PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

เกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินหยวน

 เกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินหยวน ==
ในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่า 6% เทียบกับดอลล่าร์ นับว่าอ่อนค่าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ใน Emerging Markets โดยหลายคนไม่รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง คือการลงต่อสู้ใน “สนามรบค่าเงิน” ระหว่างธนาคารกลางของจีน (PBOC) กับบรรดานักค้าเงินและนักเก็งกำไร ด้วยการเข้าซื้อเงินหยวนจำนวนมหาศาล
Bloomberg รายงานว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา PBOC หมดทุนสำรองไปกับการพยุงค่าเงินหยวนมากถึง 18 ล้านล้านบาท เทียบเท่ากับทุนสำรองของสวิตเซอร์แลนด์ทั้งประเทศ ... แต่จีนยังมีทุนสำรองอีกกว่า 120 ล้านล้านบาท จึงมี 'หน้าตัก' อีกเยอะ
ช่วงที่ต้องต่อสู้หนัก คือ หลังปีใหม่ ที่ทางการจีนต้องไล่เก็บเงินหยวน Offshore ที่ฮ่องกง เพื่อปิด gap ให้ค่าเงิน Offshore แข็งเท่ากับ Onshore ... ลองนึกดูว่า “เงิน” ก็คือสินค้าอย่างหนึ่ง เมื่อมีคนไล่เก็บก็จะเกิดการ “ขาดตลาด” สิ่งที่ตามมาคือ อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้น (Overnight Lending Rate) พุ่งขึ้นจาก 4% เป็น 67% เพื่อกีดกันไม่ให้นักเก็งกำไรกู้ยืมเงินดอกเบี้ยถูกๆ มาถล่มค่าเงินหยวน ยังดีที่ 67% นี้เป็นอัตราดอกเบี้ย Offshore จึงไม่กระทบกับธุรกิจในประเทศจีน (อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นในจีนยังต่ำเพียง 2.4%)
ถ้าเราย้อนไปดูภาพใหญ่ ทั้งหมดที่ทางการจีนทำ ก็เพื่อให้ค่าเงินหยวนไม่อ่อนค่าแรงเกินไป เพราะหากคนคาดว่าเงินหยวนจะอ่อนค่ารุนแรง ก็จะมีเงินขนเงินออกจากจีน เกิด Capital Outflow ขนาดมหาศาล หากจำกันได้ IMF เพิ่งอนุมัติให้เงินหยวนอยู่ในตะกร้าสกุลเงินหลัก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ปลายปี 2016 นี้ จีนจึงต้องสร้าง “Stability” ให้สกุลเงินหยวน รวมทั้งยับยั้งการไหลออกของเงินทุน ซึ่งคาดว่าไหลออกไปแล้วมากกว่า 36 ล้านล้านบาท
คำแนะนำ: เรายังเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับค่าเงินหยวนและตลาดหุ้นจีนในระยะนี้ มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลกในภาพรวมไม่มากนัก โดยคาดว่า เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นยังฟื้นตัวได้แบบช้าๆ และคาดว่าตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นน่าจะปรับขึ้นได้ในระยะสั้น ยังคงแนะนำทยอยสะสมกองทุน CIMB-P GSA, EUEQ และ JEQ
โดย วิน พรหมแพทย์, CFA, บลจ. CIMB Principal
Data Source: Bloomberg

ไม่มีความคิดเห็น: