า   เจ้าคุณปู่


นี่คือ ตำนานของ ทหารแก่ ไม่มีวันตาย

ที่มา : มติชน

ตำรวจขอให้ศาลอนุมัติหมายจับโกตี๋ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายจับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ เรดการ์ด ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งได้มีเจ้าทุกข์มาแจ้งความไว้เป็นจำนวนมากซึ่งความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงนี้ ผู้กระทำความผิดจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี
....ทั้งนี้ศาลจึงได้พิจารณาสำนวนคดี รวมทั้งพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สืบสวนนำมาแสดง และเห็นพ้องกันกับเจ้าหน้าที่สืบสวนว่า นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ เรดการ์ด ได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จริง ศาลจึงเห็นสมควรให้อนุมัติหมายจับนายโกตี๋ได้ทันที...


ปอกเปลือก โกตี๋ สัมพันธ์ลึก แดงใต้ดิน


ก่อนที่ "โกตี๋" จะดำดินในเวลานี้ มีความเคลื่อนไหวในจังหวัดทางภาคเหนือเมื่อไม่นานมานี้

ปลายเดือนมีนาคม 2557 โกตี๋มีแผนจะเปิดสถานีวิทยุเพื่อมวลชนคนแม่สอด ที่สถานีขนส่งของเอกชน แต่ถูกมวลชน กปปส.แม่สอด รวมตัวต่อต้านอย่างหนัก

ตามมาด้วยเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงสถานีวิทยุชุมชนแห่งนั้น จึงทำให้ โกตี๋ สั่งยุติแผนการก่อตั้งสถานีวิทยุที่แม่สอด พร้อมให้ลูกน้องรื้อเสาอากาศลง และขนย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดไปเชียงราย

5 เมษายน 2557 โกตี๋เดินทางไปเชียงราย เตรียมการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน เพื่อสานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยมี สุรชัย แซ่ด่าน และ ลุงยิ้มตาสว่าง เข้าร่วมในกิจกรรมระดมทุนครั้งนี้ด้วย
ถัดจากนั้น ก็มีคลิปโกตี๋ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวจากแคนาดา และถ้อยคำบางตอนในคลิปดังกล่าว กลายเป็นประเด็น "โกตี๋จาบจ้วงเบื้องสูง" ที่ถูกแชร์สนั่นโซเชียลมีเดีย

ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จึงเปิดการแถลงข่าวกรณีโกตี๋ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว VICE News ว่า "เป็นเรื่องของภัยความมั่นคงอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐควรเร่งจัดการ เพราะหากปล่อยให้มีกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศย่อมเกิดความไม่มั่นคงในเรื่องการเมืองการปกครองอย่างแน่นอน"

ด้านฟากรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงมีบัญชาให้ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ มีหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพื่อขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและคลิปที่มีลักษณะที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ต่อกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจพบการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางอินเทอร์เน็ตเมื่อวันที่ 8 เมษายน ซึ่ง "โกตี๋" วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีข้อความเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบันฯ และกองบังคับการกองปราบปรามได้รับคดีและคาดว่าจะขอศาลอนุมัติหมายจับได้ภายในวันที่ 11 เมษายนนี้

ย้อนไปดูความเคลื่อนไหวของ "โกตี๋" แกนนำเสื้อแดงกลุ่ม "เรดการ์ด เรดิโอ" ที่เป็นกลุ่มเล็กๆ มีฐานมวลชนไม่ได้มากมาย แต่เหตุใดสื่อในโลกตะวันตก จึงให้ความสนใจและเดินทางมาสัมภาษณ์โกตี๋บ่อยครั้ง

นอกจากการเป็นดีเจวิทยุชุมชนเสื้อแดงแล้ว ต้องยอมรับว่า โกตี๋เป็นพวก "นักรบไซเบอร์แดง" ที่เผยแพร่ข่าวสารและแนวคิดผ่านวิทยุออนไลน์ จึงทำให้คนเสื้อแดงในยุโรป สหรัฐอเมริกา และแคนาดา รู้จักชื่อเสียง "โกตี๋ แดงนอกคอก"

ยิ่งโกตี๋มาจับมือกับ "ลุงยิ้มตาสว่าง" ผู้ช่ำชองโซเชียลมีเดีย ยิ่งทำให้โกตี๋เป็นที่รู้จักของสาวกแดงฮาร์ดคอร์มากขึ้น

ที่สำคัญ โกตี๋ได้ทำงานร่วมกับ "กลุ่มมหาวิทยาลัยประชาชน" ที่มี ดร.เพียงดิน รักไทย และ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน เป็นหัวขบวน

หลายคนน่าจะจำได้ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน อดีตสานุศิษย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร, อดีตนักเคลื่อนไหวแรงงาน และผู้ปลูกฝังแนวคิดต้านอำมาตย์ในกลุ่มแท็กซี่หมอชิต ตั้งแต่ปี 2549 โผล่ขึ้นมาเป็นแกนนำเสื้อแดงยุค นปก.

ก่อนหนีจากเมืองไทย ราวปี 2551 ชูพงษ์ก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ อยู่แถวเมืองนนท์ ตั้งตัวเป็น "ศาสดา" เหมือนอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร

ต้นปี 2554 ในการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ชูพงษ์ปราศรัยจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมีคนร้องเรียนให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการกับชูพงษ์อย่างเด็ดขาด

8 มีนาคม 2554 ศาลออกหมายจับชูพงษ์ คดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์โดยการปราศรัยและมีปรากฏในเว็บไซต์ยูทูบ จากนั้นเขาก็กบดาน และหลบหนีออกนอกประเทศ

8 ตุลาคม 2555 ดร.เพียงดิน รักไทย ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และกลุ่มแกนนำ นปช. USA ได้จัดงานต้อนรับ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน สู่ซานฟรานซิสโก และชูพงษ์ เข้าร่วมการเปิดตัวองค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (TAHR) อย่างเป็นทางการ

จากนั้นบรรดาแฟนคลับ "แดงใต้ดิน" ก็ได้ฟังชูพงษ์ หรือดีเจวิทยุออนไลน์ในนาม "ชูพงษ์ เปลี่ยนระบอบ" ส่งเสียงข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมืองไทย

ชูพงษ์มุ่งมั่นในยุทธศาสตร์ "เปลี่ยนระบอบ" โดยการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ และวันที่ชูพงษ์ร่วมกับมิตรสหาย เปิดตัวมหาวิทยาลัยประชาชน จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติประชาธิปไตย โดยมีกิจกรรมให้ความรู้ผู้สนใจผ่านสื่อออนไลน์

มหาวิทยาลัยประชาชนของชูพงษ์ ได้เชื่อมต่อกับวิทยุชุมชนเสื้อแดง โดยเฉพาะคลื่นเรดการ์ดเรดิโอของโกตี๋ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันระหว่างในและนอกประเทศ

รูปธรรมแห่งสภาประชาชน ได้เกิดความร่วมมือกันของ สถานีวิทยุเรดการ์ด ของโกตี๋ กับ มหาวิทยาลัยประชาชน ของชูพงษ์ เปิดประเด็นเรื่อง "พลังงานและความมั่งคั่งของประชาชน"

การที่โกตี๋ไปสัมพันธ์กับกลุ่มชูพงษ์ ทำให้กลุ่มวิทยุชุมชนบางปีกถอยห่าง เนื่องจากทราบถึงเบื้องลึกของ "แดงใต้ดิน" ที่เคลื่อนไหวชูธง "เปลี่ยนระบอบ" อยู่ในต่างประเทศ

โดยเฉพาะ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่ปฏิเสธแนวทางของ "นปช.USA" มานานแล้ว เนื่องจากแกน นปช.มองเห็นว่า แดงนอกเป็นพวก "โรคไร้เดียงสา-ล้ำหน้ามวลชน" และไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเมืองไทย

ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มแดงใต้ดินในเมืองไทยเข้าไปหนุนโกตี๋ เพราะเห็นว่าเป็นคนกล้าเล่นเกมเสี่ยง และใช้สื่อเป็น ด้วยเหตุนี้โกตี๋จึงมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และประเมินว่า "บารมีนายตำรวจใหญ่" จะคุ้มหัวคุ้มเกล้าได้

สุดท้าย "ปลาหมอตายเพราะปากฉันใด" โกตี๋ก็ตายเพราะปาก เพราะสื่อ(นอก)ฉันนั้น

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

ปชช.มหาสารคามแห่แจ้งความเอาผิดตามม.112ก้าวล่วงสถาบันฯ

11เม.ย.57 :16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนมวลชน กปปส.จำนวนมากเดินทางไป ที่ สถานีตำรวจสภอ.เมือง มหาสารคาม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตามข้อหา ม.112 อาญาแผ่นดิน กับผู้ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ 


"ป๋าเปรม"ย้ำกองทัพต้องเป็นที่พึ่งประชาชน

พล.อ.เปรม เปิดให้ ผบ.เหล่าทัพ -ขรก. เข้ารดน้ำขอพรสงกรานต์ แนะทุกฝ่ายรู้จักหน้าที่ ย้ำกองทัพต้องเป็นที่พึ่งประชาชน

ปธ.องคมนตรี เปิดให้ผบ.เหล่าทัพตบเท้ารดน้ำขอพรรับสงกรานต์ ยกเป็นการรักษาประเพณี สบายใจเหล่าทัพเป็นมิตรแท้ ร่วมกันพร้อมเพรียงสร้างความเกรงขามแก่คนคิดร้ายชาติ ยกพระบรมราโชวาท ต้องรู้จักหน้าที่ ชี้ ถ้าทำพร้อมเพรียงเป็นที่พึ่ง ปชช.ก็รักนับถือ เผยพระสยามเทวาธิราช คงเห็นว่าทำอะไร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง-ไร้เงา "นายกฯ-ปลัดกห." แถมไม่ได้ทำหนังสือแจง

