PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จุดตัดการเมือง คำเตือนจาก"อานันท์"ถึง"ประยุทธ์"




ใครที่ได้ฟัง "อานันท์ ปันยารชุน" พูดบนเวทีในงาน 30 ปีทีดีอาร์ไอ เกี่ยวกับเรื่องข่าวลือคอร์รัปชั่นในช่วงนี้แล้วจะตกใจ

เพราะในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีจะประกาศเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และพูดย้ำบ่อยครั้งว่าทุกคนในรัฐบาลเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ 

ไม่มีใครคิดถึงเรื่องประโยชน์ส่วนตัว

เหมือนกับว่าจะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้อย่างแน่นอน

แต่นายอานันท์กลับบอกว่ามีหลายเรื่องที่เขาอึดอัดใจเพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะดูแลปัญหาคอร์รัปชั่นมากแค่ไหนและจริงใจเพียงใด

"ข่าวลือมันมากเหลือเกิน ผมว่าข่าวลือด้านนอกทหารก็คงจะได้ยินบ้าง ผมเป็นคนไม่เชื่อข่าวลือ และไม่ใช่คนที่ฟังแล้วไปขยายต่อ แต่เมื่อได้ยินมา ผมก็หวังว่าจะไม่ใช่"

"อานันท์" นั้นไม่ได้เป็นแค่อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เขาเป็นนักธุรกิจมาก่อน มีเครือข่ายสายสัมพันธ์ในแวดวงธุรกิจระดับใหญ่ ดังนั้น ข่าวสารที่เข้าหูเขาจึงไม่ธรรมดา

การที่บอกเพียงว่าเป็นข่าวลือ ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า 

ถ้าตีความตามภาษาการทูต

นั่นคือ"เรื่องจริง"

ในแวดวงธุรกิจนั้นพูดกันหนาหูว่าแม้จะเปลี่ยนรัฐบาลแต่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้ลดลงเลย เพียงแต่เปลี่ยน "คนรับ" เท่านั้นเอง

เปลี่ยนจาก "นักการเมือง" เป็น "ข้าราชการ"

มีคนเคยบอกว่าสิ่งที่จะทำให้คสช.และรัฐบาลชุดนี้ล้มลงได้ก็คือ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

และวันนี้ "อานันท์ ปันยารชุน" ก็ส่งสัญญานเตือนแล้ว

อยู่ที่ว่า คสช.จะได้ยินหรือไม่เท่านั้นเอง



นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนมองว่าการเมืองไทยนั้นจะเข้มข้นรุนแรงที่สุดในช่วงกลางปีหน้า

ด้วยปัจจัย3ประการ

ประการแรก กลางปีหน้า ปฏิทินการเมืองจะเข้าสู่ช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ

ความขัดแย้งทางการเมืองจะปะทุขึ้นเพราะต้องมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ

ซึ่งหากกระแสความไม่พอใจสูง"มวลชน"อาจออกมาประท้วง

ประการที่สอง สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยหากยังไม่ฟื้นตัว ความไม่พอใจเรื่องปากท้องจะรุนแรงมาก

นักธุรกิจส่วนใหญ่หวังกันว่ากลางปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว

หมายความว่าช่วงครึ่งปีแรกนั้นหมดหวังอย่างดีก็เท่ากับหรือแย่ลงกว่าเดิม

ประการที่สาม เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น

ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่จัดการอย่างจริงจัง ปล่อยให้ "ข่าวลือ" ที่นายอานันท์ได้ยินมากลายเป็นความจริงและลุกลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กระแสความไม่พอใจ3สายจะมาบรรจบกัน

และเวลาที่ไม่พอใจ ไม่มีใครแยกแยะว่าเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือคอร์รัปชั่น

ทุกคนคิดอย่างเดียว คือ ต้องเปลี่ยนแปลง

อย่าลืมว่าคนไทยนั้นขี้ลืม 

บางทีพล.อ.ประยุทธ์อาจจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร เคยเจอมาก่อน

วันนี้ไม่มีใครจำได้ว่า "ทักษิณ" ทำให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นจากหายนะเมื่อปี 2540 

ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟที่ใครๆ บอกว่าจะต้องใช้หนี้กันถึงชาติหน้าจบสิ้นภายในเวลาไม่กี่ปี

เหมือนกับวันนี้ที่คนไทยเริ่มลืมไปแล้วว่าคสช.นั้นช่วยทำให้การประท้วงระดับคนไทยจะรบกันสงบลงได้ 

ทุกคนคิดถึงวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น

จับตากลางปีหน้าให้ดี

ไม่มีความคิดเห็น: