PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ประวัติและเรื่องราวของนายปูติน ที่ไม่อยากให้โลกรู้ (ตอนที่4)

By TRACHOO KANCHANASATITYA 

มาต่อตอนที่ 4 กันครับ ย้อนอ่านตอนที่ 3 คลิก
Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง
Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง
นาย Alexander Litvinenko เดิมที่คิดว่าการหนีมาอยู่ที่ลอนดอนน่าจะรอดพ้นจากการลอบฆ่าได้ เค้ารู้ดีว่าเค้าอาจโดนลอบฆ่าได้ แต่ FSB หรือ Federal Securities Beareau หรือ KGB เก่าของรัสเซียก็ไม่กระจอก นาย Alexander Litvinenko ออกมาแฉเรื่องการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์ในมอสโคว์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเชชเนียหรอก แต่ เป็นพวก FSB นั่นแหละ การกระทำของนาย Alexander Litvinenko เป็นที่รับไม่ได้ แต่จะหาทางกำจัดอย่างไรดี
นาย Alexander Litvinenko เข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในไม่กี่วันโดยที่แพทย์ของลอนดอนก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไร จนกระทั่งเอาศพไปทดสอบด้วยเครื่องมือทางรังสีวิทยา เค้าพบว่านาย Alexander Litvinenko ได้รับสาร Polomium สารกัมมันตรังสีที่อันตรายมาก เค้าเลยไล่จนพบว่า นาย Alexander Litvinenko น่าจะกินน้ำชาจากห้องพักของเพื่อนชาวรัสเซีย นักสืบของลอนดอนจึงได้ที ตรวจสอบที่มาของสารบนแท็กซี่ และที่ต่างๆจนไปถึงเครื่องบิน ว่าบินมาจากไหน จนพบว่าทั้งหมดชี้ไปที่รัสเซีย คราวนี้เค้ามั่นใจแล้วว่า การตายของนาย Alexander Litvinenko ไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
เหตุการณ์การระเบิดในมอสโคว์ปี 1999 ทำให้คนเกิดความสงสัยจนมีผู้ออกมาสืบสวน ศึกษา และไปจนถึงแฉเรื่องราว แต่ละคนมีเรื่องราวตามมาที่ไม่ดี ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีออกนอกประเทศ ทุกคนเริ่มปักใจว่า “นายใหญ่” คือคนที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นับตั้งแต่ที่นายปูตินเข้ามาเป็นประธานาธิบดี เค้าได้ผลักดันให้หน่วยงาน FSB หรืออดีต KGB เป็นหน่วยงานที่มีภาระกิจที่สำคัญ ศัตรูของรัฐบาลจะมีอนาคตที่ลำบากมากๆ FSB มีวิธีที่แยบยลที่จะทำให้ตามหาหลักฐานไม่เจอ ศัตรูทางการเมืองโดนเก็บไปมากมาย 
แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อใครๆก็รู้ว่านายปูตินน่าจะอยู่เบื้องหลังของเรื่องราวเหล่านี้ ทำไม Popularity ของเค้าจึงสูงนักล่ะ คำตอบก็คือ นายปูตินเข้ามาทำสองอย่างครับ 
  1. สร้างความมั่นคงก้าวหน้าทางเศรษฐิกิจให้รัสเซีย (เราคงสังเกตุได้ว่า ก่อนหน้านี้เรามีชาวรัสเซียมาเที่ยวบ้านเราเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน)
  2. สร้างความภาคภูมิใจให้กับชนชาวรัสเซียที่เสียความภูมิใจในประเทศไปหลังจากอาณาจักรสหภาพโซเวียตล่มสลาย พวกเค้าปลื้มนายปูตินเป็นอย่างมาก
เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า
เมื่อนายปูตินโดนลดความสำคัญ แม้กระทั่งภาพนี้ก็ให้ไปอยู่ขอบๆนอกความสนใจ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ยุโรปไม่เอาเค้า
