PR
วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559
ความเชื่อถือต่อรัฐบาลมะกันลดต่ำลง:
กลับจากฝึก เข้า พล.ม.2รอ....

เมื่อขึ้นแม่ทัพ1..ก็เตรียม ชิงผบ.ทบ.
แพคเกจ ผบ.สูงสุด......เรียงคิว เลย
ถึงคิว ตท.16 นำทัพ
บิ๊กป้อม แนะใช้ "วปอ.คอนเนคชั่น"ดูแลความมั่นคง ไม่ใช่แค่รู้จัก ต้องช่วยดูแลบ้านเมือง ช่วยทำชาติสงบ
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานปิดหลักสูตร วปอ.2558
ใครจะคิดว่า จะมีสู้รบใน ตะวันออกกลางมากมายรุนแรงขนาดนี้"
ผิดคาด! ทนายอานนท์ ยันคำสั่งคสช.ไม่ช่วยคลี่คลาย คนจำนวนมากยังต้องขึ้นศาลทหาร
“สดศรี” ชี้โทษแบนนักการเมืองตลอดชีพแรงเกินไป
ด่วน! ประยุทธ์ ใช้ ม.44 ยุติใช้ศาลทหาร ให้คดีมั่นคงกลับใช้ศาลยุติธรรม นับแต่วันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ก.ย.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2559 เรื่อง การดําเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอํานาจศาลทหาร ตามที่มี
ประกาศกองทัพบกและประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ใช้กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และต่อมามีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กําหนดให้การกระทําความผิดบางประเภทที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรและในระหว่างการประกาศใช้ กฎอัยการศึกดังกล่าว อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร นั้น เมื่อได้ดําเนินการดังกล่าว มาแล้วระยะหนึ่ง ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความจําเป็นที่จะต้องใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์และรักษาความสงบแห่งชาติ ตามกฎอัยการศึกจึงควรผ่อนคลายลง ประกอบกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า ในช่วงเวลานั้น อยู่ระหว่างการจัดทํารัฐธรรมนูญ ซึ่งควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพ ให้กว้างขวาง จึงได้มีประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2558 ให้เลิกใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร แต่ไม่กระทบต่อประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ส่วนการกระทําความผิดบางประเภทตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหารต่อไป
โดยที่บัดนี้ปรากฏว่าสถานการณ์บ้านเมืองในรอบสองปีที่ผ่านมามีความสงบเรียบร้อยเป็นลําดับ ประชาชนต่างมีเจตนารมณ์และให้ความร่วมมือที่ดีในการนําประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การ
ปฏิรูปประเทศตามขั้นตอน และการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ถูกต้องเป็นธรรม ดังเห็นได้จากกระบวนการลงประชามติ ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนด้วยมติท่วมท้น จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงอีก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ใช้สิทธิ ปฏิบัติหน้าที่ของตน และได้รับความคุ้มครองตามกลไกของรัฐธรรมนูญ
ฉบับใหม่ ซึ่งกําลังจะประกาศใช้ในเร็ววัน ตลอดจน ตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคาสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 บรรดาการกระทําความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 38/2557 เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทําหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอํานาจของศาลทหาร และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 50/2557 เรื่อง ให้ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งได้กระทําตั้งแต่ วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
บรรดาการกระทําความผิดที่อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมตามวรรคหนึ่งไม่หมายความรวมถึงการกระทําความผิดที่กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารบัญญัติให้เป็นอํานาจ พิจารณาพิพากษาของศาลทหาร โดยให้การกระทําความผิดดังกล่าวยังคงอยู่ในอํานาจการพิจารณา พิพากษาของศาลทหารต่อไป
ข้อ 2 ให้เจ้าพนักงานตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558
เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดบางประการที่เป็น
ภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ยังคงมีอํานาจหน้าที่ตามคําสั่งดังกล่าวต่อไป
ข้อ 3 ในกรณีเห็นสมควร ให้นายกรัฐมนตรีเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ 4 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต
องค์กรสื่อทำจม.เปิดผนึกค้านกม.คุมสื่อของ สปท.