วันนี้ (11เม.ย.57) ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดโอกาสให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศรัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะนายทหาร ตำรวจระดับสูงเข้ารดน้ำเพื่อขอพร เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ โดยพล.อ.เปรม กล่าวให้โอวาทว่า การรักษาประเพณีไทย การรักษาวัฒนธรรมไทย คือการรักษาชาติ แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีประเพณีที่เป็นสมบัติของชาติ การที่พล.อ.ธนะศักดิ์ และพวกเรามากัน เพื่อให้ศีลให้พรวันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นๆ ตนเกษียณอายุราชการมา 33 ปี แต่ยังได้รับความเมตตา ความเอาใจใส่ดูแล ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จากกองทัพไทย เหล่าทัพทั้ง 3 และตำรวจอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด นับเป็นสิ่งที่ดีมากๆ และแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้ระหว่างกันและกัน โอกาสนี้ที่ตนมีมิตรแท้เป็นกองทัพไทย เหล่าทัพทั้ง 3 และตำรวจ ตนถึงอยู่ด้วยความสบายใจที่เห็นพวกเราพร้อมเพรียงกัน

“ถ้าพวกเราพร้อมเพรียงกันอย่างนี้จะมีความมั่นคง ความน่าเกรงขามแก่คนที่จะมาคิดร้ายต่อชาติบ้านเมืองของเรา ผมจำได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเคยพระราชทานพระบรมราโชวาทว่า คนเราต้องรู้จักหน้าที่และทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องดูแลคนรอบข้างให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักหน้าที่ ขณะนี้พวกเราก็กำลังทำแบบนั้นอยู่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ผบ.เหล่าทัพและตำรวจกำลังมีงานหนัก งานยาก งานมากที่จะต้องทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นถ้าเราพร้อมเพรียงกันแบบนี้ ทำหน้าที่ของตน ดูแลคนอื่นให้ทำหน้าที่ของตนเอง เราก็จะประสบความสำเร็จเป็นที่พึ่งของประชาชน และประชาชนก็จะเคารพรัก นับถือและไว้วางใจแก่กองทัพและตำรวจ” พล.อ.เปรม กล่าว

พล.อ.เปรม กล่าวว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้กรุณาชวนเพื่อนมาวันนี้ต้องถือว่าได้ทำหน้าที่ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งพระราชทานพระบรมราชโอวาทให้แก่พวกเรา ในโอกาสวันสงกรานต์นี้ คิดว่าสิ่งที่พวกเราทำ พระสยามเทวาธิราชคงจะได้เห็น และรู้ว่า เรากำลังทำอะไรให้แก่ชาติบ้านเมือง และคงพอใจการกระทำของพวกเรา ปกป้องคุ้มครองให้มีความปลอดภัย ความสำเร็จในการทำหน้าที่ ส่วนตัวเราเองจะทำหน้าที่เป็นมิตรที่ดีของกองทัพไทย 3 เหล่าทัพและตำรวจ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดลบัลดาลให้พวกเราและครอบครัว ผู้ที่เรารักและเคารพ มีความปรารถนาดี ได้ปกป้องคุ้มครองทหารของกองทัพไทย ทหาร 3 เหล่าทัพ และตำรวจได้ทำหน้าที่ด้วยความองอาจกล้าหาญและประสบผลสำเร็จ ขอให้พระสยามเทวาธิราชปกป้องคุ้มครองพวกเราให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดไป

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

ณัฐวุฒิ แนะจับตา มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นมือกฎหมายคอยให้คำแนะนำม็อบ กปปส. ปูด 8 ขั้นตอนมีชัยโมเดล

ณัฐวุฒิ แนะจับตา มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นมือกฎหมายคอยให้คำแนะนำม็อบ กปปส. ปูด 8 ขั้นตอนมีชัยโมเดล ดัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ฉีกรัฐธรรมนูญ ตั้งนายกฯ คนกลาง เชื่อไม่วางมือแน่นอน

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2557 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงข่าว "ถลกหนังเทือก ปอกเปลือกพรรคประชาธิปัตย์" กล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศตัวเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" ว่า คำนี้หมายถึงการรัฐประหารโดยประชาธิปัตย์ เพราะแม้ว่า นายสุเทพ จะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ก็ยังมีบารมีอยู่ ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะเป็นการเมืองที่อัปยศที่สุดนับจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ยังได้ตั้งคำถามไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่นายสุเทพประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์หรือไม่ ถ้าเห็นชอบด้วยก็ควรเปลี่ยนชื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้เลย

ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ยังขอให้ประชาชนจับตาด้วยว่าใครจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลาง หากนายสุเทพยึดอำนาจครอบครองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้สำเร็จ โดยวันนี้มีอยู่ 3 ชื่อ คือ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี, นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม ส่วนอีกหนึ่งชื่อที่สอดแทรกเข้ามาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่แม้ว่าจะออกมาปฏิเสธชัดเจน แต่เชื่อว่าอาจมีการแบกม้าไปยัดให้

เลขาธิการ นปช. ยังระบุด้วยว่า มีข้อมูลที่ทำให้เชื่อได้ว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ และวางยุทธศาสตร์ให้ กปปส. รวมทั้งชี้ช่องกฎหมายให้นายสุเทพใช้มาต่อสู้กับรัฐบาล โดยในอดีต นายมีชัย ก็เคยวางเกมด้านกฎหมายให้ฝ่ายเผด็จการ หลัง รสช. ยึดอำนาจในปี 2534 มาแล้ว และยังมีบทบาทสำคัญในการยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว หลังจากเกิดรัฐประหารในปี 2549 ส่วนในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นที่น่าสังเกตนายมีชัยมีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ เช่น รวมอดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาค้านกฎหมายนิรโทษกรรม และยังเขียนข้อความถามตอบในเว็บไซต์มีชัยไทยแลนด์เป็นระยะ ๆ

