PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

แผ่นดินไหวยุ่นเชื่อมไทย

จากที่หลายท่านถามว่า แนวแผ่นดินไหวแล้วแผ่นดินจะแยกที่เกาะคิวชูญี่ปุ่น เป็นแนวเดียวมายังประเทศเราแถมอันดามันไหม?
ต้องตอบว่าเป็นแนวแผ่นทวีปยูเรียเซียเดียวกันครับ ง่ายคือเลาะชายฝั่งจากเกาะฮอกไกโด ฮอนชู คิวชู มาเกาหลี จีน ไตหวัน ตังเกี๋ยเบอร์เนียวอินโด ติมอร์ ชวา สุมาตรา นิโคลบา อันดามัน อิระวดี ยะไข่ แนวชายแดนพม่ากับบังกลาเดส ขึ้นภูฐาน เนปาล เอสเวอร์เลส เป็นเส้นแนวแผ่นทวีปยูเรียเซียเดียวกัน สะเทือนถึงกันสัมพันธ์กันหมด
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครพูด และผมค้องพูดเปิดเผยแล้วเวลานี้ ถึงสาเหตุที่ถนนเลียบคลองต่างๆในอยุธยา ปทุมธานี อยุธยาทรุดนั้น ปจจัยกนึ่งที่สำคัญคือ แนวรอยแยกใหม่ในแผ่นเปลือกโลกทวีปยูเรเซีย ที่พาดผ่านกรุงเทพ นครสวรรค์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน เข้าลาวไปเวียดนามดังในภาพที่ ๒
โดยรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ทางวิชาการเรียกว่า Transform Fault ซึ่งจะกลายเป็น Transform Boundary ในอนาคต
แนวรอยแยกเจ้าพระยานี้ก่อตัวขึ้นมานานแล้ว เพราะอย่างที่ผมบอกว่าโลกเราขยายตัวใหญ่ขึ้น เปลือกโลกก็ปริบริแยกจากกัน ที่เห็นเด่นชัดในสมันสมเด็จพระนเรศวร ที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแนวรอยเลื่อนนี้ที่พิษณุโลกจนวังพังราบ แม่น้ำเปลี่ยนเส้นทางเดินตามแนวรอยแยกใหม่ เมืองพิษณุโลกไม่ใช่เมืองเดียวที่มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง แต่เมืองพิษณุโลกเป็นเมืองเดียวที่ในโบราณเรียกว่าเมืองอกแตก
ทำไมคนโบราณตั้งชื่อนั้น เพราะแผ่นดินไหวทำให้พื้นดินแยกแตกออกเป็นสองฝั่ง
ที่นี้เมื่อเรามองกลับไปในสมัยเชียงแสนเมื่อ ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว หรือ ๑๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว แล้วดูแผนที่โลกย้อนยุค เราจะพบว่าภาคกลางทั้งภาคและภาคเหนือเป็นทะเลยาวมาก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นร่องในแนวรอยแยกเจ้าพระยาที่กำลังเกิดใหม่นี้ด้วย ที่ว่าเกิดใหม่เพราะอายุแนวรอยแยกที่กำลังจพก่อตัวแยกเด่นชัดในอนาคตนี้นั้น น่าจะก่อตัวเกิดมาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ปี เท่าที่ผมศึกษาหาข้อมูลมาได้
ในขณะนี้ต้องเรียกว่าแนวรอยแตกของแผ่นเปลือกโลก หรือ แนวรอยจะแยก น่าจะดีที่สุด
ในอนาคตอันใกล้ แนวถนนยุบน่าจะเกิดที่อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิต์ น่าน
นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ท่านบางคนเคยไปร่วมสัมมนากับผมที่เชิญท่านอาจารย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ดร.สมิทธ ท่านว่าหากมีภัยท่านจะหลบไปอยู่สกลนคร ไม่มาเชียงรายที่เกิดแผ่นดินไหวแบบผมหรอก ให้ผมไปคนเดียว ที่คนฮาๆกัน
ที่ผมเอ่ยมานี้ไม่ได้แรมาสท่านนะครับ เพราะอย่างที่บอกว่าผมศึกษาเรื่องริยแยกแผ่นเปลือกโลกมานับแต่ปี ๒๕๒๙ สมียไปเรียนโทตัวแรกที่อเมริกาแล้วประสบแผ่นดินไหวถี่มากๆ จึงสนใจไปที่ CIT Pasadiana แล้วเริ่มศึกษาจริงจัง
ในสยามประเทศพื้นที่ที่เรียกว่าปลอดภัยมากที่สุด พบพิบัติภัยน้อยกว่าเพื่อนในอนาคตคือพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ตระกูลเชียงทั้งหลายที่อยู่บนแนวเขา กับแนวเขาใหญ่ ปากช่อง ชัยภูมิ เลย เพชบูรณ์
ที่เน้นบนเขาเพราะเป็นแนวเขาเดียวกันกับหิมาลัย แนวเทือกเขาที่แข็งแรงที่สุดในโลก โอกาสยุบตัวน้อย มีโอกาสเกิดแต่น้อยกว่าที่อื่นๆ
ภาคอีสานเคยเป็นทะเลใต้น้ำมาก่อน เราพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ๆ อายุเก่ากว่าจูราสิคก็มีแนวเชียงแสน ผาตั้ง เลย ขอนแก่น หนองบัวลำภู กาฬสินธ์ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันถึงแนวชายฝั่งทะเลในอดีตได้เป็นอย่างดี
แต่เทือกเขาภูพานผมก็ยังมีแผนการสร้างที่เก็บเมล็ดพันธุ์พืชและที่หลบภัยหากมีบุญเพรยงพออยู่นะครับ เพราะเราคาดว่าจะเกิด แต่อาจไม่เกิดรุนแรงอย่างที่คาดการณ์ก็ได้ การสร้างที่หลบภัยเห็บอาหาร น้ำ ยา สิ่งจำเป็นไว้ก็ไม่เสียหลาย ฝรั่งยังสค้างกระทีอมตามเทือกเขาทั้งที่เป็นป่าและมีหิมะ เอาอาหาร น้ำ ยา อุปกรณ์ยังชีพทิ้งไว้เป็นสาธารณะประโยชน์มากมาย ก็ไม่เสียหาย แต่เป็นบุญของผู้สร้าง ผู้ร่วมสร้าง เมื่อมีคนตกทุกข์ได้ยากมาใช้ประโยชน์ใช่ไหมครับ?
ลองศึกษาค้นคว้าต่อยอดในข้อมูลที่ผมศึกษามานะครับ
อนิจจังวัฎสังขารา ทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด
เพราะสรรพสิ่งทุกสิ่งในอนันตจักรวาล
ล้วนต้อง เกิดขึ้นมา ตั้งดำรงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
และดับปรับแปรสภาพไป วนไปเวียนมา
ดังที่พระพุทธองค์สรุปยอดคำสอนก่อนปรินิพานว่า อะปะมาทะ
ดำรงความไม่ประมาทไว้ทุกลมหายใจเข้าออก
ต้องเขาใจในสัจธรรมว่า เราทุกคน ล้วนเกิดมา ตั้งอยู่ และต้องดับไป
เราจะดับไปวินาทีไกนของชีวิตก็ไม่ทราบได้
ระหว่างที่ยังมีลมหายใจอยู่ ให้สร้างสะสมบุญบารมีให้มากๆเข้าไว้ ด้วยการบำเพ็ญภาวนา รักษาศีล ให้ทาน เพื่อเราจะได้เกิดปัญญา เกิดสติ และเกิดสมาธิ บรรลุถึงนิพพานที่ทรงพลังเข้าไปเป็นส่วนหรึ่งของพลังจักรวาลที่แท้จริง
เกิดมา ตั้งอยู่ ดับไป

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

จีนส่อไม่ช่วยซื้อข้าวไทย

ส่อวืด! จีนปัดไม่เจรจาตกลงราคาซื้อข้าว 1 ล้านตัน คาดตอบโต้ไทยเปลี่ยนรูปแบบลงทุนรถไฟเร็วสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง: 

ส่อวืด! จีนปัดไม่เจรจาตกลงราคาซื้อข้าว 1 ล้านตัน คาดตอบโต้ไทยเปลี่ยนรูปแบบลงทุนรถไฟเร็วสูง
จับตาสัญญาขายข้าวจีทูจีกับจีนปริมาณ 1 ล้านตันล๊อตแรก ส่อเหลว หลังวงการข้าวลือหึ่ง จีนบอกปัดไม่ร่วมวงเจรจามาหลายรอบแล้ว หลังไทยเปลี่ยนรูปแบบลงทุนรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงการค้าข้าวได้มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่กรมการค้าต่างประเทศและผู้แทนจากรัฐวิสาหกิจผู้นำเข้าสินค้าเกษตรของจีน หรือคอฟโก มีแผนจะต้องหารือเพื่อเจรจาต่อรองการส่งมอบข้าว 1 แสนตันแรกภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวปริมาณ 1 ล้านตันให้จีนรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกิดขึ้น เพราะจีนได้ปฏิเสธการเจรจาต่อรองดังกล่าวมาหลายครั้ง และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเจรจารอบใหม่เมื่อใด ซึ่งทำให้วงการค้าข้าวที่จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบข้าวดังกล่าว ตั้งข้อสังเกตว่าจีนอาจไม่ต้องการซื้อข้าวจำนวนนี้ 

สาเหตุที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากการที่ไทยเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราชใหม่จากเดิมให้จีนเข้ามาลงทุน แต่เปลี่ยนเป็นไทยลงทุนเอง และยังใช้เทคโนโลยีจากจีน ส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการไม่ซื้อข้าวตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งสามารถทำได้ เพราะสัญญาระบุว่าการซื้อขายจะเกิดขึ้นก็ต่อเนื่องสองฝ่ายเห็นชอบราคาขายร่วมกัน ดังนั้น หากไม่มีการเจรจา ก็จะไม่มีราคาขายและไม่เกิดการส่งมอบในที่สุด

ทั้งนี้ ไทยและจีนจะมีการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการลงทุนรถไฟความเร็วสูงในช่วงกลางเดือนเม.ย.นี้ แต่ยังไม่ความชัดเจนว่าจะมีการนำประเด็นการซื้อข้าวตามสัญญาหรือการซื้อสินค้าเกษตรอื่นๆ เข้าไปร่วมในการประชุมด้วยหรือไม่

วัฒนายันไปตามนัดคสช.

"ผมจะไปตามนัด"

ผมได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คยืนยันว่า คสช. ไม่มีอำนาจควบคุมตัวผมเพราะการแสดงความเห็นของผมที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ต่อมาทีมโฆษก คสช. ได้เปลี่ยนข้อกล่าวหาใหม่ว่าผมผิดข้อตกลงที่เคยลงนามไว้ ซึ่งผมก็ได้ส่งข้อตกลงมาให้ดูเป็นหลักฐานแล้วว่าไม่เป็นความจริง บัดนี้ ทีมโฆษก คสช. เปลี่ยนข้อกล่าวใหม่อีกว่า ผมผิดข้อตกลงที่มาพบเจ้าหน้าที่กว่า 4 ครั้งและได้ลงนามทำข้อตกลงแบบลูกผู้ชายไว้