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
๑๒ กันยายน ๒๕๕๙
ชาร์ทไฟในที่ราชการผิด
ผู้สื่อข่าวถามถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นฉบับปราบโกงจะสามารถปราบได้จริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ปราบได้จริง แต่อยู่กับคนที่นำไปใช้ ถ้าคนนำไปใช้ไม่ทำงานก็ปราบไปไม่ได้ ถ้าพูดถึงความน่ากลัวมันก็น่ากลัว เขียนเอาไว้น่ากลัว จากเดิมไม่เคยเขียนอย่างนี้ ประเด็นหลัก ๆ คือถ้าทำอย่าให้คนจับได้ ถ้าจับได้เสียอนาคตไปเลยในทางการเมือง แต่ก่อนไม่เสียอนาคต 1-2 ปี ออกจากคุก คนลืมสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ แต่อันใหม่จะสมัครไม่ได้
ส่วนจะผิดหลักมนุษยธรรมหรือไม่นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราไม่ใช้เกณฑ์นี้ จะไปเจอเกณฑ์อื่นสมัครไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ ถ้าสมาชิกสภาท้องถิ่นทุจริต สมัครไม่ได้มีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่การเมืองระดับชาติกลับไม่เป็นไร เขาก็เอาหลักเดียวกันมาใช้ ไม่ใช่แค่ทุจริตยังมีเจ้ามือหวยเถื่อน เจ้ามือการพนัน ค้ายาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน เจ้ามือแชร์ต่าง ๆ จะลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้เลยตลอดชีวิต ถึงบอกว่าหนัก ถ้าทำอย่าให้จับได้ ถ้าจับได้จะเสียอนาคตผู้สื่อข่าวถามว่า กฎระเบียบเรายังเอื้อให้คนคอร์รัปชั่นได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ค่อยไปแก้กัน ไม่เป็นไร อันนั้นเป็นเรื่องระเบียบลูกหลาน แต่มีกฎหมายฉบับหนึ่งที่ครม.รับหลักการและส่งให้กฤษฎีกาตรวจ กำลังจะเสร็จและจะเข้าสนช. กฎหมายนี้น่ากลัวกว่าทุกฉบับที่ผ่านมา ว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวมหรือเรียกว่ากฎหมาย 7 ชั่วโคตรวันนี้ลดลงมาเหลือ 3-4 ชั่วโคตร หมายความว่าตัวทำ เมียทำ ลูกทำ พี่ทำ น้องทำ พ่อทำ แม่ทำ ไม่ได้ ห้ามหยิบจนคนไม่อยากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะใครจะรับอะไรต้องระวัง จะรับของไม่ได้ จะมีปัญหาต่อไป พูดกันโดยเคร่งครัดตามกฎหมายเขามีบอกว่าถ้าเล็กน้อยยกโทษให้ได้ แต่ถ้าเอาตามกฎหมายแค่เอาโทรศัพท์ส่วนตัวมาชาร์จไฟหลวงก็จะผิด เอาซองตราครุฑใส่เงินไปให้งานแต่งงานก็ผิด เวลาเขียนไม่ได้เขียนเล็กอย่างนี้ เขาเขียนหมดมันเลยย้ำ ตั้งแต่เอารถหลวงมาใช้ยันซองกระดาษหลวง มาตรการแบบนี้ประเทศอื่นเขาก็มีทั้งนั้น แต่เราไม่เคยมี พอกฎหมายออกมาจะมีคนค่อนขอดจะเอาจริงเอาจัง ก็ช่วยไม่ได้ กฎหมายเอาผิดแล้ว ถ้าคุณคิดว่าคงไม่มีการเอาจริงเอาจัง แล้วถ้าเกิดมีคนเอาจริงขึ้นมาก็ซวย อันนี้น่ากลัว
ต่อข้อถามถึง กฎหมายพรรคการเมืองจะเอาให้ตายกันเลยหรือ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่เอานิยายอะไรกับพวกนี้ จะมีอำนาจอะไร พูดเพื่อเผื่อฟลุ๊คให้เขาเห็นด้วยแล้วจะได้นำไปใช้ ไม่เห็นด้วยก็แล้วกันก็พูดใหม่อีก เมื่อถามว่าท้ายสุดจะเป็นอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เอาไว้สักพักก่อน เขามีเวลาให้ 8 เดือน"
อ่านต่อที่: http://www.nationtv.tv/main/content/politics/378516559/
วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559
นาจิบ เยือนไทย.