นายณัฐวุฒิ ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า จากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่านายมีชัยมีส่วนสำคัญในการยึดอำนาจปี 2534 และ 2549 ซึ่งจะมีสูตร "มีชัยโมเดล" ออกมา โดยหากนายสุเทพทำสำเร็จก็จะประกาศตนเป็นหัวหน้าคณะยึดอำนาจ ก่อนจะฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เมื่อเป็นเช่นนี้จะไม่สามารถใช้มาตรา 7 ได้ จึงต้องสรรหานายกรัฐมนตรีขึ้นมา แต่ก่อนจะมีนายกรัฐมนตรี จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังนี้

1. ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร
2. ออกคำสั่งห้ามให้ประชาชนออกมาชุมนุม
3. ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมใด ๆ
4. ให้ข้าราชการไปรายงานตัว
5. เรียกข้าราชการฝ่ายตรงข้ามให้เข้าพบ
6. จับกุม ไล่ล่า เหยียบย่ำ ซ้ำเติมฝ่ายตรงกันข้าม
7. ยึดทรัพย์ตระกูลชินวัตร และฝั่งตรงข้าม
8. ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้นายสุเทพ และพรรคพวกพ้นผิด

ด้วยเหตุนี้ นายณัฐวุฒิ จึงขอให้ทุกคนจับตามองไปที่ นายมีชัย ให้ดี เพราะมีเหตุการณ์ในอดีตเทียบเคียงกันอยู่ แต่หากที่ตนพูดไปไม่เป็นความจริง ก็ขอให้นายมีชัยออกมาปฏิเสธด้วย สำหรับนายสุเทพนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะยุติบทบาททางการเมืองภายหลังตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางอย่างที่พูดไว้แน่นอน

ป๋าเปรม ถาม ผบ.ทบ.ดูคลิปโกตี๋หรือยัง

พล.อ.เปรม สวมสูทฟ้าเดินจากบ้านสี่เสาฯ พล อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี มาเปิดสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่นที่ 21 มี พล.อ.ประยุทธ์ ผบทบ. พร้อม พล ร อ ณรงค์ ผบทร. พล อ อ ประจิน ผบทอ.และ พล ต อ. อดุลย์ ผบ.ตร.ไปรอรับ
ป๋าเปรมถามพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ว่า ดู "คลิปโกตี๋" รึยัง ผบ.ตอบ "ดูแล้วครับ" พร้อมตอบคำถามหลังเสร็จงาน
pic.twitter.com/yy1Z4gasOw @phattanantv9


ทำไม"เศรษฐา"ขายหุ้นแสนสิริทั้งหมดและไปต่างประเทศ

ทำไมนายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ แสนสิริ ถึงขายหุ้นของทั้งตัวเองออกทั้งหมดแล้วเดินทางไปต่างประเทศเลย ทั้งเป็นคนสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา สามารถทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มิ่มขึ้นถึง 200 % ในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น มียอดขายในปี 2556 ถึง 20,000 ล้านบาท
น่าจะเกิดจากที่มีสายสัมพันธ์กับผู้นำรัฐบาลที่กำลังจะหมดอำนาจลง และอาจมีการตรวจสอบประเด็นว่ามีการนำเงินจากฝ่ายการเมืองไปฟอกผ่านบริษัทหรือไม่

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

นายกฯปู สั่ง ผบ.ตร.เอาผิด"โกตี๋"หมิ่นสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ดำเนินคดีอาญากับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โก๋ตี๋) ด้วยปัจจุบันได้ปรากฏคลิปเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะที่อยู่ในประการที่จะเข้าข่ายกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมาย โดยเฉพาะคลิปที่มีการเผยแพร่ของนายวุฒิพงศ์ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงได้มีบัญชาให้สืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา โดยหนังสือดังกล่าวได้ส่งถึง ผบ.ตร. แล้ว ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีการเผยแพร่วิดีโอคลิปตามสื่อต่างๆ ที่นายวุฒิพงศ์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว VICE NEWS สื่อต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศและมีการพาดพิงสถาบัน”




พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา:ทหารหรือประชาชนที่พร้อมเป็นศัตรูต่อกลุ่มคนเนรคุณแผ่นดินเกิดเหล่านี้ได้โปรดติดต่อผมโดยตรง

ถึง ราชองครักษ์ ทหารรักษาพระองค์ ทหารทุกนาย ทุกเหล่าทัพ

เมื่ออริราชศัตรู ดังเช่น โกตี๋ และกลุ่มบุคคลที่ปรากฎตัวตนชัดเจน ทั้งยังได้ประกาศตนเป็นศัตรูกับฝ่าลองธุลีพระบาท ดังคลิปข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนแล้ว โดยที่รัฐบาลและผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหาได้ใส่ใจดำเนินการตามกฎหมายใดๆต่อกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งรัฐบาลและผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายยังมีพฤติกรรมที่ปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องฝ่าละอองธุลีพระบาทเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นทหารทุกนายจึงต้องปฏิบัติการพิทักษ์และปกป้องฝ่าลองธุลีพระบาท โดยไม่ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการใดๆกันอีกแล้ว เพราะทหารได้ถวายคำสัตย์ปฏิญาณตนอย่างชัดเจนแล้วว่า

“...ข้าพระพุทธเจ้าจะยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ... ข้าพระพุทธเจ้า จะจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตหาไม่...”

