PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

“วิษณุ” ย้ำตั้งบริษัทในค่ายทหารอาจผิดแค่ระเบียบภายใน


“วิษณุ” ชี้ลูกชาย “พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา” ใช้บ้านพักในค่ายทหารตั้งบริษัทอาจแค่ผิดระเบียบภายใน ส่วน พล.อ.ปรีชา ปฏิเสธไม่พูดเรื่องบริษัทของบุตรชาย ขณะที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียตั้งคำถามถึงความเหมาะสมการใช้สถานที่ราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
สำนักข่าวไทยรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาย้ำอีกครั้งกรณีบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมใช้บ้านพักในค่ายทหารจดทะเบียนตั้งบริษัทว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายทั่วไป แต่เป็นเรื่องที่อาจผิดระเบียบภายใน ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเป็นหน่วยงานที่พิจารณา ส่วนจะตีความอย่างไรตนไม่ทราบ
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวอิศรารายงานว่าได้ตรวจสอบพบว่า หจก. คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชาย ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เป็นคู่สัญญารับเหมาก่อสร้างงานของหน่วยงานภาครัฐทั้งสิ้น 11 โครงการ รวมวงเงิน 155,603,000 บาท โดยได้ใช้บ้านพักในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรศ จ.พิษณุโลก เป็นที่ตั้งบริษัท
ด้าน นสพ.บางกอกโพสต์รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ปรีชา ออกมายืนยันว่าไม่ทราบเรื่องที่บุตรชายใช้บ้านในค่ายพักทหารเป็นที่ตั้งบริษัทของตนเอง
บีบีซีไทยได้โทรศัพท์ไปสอบถาม พล.อ.ปรีชา ซึ่งปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า “สื่อเขียนกันเอง หาคำตอบเอา ถ้าถูกถูก ถ้าผิดก็ว่าไป แล้วมันผิดหรือยัง ส่วนที่นายวิษณุระบุว่าผิดระเบียบภายในก็ให้ไปสอบถามนายวิษณุ”
ทั้งนี้ นายวิษณุ ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าจะเอาผิดกับ พล.อ.ปรีชา ที่จะเกษียณอายุราชการได้มากน้อยแค่ไหน ว่า ไม่ทราบ เช่นเดียวกับที่เขาไม่ทราบว่าการจัดตั้งบริษัทที่ทำในนามของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการทหาร จะสามารถลงโทษได้มากน้อยแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้โซเชียลมีเดีย อาทิ Pantip.com วิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยบ้างมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม บางคนตั้งคำถามว่า หากการใช้บ้านในค่ายทหารเป็นสถานที่ตั้ง หจก.ได้ ต่อจากนี้ไปผู้ที่อาศัยบ้านหลวงก็สามารถนำไปใช้ตั้งกิจการต่าง ๆ ได้เช่นกัน เพราะไม่ผิดระเบียบ ไม่ผิดวินัย ไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น
(ภาพจากเว็บไซต์รัฐบาล)

วิษณุ ยังยืนยันกรณีลูกชาย"บิ๊กติ๊ก"

วันนี้ ( 29 ก.ย.)   ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล  เมื่อเวลา 15.30 น.  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ได้ให้สัมภาษณ์  กรณีลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม  ใช้บ้านพักในค่ายทหารประกอบธุรกิจ  เป็นการกระทำผิดกฎระเบียบกระทรวงกลาโหมหรือไม่  ว่า ตามระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการพักอาศัยในอาคารที่พักอาศัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2555  ระบุว่าไม่ให้นำเอาบ้านพัก ไปใช้ในทางธุรกิจ  ซึ่งคำนี้แปลว่าอะไรตนเองไม่ทราบ   ต้องไปถามกระทรวงกลาโหมว่าผิดหรือไม่  แล้วจะมีบทลงโทษอย่างไร  ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ผิดกฎหมาย  แต่เป็นเรื่องภายในกระทรวง  ซึ่งเป็นการตรวจสอบทางวินัย แต่เนื่องจากลูกชายของ พล.อ.ปรีชา ไม่ได้เป็นข้าราชการ  จึงไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้  ส่วนจะสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ปรีชา ได้เกษียณอายุราชการแล้ว  ตนไม่แน่ใจว่าสามารถตรวจสอบได้หรือไม่

"สุดท้ายแล้ว  อย่างนี้เป็นความผิดหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้เจตนารมณ์ของเขาว่าเอาบ้านไปทำธุรกิจแปลว่าอะไร  ส่วนถ้าทำผิดแล้วจะสามารถลงโทษอะไรได้ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน " นายวิษณุ กล่าว

บิ๊กป้อม ยัน จะไม่รับตำแหน่งนายกฯหากมีคนเสนอชื่อ



บิ๊กป้อม ยัน จะไม่รับตำแหน่งนายกฯหากมีคนเสนอชื่อ
แนะสื่อไปถามศาลรธน.-กรธ.แก้รธน.บรรจุสว.เสนอชื่อนายกฯจากนอกบัญชีพรรค ได้ ชี้ไม่เกี่ยวกับผม
กรณี ที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำถามพ่วงประชามติเปิดช่องให้ส.ว.สามารถร่วมเสนอชื่อและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ อันเป็นการเปิดช่องให้สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีของพรรคการเมืองได้นั้น
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับผม
เมื่อถามว่า หากมีคนเสนอชื่อ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็จะไม่รับตำแหน่ง
พลเอกประวิตร ยังกล้าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหยุดแทรกแซงชี้นำการตัดสินคดีรับจำนำข้าว ว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่สามารถไปแทรกแซงได้อยู่แล้ว เพราะศาลคงไม่ยอม พรรคเพื่อไทยคิดไปเอง
โดยเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็เป็นหน้าที่ของศาล และเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม และไม่จำเป็นต้องมีการเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลสถานการณ์ในช่วงใกล้ตัดสินคดี เพราะปัจจุบันนี้ก็ดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว หากใครออกมาสร้างความขัดแย้งและทำให้ไม่สงบก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมจากการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะกรณีของพล.ต.ต.​อดุลย์ ณรงค์​ศักดิ์ รอง ผบช.น. ทำ​หนังสือ​จดหมาย​เปิด​ผนึก​ร้องขอ​ความ​เป็น​ธรรม​ถึง​​​กรณี​​ถูก​ถอด​ราย​ชื่อ​เสนอ​ให้ดำรง​ตำแหน่ง ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้น พลเอกประวิตร ระบุว่า ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รายงานว่ามีการถอดคำร้องไปหมดแล้ว ซึ่งไม่มีอะไรเป็นเพียงความต้องการหาคนทำงานให้เหมาะสม ซึ่งทั้งพล.ต.ต.อดุลย์ และพล.ต.ท.​ปิยะ อุ​ทา​โย ต่างก็เก่งเหมือนกัน แต่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ได้พิจารณาว่าเป็นพวกของใคร
ซึ่งทางพ.ต.ท.ปิยะสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจมากว่า30ปี จึงเป็นบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจมากกว่า และเหมาะสมกว่า เนื่องจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการที่จะพัฒนาและปฏิรูปโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ดีขึ้น
พร้อมยืนยันการถอนคำร้องของพล.ต.ต.อดุลย์ไม่มีการบังคับจากผู้บังคับบัญชา เป็นการถอนด้วยความสมัครใจ และถึงแม้พล.ต.ต.อดุลย์จะไม่ได้เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย แต่ก็จะได้ขึ้นเป็นพล.ต.ท.เช่นกัน

"ปราบโกงด้วยการโกง"