ตอนแรกการเข้ามาของนายปูติน ทำให้โลกตะวันตกเกิดความหวังว่า นายปูติน คงจะเป็นนักประชาธิปไตยมาเปลี่ยนแปลงระบอบของรัสเซียให้เป็นไปในทางที่โลกตะวันตกชอบใจ หลังจากที่ผ่านสงครามเย็น ผ่านมาสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต มาจนวันที่นายปูตินดูท่าทางจะรักประชาธิปไตย แต่ พฤติกรรมของนายปูตินหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เค้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสัญญลักษณ์ให้เห็นว่าเค้ากำลังจะผลักดันประเทศให้เข้าสู่โลกของทุนนิยมประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อยแถมยังไม่มีการผ่องถ่ายอำนาจให้ใครเลย ……… เอ นายปูตินนี่มันยังไงนะ
ข่าวคราวเรื่องการอยู่เบื้องหลังของกลุ่มอาชญากร กลุ่มนักฟอกเงิน กลุ่มคนคอรัปชั่นเริ่มออกมาสู่สาธารณะชนจากคนที่โดนนายปูตินข่มขู่จนต้องหนีออกนอกประเทศ พวกคนเหล่านี้ออกไปแฉเบื้องหลังอันขี้โกงของนายปูติน แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่จะพ้นหูพ้นตาของนายปูติน เค้ารู้ดีว่าเค้ากำลังทำอะไร (แต่ผมไม่รู้นะครับ) เค้ารู้ว่าจุดอ่อนของเค้าคือ Popularity นี่แหละ เค้าจะต้องหาทางบริหารมันให้ได้ เค้าจะต้องใช้ความนิยมในตัวเค้าเป็นเกราะป้องกันตัวทำให้เค้าอยู่ในตำแหน่งได้อีกนานๆ  เค้าจะสู้กับกระแสลบๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ไม่ยากเลยสำหรับความเป็นนักวางแผนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจาก KGB 
หากการบอมบ์อพาร์ทเม้นท์เป็นการสร้างศัตรู เพื่อสร้างความเป็นพระเอกให้กับตัวเค้าเคยเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว เรื่องแบบนี้คงเป็นแนวทางที่เค้าชินที่จะใช้อีกครั้ง 
ในวันนี้ประชาชนมีความสุขที่เศรษฐกิจดีมีเงินในกระเป๋า คนจนน้อยลง คนตกงานน้อยลง ประเทศก็มีความมั่นคง ศัตรูของคนในชาติจะเป็นใครล่ะถ้ามันจะไม่ใช่ใครสักคนที่จะมาสร้างให้เกิดความ”ไม่”มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชน ปูตินมองแล้วเห็นว่า “ยุโรป” นี่แหละตัวดีเลย ทำไมเค้าจึงต้องตั้งเอายุโรปเป็นศัตรูล่ะ ? 
ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน
ท่อแก็ซและน้ำมันจากรัสเซียที่วิ่งไปหายุโรป ต้องผ่านยูเครน
ยุโรปคือประเทศที่พึ่งพารัสเซียอย่างมากเพราะ ประเทศเหล่านั้นอากาศหนาวแต่ไม่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพวกเค้าต้องซื้อจากรัสเซียเท่านั้น แต่ ยุโรปคือลูกกระจ๊อกของอเมริกา สักวันนึงยุโรปจะต้องมีอิทธิพลเหนือตัวเค้าแน่ คิดได้ดังนี้ก็หาทางสร้างภาพให้พวกยุโรปเป็นศัตรูเป็นภัยต่อความมั่นคงของคนในรัสเซียไว้ก่อนดีกว่า
ว้า ยาวเกินไปอีกแล้ว ผมคงต้องแบ่งออกเป็นตอนที่ 5 แล้วล่ะครับ ถ้ามันยาวเดี๋ยวจะดูไม่น่าอ่านนะครับ 
ตอนที่ 5 จะมาเล่าให้เข้าใจถึงที่มาของปัญหาในยูเครน ตลอดจนการที่นายปูตินต้องไปถล่ม ISIS ไกลถึงซีเรีย มันเกี่ยวข้องกับตัวนายปูตินอย่างไร 

ประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในมุมที่ไม่อยากให้โลกรู้-3