คำสัตย์ปฏิญาณตนที่ได้ถวายสัตย์แล้วนั้น จึงเป็นคำสั่ง ‘สูงสุด’ ของทหารทุกนายอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการใดๆอีกแล้ว ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพก็ได้ถวายคำสัตย์ปฏิญาณตนนี้ด้วยเช่นเดียวกันกับทหารทุกนาย ...ส่วนทหารแต่ละนายจะดำเนินการอย่างไรนั้น ก็สุดแล้วแต่ดุลพินิจของทหารจะกระทำ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องเป็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อไม่ให้กลุ่มคนพวกนี้เหิมเกริมกันในแผ่นดินไทยนี้อีกต่อไป

ส่วนตัวของผม ...ผมขอประกาศให้ทราบว่า ...ผมขอประกาศตนเป็นศัตรูต่อกลุ่มคนที่ประกาศตนเป็นศัตรูและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยเช่นกัน ...การกระทำใดที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำหรือจะกระทำต่อฝ่าละอองธุลีพระบาท ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงหรือไม่ก็ตาม...การกระทำเหล่านั้นก็จะบังเกิดผลสท้อนกลับต่ออริราชศัตรูเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมในทำนองเดียวกัน …

ทหารหรือประชาชนที่พร้อมเป็นศัตรูต่อกลุ่มคนเนรคุณแผ่นดินเกิดเหล่านี้ได้โปรดติดต่อผมโดยตรง