"ปราบโกงด้วยการโกง"
ผมค่อนข้างเป็นห่วงภาพพจน์ของประเทศโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม เมื่อเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ว่า "ให้นายบุญทรงออกมาจากคุกก่อนจึงค่อยมาลากตนขึ้นศาล" ซึ่งมีลักษณะเป็นการเยาะเย้ยถากถางและสามารถกำหนดผลของคดีอาญาที่นายบุญทรงเป็นจำเลยอยู่ในศาลได้ล่วงหน้า ยิ่งเมื่ออ่านข่าวของสำนักข่าวอิสราที่อ้างรายงานการจัดอันดับองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นในเอเซียของ Political and Economic Risk Consultancy Ltd. (PERC) ว่าองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นของไทยเป็นองค์กรที่ถูกใช้ในทางการเมืองมากที่สุด โดยพาดพิงถึง ป.ป.ช. ว่าทำหน้าที่ช่วยเหลือรัฐบาลทหารในการทำลายความน่าเชื่อถือของนักการเมืองและป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้กลับเข้ามาในการเมืองอีก ทำให้นึกถึงภาพนายกยิ่งลักษณ์ที่ถูก ป.ป.ช. ดำเนินคดีถึง 15 คดี ซึ่งรวมคดีที่เกิดจากน้ำท่วมอันเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่น่าจะเป็นคดีได้ ส่วนตัวผมก็ถูกนายกรัฐมนตรีข่มขู่เรื่องคดีที่ ป.ป.ช. และอดีตนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยจำนวนมากถูก ป.ป.ช. ดำเนินคดีเป็นว่าเล่น แม้กระทั่งการเสนอกฎหมายอันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญยังถูกดำเนินคดีเพื่อนำไปให้ สนช. ที่ คสช. แต่งตั้งทำการถอดถอนห้ามเล่นการเมืองต่อไป เหล่านี้คือหลักฐานที่ตอกย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมไทยขาดความเป็นอิสระและกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ข่มขู่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและบุคคลใกล้ตัวนายกรัฐมนตรีอันถือเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบ การที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. มีอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่จะสั่งการใดๆ ก็ได้ให้มีผลในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และถือว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด เท่ากับนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือศาลและทุกองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ยิ่งในเวลานี้อยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่อาจกำหนดให้กรรมการในองค์กรอิสระทำหน้าที่ต่อไปหรือสิ้นสุดลงตามที่เรียกว่าการเซ็ทซีโร่ นายกรัฐมนตรีจึงสามารถให้คุณและโทษทั้งตัวบุคคลและองค์กรได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่องค์กรอิสระทั้งหลายรวมทั้ง ป.ป.ช. ต่างแข่งกันทำผลงานให้เข้าตานายกรัฐมนตรีเพื่อความอยู่รอดของตัวเองแต่เคราะห์กรรมตกแก่ประชาชน พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการยืนยันถึงการมีอำนาจเหนือกระบวนการยุติธรรมและกำลังใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้ประชาชนทั่วไปและประชาคมโลกไม่มั่นใจในความเป็นอิสระและเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรม ขัดกับข้อ 10 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีที่มีโทษทางอาญาจากศาลที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลาง ดังนั้น การปราบโกงจึงเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่มีขึ้นเพื่อใช้ปราบฝ่ายตรงข้ามโดยใช้องค์กรอิสระและศาลเป็นเครื่องมือแต่ปิดกั้นการตรวจสอบตัวเองและพรรคพวก ตกลงเราจะอยู่กันแบบนี้ใช่มั้ยครับ
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
29 กันยายน 2559

ตระกูลปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 2558 มั่งคั่ง 8.8 หมื่นล้าน

เผยแชมป์เศรษฐีหุ้นปี 2558 “หมอเสริฐ” นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แห่งโรงพยาบาลกรุงเทพ ยังรักษาบัลลังก์เศรษฐีหุ้นไทยได้อีกเป็นปีที่ 3 รวย 6.2 หมื่นล้าน เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ บิ๊กบอสพฤกษา รวย 3.5 หมื่นล้าน ตามด้วย สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าพ่อหุ้นพลังงาน EA นั่งเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 รวย 3.2 หมื่นล้าน ด้านตระกูลปราสาททองโอสถ ก้าวขึ้นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย มั่งคั่ง 8.8 หมื่นล้าน
วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย โดยภาพรวมของเศรษฐีหุ้นไทยในปี 2558 ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2558 จำนวน 6,712 ราย มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 1,801,432 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 รวม 29,961 ล้านบาท หรือ 1.64% นอกจากนี้ ยังได้รับเงินปันผลรวมกันเป็นจำนวนเงิน 51,491 ล้านบาท ลดลง 339 ล้านบาท หรือ 0.65% จากปี 2557
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่มาภาพ : http://images.forbes.com/media/lists/85/2011/prasert-prasarttong-osoth.jpg
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่มาภาพ : http://images.forbes.com/media/lists/85/2011/prasert-prasarttong-osoth.jpg
สำหรับผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2558 ปรากฏว่า นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2558 โดยเป็นแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยในปีนี้ หมอเสริฐถือครองหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวมมูลค่า 62,365.18 ล้านบาท รวยขึ้น 4,455.70 ล้านบาท หรือ 7.69%
นอกเหนือจากหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่หมอเสริฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 19.11% รวมมูลค่า 54,777.21 ล้านบาท และหุ้น บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) ในสัดส่วน 0.79% มูลค่า 42.46 ล้านบาทแล้ว ปีนี้หมอเสริฐยังรวยขึ้นจากการนำ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 โดยถือหุ้น BA 18.24% มูลค่า 7,545.52 ล้านบาท
เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ได้แก่ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมมูลค่า 35,280.09 ล้านบาท ลดลง 6,299.41 ล้านบาท หรือ 15.15% เนื่องจากหุ้น PS ที่ทองมาถือในสัดส่วน 54.42% มูลค่า 34,902.50 ล้านบาทนั้น ราคาปรับลดลงเหลือ 28.75 บาท ณ 30 กันยายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่ใช้คำนวณมูลค่าความมั่งคั่งของเศรษฐีหุ้นในปีนี้ จากที่อยู่ในระดับ 34.25 เมื่อปีที่แล้ว โดยราคาปรับลดลง 5.5 บาท หรือ 16.06%
นอกจากนี้ ทองมา ยังถือหุ้น บมจ.ศุภาลัย (SPALI) 0.71% มูลค่า 224.58 ล้านบาท และ บมจ.แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) 0.61% มูลค่า 153.01 ล้านบาท อีกด้วย
เศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ในปีนี้ เป็นของ สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของกิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในชื่อ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 32,495.74 ล้านบาท ลดลงไป 4,069.75 ล้านบาท หรือ 11.13% ประกอบด้วยหุ้น EA 40.49% มูลค่า 32,468.44 ล้านบาท และหุ้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) อีก 0.94% มูลค่า 27.30 ล้านบาท
เศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ได้แก่ คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) หุ้นที่คีรีถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 32,209.11 ล้านบาท ลดลง 6,990.91 ล้านบาท หรือ 17.83% ประกอบด้วย หุ้น BTS ในสัดส่วน 27.52% มูลค่า 31,991.36 ล้านบาท บมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) 0.51% มูลค่า 87.60 ล้านบาท และหุ้น บมจ.วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) 0.54% มูลค่า 130.16 ล้านบาท
เศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 23,026.65 ล้านบาท ลดลง 1,761.96 ล้านบาท หรือ 7.11% ประกอบด้วย บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) 24.43% มูลค่า 23,016.30 ล้านบาท และ บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) 1.36% มูลค่า 10.35 ล้านบาท
ปีนี้เจ้าของอาณาจักรธุรกิจแบรนด์สุกี้ MK ยุพิน ธีระโกเมน กระโดดขึ้นมานั่งในอันดับ 6 โดยถือหุ้น บมจ.เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) มูลค่า 20,970.10 ล้านบาท โดยยุพินถือหุ้น M ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 21.97% เป็น 40.03% ในปีนี้ ส่งผลให้มูลค่าความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 8,831.71 ล้านบาท หรือ 72.76%
ด้าน วิชัย ทองแตง เจ้าพ่อเคเบิลยักษ์ใหญ่แบรนด์ CTH ปีนี้ครองอันดับ 7 ถือหุ้นรวมมูลค่า 20,431.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.62 ล้านบาท หรือ 0.67% ซึ่งนอกจากหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) 6.71% มูลค่า 19,238.46 ล้านบาท, บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) 7.23% มูลค่า 551.76 ล้านบาท และ บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี (NFC) 8.04% มูลค่า 272 ล้านบาท แล้ว ปีนี้วิชัยยังถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 3 บริษัท คือ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) 0.51% มูลค่า 51.42 ล้านบาท, บมจ.สยามเจเนอรัล แฟคตอริ่ง (SGF) 17.67% มูลค่า 192.12 ล้านบาท และ บมจ.ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น (TWZ) 6.72% มูลค่า 125.64 ล้านบาท
เศรษฐีหุ้นอันดับ 8 ในปีนี้ ได้แก่ นิติ โอสถานุเคราะห์ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 19,871.66 ล้านบาท ลดลง 4,148.70 ล้านบาท หรือ 17.27% นอกจากนิติจะเป็นทายาทของอาณาจักรโอสถสภาแล้ว ยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีพอร์ตการถือหุ้นมากถึง 14 บริษัท
ปีนี้ พิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ในอันดับ 9 ถือหุ้นมูลค่ารวม 18,491.78 ล้านบาท ลดลง 1,931.06 ล้านบาท หรือ 11.66% ประกอบด้วย บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ในสัดส่วน 71.99% มูลค่า 5,277.61 ล้านบาท, บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) 25.84% มูลค่า 10,326.66 ล้านบาท และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) 5% มูลค่า 2,887.50 ล้านบาท
เศรษฐีหุ้นอันดับ 10 ได้แก่ ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นอีกหนึ่งทายาทของหมอเสริฐที่ได้รับอานิสงส์จากการนำบางกอกแอร์เวย์สเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 13,846.15 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 6,451.59 ล้านบาท หรือ 87.25% ประกอบด้วย บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ในสัดส่วน 2.71% มูลค่า 7,764.56 ล้านบาท และ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) 14.70% มูลค่า 6,081.59 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีทายาทอีก 3 คน ได้ก้าวเข้ามาเป็นเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ในปีนี้ ได้แก่ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ เป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 32 ถือหุ้น BA 15.88% มูลค่า 6,567.74 ล้านบาท, อาริญา ปราสาททองโอสถ เศรษฐีหุ้นอันดับ 101 ถือหุ้น BA 7.78% มูลค่า 3,054.29 ล้านบาท, สมฤทัย ปราสาททองโอสถ เศรษฐีหุ้นอันดับ 222 ถือหุ้น BA 3.69% มูลค่า 1,527.59 ล้านบาท และภรรยาหมอเสริฐ วัลลีย์ ปราสาททองโอสถ เศรษฐีหุ้นอันดับ 430 ถือหุ้น BA 1.73% มูลค่า 714.13 ล้านบาท
สำหรับแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยปี 2558 ได้แก่ ตระกูลปราสาททองโอสถ ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรก โดยสร้างสถิติความมั่งคั่งสูงสุดถึง 88,086.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ถึง 22,771.37 ล้านบาท หรือ 34.86%
ความมั่งคั่งของตระกูลปราสาททองโอสถที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ เกิดจากการนำ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) หรือบางกอกแอร์เวย์สจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ 6 เครือญาติในตระกูล นำโดย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และภรรยา วัลลีย์ ปราสาททองโอสถ รวมทั้งทายาทอย่าง พุฒิพงศ์ สมฤทัย อาริญา และ ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ รวยขึ้นในพริบตา
นอกจากหุ้น BA แล้ว ตระกูลปราสาททองโอสถยังถือหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) และบมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) อีกด้วย
ส่วน ตระกูลจิราธิวัฒน์ แชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้น 2 ปีซ้อน ปีนี้หล่นไปอยู่อันดับ 2 โดยเครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 44 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 58,548.92 ล้านบาท ลดลง 10,842.96 ล้านบาท หรือ 15.63% ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 3 ได้แก่ ตระกูลกาญจนพาสน์ โดย 5 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ คีรี อนันต์ กวิน ชัยสิทธิ์ สาคร กาญจนพาสน์ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 45,052.90 ล้านบาท ลดลง 4,340.87 ล้านบาท หรือ 8.79%
อันดับ 4 ตระกูลวิจิตรพงศ์พันธุ์ โดยทองมาและทิพย์สุดา พร้อมด้วยลูกสาวทั้งสองคน คือ มาลินี และ ชัญญา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ถือครองหุ้น บมจ.พฤกษา (PS) รวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 42,611.34 ล้านบาท ลดลง 7,701.91 ล้านบาท หรือ 15.31% และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลทองแตง ที่ครอบครัวทองแตง ได้แก่ วิชัย เพชรัตน์ วิอร อัฐ อติคุณ และอิทธิ ทองแตง ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 41,653.59 ล้านบาท ลดลง 2,428.77 ล้านบาท หรือ 5.51%