By TRACHOO KANCHANASATITYA 

หากได้อ่าน 2 บล็อกที่แล้วของผมคงจะจำกันได้ว่านายปูตินจับพลัดจับผลูจากการเป็นสายลับตกงานจนกลายมาเป็นประธานาธิบดีที่ทรงอิทธิพลของโลกในวันนี้ แต่บล็อกที่แล้วไม่ได้ลงในรายละเอียดเชิงลบที่เค้าดำเนินชีวิตมา บางทีอ่านเรื่องราวของเค้าจากบล็อกตอนนี้แล้ว อาจจะไม่ค่อยอยากปลื้มเค้าอย่างที่หลายคนกำลังปลื้มอยู่ก็เป็นได้
การกลับมาเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ของเค้าในปี 2012 หลังจากที่สลับให้นาย Dmitry Medvedev ผลัดเป็นประธานาธิบดีไปทีนึง ครั้งนี้เค้าแก้กฏหมายต่ออายุให้ดำรงตำแหน่งได้ 6 ปีต่อเทอม เป็นที่คาดว่าเค้าจะสามารถอยู่ได้จนถึงปี 2024 นับจากวันนี้ไปอีก 9 ปี ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้องเปลี่ยนอีก 2 คนใน 3 เทอม เกิดความได้เปรียบในความต่อเนื่อง และมันน่าสงสัยไหมว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ที่แน่ๆเค้าแสดงให้โลกตะวันตกรู้แล้วว่า ประชาธิปไตยน่ะ ไม่ใช่เป้าหมายของเค้าคนนี้อย่างแน่นอน
เพื่อให้เห็น”ความเป็นนายปูติน”กันอย่างชัดๆเรามาเริ่มต้นกันลึกๆเลย
วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี
วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 16 ปี
ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ตอนอายุ 16 เค้าเดินไปสมัครทำงานกับ KGB แต่โดนปฏิเสธบอกว่าให้ไปเรียนหนังสือมหาลัยมาให้จบก่อนค่อยกลับมาใหม่ เค้าก็กลับมาจริงๆและอยู่จนได้เป็นระดับสูงถูกส่งไปดำรงตำแหน่งที่เยอรมันจนกระทั่งเยอรมันตะวันออกตะวันตกรวมตัวกัน เค้าเลยตกงานกลับประเทศที่บ้านเกิดของเค้าที่เมืองเลนินกราดปัจจุบันเรียกว่า เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
นายปูตินตอนทำงานที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน
Anatoly Sobchak ผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายของปูติน
การตกงานครั้งนี้เค้าได้รับการชักชวนให้มาเป็นรองผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่เมืองนี้คือเมืองหลวงแห่งแก๊งค์สเตอร์ที่คนที่บริหารเมืองจะต้องควบคุมให้อยู่ในกำมือให้ได้ เมื่อผู้ว่าการ Anatoly Sobchak ไม่อยากมือเปื้อน นายปูตินก็ได้มีโอกาสแสดงฝีไม้ลายมือที่ได้รับการฝึกมากว่า 16 ปีจากการเป็น KGB เค้า”เอาอยู่”ด้วยกันร่วมกันคอรัปชั่นเมืองทั้งแก๊งค์สเตอร์โกงเงินของเมือง ทุกอย่างมีหลักฐานหมดว่าพวกเค้าร่วมกันโกง และแล้วเมื่อถึงวันที่ผู้ว่าการเมืองหมดอายุการทำงาน คราวนี้แหละคือช่วง “เช็คบิล” ที่ประชาชนจะไม่เอาพวกผู้บริหารเดิม เป็นอีกครั้งนึงที่นายปูตินได้แสดงฝีมืออีกแล้ว
เมื่อหมดอำนาจผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ก็ไม่มีใครให้ความสนใจช่วยเหลือ แต่ นายปูตินคือคนๆเดียวที่ไม่ทอดทิ้งนาย ในขณะที่ชาวเมืองกำลังเตรียมจัดการกับผู้ว่าการเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นายปูตินก็จัดฉากให้ผู้ว่าการเกิดเป็นโรคหัวใจกระทันหันในวันหยุดของประเทศที่ไม่มีใครสนใจจะออกมาสกัดกัน แล้วเรียกรถพยาบาลพาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวบินออกนอกประเทศไป จากนั้นอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาผู้ว่าการคนดังกล่าวก็ออกสื่อที่ฝรั่งเศสในสภาพสุขภาพสมบูรณ์เต็มที่ไม่มีร่องรอยของการเป็นคนป่วยโรคหัวใจแต่อย่างใด