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ
9 เม.ย.57

บันทึกลับ ร.อ.วัชรชัย อีกมุมหนึ่งเลย ของข้อมูล ที่น่าสนใจพิจารณา

อีกมุมหนึ่งเลย ของข้อมูล ที่น่าสนใจพิจารณา
บันทึกลับ!! ร.ท.วัชรชัย ผู้ลอบปลงพระชนม์ ร.๘????
ได้มีโอกาสเจอคุณลุงท่านหนึ่ง(ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ที่เป็นคนในครอบครัวของ ศ.น.พ.ชุบ โชติกเสถียร หรือฉายา " หมอสปัสซั่ม " ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผู้ชันสูตรพลิกพระศพของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ท่านเป็นหมอที่ยืนยันว่านอกจากจะมีการลอบปลงพระชนม์ด้วยอาวุธปืน " พาราเบลลั่ม(Parabellum) "แล้ว ยังมีการวางยาในหลวง วางยาต้นห้อง
คุณลุงนั่งกินหมูกระทะกับผมโดยบังเอิญ ที่หน้าสถานีวิหคเรดิโอ เชียงใหม่ เมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เพราะท่านมาวันเกิดลูกของน้องชายผม เลยคุยกับแบบถูกคอเรื่องบ้านเมือง ในอดีตจนถึงปัจจุบัน คุณลุงเล่าให้ฟังเรื่องการลอบปลงพระชนม์ ร.๘ ว่า ศ.น.พ.ชุบ โชติกเสถียร ผู้เป็นบิดา จะไปเป็นพยานในศาลคดีลอบปลงพระชนม์ ปรีดีได้มาเจรจา เพื่อให้ยอมไปให้ปากคำว่า เป็นการปลงพระชนม์ตัวเอง โดยยื่นสินบนด้วยคำพูดว่า "จะเปิดคลังหลวงให้และให้เอากระเป๋าไป ๒ ใบ ใส่เงินเท่าที่ใส่ได้ ให้ไปกินอยู่ตลอดชีวิต แค่อย่าให้ปากคำกับศาลว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์"
ในสมัยนั้นถ้าใครไม่ยอมทำตาม ก็จะมี "เก๋งดำ" หรือรถยนต์เก๋งสีดำ มาจอดหน้าบ้าน นั่นหมายถึงว่าตายทุกราย จนข่าวนี้โด่งดั่ง เกิดข่าวลือว่า ศ.น.พ.ชุบ ตายแล้ว อันที่จริง ศ.น.พ.ชุบ ได้จ้างทหารมาเป็นยาม ถือปืนลูกซองอยู่ในบ้าน ใครเข้ามา "ยิงทิ้งทันที" จากนั้นก็ไปให้ปากคำกับศาลยืนยันว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์จริง ระบุว่าในการตรวจพระศพยังพบว่ามีการ "ลอบวางยา" ต้นห้องของในหลวงรัชกาลที่ ๘ และในพระวรกายของพระองค์ท่านยังพบว่า มีการพบ "น้ำมันละหุ่ง" ในปริมาณมากผิดปกติ จนทำให้เกิดอาการ "มึนงง" ก่อนการลอบปลงพระชนม์
คำว่าหมอ "สปัสซั่ม" สื่อมวลชนในสมัยนั้น ได้ให้ฉายา กับ ศ.น.พ.ชุบ เพราะคำให้การที่อธิบายถึงคนที่จะยิงตัวตายได้ จะต้องมีอาการเกร็ง หรือ "สปัสซั่ม(Spasm)" แต่ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ไม่มีพระอาการดังกล่าว นั่นยิ่งแน่ชัดว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์ ที่ ศ.น.พ.ชุบไม่ให้ปากคำตามที่นายปรีดีต้องการ เพราะท่านได้ทุนเจ้าฟ้าฯเรียนในประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี มีพี่น้องคือ ๑. หลวงประเสริฐไมตรี โชติกเสถียร ๒. พลเอกหลวงสุระณรงค์ โชติกเสถียร สมุหราชองครักษ์-องคมนตรี ๓. ศ.น.พ.ชุบ โชติกเสถียร ๔. ท่านผู้หญิงศิริ สารสิน เป็นบุตรของ ทูตพระสัมผกิจปรีชา โชติกเสถียร และคุณหญิงฉลวย โชติกเสถียร ซึ่งพลเอกหลวงสุระณรงค์ โชติกเสถียร คือ สมุหราชองครักษ์ ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็น "องคมนตรี"
โดยได้รับใช้ดูแลในหลวงรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ พระพี่นางฯ สมเด็จย่า มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กในประเทศไทยตอนยังไม่ได้ครองราชบัลลังก์ ก่อนเสด็จฯไปประเทศสวิส ทำให้ ตระกูล "โชติกเสถียร" มีความใกล้ชิดและจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีเป็นอย่างมาก พอเกิดการเปลี่ยนแปลงจากคณะราษฎรยึดอำนาจกันเอง ทำให้นายปรีดีหมดอำนาจ จากฝีมือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชีวิตของ ศ.น.พ.ชุบ จึงรอดเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ และได้ก่อตั้งโรงพยาบาล หน่วยแพทย์อาสา จนสิ้นอายุขัยด้วยวัยชรา
ลุงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมสำหรับ ใจ อึ้งภากรณ์ ลูก ดร.ป๋วย มาใส่ร้ายโจมตีรัชกาลที่ ๙ กล่าวหาว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ ๘ เพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์นั้น ผมอธิบายกับคุณลุงนิต ตามหลักยุทธศาสตร์การเมืองว่า เป็นเรื่องที่ไม่แปลก เพราะทั้ง ดร.ป๋วย ทั้ง ใจ เป็นฝ่ายซ้ายนิยมในคอมมิวนิสต์ แม้ ดร.ป๋วย จะเป็นเสรีไทยสายอังกฤษ แต่ก็ไม่นิยมเจ้าจึงเป็นพรรคพวกเดียวกับอำมาตย์ตรีปรีดี การปล่อยข่าวทำลายสถาบันกษัตริย์ เป็นหลักในการล้มล้างการปกครองในประเทศฝรั่งเศส ที่จะปล่อยข่าวทำลายราชวงศ์ก่อนที่จะมีการโค่นล้ม โดยมีรากเหง้ามาตั้งแต่ ประชาธิปไตยเกิดขึ้นนครรัฐกรีกโบราณ ช่วงศตวรรษที่ ๕ ก่อนคริสตกาล ยุคเมโสโปเตเมีย(Mesopotamia) ฟินิเซีย(Phoenician)และอินเดีย(India) ที่มีนักปราชญ์ที่รู้จักกันในนาม "เพลโต้" democracy ในภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณว่า "ดีมอคระเทีย" หลังการลอบปลงพระชนม์สมัยนั้น
คดีลอบปลงพระชนม์ ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง หลังจาก จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจจอมพล ป. สำเร็จ โดยถือหลักคิดโจโฉ ถือธงนำหน้า ปกป้องพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนวาทกรรมที่ว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง" ที่มีการประกาศในโรงภาพยนตร์สมัยนั้น เกิดจากประชาชนที่อดรนทนไม่ไหว กับการยึดครองอำนาจของคณะราษฎร เกิดการทุจริต คอร์รัปชัน(corruption) เข่น ฆ่าประชาชน ฆ่ารัฐมนตรี รัฐประหารกันเองหลายสิบครั้ง ปลงพระชนม์ในหลวง ต่างหาก