ผมจำเป็นต้องตอบ คสช. เพื่อพิสูจน์ความจริงว่า ผมเป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชนแม้จะไม่มีกำลังและอาวุธ แต่มีเกียรติและศักดิ์ศรีที่จะไม่กล่าวคำเท็จเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจการปกครอง ผมถูกควบคุมตัว 3 วัน ผมได้ลงนามทำข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่เพียงครั้งเดียวตามเอกสารที่โพสต์มาให้ดูแล้ว จากนั้นผมถูกนำตัวไปปรับทัศนคติเพราะการแสดงความเห็นอีก 3 ครั้ง ทุกครั้งก่อนปล่อยตัวผมไม่เคยลงนามว่าจะไม่แสดงความคิดเห็น ท่านกล่าวหาผมในนาม คสช. จึงต้องมีหลักฐานไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ ผมเตือนความจำให้ว่าครั้งแรกผมถูกเรียกไปที่กองทัพภาค 1 ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 ถูกควบคุมตัวที่ มทบ. 11 กรุณาเรียกหลักฐานข้อตกลงที่อ้างจากหน่วยที่ควบคุมตัวผมมายืนยัน เพื่อแสดงความเป็นสุภาพบุรุษและความเป็นทหารของผู้กล่าวหา

ผมจะไปพบ คสช. ในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน เวลา 11.00 น. ตามนัด แต่ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายและไม่เคยทำผิดข้อตกลง คสช. จึงไม่มีอำนาจมาควบคุมตัวผม อีกทั้งผมไม่ยินดีและไม่รับเชิญที่จะไปพูดคุยใดๆ กับ คสช. หากผมต้องไปก็ด้วยถูกกำลังบังคับอันเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจที่ผมไม่อาจขัดขืนได้ ผมยืนยันว่าการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช.เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองและยังขัดกับข้อ 19 แห่ง "ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน" (The Universal Declaration of Human Rights) ของสหประชาชาติที่ประเทศไทยรับรอง (endorsement) พร้อมกับอีก 48 ประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2491 จึงเป็นพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้การนำตัวผมไปควบคุมโดยมีข้ออ้างเป็นการปรับทัศนคติ ยังขัดกับข้อ 5 และข้อ 9 ของปฏิญญาดังกล่าวที่ห้ามย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และจับกุมคุมขังตามอำเภอใจ อันถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (crime against humanity) อีกด้วย

ผมเพียงแสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริตบนความหวังดีต่อบ้านเมือง จึงไม่ใช่เรื่องการท้าทายอำนาจของ คสช. และไม่ใช่การกระทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนเพื่อให้เกิดการก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร ผมต่อสู้แบบสันติและอหิงสาเพื่อต้องการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์บนหลักนิติธรรม ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นถนนที่นำพาประเทศชาติไปสู่ความปรองดองอย่างยั่งยืน คสช. อาจใช้กำลังบังคับหรือคุมขังผมได้แต่จะเปลี่ยนความเชื่อและความศรัทธาที่ผมมีต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไม่ได้

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
17 เมษายน 2559

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

โฆษก คสช. แจง รายงานสิทธิมนุษยชน ของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย



โฆษก คสช. กะแล้ว !! รายงานสิทธิมนุษยชน ของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย ออกมาแบบนี้ ยันจำเป็นต้องใช้ กม.พิเศษ ดูแลสถานการณ์ในช่วงยังไม่ปกติ จนท.ใช้อย่างระวัง ยันไม่ละเมิดสิทธิ์ แต่รักษาสิทธิคนส่วนใหญ่ เผยคนเสียประโยชน์ เท่านั้นที่กระทบ
พันเอก วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึง รายงานสิทธิมนุษยชน ของสหรัฐอเมริกา ที่แสดงความเป็นห่วงต่อการใช้อำนาจของรัฐบาลทหาร ม.44 การคุมตัว นักการเมือง และการห้ามแสดงออก แสดงความเห็นต่างๆ ว่า.อาจเป็นเพียงความกังวลในเชิงความรู้สึก ไม่ต่างจากในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ซึ่งในแง่ของภาพการปฏิบัติจริงของ จนท. นั้น ยังไม่พบมีเสียงสะท้อนในเชิงลบใดๆจากประชาชน
โฆษก คสช.กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ คสช.ได้เสริมมาตราพิเศษเพื่อการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพนั้น ด้วยเพราะสถานการณ์อยู่ในช่วงเวลาพิเศษ หรือบ้านเมืองยังไม่เป็นปกติ และเพื่อให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นไปตามความคาดหวังของ ประชาชน
"มั่นใจว่า แม้เจ้าหน้าที่จะมีกฎหมายพิเศษไว้เสริมประสิทธิภาพในการดูแลประชาชน แต่ก็จะใช้ตามความจำเป็นอย่างระมัดระวังตามความจำเป็น และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยพยายามใช้กฎหมายปกติก่อนเป็นหลักเสมอมา"
ทั้งนี้ เห็นมีแต่ความกังวลของกลุ่มที่เห็นต่าง พยายามนำจุดนี้มาเป็นประเด็นข้ออ้างในการทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช. เพราะในทางพฤตินัย หรือในทางการปฏิบัติจริงๆ. ยังไม่พบมีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งพี่น้องประชาชนเองก็ไม่มีสัญญาณในเรื่องความกังวล กลับมีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต และก็ไม่ได้ไปทำร้ายก้าวล่วงคนธรรมดาทั่วไปในสังคมแต่อย่างใด
"นอกจากคนที่ชอบทำผิดกฎหมาย หรือบางคนที่เสียผลประโยชน์เท่านั้นที่อาจได้รับผลกระทบจึงพยายามที่จะปฎิเสธ"
สำหรับการเรียกบรรดานักการเมืองเข้าปรับทัศนคติ นั้น เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้ให้ความร่วมมือ และทำในสิ่งที่สวนทางกับความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ อาจเป็นเพราะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ คสช.ทำ หรือการมองในมุมที่แตกต่างกัน จึงมีการเรียกเชิญมาปรับความเข้าใจ และขอความร่วมมือกัน
"ไม่ใช่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อยู่ที่มุมในการตีความ เพราะการบังคับใช้กฎหมายในมุมหนึ่งคือการดูแลไม่ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดไปละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นไม่ว่าจะโดยทางวาจา จิตใจ หรือร่างกาย ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อยละเลยไม่ทำหน้าที่ ก็จะเกิดการละเมิดสิทธิของกันและกัน เราใช้กฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของคนส่วนใหญ่เท่านั้นเอง"
"การ ที่ต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ ยังไม่เข้าใจ ก็คงจะต้องทำความเข้าใจกันไปเรื่อยๆ โดยใช้ช่องทางต่างๆที่มีอยู่"
แม้ว่าจะมีความกังวลของต่างชาติเข้ามาเป็นช่วงๆก็ตาม มั่นใจสามารถชี้แจงได้ทุกอย่างดำเนินการไปตามแนวทางที่สร้างสรรค์ ซึ่งเชื่อว่าอาจเกิดจากการรับฟังข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรืออาจรับฟังข้อมูลมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ จึงนำไปสู่การความกังวลเกินกว่าสภาพของความเป็นจริง