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559
ผ่านพรบ.งบฯ3วาระอย่างไว2ชม.ครึ่ง
ไร้เสียงค้าน สนช.ไฟเขียว พ.ร.บ.งบฯปี 60 วงเงิน 2.7 ล้านล้าน
8 ก.ย. 2559 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาทประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเห็นด้วย 183 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง
โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กล่าวว่า กมธ.ได้พิจารณารายละเอียดงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น กองทุน และเงินทุนหมุนเวียนจำนวน 20 กระทรวง 456 หน่วยงาน แผนบูรณาการ 25 แผนงาน แผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 1 แผนงาน รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ 10 หน่วยงาน โดยการพิจารณาได้ให้ความสำคัญในความสอดคล้อง เชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายระดับชาติ ระดับกระทรวง หน่วยงาน รวมทั้งการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และตัวชี้วัดของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานเชื่อมโยง ส่งผลถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถวัดผลได้จริง สะท้อนถึงเป้าหมายระดับชาติ กระทรวง หน่วยงาน สามารถประเมินผลการดำเนินงานเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปีถัดไป ส่วนการจัดทำในลักษณะบูรณาการ หน่วยงานเจ้าภาพ หน่วยงานกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องสร้างความเข้าใจในการกำหนดเป้าหมาย ผลลับและตัวชี้ร่วม ร่วมดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้แผนบูรณาการเกิดผลสัมฤทธิ์
ภายหลังที่ประชุมผ่านวาระ 3 ประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 60 เป็นกฎหมาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้ติดตามการประชุมและชื่นชมการทำหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และในนามของรัฐบาลตนขอขอบคุณ กมธ.และสมาชิก สนช.ที่ผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินี้ การจะนำร่าง พ.ร.บ.นี้ไปใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 59 - 30 ก.ย. 60 ถือเป็นช่วงเวลาตามโรดแมป ระยะที่ 2 ก่อนเข้าสู่การจัดการเลือกตั้งซึ่งเป็นช่วงระยะที่ 3 ซึ่งช่วงนี้ถือว่าสำคัญมากอาจมีหลายเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น เช่น การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ บทบัญญัติจะเริ่มมีผลใช้บังคับ การใช้จ่ายงบประมาณก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและการใช้จ่ายตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีมาตรการรองรับอยู่แล้ว คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญ 2.ร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฉบับใหม่ ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณตามร่าง พ.ร.บ.นี้จะแตกต่างจากที่เคยเป็นมา 3.ร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการยกร่าง ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า การใช้จ่ายงบจะอยู่ภายใต้วินัยการเงินการคลังตามกฎหมายข้างต้น จึงขอให้มั่นใจว่า การใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลชุดต่อไป และขอให้คำมั่นสัญญาว่า การใช้จ่ายงบทั้งหมดจะเป็นไปตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ คำแนะนำและข้อสังเกตของ สนช. และเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือและคำแนะนำที่ดีจาก สนช.ต่อไป
BRN ยอมรับก่อเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านตาบา นราฯ คร่าชีวิต 2 พ่อลูก
s.news
ป.ป.ช. เอกฉันท์เชือด นริศร – อุดมเดช เสียบบัตรแทน
ทำเนียบรัฐบาล เตรียมพร้อม ต้อนรับ"นาจิบ ราซัค"นายกฯมาเลเซีย เยือนไทย
โดยมี พิธีต้อนรับ9กย.ที่ทำเนียบฯ มีพิธีการลงนามร่วม อุตสาหกรรมยางพารา Rubber City ไทย-มาเลเซีย และมีงานเลี้ยงรับรอง. ที่เหลือ เป็น "กำหนดการส่วนตัว" โดยมีกำหนดกลับ เย็น 13กย.
สนช.ผ่านร่างงบประมาณปี 2560 วงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท ก.ศึกษาธิการได้งบสูงสุด
วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559
ทบ. เตรียมจัดใหญ่ 1 ปี "ราชภักดิ์"26 กย.นี้ "บิ๊กหมู"ผบ.ทบ.จะนำกำลังพลทบ. ร่วมงานเอง
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยอมรับมีช่องว่างด้านการข่าวในพื้นที่ภาคใต้
มติปปช.9:0โครงการราชภักดิ์โปร่งใสไร้ทุจริต
Wednesday, September 7, 2016 - 16:10