แต่ฝ่ายซ้าย หรือฝ่ายคอมมิวนิสต์จะเอามาโจมตีว่าเป็นฝีมือของ “พรรคประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นโดย นายควง อภัยวงศ์ พระอนุชาของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ โดยเจตนาโจมตีป้ายสีในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ ให้เกิดเป้าหมายสูงสุด คือ ปลุกให้ประชาชนไม่พอใจ ลุกฮือเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหมือนที่เกิดในฝรั่งเศส รัสเซีย ฯลฯ
การสอบสวนคดีลอบปลงพระชนม์ ร.๘ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รื้อฟื้นขึ้นเมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีการแต่งตั้งให้ พล ต.ต. พระพินิจชนคดี กลับเข้ารับราชการทำหน้าที่สืบสวนกรณีสวรรคตเสียใหม่ หลังถูกปลดออกในช่วงรัฐบาลจอมพล ป.(นอมินีปรีดี) บทสรุปบันทึกจากทั้งฝ่ายคอมนิวนิสต์ คือ ฝ่ายผู้แพ้ ฝ่ายขวา คือ ฝ่ายชนะ และคนกลาง ตรงกัน คือ ในหลวงราชการที่ ๘ ถูกลอบปลงพระชนม์จริง
จากพยานที่ถูกบันทึกไว้ทั้ง ๓ ฝ่าย ระบุตรงกัน รวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาคดีลอบปลงพระชนม์ว่า เพราะในหลวงรัชกาลที่ ๘ จะทรงมาลงเลือกตั้งแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรี และจะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เป็นในหลวงแทน จากการสอบสวนและบันทึกส่วนพระองค์พบว่า ร.๘ พระองค์ทนไม่ได้ที่ถูกปรีดี ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้สำเร็จราชการ ริดรอนพระราชอำนาจ กดขี่ จนมีบันทึกในประวัติศาสตร์ไว้ว่า " แม้แต่รถก็ไม่มีให้ใช้ หากแม่เราป่วยจะไปโรงพยาบาลจะไปอย่างไร "
จากผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ผู้ลงมือลอบปลงพระชนม์คือ " ร.ท.วัชรชัย " อดีตรองราชเลขาสำนักพระราชวัง คนสนิทปรีดี ที่ทำหน้าที่เป็นรองราชเลขาสมัยนั้น ที่เริ่มให้ ร.๘ ซ้อมยิงปืน เมื่อเกิดเหตุจะได้ไม่มีใครสงสัย ลอบสังหารต้นห้องจนเสียชีวิต จากนั้นเข้าไปวางยา ร.๘ แล้วจึงลอบปลงพระชนม์ด้วยอาวุธปืน เมื่อสำเร็จ ก็หลบหนีไปร่วมกับอำมาตย์ตรีปรีดียังประเทศจีน แล้วกลับมาร่วมกันก่อกบฏวังหลวง กบฏแมนฮัตตัน กบฏเมษาฮาวาย แต่ไม่สำเร็จ
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจศาลสั่งประหาร นายเฉลียว ปทุมรส อดีตราชเลขานุการในพระองค์ นายชิต สิงหเสนี และนายบุศย์ ปัทมศริน สองมหาดเล็กห้องพระบรรทม ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยทำให้เกิดการลอบปลงพระชนม์ และเกี่ยวพันการลอบปลงพระชนม์ ส่วน ร.ท.วัชรชัย ที่หลบหนีไปกับปรีดีหลบซ่อนในจีน ได้ขอให้ทางการจีนสังหารให้ตายตกไปตามกัน ส่วนปรีดี โจวเอินไหล เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เชิญให้ออกจากประเทศ ไปลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งเสียชีวิตบนโต๊ะทำงานด้วยโรคหัวใจ
เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีสถาบันกษัตริย์ ฝ่ายคณะราษฎร ได้เริ่มกระทำการปลุกปั่นอย่างหนัก มาตั้งแต่เริ่มทำการปฏิวัติสยาม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ และทำหนักป้ายสี ร.๙ ในยุคจอมพล ป. เพื่อหวังยึดอำนาจการปกครองให้เบ็ดเสร็จ แต่ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหาร จึงมีการรื้อคดีลอบปลงประชนม์ขึ้นมา ต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้นำหลักนี้มาป้ายสีอีก ก่อนเกิดเหตุการณ์วันเสียงปืนแตก คือ วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งเป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ใช้อาวุธโจมตีกองกำลังของรัฐบาลไทยเป็นครั้งแรก
จนกระทั่งมาในยุคขบวนการแบ่งแยกดินแดนเสื้อแดงก็นำวิธีเดียวกันมาใช้ ตั้งแต่ ราว ๑ มกราคม ๒๕๕๒ ก่อนเกิดเหตุการณ์เมษาจราจล ๑๒-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ เพราะกลยุทธ์ดังกล่าวในการป้ายสีสถาบันกษัตริย์ คือ หนึ่งในหลักล้มล้างการปกครอง ที่มีต้นแบบมาจากการปฏิวัติฝรั่งเศส ระหว่าง ค.ศ. ๑๗๘๙-๑๗๙๙ เป็นยุคสมัยแห่งกลียุค (upheaval) ที่นิยมกระทำกันมากหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ประเทศถึง ๑ ใน ๓ ของโลก กลายเป็นคอมมิวนิสต์
สิ่งเหล่านี้คือประวัติศาสตร์ กลยุทธการเมือง ที่สลับซับซ้อน ที่เป็นรากเหง้าของประเทศไทย ที่ได้ค้นคว้าจากคำบอกเล่าจากคนมีชีวิต และบันทึกของทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์ คนกลาง และฝ่ายชนะ อันจะเป็นบทเรียนสำหรับคนไทยทั้งชาติได้จดจำ รู้ข้อเท็จจริง มิให้เกิดขึ้นอีกในภายหน้า สิ่งหนึ่งที่ได้จากประวัติศาสตร์ คือ ผลของกรรมที่เกิดจากการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน ผลกรรมยุติธรรมเสมอ ทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลกรรมตามนั้น
“ รู้จักแผ่นดินถิ่นกำเนิด รู้จักเทิดองค์กษัตริย์ของรัฐถา รู้จักคำสั่งสอนขององค์พระศาสดา จนรู้ซึ้งคำว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ “
บทกลอนในหนังสืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ โดย ไกรสร ตันติพงศ์ ปรมาจารย์การเมือง
เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
วันจันทร์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๗
ข้อมูลอ้างอิง
๑. คำบอกเล่าจากผู้ที่มีชีวิตหลายท่าน ลุงมานิต - ไกรสร ตันติพงศ์ ปรมาจารย์การเมือง
๒. หนังสือของฝ่ายคอมมิวนิสต์-คนกลาง-เหตุการณ์หลังปฏิวัติสยาม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
๓. บันทึกลับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์
๔. บทความเรื่องเล่าลุง... ลอบปลงพระชนม์ ร.๘ เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งประจําสํานัก พระราชวังพิเศษ ประเภทบริหาร พร้อม ขรก.ในพระองค์ 18 ราย