นายกฯบิ๊กตู่ ก็ยอมปรับโฉมรายการ"คืนความสุขคนในชาติ"ประเดิมศุกร์ 15 เม.ย. นึ้

ในที่สุด ...นายกฯบิ๊กตู่ ก็ยอมปรับโฉมรายการ"คืนความสุขคนในชาติ"ประเดิมศุกร์ 15 เม.ย. นึ้เปลี่ยนนั่งทอล์ก ให้ "พ.อ.หญิง ทักษดา" เป็นพิธีกร ชวนคุย เพิ่มช่วงตอบปัญหาข้อร้องเรียนความเดือดร้อน ปชช. เผยเป็นเฉพาะกืจก่อน ถ้าเรตติ้ง ดี อาจใช้แบบTalk แทนยืนโพเดี้ยม พูดคนเดียครวญ แก้ปัญหามากมายดีขึ้นเรื่อยๆ แต่คนไม่ค่อยรู้ แขวะนักการเมือง หวังคะแนนฐานเสียง
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ว่า หลังจากที่มีเสียงบ่น หรือ รู้ว่า คนอาจเบื่อ เพราะใช้แบบเดิมมา เกือบ 2 ปี นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยอมให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ" คืนความสุขให้คนในชาติ" ที่ออกอากาศเป็นประจำทุกคืนวันศุกร์ของสัปดาห์ เวลา 20.15 น. ใหม่แล้ว
โดยวันที่ 15 เม.ย.นี้ จะใช้ชื่อรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติเฉพาะกิจ" ความยาวประมาณ 50 นาที รูปแบบรายการจากเดิมที่นายกรัฐมนตรี ยืนพูดที่โพเดียม เปลี่ยนมาเป็นการนั่งสนทนา
โดยมี ผู้พันลิซ่า พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยเป็นเฉพาะกิจ เพื่อลองดูว่า ปชช. ชอบหรือไม่ ถ้าเรตติ้ง ดี ก็อาจเปลี่ยนมาเป็นแบบtalk แทนการยืนโพเดี้ยม คุยคนเดียว
นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งของรายการจะเป็นการตอบเรื่องที่ประชาชนได้ส่งเรื่องร้องเรียนมาถึงนายกรัฐมนตรี โดยตรง และเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เลือกนำมาตอบในรายการด้วยตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รูปแบบรายการที่ปรับไม่มีอะไรมาก เพราะยังคงพูดมากเหมือนเดิม โดยพูดถึงเรื่องที่เป็นปัญหาที่ได้ดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว และเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา พบว่าหลายปัญหาในประเทศสะสมมานานมาก ส่งผลให้รัฐบาลในวันนี้ต้องเร่งแก้ปัญหามากมายหลายเรื่อง แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด
ทั้งหมดเป็นการนำสิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนมาแก้ให้ แต่คนไม่ค่อยรู้ว่าทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหน เพราะแต่ละปัญหาเกิดขึ้นมานาน จนคนเคยชิน วันนี้รัฐบาลให้เปลี่ยน ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบก็ไม่ค่อยยอม เพราะเสียประโยชน์เดิมที่เคยได้ ขณะที่แก้ปัญหาของรัฐบาลในอดีต นักการเมืองก็จะเอาคนส่วนน้อยมาดูแล โดยหวังคะแนนเลือกตั้งจากฐานเสียงของตัวเอง

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

คสช. ใช้ มาตรา 44 จัดประมูล 4G คลื่น 900MHz รอบใหม่ ตัด JAS ออก


Cr:kapook
คสช. ใช้ มาตรา 44 จัดประมูล 4G คลื่น 900MHz รอบใหม่ ตัด JAS ออกจากการประมูล ตั้งราคาเริ่มต้น 75,654 ล้านบาท ส่วนลูกค้าเอไอเอส จะคุ้มครองจนถึง 30 มิถุนายน 2559 หรือจนกว่าจะออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะประมูล
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีการประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 16/2559 เรื่อง การประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม ตามมาตรา 44 ให้กรรมการ กสทช. จัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงความถี่วิทยุ 895-905 เมกะเฮิร์ตซ์ คู่กับคลื่น 940-950 เมกะเฮิร์ตซ์
สำหรับการจัดประมูล จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตเป็นการทั่วไป เว้นแต่ผู้ที่เคยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. โดยราคาประมูลรอบแรก กำหนดที่จำนวน 75,654 ล้านบาท และวางหลักประกันจำนวน 3,783 ล้านบาท
ขณะที่การสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับที่ 2) จะมีการคุ้มครองชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 หรือจนกว่า กสทช. จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แก่ผู้ชนะการประมูล