"ศาลฎีกาฯ สั่งยึดบ้าน "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล""

Nation TV

"ศาลฎีกานักการเมือง มติเอกฉันท์ ให้บ้าน จ.อ่างทอง " สมศักดิ์ " อดีต รมว.ศึกษาธิการ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่สร้างปี 2541 มูลค่า 16 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลปี 58 พฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 29 ก.ย.59 เวลา 14.30 น. นายชาติชาย อัครวิบูลย์ รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.74/2558 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติของ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล หรือเสี่ยตือ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 16 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินกรณีสืบเนื่องจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.58 ชี้มูลความผิด จากการไต่สวนกรณีการร่ำรวยผิดปกติของนายสมศักดิ์ ซึ่งจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง ที่ไม่แสดงบ้านพักเลขที่ 5/5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่ปลูกสร้าง เมื่อปี 2541 ช่วงที่นายสมศักดิ์ เป็น รมช.ศึกษาธิการ และก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี 2544 ในช่วงที่นายสมศักดิ์เป็น รมว.ศึกษาธิการ โดยใช้เงินค่าก่อสร้าง 16 ล้านบาท

โดยองค์คณะ ฯ พิจารณาพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ จึงมีมติเอกฉันท์ ให้บ้านพักเลขที่ 5/5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่ปลูกสร้าง เมื่อปี 2541 มูลค่า 16 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินขณะที่นายสมศักดิ์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยอมรับคำตัดสิน ก่อนจะเดินทางกลับ"

เปิดรายชื่อครบหมด แต่งตั้งโยกย้าย321นายพลตำรวจ-ผ่านก.ตร.




เมื่อวันที่ 28 ก.ย. สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ผ่านการพิจารณาของก.ตร. ในการแต่งตั้งโยกย้าย ระดับรองผบ.ตร.-ผบก. วาระประจำปี 2559 รวมทั้งสิ้น 321 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
1 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านกฎหมายและสอบสวน) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
3 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
4 พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ
5 พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านกฎหมายและสอบสวน)
6 พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ)
7 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านป้ องกันปราบปรามอาชญากรรม)
8 พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านบริหาร)
9 พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) (ด้านสืบสวน)
10 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
11 พล.ต.ท.ดุสิต สังขะเมฆะ นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 8) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
12 พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการ สำนักงานงบประมาณและการเงิน เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
13 พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจสอบภายใน เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
14 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
15 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
16 พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้บัญชาการศึกษา เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
17 พล.ต.ท.ไพศาล เชื้อรอต ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
18 พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
19 พล.ต.ท.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
20 พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่นายตำรวจประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
21 พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกันปราบปราม) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
22 พล.ต.ท.ศักดา เตชะเกรียงไกร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นรองจเรตำรวจแห่งชาติ
23 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย) เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
24 พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
25 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
26 พล.ต.ท.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ จเรตำรวจ(สบ 8) เป็นจเรตำรวจ(สบ 8)(หัวหน้าจเรตำรวจ)
27 พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6
28 พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
29 พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นผู้บัญชาการศึกษา
30 พล.ต.ท.สมบูรณ์ ตันตระกูล นายแพทย์ใหญ่(สบ 8) เป็นที่ปรึกษา(สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ
31 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
32 พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
33 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
34 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี
35 พล.ต.ต.ชนินทร์ ชะโยชัยชนะ รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นที่ปรึกษา(สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ
36 พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย)
37 พล.ต.ต.โชติกร สีมันตร รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
38 พล.ต.ต.ติณภัทร ภุมรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง
39 พล.ต.ต.เทพ อมรโสภิต รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
40 พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่นายตำรวจประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ)
41 พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
42 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
43 พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นจเรตำรวจ(สบ 8)
44 พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่(สบ 8)
45 พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน)
46 พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
47 พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน
48 พล.ต.ต.สัญชัย ไชยอำพร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นจเรตำรวจ(สบ 8)
49 พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
50 พล.ต.ต.สาโรช นิ่มเจริญ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน เป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน
51 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
52 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
53 พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นจเรตำรวจ(สบ 8)
54 พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกันปราบปราม)
55 พล.ต.ต.อิทธิศักดิ์ กรินชัย นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 7) เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 8)
56 พล.ต.ต.อรรถกร ทิพยโสธร นายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 6)ส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 8)
57 พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล
58 พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
59 พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
60 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
61 พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
62 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
63 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
64 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูล รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
65 พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
66 พล.ต.ต.นพปฎล อินทอง รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
67 พล.ต.ต.บุญยศ บุญไพศาล รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
68 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี
69 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
70 พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
71 พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
72 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
73 พล.ต.ต.มณฑล เงินวัฒนะ รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
74 พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
75 พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล
76 พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
77 พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่บริหารและให้คำปรึกษาด้านป้องกันปราบปราม) เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
78 พล.ต.ต.วิสาร์ท สมปราชญ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
79 พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
80 พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี
81 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
82 พล.ต.ต.สุภธัช คำดี รองจเรตำรวจ(สบ 7) เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
83 พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
84 พล.ต.ต. สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นรองจเรตำรวจ (สบ 7)
85 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
86 พล.ต.ต.หญิง อัญชนา ศรีทรงผล รองผู้บัญชากา สำนักงานกำลังพล เป็นรองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7)
87 พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
88 พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
89 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
90 พล.ต.ต.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
91 พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
92 พล.ต.ต.หญิง ขนิษฐา เที่ยงทัศน์ ผู้บังคับการกองการเงิน เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน
93 พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
94 พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
95 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
96 พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6
97 พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
98 พล.ต.ต.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
99 พล.ต.ต.ชนินทร์ สุดโนรีกูล ผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ เป็นรองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7)
100 พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
101 พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
102 พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
103 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
104 พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน ผู้บังคับการกองยุทธศาสตร์ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
105 พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
106 พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
107 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
108 พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8
109 พล.ต.ต.ถนอม มะลิทอง ผู้บังคับการปกครอง เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
110 พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
111 พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เป็นรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
112 พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
113 พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8
114 พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บังคับการกองตรวจราชการ 2 เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
115 พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
116 พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6
117 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
118 พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
119 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
120 พล.ต.ต.พรชัย ไทยแท้ ผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
121 พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เป็นรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
122 ศาสตราจารย์ พล.ต.ต.พิศาล มุขแจ้ง อาจารย์(สบ 6) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ เป็นรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน)
123 พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ ผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
124 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธจังหวัดแพร่ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ
125 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
126 พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
127 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5
128 พล.ต.ต. รณกร ศุภสมุทร ผู้บังคับการ กองสรรพาวุธ รองจเรตำรวจ(สบ 7)
129 พล.ต.ต.วรรฏมณฑ์ อัฏฐ์วารี นายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 6) ส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 7)
130 พล.ต.ต.วารินทร์ วชิรปัญญานุกูล นายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ เป็นรองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7)
131 พล.ต.ต.วาสิทธิ์ บางท่าไม้ นายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 6) ส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 7)
132 พล.ต.ต.วิชิต ปักษา ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
133 พล.ต.ต.วีระชัย วิสุทธิอุทัยกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
134 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
135 พล.ต.ต.สมพงษ์ เตชะสมบูรณ์ ผู้บังคับการกองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
136 พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
137 พล.ต.ต.เสถียร คูวิบูลย์ศิลป์ ผู้บังคับการสถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นรองจเรตำรวจ(สบ 7)
138 พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผู้บังคับการกองร้องทุกข์ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง
139 พล.ต.ต.โสพรรณ ธนะโสธร ผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี
140 พล.ต.ต.อนิกธัญญ์ ชยสุทธา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน
141 พล.ต.ต.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ ผู้บังคับการอำนวยการสำนักงานจเรตำรวจ เป็นรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่บริหารและให้คำปรึกษาด้านป้ องกันปราบปราม)
142 พล.ต.ต.อำนวย พวกสนิท ผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
143 พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
144 พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
145 พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9
146 พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์
147 พล.ต.ต.คม อมรปิ ยะกฤษฐ์ ผู้บังคับการอำนวยการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นผู้บังคับการสถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
148 พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
149 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เป็นผู้บังคับการตำรวจจราจร
150 พล.ต.ต.เจษฏา ใยสุ่น ผู้บังคับการกองวินัย เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6
151 พล.ต.ต.ฉลองเกียรติ โรจน์ปัญญาคุปต์ ผู้บังคับการศูนย์บริการทางการศึกษา เป็นผู้บังคับการอำนวยการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
152 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม เป็นผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4
153 พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 4
154 พล.ต.ต.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้บังคับการกองตำรวจสื่อสาร เป็นผู้บังคับการกองสรรพาวุธ
155 พล.ต.ต.ชาติชาย วัฒนสุขชัย ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกตำรวจ
156 พล.ต.ต.ฐิติพงศ์ อาทิตยานนท์ ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2
157 พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3
158 พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์
159 พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4
160 พล.ต.ต.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 1
161 พล.ต.ต.ธัชชัย ปิ ตะนีละบุตร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก
162 พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม ผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
163 พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร์ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้บังคับการกองตรวจราชการ 2
164 พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง
165 พล.ต.ต.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้บังคับการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง
166 พล.ต.ต.บรรลือ ชูเวทย์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 9
167 พล.ต.ต.ปิยะ สุขประเสริฐ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้บังคับการกองร้องทุกข์
168 พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผู้บังคับการกองตรวจราชการ 5 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ
169 พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี
170 พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 6
171 พล.ต.ต.พัฒนินท์ นพจินดา ผู้บังคับการศูนย์ฝึกตำรวจ เป็นผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
172 พล.ต.ต.ภัทรพงษ์ ดิษยรักษ์ ผู้บังคับการกองงบประมาณ เป็นผู้บังคับการกองการเงิน
173 พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงศ์ภิภัทรภาคิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี
174 พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผู้บังคับการสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
175 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจจราจร เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5
176 พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผู้บังคับการกองคดีอาญา เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส
177 พล.ต.ต.มานิตย์ จันทรคณา ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บังคับการกองตรวจราชการ 9
178 พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
179 พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่
180 พล.ต.ต.วณัฐ อรรถกวิน ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 3
181 พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการกองสวัสดิการ เป็นผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
182 พล.ต.ต.หญิง วราภรณ์ ภูวรัตนกุล ผู้บังคับการกองบัญชี เป็นผู้บังคับการกองตรวจสอบภายใน 2
183 พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่
184 พล.ต.ต.วิบูลย์ สีสุข ผู้บังคับการกองอัตรากำลัง เป็นผู้บังคับการกองยุทธศาสตร์
185 พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผู้บังคับการกองโยธาธิการ เป็นผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3
186 พล.ต.ต.สมจิตร์ ทองแท่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย
187 พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด
188 พล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง
189 พล.ต.ต.สมบัติ หวังดี ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน
190 พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
191 พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี
192 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้บังคับการปราบปราม
193 พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย
194 พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผู้บังคับการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง เป็นผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
195 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
196 พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี) เป็นผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1
197 พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์
198 พล.ต.ต.อดุลย์ รัตนภิรมย์ ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้บังคับการกองกฎหมาย
199 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร
200 พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 7
201 พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม
202 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล
203 พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม
204 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 2 เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3
205 พล.ต.ต.อภิชัย ศรีโสภิต ผู้บังคับการอำนวยการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นผู้บังคับการศูนย์บริการทางการศึกษา
206 พ.ต.อ.กรณ์ณพัชญ์ กิตติพิบูลย์ รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 3 เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
207 พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา
208 พ.ต.อ.หญิง กัตติกา ภูมิพิทักษ์กุล นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
209 พ.ต.อ.กิตติกร บุญสม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก
210 พ.ต.อ.คเณศ บุญเกษมสันติ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานออร์โธปิ ดิกส์ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
211 พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5
212 พ.ต.อ.หญิง จริยา ศรีเมฆารัตน์ พยาบาล (สบ 5) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการโรงพยาบาลตำรวจ
213 พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
214 พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์ จารุเรืองพงศ์รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2
215 พ.ต.อ.เฉลิมพล จินตรัตน์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร
216 พ.ต.อ.ชยพจน์ หาสุณหะ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด
217 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี
218 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ศรีเอี่ยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3
219 พ.ต.อ.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
220 พ.ต.อ.ฎิษพจณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี
221 พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2
222 พ.ต.อ.ณรงค์ ทรัพย์เย็น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้บังคับการปกครอง
223 พ.ต.อ.ณรงค์ ศุภเอม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้บังคับการกองตรวจราชการ 5
224 พ.ต.อ.ณรงค์รัตน์ พิชัยณรงค์ รองผู้บังคับการกองงบประมาณ เป็นผู้บังคับการกองงบประมาณ
225 พ.ต.อ.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี)
226 พ.ต.อ.ณัฐคมน์ พร้อมสันเทียะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8
227 พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 เป็นผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม
228 พ.ต.อ.ไตรศูล เนียมทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง
229 พ.ต.อ.ทวีโรจน์ ศิริสวัสดิบุต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด
230 พ.ต.อ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ
231 พ.ต.อ.ทัศนา แสงงาม รองผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ เป็นผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ
232 พ.ต.อ.ทิวา บุญดำเนิน รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ
233 พ.ต.อ.ทีฆโชติ สุวรรณาคม รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 เป็นผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2
234 พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
235 พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เป็นผู้บังคับการ กองวินัย
236 พ.ต.อ.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7
237 พ.ต.อ.นพดล ศรสำราญ รองผู้บังคับการศูนย์พัฒนาด้านการข่าว เป็นผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1
238 พ.ต.อ.หญิง นิรมล แก้วผลึก รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
239 พ.ต.อ.บัญชา ปั้นประดับ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี
240 พ.ต.อ.บุญญสิทธิ์ ว่องไว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน
241 พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา รองผู้บังคับกา ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา
242 พ.ต.อ.บุณยรัสน์ พุกกะเวส นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานผู้ป่ วยนอก โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
243 พ.ต.อ.ประทักษ์ เจริญศิลป์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู
244 พ.ต.อ.ประสาน บุญเหมือน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 เป็นผู้บังคับการกองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ
245 พ.ต.อ.ประเสริฐ เงินยวง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว
246 พ.ต.อ.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 7
247 พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เป็นผู้บังคับการอำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
248 พ.ต.อ.ปริญญา วิศิษฐ์ฎากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก
249 พ.ต.อ.ปรีชา วิมลไชยจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน
250 พ.ต.อ.ปรีดา เปี่ยมวารี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา
251 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี
252 พ.ต.อ.พงศ์ธร สุโฆษิต นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
253 พ.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ ลิ้มเฉลิมฉัตร รองผู้บังคับการฝึกพิเศษ เป็นผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1
254 พ.ต.อ.พงษ์ศิริ สวนแก้ว รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4
255 พ.ต.อ.หญิง พรเพ็ญ บุนนาค นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ
256 พ.ต.อ.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น
257 ศาสตราจารย์ พ.ต.อ.หญิง พัชรา สินลอยมา อาจารย์ (สบ 5) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะนิติวิทยาศาสตร์ เป็นอาจารย์ (สบ 6) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์
258 พ.ต.อ.ไพบูลย์ มะระพฤกษ์วรรณ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
259 พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญเต็ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3
260 พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
261 พ.ต.อ.ภรศักดิ์ นวนหนู รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 8
262 พ.ต.อ.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2
263 พ.ต.อ.มณฑป แสงจำนง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน
264 พ.ต.อ.มนเทียร พันธ์อิ่ม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด เป็นผู้บังคับการกองโยธาธิการ
265 พ.ต.อ.มนตรี จรัลพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์
266 พ.ต.อ.มานพ เกษร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้บังคับการอำนวยการ สำนักงานจเรตำรวจ
267 พ.ต.อ.รักษ์จิต หม้อมงคล รองผู้บังคับการกองสรรพาวุธ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
268 พ.ต.อ.วราวุธ สกลธนารักษ์ รองผู้บังคับการกองสารนิเทศ เป็นผู้บังคับการกองอุทธรณ์
269 พ.ต.อ.วัชรินทร์ บุญคง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้บังคับการกองทะเบียนพล
270 พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เป็นผู้บังคับการวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
271 พ.ต.อ.วิชัย เตียะเพชร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 2
272 พ.ต.อ.วิชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานหู คอ จมูก โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
273 พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 3
274 พ.ต.อ.วีรวัฒน์ วิภาตวิทย์ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ
275 พ.ต.อ.วีระ จิรวีระ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เป็นผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ
276 พ.ต.อ.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
277 พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9
278 พ.ต.อ.สงวน โรงสะอาด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา
279 พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร
280 พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร
281 พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2
282 พ.ต.อ.สมนึก น้อยคง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3
283 พ.ต.อ.สมปอง สุขเอี่ยม นักบิน (สบ 5) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ เป็นนักบิน (สบ 6) กองบินตำรวจ
284 พ.ต.อ.สมพงศ์ ทองใบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง
285 พ.ต.อ.สมพงษ์ วิถีประดิษฐ รองผู้บังคับการกองอัตรากำลัง เป็นผู้บังคับการกองอัตรากำลัง
286 พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ
287 พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท
288 พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง
289 พ.ต.อ.สรร พูลศิริ รองผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม เป็นผู้บังคับการสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย
290 พ.ต.อ.สรรภัทร ปราบพุฒซา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 5
291 พ.ต.อ.สรวุฒิ เหล่ารัตนวรพงษ์ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
292 พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บังคับการปราบปราม เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
293 พ.ต.อ.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้บังคับการกองคดีอาญา
294 พ.ต.อ.สันติ ไทยเสถียร รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการศึกษา
295 พ.ต.อ.สัมพันธ์ เบญจศิริ รองผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 2
296 พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8
297 พ.ต.อ.สายเพชร ศรีสังข์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นผู้บังคับการอำนวยการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
298 พ.ต.อ.สิทธิชัย โล่กันภัย รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2
299 พ.ต.อ.สุพัฒน์ เชยชิด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี เป็นผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7
300 พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
301 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้บังคับการตำรวจรถไฟ
302 พ.ต.อ.อำนวย วรญาวิสุทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม ตำรวจภูธรภาค 1
303 พ.ต.อ.หญิง สุวรรณี วุฒิณรงค์ตระกูล นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานตา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ
304 พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม
305 พ.ต.อ.สุรนาท วรรณวรรค รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
306 พ.ต.อ.เสรี ธีรพงษ์ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานสูตินารีเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
307 พ.ต.อ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
308 พ.ต.อ.โสฬส พินิจศักดอฺ รองผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร
309 พ.ต.อ.อดิศร อินสด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6
310 พ.ต.อ.อดุลย์ ดรุณเพท รองผู้บังคับการวิทยาลัยการตำรวจ เป็นผู้บังคับการวิทยาลัยการตำรวจ
311 พ.ต.อ.อนุภาพ ศรีนวล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี
312 พ.ต.อ.อนุรักษ์ นาคพนม รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เป็นผู้บังคับการกองบัญชี
313 พ.ต.อ.อภิศักดิ์ เดชะคำภู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม
314 พ.ต.อ.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้บังคับการกองสวัสดิการ
315 พ.ต.อ.อัครพล ศรีเสาวลักษณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้บังคับการอำนวยการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
316 พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นผู้บังคับการกองสารนิเทศ
317 พ.ต.อ.หญิง อัจฉรมนต์ บูรณสมภพ นักเทคนิคการแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานชีวเคมี โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้บังคับการประจำโรงพยาบาลตำรวจ
318 พ.ต.อ.อาคม ไตรพยัคฆ์ รองผู้บังคับการกองตำรวจสื่อสาร เป็นผู้บังคับการกองตำรวจสื่อสาร
319 พ.ต.อ.อาคม สายสมัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 8
320 พ.ต.อ.หญิง อาภาพรรณ ชลศึกษ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ เป็นผู้บังคับการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
321 พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง
.................
ที่มา ข่าวสด

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

ศาลรัฐธรรมนูญตีกลับให้ กรธ. แก้ไขร่าง รธน. เปิดทาง ส.ว. ร่วมเคาะนายกฯ คนนอก


คำนิวิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 6/2559 ระบุร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ. แก้ไขเรื่องคำถามพ่วง ยังไม่ชอบกับผลประชามติ จึงขอให้แก้มาตรา 272 ใหม่ เพื่อให้ผู้มีสิทธิเสนอ "ขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ" เป็น "สมาชิกรัฐสภา" คือ ส.ส. และ ส.ว.แต่งตั้ง รวมจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และให้เริ่มนับระยะเวลา 5 ปีที่ใช้ตัวบทนี้ ตั้งแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตาม รธน.
28 ก.ย. 2559 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยที่ 6/2559 ว่า ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้แก้ไขส่วนที่เกี่ยวข้องตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ไม่ชอบกับผลการออกเสียงประชามติ และให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้องในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ดังนี้
1.ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อ คือ สมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
2.กำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสอง คือ “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้”
ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปรับแก้ถ้อยคำปรารภให้สอดคล้องกันต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1 ) พุทธศักราช 2558 มาตรา 37/1
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย จรัญ ภักดีธนากุล, ชัช ชลวร, ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, บุญส่ง กุลบุปผา, ปัญญา อุดชาชน, วรวิทย์ กังศศิเทียม, อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ระบุว่า
"มาตรา 272 ในวาระเริ่มแรก เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 แล้ว หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้สภาผู้แทนราษฎรดําเนินการตามมาตรา 159 ต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้"

ศาลให้กรธ.แก้ร่างรธน.มาตรา272 ให้สว.มีสิทธิเข้าชื่อเปิดทางนายกฯคนนอก"

ศาลรัฐธรรมนูญให้กรธ.แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้ สส.-สว.จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งมีสิทธิเสนอขอเว้นเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ เปิดทางนายกฯคนนอก

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กรธ.ได้แก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 มีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติ สรุปได้ดังนี้

(1.) ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในประเด็นนี้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง ที่กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ยังไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติที่มีเจตนารมณ์ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านห้าปีแรก เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสองมีเจตนารมณ์มุ่งหมายให้เป็นทางออกกรณีไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้ 

อีกทั้งขั้นตอนในการเสนอขอยกเว้นตามความในร่างมาตรา272 วรรคสองนี้ มิใช่เป็นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี หากแต่เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากขั้นตอนการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวรรคหนึ่งแล้ว แต่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ ขั้นตอนการเสนอขอยกเว้นอันเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบซึ่งต้องกระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา จึงควรเป็นอำนาจและหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมกันแก้ปัญหาข้อขัดข้องให้ผ่านพ้นไปได้ด้วย สมตามเจตนารมณ์ของผลการออกเสียงประชามติ ดังนั้น ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง คือ สมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขอองจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(2)กำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูฐ มาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสองในประเด้นนี้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การเริ่มนับกำหนดเวลาตามมาตรา 272 ถือเป็นสาระสำคัญในประเด็นเพิ่มเติม เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติว่า "ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในวาระเริ่มแรก เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 แล้ว" การกำหนดเวลา และวันเริ่มนับกำหนเเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องสอดคล้องกัน จึงได้กำหนดให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการในช่วงระยะเวลาเดียวกัน และสามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ สำเร็จบรรลุผลตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและเจตนารมณ์ที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาจะต้องประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ดังนั้น กำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสอง คือ "ในระหว่างห้าปีแรกนับตั้งแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้

ศาลจึงวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้แก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่ชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติและให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้องในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ดังนี้

(1) ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อ คือ สมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(2)กำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสองคือ "ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้"

ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้อวรวมทั้งปรับแก้ถ้อยคำในคำปรารภให้สอดคล้องกันต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มาตรา (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่) พุทธศักราช 2558 มาตรา 37/1

ศาลรธน.ตีกลับร่างรธน.ขัดประชามติสว.วืดเสนอชื่อนายกฯ

28 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัย กรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้วินิจิฉัยว่าถูกต้องครบถ้วนตามคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา หรือไม่
โดยประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คือการให้อำนาจ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และการขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากบัญชีพรรคการเมือง และเรื่องของระยะเวลา
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนญที่ กรธ.ได้แก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 มีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติ จึงให้ กรธ.กลับไปดำเนินการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนี้
1. ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อ คือ สมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
2.กำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสอง คือ ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้
ต่อมา นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก กรณีผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และผู้ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี คือ ส.ส. เท่านั้น ส่วนผู้มีสิทธิ์เห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คือ ที่ประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) ตามที่ กรธ.ได้แก้ไขให้สอดคล้องกับผลประชามติ
ประเด็นที่สอง ผู้มีสิทธิ์เสนอขอยกเว้นเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากบัญชีพรรคการเมือง ตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรา 272 วรรคสอง ที่กำหนดให้ ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เสนอชื่อต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้งดเว้น มาตรา 88 นั้น ยังไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ดังนั้นจึงให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) ลงชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ในการเสนอขอยกเว้นเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากบัญชีพรรคการเมือง
และประเด็นที่สาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ให้กำหนดระยะเวลาและเริ่มนับเวลาตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง คือ ในระหว่าง 5 ปีแรก นับตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรกตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ 

พล.อ.ประยุทธ์ บอกรักน้อง แต่ช่วยไม่ได้

"ถามว่า ผมรักน้องไหม ผมก็รัก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยเขาไม่ได้ และผมก็มาตะแบง ชี้แจงส่งเดชไม่ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึง บิ๊กติ๊ก พล.อ.ปรีชา. จันทร์โอชา น้องชาย กรณีบริษัทลูกชายรับงานกองทัพภาค3และตั้งบริษัทในค่ายทหาร
“เขาสอบหมด บริษัทบ้าบอคอแตกอะไรนั่น อยากจะสอบอะไรก็สอบไปเถอะไป จะสอบครัวสอบส้วมก็สอบไป จะมาโยงกับผมทำไม เขาก็รับผิดชอบของเขาเองสิ ไม่ใช่เออ ไอ้ห่า ตระกูลผมเสียหาย มันคนละเรื่อง คนละคน 
แต่ถามว่าผมรักน้องไหม ผมก็รัก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยเขาไม่ได้ และผมก็มาตะแบง ชี้ แจงส่งเดชไม่ได้ เป็นเรื่องของกลไกก็รับไป
และผมก็ไม่เคยไปว่าใคร ทุกอย่างเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ใครอยากสอบก็สอบไป
เขามาขอโทษ บอกว่าไม่ได้ทำความผิด เพียงแต่บางอย่างอาจจะไม่สมควร เขายอมรับตรงโน้น แต่เรื่องของบริษัทเขาบอกว่าเตรียมหลักฐานไว้เต็มที่ ผมยังไม่รู้ว่าเขามีบริษัท ตั้งมาหลายปีแล้ว หลานก็โตแล้ว ไม่เจอหน้ามากี่ปีแล้ว ผมเป็นคนไม่ค่อยเจอครอบครัว เพราะทุ่มเวลาให้กับงานมาตลอด และรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ตั้งแต่เด็ก แต่ความผูกพันยังเหมือนเดิม สายเลือดมันต้องมีอยู่แล้ว แต่หน้าที่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ลดปัญหาความขัดแย้งให้มากที่สุด ใครทำอะไรก็ต้องระวังตัวเอง รับผิดชอบกันเองก็แค่นั้น
เดี๋ยวถ้าผมทำอะไรผิด พล.อ.ปรีชา ก็ต้องรับผิดชอบแทนผมสิ แล้วสื่อก็ต้องไปถามพล.อ.ปรีชาด้วยว่า เห็นว่านายกฯ เป็นยังไง เขาจะตอบอย่างไรไปถามเขาดู เขาบอกว่าเขาจะทำให้ดีที่สุด ผิดพลาดอะไรก็ไปว่ากันมา เขาก็ยอมรับในกระบวนการสอบสวนก็จบแค่นั้น อย่าไปเพิ่มปัญหาหรือภาระ ผมไม่ได้ปกปิด มีก็มีก็รับกันไป” นายกฯ กล่าว
27กย.2559 ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี เผยรู้ตัวนักข่าวที่ด่าตนเองแล้ว ขู่มีกล้องวงจรปิด ขอให้ระมัดระวังเพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว

นายกรัฐมนตรี เผยรู้ตัวนักข่าวที่ด่าตนเองแล้ว ขู่มีกล้องวงจรปิด ขอให้ระมัดระวังเพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยอมรับรัฐประหารเข้ามา แต่ทำเพื่อประเทศชาติ 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคอลัมนิสต์ให้ฉายาเป็นเผด็จการคลาสสิก หรือ เป็นผู้นำเผด็จการที่มีคุณธรรมว่า ส่วนตัวยอมรับว่ารัฐประหารเข้ามา โดยไม่คิดถึงอันตรายของตน แต่มองประเทศชาติเป็นหลัก เพราะชีวิตตายตั้งแต่เป็นทหารแล้ว ดังนั้นวันนี้ควรตอบแทบประเทศชาติอย่างเต็มภาคภูมิคิดเพียงแค่นี้ ทั้งนี้ ในอนาคตใครจะดูแลหรือไม่ดูแลตนไม่ได้คาดหวัง ซึ่งทั้งหมดได้ตัดสินเอง ไม่ได้ถามใคร 
อย่างไรก็ตามหลังการให้สัมภาษณ์นักข่าวได้สอบถามนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นที่ระบุวานนี้ ว่ามีนักข่าวด่าซึ่งนายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยจะให้คนไปตรวจสอบว่าเป็นใคร ซึ่งตนรู้ตัวแล้วและขอให้ระวังเพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว พร้อมขู่ว่า มีกล้องวงจรปิด แต่จริงๆคงไม่ละเมิด

“วิษณุ” ชี้บ้านพักราชการตั้งบริษัทไม่ผิดกฎหมาย แต่เหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่อง

“วิษณุ” ชี้บ้านพักราชการตั้งบริษัทไม่ผิดกฎหมาย แต่เหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่อง
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 28 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายนายกรัฐมนตรี ใช้บ้านพักในค่ายทหารจดทะเบียนตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่คิดว่าหากมีบ้านอยู่ที่นั่น เวลาจดทะเบียนก็ต้องใช้ตามนี้ แต่การเอาตรงนี้มาตีความว่าจดทะเบียนในค่ายทหาร ซึ่งเป็นคำพูดที่เอาไว้เหน็บแนมกันมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า บ้านพักข้าราชการสามารถนำมาเป็นที่ตั้งบริษัทได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ “พูดกันตรงๆ นะ ไม่มีอะไรห้ามเลย ลองคิดว่าเป็นบ้านเช่าก็ได้ คุณไปอาศัยเขาอยู่ และขอบ้านนั้นเป็นที่ตั้งบริษัท มันก็สามารถทำได้ และถามกลับว่าถ้ามันเป็นของข้าราชการล่ะ มันก็ไม่มีปัญหานี่” รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า โดยหลักการหรือความเหมาะสมแล้ว ก็ไม่ควรทำหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่รู้ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ประเทศไทยมีอะไรที่โดยหลักการไม่น่าทำมีอีกเยอะ แต่ก็ทำ”

ยกฟ้อง3ศาลอดีตผอ.รพ.วชิรปราการ-ศัลยแพทย์ คดีร่วมฆ่าผ่าตัดเปลี่ยนไต

ยกฟ้อง3ศาล’อดีตผอ.รพ.วชิรปราการ-ศัลยแพทย์’คดีร่วมฆ่า ผ่าตัดเปลี่ยนไต
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 714 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ ด.1242/2545 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ และนางหนูแดง ดีโยธา กับนายเจริญ ดีโยธา มารดาและบิดาของ น.ส.ลัดดา ดีโยธา เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นพ.สิโรจน์ กาญจนปัญจพล อดีตผู้อำนวยการ รพ.วชิรปราการ จ.สมุทรปราการ, นพ.วีระเดช เลิศดำรงลักษณ์ ศัลยแพทย์, นายนันทวิทย์ ธงไชย อดีตผู้จัดการ รพ.วชิรปราการ และ นพ.วิวัฒน์ ถิระพานิช ศัลยแพทย์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2545 ระบุว่า เมื่อวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยร่วมกันปลอมเอกสารหนังสืออุทิศให้อวัยวะของ รพ.วชิรปราการ โดยให้นายเจริญ ดีโยธา และนายสมเกียรติ ตันชนะชัย พ่อและสามีของ น.ส.ลัดดา ดีโยธา ผู้ป่วยอุบัติเหตุรถชน ลงลายมือชื่อไว้ ต่อมา นพ.สิโรจน์ จำเลยที่ 1 และนพ.วิวัฒน์ จำเลยที่ 4 ร่วมกันผ่าตัดเอาไตทั้งสองข้างและตับของคนไข้ทั้งสองออกไป และนพ.สิโรจน์ กับ นพ.วีระเดช จำเลยที่ 1-2 ยังร่วมกันผ่าตัดเอาไตของนางนาง นงค์พรมมา ผู้ป่วยอุบัติเหตุรถชนออกไป ขณะที่คนไข้ทั้งสองยังใส่เครื่องช่วยหายใจและยังไม่ถึงแก่ความตาย เพื่อนำไปปลูกถ่ายอวัยวะให้ผู้ป่วยรายอื่น เป็นเหตุให้คนไข้ทั้งสองถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อปี 2540 หลังเกิดเหตุ ญาติของคนไข้ที่เสียชีวิต เข้าร้องเรียนต่อกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่า แม้หนังสืออุทิศอวัยวะ จะมีการเติมข้อความด้วยลายมือว่า “ตับ” ลงในเอกสาร แต่พยานโจทก์ไม่ได้ยืนยันในรายละเอียดว่าเหมือนลายมือของ นพ.สิโรจน์ จำเลยที่ 1 จึงมีข้ออันควรสงสัยว่าจำเลยที่ 1 จะเป็นผู้เขียนข้อความดังกล่าวลงในหนังสืออุทิศอวัยวะของคนไข้ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยที่ 1 ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม ส่วนในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่า มีการใช้ยาหรือมีการทำโดยประการใดๆ ของพวกจำเลย ทำให้คนไข้ทั้งสองแกนสมองตายโดยเจตนา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า คนไข้ทั้งสองถึงแก่ความตายแล้ว ก่อนที่จะมีการผ่าตัดนำอวัยวะ (ไตและตับ) ออกไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 จากนั้นอัยการโจทก์และโจทก์ร่วมยื่นฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า โจทก์ร่วมฎีกาถึงปัญหาการเสียชีวิตตามกฎหมาย ศาลเห็นว่า การตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ต้องเป็นการทำให้ตาย แต่ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติลักษณะการตายไว้ชัดแจ้ง จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยการตาย ซึ่งแพทยสภามีการออกประกาศเกี่ยวกับการวินิจฉัย โดยมีประเด็นเรื่องแกนสมองถูกทำลายจนสิ้น ไม่สามารถทำให้ระบบหัวใจทำงานได้และร่างกายขาดออกซิเจน หากขาดเครื่องช่วยหายใจ ร่างกายจะขาดการตอบสนอง กรณีของผู้ป่วยทั้งสอง แพทย์ได้ตรวจถึง 2 ครั้ง ทิ้งช่วงเวลาห่างกัน 10 ชั่วโมง พบว่าผู้ป่วยไม่หายใจทั้งสองครั้ง จึงลงความเห็นในบันทึกว่าแกนสมองถูกทำลายโดยสิ้นเชิง และก่อนผ่าตัดอวัยวะวิสัญญีแพทย์ได้ตรวจแล้วผู้ตายไม่หายใจ การที่จำเลยที่ 1, 2 และ 4 ร่วมกันผ่าตัดเอาไตออกจากผู้เสียชีวิตทั้งสองที่อยู่ในสภาวะสมองตายตามการวินิจฉัยของแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ถือเป็นการกระทำต่อคนตายแล้ว จึงไม่อาจเป็นการฆ่าได้อีก ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้อัยการโจทก์และโจทก์ร่วมไม่ได้เดินทางมาศาล ขณะที่ นพ.สิโรจน์ เดินทางมาพร้อมคนใกล้ชิดที่มาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาด้วย โดย นพ.สิโรจน์ ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับคดี มีเพียงทนายความที่กล่าวว่า หมอได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ทำถูกต้อง เพราะหมอเรียนมาเพื่อช่วยชีวิตคน ไม่ใช่ทำร้ายคน 20 ปีที่ผ่านมาหมอเป็นทุกข์ แต่ศาลได้ให้ความยุติธรรมแล้ว
ด้าน นพ.วีระเดชกล่าวสั้นๆ ว่า “เรียบร้อยดีครับ”