โปรดเกล้าฯแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งประจําสํานัก พระราชวังพิเศษ ประเภทบริหาร พร้อม ขรก.ในพระองค์ 18 ราย
____________________________
สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้สํานักพระราชวังดําเนินการปรับปรุงการกําหนดตําแหน่งเพื่อเลื่อนและแต่งตั้ง นาวาตรีหญิง สุทัตตาภักดิ์ ยุวราชบริรักษ์ ตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส งานมหาดเล็ก ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ดํารงตําแหน่ง ประจําสํานัก พระราชวังพิเศษ ตําแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ราชการบริหารส่วนกลาง สํานักพระราชวัง
ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๗
ประกาศ ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี

วันเดียวกันยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้สํานักพระราชวัง ดําเนินการปรับปรุงการกําหนดตําแหน่งและรับโอนข้าราชการทหารมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง เป็นพิเศษเฉพาะราย จํานวน ๑๘ ราย ดังนี้

๑. พลตรี ชัยยุทธ อินทจาร ตําแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง ประจําสํานักพระราชวังพิเศษ ตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สํานักพระราชวัง

๒. ร้อยตรีหญิง เจนจิรา เถื่อนประดิษฐ์ ตําแหน่ง รักษาราชการ ประจําหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานพระราชพาหนะ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๓. ร้อยตรีหญิง ชลธิชา อินทร์พรม ตําแหน่ง รักษาราชการ ประจําหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานพระราชพาหนะ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๔. จ่าสิบโท นรินทร์ มูลคํา ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองกิจการวังฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานธุรการ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๕. จ่าสิบเอก อภิชิต แสงกล้า ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองส่งกําลังบํารุง(สาย ๔) ฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานมหาดเล็ก ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๖. จ่าสิบเอก เสกสรรค์ จิตรจักร์ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองส่งกําลังบํารุง (สาย ๔) ฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหาร มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานมหาดเล็ก ฝ่ายพระราชวังกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๗. จ่าสิบเอก ยุทธพงษ์ เนตรแสนศักดิ์ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔กองส่งกําลังบํารุง (สาย ๔) ฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานชาวที่ ฝ่ายพระราชวังกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๘. จ่าสิบเอก รังสรรค์ เอี่ยมชม ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองยุทธการและการข่าว (สาย ๒/๓) ฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานชาวที่ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๙. จ่าสิบโท ประสงค์ วัฒชะนะพงษ์ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔กองยุทธการและการข่าว (สาย ๒/๓) ฝ่ายอํานวยการประสานงานและกิจการพิเศษ ฝ่ายเสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับชํานาญงาน งานชาวที่ ฝ่ายพระราชวังกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๐. จ่าสิบตรี สนธยา อุปจันทร์ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองบังคับการยุทธวิธี/กองบังคับการควบคุม ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน งานชาวที่ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๑. จ่าสิบตรี ภาณุมาท ราชชูแสน ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ ส่วนแบบธรรมเนียมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ สายวิทยาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฝ่ายเสนาธิการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานชาวที่ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๒. จ่าสิบตรี สุรพงษ์ กิตติคุณ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดมาตรฐานการเงิน กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานชาวที่ ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๓. จ่าสิบตรี สมเด็จ สมหาญ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานงานตํารวจวัง พระราชพิธีและสื่อสาร ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๔. สิบเอก ต่อโชค บูรณะภักดี ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดมาตรฐานและเสนารักษ์และพยาบาลสนาม กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานตํารวจวัง พระราชพิธีและสื่อสาร ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๕. สิบเอก สามิตร์ ประทีป ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดปฏิบัติการที่พักอาศัยข้าราชบริพาร หมวดมาตรฐานสวัสดิการ กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานตํารวจวัง พระราชพิธีและสื่อสาร ฝ่ายพระราชวังกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๖. สิบเอก ชัยโย เรืองศรี ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดมาตรฐานเสนารักษ์และพยาบาล กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานห้องเครื่อง ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๗. สิบเอก ศาสดา มาเจริญ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดมาตรฐานเสนารักษ์และพยาบาล กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานห้องเครื่อง ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

๑๘. สิบโท อภิรักษ์ บุรวัฒน์ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ V ๙๐๔ หมวดมาตรฐานเสนารักษ์และพยาบาล กองร้อยกองบังคับการ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดํารงตําแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ตําแแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน งานห้องเครื่อง ฝ่ายพระราชวัง กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สํานักพระราชวัง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