ความจงรักภักดีของนายปูตินที่ไม่ทอดทิ้งเจ้านายเลื่องลือไปถึงเครมลิน ตอนนั้นนายเยลต์ซินกำลังป่วยๆและด้วยความที่สร้างวีรกรรมไว้เยอะ วีรกรรมด้านลบๆนะครับ เค้าเลยอยากให้มีใครสักคนที่มารับตำแหน่งแล้วปกป้องเค้าแบบที่นายปูตินทำให้กับผู้ว่าเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จุดนี้เองคือจุดเปลี่ยนผันจากสายลับตกงานมากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลก 
นาย Boris Berezovsky
นาย Boris Berezovsky
นายปูตินได้รับการติดต่อจากนาย Boris Berezovsky ผู้ทรงอิทธิพลจากการสร้างความร่ำรวยจากการเปลี่ยนแปลงของประเทศในกลุ่มที่เรียกว่า Oligrach คนพวกนี้ฉลาดมาก เค้าควบคุมนายเยลต์ซิน มาได้ตลอดพอนายเยลต์ซินจะลงจากตำแหน่งก็หาคนมารับตำแหน่งแทน ด้วยความหวังว่าจะคุมนายปูตินได้ในฐานะที่เป็นผู้มีบุญคุณ แต่ที่ไหนได้ นายปูตินปราบปรามพวก Oligrach กระเจิงหนีออกนอกประเทศไปหมด
เยลต์ซิน กับ นายปูติน
เยลต์ซิน กับ นายปูติน
ย้อนกลับมาที่สิ่งที่นายปูตินไม่อยากให้โลกรู้ดีกว่าครับ ในปี 1999 เมื่อนายปูตินมาถึงก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเลย แต่หากจะให้ได้เป็นประธานาธิบดีเลยมันคงยากที่จะได้รับการยอมรับเพราะ นายปูตินไม่ได้เป็นอะไรที่โด่งดังเลย คนก็แทบจะหาประวัติคุณงามความดีไม่ได้จะให้ชนะการเลือกตั้งได้อย่างไร จากนั้นอีกเพียงสองเดือนเกิดเหตุระเบิดตามอพาร์ทเม้นท์ที่พักของคนในมอสโคว์หลายแห่ง ผู้คนล้มตายไปกว่า 300 คน นายปูตินในฐานะนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความแข็งขันจะปราบคนที่วางระเบิดให้ได้ และโบ้ยความผิดไปยังเชชเนีย นายปูตินสั่งล้างแค้นด้วยการสั่งไปบอมบ์เชชเนียเป็นการแก้แค้น ผู้คนล้มตายไปเป็นพันในเชชเนียสังเวยความสะใจให้ชาวรัสเซีย นายปูตินได้ใจผู้คนเป็นอย่างยิ่ง 
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
แต่ปฏิบัติการณ์นี้ดันมีเรื่องพลาดคือ ดันมีการค้นพบระเบิดที่ใต้ตึกแห่งนึงก่อนที่มันจะระเบิดขึ้นมา คราวนี้กลายเป็นเรื่องเลย เพราะสังคมกำลังรอว่าเมื่อไหร่ทางการจะจับตัวคนวางระเบิดได้เสียที แต่ยังจับไม่ได้ ดันมีเหตุการณ์นี้แถมชนวนระเบิดดันเป็นแบบเดียวกันและทั้งหมดโยงไปที่คนของ FSB หรืออดีต KGB ทั้งหมด ต่อมาทาง FSB ออกมาแถว่าเป็นการ”ซ้อม” ประชาชนเริ่มไม่เชื่อละจากนั้นมากเหตุการณ์นี้ทำให้คนรัสเซียเริ่มฉุกคิดว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนวางระเบิด ชาวรัสเซียเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างจริงจัง ผ่านมาวันนี้ 16 ปีเข้าไปแล้วนายปูตินไม่เคยสั่งการให้สอบสวนเลย นี่มันยังไงกันแน่
เชชเนีย อยู่ตรงนี้
เชชเนีย อยู่ตรงนี้
จากเหตุการณ์ทั้งหมด นายปูตินกลายเป็นฮีโร่ครับเค้าได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย แต่ เหตุการณ์บอมบ์ที่ทำให้มีคนล้มตาย และ เป็นเหตุอ้างให้เข้าไปถล่มเชชเนียยังคาใจผู้คนอีกมาก มีคนหลายคนที่พยายามสืบสาวเรื่องๆนี้ สุดท้าย ไม่ตายก็ติดคุก ก็ต้องหนีไปอยู่ประเทศอื่น คนที่ออกมาแฉเรื่องนี้ที่ดังที่สุดคือนาย Alexander Litvinenko อดีตสายลับคนนึงของรัสเซียแนวๆเดียวกับนายปูติน เค้าถึงกับต้องหนีไปอยู่ที่ลอนดอนเพราะเค้าออกมาแฉและคนก็สนใจเพราะเป็นพวก FSB ด้วยกัน เรื่องของนาย Litvinenko โด่งดังที่สุดเพราะ เค้าโดนลอบฆ่าด้วยการใช้ยาพิษที่เป็นสารกำมันตรังสี Polonium ที่โลกนี้มีที่ผลิตอยู่ที่เดียวคือ รัสเซีย
Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง
Litvinenko ผู้ที่อาจหาญออกมาแฉเรื่องระเบิดว่า FSB อยู่เบื้องหลัง
ชักยาวครับ เดี๋ยวอ่านแล้วเบื่อ เดี๋ยวไปต่อตอนที่ 4 กันนะครับ นายปูตินมาจากความเปลี่ยนแปลงของสหภาพโซเวียต และ มาเปลี่ยนแปลงรัสเซีย แต่ เค้าลงจากหลังเสือไม่ได้ ทำไงดี อ่านต่อตอนหน้านะครับ 

ชีวะประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย2

ชีวะประวัติของนายปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย เค้าคือใคร ตอนที่ 2

นายปูตินสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นประธานาธิบดีรุ่นใหม่ที่แข็งแรง ไม่อ้วนพุงโลแบบยุคก่อน
นายปูตินสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นประธานาธิบดีรุ่นใหม่ที่แข็งแรง ไม่อ้วนพุงโลแบบยุคก่อน
มาแล้วครับ!! ต่อจากภาคที่ 1 
ตอนที่ 2 ของชีวประวัติ ของนายวลาดิเมียร์ ปูตินนะครับ เรื่องราวเข้มข้นมากทำเป็นหนังได้เลยครับ ตอนที่สองผมให้เสียงภาษาไทย เอ๊ย ชื่อเรื่องว่า “สายลับเก่า หักเหลี่ยมโหด”
เรื่องของนาย วลาดิเมียร์ ปูติน ตอน 2 มาแล้วครับ ตอนนี้ให้ชื่อว่า “สายลับเก่า หักเหลี่ยมโหด” ครับ
ความเดิมตอนที่แล้ว เมื่อนายปูตินมุ่งมั่นที่จะเข้ามอสโคว์ เพื่อเข้าถึงขั้วอำนาจให้ได้ เค้าก็ไม่รู้หรอกครับว่า เค้าจะกลายมาเป็นประธานาธิบดีของรัสเซียได้ เค้าเข้ามาเพราะเค้าไม่ชอบนายเยลต์ซินแท้ๆ แต่นายเยลต์ซินกลับยื่นอนาคตให้เค้า เค้าทำได้อย่างไรมาดูกันครับ
1. เมื่อนายปูตินได้เข้าไปทำงานในมอสโคว์ ช่วงนั้นนายกรัฐมนตรีของรัสเซียไม่รู้ไปกินดีหมีดีเสือมาจากไหน เกิดสนใจเรื่องนึงขึ้นมา เรื่องนั้นคือโครงการซ่อมแซมพระราชวังเครมลิน เค้าได้เบาะแสมาว่ามีคนในระดับสูงโกงราคาค่าซ่อมกันเละ เค้าเลยให้ลูกน้องที่มีตำแหน่งใหญ่มากชื่อนาย Skuratov ด้านการปราบปรามไปทำการสืบ สืบไปสืบมารู้แน่ชัดแล้วว่า แก๊งค์ Oligrach (จำได้ไหมครับ แก๊งค์มหาเศรษฐีที่อยู่รอบตัวนายเยลต์ซิน) และ นายเยลต์ซินนี่แหละที่โกงแบบจับได้มีหลักฐานชัดเจน ขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อน จะกลับมาตอนย่อหน้าที่ 3 ครับ
400px-RIAN_archive_21953_Yuri_Skuratov