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จี้สอบปมครอบครัว"บิ๊กติ๊ก"

นที่ 27 กันยายน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เผยแพร่ความเห็นต่อสังคม ระบุว่า มีความเห็นต่อกรณีข่าวของครอบครัว พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ที่กำลังเป็นประเด็นสังคมอันอาจจะนำพาไปสู่ปัญหาของความเชื่อมั่นในความซื่อตรงของผู้นำประเทศ ดังนี้
1.จะต้องมีการตรวจสอบติดตามให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจนและรวดเร็ว และการตรวจสอบต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายหรือครอบงำอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างต้องให้โปร่งใส อยู่ในสายตาของสาธารณชน
2. และเพื่อเป็นการป้องกันมิให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายเรื่อง ประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ในการบริหารจัดการโครงการต่างๆ ทั้งนี้ เพราะระบบอุปถัมภ์ หรือการเอื้อประโยชน์ต่อคนใกล้ชิดเป็นจุดอ่อนของสังคมไทย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ร้ายแรงของการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่จะต้องทำให้หมดไปจากประเทศ ต้องช่วยกันต่อต้านไม่ให้ค่านิยมในการอุปถัมภ์เป็นข้ออ้างในการทุจริตคดโกง
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการต่อสู้กับการคอร์รัปชันและชื่นชมในความสุจริตซื่อตรงของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำประเทศที่มีนโยบายชัดเจนและมีผลงานในการปราบปรามลงโทษผู้ทุจริตคดโกง เราเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะได้รับการตรวจสอบ สะสางอย่างโปร่งใสตามกระบวนการยุติธรรม และจะเป็นการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ของประเทศไทยต่อไปในภายหน้า
1

'อิศรา' ถาม 'แม่ทัพภาค 3' ตอบ! ไฉน หจก.ลูกพล.อ.ปรีชา จดทะเบียนตั้งในค่ายทหาร

"..ผมก็ไม่ทราบว่ามันจะทำได้หรือไม่ได้ อาจจะถามหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้เราไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องที่สามารถบอกว่าการจัดตั้งหจก.ในบ้านพักราชการทหารจะสามารถทำได้หรือไม่.."
pickkkkooo
จากกรณีที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ห้างหุ้นส่วนจัด (หจก.) คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชาย ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เป็นคู่สัญญารับเหมาก่อสร้างเป็นคู่สัญญารับเหมาหน่วยงานภาครัฐทั้งสิ้น 11 โครงการ (สัญญา) รวมวงเงิน 155,603,000 บาท เป็นโครงการของกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 3) จำนวน 7 โครงการ 97,651,000 บาท (ธ.ค.57-เม.ย.59) สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 กรมทรัพยากรน้ำ 1 โครงการ 44,887,000 บาท (5 มี.ค. 58) และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก 3 โครงการ 13,065,000 บาท (ส.ค.-ต.ค.58) (อ่านประกอบ : เปิดขุมทรัพย์! หจก.‘ปฐมพล จันทร์โอชา’ 11 สัญญา 155.6 ล. - ‘ทัพภาค 3’ 97.6 ล.)
ขณะที่ สำนักข่าวอิศรา www.isrnews.org ตรวจสอบพบว่า ที่ตั้ง หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น เลขที่ 128/31/007 ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เป็นบ้านพักในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ (อ่านประกอบ: ที่ตั้ง หจก. ‘ปฐมพล จันทร์โอชา’ อยู่ในค่ายทหาร-แจ้งงบการเงินมีเครื่องมือ 7 แสน)
ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา www.isranrws.org ได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงจาก พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านพักในค่ายทหารของ นายปฐมพล จันทร์โอชา ที่ใช้จดทะเบียนจดตั้ง หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ก่อนเข้ารับงานของกองทัพภาคที่ 3 
ปรากฎรายละเอียดนับจากบรรทัดนี้ เป็นต้นไป  
@ ขั้นตอนการจัดประมูลงานของกองทัพภาคที่ 3 เป็นอย่างไร
"ผมไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการประมูลงาน ผมดูแลกองทัพภาคที่ 3 ก็ดูแลงานคุมกำลังเป็นหลัก ส่วนการประมูลโครงการต่างๆก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่ และไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีหจก.ลูกพล.อ.ปรีชา เข้ามาประมูลโครงการของกองทัพภาคที่ 3 เพิ่งรู้ก็ตอนเป็นข่าว"

@ มีข้อมูลว่า หจก.ที่นายปฐมพลถือหุ้นอยู่ตั้งอยู่ในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ทราบว่ามีบริษัทของนายปฐมพลตั้งอยู่ในค่ายทหาร"
@ ตามระเบียบแล้วบ้านพักข้าราชการทหารสามารถนำมาใช้จัดตั้งหจก.ได้หรือไม่
"ผมก็ไม่ทราบว่ามันจะทำได้หรือไม่ได้ อาจจะถามหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้เราไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องที่สามารถบอกว่าการจัดตั้งหจก.ในบ้านพักราชการทหารจะสามารถทำได้หรือไม่"
“จริงๆผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเอาที่อยู่ตามบ้านพักไปจดทะเบียนจัดตั้งหจก.เพียงอย่างเดียวหรือไม่ แล้วตัวหจก.จริงๆ อาจจะอยู่ข้างนอกหรือไม่”
@ หากที่อยู่ในการจัดตั้งหจก.ไม่ตรงกับที่อยู่ของหจก.จริง อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ
"ผมบอกแล้วว่าผมยังไม่รู้รายละเอียดเลย"
@ มีข้อกังขาว่าหากจดทะเบียน หจก.ในบ้านพักข้าราชการได้ สาธารณูปโภคเช่น น้ำ ไฟฟ้า สามารถใช้ฟรีได้หรือมีส่วนลดให้
"บ้านพักทหารน้ำ-ไฟไม่ฟรีนะครับ ข้าราชการก็เสียตามปกติ มีมิติเตอร์น้ำ จากการประปา มีมิติเตอร์ไฟจากการส่วนไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ได้ใช้ฟรี เพียงแต่อาจจะมีส่วนลดอย่างที่ว่า ซึ่งคิดตามเปอร์เซ็นต์หน่วยที่ใช้ไป"
@ ขณะนี้นายปฐมพลยังพักอยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าวหรือไม่
"ช่วงนี้นายปฐมพลไม่ได้อยู่ค่ายแล้ว ออกไปอยู่ข้างนอกนานแล้ว"
@ ย้ายออกไปพร้อมกับพล.อ.ปรีชาที่ต้องไปรับตำแหน่งสูงขึ้น
"คงใช่ เขาออกมาอยู่ที่กทม. ส่วนหจก.ก็ไม่น่าจะอยู่ในค่ายตั้งแต่เริ่มต้น เพียงแต่ว่าอาจจะจดทะเบียนตามบ้านที่เขาอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นแบบนั้น ผมไม่ทราบในรายละเอียดเหมือนกัน"
@ ได้เข้าไปดูบ้านพักหลังดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่
"ไม่ได้ไปดูหรือตรวจสอบอะไร เพราะพล.อ.ปรีชาและนายปฐมพลย้ายออกไปนานแล้ว"