2. ระหว่างนั้นความวุ่นวายรอบๆรัสเซียปั่นป่วนไปหมด นายเยลต์ซินก็เริ่มอยากที่จะมีนายกรัฐมนตรีที่”สั่งได้” (คนที่มีอยู่สั่งไม่ได้ครับ) อีกทั้งนายเยลต์ซินเองก็ป่วยบ่อยเหลือเกิน คนที่จะลำบากจากการป่วยของเยลต์ซินไม่ใช่ใคร พวก Oligrach นั่นแหละ (ตอนนี้พวก Oligrach เค้าเรียกตัวเค้าเองว่า Family ของนายเยลต์ซิน คือ มีลูกสาวของนายเยลต์ซินและสามี เข้าร่วมสวาปามประเทศด้วย) หากนายเยลต์ซินเป็นอะไรไปกระทันหัน พวก Family จะลำบากเลยต้องหาอนาคตประธานาธิบดีในคาถาคือ ประธานาธิบดีที่สั่งได้มาไว้ในสต๊อกเสียก่อน พวก Family คัดคนมากี่คนก็ไม่พอใจ มองหาคนในหน่วยงานต่างๆ ฉับพลันนั้นเกิดไปเจอนาย วลาดิเมียร์ ปูติน พวก Family บอก “เฮ้ย ไอ้หมอนี่มันเชื่องดีว่ะ ดูท่าทางจะหัวอ่อนสั่งง่าย เราไม่ต้องให้มันคิดอะไรอยู่แล้ว เอามันนี่แหละมาเป็นพรรคพวกเสียเลยวันหลังอาจให้เป็นนายก” พวก Oligrach ก็ประกาศแต่งตั้งให้นายปูตินเข้ามาเป็นหัวหน้า FSB เสียเลย เพื่อจะได้ใช้นายปูตินทำเรื่องราวลับๆต่างๆ (ตอนนั้น KGB เปลี่ยนชื่อเป็น FSB แล้วนะครับ)
3. กลับไปเรื่องที่นายเยลต์ซินและ Family กำลังถูกนาย Skuratov สืบสวนในทางลับๆ (ลับยังไงไม่ทราบนะครับ พวกนายเยลต์ซินรู้กันหมด) นายเยลต์ซินเลยทดสอบนายปูตินหัวหน้าสายลับของเราเสียเลย ปูตินเมื่อรู้อย่างนั้นก็แสดงฝีมือ KGB เก่าเต็มที่ด้วยการทำเรื่องที่ทุเรศที่สุดที่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเลยครับ
_299354_video300
4. นายปูติน จัดฉากให้นาย Skuratov (ลูกน้องนายกรัฐมนตรีที่ไปสืบข้อมูลการโกงกินของนายเยลต์ซินและพรรคพวก Family) ให้ไปหลับนอนกับสุภาพสตรีสาวสองคนในที่แห่งนึง แล้วนายปูตินก็ถ่ายวิดีโอเอาไว้ เสร็จแล้วก็แสร้งปล่อยเทปวิดีโอหลุดออกมาทางโทรทัศน์ที่พวก Family เป็นเจ้าของอยู่ สมัยนั้นภาพวิดีโอมันก็ไม่ได้ชัดเจน Skuratov เจ้าตัวที่อยู่ในเทปก็บอกว่าแค่ “คนหน้าเหมือน” (เรื่องแบบนี้คุ้นๆแฮะ) นาย Skuratov เลยไม่ยอมลาออก (ไม่อยากเชื่อว่า เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีแต่ในหนัง เรื่องจริงก็ทำกัน โอ้วน่ากลัวมากๆ)
5. เมื่อนาย Skuratov ไม่ยอมลาออก นายเยลต์ซินถามนายปูตินว่า เอายังไงดีวะเฮ้ย!! ทำไมมันยังไม่ลาออกอีก? คราวนี้นายปูตินขอออกทีวีเอง (ก็ไม่ยากอะไร ทีวีก็เป็นของ Family พรรคพวกของเยลต์ซินอยู่แล้ว) ตอนนั้นคนยังไม่รู้ว่านายปูตินเป็นใคร แต่ ออกมาในนามของหัวหน้า FSB (KGB) สังคมก็เชื่อเลย เพราะแกออกมาบอกว่า เค้าพิสูจน์แล้วว่าคนในวิดีโอคือ นาย Skuratov คราวนี้เรื่องจบเห่สิครับ เรื่องราวการสืบสวนการโกงกินครั้งใหญ่แบบมีหลักฐานชัดเจนก็จบลง
6. คราวนี้ทั้งนายเยลต์ซิน และ พวก Family ก็สิ้นสงสัย นายเยลต์ซินเชื่อว่านายปูตินคือ คนที่จะตายแทนเค้าได้ เพื่อเป็นการปูนบำเน็จและเป็นการหลอกใช้นายปูตินต่อไป นายปูตินก็ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัสเซียอย่างเป็นทางการ พวก Oligrach หารู้ไม่ว่านายปูตินไม่ได้ซื่อสัตย์กับใคร เค้าซื่อสัตย์กับโจทย์ของตัวเองเท่านั้น ลูกหมาที่แสนซื่อกำลังจะกลายเป็นเสือในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
เยลต์ซิน กับ นายปูติน
เยลต์ซิน กับ นายปูติน
7. นายปูตินเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่มีใครรู้จัก แต่นายปูตินไม่ใช่คนโง่เค้ารู้ว่าสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะโทรทัศน์จะนำความสำเร็จให้เค้า ไม่ทันที่เก้าอี้นายกจะร้อน เกิดมีระเบิดตึกอพาร์ทเม้นต์แห่งนึงมีคนตาย 300 กว่าคน มีการถ่ายทอดโทรทัศน์ตลอดเวลาผู้คนสะเทือนใจมาก มีการจับคนร้ายได้สองคน รัฐบาลประกาศยกเลิกการสืบสวนแล้วโบ้ยความผิดให้เป็นเพราะ ผู้ก่อการร้ายจากเชชเนีย เสียเลย สุดท้ายเกิดมีข่าวรั่วออกมาว่าสองคนร้ายที่จับได้ที่แท้คือลูกน้องเก่าของนายปูตินใน FSB นั่นเอง
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
ตึกที่โดนถล่มและมีความสูญเสียมากมาย
8. แต่ก่อนที่คนจะเชื่อข่าวที่รั่วออกมา นายปูตินไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้ปล่อยหลุดมือไปและต้องกลบข่าวหลุดนี้ให้ได้ เค้าเลยออกมาประกาศล้างแค้นให้คนรัสเซียทันทีด้วยการสั่งให้เพื่อนที่คุมข่าวโทรทัศน์พาเค้าออกทีวี แล้วให้นักข่าวพูดว่า ถล่มเชชเนียเถอะ เพื่อนายปูตินจะได้ดูเสียงสะท้อนจากสังคม เมื่อนายปูตินฟังเสียงสะท้อนจากสังคมแล้ว พบว่าคนกำลังอยากล้างแค้นเชชเนียชัดเจนแล้ว นายปูตินก็สั่งกองทัพเข้าบุกเชชเนียทันที คนตายเป็นเบือ เพียงเพื่อนายปูตินอยากจะประกาศตัวให้เป็นที่รู้จัก………. เอาแล้วไง ลูกหมาน้อยแสนเชื่องของนายเยลต์ซิน
เชชเนีย อยู่ตรงนี้
เชชเนีย อยู่ตรงนี้
9. แผนการขั้นต่อไปของนายเยลต์ซินและ Family คือ พานายปูตินขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีให้ได้ แต่ปัญหามีสองอย่าง อย่างแรก นายกรัฐมนตรีคนเก่าก็ดันมาลงแข่งด้วยแถมมีพรรคการเมืองหนุนหลัง แต่ นายปูตินเพิ่งเป็นนายกเพียงไม่นานแถมไม่มีพรรคการเมืองเสียอีก ถ้าพรรคการเมืองของนายกคนเก่าชนะเสียงโหวตในสภารอบแรก โอกาสการเป็นประธานาธิบดีของนายปูตินก็จะริบหรี่ลง เอาไงดี
10. เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว มันจะไปยากเย็นอะไรล่ะ ก็ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาให้นายปูตินสักพรรคนึง แล้วใช้พรรคพวกของ Family หรือ Oligrach ที่คุมทีวีหนังสือพิมพ์ช่วยดันสุดขีด และบังคับไม่ให้สื่อเจ้าไหนเอาคู่แข่งออกอากาศ แน่นอนพรรคการเมืองทีตั้งขึ้นมาใหม่ที่หนุนนายปูติน (ไม่มีนโยบายอะไรทั้งนั้น) ชนะการเลือกตั้งไปในเดือนธันวาคม 1999
******ยังครับเรื่องสุดตะลึงยังไม่จบลง ปี 2000 ยังไม่มาถึงง่ายๆหรอก รัสเซียธรรมดาเสียที่ไหน
11. ในวันที่ 31 ธันวาคม 1999 ขณะที่ผู้คนกำลังเตรียมงานปีใหม่ ทันใดนั้นในทีวีก็มีข่าวด่วนออกมา นายเยลต์ซิน กับ อุปกรณ์สำหรับกดระเบิดนิวเคลียร์ เปิดขึ้นมาบนจอ นายเยลต์ซินใช้วันนั้นประกาศลาออกแล้วยกตำแหน่งให้ปูตินขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการณ์ด้วยการมอบเครื่องกดระเบิดนิวเคลียร์ให้นายปูติน (แน่นอนครับ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยการบงการของ Family นั่นเอง) อย่าว่าแต่เราจะมึนกับเกมการเมืองลูกนี้เลยครับ คนรัสเซียเองยังมึนเลยว่า มีแบบนี้ด้วยเหรอ!!!!!!
12. จากนั้นนายปูตินก็เริ่มดำเนินการสร้างแคมเปญเพื่อการชนะการเลือกตั้ง เค้ามีทีมงานสร้างภาพลักษณ์มาจากเพื่อนของลูกสาวนายเยลต์ซินนี่เอง แนวทางการตลาดที่เค้าวางกันไว้คือ นายปูตินแม้จะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่คนรู้จักนายปูตินอยู่เรื่องเดียวคือไปถล่มเชชเนียล้างแค้นแทนชาวรัสเซีย(ที่เชชเนียมาระเบิดตึกทำให้คนรัสเซียตายไปมากมาย (ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้) ) เค้าเริ่มสร้างภาพความเป็นคนแข็งแรง เล่นยูโด เล่นกีฬา รูปหล่อ มีสเน่ห์ ติดดิน ขับเครื่องบินรบ กล้าลงไปในเรือดำน้ำ มากมาย ที่สำคัญ เค้าประกาศที่จำทำให้ รัสเซียเป็นที่เคารพยำเกรงไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรืออเมริกา เค้าจะนำความยิ่งใหญ่กลับมาให้รัสเซียให้จงได้ คนรัสเซียก็ชอบสิครับ เพราะความมั่นใจในตัวเองร่อยหรอลงไปทุกวัน
images of putin
13. แน่นอนครับนายปูตินชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี (ก็เราถึงได้มาสนใจเค้ากันนี่ไง)ในเดือนมีนาคมปี 2000 เค้าเข้าสาบานตัวว่าจะนำความรุ่งเรืองกลับมาให้รัสเซียให้เท่ากับที่สหภาพโซเวียตเคยเป็นก่อนล่มสลาย วันนี้วิสัยทัศน์เค้าเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างที่นำเค้ามาถึงวันนี้เป็นอดีตไปหมด เพราะ อนาคตคือสิ่งที่เค้าคาดหวังที่จะทำให้เกิด เค้ารู้ทั้งรู้ว่า เยลต์ซิน คอรัปชั่นระดับสวาปาม แต่เค้ามีข้อตกลงกับเยลต์ซินก่อนที่นายเยลต์ซินจะลาออก ดังนั้นนายเยลต์ซินก็ได้ออกไปอยู่กับครอบครัวอย่างเงียบๆ ไม่มีใครไปวอแวกับเค้า แต่ กับพวก Family หรือ Oligrach เค้าไม่ได้เป็นอะไรด้วย และ Oligrach พวกนี้แหละที่สูบเลือดสูบเนื้อของรัสเซียมาหลายปี
14. สิ่งที่นายปูตินทำคือ ดำเนินคดีกับพวก Oligrach ที่เกาะนายเยลต์ซินมาเป็นเวลากว่า 10 ปี พวกนั้นไหวตัวทันหนีออกนอกประเทศไปรวยอยู่นอกประเทศกันหมด เค้าเข้าควบคุมกิจการของพวกOligrach ไว้หมด นายปูตินรู้ดีว่า ประเทศเค้ามีอาวุธ อาวุธที่ว่าไม่ใช่อาวุธสงครามแต่มันคือ แก็ซ น้ำมัน และสิ่งที่ทรงพลังสำหรับเค้าที่สุดคือ สื่อโทรทัศน์ ทั้งหมดอยู่ในมือของพวก Oligrach หรือ Family นั่นเอง เจ้าแก๊ซ น้ำมันนี่แหละเรื่องใหญ่ของโลกเราเสมอครับ
—ผมขอจบตอน 2 “สายลับเก่า หักเหลี่ยมโหด” ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของการที่นายปูติน เริ่มแผนการที่จะนำรัสเซียกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สิ่งนี้แหละที่นำมาสู่สงครามในยูเครน ปัญหาราคาน้ำมันในวันนี้ การรุกคืบเข้าคุมการพลังงานของยุโรปตะวันตก การจับมือกับจีน อเมริกาไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่คนเดียวอย่างที่เคยเป็นมาแล้ว สงครามเย็นได้เกิดขึ้นมาแล้วโดยเราไม่รู้ตัว